หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 9 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,079 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

ท่านพ่อ ฮูหยินใหญ่และฟางเอ๋อร์ได้กลับไปหลังจากทานมื้อเย็นร่วมกับนางเสร็จและนางยังมอบตลับอายแชโดว์กับลิปบาล์มสูตรแรกให้แม่ใหญ่ไปลองใช้อีกด้วย ไท่หลงเองก็กลับไปพร้อมๆกับครอบครัวหลิว นางกับพี่เสี่ยวอิงแล้วก็ท่านน้าลู่ไป๋ก็เลยมาช่วยกันทำลิปสูตรใหม่ที่จะให้สีชัด เนื้อด้านและติดทนมากขึ้น ขายแบบนี้ดูจะดีมากกว่าแต่สูตรบำรุงนางก็ยังทำเช่นกัน

ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ เมื่อลดน้ำมันมะพร้าวลงสองส่วนจะทำให้ไขผึ้งเหนียวขึ้นไม่มันวาวเหมือนสูตรแรก นางตกลงจะทำทั้งสองสูตรออกขาย ทั้งสามคนช่วยกันทำจนทั้งเก้าสิบอันเสร็จภายในคืนนั้นแต่ก็ดึกมากโขทีเดียว

รุ่งเช้าหลังทานมื้อเช้า จิวเหมยกับพี่เสี่ยวอิงขนของทุกอย่างเข้าไปขายที่ตลาด โชคดีที่ท่านพ่อให้ม้าไว้ใช้อีกหนึ่งตัวเมื่อวานและโชคดีกว่าที่พี่เสี่ยวอิงขี่ม้าเป็น ท่านน้าลู่ไป๋อยู่เฝ้าบ้านและรอช่างที่จะสร้างบ้านเข้าไปทำให้ซึ่งนางเองก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นวันนี้หรือไม่ ถึงตลาดพวกนางก็รีบเอาโต๊ะออกมากางและวางของเตรียมขายทันที

“จิวเหมย วันนี้เจ้ามาสาย” เหล่าบรรดาพี่สาวจากหอคนิกานี่เอง นางจำชื่อไม่ได้สักคน

“ขออภัยเจ้าค่ะพี่สาว บ้านข้าอยู่ไกลสักหน่อยก็เลยมาช้าไปสักนิด เชิญพี่สาวชมสินค้าใหม่ของข้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าเรียกว่าลิปสติกหรือสีทาปาก หากทาบางๆจะได้สีชมพูอ่อนแต่หากทาเข้มจะได้สีแดงสวยพร้อมกับกลิ่นดอกเหมยกุ้ยหอมอ่อนๆเจ้าค่ะ ส่วนที่สีอ่อนกว่านี้ข้าเรียกว่าลิปบาล์ม ใช้บำรุงริมฝีปากแต่ก็มีสีอ่อนๆเช่นกันเจ้าค่ะ แล้วก็มีแบบไม่มีสีสำหรับบุรุษด้วยนะเจ้าคะ”

“แหม แค่ฟังเจ้าพูดพี่สาวก็พร้อมจะจ่ายเงินให้เจ้าแล้วจิวเหมย”

“ข้าขายแพงสักหน่อยนะเจ้าคะ เพราะของที่ใช้ทำนั้นหายากยิ่ง”

“เท่าใดพี่สาวก็ยอมจ่ายหากจะทำให้พี่สาวสวยโดดเด่นเหนือผู้ใด”

“พี่สาวทุกคนสวยโดดเด่นอยู่แล้วเจ้าค่ะ หากใช้ของของช้าจะยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก”

“ปากหวานจริงเชียวเด็กคนนี้” เอาเป็นว่า เพราะความปากหวานของนางที่ช่างจ้อนี่แหละที่ทำให้นางขายดิบขายดี แม้แต่คุณชายรูปงามก็ยังแวะเวียนเข้ามาซื้อลิปบำรุงกับนางไปเสียหลายคน กลิ่นเงินหอมฟุ้งเชียว

“พี่ไม่คิดว่าคุณหนูจะขายดีเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ”

“ตั้งแต่ขายมาก็ขายดีเช่นนี้ทุกวันเลยเจ้าค่ะพี่เสี่ยวอิง”

“อาจจะเพราะไม่ค่อยมีผู้ใดขายก็เป็นได้เจ้าค่ะ ของที่คุณหนูทำนั้นแม้แต่คุณหนูในจวนก็ไม่มีใช้” ใช่ เพราะสีปากที่พวกนางใช้ทุกวันนี้ก็มาจากกลีบดอกไม้แห้ง เอาปากไปเม้มกับกลีบดอกไม้มันจะชัดเท่าที่นางบดผสมไขผึ้งกับน้ำมันมะพร้าวได้เช่นไร “คุณหนูเก่งมากเลยเจ้าค่ะ”

“มันแค่เรื่องง่ายๆเองพี่เสี่ยวอิง สิ่งที่ข้าถนัดนั้นไม่ใช่สิ่งนี้หรอกเจ้าค่ะ” จะบอกว่าสิ่งที่จันทร์ถนัดนั้นไม่ใช่การผสมสีกับของพวกนี้หรอก แต่หมอทหารเช่นนางที่มาจากโลกอนาคตนั้นถนัดการทำอาวุธสงครามทุกชนิด ครอบครัวนางร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐีทั้งที่เป็นเพียงทหารก็เพราะเหตุนี้ ค้าขายอาวุธให้กับกองทัพ

ที่บ้านของนางมีห้องใต้ดินสำหรับทำงานวิจัยโดยเฉพาะ ในนั้นนางจะมีอิสระในการคิดไม่ว่าจะเป็นทางการแพทย์หรือทหาร ทำบ้านหวิดระเบิดมาก็หลายครั้ง แต่ผลงานที่ได้จากการเกือบเสียบ้านก็คือเงินจำนวนมหาศาล พ่อของจันทร์แทบพูดไม่ออกแต่จะห้ามปรามลูกสาวก็ทำไม่ได้

อย่าให้นางต้องแสดงฝีมือเลย ถ้าไม่จำเป็นนางก็ยังไม่อยากร่ำรวยด้วยวิธีทางลัดเช่นนั้น

“แล้วสิ่งที่คุณหนูถนัดคือสิ่งใดเจ้าคะ”

“สักวันพี่เสี่ยวอิงก็จะรู้เองเจ้าค่ะ พี่สาวพี่ชายสนใจสีทาปากหรือไม่เจ้าคะ ช่วยบำรุงริมฝีปากไม่ให้แห้งแตกได้นะเจ้าคะ เชิญพี่สาวพี่ชายแวะชมสินค้าก่อนได้เจ้าค่ะ” ทันใดนั้นก็มีพี่สาวหลายคนเข้ามาที่ร้านของนางและหยิบจับสิ่งของขึ้นดู นางสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่ามีพี่สาวแต่งตัวแปลกๆมาซื้อของกับนางบ่อยครั้งและแต่ละครั้งก็ซื้อไปเยอะเสียด้วย “เป็นสินค้าใหม่ของข้าเจ้าค่ะ ใช้บำรุงฝีปาก สีแดงเหมาะกับสตรีส่วนที่ไม่มีสีเหมาะกับบุรุษเจ้าค่ะ แต่หากแพ้ไขผึ้งหรือน้ำมันมะพร้าวข้าไม่แนะนำนะเจ้าคะ”

“เป็นพิษหรือ”

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ อาการแพ้คือหากสัมผัสกับสิ่งที่แพ้จะเกิดอาการบวมแดงแต่หายขาดได้ในไม่กี่วันหากหยุดใช้”

“เช่นนั้นเจ้าเอาแบบที่มีสีให้ข้าสักสิบอันก็แล้วกัน” จิวเหมยรับคำรีบหยิบจับให้กับพี่สาวพวกนั้นทันที

เมื่อพวกนางได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็จากไปแบบไม่เหลียวหลัง “คนพวกนั้นเป็นคนของจวนใดหรือเจ้าคะพี่เสี่ยวอิง แต่งตัวแปลกแต่กิริยาราวกับคนชั้นสูง ข้าเห็นมาซื้อของกับข้าหลายครั้งแล้วเจ้าค่ะ”

“นางกำนัลจากในวังเจ้าค่ะ พี่เคยพบที่จวนของนายท่านจ้าวอยู่หลายครายามตามเสด็จพระสนมกุ้ยเฟย”

“พระสนมกุ้ยเฟยหรือเจ้าคะ”

“เจ้าค่ะ พระสนมกุ้ยเฟยเป็นพี่น้องร่วมมารดากับฮูหยินจ้าวเจ้าค่ะ พระสนมเสด็จมาเยี่ยมเยียนฮูหยินอยู่บ่อยครั้ง พี่ก็เลยได้พบและสนทนากับผู้ติดตามของพระสนมบ้าง” เป็นเช่นนี้เอง มิน่ากิริยาถึงได้ดูสูงส่งเช่นนั้น “พวกนางคงเป็นนางกำนัลชั้นสูงที่ดูแลเหล่าพระสนมเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นคงไม่มีผู้ติดตามเช่นนั้น”

“อืม ช่างเขาเถิดเจ้าค่ะ” นางเลิกสนใจแล้วตะโกนเรียกลูกค้าต่อ จวบจนตลาดใกล้วายก็ยังขายไม่หมดอาจจะเพราะวันนี้คนมาเดินตลาดน้อยยิ่งนัก นางก็เลยชวนพี่เสี่ยวอิงเก็บของกลับบ้าน แต่ก่อนกลับก็แวะเดินซื้อของสดและแวะร้านขายเมล็ดพันธุ์พืชที่นางบังเอิญเจอ เผื่อได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านบ้าง

“เชิญคุณหนูด้านในเลยขอรับ ร้านข้ามีเมล็ดพืชและต้นกล้าแทบทุกอย่างที่แคว้นซานและต่างแคว้นมี”

“เช่นนั้นหรือ ข้าอยากได้ต้นของลูกกลมๆที่คล้ายผลส้ม ให้รสเปรี้ยว ท่านลุงพอจะมีหรือไม่เจ้าคะ”

“คล้ายผมส้มหรือ ก็พอจะมีอยู่นะ เชิญๆคุณหนู ทางด้านนี้” ท่านลุงเจ้าของร้านพานางเดินไปทางด้านหลังร้านที่เป็นที่เก็บบรรดาต้นกล้ายืนต้นทั้งหลาย นางสอดส่องหามะนาวอย่างตั้งใจแต่ไม่มีแต่ที่มีดันไม่ใช่ “ใช่สิ่งนี้หรือไม่คุณหนู” นั่นมันต้นมะกรูดไม่ใช่หรือ นางยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากได้ต้นมะกรูดมาแล้วนางก็เดินดูต้นอื่นๆเพิ่มจนเจอต้นโหระพา ข่า ตะไคร้ ผลไม้อย่างมะพร้าว ส้มจี๊ด แอปเปิ้ล มะม่วง นางกวาดมาเรียบ และยังให้ท่านลุงหาต้นกระเพราให้ด้วย นอกจากนี้นางยังซื้อเมล็ดพริก พริกไทย ผักชีไปอีกหลายถุง และที่นางปลื้มปลิ่มที่สุดเห็นจะเป็นใบเตย

“ข้าเอาทั้งหมดนี่เลยเจ้าค่ะ แต่รบกวนท่านลุงให้รถม้าไปส่งที่บ้านของข้าที่อยู่ติดกำแพงเมืองให้หน่อยนะเจ้าคะ บ้านหลังที่มีที่กว้างๆหรือถามคนแถวนั้นว่าบ้านคุณหนูหลิวก็ได้เจ้าค่ะ”

“ได้ๆคุณหนู” นางจ่ายค่าของรวมทั้งค่าส่งพิเศษให้ท่านลุงเจ้าของร้านแล้วก็ออกไปหาซื้อของอย่างอื่นต่อ

โดยเฉพาะรังผึ้งและมะพร้าว ไขมันหมูที่นางจะเอาไปเจียวเอาน้ำมันไว้ทำอาหาร แต่นางได้เพียงบางอย่างเท่านั้น รังผึ้งนั้นไม่มีแต่นางไม่ได้กังวลอะไรเพราะไขผึ้งที่ได้จากครั้งก่อนก็มีเก็บไว้เยอะมาก มะพร้าวได้มาอีกห้าลูกและไขมันหมูที่ได้มาเยอะมาก นางและพี่เสี่ยวอิงหอบของทุกอย่างกลับบ้านแม้จะหนักจนแทบขนไม่ไหว

“เห็นทีข้าต้องมีรถม้าไว้ใช้บ้างแล้วล่ะพี่เสี่ยวอิง”

“ตามใจคุณหนูเถิดเจ้าค่ะ”

“พี่เสี่ยวอิงมีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้าหรือไม่เจ้าคะ” ระหว่างขี่ม้ากลับในหัวนางก็คิดหาเรื่องทำไม่หยุด อีกไม่นานก็เข้าฤดูเหมันต์แล้วนางต้องเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องนอนหนาๆไว้ทั้งของตนเองและคนในบ้าน หากจะไปจ้างช่างตัดเย็บก็กลัวจะไม่ได้ตามแบบที่ต้องการ

“เป็นเจ้าค่ะ คุณหนูจะให้พี่ทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ”

“เย็บชุดไว้ใส่หน้าหนาวน่ะสิเจ้าคะ วันพรุ่งเราค่อยไปหาซื้อของมาทำกันดีกว่าจะได้ไม่ลืม พี่เสี่ยวอิงอย่าลืมเตือนข้าด้วยนะเจ้าคะ” คุยกันเรื่อยเปื่อยไม่นานก็กลับถึงบ้าน ท่านน้าลู่ไป๋มาช่วยเอาของไปเก็บและบอกให้นางไปดูที่ทางที่จะให้ช่างเขาสร้างบ้าน และแบบบ้านที่จะสร้าง ช่างทุกคนคุ้นเคยกับนางดีอธิบายเพียงนิดก็เข้าใจ

“คาดว่าสักสองวันก็น่าจะเสร็จขอรับคุณหนู”

“เช่นนั้นรบกวนทำสะพานยื่นจากตรงนี้ออกไปที่ริมแม่น้ำได้หรือไม่เจ้าคะ” นางวาดแบบกับพื้นดินให้ดูแบบคร่าวๆ “ข้าอยากทำเอาไว้นั่งเล่นยามเย็นเจ้าค่ะ”

“ได้ขอรับ ไม่น่าจะยากอะไร เช่นนั้นวันพรุ่งพวกข้าจะเข้ามาแต่เช้านะขอรับ” เมื่อเข้าใจกันดีพวกช่างก็กลับไป นางก็เลยได้เวลาสำรวจพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักที่ซื้อมา

“ต้นมะพร้าวคงต้องปลูกให้ไกลบ้านสักหน่อยเจ้าค่ะท่านน้าเพราะเวลาลูกมันแก่แล้วมันจะหล่นเองหากใกล้บ้านหรือใกล้สวนเกินไปเกรงจะเป็นอันตราย ส่วนต้นอื่นๆปลูกไว้ริมรั้วจะเหมาะกว่า” กว่ามะพร้าวจะโตนางคงต้องซื้อใช้ไปอีกหลายปี ขณะที่กำลังเดินปรึกษากับท่านน้าลู่ไป๋อยู่นั้น รถม้าจากจวนท่านพ่อก็วิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านพร้อมกับร่างเล็กของน้องสาวต่างมารดากระโดดลงจากรถ แก่นเซี้ยวแต่เด็กเลยนะฟางเอ๋อร์

“หากเจ้าหกล้มเป็นแผลแม่ของเจ้าคงหัวใจวาย”

“ท่านพ่อก็อย่าบอกท่านแม่สิเจ้าคะ”

“แม่ของเจ้าก็ออกจะเรียบร้อย เหตุใดเจ้าถึงได้ซนเช่นนี้”

“ก็ลูกยังเด็กนี่เจ้าคะ”

“น้องพูดได้ถูกแล้ว คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“พี่ใหญ่! ฟางเอ๋อร์คารวะพี่ใหญ่ ท่านน้าลู่ไป๋เจ้าค่ะ เห็นไหมเจ้าคะท่านพ่อ พี่ใหญ่เห็นด้วยกับลูกด้วย”

“เฮ้อ พ่อฝากน้องด้วยนะเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะ อยู่กับลูกน้องจะเก่งไม่แพ้ผู้ใดแน่นอน” เด็กน้อยยิ้มแป้นแล้วถือห่อเสื้อผ้าตามหลังพี่เสี่ยวอิงเข้าไปในบ้าน ตามด้วยหีบของอีกหลายหีบที่คนของท่านพ่อกำลังขนตามเข้าไป “วันนี้ฮูหยินไม่ได้มาด้วยเพราะอ่อนเพลีย ร่างกายนางยังไม่แข็งแรงดีนักพ่อจึงให้พักอยู่ที่จวน”

“เจ้าค่ะ แม่ใหญ่ควรจะพักให้มากๆ ร่างกายโดนพิษมานานคงต้องใช้เวลากว่าจะฟื้นตัว” แม้นางจะช่วยไปมากแล้วก็เถอะ เรื่องพละกำลังคงมีแต่เจ้าตัวที่จะช่วยตนเองได้ “ท่านพ่อจะกลับเลยหรือจะอยู่รับมื้อเที่ยงกับลูกเจ้าคะ”

“เช่นนั้นพ่อต้องฝากท้องกับเจ้าสักมื้อ แล้วนี่กำลังทำสิ่งใดกันอยู่หรือ”

“ข้ากำลังรอคนจากร้านขายเมล็ดผักเอาผักมาส่งเจ้าค่ะ กำลังพูดคุยกับท่านน้าลู่ไป๋ว่าจะปลูกตรงไหนดี” พูดไม่ทันขาดคำรถม้าคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านของนางทันที คนบังคับม้าเอ่ยทักทายแล้วแจ้งว่าท่านลุงเจ้าของร้านจ้างให้ขนของมาส่ง “เช่นนั้นรบกวนพี่ชายขนเข้ามาไว้ข้างในให้ข้าหน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะให้ค่าแรงเพิ่ม”  เราสี่คนรวมท่านพ่อและท่านน้าลู่ไป๋ช่วยกันขนต้นไม้ที่เป็นกระถางเข้าไปก่อน ส่วนถุงเมล็ดผักนางถือไปวางไว้ที่แคร่แล้วไปช่วยพวกเขาต่อ

“เจ้าซื้อมามากมายเพียงนี้เชียวหรือเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ เห็นสิ่งใดลูกก็อยากปลูกไปหมด ต้นไม้แปลกๆลูกก็ซื้อมาเจ้าค่ะ” โตไม่โตค่อยว่ากันอีกที

ขนไปกองไว้มุมหนึ่งบริเวณรั้วบ้านเสร็จคนขับรถม้าก็กลับไปพร้อมค่าแรงเพิ่มอีกห้าตำลึงเงิน นางให้ท่านน้าลู่ไป๋ขุดหลุมสำหรับปลูกต้นมะกรูดก่อนเป็นอย่างแรก ส่วนนางก็ขุดอีกหลุมปลูกต้นส้มจี๊ด ท่านพ่อขุดหลุมสำหรับปลูกต้นแอปเปิ้ล และนางยังเห็นท่านลุงแถมต้นองุ่นมาให้อีกหลายต้น

“ข้าอยากทำบ้างเจ้าค่ะ”

“ข้อมือเจ้ายังเล็กยังทำไม่ได้หรอกฟางเอ๋อร์ เจ้าไปให้พี่เสี่ยวอิงวัดตัวสำหรับตัดชุดดีกว่านะ”

“ตัดชุดหรือเจ้าคะ แต่น้องมีชุดมากมายแล้ว”

“พี่จะตัดชุดสำหรับฤดูหนาวให้เจ้า บ้านพี่มีต้นไม้มากและเป็นที่โล่ง หากเจ้าอยู่กับพี่ที่นี่จะหนาวกว่าที่จวนท่านพ่อมากนัก เช่นนั้นไปให้พี่เสี่ยวอิงวัดตัวเสียดีๆเจ้าตัวยุ่ง” ฟางเอ๋อร์เดินหน้ามุ่ยกลับไปหาพี่เสี่ยวอิงที่ยืนยิ้มรออยู่ “ปลูกที่เป็นต้นเสร็จก็พอแล้วเจ้าค่ะ ที่เป็นเมล็ดข้าจะขึ้นแปลงลูกทีหลัง”

จิวเหมยขุดไปสองหลุมก็ปล่อยให้ท่านพ่อแล้วก็ท่านน้าลู่ไป๋ทำต่อเพราะใกล้เวลามื้อเที่ยงแล้ว วันนี้นางจะทำบะหมี่หมูแบบง่ายๆ ใส่กากหมูและกระเทียมเจียวหอมๆแล้วก็น้ำซุปใสเข้มข้นก็เป็นอร่อยเหาะ นางตั้งน้ำต้มซุปกระดูกหมูกับหัวไชเท้าก่อนเป็นอย่างแรก ใส่เกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ จากนั้นก็หมักหมูไว้แล้วเอามันหมูลงไปรวนในกระทะค่อยๆให้ไขมันละลายเหลือเพียงกากหมูเท่านั้น น้ำซุปเดือดก็คอยช้อนตักฟองออกให้เหลือแต่น้ำใสๆ

ส่วนเส้นหมี่นั้นนางได้มาจากตลาดไม่ต้องทำเองให้ยุ่งยาก ตอนจะเสิร์ฟก็ลวกเส้นลวกหมูใส่ชามตามด้วยซุป กากหมู กระเทียมเจียว ผักชีเป็นอันเสร็จยกเสิร์ฟได้ ซุปหมูเข้มข้นทำทุกคนเจริญอาหารกันมากทีเดียว

หลังมื้อเที่ยงนางก็เดินนำท่านพ่อดูแปลงผักและแปลงข้าวของนาง ตอนนี้ต้นข้าวเริ่มโตแล้วเริ่มเข้าฤดูหนาวคงได้เก็บเกี่ยวพอดี ท่านพ่อเองก็แนะนำหลายส่วนเพราะท่านไปอยู่ชายแดนเห็นชีวิตประชาชนแต่ละหมู่บ้านแต่ละเมืองมามากที่มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไปซึ่งบางที่อุดมสมบูรณ์บางที่ก็ขาดแคลน

“ถือว่าที่ตรงนี้เป็นที่ที่ดีเหมาะแก่การเพาะปลูกมากทีเดียว เหตุใดถึงไม่มีผู้ใดมาสำรวจใช้ประโยชน์จากมัน”

“ก็แบบนี้แหละเจ้าค่ะท่านพ่อ บางสิ่งอยู่ใกล้มือเกินไปก็เลยไม่สนใจเท่าใดนัก”

“ถือว่าลูกโชคดี หากแม่ของเจ้ายังอยู่จะต้องภูมิใจในตัวเจ้าไม่ต่างจากพ่อ”

“ท่านแม่ยังอยู่กับลูกเสมอเจ้าค่ะ ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมีคำถาม” ถามถึงสิ่งที่นางข้องใจมานาน

“ถามมาเถิดลูกพ่อ หากพ่อตอบได้พ่อจะไม่ลังเลที่จะตอบเจ้า”

“คราแรกยามที่ลูกได้พบสหายอย่างจ้าวไท่หลงนั้น แม้ครอบครัวของอัครเสนาบดีจะสนิทกับท่านพ่อเหตุใดพวกเขาถึงไม่รู้ว่าท่านแม่มีลูกเป็นลูกเจ้าคะ แม้แต่ท่านน้าอี้เฟยที่ถือเป็นสหายของท่านแม่ก็ยังไม่ทราบว่าท่านแม่ท้องและมีลูกออกมา คราแรกลูกคิดว่าเป็นเพราะแม่ใหญ่แต่ยามนี้ลูกไม่มั่นใจนักว่าเพราะเหตุใด” ท่านพ่อเงียบไปครู่ใหญ่หลังสิ้นคำถามของนางก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงบ่งบอกว่าหนักใจนักหนาที่จะบอกกล่าวแก่นาง

“ยามเมื่อแม่ของเจ้าท้องเจ้านั้นร่างกายนางอ่อนแอยิ่งนักเหมยเอ๋อร์ หลังจากหมอหลวงมาตรวจก็พบว่าแม่ของเจ้านั้นร่างกายเต็มไปด้วยพิษร้ายเช่นเดียวกับฮูหยิน หมอถึงกับให้แม่ของเจ้าเอาเจ้าออกเพื่อความปลอดภัย แต่แม่ของเจ้าไม่ยอม ทั้งตอนนั้นพ่อยังมีปัญหากับทางฝั่งบิดาของแม่เจ้า พ่อไม่อาจให้พวกเขารู้ได้ว่ากำลังจะมีเจ้าเพราะเจ้าจะกลายเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับพ่อเรื่องตำแหน่งหน้าที่ในราชสำนัก แม่เจ้ารู้และไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นจึงเก็บตัวอยู่แต่ในจวนไม่ออกไปที่ใดแม้แต่พบสหายรักเช่นฮูหยินจ้าว ทั้งยังให้พ่อปิดเรื่องเจ้าไว้เป็นความลับ พ่อน่าจะเด็ดขาดและจัดการพวกเขาให้มากกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นบิดากับพี่ชายของแม่เจ้า จะจัดการสิ่งใดก็ต้องคิดถึงแม่ของเจ้าไว้ให้มาก นางยังเป็นห่วงพวกเขาไม่อยากให้ต้องบาดหมางกัน พ่อเองก็จนใจในเรื่องนี้”

“เป็นเช่นนี้ถึงได้ไม่มีใครรู้ว่าท่านพ่อมีลูกอีกคน”

“ใช่ แม่ของเจ้าหลังคลอดเจ้าก็อ่อนแอลงมากจนสุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวและจากเราไป พ่อขอโทษจริงๆที่ทำให้เจ้าต้องลำบากจนต้องเจออันตราย”

“มันผ่านไปแล้วเจ้าค่ะ ลูกเองก็รอดมาได้แล้วแต่คนผิดก็ย่อมต้องได้รับผมกรรมหวังว่าท่านพ่อจะเข้าใจ”

“ตามใจเจ้าเถิด หลังจากรู้ว่าฮูหยินโดนยาพิษพ่อก็อดคิดไม่ได้ว่าแม่ของเจ้านั้น....”

“เจ้าค่ะ คงเป็นผู้อื่นไปไม่ได้และลูกจะจัดการด้วยวิธีของลูกเอง” แม่ใหญ่รอดจากความตายเพราะพิษมาได้แต่ท่านแม่ของนางนั้นไม่รอด อนุรองคงคิดการณ์ใหญ่กระมังถึงได้คิดฆ่าทั้งหญิงที่เป็นที่รักของท่านพ่อและหญิงที่เป็นใหญ่ในบ้าน หากแม่ใหญ่ตายไปใครเล่าจะได้ขึ้นมาเป็นฮูหยินคนใหม่หากไม่ใช่อนุรองผู้มาจากตระกูลใหญ่เช่นตระกูลตง

“ตระกูลตงมีฐานอำนาจในราชสำนักค่อนข้างมาก พ่อเองแม้จะเป็นสหายสนิทขององค์ฮ่องเต้ก็ยังต้องเกรงใจอยู่หลายส่วน มิใช่พ่อไม่อยากจัดการเรื่องนี้แต่ตอนนี้นั้นยังไม่เหมาะอย่างยิ่ง ตระกูลตงรับใช้ราชสำนักมาหลายชั่วอายุคน หากถูกลอบสังหารตายไปเกรงว่าราชสำนักจะวุ่นวายไม่น้อย ฝ่าบาทไม่ทรงอยากให้เป็นเช่นนั้น หวังว่าเจ้าจะเข้าใจพ่อ และหากลูกอยากจัดการมันด้วยตนเอง พ่อย่อมยินดีสนับสนุน หากเจ้าต้องการองครักษ์หรือทหารฝีมือดีให้บอกพ่อได้เลย แต่พ่ออยากให้เจ้าคิดให้รอบคอบก่อนจะทำสิ่งใดลงไป เข้าใจหรือไม่เหมยเอ๋อร์”

“ลูกจะจำใส่ใจไว้เจ้าค่ะ ท่านพ่ออย่าได้กังวล แล้ว...ตอนนี้ครอบครัวฝั่งบิดาของท่านแม่เล่าเจ้าคะ”

“เป็นผู้ผูกขาดเส้นทางการค้าระหว่างแคว้นซานกับแคว้นเหลียวที่ติดชายทะเล เกลือที่เจ้าใช้ปรุงอาหารก็เป็นพวกเขาที่นำเข้ามาขายและจ่ายส่วนแบ่งให้ราชสำนัก พี่ชายของแม่เจ้าหรือก็คือท่านลุงของเจ้าเองก็มีตำแหน่งเป็นถึงรองเสนาบดีกรมคลัง ถึงพ่อจะปิดบังเรื่องเจ้าเช่นไรแต่พวกเขาก็เอาแม่ของเจ้ามาต่อรองพ่อจนได้ตำแหน่งมา ช่วงนั้นแม่ของเจ้าป่วยหนักพ่อจึงจำต้องยอมเพราะไม่อยากให้พวกเขาเอาเรื่องนี้มากวนใจแม่ของเจ้า”

“ต่อรองเช่นไรเจ้าคะ”

“ส่วนของแม่เจ้านั้นเพราะพ่อเป็นบุตรเขยแม้เหมยอิงจะเป็นเพียงอนุแต่เพราะพ่อรักแม่ของเจ้ามากจึงมีจุดอ่อนให้พวกเขาแฝงเอาผลประโยชน์ ส่วนเจ้านั้นคงไม่แคล้วเอาชีวิตเจ้ามาต่อรองกับพ่อเพราะพวกเขาหาได้สนใจเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อไม่ ตั้งแต่รู้ว่าแม่ของเจ้าจากไปทางนั้นเองก็ไม่ได้มายุ่งอันใดกับพ่ออีกคงเพราะสร้างผลประโยชน์ให้พวกเขาไม่ได้แล้วกระมัง เช่นนั้น ลูกจะต้องระวังตัวเข้าใจหรือไม่เหมยเอ๋อร์ หากพวกเขารู้ว่าพ่อมีเจ้าคงไม่เป็นเรื่องดีแน่ ยิ่งตอนนี้ตำแหน่งในราชสำนักของพ่อใหญ่โตเช่นนี้ พวกเขาคงไม่พลาดจะเข้าหาเจ้าเป็นแน่”

“ท่านพ่ออย่าได้เป็นห่วงลูกเลยเจ้าค่ะ ลูกจะระวังตัวเองให้ดี”

“ได้ยินเช่นนี้พ่อก็เบาใจ แล้วก็เรื่องแม่ใหญ่ของเจ้า นางเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องร้ายกับเจ้าหรอกนะเหมยเอ๋อร์ เจ้าพอจะให้อภัยแม่ใหญ่ของเจ้าได้หรือไม่”

“ท่านพ่อรักแม่ใหญ่หรือไม่เจ้าคะ”

“พ่อรักเพียงแม่ของเจ้า พ่อไม่อาจรักสตรีใดได้อีกแล้ว แต่กับฮูหยินใหญ่นั้นพ่อจำเป็นต้องมีสัมพันธ์กับนางเพื่อทายาทของตระกูลและเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย ซึ่งแม่ของเจ้าก็รับรู้เรื่องนี้เช่นกัน เช่นนั้นเจ้าจะให้อภัยแม่ใหญ่ของเจ้าได้หรือไม่เหมยเอ๋อร์”

“ลูกไม่ถือโทษโกรธผู้ที่ไม่ได้ทำผิดหรอกเจ้าค่ะ ลูกทราบว่าแม่ใหญ่เองก็ตกเป็นเหยื่อ ถึงจะไม่ใคร่ชอบลูกนักทั้งยังลดเบี้ยหวัดลูกแต่เรื่องนั้นให้อภัยกันได้เจ้าค่ะ”

“นางไม่ได้ลดเบี้ยหวัดเจ้าหรอกลูกพ่อ นางจัดสรรปันส่วนให้ทุกคนอย่างที่สมควรจะได้แต่นางพลาดที่ให้สาวใช้ผู้นั้นเป็นคนเอาไปให้เจ้าทุกครั้งเอง เบี้ยหวัดที่หายไปก็คงเป็นสาวใช้ผู้นั้นหยิบไปถึงเหลือถึงเจ้าเพียงหยิบมือ”

“อ่า แล้วตอนนี้สาวใช้ผู้นั้นอยู่ที่ใดเจ้าคะ ลูกอยากตอบแทนนางสักหน่อย”

“หนีไปแล้วกระมัง ฮูหยินบอกพ่อว่านางหายไปก่อนพ่อกลับจวนเพียงสามวัน ให้คนตามหาเท่าใดก็ไม่พบเพราะฮูหยินต้องการยาถอนพิษมาให้ฟางเอ๋อร์แต่ก็ไร้ร่องรอยเหมือนไม่มีตัวตน อาการของฟางเอ๋อร์จึงได้ทรุดลงเช่นไรเล่า แต่พ่อก็ยังให้คนตามหานางผู้นั้นอยู่ตลอด หากพบเมื่อใดคงได้ตัดสินโทษผู้บงการเสียที” เป็นเช่นนี้นี่เอง คงต้องหาเวลาไปเยี่ยมเยียนแม่รองสักหน่อยแล้ว “วันนี้พ่อต้องกลับแล้วเหมยเอ๋อร์ ไว้อีกสามวันพ่อจะมาหาเจ้าอีกครั้งในวันเกิดเจ้า”

“วันเกิดลูกหรือเจ้าคะ”

“ใช่ อีกสามวันเช่นไรเล่า”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.079K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4294 koi_got7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 12:26
    ไม่ชอบพ่อนางเอกอ่ะ เป็นแม่ทัพได้ยังไง
    #4,294
    0
  2. #4289 olahe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 08:51
    ปมเรื่องหลาย ๆ อย่าง ยังไม่ค่อยมีน้ำหนักนะคะ การกระทำหลาย ๆ อย่างของตัวละครก็ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลค่ะ

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ป.ล. กะเพรา สะกดแบบนี้ค่ะ
    #4,289
    0
  3. #4280 Paapare (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 22:52
    บางเรื่องค่อนข้างไม่สมเหตุสมผล เช่น พ่อเป็นแม่ทัพ แต่นิสัยไม่เด็ดขาด ดูเหลาะแหละ เป็นเจ้าคนนายคนแต่ปลูกผักให้ลูกเองแทนที่จะใช้คน มีเงินเยอะขนาดกว้านซื้อที่ให้ลูกได้แต่ไม่หาคนรับใช้ เข้าจวนให้ลูก ธรรมเนียมต่างๆที่สาวใช้นอนห้องเจ้านาย แต่ความจริงสาวใช้มีสิทธิแค่นอนหน้าห้อง ถึงแม้จะบอกว่านับกันแบบพี่น้อง แต่คนที่ตั้งใจจะมาเป็นคนใช้จะกล้าตีตนเสมอนายจริงๆหรอคะ
    #4,280
    0
  4. #3895 Nuthathai Por (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 23:59
    ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดีเลยนะ
    #3,895
    0
  5. #3745 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 15:40
    ตามต่อๆๆๆ
    #3,745
    0
  6. #3705 May_conan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 19:56
    เป็นแม่ทัพ แต่แต่งตั้งยศให้คนอื่นได้ด้วย??
    #3,705
    0
  7. #3606 kanata ryohei (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 10:02
    พ่อนางเอกไม่น่าเชื่อว่าเป็นแม่ทัพเลย ทำอะไรเพื่อลูกไม่ได้สักอย่าง ลูกตัวจริงถึงต้องตาย น่าสงสารจริงๆ
    #3,606
    0
  8. #3313 Praew.Kim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 10:30
    เนื้อเรื่องไม่ค่อยสมเหตุสมผล ไม่สมจริงในเรื่องธรรมเนียมต่างๆของจีนโบราณ ไม่รู้ไรท์ตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือเปล่า
    #3,313
    0
  9. #3223 Kungbible (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 14:33
    คือ ยังงงกับเรื่องต่อรองตำแหน่ง คนที่ตัดสินใจเป็นฮ่องเต้ไม่ใช่หรือคะ
    แม่ทัพไม่น่าจะกลัวเกรงเลย
    เหตุผลไม่หนักแน่นพอ

    แต่ก็ให้กำลังใจคนแต่งนะคะ
    #3,223
    1
    • #3223-1 93’id6(จากตอนที่ 9)
      29 ตุลาคม 2562 / 21:53
      อาจจะเป็นพวกอำนาจงี้มั้งคะ เราไม่ได้อ่านแบบเก็บรายละเอียดเท่าไหร่เลยลืมไปบ้าง
      #3223-1
  10. #3195 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 13:47
    อนุรองร้ายกาจ​มาก​
    #3,195
    0
  11. #2184 Lotte Dittakan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 10:48
    ตินิดนะ

    มีจากตระกูลใหญ่ แต่มาเป็นอนุ มันไม่ใช่นะ ต้องเป็นฮูหยินรอง

    ฮูหยิน กับ อนุ มันต่างกันมาก

    มีผัวเป็นแม่ทัพ ฮูหยินใหญ่ก็เป็นคุณหญิงตราตั้งขั้นหนึ่ง ส่วนฮูหยินรองเป็นคุณหญิงตราตั้งขั้นสอง

    แต่อนุ ไม่ได้เป็น
    #2,184
    0
  12. #2131 mmismy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 23:19
    เข้าใจพ่อนางเอกนะ จะให้ใช้อำนาจและความสนิทกับฮ่องเต้จัดการก็ไม่ได้ ถ้าให้ฮ่องเต้ทำอะไรสำอย่างมันก็ดูดีอาจโดนข้อครหาได้

    อยากให้พ่อนางเอกเด็ดขาดกว่านี้ให้สมกับที่เป็นแม่ทัพสักหน่อย คงจะดี
    #2,131
    0
  13. #2014 WULRA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 02:40
    แม่ทัพใหญ่กลัวแม้กระทั่งพ่อค้า(พ่อเมีย) ลาออกจากตำแหน่งเหอะ กลัวนั้น เกรงใจนี่ไปหมด แค่ตระกูลตง มีสหายเป็นฮ่องเต้ มีเมียหลวงเป็นญาติฮองเฮาซึ่งก็น่าจะเป็นตระกูลใหญ่ มีเมียรักที่เป็นเพื่อนกับเมียเสนาบดี ถ้าแค่นี้ร่วมมือท้าชนตระกูลตงไม่ได้ ก็ให้ตระกูลตงเป็นฮ่องเต้เถอะ ใหญ่คับฟ้าเหลือเกิน คนอื่นมีอำนาจ แล้วตนเองไม่มีอำนาจ? หรือถ้าไม่มีอำนาจจริง พวกที่สหายหรือที่เกี่ยวดองด้วยจะไม่มีอำนาจเลย? หากเปลี่ยนเป็นพ่อค้ายังจะน่าเชื่อมากกว่าเป็นแม่ทัพซะอีก
    #2,014
    0
  14. #1770 Nong-Yung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 18:00

    อ่านไปขัดใจไปตลอดเรื่องไม่สมเหตุสมผลหลายอย่างมาก พอมาเจอ มะกรูด โหระพา ข่า ตะไคร้


    เอ่อ แต่งเอาฮาป่าวเนี่ย 555555

    #1,770
    0
  15. #1573 tenshi_hana (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 08:44
    เรื่องจัดการฮูหยินรองพ่อนางเอกไม่มีปัญญาทำอะไรเองเลยหรอ ต้องให้ลูกอายุสิบกว่าขวบชี้แนะ เป็นถึงแม่ทัพแต่ดูไม่ฉลาดเลย
    #1,573
    0
  16. #1364 Beast-nice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:26
    นางเอาดหมือนคนโง่อ่ะ ท่านพ่อนี่เเกรักนางเอกไหม โอยย หวนหวยเเท้~~^
    #1,364
    0
  17. #1301 Ymber (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 02:27
    สุดท้ายพ่อก็ได้รักใหม่กับแม่ใหญ่ เหอๆ เมียที่รักมาก เข้าใจเรื่องสมรสพระราชทาน แต่แต่งมาเป็นอนุ งง ตรงนี้มาก ไม่ยกฐานะให้คนรักเลย ฮูหยินสาม ไรงี้
    #1,301
    0
  18. #907 ppygjyp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 14:47
    ยิ่งอ่านยิ่งเกลียดพ่อนางเอก เหมือนให้นางเอกไม่ใช่ลูกอ่ะ แบบเออ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ห้าม ไม่รั้ง ซึ่งพ่อแม่ที่ไหนปช่อยให้ลูกไปตกระกำลำบากอ่ะ งงใจมาก ไหนความสมเหตุสมผล
    #907
    0
  19. #836 kyungsoosan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:18

    พ่อที่เป็นแม่ทัพที่ปล่อยให้ลูกสาวไปขายของที่ตลาดดด 555555 ไม่ช่วยอะไรเลยด้วยนะ ดูเหมือนไม่ค่อยอยากให้คนอื่นรู้ด้วยมั้งว่ามีนางเอกเป็นลูก อิเรื่องเส้นสายทางบ้านแม่นี้เป็นปัญหาเล็กนิดเดียว คนระดับแม่ทัพถ้าจะจัดการมันจัดการได้อยู่แล้วป่ะ ไม่อยากได้นางเอกเป็นลูก ดูออก

    #836
    0
  20. #835 kyungsoosan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:15

    ท่านพ่อเป็นผู้ชายที่แปลกๆ ดูกลวงๆ พ่อเค้าหลอกใช้เธออยู่รึเปล่าคุณนางเอกกก หาาา ไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลยนะพอมีเรื่องลูกของฮูหยินใหญ่ แต่พอเธอทำประโยชน์ได้ดันมาหาหรออ คิดว่าให้แค่นี้ พูดแค่นี้จะทดแทนกันได้หรอ ดูยังไงก็สัมผัสถึงความสัมพันระหว่างพ่อลูกไม่ได้เลย ที่บอกว่ารักแม่นางเอกนี่

    โกหกด้วยป่ะ ผู้ชายไรเนี่ยย ยี้ นางเอกก็ดูงงๆ กลวงๆเหมือนกัน ไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ ใจโคตรกว้าง

    #835
    0
  21. #718 กันเปย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 09:35
    ทำไมเกลียดท่านพ่อจัง ดูไม่น่าจะใช่คนดีเลย
    #718
    0
  22. #505 veevi20 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 13:59
    ไหนว่ารักแม่นางเอกมากไง ตอนแรกบอกว่าจะไปนอนกับภรรยาเอก

    ทีหงี้มามีลูกได้ ตอนนี้ยังช่วยฮูหยินใหญ่อีกอ่าท่านแม่ทัพช่างโลเล
    #505
    0
  23. #443 Mam Phornphen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 22:29
    ทำไมไม่ให้รถม้าลูกพร้อมคนขับสักคันวะ หาคนใช้ให้ลูกอีกสัก4-5 คนไม่ได้เหรอ ซื้อที่ให้ แต่ไม่หาคนให้ลูกใช้ บ้าป่าว
    #443
    0
  24. #426 Pang_rum999 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 20:45
    เป็นแม่ทัพแน่หรอ ไม่เด็ดขาดเลยแหะ
    #426
    0
  25. #416 Angel-Deva (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 20:19
    สนุกค่ะ แต่อ่านมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เป็นเค้าลางที่จะต้องมีลมปราณหรือน้องจะฝึกเพิ่มเลย มัวแต่อยู่กับการหาเงิน แล้วเด็ก 10 ขวบ ไม่ต้องเรียนอะไรแล้วหรือ พ่อก็ไม่คิดตะสนใจเรื่องการเรียนหรืออะไรเลย แล้วยังมีการเอาลูกคนเล็กมาให้ช่วยเลี้ยงอีก (เด็ก 10 ขวบนะ แถมอยู่นอกจวนด้วย)
    #416
    0