รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 8 : 7. ความสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

ความสงสัย

 

 

“เขียด สมมติว่าแกเป็นผู้ชาย แล้วมีผู้หญิงเข้ามาชอบ แกจะรู้สึกยังไง?”

หญิงสาวที่นั่งคิ้วชนกันอยู่ที่โต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายออกแบบถามขึ้น เมื่อเห็นร่างสูงของลูกน้องคนสนิท

เดินเข้ามาหาพร้อมสตอรี่บอร์ด

“ผมก็เป็นผู้ชายอยู่แล้วไงพี่ ไม่ต้องสมมติหรอก” เกียรติภูมิทำหน้าประหลาดใจ

“เออน่า ผู้ชายก็ผู้ชาย รีบตอบมาเร็วเข้า” สิตางศุ์เร่ง หากอีกฝ่ายกลับทำตาวิบวับ

“ฮั่นแน่ ที่ถามนี่อย่าบอกนะว่า ไปแอบปิ๊งใครเข้าให้ แล้วหนักอกหนักใจ ต้องมาปรึกษาปัญหาหัวใจกับเขียด”

“จะบอกไม่บอก ถ้าไม่บอกจะได้ไปถามเจ๋งแทน”

“อะๆ บอกก็ได้ แหม แค่นี้ทำเป็นใจน้อย” เกียรติภูมิอมยิ้ม “ใครที่ไหนจะไม่ชอบกันละพี่ แถมถ้าคนนั้นสวยๆ เอ๊าะๆ ด้วยแล้วนะ โอ๊ย...อย่าให้บอก จะรีบตะครุบไว้เป็นของตัวเองเชียว”

“ต้องเอ๊าะด้วยเหรอ?” สิตางศุ์เปรยเบาๆ มิน่าละ หมอชินถึงไม่ตกหลุมเธอสักที เพราะไม่เอ๊าะนี่เอง

“มันก็ไม่แน่หรอกพี่ บางคนชอบคนแก่คราวแม่ก็มีให้เห็น”

ได้ยินดังนั้นคนฟังก็เหล่ตา นี่เธอแก่คราวแม่เชียวหรือ?

“สรุปว่า แล้วแต่สเปคใครสเปคมันสินะ”

“แหงละพี่ ถ้าชอบผู้หญิงคนเดียวกันทั้งโลก ก็ไม่ได้สืบเผ่าพันธุ์พอดีสิ”

“ก็จริง” เธอครุ่นคิดอยู่ในใจ นอกจากจะต้องวางแผนขุดหลุมดักหนุ่มแล้ว ยังจะต้องมาตามหาความจริงอีกว่า นี คือใคร

โอ๊ย จะจีบผู้ชายทีทำไมมันปวดกบาลจัง

 

เสียงกระดิ่งดังขึ้น เมื่อผลักประตูกระจกของคลินิกสัตว์เลิฟเพ็ตเข้าไป ด้านในตกแต่งไปด้วยเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายบนผนังสีเหลือง มีเคาน์เตอร์อยู่ด้านหน้า และโซฟาสำหรับผู้มาติดต่ออีกสองสามตัว ด้านหลังกั้นด้วยกระจกฝ้า เป็นห้องตรวจของคุณหมอรูปหล่อไม่ผิดแน่

“สวัสดีครับ” เด็กหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เอ่ยทักทันที เมื่อเห็นสาวสวยเดินเข้ามาในคลินิก

โชคดีที่วันนี้ไม่มีลูกค้าเลยสักราย จึงเป็นโอกาสดีให้หญิงสาวได้มีข้ออ้างในการชักชวนคุณหมอหนุ่มออกไปกินข้าวกลางวันกันสองต่อสอง

ในเมื่อดินเนอร์มันล้มไม่เป็นท่ามาสองครั้งแล้ว ก็ขอเป็นลั้นช์แทนก็แล้วกันนะคะ!

“สวัสดีค่ะ หมอชินอยู่มั้ยคะ?”

“อยู่ครับ จะให้ผมไปบอกว่าใครมาพบดีครับ” หนุ่มน้อยทำหน้าแปลกใจ ปกติไม่เคยเห็นมีสาวๆ บุกมาถึงคลินิกเพื่อมาพบหมอสักครั้ง

“บอกว่าตังก็ได้ค่ะ”

ได้ยินดังนั้นหนุ่มน้อยก็พยักหน้ารับ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องกระจกฝ้าด้านหลัง ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคุณหมอหนุ่ม

“มาที่นี่ได้ไงครับคุณตัง?” คชินทร์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นร่างระหงในชุดทำงานยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า

“ก็ออฟฟิศของตังอยู่ตึกด้านหน้านี่เอง เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะว่า ที่ทำงานเราอยู่ใกล้กัน หลังจากที่คุยกับน้องใบเฟิร์นเมื่อวาน” พูดพลางส่งยิ้มหวานไปให้อีกฝ่ายที่ยังอดแปลกใจไม่ได้

โลกจะกลมอะไรขนาดนั้น

“ตังจะแวะมาถามเรื่องหมาตัวเมื่อวานที่หมอชินบอกว่ามันเป็นโรคไข้หัด ตอนนี้ผลจากโรงพยาบาลมารึยังคะ สรุปแล้วเป็นไข้หัดจริงๆ หรือว่าแค่ปอดบวม” สิตางศุ์อยากรู้อาการของเจ้าแก่เมื่อวานจากใจจริง แม้มันจะอยู่ในส่วนหนึ่งของแผนการก็ตาม

สวยด้วย ฉลาดด้วย แถมน้ำใจงามอย่างตัง ไม่น่าปล่อยให้หลุดมือนะคะหมอชิน!

หมอหนุ่มพยักหน้ารับ “มันเป็นไข้หัดจริงๆ ผมบอกมูลนิธิไปแล้วว่าคงต้องทำใจ แต่รู้สึกว่าอาจารย์หมอที่เป็นเจ้าของมูลนิธิ เขาจะกลับมาวันนี้ ถ้าถึงมืออาจารย์หมอ บางทีเจ้าดำตัวนั้นอาจจะมีทางรอดก็ได้”

“ตังก็ขอให้เป็นอย่างนั้นนะคะ อุตส่าห์รอดจากไฟไหม้ แล้วจะไม่รอดจากไข้หัดได้ไง” หญิงสาวยิ้มรับ พลางคิดไปถึงเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อดทนอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

คชินทร์เหลือบมองใบหน้าอ่อนโยนของหญิงสาวที่จะอ่อนไหวทุกครั้งหากมีเรื่องหมาๆ แมวๆ เข้ามาเกี่ยว ดูอย่างเมื่อวานนี้เถอะ เธอไม่ห่วงสวยเลยแม้แต่น้อย แถมยังดูมอมแมมยิ่งกว่าเจ้าสี่ขาพวกนั้นเสียอีก คิดแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ยิ้มอะไรกันหมอชิน อย่าบอกนะว่ายังขำสภาพ เมื่อวานของตังอยู่” หญิงสาวค้อนขวับทันควัน

“ไม่มีอะไรครับ” เขาตัดบท ไม่อยากไปกวนอารมณ์เธอให้เสีย

“ไม่มีอะไรได้ยังไงกัน เมื่อกี้หมอชินยัง โอ๊ย!” ยังไม่ทันพูดจบ ร่างระหงก็บิดงอราวกับเจ็บปวดเหลือแสน มือน้อยยกขึ้นมากุมท้องโดยพลัน

“เป็นอะไรไปครับ” คชินทร์ตกใจ รีบเข้าประคองหญิงสาวไปนั่งพักบนโซฟารับรอง

“สงสัยโรคกระเพาะกำเริบน่ะค่ะ” ใบหน้าสวยเหยเก

“แล้วคุณกินข้าวเที่ยงรึยังครับ”

“ยังเลยค่ะ วันนี้ตังอยู่เคลียร์งานที่หนีไปเมื่อวานเลยเลยเวลาพักไปหน่อย กะว่าจะมาหาซื้ออะไรกินข้างล่าง แต่นึกขึ้นได้เลยแวะมาหาหมอชินก่อน” คนพูดลูบท้องตัวเองป้อยๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าวกับผมเลยมั้ยครับ กำลังจะพักเที่ยงพอดี” หมอหนุ่มชวนอย่างเต็มใจ เพราะดูท่าทางแล้วเธอคงจะปวดมาก ดูเถอะ...หน้าซีดเชียว

คนที่ถูกชวนรีบกัดริมฝีปากของตัวเองไว้ ไม่ให้เผลอยิ้มออกมา ปวดท้องคืออะไรไม่รู้จัก มีแต่ความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์!

“ขอบคุณมากเลยค่ะหมอชิน”

คชินทร์ยิ้มรับ หันไปสั่งงานเล็กๆ น้อยๆ ไว้กับหนุ่มหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะออกไปพร้อมกับหญิงสาวที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมา มือยังกุมไว้ที่ท้อง

“ร้านประจำผมอยู่ไม่ไกลมาก ทนไหวรึเปล่าครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตังไหว” พูดแล้วก็แอบอมยิ้ม ที่เห็นเขาเป็นห่วงเป็นใย

 

ร้านอาหารที่คชินทร์มาพาเป็นร้านอาหารไทยที่อยู่ไม่ห่างจากคลินิกมากนัก ตกแต่งดูดีจนไม่อยากเชื่อว่า มันหลงหูหลงตาเธอไปได้อย่างไร คราวหน้าคงต้องพกพวกทะโมนมาเปลี่ยนร้านดูบ้าง

“หมอชินมาที่นี่บ่อยรึเปล่าคะ?” สิตางศุ์เอ่ยปากถาม ขณะรับเมนูที่พนักงานยื่นให้

“ก็ไม่บ่อยมากครับ ถ้าวันไหนไม่ค่อยยุ่งก็จะออกมาเอง”

“อ้าว แล้วถ้าวันไหนยุ่งๆ ล่ะคะ ทำยังไง?”

“ให้เมฆ เด็กที่อยู่เฝ้าเคาน์เตอร์ไปซื้อให้ครับ”

“แสดงว่าหมอชินชอบอาหารไทยแน่เลย ถึงติดใจร้านนี้”

“ครับ ผมว่าอาหารไทยมันมีทุกรสชาติ ไม่เหมือนอาหารฝรั่ง”

เป็นแฟนตังสิคะ รับรอง...ชีวิตของหมอจะเจอทุกรสชาติเหมือนกัน คอนเฟิร์ม

แล้วคนฟังก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสั่งอาหารกับพนักงานเสิร์ฟที่ยืนรออยู่ ใช้เวลาไม่นานนักอาหารที่สั่งก็ค่อยๆ ทยอยมาวางตรงหน้า ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายให้สอ

“ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องต้มยำกับห่อหมก ถ้าคุณตังไม่ค่อยปวดท้องแล้วก็ลองชิมดูก็ได้ครับ” คชินทร์เอ่ยชวน เมื่อเห็นสาวสวยเหลือบมองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย

“น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ” พูดแล้วหญิงสาวก็ชิมต้มยำเป็นอันดับแรก รสชาติกลมกล่อมกำลังดี เผ็ดๆ เปรี้ยวๆ ตัดด้วยเค็มกับหวาน

“อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ”

กินกันไปก็คุยกันไป โดยชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังถูกล้วงความลับอยู่

“แล้วครอบครัวของหมอล่ะคะ ไม่มาอยู่ด้วยกันหรอกเหรอ”

“พ่อแม่ผมทำธุรกิจอยู่แถวใต้ เลยไม่ค่อยได้มากรุงเทพสักเท่าไร นานๆ ทีผมถึงจะไปเยี่ยมพวกท่านสักครั้ง”

“แล้วพี่น้องของหมอล่ะคะ?”

“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ”

“ตังก็ลูกคนเดียวค่ะ” สิตางศุ์อมยิ้ม “เมื่อก่อนเหงามากไม่มีพี่มีน้องเหมือนคนอื่น แม่ก็เลยเลี้ยงหมาให้เป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กๆ ตังก็เลยโตขึ้นมาพร้อมกับหมา”

“ถึงว่าสิ ดูคุณทุ่มเทให้มันมาก” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ค่ะ ตังรู้สึกว่ามันน่าสงสาร เกิดมาก็มีกรรมแล้ว”

“มีกรรม? ยังไงครับ?”

“ก็พูดไม่ได้ไงคะ น่าสงสารออก พูดเป็นอยู่คำเดียวโฮ่งๆ ตกใจก็โฮ่ง ดีใจก็โฮ่ง เสียใจหรือว่างอน ยังโฮ่งเลย” สิ้นเสียงคนที่ทำเสียงโฮ่งๆ อยู่ คชินทร์ถึงกับหัวเราะออกมา

“ขำอะไรกันคะหมอ” สิตางศุ์ขมวดคิ้วมุ่น

“คุณไง” เขาชี้ไปยังอีกฝ่าย “คุณตลกดี” แถมดูเพี้ยนๆ ยังไงชอบกล คชินทร์คิดต่อในใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป

สิตางศุ์หัวเราะผสมโรงไปด้วย แหม นานๆ ทีจะได้ยินคนหน้าเฉยหัวเราะบ้าง อย่างนี้มันน่าจะออกมาอ่อย เอ๊ย มาหาทุกวันเลยสิให้ตาย

ไม่ใช่เป็นคนตลกอย่างเดียวนะคะหมอ แต่ตลกอยากรับประทาน (หมอ) ซะด้วย เอ้า!

 

หลังจากอาหารกลางวันแสนสุขผ่านพ้นไป หญิงสาวก็ยังยืนยันจะกลับไปยังคลินิกของคุณหมอหนุ่ม โดยให้เหตุผลว่า จะอยากได้วิตามินให้เจ้าใบ้ที่เพิ่งฟื้นไข้ แม้ว่าเจ้าของคลินิกจะยืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเขาจะเอาไปให้เธอที่บ้านเอง แต่คนหัวดื้อก็ยังดึงดันเช่นเดิม

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากให้เป็นธุระของหมอชิน”

“ไม่ได้เป็นธุระอะไรหรอกครับ แต่มันลำบากคุณมากกว่า เดี๋ยวต้องเดินอ้อมตึกกลับไปออฟฟิศอีก ให้ผมส่งหน้าตึกเลยดีกว่า”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ อย่าลำบากเลย เชื่อตังเถอะ” หญิงสาวยังยืนยันหนักแน่น จนในที่สุดคุณหมอผู้แสนดีก็ใจอ่อนยอมเธอพากลับมาที่คลินิกด้วยกันอีกครั้ง

ทันทีที่ร่างสูงของคชินทร์หายลับเข้าไปในห้องด้านหลังเพื่อจัดยา สิตางศุ์ก็รีบปฏิบัติการในแผนขั้นต่อไปทันที

“น้องเมฆใช่มั้ยคะ” พูดทักเด็กหนุ่มหน้าเคาน์เตอร์ทันทีที่เดินเข้าไปหา

“ครับ มีอะไรเหรอพี่”

“น้องเมฆมีแฟนรึยังคะ” ได้ยินคำถามนี้จากสาวสวย เมฆถึงกับเบิกตาโพลง สีหน้าตื่นตกใจ

“พี่...เอ่อ...”

“เฮ้อ...ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้พี่มีคูปองที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสุขุมวิทราคาสองพันบาทสองใบ น้องอยากได้ รึเปล่า”

“เดี๋ยวๆ พี่ ตอนนี้ผมชักงงละ พี่ต้องการอะไรกันแน่?” ได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็มองซ้ายมองขวา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดขึ้นมาเบาๆ

“บอกพี่มาว่า หมอชินมีแฟนรึยัง” ที่เธอย้อนกลับมายังคลินิกก็เพื่อคำถามนี้เท่านั้น

เมฆหัวเราะก๊าก ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

“ปัดโธ่พี่! ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่ทีแรก ทำเป็นลับๆ ล่อๆ อยู่ได้ตั้งนาน ว่าแต่คูปองที่พี่บอก จะให้ผมจริงๆ รึเปล่าล่ะ”

“จริง รีบบอกมาเร็วเข้า”

“ยังไม่มีหรอกพี่ ผมทำงานกับหมอมานาน ยังไม่เคยเห็นแกเอาผู้หญิงมาที่คลินิกสักคน ก็มีพี่นี่แหละคนแรก” เมฆตอบเสียงเบา แล้วนางมารในคราบนางเอกก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

“แล้วคนที่ชื่อ นีเป็นใคร?”

“ผมไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่ไม่น่าใช่แฟนหมอนะพี่ เพราะผมไม่เคยเห็นหมอพาเขามาคลินิกสักครั้ง”

หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิด จัดการยื่นคูปองสินบนให้เด็กหนุ่มตามที่ตกลงกันไว้

“อะนี่ คูปองอาหารญี่ปุ่น แล้วอย่าบอกเรื่องนี้กับหมอชินก็แล้วกัน” สิตางศุ์ย้ำอีกที

“ได้เลยครับพี่” เด็กหนุ่มยิ้มกริ่ม จู่ๆ ลาภก็ลอยมาชนเข้าให้จังๆ

สิตางศุ์ครุ่นคิด ในเมื่อมีคนใกล้ชิดยืนยันว่านีไม่ใช่แฟนหมอ แต่ทำไมฝ่ายนั้นต้องร้อนใจรีบโทร.หา ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นอะไร? ถึงอย่างไร เธอก็ต้องรู้ให้ได้ว่า สองคนนี้มีความสัมพันธ์กันเช่นไร

เธอเป็นใครกันแน่...นี?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #749 akkanee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 13:25
    น่ากลัวมากเลยนางเอกของเรา
    #749
    0
  2. #612 กวาง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2554 / 19:33
    ทีตอนรักษาระยะห่างก็ตามทันทุกเรื่อง

    แต่พอมาเจอตังในอีกมุม หมอชินตามไม่ทันซะแล้ว

    หรือว่าหัวใจมันสั่งคะ
    #612
    0
  3. #589 Chicky ya ya ya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 23:54
    นางเอกของเรานี่มีร้อมเล่ห์เล่มเกวียนจริงๆ อิอิ
    #589
    0
  4. #261 prawpraw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 17:36
    โถ่ หัดตามให้ทันหน่อยหมออออออ หมั่นใส้นางเอกแล้ว ว่างๆ ก็จับไต๋ให้ทันหน่อนน้า 5555555
    #261
    0
  5. #248 GR*A*CE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 14:09
    มารยานางเอก น่าจะได้รางวัลตุ๊กตาทองแสดงสมจิงตลอดเลย5555
    #248
    0
  6. #64 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 20:39
    นั่นสิแล้วเธอเป็นใครกันยัยนี!
    #64
    0
  7. #61 suket (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 15:41
    อืม...ว่าแต่แผนการหนูตังจะคิดแผนอะไรต่อไปล่ะเนี่ย เจ้าแผนการนะเนี่ย^^
    #61
    0
  8. #60 นางสาวแสนดี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 13:35
    คนสวยครบสูตรมีติดสินบนเด็กด้วย



    อ๊าย แสนดีก็ชอบอาหารญี่ปุ่นนะ อยากได้สินบนนั้นจังเลย
    #60
    0
  9. #59 ดารานิล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 12:04

    ตอนนี้เขียนด้วยความเบลอๆ นะคะ ถ้ามันแปลกๆ สามารถทักได้เลย 5555
    และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย หากคำผิดมันจะมากมาย
    แล้วจะแก้ไขในตอนรีไรท์อีกทีนะคะ :)

    คุณนางสาวแสนดี : เป็นเหมือนกันค่ะ ถ้าเห็นข่าวเกี่ยวกับหมาๆ แมวๆ นี่น้ำตาซึมทุกทีเลย 55

    คุณหิ่งห้อยสีเหลือง : คุณหมอ ยังโสดค่ะ คนสวยคอนเฟิร์ม อิอิ

    คุณsuket : เงินไปหายไปพร้อมกับของไร้ประโยชน์ที่ซื้อมาเต็มบ้านค่ะ ฮ่าๆๆ ส่วนยัยนี นี่จะเป็นใครต้องติดตาม


    และขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทาย
    ( ดารานิล
    )



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 มิถุนายน 2554 / 12:11
    #59
    0