Lovely Bodyguard

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ม.ค. 55



Lovely Bodyguard

DARANIL.

 

บทนำ

เสียงอึกทึกในผับดังย่านทองหล่อมันไม่ได้ทำให้โสตประสาทของ จอมทัพ นวเทวา แย่ลงแต่อย่างใด เขากลับชอบมันเสียยิ่งกว่าเสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ยามเช้าตรู่ที่เคยได้ยินไม่บ่อยด้วยซ้ำ ชายสูงรูปร่างดีห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าราคาแพงยืนโงนเงนขึ้นมาท่ามกลางเสียงโห่ร้องของสาวๆ ที่นั่งรายล้อม เพราะพวกเธอพนันกันว่าเขาไม่มีทางลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเองในสภาพ เมาแอ๋เช่นนี้แน่ แต่ถึงอย่างนั้นจอมทัพก็ทำให้ใครหลายคนต้องส่ายหน้าด้วยความระอา เพราะท่าทางสำมะเลเทเมาของเขานั้นเป็นที่โจษจันกันดีในกลุ่มของวงการไฮโซว่า เละตุ้มเปะ

จะว่าไปฐานะทางสังคมของจอมทัพนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าใครในประเทศเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจหลายพันล้านอย่างคุณจอมพล นวเทวา แต่ก็เหมือนกับลูกชายคนรวยหลายๆ คนที่ไม่เอาอ่าว นายจอมทัพก็ไม่ได้รับการยกเว้น ยิ่งคุณจอมพลตั้งใจทำมาค้าขายมากเท่าไหร่ จอมทัพก็ยิ่งเที่ยวเตร่มากขึ้นเท่านั้น ตามคติประจำใจที่ว่า ‘live like there's no tomorrow’ หรือแปลเป็นภาษาไทยเก๋ๆ ก็คือ ใช้ชีวิตแต่ละวันเหมือนว่าวันพรุ่งนี้ไม่มีอยู่นั่นเอง

ถึงแม้ว่าจอมทัพจะจบจากมหาวิทยาลัยจากอเมริกาซึ่งพอให้ผู้เป็นพ่อได้พูดอวดคนอื่นได้บ้าง แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังนั้นปริญญาที่ได้มามันมีที่มาอย่างไร จอมทัพต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเพื่อว่าจ้างให้พวกหัวกะทิร้อนเงินทั้งหลายเรียนแทนจนกระทั่งสามารถหอบใบปริญญาสาขาบริหารธุรกิจที่เขาแทบไม่มีความรู้อะไรเลยกลับมาให้พ่อได้ชื่นใจ

นับตั้งแต่วันที่ได้ใบปริญญาจากความรู้ของคนอื่นมาให้ผู้เป็นบิดาได้ เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสิบปีแต่ทว่าจอมทัพก็ยังไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ได้แต่เที่ยวเตร่ไปวันๆ สร้างความหนักใจให้คุณจอมพลไม่น้อย

“เฮ้ย ไอ้ทัพ” เสียงเรียกชื่ออย่างสนิทสนมดังมาจากกลุ่มผู้ชายที่ตามมาสมทบทีหลัง ถือว่าวันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งที่มีพ่อบุญทุ่มอย่างจอมทัพเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ

“ทำไมมาเอาป่านนี้วะ” จอมทัพตอบกลับเสียงอ้อแอ้ ดวงตาปรือฉ่ำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

“เออน่า...มาแล้วก็ยังดีกว่าไม่มา ไปต่อกันที่อื่นดีกว่าว่ะ กูรับรองสาวๆ เพียบ” พูดพลางเหลือบมองแม่สาวนุ่งน้อยห่มน้อยที่มองเขาตาขวาง เพราะดันมาฉกเอาตัวบ่อเงินบ่อทองของพวกเธอไปต่อหน้าต่อตา

“แต่กูขับรถไม่ไหวแล้วว่ะ มึงช่วยขับรถกูตามไปหน่อยได้มะ” จอมทัพพูดแข่งกับเสียงเพลง ขณะเอื้อมมือไปกอดคอเพื่อนกินที่อุตส่าห์โทรเรียกออกมา

“เออ เดี๋ยวกูจัดการให้” พูดแล้วก็เอื้อมมือไปรับเอากุญแจรถพอร์ชรุ่นใหม่ล่าสุดจากเพื่อนขี้เมามาไว้อย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ไอ้จอมทัพนี่มันโง่เง่าดีแท้ หลอกกินฟรีก็ง่าย แถมยังใจกว้างยอมให้ขับรถราคาหลายสิบล้านอย่างนี้อีก ถ้าไม่เลี้ยงมันไว้เป็นเพื่อนก็โง่เต็มทนแล้ว

 

หลังจากที่หอบหิ้วกันมาจนถึงหน้าผับ จู่ๆ จอมทัพก็เกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมาฉับพลัน รีบวิ่งแหวกฝูงคนไปยังซอยข้างๆ ไม่สนใจสายตาละเหี่ยใจของทุกคนที่เห็นภาพนี้จนชินตา โดยหารู้ไม่ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นเพื่อนชายที่เกาะเขากินมานานหลายปี

“ตู้ม!!!” เสียงระเบิดดังขึ้นท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้คนมากมาย ขนาดที่ว่าคนเมาที่ยืนด้วยขาตัวเองแทบไม่ไหวอย่างจอมทัพก็สร่างเมาขึ้นมาฉับพลัน

ภาพที่เห็นเบื้องหน้านั้นมันทำให้ใจของหนุ่มวัยเกือบสามสิบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นพอร์ชรุ่นใหม่ล่าสุดของตัวเองมีไฟลุกท่วม รายล้อมไปด้วยสะเก็ดระเบิดและซากรถที่แตกกระจายสร้างความเสียหายพร้อมผู้บาดเจ็บไปทั่วบริเวณ

“มะ มันเป็นห่าอะไรกันวะ!!” จอมทัพสบถดังลั่นก่อนจะเรียกสติของตัวเองรีบรุดไปยังซากรถที่เห็นร่างของผู้เคราะห์ร้ายอยู่ลางๆ ท่ามกลางเปลวเพลิง

 

ชายร่างหนาตามอายุที่มากขึ้นซวนเซลงไปนั่งบนโซฟาสีดำภายในห้องนอนหลังจากได้รับโทรศัพท์กลางดึก ใจของผู้เป็นพ่อแทบจะหยุดเต้นเมื่อรู้ว่ารถของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนระเบิดขึ้นกลางใจเมือง แต่ก็ยังพอใจชื้นขึ้นมาได้บ้างเมื่อรู้ว่าจอมทัพไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแม้แต่น้อย แต่ผู้โชคร้ายก็คือเพื่อนของลูกชายที่เขาชังน้ำหน้านั่นเอง

“รีบพาไอ้ลูกบัดซบนั่นมาหาผมด่วนเลยคุณตา!” จอมพลกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์บ้านไปยังเลขาสาวผู้โทรมาแจ้งเรื่องร้ายด้วยความโกรธเคือง นึกอยู่แล้วว่าสักวันมันต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะธุรกิจที่เขาทำอยู่นั้นจะว่าไปก็ไม่ได้ขาวสะอาดไปทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทส่งออกอะไหล่รถยนต์รายใหญ่ของประเทศก็ตาม ก็กว่าที่จะใหญ่ได้ถึงทุกวันนี้ เขาเองก็ต้องเล่นนอกกฎอยู่หลายครั้งเช่นกัน

หนุ่มใหญ่วัยใกล้หกสิบยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองอย่างครุ่นคิด คู่แข่งทางธุรกิจถึงจะมีมากแต่ก็ไม่น่าจะเล่นงานกันแรงขนาดนี้ แต่ก็ไม่แน่...เมื่อนึกถึงอีกหนึ่งนักธุรกิจที่เพิ่งมีปัญหาเรื่องการฮั้วซองประมูลกันไปหยกๆ

นายเกรียงไกร อดิเรกกุล

ชื่อนี้ผุดขึ้นมาทำให้เรื่องที่คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้เกิดมีน้ำหนักขึ้นมาทันตาเห็นเพราะหลังจากการประมูลกิจารส่งออกอะไหล่รถยนต์ชิ้นหนึ่งกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศฟิลิปปินส์ ก็ทำให้นายเกรียงไกรต้องชวดกับกำไรที่จะได้รับหลายร้อยล้านบาท เพราะผลสุดท้ายบริษัทนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของฟิลิปปินส์ก็เลือกที่จะใช้บริการบริษัทของเขานั่นเอง

คิดได้ดังนี้นักธุรกิจใหญ่ก็เริ่มคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองและลูกชาย เพราะไม่แน่ว่าอาจจะมีศัตรูคู่ค้าอีกหลายๆ รายที่แค้นเขาอยู่สวมรอยลงมือชำระแค้นก็เป็นได้

สงสัยว่าเรื่องบอดี้การ์ดที่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระนั้น คงต้องเลื่อนลำดับมาให้เป็นเรื่องจำเป็นอันดับหนึ่งในชีวิตเสียแล้ว...

 

 

 

---------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ หลังจากที่ห่างหายกับการอัพนิยายไปหลายเดือน

ก็มีเรื่องให้คิดอยู่มากมาย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังอยากเขียนนิยายอยู่ดี

แล้วก็เกิดไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนี้ เลยสนองตัณหาเขียนมันซะเลย

เอาเป็นว่ามันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ลองอ่านดูก่อนนะคะ

ไม่รับประกัน 55555

 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

[ ดารานิล ]

---------------------------------------------------------------------------------

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #14 Clover (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 18:53
    แต่งต่อเถอะนะคะ
    #14
    0
  2. #8 Praew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 23:12
    อยากจะบอกว่า ...คิดถึงพี่ไรท์ที่สุดในโลกค่าาาา :) <3
    #8
    0
  3. #7 spysky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 05:07
     แน่ใจนะคะ ไรเตอร์ว่า วางจอมทัพให้เป็นพระเอกของเรืองนี้
    เห็นเมาเละตุ้มเปะแล้ว...เฮ้อ ภาพพจน์ของพระเอกสมัยนี้
    เรียนก็ไม่จบด้วยตัวเองต้องเอาหัวของคนอื่นมาเรียนแทน
    ฮ่าฮ่า เด็ดจริงๆเลย

    น่าสงสารเพื่อนของจอมทัพจังเลย,,,,หวังจะปอกลอกเพื่อนไปอีกนานแสนนาน
    คิดไม่ดีไปก่อนเพื่อนเลยอ่า.....น่าสงสารอยู่น้าไรเตอร์
    สงสารฝั่งคุณพ่อ จอมพล อีกคนค่ะ
    คุณพ่อกุมขมับเลยลูกก็เอาแต่เที่ยว ธุระกิจก็แข่งขันกันดุเดือด
    ลูกจะรู้ชะตาชีวิตของตัวเองไหมเนี่ย ว่าแขวนอยู่บนเส้นด้ายอ่ะ

    ใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนพรุ่งนี้ไม่มีอยู่
    โอ๊วว สโลแกนนี้ก็อยากจะใช้อยู่นะคะ
    แต่ไม่มีชีวิต หนี้ก็ยังมีอยู่ค่ะไรเตอร์
    เลยขอไม่ใช้สโลแกนนี้ของจอมทัพนะคะ

    สนุกดีค่ะ
    รอตอนต่อไปนะคะ ไรเตอร์ยีนส์
    คิดถึงมากๆเลยค่า
    เห็นกลับมาเขียนนิยาย พี่นุชล่ะดีใจจริงๆ
    เทคแคร์ค่า

    #7
    0
  4. #6 ,, น้ อ ง " เ ต้ า หู้ " ,, (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 00:50
    ฮ่าๆ 0 w 0 ดูท่าเรื่องนี้จะมันส์กว่าเรื่องไหนๆซะแล้ว อยากอ่านต่อๆๆๆๆๆๆ งอแงๆๆ TT..TT
    #6
    0
  5. #5 bolshevick (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2555 / 19:48
    มารอลุ้นตอนต่อค่ะ
    เปิดเรื่องมา.. พระเอกก็แตกต่างจากเรื่องอื่นซะแล้ว! ไม่ได้ perfect จ๋าขนาด ^^
    #5
    0