หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 76 : เล่ห์กลของจ้าวไท่หยาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,635 ครั้ง
    25 พ.ย. 62

“นี่มันอะไรกันจิวเหมย” นางนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทกับฮองเฮา ในขณะที่มือก็คอยส่งผลผูเถาแกะเปลือกแล้วให้กับหลานน้อยทั้งสอง “ตอบข้ามาก่อนจิวเหมย”

“ทูลฮองเฮา ของล้ำค่าเหล่านี้หม่อมฉันนำมามอบให้กับองค์ชายน้อยทั้งสองเพคะ”

“บอกไม่รู้จักจำนะเจ้า ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าอย่าได้พูดถือยศถือศักดิ์กับข้า ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเอามาให้หลาน แต่ที่อยากรู้คือเจ้าไปเอาของล้ำค่าพวกนี้มาจากที่ใดกัน ใยถึงได้มายหมายเช่นนี้” นางแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อได้ยินเสียงกัดฟันของมังกรผู้ยิ่งใหญ่ “ฝ่าบาทก็ทรงทราบด้วยหรือเพคะ”

“เหอะ! ถามนางเอาเองเถิด”

“พี่เสี่ยวจิงคงจะพอทราบเรื่องที่ฝ่าบาททรงให้พี่หยางนำคนไปสำรวจป่าแห่งหนึ่งทางใต้ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ข้ารู้ แต่สำรวจแล้วไม่พบสิ่งใดเลยมิใช่หรือ”

“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่บังเอิญว่าข้าค้นพบของล้ำค่าเหล่านี้ในลำธารสายหนึ่งที่ไหลผ่านป่าแห่งนั้นเข้าอย่างโชคดีเจ้าค่ะ มันมีมากมายเสียจนเก็บแทบไม่ไหว คงเพราะข้ามีเจตนาที่ดีที่จะสร้างโรงหมอไว้ทั่วทุกแคว้น สวรรค์ถึงได้เมตตา”

“เป็นเจิ้นต่างหากที่มินิตเห็นป่านั่น!

“เพคะ หม่อมฉันถึงได้สำนึกในบุญคุณของฝ่าบาทจนตราบชีวิตจะหาไม่ การค้นพบครั้งนี้ทำให้หม่อมฉันสามารถสร้างทั้งโรงหมอ เหลาอาหารและเหลาสุราไว้ได้ทั่วทุกแคว้นเลยล่ะเพคะ” เรื่องนี้มีเพียงพี่หยาง ท่านพ่อ ท่านน้าทั้งสอง พี่เสี่ยวอิงแล้วก็คนงานเพียงไม่กี่คนที่ไว้ใจได้เท่านั้นที่รู้ว่านางค้นพบของมีค่าเหล่านั้น อ่อ มีฝ่าบาทด้วย แต่ก็ทรงทราบหลังจากนางขุดของล้ำค่าพวกนั้นขึ้นจากน้ำจนหมดไม่มีเหลือแล้ว ตอนนี้ก็มีพี่เสี่ยวจิงอีกคน

“แล้วเจ้าเอามาให้หลานของเจ้ามากมายเช่นนี้จะไม่เป็นอะไรหรือ”

“ไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าอยากตอบแทนฝ่าบาทแต่ฝ่าบาทไม่ทรงรับไว้จึงเอามาให้หลานแทน พี่เสี่ยวจิงรับเอาไว้เถอะนะเจ้าคะ” ที่นางอยากตอบแทนฝ่าบาทนั้นเป็นเรื่องจริง เช่นไรพระองค์ก็เป็นผู้นิตเห็นป่านั้น และนางย่อมรู้ดีแก่ใจว่านางได้มันมาโดยไม่สมควร การมอบของล้ำค่าส่วนหนึ่งให้ฝ่าบาทก็นับว่าสมควรแล้ว

“เอาเถิด หากเจ้าตั้งใจเช่นนั้นข้าก็จะรับเอาไว้ จริงสิ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันปักปิ่นของเจ้าแล้วข้าจึงมีของอยากจะมอบให้” พี่เสี่ยวจิงหยิบกล่องไม้อันเล็กมามอบให้นาง “เปิดดูสิว่าชอบหรือไม่” นางรับกล่องมาแล้วเปิดออกดู ในนั้นมีปิ่นปักผมทำจากทองคำล้ำค่าอยู่หนึ่งชิ้น ตัวปิ่นนั้นเป็นลวดลายดอกเหมยประดับด้วยอัญมณีสีแดงชาด งดงามจนยากจะหาปิ่นใดมาเปรียบเทียบได้ "ชอบหรือไม่”

“ชอบมากเจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง”

“เจ้าชอบก็ดีแล้ว เอาล่ะ ข้าต้องพาเจ้าเด็กซนทั้งสองเข้านอนแล้ว เจ้าเองก็กลับไปพักผ่อนเถิด” นางมองหลานน้อยทั้งสองที่กำลังใช้มือขยี้ตาบ่งบอกว่าง่วงสุดขีดแล้วก็กล่าวลาและเดินทางกลับผ่านมิติแต่โดยดี

อีกสามวันจะถึงวันปักปิ่นวัยสาวของนาง ท่านพ่อกับแม่ใหญ่เป็นผู้จัดการเตรียมงานทั้งหมด แต่อาหารในงานนางจะเป็นผู้จัดการเอง จากวันนั้นที่ได้ค้นพบของล้ำค่าโดยบังเอิญก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว และเป็นหลายเดือนที่นางหมกตัวอยู่ที่ป่านั้นไม่ไปไหนถึงสามเดือน ขุดงมอยู่ที่นั่นจนมั่นใจว่าเอาขึ้นจากน้ำจนหมดแล้วนั่นแหละถึงยอมกลับ

ระหว่างที่นางไปอยู่ในป่า ท่านพ่อตัดสินใจคืนตราแม่ทัพและมาเป็นผู้จัดการงานทุกอย่างให้นางอย่างเต็มตัว ทั้งดำเนินการจัดหาช่างสำหรับสร้างโรงหมอ เหลาอาหารและเหลาสุราจนครบทุกจุดที่นางต้องการ อีกไม่กี่เดือนนางก็จะมีกิจการทั้งสามตั้งอยู่ทุกแคว้น ซึ่งแต่ละแคว้นก็ตั้งไว้หลายเมืองเลยทีเดียว ช่วงนี้นางจึงต้องเร่งปลูกสมุนไพรทั้งในมิติและนอกมิติ ท่านน้าลู่ไป๋ก็เร่งมือหมักสุราเช่นกัน เรียกได้ว่าแทบหมกตัวอยู่ที่โรงหมักสุรา

ส่วนพ่อครัวแม่ครัวที่จะไปประจำตามเหลาอาหารและเหลาสุรานั้นท่านพ่อได้ให้มาฝึกกับท่านลุงกงกับท่านป้าจางที่ไร่ เมื่อพร้อมแล้วถึงจะให้แยกย้ายกันไปประจำตามเมืองต่างๆ ส่วนหมอที่จะมาประจำตามโรงหมอก็ได้ท่านพ่ออีกนั่นแหละที่หาคนให้ คัดคนอย่างดีเอาที่ไว้ใจได้แน่นอนไปอยู่ประจำแต่ละที่ มันยิบหย่อยเสียจนนางเองก็คาดไม่ถึง

“กลับมาแล้วหรือเหมยเอ๋อร์ แม่ทัพจ้าวมารออยู่นานแล้ว” อีกหนึ่งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงก็คือ หลังจากท่านพ่อคืนตราแม่ทัพ ผู้ที่ได้ขึ้นมาเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซานแทนก็หาใช่ผู้ใดอื่นไกลแต่เป็นพี่หยางของนางนั่นเอง “พ่อว่าจะไปหาท่านลู่ไป๋ที่โรงหมักสุราเสียหน่อยแต่จะกลับมาทานมื้อเย็นที่จวนนะเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ” ชื่นชอบนักที่ได้ไปโรงหมักสุรา “อย่าชิมสุราให้มากนักนะเจ้าคะท่านพ่อ ประเดี๋ยวได้ถูกหามกลับจวนเช่นวันก่อนอีก” อดีตท่านแม่ทัพรีบสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็วจนนางอดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้ “อีกหน่อยคงได้หอบผ้าไปนอนค้างที่โรงหมักสุรากับท่านน้าทั้งสองเป็นแน่ พี่หยางคอยนานหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่นานเท่าใดหรอกเหมยเอ๋อร์ เจ้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮามางั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ เอาทองกับอัญมณีไปมอบให้ ฝ่าบาทเองก็ประทับอยู่ที่นั่นด้วย”

“อืม อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปักปิ่นของเจ้าแล้วนะเหมยเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นเช่นไรหากพี่จะคุยเรื่องแต่งงาน”

“หากท่านพ่อยินยอมข้าก็ยินดีแต่งงานกับพี่หยางเจ้าค่ะ”

“ขอเพียงทำให้ท่านพ่อของเจ้ายอมรับใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ ข้าเต็มใจแต่งงานกับพี่หยางอยู่แล้ว ไม่กังวลสิ่งใจเลยสักนิด”

“หึหึ หลังจากแต่งงานก็คงได้หาเรื่องหนีพี่ไปท่องเที่ยวอีกใช่หรือไม่เล่า” แหม ทำไมรู้ใจกันเช่นนี้ เดิมทีนางก็อยากให้พี่หยางไปด้วยกันแต่ด้วยภาระหน้าที่ที่มากขึ้นจึงไม่อาจทำเช่นนั้นได้ พี่หยางได้ตำแหน่งใหญ่โตเป็นที่น่าภาคภูมิใจของตระกูลจ้าว นางจะทำให้พี่หยางของนางบกพร่องต่อหน้าที่ไม่ได้ “พี่ให้เวลาเพียงสามปีเท่านั้นนะเหมยเอ๋อร์ จากนั้นขอให้เป็นเวลาของพี่ได้หรือไม่” สามปีก็เหลือเฟือ อันที่จริงนางไม่ได้คิดจะท่องเที่ยวหรอก แต่กิจการทุกอย่างก็ต้องไปดูแลด้วยตนเองบ้าง เวลาสามปีคงเพียงพอที่นางจะเดินทางไปเฝ้าดูกิจการของตนเองจนวางใจ

“เจ้าค่ะพี่หยาง แต่พี่หยางคงต้องทำให้ท่านพ่อยอมให้ข้าแต่งงานให้ได้เสียก่อนนะเจ้าคะ”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของพี่ได้เลย”

“พี่หยางจะทำเช่นไรเจ้าคะ” พี่หยางไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มให้นางเท่านั้น และเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด

แล้วสี่วันต่อมานางก็ได้รู้ว่าพี่หยางของนางใช้วิธีใดในการทำให้ท่านพ่อยินยอมให้นางออกเรือน แม้ท่านพ่อจะไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ก็ขัดไม่ได้ หลังจบพิธีปักปิ่นของนางก็มีงานเฉลิมฉลองให้กับแม่ทัพใหญ่จ้าวไท่หยางและทหารกล้าทุกนายที่สามารถปราบโจรทางตอนเหนือได้โดยไม่เสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว แม่ทัพใหญ่มีความดีความชอบ ฝ่าบาทประทานรางวัล และรางวัลที่พี่หยางทูลขอก็คือสมรสพระราชทานกับนาง นางกลั้นขำจนตัวสั่นเทิ้มไปหมดยามเมื่อได้เห็นหน้าตาบูดบึ้งของท่านพ่อ จะอ้างว่านางยังเด็กก็ไม่ได้เพราะผ่านพิธีปักปิ่นมาแล้ว

พี่หยางของนางช่างเต็มไปด้วยเล่ห์กลที่แพรวพราวยิ่งนัก

“เช่นนั้นจัดพิธีแต่งงานในอีกสองเดือนจากนี้เป็นอย่างไรเล่าแม่ทัพจ้าว”

“สองเดือน!

“เจ้าไม่เห็นด้วยกับเจิ้นงั้นหรือหลิวตงเฉิน” ท่านพ่อถึงกับกัดฟันกรอดจำใจตอบรับว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง “เช่นนั้นก็เอาตามนี้ จัดงานให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติเล่าแม่ทัพจ้าว หลิวจิวเหมยเป็นถึงบุตรสาวของอดีตแม่ทัพใหญ่ทั้งยังเป็นน้องสาวที่ฮองเฮาเอ็นดูและรักดั่งพี่น้องแท้ๆ อย่าให้ผู้อื่นเอาไปติฉินนินทาได้เป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” พี่หยางรับคำอย่างหนักแน่นแล้วหันมาส่งยิ้มให้นาง จู่ๆความเขินก็ตีขึ้นหน้านางจนเก็บสีหน้าไม่อยู่ ท่านพ่อเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก

ตลอดช่วงเวลาของงานเลี้ยงนางแทบปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลยเพราะมีแต่คนเข้ามาเพื่อแสดงความยินดี ทั้งยังแนะเคล็ดวิชาของสาวงามให้นางหมดไม่มีกัก นางเองก็จดจำเอาไว้อย่างดีเผื่อว่าจำเป็นต้องใช้ในอนาคต แต่บางอย่างนี่นางคงต้องปล่อยผ่านเพราะเกินจะรับไหวจริงๆ ทำไมคนเราต้องทำอะไรพิสดารท่ายากเช่นนั้นด้วยเล่า! กว่าจะออกจากงานเลี้ยงกลับถึงจวนได้ก็ทำเอาหมดแรงจนไม่ได้ไปคุยกับพี่หยางเลย

“แต่งงาน! นี่บิดาของเจ้ายินยอมแล้วเช่นนั้นหรือจิวเหมย”

“ไม่ยอมก็ต้องยอมเจ้าค่ะ ก็พี่หยางเล่นขอสมรสพระราชทานเช่นนั้นท่านพ่อจะปฎิเสธได้เช่นไรเล่าเจ้าคะ”

“ฮ่าๆ จ้าวไท่หยางนี่เขี้ยวเล็บไม่ต่างจากบิดาของเจ้าเลยจริงๆ” ใช่สิ ไม่เช่นนั้นจะได้รับความไว้วางใจจนขึ้นมาเป็นแม่ทัพใหญ่ได้เช่นไร “จากนี้เจ้าคงยุ่งกับการเตรียมตัวเข้าพิธีสินะ เรื่องกิจการของเจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ที่เหลาสุรากับโรงเตี๊ยมข้ากับอี้เทียนก็เข้าไปดูให้ทุกวันอยู่แล้ว เหลาอาหารกับโรงหมอก็มีเสี่ยวอิงกับเอ้อหลางดูแลอยู่แล้วเช่นกัน”

“ไม่เห็นจะต้องเตรียมตัวอะไรเลยเจ้าค่ะ เรื่องชุดก็มีแม่ใหญ่ดูแลให้อยู่แล้ว”

“เจ้าไม่ต้องเรียนรู้การปรนนิบัติสามีหรอกหรือ เคล็ดวิชานารีจำพวกนั้นเจ้าต้องศึกษาไว้บ้าง”

“ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ทุกอย่างมันจะเป็นไปเองตามธรรมชาติของคู่สามีภรรยา”

“ก็จริงของนางนะ ไป๋เอ๋อร์ของพี่ก็ไม่ได้เรียนสิ่งใดมายังทำพี่แทบขาดใจเลยทีเดียว”

“อู๋อี้เทียน! เจ้าช่างน่าตายนัก”

“หากต้องตายแนบอกน้อง...พี่ก็ยอม” พอท่านน้าทั้งสองเริ่มเข้าเรื่องสิบแปดบวกนางก็ปลีกตัวออกมาเพื่อไปยังโรงหมอ แต่เห็นร่างคุ้นตาของพี่หยางกำลังเดินเข้ามาที่เหลาอาหารเสียก่อน

“กำลังจะไปที่ใดหรือเหมยเอ๋อร์”

“โรงหมอเจ้าค่ะ จะไปดูเสียหน่อยว่าสมุนไพรและโอสถชนิดใดใกล้หมดบ้าง พี่หยางมาด้วยเรื่องอันใดเจ้าคะ”

“พี่จะมาถามเจ้าว่าพอจะมีทางส่งข่าวเรื่องแต่งงานของเราให้หลงเอ๋อร์รู้ได้หรือไม่” จริงสิ นางลืมสหายของนางไปเสียสนิทเลย “หลงเอ๋อร์คงฝึกนัก แต่งานสำคัญเช่นนี้พี่ก็อยากให้หลงเอ๋อร์อยู่ร่วมงานด้วย เจ้าเองก็เป็นสหายรักของหลงเอ๋อร์ สหายแต่งงานทั้งทีหากหลงเอ๋อร์มาได้พี่ก็อยากให้มา”

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลหรอก เรื่องนั้นข้าจะจัดให้เอง ท่านอาจารย์ก็คงอยากจะมาร่วมยินดีด้วยเช่นกัน”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน”

“นี่ จ้าวไท่หยาง เจ้าไปปราบโจรจนได้ความดีความชอบเมื่อใดกัน ใยพวกข้าไม่รู้เรื่อง”

“นั่นสิเจ้าคะ พี่หยางไม่เห็นบอกข้าเลยว่าต้องไปปราบโจร” ตอนได้ยินเรื่องนี้นางก็สงสัยอยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้เอ่ยถามเพราะคิดว่าพี่หยางคงเร่งรีบไปจนไม่ได้บอกนาง อีกทั้งช่วงนี้พี่หยางก็หายเงียบไปนานครั้งละเจ็ดถึงสิบวันถึงจะมาพบนางสักครั้ง นางจึงคิดว่าช่วงเวลาที่พี่หยางหายเงียบไปก็คงเป็นเพราะไปปราบโจร

“ปราบโจรเพียงเท่านี้ถึงกับต้องให้แม่ทัพใหญ่ไปด้วยตนเองเลยเช่นนั้นหรือ”

“นั่นสิเจ้าคะ” แม่ทัพนายกองท่านอื่นก็มี เหตุใดถึงต้องให้พี่หยางที่เป็นแม่ทัพใหญ่ไปปราบโจรด้วยตนเอง “โจรพวกนี้เก่งมากเลยหรือเจ้าคะพี่หยางถึงต้องไปเอง”

“หากพี่ไม่ไปพี่จะได้ความดีความชอบจนสามารถทูลขอรางวัลได้งั้นหรือเหมยเอ๋อร์” พี่หยางขยิบตาให้นางอย่างซุกซน “อีกอย่าง โจรพวกนั้นเป็นเพียงอุบายของฝ่าบาทที่อยากจะช่วยพี่ให้สมหวังกับเจ้า แท้จริงแล้วพี่กับทหารบางส่วนไปช่วยเหลือชาวบ้านทางเหนือที่กำลังขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มเท่านั้น แต่ความชอบแค่นั้นคงไม่ทำให้พี่ทูลขอสมรสพระราชทานได้หรอกจริงหรือไม่”

“พี่หยาง”

“เจ้าโกรธพี่หรือไม่ที่ใช้วีธีนี้บังคับให้บิดาของเจ้ายินยอม”

“ข้าจะโกรธพี่หยางได้เช่นไรกันเล่าเจ้าคะ พี่หยางทำเพื่อเรานี่นา แล้วนี่พี่หยางไปดูจวนของเราหรือยังเจ้าคะ”

“พี่ไปดูมาแล้ว งดงามยิ่งนัก” แน่นอนสิ เพราะนางเป็นคนออกแบบเองกับมือ อยากให้ออกมาเป็นแบบไหนนางก็วาดรายละเอียดลงไปจนหมดสิ้น ช่างไม้คู่ใจของนางเป็นผู้สร้างจวนให้ย่อมต้องออกมาดีอยู่แล้ว

“จะเป็นเช่นไรนะหากหลิวตงเฉินรับรู้เรื่องนี้เข้า หึหึ” ท่านน้าลู่ไป๋กอดอกยกยิ้มร้ายให้นางกับพี่หยางอย่างผู้ที่เหนือกว่า นี่คิดว่าเก็บความลับของพวกนางเอาไว้แล้วนางจะกลัวงั้นหรือ

“ท่านน้าอี้เทียนเจ้าคะ ข้าว่างานแต่งของข้ากับพี่หยางก็ถือเป็นฤกษ์ดีที่สุดในรอบปีนี้เลย หากจะหาฤกษ์ดีเช่นนี้อีกคงต้องอีกหลายปี ข้าว่าท่านน้าอี้เทียนกับท่านน้าลู่ไป๋แต่งงานพร้อมพวกข้าเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ฤกษ์ดีที่สุดเลยงั้นหรือ ไป๋เอ๋อร์ พี่ว่าเรา...”

“ไม่! ไม่เด็ดขาด ข้าไม่แต่ง หลิวจิวเหมยเจ้ามันชั่วร้ายยิ่งนัก!

“ไป๋เอ๋อร์รอพี่ก่อน พี่ว่าเราจัดงานพร้อมสาวน้อยไปเลยดีกว่านะ แต่งงานกับพี่เถิดไป๋เอ๋อร์”

“ข้าไม่แต่งๆๆๆๆ อย่าตามข้ามานะอี้เทียน ข้าไม่แต่ง ข้ายังไม่พร้อม!” เห็นท่านน้าลู่ไป๋วิ่งหนีท่านน้าอี้เทียนไปอย่างหวาดกลัวแล้วนางก็หัวเราะออกมาดังลั่นเหลาอาหาร เป็นอย่างไรเล่า อยากข่มขู่นางดีนัก

“แกล้งท่านลู่ไป๋อีกแล้วหรือเจ้าคะคุณหนู”

“ก็ท่านน้าน่าแกล้งนี่เจ้าคะ พี่เสี่ยวอิงจัดการเรื่องชุดสำหรับวันงานแต่งงานให้คนงานทุกคนด้วยนะเจ้าคะ ข้าอยากให้ทุกคนมีชุดสวยๆเอาไว้ใส่ในวันสำคัญของข้า”

“คุณหนูไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ พี่จะจัดการให้เอง มีเรื่องใดที่คุณหนูอยากให้จัดการอีกหรือไม่เจ้าคะ”

“ของชำร่วยเจ้าค่ะ ข้าหมายถึงของเล็กๆน้อยๆที่เอาไว้มอบตอบแทนผู้ที่มาร่วมงานเจ้าค่ะ พี่เสี่ยวอิงว่าเป็นสิ่งใดดีเจ้าคะ” นี่นอกจากของชำร่วยแล้วนางยังคิดจะทำโรงทานแจกผู้ยากไร้ในวันงานด้วย แม้นางจะมีโรงทานที่ทำแจกทุกสามวันอยู่แล้วแต่นางก็อยากทำแจกทั่วเมืองหลวงเลย แต่เรื่องนี้คงต้องปรึกษาท่านพ่อดูก่อน “ข้าอยากให้เป็นชิ้นเล็กแล้วก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้และสามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชายเจ้าค่ะ พี่เสี่ยวอิงพอจะคิดออกหรือไม่เจ้าคะ”

“พี่ไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ”

“พี่หยางเล่าเจ้าคะ คิดเห็นเช่นไร”

“พี่เองก็ไม่ทราบเช่นกันเหมยเอ๋อร์ จำเป็นต้องให้ด้วยหรือ”

“ก็ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ แต่ถ้าข้าอยากให้ เช่นนั้นข้าขอคิดก่อนก็แล้วกันนะเจ้าคะ” เรื่องเร่งด่วนก็คือเรื่องทำโรงทาน พี่หยางเองก็เห็นด้วยกับนางเช่นกัน นางจึงต้องเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ให้มาก เนื้อสัตว์นั้นคงต้องให้เป็นหน้าที่เสี่ยวหู่กับเสี่ยวหลาน ผักก็เอาที่ไร่ของนางเองและหากขาดเหลือก็ซื้อเอาที่ตลาด แม้จะไม่มากมายแต่นางก็อยากทำให้ด้วยใจ

“คุณหนูเองก็ต้องเตรียมตัวด้วยเช่นกันนะเจ้าคะ เป็นเจ้าสาวต้องงดงามที่สุดเจ้าค่ะ”

“ฝากด้วยก็แล้วกันนะขอรับพี่เสี่ยวอิง”

“ไว้ใจพี่ได้เลยเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” ว่าแล้วพี่เสี่ยวอิงก็จับตัวนางไว้แล้วพาตัวขึ้นรถม้ากลับจวนในทันที ไม่นะ! “พี่จะขัดตัวคุณหนูทุกซอกทุกมุมเลยเจ้าค่ะ จนกว่าจะถึงวันแต่งงานพี่จะดูแลคุณหนูเอง ดีหรือไม่เจ้าคะ” ไม่ดีเลยสักนิด!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.635K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #3989 Nuthathai Por (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 21:56

    ดูท่าท่านพ่อตาคงจะเหม็นหน้าว่าที่ลูกเขยแน่ ๆ

    #3,989
    0
  2. #3815 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 19:50
    ท่านแม่ทัพ 55555
    #3,815
    0
  3. #3709 chamee (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 09:52
    ตัวละครน่ารักทุกคนเลยคะ
    #3,709
    0
  4. #3704 Poonchanit (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 19:47
    ฮ่องเต้ฝัน นางเอกเป็นคนได้ประโยชน์
    #3,704
    0
  5. #3702 Ning6653 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 16:54
    ขอบคุณจ้า นีบมาต่อนะสนุกมากๆ
    #3,702
    0
  6. #3700 chon29 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 13:22
    ขอบคุณค่ะ
    #3,700
    0
  7. #3699 AmpawanSingkum (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 13:02
    นิสัยนางเอกไม่ดีหลอกพ่อตัวเอง
    #3,699
    0
  8. #3698 อัมพร (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 12:37

    ขอบคุณค่ะ

    #3,698
    0
  9. #3697 LovelyWonbin (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 12:32
    พี่หยางจะได้สมหวังแล้ว หลังจากนอมาเนิ่นนาน
    #3,697
    0
  10. #3696 Pandanus23233 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 12:20
    อั้ยยาาาาาา จะได้แต่งกันแล้ววว
    #3,696
    0
  11. #3694 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 12:05
    ขอบคุณครับ
    #3,694
    0
  12. #3693 พระจันทร์เสี้ยว🌙 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 11:58

    จะแต่งงานแล้วจ้าาาาาาาา
    #3,693
    0
  13. #3692 0637379350 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 11:51

    ค้างงงงง อัปไวๆนะ
    #3,692
    0