เกลียดนักดันรักเธอ

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 12,269 Views

  • 239 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    12,269

ตอนที่ 2 : 1. ขิงแรงมา ข่าจัดให้View : 907 , Rating : 100% / 3 vote(s)

11 ต.ค. 59

ตอนที่ 2 : 1. ขิงแรงมา ข่าจัดให้View : 907 , : 100% / 3 vote(s)

11 ต.ค. 59


1

ขิงแรงมา ข่าจัดให้

 

 

หลังจากที่หลีกหนีออกมาจากงานเลี้ยงซึ่งกร่อยลงไปถนัดตา นับตั้งแต่โดนรองเท้าส้นสูงของทิมทอมโหดกระแทกใส่จนหัวเกือบแตก หนุ่มร่างสูงรูปหน้าคมคายค่อนไปทางตี๋นิดๆ ก็รีบบึ่งรถของตัวเองไปยังจุดหมายที่พี่ชายสุดหล่อเรียกให้เขาออกไปรับ เนื่องจากความไม่สะดวกบางประการที่ทำให้เขาต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ซึ่งปุณเองก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี นั่นก็เพราะพี่เอริคเป็นดาราดังที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

สถานที่ที่พี่ชายนัดแนะให้ไปรับคือคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ทันทีที่รถของเขาเลี้ยวไปจอดยังจุดลับตาคน หนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลาก็ผลุบขึ้นมาบนรถข้างคนขับ พร้อมสีหน้าเปี่ยมสุข จนปุณที่มองอยู่อดยิ้มตามไม่ได้

“มีอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลที่เพิ่งโดดขึ้นรถเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เปล่า แค่เห็นพี่มีความสุข พี่ไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนนี้หน้าพี่มันเปล่งประกายความสุขออกมาขนาดไหน” ปุณไหวไหล่ หันไปตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแกต้องเป็นคนมารับพี่” เอริคยิ้มกว้าง ปรับเบาะให้เอนลงเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตากับนักข่าว “แล้วงานวันนี้เป็นไงบ้าง”

“พี่ต้องไม่เชื่อแน่ว่าผมไปเจอใครมา” น้องชายกระตุกยิ้ม เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับสาวน้อยคนหนึ่งเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว

“ใคร?” เอริคนิ่วหน้า

“เพื่อนทอมสมัยเรียนมหา’ลัย ผมแทบจำไม่ได้เลย”

“ชอบเธอเหรอ?” เอริคว่าผ่ากลางปล้องจนทำเอาคนที่ฟังอยู่หนาวๆ ร้อนๆ

“รับรองว่านั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำในชีวิต พี่ต้องเห็นตอนที่ยัยนั่นทำแสบไว้กับผม” ปุณส่ายหัวไปมา

“ก็แกกวนนี่หว่า” หนุ่มลูกครึ่งหัวเราะเบาๆ

“พี่รู้รึเปล่าว่าตอนสมัยเรียน ยัยนั่นแทบจะฆ่าผมตั้งหลายทีแล้วด้วย” ดวงตาเรียวรีเพ่งมองไปด้านหน้า ขณะปากก็พูดไม่หยุด “ไม่รู้ว่าองค์ลงหรือว่ายังไง สาวทอมกลับใจใส่ชุดสวยออกงาน ผมไม่อยากเชื่อจริงๆ”

“พี่ว่าตอนนี้เธอครอบครองความสนใจของแกไปหมดแล้วละปุณ”

“ไม่เอาน่า พี่อย่าล้อผมเล่น ต่อให้ยัยนั่นเป็นผู้หญิงที่เหลือรอดเพียงคนเดียวบนโลกนี้ ผมก็ไม่มีทางสนใจเป็นอันขาด” พูดพลางหันหน้ามาขยิบตาให้กับพี่ชาย

“พี่จะคอยดู”

“ระวังจะรอเก้อนะครับ”

แล้วน้องชายก็หัวเราะร่วน แต่ไม่วายหวนนึกไปอาการเจ็บท้ายทอยที่ยังคงเหลือรอยจางๆ ขณะขับรถพาพี่ชายสุดหล่อกลับบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟจากตึกระฟ้ามากมาย

 

หลังจากเหตุการณ์นั้นไปหลายเดือน จนคนที่เกือบขโมยจูบแทบจะลืมเลือนเรื่องดังกล่าวไปจากความทรงจำ เพราะเธอต้องวิ่งวุ่นจัดงานเดินแบบในงานบางกอกแฟชั่นวีค ซึ่งปีนี้โชคดีที่ได้นายแบบดังมาเดินแบบให้ เนื่องจากเขากำลังปลูกต้นรักกับดีไซเนอร์สาวประจำร้าน จึงทำให้เธอและหุ้นส่วนอีกคนอย่างพี่ส้มยิ้มกันแก้มปริ เนื่องจากประหยัดงบในการจ้างลงไปได้หลายเท่า

แต่เรื่องราวไม่ได้จบอย่างแฮ็ปปี้เอนดิ้งนัก เมื่อไอรีณ ดีไซเนอร์สาวกำลังถูกนักข่าวรุมทึ้ง เนื่องจากมีข่าวหลุดออกไปว่าเป็นผู้กุมหัวใจสามีแห่งชาติของบรรดาชะนีเก้งกวางทั้งหลายอย่างเอริค จึงทำให้ตกเป็นเป้าของสังคมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

เจ้าของห้องเสื้ออย่างทับทิมและพี่ส้ม ร่วมด้วยกับทอฟ้า สาวเนิร์ดนักบัญชีของร้าน จึงต้องมานั่งวางแผนพาไอรีณหลบนักข่าว โดยมีเอริคช่วยอีกแรงหนึ่ง เนื่องจากตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ไอรีณต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

แล้วในที่สุดทุกคนก็ตกลงกันที่แผนของเอริคคือ หลังงานเดินแบบเสร็จสิ้นลง ให้แต่ละคนแยกย้ายกันกลับเพื่อดึงความสนใจนักข่าว และคนที่จะต้องประกบไอรีณคือแม่สาวผมสั้นอย่างทับทิมอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะน่าจะดูแลไอรีณได้ดีที่สุด

หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างไม่อิดออด พองานเดินแบบเสร็จสิ้นลง ก็รีบทำตามแผนทันที คือพาไอรีณลัดเลาะออกมาจนถึงลานจอด แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นนักข่าวสองสามคนเดินเพ่นพ่านอยู่บริเวณนั้นเพื่อดักรอ

“เอายังไงกันดีทับทิม” ไอรีณกระซิบเสียงแผ่ว ใจเต้นระทึก

“นั่นสิ ทิมว่าไอร์โทร.ไปหาเอริคดูก่อนดีกว่า เผื่อทางโน้นเขาจะมีแผนสำรอง” เธอออกความเห็นทันที เพราะไม่มีแผนสำรองสำหรับเรื่องนี้เช่นกัน

ได้ยินดังนั้นไอรีณจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเอริค ทั้งสองคุยกันไปได้สักพักก็สามารถหาทางออกได้ โดยเขาจะส่งรถอีกคันมารับ ไม่นานเกินรอ ก็มีรถเก๋งสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ จังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์ของไอรีณที่สั่นเตือนว่ามีสายโทรเข้า

“คุณขับรถมาข้างหน้าอีกหน่อยค่ะ” ดีไซเนอร์สาวกรอกเสียงตามสายอย่างใจชื้น แล้วรถเก๋งคันดังกล่าวก็เคลื่อนตัวมายังบริเวณที่พวกเธอใช้ซ่อนตัวกันอยู่ พอแน่ใจแล้วว่าใช่คนที่เอริคส่งมารับ ทับทิมและไอรีณจึงรีบพากันกระโจนขึ้นรถอย่างว่องไว จนนักข่าวที่ดักรออยู่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ คนขับปริศนาก็เหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อหนีนักข่าว ทับทิมที่นั่งอยู่เบาะหลังพร้อมไอรีณเกร็งเล็กน้อย แต่พอหลุดออกมาจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานได้ เธอก็ค่อยหายใจหายคอโล่งขึ้น จึงเหลือบมองคนขับผ่านกระจกมองหลังที่คาดว่าจะเป็นหนุ่มวัยรุ่นอย่างพินิจพิเคราะห์ ด้วยความรู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาด

“ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยฉันไว้” ไอรีณรีบเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรครับ” ทันทีที่สิ้นเสียงทุ้มๆ ทับทิมก็จำได้แม่นว่าเป็นเสียงใคร อาการเกร็งเปลี่ยนเป็นอารมณ์ขุ่นมัว เมื่อต้องโคจรมาเจอกันอีกรอบ หลังงานเลี้ยงที่เพิ่งผ่านไป

ซวยจริงๆ!

ทางด้านเจ้าของรถที่กำลังเอื้อมมือไปปรับกระจกมองหลังให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกมีหน้าบูดๆ ของใครบางคนที่นั่งเชิดคออยู่ด้านหลัง

“ยัยทอมโหด!” ปุณอุทานด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง

“ถ้ารู้ว่าคนที่เอริคส่งมาเป็นใคร ทิมขอยอมอยู่ในวงล้อมนักข่าวดีกว่าจะมานั่งเหม็นขี้หน้าใครบางคน” พูดพลางยกมือขึ้นกอดอกด้วยอาการเซ็งๆ

“รู้จักกันเหรอ?” ไอรีณถามด้วยความแปลกใจ

“ยิ่งกว่ารู้จักอีกครับ” ชายหนุ่มรีบออกโรงสำทับ เมื่อรู้ว่าตอนนี้โชคดีกำลังเข้าโคจรเข้ามาอยู่ในลักขณาของเขาเข้าอย่างจัง “นี่แหละ หัวหน้าทอมประจำรุ่น”

“ปากเหรอที่พูดน่ะ” คนที่ถูกยัดเยียดตำแหน่งให้แหวขึ้นอย่างเหลืออด นี่ถ้าไม่เห็นแก่เพื่อน คงขอลงกลางทางตั้งแต่เห็นหน้าของผู้ชายคนนี้ไปแล้ว

ปุณยิ้มยั่วผ่านกระจกมองหลัง หลายครั้งนึกอยากเจอเธอคนนี้อีกรอบ แต่ด้วยจนปัญญาไม่อยากจะสืบหาจากเพื่อนๆ ให้เสียหน้า จึงปล่อยเรื่องผ่านไปด้วยความเสียดาย แต่ทว่าในตอนนี้ เขากลับได้โอกาสนั้นอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ เจ้าตัวก็โผล่มานั่งรถคันเดียวกันอย่างไม่ทันตั้งตัว

น้ำขึ้นให้รีบตัก หยิ่งนักต้องเจอดี!

“ก็ปากน่ะสิ หรือว่าอยากชิม...อีก” ท้ายประโยคแผ่วเสียงลงหน่อยให้รู้กันสองคน ก่อนจะยิ้มยั่วเมื่อเห็นคนหน้าบูดที่ยิ่งบูดลงไปอีก

“สาบานได้ไอร์ ทิมไม่เคยรู้สึกอยากฆ่าใครเท่านายหน้าด้านคนนี้มาก่อนในชีวิต” ทับทิมกัดฟันกรอด ไม่นึกว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอถึงเพียงนี้

“รู้สึกว่ากำลังถูกชมยังไงก็ไม่รู้แฮะ” ปุณยิ้มกว้าง

“อ้อ” ไอรีณโพล่งขึ้น ก่อนที่เพื่อนสาวจะฟิวส์ขาด แล้วรัดคอคนขับรถจำเป็นตายไปเสียก่อน “นี่ใช่มั้ย คนที่เจอตอนงานเลี้ยงรุ่น”

“อื้อ” ทับทิมพยักหน้ารับแกนๆ

“แล้วนี่คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ” ปุณเปลี่ยนไปถามไอรีณแทน เพราะยังไม่อยากปั่นหัวคนขี้โมโหจนเธอทนไม่ไหว กระโดดลงไปจากรถเหมือนอย่างในละคร

“เรานัดเจอกันที่บ้านพี่ชายคุณค่ะ”

“แล้วนี่ไอร์จะให้ทิมอยู่เป็นเพื่อนมั้ย ไม่รู้สิ...ทิมไม่ค่อยถูกชะตากับคุณป้าผู้จัดการส่วนตัวเท่าไรเลย” ทับทิมเอ่ยอย่างเป็นกังวล เพราะรู้สึกว่าซินแคลร์ผู้จัดการของเอริคนั้นมีอะไรที่เธอไม่ชอบอยู่พอสมควร

“ไอร์ขอบคุณทับทิมมากจริงๆ นะ” ไอรีณจับมือเล็กของเพื่อนสนิทไว้แน่น “ถ้าไม่ได้ทับทิม พี่ส้ม ทอฟ้า ไอร์ต้องแย่แน่ๆ เลย”

“สบายมากหายห่วง เรื่องแค่นี้เอง คิดมากไปทำไมกัน ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ เพียงแค่เราต้องค่อยๆ แก้ไปเท่านั้นอย่ารีบร้อน” ทับทิมส่งยิ้มเพื่อปลอบขวัญเพื่อนสาวอย่างเข้าอกเข้าใจ

“อื้อหือ วาทะแห่งปี” คนที่นิ่งฟังมานานอดเปรยไม่ได้ ขณะเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนพวงมาลัยรถอย่างอารมณ์ดี

“รับรองได้ไอร์ ว่างานนี้ต้องมีใครสักคนได้เลือดตกยางออกแน่!” สาวผมสั้นเอ่ยเสียงห้วนด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจสงบปากสงบไปคำตลอดทาง

 

บ้านของนายแบบหนุ่มไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ทับทิมคาดการณ์ไว้ เป็นเพียงบ้านชั้นเดียวสีขาวสะอาดทั้งหลังที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลึก ปลีกวิเวกออกมาจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ รถเก๋งสีดำที่มาถึงก่อนใครจอดเทียบข้างรั้วหน้าบ้านอย่างเงียบเชียบ แต่ใครจะรู้ว่าภายในรถกลับมีสมรภูมิเล็กๆ เกิดขึ้นอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน

“ทิมกลับแท็กซี่เองได้!” ทับทิมแหวลั่น เมื่อได้ยินเพื่อนสาวแสดงความหวังดีจะให้หนุ่มหน้าตี๋ไปส่งที่บ้าน

“งั้นกลับกับพี่ส้มดีมั้ย” เมื่อเห็นท่าไม่ยอมฝ่ายเดียวของเพื่อน ไอรีณจึงหาทางออกที่ดีที่สุดให้อย่างช่วยไม่ได้

“ดี” อีกฝ่ายรับคำ “ถ้าให้ทิมกลับกับไอ้หื่น เอ๊ย ไอ้บ้านี่ วันพรุ่งนี้ไอร์รออ่านข่าวหน้าหนึ่งได้เลย คงได้ฆ่ากันตายบนรถนี่แหละ”

“แน่ใจเหรอว่าจะตายบนรถ บางทีเราอาจจะไปตายที่อื่นก็ได้นะ ที่ที่มันน่าสุนทรีย์กว่านี้น่ะ” ชายหนุ่มคนเดียวบนรถยังไม่วายยั่วให้สาวเจ้าอารมณ์บูดลงไปอีก

ทับทิมสะบัดหน้าพรืด ขยับตัวลงจากรถ แล้วกระแทกประตูรถเสียงดังสนั่น พอเห็นดังนั้น เจ้าของรถก็ของขึ้น ถลาออกไปในเสี้ยววินาที

“นี่เธอตั้งใจจะพังรถฉันใช่มั้ยยัยทอมโหด!” คนตัวสูงตวัดสายตาไปมองคนที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนด้วยความโมโห

“รถแพงจะตาย แค่นี้กลัวเสียเหรอ” อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ถ้ามันเสีย รับรองเธอได้จ่ายฉันอานแน่”

“แต่มันก็ไม่เสีย” ทับทิมพูดแล้วก็เอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ก่อนจะกระแทกมันกลับเข้าไปแรงๆ อีกที จนรถถึงกับเอียงวูบ “เห็นมะ ครั้งนี้ก็ไม่ยักเสีย”

ปุณกัดฟันกรอด พยักหน้าช้าๆ แม้ข้างในมันจะระอุจนอยากจะมอบบทลงโทษสักบทหนึ่งให้อีกฝ่าย ทว่ากลับต้องยั้งตัวเองเอาไว้ เพราะมีสาวสวยอีกคนอยู่ในเหตุการณ์ แถมเธอคนนี้ก็กำลังจะมาเป็นพี่สะใภ้เขาในอนาคตอีกด้วย คิดว่าเธอคงไม่ยอมแน่ หากเห็นเขาลงมือฉุดคร่าเพื่อนสาวปากดีของตัวเอง

ไอรีณที่นั่งกลั้นยิ้มอยู่ในรถเห็นเรื่องจะบานปลาย จึงเดินลงมาเพื่อสงบศึก เพราะก่อนที่เรื่องของเธอจะคลี่คลาย คงต้องขอความร่วมมือจากสองคนนี้อีกมาก

“ไอร์ว่าเราเข้าไปคุยกันในบ้านของเอริคดีมั้ยคะ อยู่ข้างนอกมันร้อนจะตาย” สาวร่างสูงโปร่งนำเสนอ พลางหันไปหรี่ตามองปุณอย่างขอคำตอบ

“ก็ดีครับ อยู่แถวนี้มันร้อนอย่างที่คุณบอกจริงๆ” ปุณเข้าใจความต้องการของไอรีณ จึงเดินเข้าไปยังบ้านของเอริคในระหว่างพักยก

“คุณมีกุญแจบ้านของเอริคใช่มั้ยคะปุณ” ไอรีณตะโกนถาม

“ไม่มีครับ แต่ผมรู้ว่าอยู่ที่ไหน” ว่าแล้วเขาก็เดินหายไปยังข้างบ้าน และกลับออกมาพร้อมลูกกุญแจซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ที่ซ่อน

 

ทับทิมนั่งเงียบๆ ระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เธอถือว่าตัวเองเป็นคนนอก จึงทำได้แค่รับฟัง และพร้อมที่จะช่วยเหลือหากฝ่ายนั้นต้องการ กระทั่งการประชุมเสร็จสิ้น เธอก็รีบหาทางกลับเร็วรี่ ไม่อยากให้นายจอมกะล่อนมากวนอารมณ์ได้อีก

“งั้นทิมกลับกับพี่ส้มนะ” ทับทิมรีบมัดมือชกพี่สาวคนสวย ขณะทุกคนทยอยเดินผ่านรั้วบ้านออกมา ได้ยินดังนั้น พี่ส้มก็แย้มยิ้ม แล้วพูดขึ้นว่า

“ก็ไหนเธอบอกว่าเธอจะรีบกลับบ้านไม่ใช่เหรอ นี่เธอเปลี่ยนใจจะไปเจอลูกค้าพร้อมฉันกับทอฟ้าแล้วรึไง”

“ก็คนเรามันเปลี่ยนใจกันได้นี่ ว่าแต่พี่ไปนานรึเปล่า”

“คงนานพอดู แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ให้เธอไปด้วยหรอก เพราะฉันขี้เกียจขับรถอ้อมโลกไปส่งเธอ”

“อ้าว มาทิ้งกันอย่างนี้ได้ยังไงล่ะพี่ส้ม แล้วทิมจะกลับกับใคร” ทับทิมเม้มปากด้วยความขัดใจ ยิ่งเห็นสายตาขบขันของหนุ่มตัวสูงที่ลอบมองอยู่ ยิ่งรู้สึกเสียหน้าเป็นเท่าตัว

“แท็กซี่ก็ได้นี่ นะทับทิมจ๋า วันนี้พี่ขอหนึ่งวัน เพราะเสร็จจากนัดลูกค้า พี่ต้องรีบพาฟ้าไปเคลียร์บิลที่ร้านอีก” พี่ส้มยิ้มให้อย่างลุแก่โทษ

“ให้ผมไปส่งก็ได้ครับ สงสารคนไม่มีคู่ ท่าทางจะหาคนไปส่งยาก”

สิ้นเสียงทุ้มๆ ของปุณ สาวหน้าหมวยก็เบะปาก ตวัดสายตาไปมองคนพูดด้วยความหมั่นไส้ ยิ่งเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก็ยิ่งอารมณ์เสีย

“ไม่ได้ขอ” พูดเสร็จก็สะบัดหน้ากลับมาทางพี่สาว “งั้นเดี๋ยวทิมกลับแท็กซี่ก็ได้ แต่ขอให้พี่ส้มไปส่งทิมที่หน้าปากซอยหน่อยก็แล้วกัน”

ว่าแล้วก็เดินไปขึ้นรถของพี่สาวหน้าตาเฉย ปล่อยให้ส้มกับทอฟ้าได้แต่ยิ้มขำๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเจ้าหล่อน ก่อนจะขอตัวเดินไปขึ้นรถอีกคน

ใช้เวลาไม่นานนัก รถของส้มก็เคลื่อนตัวออกไปยังหน้าปากซอย ตามติดด้วยรถเก๋งสีดำที่จงใจขับตามมาติดๆ จนกระทั่งเห็นหญิงสาวผมสั้นเดินลงมาจากรถตรงป้ายรถเมล์ตามลำพัง เรียวปากหยักได้รูปของคนที่มองอยู่ก็ยกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มอย่างพอใจ

ทับทิมที่เห็นรถของคู่อริขับตามอยู่ไม่ห่างก็รีบโบกแท็กซี่อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องการลับฝีปากกับเขากลางแหล่งชุมชน พอขึ้นรถได้ก็รีบบอกให้คนขับออกรถทันใด แต่กลับถูกรถเก๋งคันดังกล่าวตามไล่จี้ไม่ห่าง

“ถ้าพี่หนีไอ้รถเก๋งสีดำข้างหลังนี้ได้ เดี๋ยวหนูให้เพิ่มอีกสามร้อย” หญิงสาวหงุดหงิด เมื่อเห็นคนประสาทกลับขับจี้ติดๆ

ได้ยินดังนั้น คนขับก็ขมวดคิ้วมุ่น มองภาพสะท้อนบนกระจกมองหลังอย่างไม่สบายใจ

“มันไม่ดีมั้งคุณ ผมว่าคุณลงไปเคลียร์กันดีกว่ามั้ย”

“ห้าร้อย”

“แต่มันไม่ค่อยเหมาะมั้งคุณ”

“พันนึง ถ้าไม่เอาหนูก็จะลงตรงนี้แหละ”

“ได้เลยครับ จะให้ไปที่ไหนก็บอกมา” คนขับวัยกลางคนตาวาว เงินไม่เข้าใครออกใคร จ่ายหนักงานเดิน สัจธรรมของชีวิต คิดแล้วก็เหยียบคันเร่งจนมิด จนรถทะยานออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งระยะห่างอย่างเห็นได้ชัด

ปุณเห็นดังนั้นก็เหยียบคันเร่งตามไปอย่างกระชั้นชิด ไม่มีทางที่จะให้อีกฝ่ายหนีรอดไปได้ง่ายๆ แต่ทว่าแท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังคงเร่งความเร็วขึ้นไปอีก พร้อมกับหักเลี้ยวซ้ายโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว จนเกือบทำให้เขาพลาดท่าขับเลยไปไกล ยังดีที่ครองสติได้อยู่ ชายหนุ่มจึงสามารถหักเลี้ยวได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็สร้างความหงุดหงิดใจให้เขาได้มากทีเดียว

อยากเล่นอย่างนี้เหรอทอมโหด ได้...

แล้วรอยยิ้มยียวนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ปุณเหยียบคันเร่งให้ลึกมากกว่าเดิม จนกระทั่งสามารถกลับมาตามติดท้ายรถแท็กซี่คันหน้าได้อีกครั้ง ก่อนจะกระหน่ำบีบแตรรัวๆ เพื่อยั่วโมโห

ปิ้นๆๆ!

หญิงสาวที่นึกว่าสลัดคนชอบกวนออกไปแล้วชักนั่งไม่ติด เมื่อได้ยินเสียงแตรดังลั่นถนน หันไปมองด้านหลังก็พบกับรถเก๋งคันเก่าจี้มาไม่ห่าง แถมเจ้าของรถยังส่งยิ้มกวนโทสะกลับมาให้เสียอีก เธอจึงถลึงตาเข้าใส่อย่างโมโห

กะอีแค่นั่งแท็กซี่กลับบ้าน ทำไมมันถึงได้ลำบากขนาดนี้เนี่ย!

ทางฝ่ายคนขับแท็กซี่เริ่มหน้าตูม เมื่อเห็นรถคันเดิมตามมาไม่ห่าง หนำซ้ำยังบีบแตรยั่วอารมณ์โกรธได้อย่างต่อเนื่อง ขับไปได้อีกไม่เท่าไร ความอดทนก็หมดลง ในที่สุดเขาก็โพล่งขึ้นมาดังๆ

“ผมว่าคุณไปเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องดีกว่า เดี๋ยวคุณลงข้างหน้านี้ก็แล้วกัน เงินพันนึงอะไรผมไม่เอาแล้ว ประสาทจะเสีย!”

“อ้าว” ทับทิมหน้าตึง “พี่จะทิ้งผู้โดยสารอย่างนี้ไม่ได้นะ ไม่เอา หนูไม่ลง!”

“ลงไม่ลง ผมก็จอดไล่แล้ว อย่าให้ผมต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้เลย วันนี้ทั้งวันเจอแต่ลูกค้ากวนตีน แล้วให้มาเจอแบบไอ้บ้าที่ตามหลังมาด้วยอีกคน คงกลายเป็นโรคประสาทตายพอดี!”

พูดพลางโบกมือไล่ผู้โดยสารที่นั่งหน้าเสียอยู่เบาะหลัง พร้อมกับเคาะนิ้วไปตรงมิเตอร์สีแดงให้อีกฝ่ายรู้ตัว

ทับทิมเม้มปากแน่น ยื่นเงินให้ไปตามจำนวนที่เห็น แล้วรีบเดินลงมาจากรถด้วยความอับอายระคนโมโหที่ถูกลอยแพกลางถนน แถมยังต่อหน้าต่อตาคนที่เธอเกลียดสุดจิตสุดใจ

ปุณกระตุกยิ้มที่เห็นเสือสาวถูกทิ้งไว้กลางถนน จึงค่อยๆ ขับรถไปหาคนที่เดินจ้ำอ้าวตามทางเท้าโดยไม่มีทีท่าจะหันกลับมาสนใจ รถเก๋งคันใหญ่จึงเร่งความเร็วขึ้นไปตีคู่ เมื่อได้จังหวะก็เลื่อนกระจกด้านซ้ายลงเพื่อสะดวกแก่การต่อรอง

“ไงทอมโหด ไม่มีรถกลับบ้านสิท่า”

คนที่ถูกถามเหลือบมองด้วยหางตา ก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหนีให้ห่างคนที่ตามมาหลอกหลอนไม่หยุดหย่อน

“อ้าว...ถามไม่ตอบอีก หรือว่าจะต้องทำให้อายก่อนถึงจะคิดออกว่าตัวเองก็พูดได้” ไม่พูดเปล่า ยังบีบแตรเสียงดังสนั่นจนชาวบ้านชาวช่องแถบนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียว

ทับทิมข่มความโกรธเอาไว้ ในใจก็ท่องพุทโธ สังโฆ เชิดหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่ใส่ใจ ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถเห็นดังนั้นก็ยิ่งกระหยิ่มใจ บีบแตรให้ดังระรัวยิ่งกว่าเดิม พร้อมตะโกนบอกเสียงดัง

“ผมเข้าใจ ผมขอโทษที่ทำคุณท้อง แต่คุณอย่าทำอย่างนี้กับผมเลย ได้โปรดกลับมาหาผมเถอะที่รัก ยังไงซะ ผมก็รักคุณกับลูกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนะทับทิม”

ประโยคที่เพิ่งได้ยินจากปากของคนที่ขับรถตามเธอมาติดๆ เล่นเอาหน้าชาไปถึงหู หญิงสาวหันขวับไปมองอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะสวนกลับทันควันด้วยความอาย

“หุบปากพล่อยๆ ของนายไปเลย แล้วบอกมาว่าจะเอายังไง!”

“ก็ขึ้นรถมาก่อนสิ แล้วฉันจะบอกว่าเอายังไง” ปุณยักไหล่ท่าทางกวนอารมณ์

“ฉันไม่ขึ้น มีอะไรก็พูดกันตรงนี้!”

“เอางั้นเหรอ” ปุณหรี่ตามอง ก่อนพูดต่อเสียงดัง “ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกผมรึเปล่า แต่ยังไงผมก็จะรับผิดชอบคุณกับลูกนะทับทิม”

สิ้นเสียงทุ้มๆ ที่ดังพอจะได้ยินกันทั่วทั้งบริเวณ ก็เกิดเสียงซุบซิบนินทาขึ้น จนคนถูกกล่าวหาโกรธจนตัวสั่นที่ถูกยัดเยียดสถานะเช่นนี้ให้

“ได้...อยากเล่นอย่างนี้ใช่มั้ย?” ทับทิมเข่นเขี้ยว ก้มลงไปหยิบก้อนอิฐสีแดงที่แม่ค้าหาบเร่ใช้ทับชายแผ่นพลาสติกไม่ให้ปลิวไปกับลมติดมือขึ้นมา แล้วปาไปยังรถของชายหนุ่มอย่างแรง จนกระจกด้านข้างตรงเบาะหลังแตกร่วงลงมาเต็มพื้น ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

“ทำอะไรของเธอน่ะยัยทอมโหด!” ปุณสบถดังลั่น หลังต้องยกแขนขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้กันเศษกระจกที่ปลิวเข้ามา ดีที่เป็นกระจกด้านหลังไม่ใช่ด้านหน้า ไม่เช่นนั้นเขาคงโดนลูกหลงไม่หัวแตก ก็แขนหักแน่

“ซักผ้าอยู่มั้ง?” คนพูดลอยหน้าลอยตา

สมน้ำหน้า!

ได้ยินดังนั้น หนุ่มรูปหล่อก็เดือดปุดๆ รีบเอื้อมตัวไปเปิดที่เก็บของหน้ารถเพื่อควานหาบางสิ่งที่เขาได้มาจากเพื่อนตำรวจเมื่อนานมาแล้ว

“แน่จริงอย่าหนีก็แล้วกัน” พูดเสร็จก็พุ่งพรวดออกมาจากรถ พร้อมกระชากแขนเล็กๆ ของหญิงสาวไว้อย่างไม่ปรานีปราศรัย

“จะทำอะไรฉัน ไอ้บ้าปุณ!” สาวผมสั้นร้องลั่น เมื่อถูกคนตัวโตล็อกแขนตัวเองเอาไว้ด้วยกุญแจมือสีเงิน

“ก็ที่รักชอบกุญแจมือไม่ใช่เหรอจ๊ะ มะ...เดี๋ยวจะพาไปฝากครรภ์!”

 

Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 2 : 1. ขิงแรงมา ข่าจัดให้View : 907 , Rating : 100% / 3 vote(s)

11 ต.ค. 59

ตอนที่ 2 : 1. ขิงแรงมา ข่าจัดให้View : 907 , Rating : 100% / 3 vote(s)

11 ต.ค. 59

3 ความคิดเห็น

  1. #83 MAPRANG-Ka (@maprang-ka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 21:29
    คู่กัน หรือ คู่กัดกันแน่
    #83
    0
  2. #80 suket (@stupidjeab) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 15:02
    ว้าว...ไรท์เตอร์กลับมาอัพแล้ว จะรออ่านนะค่ะ^^
    #80
    0
  3. วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 23:50
    กลับมาอัพอีกครั้ง ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2555 / 23:52
    #79
    0
พิมพ์เลขที่เห็น