รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 2 : 1. เออชะรอยเราเป็นเนื้อคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 เม.ย. 59

เออชะรอยเราเป็นเนื้อคู่

 

 

“ขอบคุณมากครับ แต่ผมคงต้องรีบกลับก่อน”

หนุ่มหล่อบอกปัดอย่างสุภาพ เพราะไม่อยากขึ้นบ้านหญิงสาวให้เป็นที่ติฉินนินทาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเข้ามาอยู่

แต่อีกฝ่ายกลับไม่เป็นอย่างนั้น อยากเหลือเกินที่จะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ได้กลายเป็นข่าวใหญ่คับซอยเลยยิ่งดี ประโคมเข้ามาไม่ต้องยั้ง จะได้รู้ให้ทั่วไปเลยว่าหนุ่มผู้นี้มีคน จองแล้ว

“แต่ยังไงตังก็รู้สึกติดหนี้คุณอยู่นะคะ เอาเป็นว่าแค่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้ ตังมีเสื้อผ้าของพ่อติดตู้เอาไว้ ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ หรือว่าคุณไม่สะดวกใจคะหมอชิน?”

สิตางศุ์ไม่ยอมแพ้ อุตส่าห์เจอผู้ชายในสเป็คทั้งที แถมยังเป็นสัตวแพทย์หน้าที่การงานดีเลิศ ถ้าปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยไม่ทำอะไรก็คงจะไม่ใช่ สิตางศุ์ ราชโยธิน เสียแล้ว!

คชินทร์มองดวงหน้าหวานอย่างชั่งใจ ไม่ว่าเขาจะหาข้ออ้างอย่างไร ก็ถูกเธอเกทับได้หมดทุกข้อ จนในที่สุดก็ยอมแพ้ ตอบรับข้อเสนอของเธออย่างไม่มีทางเลือก

“เอาไว้ถ้าผมได้ย้ายเข้ามาอยู่เมื่อไร จะเอาเสื้อผ้าของพ่อคุณมาคืนก็แล้วกันครับ”

ได้ยินเพียงเท่านี้หญิงสาวก็ลอบยิ้มอย่างถูกใจ พลางส่งสายตาหวานหยดย้อยไปให้อีกฝ่ายที่ตีหน้าขรึม

“งั้นก็รีบไปกันเถอะค่ะ เจ้าใบ้หนาวจนตัวสั่นแล้ว” แล้วคนอุ้มหมาตัวน้อยที่เปียกปอนไว้ในอ้อมแขน ก็เดินนำร่างสูงของคุณหมอคชินทร์กลับบ้านเพื่อทำมิดีมิร้าย เอ๊ย! เปลี่ยนเสื้อผ้าต่อไป

 

ภายในบ้านที่มีเพียงแสงจากเทียนไขให้ความสว่างแทนหลอดนีออนที่ดับไป กลับกลายเป็นการดีเมื่อต้องอยู่กับผู้ชายหล่อล่ำสองต่อสอง จากที่เคยนึกก่นด่าเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรอยู่หลัดๆ ก็กลายเป็นปลื้มอกปลื้มใจที่มาดับได้ถูกจังหวะเสียจริงๆ

“ไฟดับ?” คชินทร์ที่ยืนคว้างอยู่กลางบ้านอุทานด้วยความแปลกใจ

“ใช่ค่ะ ตังเพิ่งไปบอกให้เขามาซ่อมก่อนเจอหมอชินเอง คืนนี้คงต้องทนอยู่มืดๆ ไปก่อนแล้วละค่ะ เพราะกว่าช่างจะมาซ่อมให้ก็เป็นวันพรุ่งนี้ แต่ดับแค่ไฟนะคะ น้ำยังไหล ยังไงหมอชินก็อาบน้ำก่อนได้เลย เดี๋ยวตังจะเอาเสื้อผ้าของคุณพ่อลงมาให้”

เธอเดินมาพร้อมเทียนไขในมือ ก่อนจะยื่นมันไปให้หนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอวดกล้ามสวยผ่านเสื้อบางเบาอยู่กลางห้องรับแขก

“ขอบคุณครับ” พลางยื่นมือออกไปรับเทียนไขไว้ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำรับแขกด้านล่าง

สิตางศุ์มองแผ่นหลังกว้างที่ลับตาไปอย่างปลาบปลื้ม เด็กอาไร้ หล่อกระชากใจชะมัด!

“งึดๆๆ” เสียงครางเบาๆ ของเจ้าใบ้ในอ้อมแขน ฉุดความคิดเตลิดเปิดเปิงของเธอให้กลับคืนร่าง จึงรีบอุ้มเจ้าแสนซนวิ่งขึ้นบันไดไปเร็วจี๋ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะเจ็บไข้ได้ป่วยไปเสียก่อน

 

ไม่นานนักร่างสูงใหญ่ในเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงวอร์มสีกรมท่า ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พลางกวาดตามองรอบบ้านอย่างสนอกสนใจในสไตล์การแต่งบ้าน ตัวบ้านทาสีขาวสะอาดตาทุกห้อง เฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชิ้นก็เข้ากันได้ดี แต่ที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นโซฟาดีไซน์เก๋สีแดงซึ่งจัดวางไว้ตรงข้ามกับทีวีขนาดห้าสิบนิ้ว ภายใต้แสงเทียนนับสิบเล่ม จึงทำให้บรรยากาศของบ้านดูอบอุ่นผ่อนคลายมากทีเดียว

คชินทร์เดินชมรอบบ้านไปเรื่อยๆ เพราะต้องเก็บรายละเอียดเผื่อได้ไอเดียกลับไปแต่งบ้านของตัวเองที่กำลังจะย้ายเข้ามาอยู่ในอีกสามวันข้างหน้าบ้าง บ้านที่เขาซื้อเอาไว้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของหญิงสาวเท่าไรนัก มันอยู่ถัดจากซอยนี้ไปแค่อีกซอยเดียวเท่านั้น ฉะนั้นสิตางศุ์ก็คงจะเรียกว่าเป็นเพื่อนบ้านคนแรกของเขาได้กระมัง

แต่แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ใบสมัครสมาชิกนิตยสารรายปีฉบับหนึ่งวางหราอยู่บนโต๊ะรับแขกสีขาว ชายหนุ่มไล่สายตาไปมองเล็กน้อยก็ต้องสะดุดอยู่ตรงช่องข้อมูลสมาชิกที่เจ้าของบ้านกรอกทิ้งไว้

น.ส.สิตางศุ์ ราชโยธิน อายุ 31 ปี ฯลฯ

เรียวปากหยักได้รูปกระตุกยิ้ม เมื่อเผลอคิดไปว่าเธอผู้นี้คงอายุอ่อนกว่าเขา แต่ที่ไหนได้กลับเป็นเขาเองที่อ่อนกว่าเธอถึงสี่ปี

“อ้าว อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะหมอชิน” เสียงหวานดังขึ้น เรียกให้เขาหันกลับไปมอง ภายใต้แสงเทียนสลัวเช่นนี้ ต้องยอมรับว่าสิตางศุ์สวยงามราวภาพวาด ช่วงขาเรียวยาวน่ามองโผล่พ้นกางเกงขาสั้น พาร่างระหงเดินลงบันไดมาพร้อมๆ กับเจ้าแจ็ครัสเซลล์ตัวเล็กที่ตอนนี้กลับมาร่าเริงได้ดังเดิม

“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ มันเป็นนิสัยส่วนตัวของเขาอยู่แล้วที่ช่างเป็นคนประหยัดคำพูดเสียเหลือเกิน

“ขอโทษทีค่ะที่ปล่อยให้รอ พอดีตังอาบน้ำให้เจ้าใบ้เสร็จ ก็เลยต้องอาบให้ตัวเองไปด้วย เพราะมันเล่นซะตังเปียกมะล่อกมะแล่กไปทั้งตัว” หญิงสาวพูดยิ้มๆ

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ว่าจะกลับแล้วเหมือนกัน” คชินทร์ออกตัวไว้ก่อน เพราะรู้สึกแปลกๆ กับสายตากะลิ้มกะเหลี่ยของเจ้าของบ้านที่จ้องมายังเขาอย่างไรพิกล

“จะรีบกลับไปหาแฟนเหรอคะ?” สิตางศุ์ถามไปลุ้นคำตอบของคนหน้าขรึมจนตัวโก่ง

หมอหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะตอบออกมาอย่างสุภาพ “ผมยังไม่มีแฟนหรอกครับ วันๆ ทำแต่งาน”

ได้ยินดังนั้นคนที่รอฟังคำตอบอยู่ก็แทบจะกระโดดขึ้นมาตีลังกาสักสามตลบให้สมกับความยินดีปรีดา

เย้ เยสๆ เป็นหนุ่มโสดซะด้วย เข้าทางอย่างแรง ชะละล่า!

“ถ้าอย่างนั้นหมอชินจะสะดวกมั้ยคะ ถ้าตังจะให้ดูไฟให้สักหน่อย คืนนี้ต้องส่งงานให้ลูกค้าเสียด้วยสิ” มารยาสาไถยนี่ถนัดนัก!

“ได้ครับ แต่ผมออกตัวก่อนนะว่า งานแบบนี้ผมไม่เก่ง อาจจะช่วยคุณได้ไม่มาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณมีน้ำใจ ตังก็ซึ้งจะแย่แล้ว” พูดพลางส่งยิ้มหวานไปให้ น่าเสียดายจริงๆ ที่เธอใส่เสื้อยืดแสนจะธรรมดาลงมา หรือว่าจะขึ้นไปเปลี่ยนเป็นสายเดี่ยวเสียวสะท้านดี? แต่คิดไปคิดมา เอาไว้ครั้งหน้าก็แล้วกัน วันพระไม่ได้มีหนเดียว มารยายังเหลืออีกเป็นล้านๆ เล่มเกวียน วันนี้ขอแทะๆ เล็มๆ แค่หอมปากหอมคอไปก่อนก็พอ

 

คัตเอาท์ไฟที่อยู่ตรงหัวมุมบันไดถูกยกลง หมอหนุ่มก้มๆ เงยๆ อยู่พักหนึ่งโดยมีเจ้าของบ้านคนสวยเป็นคนส่องไฟฉายให้ ไม่นานนักหลังจากที่คชินทร์สำรวจความเสียหายของคัตเอาท์เจ้าปัญหา ก็ได้ผลสรุปออกมาว่า

“ฟิวส์ขาดน่ะครับ ถ้าคุณมีฟิวส์สำรอง ผมก็เปลี่ยนให้ได้ แต่ถ้าไม่มีคงต้องรอช่างวันพรุ่งนี้แทน”

สิตางศุ์นิ่วหน้า เรื่องอะไรเทือกนี้เธอก็ไม่มีความรู้แม้แต่ปลายก้อย แล้วจะมีฟิวส์สำรองได้อย่างไร? คงต้องรอให้ช่างมาดูให้ในวันพรุ่งนี้เท่านั้น

“สงสัยคงต้องรอช่างอย่างเดียวแล้วละค่ะ” น้ำเสียงฟังดูละห้อยสมจริงยิ่งนัก

“คุณอยู่คนเดียวเหรอครับ?” คชินทร์อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อฟังจากน้ำเสียงและหน้าตาที่แสนจะดูเดียงสาของอีกฝ่าย

“ค่ะ อยู่กับเจ้าใบ้สองคน”

“แล้วพ่อแม่คุณ...”

“สองคนนั่นอยู่ต่างประเทศค่ะ นานๆ จะกลับมาเมืองไทยสักที ตังก็เลยต้องอยู่คนเดียวอย่างนี้ไงคะ” พยายามปั้นหน้าให้น่าสงสารที่สุด พร้อมกับยื่นขวดน้ำส้มที่เพิ่งเดินไปคว้ามาจากตู้เย็นให้หนุ่มหน้าขรึมที่ยื่นมือออกมารับ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสุดเศร้าสร้อย

“บางทีตังก็กลัวเหมือนกันนะคะเวลาอยู่คนเดียว กลัวไปสารพัดสารเพ ถ้ามีคนอยู่ด้วยก็คงจะดี”

“อันที่จริงผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวนี่น่าจะเลี้ยงหมาพันธุ์ดุๆ เอาไว้เฝ้าบ้านจะได้อุ่นใจกว่านะครับ”

อ้าว ไหงเป็นงั้นไป นี่อ่อยสุดๆ แล้วนะเนี่ย ยังไม่เก็ตอีกเหรอว่าหมายถึงอะไร คนสวยเซ็ง!

“อะ อ้อ เหรอคะ” คนสวยพูดพลางฉีกยิ้มเหี่ยวแห้ง

“ว่าแต่ทำไมถึงเรียกเจ้าแจ็คตัวนี้ว่าใบ้ล่ะครับ หรือว่ามันเป็นใบ้?” หลังจากสามารถเลี่ยงตัวเองจากลูกเสิร์ฟยิงตรงของสาวสวยมาได้ หมอหนุ่มก็รีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้เข้าเนื้อทันที

เหมือนเจ้าใบ้ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นจะรู้ตัวว่าถูกนินทา หูตูบของมันผึ่งขึ้นมาอัตโนมัติ ส่งเสียงเห่าหอนโชว์ความสามารถทันที

“ก็แค่ตั้งชื่อประชดเท่านั้นเองค่ะ” หญิงสาวยิ้มแหย แล้วร่ายถึงความเป็นมาของเจ้าหมาสุดรัก “มันเห่าไม่หยุดปากมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ตอนนั้นตังปวดหัวมากอยากจะเอาไปปล่อยวัดวันละสิบรอบ แต่ก็ทำไม่ลง พอได้เห็นตาแป๋วๆ ของมันก็ใจอ่อนทุกที เลยเปลี่ยนชื่อจากเหมินทร์อินทราเป็นไอ้ใบ้จนทุกวันนี้แหละค่ะ”

“เหมินทร์อินทรา?” คชินทร์อมยิ้ม และเหมือนคนฟังจะรู้ตัว

“แหม พอดีช่วงนั้นติดละครจักรๆ วงศ์ๆ น่ะค่ะ” สิตางศุ์เอ่ยรับด้วยความอับอาย ที่เผลอพูดชื่อลิเกของใบ้ออกไป

“เอาเป็นว่าวันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับคุณสิตางศุ์” สิ้นเสียงทุ้มๆ ของคนหน้าขรึม หญิงสาวก็ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เพราะเท่าที่จำได้เธอไม่เคยแนะนำตัวเองด้วยชื่อจริงกับเขาสักครั้ง

“หมอชินรู้จักชื่อตังได้ยังไงกัน?”

อีกฝ่ายไม่ตอบ เพียงแค่กระตุกยิ้ม แล้วเบนสายตาไปมองยังกระดาษสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกแทน สิตางศุ์มองตามสายตาคู่นั้นไปเจอคำตอบก็ถึงบางอ้อ ใบหน้าเนียนใสแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเดาได้ว่าเขาคงจะรู้อายุจริงเธอเข้าให้แล้ว

“หรือจะให้ผมเรียกคุณว่าพี่ตังดีครับ”

ระคายหูอย่างแรง!

“อย่าถึงขั้นนั้นเลยค่ะหมอชิน เรียกตังก็พอแล้วมั้ง” แต่เสียงหัวเราะที่ดังหึๆ ในลำคอสวยนั้นฟังดูปวดร้าวเหลือเกิน

อย่าให้ถึงทีพี่บ้างนะจ๊ะหมอชินสุดหล่อ แม่จะจับกดไม่ให้รู้ตัวเลย!

 

เสียงรัวคีย์บอร์ดดังมาจากมุมส่วนตัวของหัวหน้าฝ่าย ครีเอทีฟประจำบริษัทชาเลนจ์ครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาขึ้นชื่อของไทยในขณะนี้ หญิงสาวใบหน้าสวยหวานขมวดคิ้วมุ่น ขณะพักสายตาแล้วเหลือบไปมองสตอรี่บอร์ดของลูกค้าที่วางอยู่ มีข้อมูลผิดแผกไปจากเดิมอยู่ไม่น้อย

“เขียดมาหาพี่หน่อย” สิตางศุ์เรียกเกียรติภูมิซึ่งเป็นลูกน้องในความดูแลเข้ามาสอบถามถึงความผิดพลาดในครั้งนี้ แม้เธอจะเพิ่งย้ายมาแทนศตายุ[1]ที่ลาออกไปเมื่อสามเดือนก่อน แต่ด้วยฝีมือและความสามารถที่ไม่แพ้หัวหน้าคนเก่าไปไหน เธอจึงสามารถดูแลงานและคุมลูกน้องเก่าๆ ของศตายุได้เป็นอย่างดี

“มีอะไรให้เขียดรับใช้ครับพี่ตังสุดสวย” เกียรติภูมิรีบกุลีกุจอเข้ามาเอาหน้าอย่างว่าง่าย ด้วยนิสัยของผู้ชายทั่วไปที่มักจะเป็นปลื้มทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงสวย โชคดีที่สิตางศุ์เข้ามาทำงานแทนศตายุ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีสาวสวยอยู่ในออฟฟิศให้กระชุ่มกระชวยหัวใจอีก เพราะจามากรก็ลาออกไปก่อนหน้านี้ ส่วนยัยช้างน้ำก็หนีเขาไปแต่งงานไกลถึงเชียงใหม่แล้ว

“ทำไมสตอรี่บอร์ดโฆษณาตัวนี้ถึงไม่ใช้ข้อมูลที่ลูกค้าให้มา”

พูดพลางยื่นบอร์ดสีดำที่หนีบกระดาษแผ่นใหญ่ซึ่งแบ่งเป็นช่องเอาไว้ให้หนุ่มหัวฟูได้ดู

“อ้อ ลูกค้าเพิ่งโทร.มาขอเปลี่ยนข้อมูลกับผมเมื่อวานนี้เองครับ ก็เมื่อวานพี่ตังลางาน ผมเลยลืมบอกไป”

“งั้นเหรอ?” สิตางศุ์หรี่ตามองรุ่นน้องที่กำลังพยักหน้าหงึกๆ “งั้นก็แล้วไป นึกว่าทำเกินกว่าหน้าที่”

“เรื่องงานน่ะผมไม่เคยทำเกินกว่าหน้าที่อยู่แล้วครับ แต่เรื่องหัวใจนี่สิ เมื่อไรพี่ตังจะเปิดห้องให้ผมเข้าไปเช่าได้สักทีล่ะครับ” เจ้าชู้อย่างไรก็เจ้าชู้วันยังค่ำ ให้สมกับที่รับฉายาประจำบริษัทเสียหน่อย หม้อไม่เลือกหน้า

สิตางศุ์อมยิ้มให้กับความหน้าหม้อของลูกน้องหนุ่ม เพราะถึงจะหม้อรับโล่อย่างไรก็ไม่กระเทือนเธอสักนิด ระดับมารยาน่ะมันต่างชั้นกันเห็นๆ

อย่ามาหน้าหม้อใส่ฉันหน่อยเลย เดี๋ยวเจอมารยากลับแล้วจะหนาว

“ไปๆ กลับไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวเฮียมนัสก็ได้ตามมาด่ากราดถึงที่หรอก” พูดยิ้มๆ พร้อมกับโบกมือไล่ให้คนตัวสูงกลับไปนั่งทำงานยังโต๊ะประจำของตัวเองที่อยู่ถัดออกไปจากโต๊ะของเธอไม่ไกลนัก

แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันทำงาน แต่เธอก็อดคิดถึงใบหน้าหล่อๆ แผงอกล่ำๆ ของหมอหนุ่มไม่ได้ ไม่เค้ยไม่เคยจะมาเพ้อพกถึงผู้ชายในที่ทำงานแบบนี้ แต่กับคุณหมอชินเป็นคนแรกจริงๆ ไม่ได้โม้เลยสักคำ

 

“พี่ตังครับไปกินข้าวกันเถอะ เที่ยงแล้วนะ”

เกียรติภูมิส่งเสียงเรียกมาแต่ไกล พร้อมกับลูกน้องอีกสี่ห้าคนที่ยืนรออยู่ ได้ยินดังนั้นสิตางศุ์จึงรีบคว้ากระเป๋าคู่ใจ แล้วเดินไปหากลุ่มหนุ่มๆ ที่ยืนรอพร้อมหน้าพร้อมตากันหมดแล้ว

“ว่าแต่วันนี้เราไม่ไปกินบุฟเฟต์ที่เดิมเหรอ?” หญิงสาวคนเดียวของกลุ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นชัดว่าที่ที่ลูกน้องจะพาไปกินนั้นไม่จำเป็นต้องใช้รถแต่อย่างใด

“ร้านใหม่พี่ เพิ่งเปิดข้างหลังบริษัทเรานี่เอง เมื่อวานผมไปลองมา แซ่บหลาย” หนุ่มร่างหนาอีกคนตอบรับ ขณะพาคณะชาเลนจ์ครีเอเตอร์ทัวร์ทั้งหมดเลี้ยวซ้ายเลียบตึกบริษัทไปยังด้านหลัง อันเป็นสถานที่ที่หญิงสาวไม่เคยย่ำกรายมาก่อน นับตั้งแต่เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้

สิตางศุ์เพิ่งจะรู้ว่าด้านหลังตึกออฟฟิศของเธอนั้นเต็มไปด้วยบ้านคนและร้านอาหารมากมาย ไม่เข้าใจว่า ทำไมเจ้าลิงทะโมนพวกนี้จะต้องหิ้วเธอไปกินข้าวในที่ไกลๆ เช่นนั้นเกือบทุกวัน?

“ทำไมไม่เคยพาพี่มากินที่นี่เลย?” เธอเอ่ยถามเกียรติภูมิที่เดินน้ำหน้าอยู่

“ก็พวกผมเบื่อกันแล้วไง อยากไปกินที่ไกลๆ บ้าง” พูดพลางก็คิดถึงเมนูโปรดของตัวเอง สมัยที่ยังมีช้างน้ำเป็นเพื่อนลงมากินข้างทุกวัน เปลี่ยนบ้างก็คงจะดี

หญิงสาวจึงพยักหน้ารับ ขณะมองหาร้านอาหารที่ลูกน้องอวดนักอวดหนาว่าแซ่บหลาย พลันสายตาก็ไปสะดุดอยู่กับคลินิกรักษาสัตว์ประจำซอยชื่อ ‘Love pet’ มันเป็นคลินิกไม่ใหญ่มาก แต่ก็ตกแต่งน่ารักไม่หยอก ด้านหน้ามีสวนหย่อมเล็กๆ พร้อมน้ำตกจำลองที่ไหลเอื่อยๆ ทอดตัวลงสู่บ่อปลาคาร์ปเบื้องล่าง เมื่อมองเลยเข้าไปผ่านกระจกใสก็จะเห็นว่าด้านในนั้นทาสีเหลืองอ่อนดูเข้ากันดีกับรูปสิงสาราสัตว์ มีผู้มาใช้บริการบ้างประปราย เห็นแล้วก็ให้นึกถึงหมอหมาอีกหนึ่งหน่อที่เข้ามาป่วนหัวใจเธอให้คิดถึงอยู่ตอนนี้ไม่ได้

กระทั่งมาถึงร้านอาหารที่อวดอ้างเอาไว้ มันตั้งอยู่เยื้องกับคลินิกเลิฟเพ็ตไม่ไกลนัก ทั้งหมดก็ลงมือสั่งอาหารทันที ก็นับว่าสมราคาคุย เพราะรสชาติกลมกล่อมไปหมดทุกอย่าง แถมคุณป้าเจ้าของยังใจดีจัดข้าวผัดอเมริกันจานเบ้อเริ่มให้ฟรีอีกด้วย

ขณะกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานหลังมื้ออาหาร จู่ๆ ช้อนของหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มก็พลัดตกลงกระทบจานข้าวดังเคร้ง จนลูกน้องที่นั่งล้อมวงด้วยกันถึงกับตกใจ

“เป็นอะไรรึเปล่าพี่ตัง?” เกียรติภูมิขมวดคิ้ว จ้องมองใบหน้าของพี่สาวคนสวยที่ทำท่าตกใจเหมือนเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ

สิตางศุ์มองไปยังประตูคลินิกรักษาสัตว์อย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นร่างสูงล่ำของคชินทร์ยืนอยู่ด้านหน้ากำลังเสียบกุญแจล็อกบานประตูอยู่ แล้วไม่นานนักเขาก็เดินหายลับไปทางด้านหลัง ปล่อยให้คนที่เพิ่งประกาศสละคานหมาดๆ มองตามด้วยความดีใจยิ่งกว่าบอลไทยได้แชมป์บอลโลกเสียอีก!

 

พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด

ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ

ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ

เออชะรอยเราเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ

แต่ครั้งแรกที่พบเธอ ใจฉันเชื่อว่าแรกเจอ

ฉันและเธอเป็นคู่สร้างมา



[1] ตัวละครจากเกี้ยวจันทร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #757 AoaE (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 22:06
     เอาแล้วไง .. พรุ่งนี้สอบ .. เจอนิยายเรื่องนี้เข้าไปหนังสือหนังหาจะไม่อ่านเลยทีเดียว .. อ๊ากกกกกกกกกกก .. 
    #757
    0
  2. #710 pa-nan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 17:46
    นิยายสนุกมากเลยค่ะ น่ารักมากๆ ชอบมากๆๆๆๆๆๆค่ะ
    #710
    0
  3. #702 akkanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 14:47
    นางเอกจะฮาไปไหนเนี่ย
    สงสารหมอชินจริงๆ 55+
    #702
    0
  4. #701 akkanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 14:47
    นางเอกจะฮาไปไหนเนี่ย
    สงสารหมอชินจริงๆ 55+
    #701
    0
  5. #679 a-lala-sorry (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 16:39
    นางเอกอย่างฮาอ่ะ 55+
    #679
    0
  6. #584 Chicky ya ya ya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 21:23
    นางเอกนี่ถ้าจะเป็นเอามากแฮะ ฮาฮา
    #584
    0
  7. #578 Yayo_Snowblack (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 18:33

    โอ้วนางเอกช้านนนน แรงจับจิต

    #578
    0
  8. #565 กวาง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 11:50
    พรหมลิขิตจริงๆค่ะ อยู่ใกล้กันแค่นี้แต่ก็ไม่ได้เจอ

    จนได้มารู้จัก ถึงได้รู้ว่ามีหนุ่มหล่ออยู่หลังบริษัท

    ว่าแต่หมอชินจะเรียกพี่หรือคะ ระวังพี่หลุดมา เสื้อผ้าหลุดตามนะคะ
    #565
    0
  9. #440 ie_ei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 13:50
    สนุกคร่าาาาา
    #440
    0
  10. #439 ie_ei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 13:50
    สนุกคร่าาาาา
    #439
    0
  11. #429 september (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 / 19:22
    อิอิ น่ารักดี มีร้องเพลง พรหมลิขิตด้วย นางเอกเราฮาได้ใจมาก
    #429
    0
  12. #358 " กิ่ง " (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2554 / 13:03
    ชอบจริงเรื่องนี้

    น่ารักอ่ะค่ะ นางเอกดูใสๆ ไม่เหมือนอายุสามสิบเล้ยยยยยยยยย

    ติดตามๆๆ ขอสมัครเป็นแฟนคลับนะคะพี่ดารานิล ^O^
    #358
    0
  13. #255 prawpraw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 16:34

    อ๊ายยย น่ารักกกก

    #255
    0
  14. #239 GR*A*CE (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 05:54
    นางเอกน่ารักอะ ฮ่าได้ตลอด555555
    #239
    0
  15. #187 ladysky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2554 / 13:07

    ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบนางเอกจริงๆๆโดนใจ

    #187
    0
  16. #38 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2554 / 19:44
    ตามมาอ่านตอนนี้อย่างรวดเร็ว

    ขำนางเอกไม่ไหวแล้ว

    นางเอกอะไร อยากได้พระเอกจนออกนอกหน้า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


    #38
    0
  17. #32 ★Empty space. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2553 / 20:12

    เอิ้กกก ท่าทางอาการหนัก อ่านแระโดน แบบดังๆ แระแล้วก็อยากจะหาเนื้อคู่มั่งจัง นะเออ.... ^___^

    #32
    0
  18. #29 ซินญอร่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 01:31
    ดีใจยิ่งกว่าไทยได้แชมป์บอลโลก
    ชอบค่ะ!!!
    #29
    0
  19. #24 rainbow ♥ rozen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2553 / 23:51
    ฮ่า ๆ ๆ

    X D

    ชอบ ๆ ๆ มากกกกค่ะ

    ^[]^
    #24
    0
  20. #21 vaja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2553 / 14:17
    อ่านแล้ว อยากกินเด็ก พี่ยีน สู้ๆ นะคะ เดี๋ยวยุ้ยจะรออ่าน เอิ๊กๆ รอๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่อง นี้มีทวงค่ะ ^^/
    #21
    0
  21. #17 ส้มเปรี้ยว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2553 / 14:04
    ตลกดี ขำตลอด ลดดีกรีความระห่ำปนอยากจับเด็กมาเคี้ยวของพี่ลงหน่อยได้ปะ

    กระโตกกระตากมากๆ เดี๋ยวไก่พระลอตื่นหมดพี่จะอดกิน อิอิ เพราะดูเหมือนไก่พระลอ

    จะระวังตัวอยู่นา...555 แล้วพี่เก่งของพี่ทำไมลาออกซะล่ะ โธ...อกหักรักคุดเพราะหนูน้ำ

    ยังไม่หายอีกหรอ สร้างพี่อีกคนเอาแบบแอบซ่า ก๋ากั่น ฉุดมาทำสาระมีเลยได้ปะ พี่ไม่

    อยากให้พี่เก่งเสียใจนาน ฉงฉาน...คะ อยากไปนอนเล่นในหัวใจพี่เก่งเหมือนกัน
    #17
    0
  22. #11 +นางฟ้าน่ารัก+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 22:24
    555
    4 ปีพี่รับได้ ชิลๆ
    มามะ มาซบอกอุ่นๆ ซะดีๆ อิอิ
    #11
    0
  23. #10 ศศิริษา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 13:18
    อิอิ..อ่อนกว่า4ปี ไม่มีปัญหา จะมีก็แต่ตัณหา 555

    นางเอกอะไรวะ ดีใจจนอยากกระโดดตีลังกา 

    เก็บอาการบ้างน้องเอ๊ย คุณพี่อยากเป็นลม

    ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #10
    0