พันดารา

ตอนที่ 6 : ๕. แผนซ้อนแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

แผนซ้อนแผน

 

เวธัสที่เพิ่งวางสายจากธนเดชถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ดึงแว่นสายตาออกแล้วบีบหนักๆ ไปยังหว่างคิ้วสองสามที ก่อนจะใส่มันกลับคืนไป ข่าวดีคือ เจอตัวมาลีรินทร์ และจัดการตัดความช่วยเหลือทุกช่องทางแล้ว ส่วนข่าวร้ายนั้น เป็นข่าวที่ทำให้เขาต้องครุ่นคิดหนัก เพราะตามรายงานของธนเดชแจ้งว่า มีชายคนหนึ่งมารับของแทนมาลีรินทร์ และดูเหมือนว่า จะสนิทกันในระดับหนึ่งเสียด้วย

เขาเป็นใคร?

เวธัสจึงสั่งให้ธนเดชตามสืบชายคนนี้ต่อ ด้วยกลัวว่า จะเป็นพวกมิจฉาชีพมาหลอกลวงมาลีรินทร์ให้เสียท่า เพราะฝ่ายนั้นมักจะมองโลกในแง่ดีเสมอ จนบางครั้งเกือบจะเอาตัวไม่รอดเสียหลายครั้ง

แล้วสายตาก็เหลือบไปมองปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะ เหลือเวลาอีกยี่สิบกว่าวัน ก่อนจะสิ้นเดือน ยังพอมีเวลาให้เตรียมการและลากตัวเธอกลับมา ไม่อย่างนั้นแล้ว อาจจะต้องเสียเวลาเพื่อเตรียมการใหม่อีกหลายเดือน และคงไม่ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น

คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมายืดยาว มองกระเป๋าเงินของหญิงสาวที่ถูกยึดมาได้บนโต๊ะ มือใหญ่หยิบมันขึ้นมาเปิดดู ก็เห็นรูปเจ้าของเมื่อประมาณสามสี่ปีที่แล้ว ส่งยิ้มกลับมาให้ หน้าตาสดใส ผมยังยาวสลวย ไม่ได้สั้นเหมือนอย่างทุกวันนี้

“รินทร์ รีบๆ กลับมาสักทีเถอะ ถ้าไม่เห็นแก่พี่ ก็ขอให้เห็นแก่แม่ของรินทร์สักครั้งนะ”

 


“แล้วจะทำยังไงต่อ?” ศตายุเอ่ยถาม เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไปนาน ท่าทางเธอยังช็อกไม่หายกับเงินที่กลายพันธุ์ไปตอนนี้

“เดี๋ยวลีจะโทร.หาเพื่อนอีกทีค่ะ” แล้วเธอก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบกับหู สีหน้าเครียดเคร่ง ไม่คิดว่า จะต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ทั้งที่วางแผนมาอย่างรัดกุมที่สุด แต่ก็ไม่วายเกิดเรื่องขึ้นจนได้

ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง ใจก็ลุ้นไปพร้อมกับเธอว่า จะหาเงินมาคืนเขาได้ไหม อันที่จริง เงินสองหมื่นก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ถ้าจะมาเสียไปเพราะถูกแม่ปลิงสาวหลอกไปแบบเนียนๆ คงจะดูโง่ไม่เบา เนื่องจากเขาไม่คิดจะเอาเพชรไปขายอยู่แล้ว ยังไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มในอนาคต ดูได้จากคนที่ตามดักรอเธออยู่ด้านล่างนั่นปะไร หากคิดเอาไปขายจริงๆ คงโดนตามล่าไปจนตาย

“แกหายไปไหนมา!” เสียงของยัยหนูมาลีเรียกให้เขาหันไปมอง ความหวังเริ่มเรืองรอง เมื่อเธอสามารถติดต่อเพื่อนได้

“ติดคุยธุระอยู่ แต่ฉันสาบานได้ว่า สั่งลูกน้องเอาเงินไปให้แกจริงๆ นะ ไม่ใช่แบงค์กาโม่แน่ๆ” น้ำเสียงของปาริดาฟังดูร้อนใจไม่แพ้กัน คาดว่าเธอคงอ่านข้อความที่ส่งไปให้แล้ว

“แกไม่ได้บอกพี่เวใช่มั้ยว่า ฉันอยู่เชียงใหม่”

“ไม่”

“แล้วทำไมเขาถึงตามมาถูก”

“หรือเขาจะส่งคนไปดักดูลูกน้องฉันทุกที่?”

“ก็ไม่แน่” มาลีรินทร์พยักหน้าหงึกๆ ไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลไหนดีกว่านี้อีกแล้ว

“ฉันเช็กกับลูกน้องแล้ว คนที่ไปส่งเงินให้แก ไม่ใช่ลูกน้องของฉัน แต่เป็นญาติห่างๆ ที่ถูกไหว้วานไปอีกที มีหวังว่างานนี้คงถูกพี่เวซื้อตัวไปแหงๆ เพราะติดต่อญาติคนนั้นไม่ได้เลย”

“แล้วเราจะทำยังไง ขยับตัวไปทางไหน พี่เวก็จับได้หมด” น้ำเสียงโอดครวญ

“ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะบังคับให้ไอ้ลูกน้องตัวดีไปส่งเงินให้แกใหม่เดี๋ยวนี้เลย”

“แต่พี่เวดักทางเราไว้หมด ถ้าลูกน้องแกโผล่หน้าออกมา เขาก็ต้องรู้สิ”

“ลูกน้องฉันมีคนเดียวที่ไหน เสื้อผ้าฉันไม่ได้ส่งแค่ร้านเดียว เดี๋ยวหาคนใหม่ให้ ไม่ต้องกลัว”

“งั้นก็ได้ แต่อย่ามาส่งที่โรงแรมนะ โดนดักแน่ๆ”

“รู้หรอกน่า ไว้จะส่งข้อความบอกอีกทีว่า ให้ไปรับเงินที่ไหน ส่วนเงินห้าหมื่นที่ไม่ถึงมือแก ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะฉันรู้ดีว่า จะไปตามเอาคืนที่ใคร ยังไงก็ไม่เสียเงินฟรีๆ หรอก”

“เฮ้อ ค่อยโล่งอก นึกว่าจะต้องใช้เงินคืนแกเป็นแสน” ในที่สุดหญิงสาวก็ยิ้มออกมาจนได้

“แต่แกต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ ฉันเป็นห่วง ผู้หญิงคนเดียวไปเที่ยวมันอันตราย”

“ขอบใจแกมากริ ฉันจะดูแลตัวเอง” พูดเสร็จก็วางสายไป สีหน้าแช่มชื่นขึ้น รีบหันไปหาอีกคนที่นั่งรอคำตอบอยู่

“พี่เก่งไม่ต้องกังวลนะคะ ลีมีเงินมาใช้คืนพี่แน่ๆ

“หวังว่าคงไม่ใช่แบงค์กาโม่อีกละ” ศตายุที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น

“ไม่แน่นอนค่ะ”

แล้วหญิงสาวก็แยกตัวกลับห้องไปเพื่อรอข้อความจากเพื่อนสนิท ทิ้งให้ศตายุนั่งทบทวนแผนการเที่ยวในวันนี้เพียงลำพัง

อันที่จริง เขาตั้งใจจะออกจากโรงแรมไปเมื่อชั่วโมงก่อน แต่ดันมาเกิดเรื่องเสียก่อน เลยทำให้แผนวันนี้ต้องปรับใหม่เล็กน้อย เนื่องจากตั้งใจจะไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ และจะเลยขึ้นไปยังตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ แต่พระตำหนักจะปิดทำการในเวลาบ่ายสามครึ่ง ซึ่งดูอย่างไรก็คงจะไม่ทัน จึงอาจจะต้องยกยอดไปเป็นวันพรุ่งนี้ แล้วเปลี่ยนเส้นทางไปถ่ายรูปดอกพญาเสือโคร่งที่ขุ่นช่างเคี่ยนแทน คิดแล้วก็เด้งตัวขึ้นมาจากเตียง ไปเตรียมกล้องและข้าวของให้พร้อมสำหรับการผจญภัยในวันนี้ต่อไป

 


ร่างระหงที่อยู่ในชุดทะมัดทะแมง กระชับกระเป๋าเป้ขึ้นหลัง หลังได้รับข้อความจากเพื่อนรักว่า ให้ไปรับเงินได้ที่ไหน สถานที่นั้นไม่มีปัญหา อย่างน้อยเธอก็สามารถใช้แผนที่ในมือถือได้ แต่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้คือ ชายฉกรรจ์สี่คนที่ยังปักหลักไม่ยอมไปไหน ดักทางเข้าออกเธออยู่ในขณะนี้ต่างหาก

มาลีรินทร์คิดแล้วคิดอีกว่า จะหาทางผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไร สุดท้ายก็คิดออก เพียงแค่ต้องใช้ตัวล่ออีกสักตัวเท่านั้นเอง และหวังว่า แผนนี้ของเธอจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะหากถูกจับได้ โทษของเธอคือตายสถานเดียวไม่มีอุทรณ์

สองขาพาเจ้าของร่างมาหยุดยังประตูบันไดหนีไฟชั้นล่างสุด เหลือบมองผ่านกระจกไปก็เห็นธนเดชและพรรคพวกยังไม่ไปไหน หมวกแก๊ปที่สวมอยู่ถูกดึงลงมาปิดหน้าอีกครั้ง ก่อนจะแนบตัวไปกับประตูแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก

“สวัสดีค่ะ โรงแรมเชียงใหม่เกรทวิว มีอะไรให้รับใช้คะ” เสียงของรีเซปชั่นสาวดังมาตามสาย

“สวัสดีค่ะ ฉัน...มาลีรินทร์นะคะ คนที่เช่าห้อง 402” มาลีรินทร์พูดเสียงเบา ด้วยเกรงว่าคนที่ดักรออยู่จะได้ยิน

“อ๋อค่ะคุณมาลีรินทร์ มีอะไรหรือคะ?” พอรีเซปชั่นสาวทวนชื่อลูกค้า ธนเดชก็เหลือบไปมองทันใด

“ไม่ทราบว่า มีคนมารับของแทนฉันรึยังคะ”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณได้รับของแล้วใช่มั้ยคะ?”

“ยังค่ะ ฉันไม่ได้อยู่ในโรงแรม แต่เดี๋ยวจะมีคนไปส่งของให้ฉันอีกชิ้นหนึ่งนะคะ”

“ได้ค่ะ แล้วไม่ทราบว่าคุณมาลีรินทร์จะกลับเข้าโรงแรมกี่โมงคะ จะได้บอกให้เด็กเตรียมรับของให้”

“น่าจะดึกๆ ค่ะ เพราะตอนนี้ฉันยังอยู่ที่ม่อนแจ่มอยู่เลย อ้อ เดี๋ยวรบกวนช่วยพูดทวนประโยคของฉันให้หน่อยได้มั้ยคะว่า ฉันอยู่ม่อนแจ่ม และจะกลับเข้าโรงแรมอีกทีตอนดึกๆ”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักว่า ลูกค้าสาวผู้นี้ต้องการอะไร แต่รีเซปชั่นก็ยินดีทำให้ตามคำขอ

“คุณมาลีรินทร์อยู่ม่อนแจ่ม และจะกลับโรงแรมตอนดึกๆ นะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ” พูดแล้วก็วางสายไป แล้วรอลุ้นว่า แผนนี้จะสำเร็จดังคาดหรือไม่

 


ธนเดชที่ได้ยินบทสนทนาของรีเซปชั่นสาวทุกคำพูดก็หน้าตึง นี่เขาพลาดอะไรไป? ตั้งใจมาดักรอเธอตั้งแต่เช้ามืด แน่ใจว่า แม้แต่มดสักตัวที่ผ่านห้องนี้ไปก็ถูกเขาตรวจตราอย่างถ้วนถี่ แล้วมนุษย์อย่างมาลีรินทร์จะรอดสายตาเขาไปไหนได้ หรือเขาผิดเองที่คิดว่า เธอจะออกจากโรงแรมช่วงสายๆ เพราะความเป็นจริงคือ เธออาจจะไม่ได้กลับมานอนที่นี่เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าเทศกาลซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะหาจุดกางเต๊นท์นอน ไม่แน่ เธออาจจะปักหลักอยู่บนม่อนแจ่มแล้วตั้งแต่เมื่อคืนก็เป็นได้!

“ไปเอารถมา” ธนเดชหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างกันด้วยความโมโห มาลีรินทร์เอาตัวรอดเก่งเหมือนหนู ที่พอต้อนให้จนมุมก็จะสามารถหนีรอดไปได้ทุกที และครั้งนี้ก็เช่นกัน

 


คนที่ถูกเปรียบกับหนูยิ้มอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่า ธนเดชสั่งลูกน้องให้ถอนตัวออกมาจากประตูทั้งหมด เธอยืนคอยเวลาอย่างใจจดใจจ่อ กระทั่งเห็นพวกเขาหายลับออกไปจากประตูทางเข้า ตรงไปยังรถกระบะที่จอดรออยู่ด้านหน้า เพียงเท่านั้น หญิงสาวก็ผลักประตูไม้ออกไป แล้วส่งยิ้มให้รีเซปชั่นที่ทำหน้างงงวยอยู่ ก่อนจะบอกออกไปเสียงใส

“ขอบคุณนะคะ แล้วของที่มีคนฝากมาก็ได้รับเรียบร้อยแล้ว ส่วนของที่บอกว่ากำลังจะมาส่ง ไม่ต้องรอแล้วนะคะ เพราะยกเลิกไปแล้ว” พูดเสร็จก็ขยิบตาให้ รีบเดินออกไปยังประตูด้านข้าง กะว่าจะโบกรถต่อไปยังจุดนัดหมายที่เพิ่งได้มา

แต่ความคิดก็ต้องเป็นหมัน เมื่อเห็นหนึ่งในลูกน้องของธนเดชยังไม่ไปไหน แถมยังเห็นเธอเข้าอย่างจัง มาลีรินทร์หน้าซีด คิดจะหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนห้อง แล้วค่อยหาวิธีออกจากโรงแรมใหม่ แต่นางฟ้าแห่งโชคชะตาก็ไม่ได้ใจร้ายมากนัก ส่งทางเลือกมาให้เธออีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีกำลังบิดคันเร่งแล้วพามอเตอร์ไซค์คันเก่งทะยานออกมาลานจอด

“พี่เก่ง!” หญิงสาววิ่งไปขวางหน้ารถไว้ พอดีกับลูกน้องของธนเดชที่วิ่งตามมา มืออีกข้างถือโทรศัพท์แนบหูไว้ คงจะโทร.รายงานหัวหน้า

“มีอะไร” ศตายุเบรกจนตัวโก่ง รู้สึกเหมือนกำลังจะเจอปัญหารำไร เมื่อเห็นเธอวิ่งหน้าตาตื่นมาเช่นนี้

“ให้ลีไปด้วยค่ะ!” ไม่พูดเปล่า เธอยังกระโดดขึ้นซ้อนท้ายเขาหน้าตาเฉย

“เดี๋ยว...”

“เจอตัวแล้วครับ!” เสียงของชายผู้นั้นดังขัดจังหวะศตายุ ขณะวิ่งเข้าหาหนุ่มสาวที่ควบมอเตอร์ไซค์อยู่

“ไปก่อนค่ะพี่เก่ง เดี๋ยวลีเล่าให้ฟัง!” ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ เขาก็บิดคันเร่งเต็มกำลังเพื่อหนีจากชายร่างใหญ่ออกมาเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

“นี่มันเรื่องอะไร!” เขาตะโกนถาม พยายามประคองรถไม่ให้เสียหลัก ขณะเลี้ยวเข้าสู่การจราจรที่ค่อนข้างคับคั่งบนถนนเลียบคูเมือง

“จำเรื่องที่ลีเล่าให้ฟังได้มั้ยคะ นั่นแหละค่ะ” หญิงสาวพูดแข่งกับแรงลมที่พัดเข้ามาปะทะ ก่อนจะหันไปมองด้านหลัง จึงเห็นรถกระบะของธนเดชตามมาไกลๆ

“มันจะมาฆ่าปิดปากลีรึไง ทำไมตามขนาดนี้!

“พวกนั้นจะมาตามเอาเพชรคืน”

“งั้นเดี๋ยวพี่จะเอาไปคืนมันเอง” ศตายุหัวเสีย แผนการเที่ยวสำหรับวันนี้ล่มไม่เป็นท่า

“อย่านะคะพี่เก่ง นั่นเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ยายให้ลีไว้ ถ้าพี่เก่งเอาไปคืน ลีคงไม่ได้เห็นมันอีกตลอดชีวิต” น้ำเสียงเธอฟังดูเศร้าสร้อย จนเขาเริ่มใจอ่อน

“แล้วทำไมต้องเป็นพี่ด้วยละเนี่ย” พูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกๆ มองกระจกหลังก็เห็นรถกระบะสีขาวยังตามมาอย่างไม่ลดละ จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าซอยแคบๆ ด้านหน้าอย่างกระชั้นชิดเพื่อหนีการติดตาม สลัดพวกนี้ให้หลุดก่อน และค่อยคุยถึงสถานการณ์นี้กับเธอทีหลังก็ยังไม่สาย...รึเปล่า?

 มาลีรินทร์ใจเสีย เกาะเอวศตายุเอาไว้มั่น ไม่คิดว่า เรื่องจะบานปลายถึงขนาดนี้ คาดว่า เวธัสคงเอาจริง ไม่ยอมปล่อยมือจากเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่

รถกระบะที่ตามมาติดๆ แตะเบรกทันที เมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์เลี้ยวหายเข้าไปในซอยเล็กๆ อย่างรวดเร็ว ธนเดชรีบสั่งให้ลูกน้องเลี้ยวตามไป โชคดีที่ลูกน้องคนหนึ่งเห็นศตายุเดินลงมาจากลิฟต์เสียก่อน จึงคิดว่า ชายผู้นี้อาจจะพาพวกเขาไปหาตัวมาลีรินทร์ได้ไม่ยาก แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ที่แท้เธอก็กุเรื่องมาหลอกปั่นหัวพวกเขาจนได้

แสบจริงๆ

“ผมว่าเราตามไม่ทันแน่ครับ” คนที่จับพวงมาลัยอยู่บอกเสียงเครียด เนื่องจากซอยนี้ค่อยข้างแคบ มอเตอร์ไซค์จึงได้เปรียบความรถกระบะคันใหญ่อย่างเห็นได้ชัด

“ตามไปก่อน” ธนเดชทำหน้าเครียดไม่แพ้กัน อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็จะได้ตัวแม่จอมยุ่งแล้ว แต่เธอกลับบินหนีเขาไปซึ่งๆ หน้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จเช่นกัน!

“พี่เดชครับ แผนที่บอกว่า มีทางตัดออกถนนใหญ่ข้างหน้า ถ้าเราไปทางนี้ อาจจะไปดักคุณรินทร์ได้ที่หน้าปากซอย”

“งั้นก็ไปเลยสิ!” สิ้นเสียงของธนเดช รถกระบะก็หักเลี้ยวออกไปยังถนนใหญ่ พอหลุดจากทางแคบๆ ก็เร่งความเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว กะจะไปดักรอมอเตอร์ไซค์อย่างมีความหวัง

แม้จะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะเป็นไปตามแผนไหม แต่เขาก็ไม่มีอะไรจะต้องเสีย ก็ต้องลองวัดดวงกันสักตั้ง และเหมือนโชคกำลังจะกลับมาอยู่ข้างเขา เมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์คันนั้นโผล่พรวดออกมาจากซอย จึงรีบสั่งลูกน้องให้ตามประชิด แต่มอเตอร์ไซค์ไวกว่า เพียงแค่เห็นรถของเขากำลังพุ่งเข้าใส่ ก็รีบบิดคันเร่งหนีแล้วหักเลี้ยวเข้าไปในซอยแคบข้างๆ อีกซอยหนึ่งทันที

“ปัดโธ่โว้ย!” ธนเดชสบถอย่างหัวเสีย ทว่าลูกน้องก็ขับตามอย่างไม่ลดละ กระทั่งเจอตอเป็นรถหกล้อที่ขับอยู่ด้านหน้า ความเร็วพอๆ กับเต่าที่ค่อยๆ คลานอย่างเชื่องช้า ทุกคนในรถก็หัวทิ่ม เมื่อคนขับแตะเบรกจนดังเอี๊ยด เกือบจะชนท้ายรถหกล้ออยู่รอมร่อ แต่กลับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่หลบหลีกรถคันใหญ่ได้อย่างคล่องตัว ก่อนจะแซงขึ้นไป แล้วหายลับไปจากสายตา

“เอายังไงดีครับพี่!

“จะเอายังไงล่ะ รีบออกจากไอ้ซอยบ้านี่สักทีสิ!

 


“เรารอดแล้วค่ะพี่เก่ง!” มาลีรินทร์บอกอย่างดีใจ เมื่อเห็นรถกระบะคันนั้นไม่สามารถแซงรถหกล้อในซอยแคบๆ ได้

“เราเหรอ?” ศตายุทวนคำ นึกอยากจะทิ้งเธอเอาไว้เสียตรงนี้ จะได้หมดเรื่องหมดราว ตั้งแต่เกิดมาก็มีครั้งนี้แหละที่เขาขี่มอเตอร์ไซค์ได้ระห่ำที่สุด!

“โธ่ พี่เก่งคะ ยังไงพวกนั้นก็เห็นหน้าพี่เก่งแล้ว คงคิดว่า เป็นพวกเดียวกับลีแน่ๆ ถ้าเราแยกกันตอนนี้ พี่เก่งอาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้นะ” หญิงสาวตะล่อม ยังไม่พร้อมถูกลอยแพในตอนนี้

“งั้นก็ลงไป” พูดเสร็จก็ชะลอรถจอดอยู่ข้างฟุตปาธ

“พี่เก่ง...” มาลีรินทร์หน้ามุ่ย ไม่ยองลงรถท่าเดียว “ฟังลีก่อนนะคะ ถ้าหากว่า...”

“ลงไป พี่ไม่อยากมีปัญหาอะไรอีกแล้ว นี่พี่มาเที่ยว ไม่ได้มาหนีตายกับใคร” เขาบอกอย่างหมดความอดทน คนรู้จักก็ไม่ใช่ เหตุใดจะต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงเช่นนี้ แค่เหตุการณ์เมื่อครู่ก็พอให้เขารู้ว่า การอยู่ใกล้เธอมักจะมีแต่เรื่องราว ดีที่สุดคือ ทางใครทางมัน ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป

“แต่ลีไม่...”

“หรือจะให้พี่เอาลีไปส่งให้พวกนั้น?” เขาหันมามองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ไม่คิดจะใจอ่อนอีกต่อไป

ฝ่ายคนที่ถูกไล่ให้ลงจากรถทำหน้าเสีย เธอไม่คิดว่า เขาจะเอาจริงขนาดนี้ แต่ก็ยอมลงไปยืนอยู่บนฟุตปาธ ทั้งที่มือก็ยังยึดที่จับด้านหลังของรถอยู่

“พี่เก่งอย่าทำอย่างนี้กับลีเลยนะคะ ลีไม่รู้จะพึ่งใครอีกแล้ว”

“ก็พึ่งตัวเองไปก่อนนะลี” พูดจบก็แกะมือเธอออก แล้วบิดคันเร่งออกไปทันที ไม่มีแม้แต่จะเหลียวมามองคนที่ยืนเอามือกุมขมับอยู่ด้านหลัง

มาลีรินทร์เข้าตาจน เธอไม่มีพาหนะใดๆ นอกจากรถโดยสารประจำทาง ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีแม้แต่บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการเงินขึ้นมา

แต่เดี๋ยว...เธอมีแอปพลิเคชั่น!

แอปพลิเคชั่นที่สามารถตามตัวเขาได้ทุกที่บนโลก และคาดว่าฝ่ายนั้นคงยังไม่รู้ตัวว่า เขาอยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา และที่สำคัญคือ เขามีเพชรของยายติดตัวไปด้วย และเธอก็ยังไม่ได้ใช้เงินคืนให้เขาเลยแม้แต่บาทเดียว

ลูกหนี้อย่างเธอ เป็นลูกหนี้ชั้นดี หากไม่ได้ใช้เงินคืนคงตายตาไม่หลับแน่นอน แต่ก่อนอื่นนั้น ต้องรีบติดต่อสถาบันทางการเงินแห่งเดียวของตัวเองก่อน เกี่ยวกับสถานที่นัดพบเพื่อรับเงินอีกครั้ง!

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

เขียนตอนนี้ นึกว่ากำลังเขียนบทหนังให้ transporter ภาครถมอเตอร์ไซค์ 555 แต่บอกว่าไว้เลยว่า ปลิงเรื่องนี้ เป็นปลิงจริงๆ ปลิงที่จะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปแน่ๆ ค่ะ!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น