รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 10 : 9. ให้อภัยได้ไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,923
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

ให้อภัยได้ไหม?

 

 

คชินทร์นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว ไม่ว่าจะนอนท่าไหน เขาก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้ ภาพหญิงสาวที่น้ำตาคลอหน่วยเมื่อตอนเย็นยังติดอยู่ในใจ อันที่จริงเขาไม่ใช่คนใจร้าย แต่พอเห็นรอยแดงบนแขนของหลานสาว ความโกรธมันก็เข้ามาบังตาเสียได้ เมื่อคาดคั้นเอาจากโดนัท เด็กน้อยก็ไม่ปริปากพูดอะไร เขาจึงไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรกันแน่

กว่าจะหลับได้ก็เกือบเช้า จึงทำให้วันนี้ชายหนุ่มไม่สดชื่นเหมือนทุกวัน คชินทร์ทำงานด้วยความรู้สึกว้าวุ่นใจ คงเป็นเพราะเรื่องยุ่งเมื่อวาน ที่เธอไม่ยอมอยู่เพื่อให้เขาถามความจริงได้เลย

ตั้งใจว่า เย็นนี้จะไปคุยกับเธอให้รู้เรื่อง แต่พอกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นบ้านของสิตางศุ์ปิดสนิท คชินทร์จึงต้องเก็บเรื่องกวนใจเอาไว้ก่อน แล้วค่อยเคลียร์กับเธอวันหลัง

แต่ทว่าผ่านมาสองวันแล้วก็ยังไร้เงาของหญิงสาวที่คาดว่าจะเจอ เหมือนเธอพยายามจะหลบหน้าเขา ออกมาตอนเช้า เธอก็ไปทำงานไวกว่า พอตกตอนเย็นเธอก็กลับบ้านดึกดื่นค่อนคืน หวังว่าจะได้เจอกันที่คลินิก แต่เขาก็ยังไม่เห็นเธอแม้แต่เงา

“รอใครอยู่รึเปล่าคะพี่หมอ” เมฆถามคุณหมอเจ้าของคลินิก หลังเห็นเขาชะเง้อมองไปที่ประตูกระจกทุกครั้งที่คนเดินผ่าน

“เปล่า” คชินทร์ส่ายหน้า วันนี้ไม่ยุ่งมาก เขาจึงออกมานั่งพักที่โซฟารับแขก ใจจริงก็อยากมองหาใครบางคนอยู่เช่นกัน

“เฟิร์นว่าวันนี้พี่หมอดูเพลียๆ นะคะ กลับบ้านก่อนดีกว่ามั้ย เดี๋ยวเฟิร์นดูคลินิกให้เอง” ใบเฟิร์นเอ่ยทักพี่ชาย สองสามวันที่ผ่านมาเขาดูเหมือนมีเรื่องให้คิดมาก

ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็พยักหน้า พักสักหน่อยก็คงจะดี ไม่ต้องมาคิดฟุ้งซ่านอย่างนี้

ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน สมองก็ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดเมื่อวันก่อน ภาพของสิตางศุ์ในวันนั้นยังกวนใจเขาเสมอมา ก็เธอเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนตีโดนัท แล้วเธอจะร้องไห้ทำไมกัน?

พอกลับมาถึงบ้าน ก็ไม่ลืมที่จะเหลือบมองบ้านอีกหลังที่ยังคงปิดเงียบอยู่ นึกขันในใจ นี่เขามองหลังคาบ้านเธอจนชินไปเสียแล้วหรือ คชินทร์ส่ายหัว ทิ้งความคิดนั้นไป หลังจากจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ตั้งใจว่าจะตัดหญ้าสนามหลังบ้านเสียหน่อย ฝากทางโครงการจ้างให้ แต่ก็ไม่ได้เรื่องสักที จึงคิดลงมือทำเอง

แต่ระหว่างที่ตัดหญ้าอยู่นั้น สายตาก็ไปสะดุดอยู่กับอะไรวิบวับบางอย่างในพงหญ้า คชินทร์ก็ก้มลงไปคว้ามันขึ้นมาดู จึงเห็นว่าเป็นสร้อยของสิตางศุ์

ทำไมมาอยู่ตรงนี้?

เขาจำสร้อยจี้รูปผีเสื้อได้ เพราะหญิงสาวใส่มันติดตัวอยู่ตลอดเวลา หรือบางทีนี่จะเป็นสาเหตุให้เธอทำตาแดงๆ ก่อนออกจากบ้านไป

โดนัท!

 

“เป็นอะไรไปพี่ตัง อารมณ์ดีอยู่ได้ไม่กี่วัน ช่วงนี้กลับมาบูดเหมือนตูดลิงอีกแล้ว”

เกียรติภูมิเอ่ยถามพี่สาวที่เอาแต่นั่งถอนหายใจเฮือกๆ อย่างเป็นห่วง

“ปล่อยพี่อยู่คนเดียวเถอะเขียด ช่วงนี้อย่ามายุ่งเลย” สิตางศุ์หน้าหมอง แม้จะยังโกรธคชินทร์อยู่ แต่ก็ลดระดับลงจนเกือบจะหายแล้ว เพราะเขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จึงเข้าใจผิดเป็นธรรมดา แต่ที่นั่งถอนหายใจเฮือกๆ อยู่นั้นเป็นเพราะเสียดายสร้อยเงิน มัวแต่โมโห จนลืมเก็บกลับมาด้วย

“ถ้าพี่มีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาพวกผมได้ แต่อย่าเครียดจนลงกับพวกผมเลยนะคร้าบ” ลูกน้องรีบยกมือไหว้ท่วมหัว เพราะสองสามวันมานี้ใครก็เข้าหน้าเธอไม่ติดเลยสักราย

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” เธอบอกปัด เกียรติภูมิเห็นดังนั้นก็ปล่อยพี่สาวไว้ลำพัง ท่าทางอย่างนั้นเดี๋ยวระเบิดจะซวยเปล่าๆ

สิตางศุ์ฟุบหน้าลงบนโต๊ะทำงานอย่างอ่อนแรง คิดหาวิธีจะเข้าบ้านคุณหมอหนุ่มโดยเลี่ยงการเจอหน้าเพื่อเอาสร้อยคืน เหลือบมองนาฬิกาบนข้อมืออย่างครุ่นคิด แล้วในที่สุดเธอก็ตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย ไหนๆ ก็ไหนๆ บุกเลยแล้วกัน

แล้วเธอก็ลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงไปยังหัวหน้าหัวล้านที่นั่งอยู่ในห้องกระจกเปิดแอร์เย็นฉ่ำทันที

“หัวหน้าคะ วันนี้ตังขอลางานครึ่งวันนะคะ” สิตางศุ์บอกเสียงเฉียบ

“มีธุระอะไรเหรอจ้ะหนูตัง” มนัสยิ้มกริ่ม รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ เมื่อเห็นหน้าสวยๆ ของหัวหน้าฝ่ายออกแบบคนใหม่

“ธุระส่วนตัวน่ะค่ะ” สิตางศุ์ย้ำอีกครั้ง หากพูดขนาดนี้แล้วยังถามอีก ก็แสดงว่า...

“แล้วธุระอะไร บอกได้ไหม?” ก็แสดงว่า ไม่มีมารยาทเอามากๆ

“เป็นธุระสำคัญจริงๆ ค่ะ ตังต้องรีบกลับก่อน หวังว่าหัวหน้าจะเข้าใจนะคะ”

“โธ่ ผมเข้าใจหนูตังอยู่แล้ว เอาเถอะ จะรีบไปไหนก็ไป แต่เมื่อไรหนูตังจะว่างไปกินข้าวกลางวันกับผมสักมื้อล่ะ?”

“คงเร็วๆ นี้แหละค่ะ” เธอยิ้มน้อยๆ ไม่มีทางเสียหรอกที่มันจะเกิดขึ้น

หลังจากที่รับการอนุมัติแล้ว เธอก็รีบบึ่งกลับบ้านเร็วจี๋ ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงก่อนคลินิกของคชินทร์จะปิด คงมีเวลามากพอที่จะหาสร้อยเส้นนั้นให้พบ

ทันทีที่จอดรถเอาไว้ในบ้านแล้ว เธอก็รีบตรงไปยังบ้านของคุณหมอทันที พอเห็นบ้านปิดสนิท ไม่มีรถสักคัน เธอก็มองซ้ายแลขวาแล้วปีนรั้วขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

สองขาพาเจ้าของร่างอ้อมไปหลังบ้าน พอเห็นรอยหญ้าถูกตัดใหม่ก็ใจหาย รีบก้มๆ เงยๆ หาสร้อยของตัวเองในตำแหน่งที่คิดว่าถูกโยนออกมาอย่างร้อนใจ

วนหาทั้งสนามแล้วไม่เจอของที่หาอยู่ ก็ใจอ่อน คิดไปเองว่า อาจจะถูกคนตัดหญ้าที่คชินทร์จ้างมาหยิบติดมือไปแล้ว

เสียงรถหยุดที่หน้าบ้านไม่ได้ทำให้เธอสนใจแต่อย่างใด เพราะมั่นใจว่า คชินทร์คงจะไม่กลับในเวลานี้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องสะดุ้งโหยง เป็นอีกเสียงหนึ่งต่างหาก

“คุณมาทำอะไรในบ้านผม?”

สิตางศุ์ใจหายวาบ ไม่คิดว่าเสียงรถเมื่อสักครู่จะเป็นของเขา ก็ยังไม่ถึงเวลาปิดคลินิกด้วยซ้ำ!

“หมอไม่ทำงานเหรอคะ!

“ทำ แต่ผมกลับก่อน” คชินทร์เก๊กหน้านิ่ง ไม่อยากจะหลุดยิ้มออกมา เมื่อเห็นสีหน้าตื่นๆ ของอีกฝ่าย หลังกลับมาจากนำสร้อยเงินเส้นนั้นไปให้ร้านทองต่อเสียใหม่ ตั้งใจจะเอาไปคืนเธอในเย็นนี้

“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะว่า คุณแอบเข้ามาบ้านผมทำไม”

“ตังค์มาหาสร้อยค่ะ” ไหนๆ ก็ไหนๆ ในเมื่อถูกจับได้ เธอก็จะไม่อ้อมค้อมแล้วเช่นกัน

“เส้นนี้รึเปล่าครับ” ว่าพลางหยิบสร้อยเงินออกมาจากกล่องผ้าเล็กๆ สีครีม ไปให้อีกฝ่าย

“สร้อยตัง?” สิตางศุ์อึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเองว่า หมอคงรู้ความจริงแล้ว

“นึกว่าจะหายไปซะแล้ว” ในที่สุดเธอก็ยิ้มอย่างดีใจ

“ทำไมคุณไม่บอกผมว่า โดนัทเป็นคนทำ” เขาเหล่ตามอง

“ถ้าตังบอก แล้วหมอเชื่อรึเปล่าล่ะคะ?”

“ผมขอโทษ” จู่ๆ เขาก็พูดคำคำนี้ขึ้นมา พร้อมยื่นสร้อยไปให้คนที่ยืนอึ้งอยู่

“ผมรู้นิสัยหลานดี แต่พอเห็นคุณฟาดโดนัทจนแขนแดง ผมเลยสติหลุดไปหน่อย ขอโทษจริงๆ นะครับ และขอโทษแทนโดนัทด้วย เธอค่อนข้างหวงผม ไม่อยากให้ใครมาใกล้ เพราะผมดูแลเธอมาตั้งแต่เกิด”

หญิงสาวมองสร้อยที่อยู่ในมือสลับกับคนที่ถืออย่างชั่งใจ แม้เขาจะขอโทษแล้ว แต่อารมณ์กรุ่นๆ ที่ค้างอยู่ในใจก็ไม่ได้จะหายในทีเดียว

“แล้วหมอรู้เรื่องทั้งหมดได้ยังไงคะ”

“เห็นสร้อยของคุณ ผมก็รู้แล้วละครับ เลยเอาไปต่อให้ใหม่ เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่ต้องห่วงนะครับ”

สิตางศุ์ยื่นมือออกไปรับสร้อยที่มีค่าต่อจิตใจมาถือไว้ และก็จริงอย่างที่เขาว่า มันดูเหมือนใหม่ไม่มีรอยขาดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

“ตังจะรับคำขอโทษไว้แค่ครั้งนี้ แต่ถ้าหลานหมอมาทำอย่างนี้อีก รับรองว่าตังไม่เลี้ยงแน่” เธอขู่เบาๆ แม้จะไม่โกรธเคืองแล้ว เพราะเขาทำทุกอย่างจนเธอได้สร้อยคืนในสภาพปกติ และยังเข้าใจเรื่องทั้งหมด แต่ก็ยังต้องวางฟอร์มเพื่อไม่ให้ดูเหมือนใจง่ายจนเกินไป ทั้งที่ในใจอยากจะโผเข้าไปซบอกแสดงความดีใจแทบตาย

“ผมจะพยายามแก้นิสัยโดนัทให้ได้ ผมสัญญา” ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมา

“หมดธุระแล้วสิคะ งั้นตังขอตัวก่อนแล้วกัน” เธอพูดพลางเดินอ้อมออกไป อาการเล่นตัวเหมือนการขี่หลังเสือ ขึ้นแล้วลงยากส์!

“เดี๋ยวสิครับ” เขารั้งไว้ด้วยคำพูด ร่างระหงชะงักทันที

นึกว่าจะไม่รั้งไว้ซะแล้ว

“คะ?” เธอเอียงคอเล็กน้อย

“เย็นนี้ไปกินข้าวกันนะครับ”

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ” แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่ใจกลับเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก

พระเจ้า...หมอชินชวนไปกินข้าว!

“ผมอยากเลี้ยงขอโทษคุณ อันที่จริงอยากจะคุยตั้งแต่วันเกิดเรื่องแล้ว แต่คุณหลบหน้าผมตลอด”

“ตังไม่ได้หลบ” ที่ไหน...เห็นเขาเมื่อไรก็รีบเลี่ยงไปอีกทาง ลงทุนตื่นเช้ากว่าทุกวัน และกลับบ้านดึกดื่นจนใบ้แทบจะลืมหน้าเจ้านายคนสวยไปแล้ว เพราะแค่ไม่อยากเจอหน้าเขาเท่านั้นเอง

“โอเคครับ ไม่หลบก็ไม่หลบ” เขายิ้มน้อยๆ “งั้นเย็นนี้ไปกินข้าวกันนะ”

สิตางศุ์มองหน้าคนถามนิ่ง แม่เคยสั่งเคยสอนมาว่า เป็นผู้หญิงยิงเรือควรเป็นกุลสตรีสำรวมกิริยา เช่นนั้นการออกไปดินเนอร์กับผู้ชายสองต่อสองต้องไม่งามแน่

“กี่โมงคะ?”

คชินทร์ยิ้มมุมปาก ทีแรกเห็นหน้านึกว่า เธอจะปฏิเสธเสียแล้ว

“เย็นๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะมารับที่บ้าน”

 

บรรยากาศที่มีแต่แสงเทียนรายล้อม คลอไปด้วยเพลงคลาสสิกที่ขับกล่อมอยู่ ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามถึงกับยิ้มไม่หุบ คชินทร์เลือกร้านได้ถูกใจเธอนัก

“ทำไมหมอชินถึงเลือกร้านนี้คะ?” สิตางศุ์เอ่ยถามอย่างสงสัย ขณะทรุดนั่งลงตรงโต๊ะริมกระจกใสบานใหญ่

“ผมจำได้ว่าตอนนั้นที่คุณทำสเต๊กให้ผม คุณจุดเทียนไว้เต็มบ้าน ผมก็เลยคิดว่าคุณต้องชอบแนวนี้”

“แล้วก็ไฟไหม้ด้วย อย่าลืมสิ” เธอพูดติดตลก เมื่อนึกถึงเรื่องหน้าแตกของตัวเอง

“แต่ผมรับรองว่าครั้งนี้ไม่มีไฟไหม้แน่นอน” เขายิ้มน้อยๆ

“แหงละ ถ้าไหม้ก็คงจะเป็นข่าวหน้าหนึ่งพอดีสิคะ”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ” เขาหัวเราะเบาๆ “งั้นก็สั่งอาหารกันเถอะครับ ผมรับรองว่าร้านนี้อร่อยทุกอย่าง”

ว่าแล้วทั้งสองก็เลือกเมนูที่ตัวเองต้องการ ไม่นานนักอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟ พร้อมกับไวน์แดงที่คชินทร์สั่งมาให้เป็นพิเศษ

“มีของมึนเมาด้วยเหรอคะ” สิตางศุ์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อบริกรค่อยๆ รินไวน์สีแดงเข้มใส่แก้วให้ลูกค้าทั้งสองคน

“ถือว่าเป็นคำขอโทษจากผมก็แล้วกันครับ”

“นี่หมอไม่ได้กะจะมอมตังใช่มั้ยคะ?” ว้ายตาย...พูดอะไรออกไปนะเรา

“ผมกลัวคุณจะมอมผมมากกว่าน่ะสิ” ดวงตาของคนพูดวาววับอย่างรู้ทัน

“ก็อยู่ที่หมอจะคอแข็งขนาดไหนแล้วละค่ะ” ว่าพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ สายตาจ้องไปยังหนุ่มหล่อตรงหน้าไม่วางตา

“แล้วคุณละครับ คอแข็งแค่ไหน” เขาย้อนถาม

“แหม ตังคออ่อนจะตายค่ะ กินได้ไม่กี่แก้วก็เมาแล้ว” แล้วหัวเราะออกมา นี่เธออ่อยโจ่งแจ้งไปไหมนะ? ก่อนจะรู้สึกร้อนวูบวาบไปกับสายตาที่ทอดมองมาพร้อมรอยยิ้มของอีกฝ่าย

อย่ามองอย่างนี้นะคะหมอ เดี๋ยวแอบใส่ยานอนหลับในไวน์ซะหรอก

คชินทร์มองคนตรงหน้าไม่วางตา พอเธอหนีหน้า เขาก็เอาแต่เฝ้ามองหา เพราะอยากจะขอโทษในสิ่งที่เข้าใจผิด ไม่มีความรู้สึกใดแอบแฝงเลย

จริงๆ...

“ถ้าอย่างนั้นอย่าดื่มเยอะนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีคนขับรถ เพราะผมก็คออ่อนเหมือนกัน” เขาว่าขำๆ

“ถ้าอย่างนั้นตังก็ชิงเมาก่อนก็แล้วกันค่ะ ขี้เกียจขับรถ” เธอหัวเราะร่วน แต่จะว่าไป เมาทีหลังก็น่าสนใจไม่เบา อย่างน้อยก็ได้ลักหลับ เอ๊ย ได้ดูแลหมอชินอย่างใกล้ชิดขึ้น

“ถ้างั้น คืนนี้เราอย่าเพิ่งเมาเลยนะครับ กลัวว่าจะต้องทิ้งรถไว้ที่นี่”

“ตกลงค่ะ”

“งั้นแก้วนี้ผมขอดื่มให้คุณนะครับ” ว่าแล้วก็ยกแก้วไวน์ในมือขึ้นมาชูไว้

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ?” เธอเอียงคอ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ คิดไปไกลว่าเขากำลังจะบอกรัก

“ในโอกาสที่คุณไม่โกรธผมกับโดนัทแล้ว” เขายิ้มละไมแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

“ค่ะ” สิตางศุ์ยิ้มเจื่อนๆ แล้วจิบไวน์ตามไป ใจนึกอยากจะกระดกมากกว่า ย้อมใจที่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าอยากจะสอยเธอลงมาจากคานเลยสักนิด!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #789 akkanee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 10:51
    เริ่มตกหลุมของนางเอกเราแล้วสิคะคุณหมอ
    #789
    0
  2. #614 กวาง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2554 / 19:35
    จะให้ตังอยู่เคลียร์ได้ยังไงคะ ก็มองซะแบบนั้นเป็นใครก็ไม่อยู่แล้วค่ะ พูดไปเดี๋ยวก็หาว่าแก้ตัว

    แต่ยังดีนะคะที่หมอชินยังมองเห็นว่าตังก็มีน้ำตาเหมือนกัน
    #614
    0
  3. #465 กินนร-กินรี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2554 / 16:08

    ว้า!!~ อยากให้พี่ตังงอนนานๆๆกว่านี้อีกง่า เมิ่ลอีตาช้างไม่ได้ง้อเลย == 5555

    #465
    0
  4. #265 prawpraw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 19:47

    ฮั่นแน่ เริ่มหลงกลพรเอกแล้วละสิ

    #265
    0
  5. #250 GR*A*CE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 14:31
    หมอชินกว่าจะรู้ความจิง ตังเหวี่ยวไปนานเลย
    แม้พุดได้เ๖็มปากเลยนะตัง...แฟนฉัน
    #250
    0
  6. #203 หมอกกลางภู (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 14:07
     น่าจะมีหนุ่มสักคนมาเพิ่มดีกรีความรักให้ซาบซ่าให้หนูตังค์สักคนเนอะ 55 ต้องตามต่อเผื่อจะอยู่ในตอนต่อไป คิก คิก
    #203
    0
  7. #85 lavablackpink (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 21:30
    like like
    #85
    0
  8. #84 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 20:45

    เมื่อไหร่หมอจะรู้ใจตัวเองนะ

    #84
    0
  9. #83 fjoe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 19:57
    คุณหมอเริ่มใจอ่่อนแล้วใช่ไหมล่ะ 555
    #83
    0
  10. #81 sazamp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 14:41

    มาอัพแล้ว!! ทันใจคนโสดอยากมีแฟนเด็ก กรี๊ดดดดดดดดด

    ทำถูกแล้วสาวตัง ผู้ชายบื่อๆแบบนี้ เล่นตัวมากเดี๋ยวแกจะหลุดลอยหายไป คริๆ

    หมอนะหมอ พูดคำหวานๆหน่อยก็ไม่ได้ แต่ก็นะ แค่โผล่หน้ามานิด ยัยตังก็หลุดแระ 555
    รออยู่นะคะ ^^

    #81
    0
  11. #79 ดารานิล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 09:50


    ค่ะ ช่วงนี้ก็ปั่นกระหน่ำอยู่เหมือนเดิม
    คงจะปั่นจนอ้วกนั่นแหละค่ะ 55555+



    ขอบคุณ

    คุณนางสาวแสนดี : รีบหาข้อมูลเข้านะคะ ตอนนี้นางเอกรอแจกสินบนอยู่ 5555

    คุณsazamp : ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาจับมือกันโสดก็ได้ค่ะ เพราะคนเขียนก็ยังไม่มีแฟน กร๊ากๆๆ

    คุณหิ่งห้อยสีเหลือง : ตอนเขียนก็สงสารเหมือนกันค่ะ แต่ยัยสิตางศุ์ต้องโดนซะบ้างหลังจากทำคนอื่นไว้เยอะ 5555+

    คุณบัว : ไม่ต้องเป็นลูกเป็นหลานหรอกค่ะ แค่เพิ่งรู้จักแล้วทำตัวอย่างนี้ก็ฟาดเลย (เสี้ยมซะ กรั๊กๆๆ)

    คุณdaw : นั่นสิคะ เด็กก็คือเด็ก แต่ถ้ามาทำกับนางเอกของเราจะโดนมิใช่น้อย เอิ๊กๆๆ (แลดูเป็นนางร้ายในบัดดล)

    คุณalumnus : จัดให้เรียบร้อยแล้วค่ะ :)

    คุณwinny : มีส่วนค่ะ เดี๋ยวคงจะได้วงเล็บด้านหลังว่า ( เค้าโครงมาจากเรื่องจริง) กร๊ากกกกกกกก

    คุณfonfan : ขอบคุณค่ะ ที่น้องโดนัทเป็นอย่างนี้ก็เพราะพ่อแม่เลี้ยงด้วยเงินตลอด เฮ้ออ

    คุณsuket : เดี๋ยวเด็กจะคิดได้เมื่อโดนเอาคืน 55555555555+


    และขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ
    ( ดารานิล
    )

    #79
    0