หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 71 : เยือนตำหนักเซียนวายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,914 ครั้ง
    1 พ.ย. 62

“โอ้ย ข้าไม่ไหวแล้วขอรับท่านน้าอี้เทียน” จิวเหมยกินขนมนั่งดูสหายกำลังคลานไปบนพื้นอย่างหมดแรง เรียกว่าแทบปางตายกับการฝึกของท่านน้าอี้เทียน เป็นหลักสูตรเร่งรัดที่จ้าวไท่หลงเอ่ยปากด้วยตนเองว่าอยากเรียน แล้วเป็นอย่างไรเล่า เพียงห้าวันก็คลานไปทั่วเสียแล้ว “ข้าขอพักก่อนขอรับ”

“ไม่ใช่เวลาพัก ลุกขึ้นมา”

“พักจิบน้ำชาสักครู่เถิดเจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน นี่ก็ยามเซินแล้ว ไท่หลงฝึกไม่ได้พักตั้งแต่ยามเหม่าแล้วนะเจ้าคะ”

“เอาเถิด เพียงห้าวันก็ถือว่าพัฒนาไปมากแล้ว แต่ยังเคลื่อนไหวได้ช้านักหากเทียบกับเซียน” นางได้แต่ขำแห้ง ท่านน้าจะเอามนุษย์ธรรมดาเช่นไท่หลงไปเทียบกับเซียนได้เช่นไรกันเล่า “เจ้าน่าจะเอาอย่างพี่ชายของเจ้าบ้าง”

“พี่ใหญ่ไม่ใช่คนแล้วขอรับ” ที่ไท่หลงพูดเช่นนั้นก็เพราะห้าวันมานี้ตั้งแต่ได้ยินว่าท่านน้าอี้เทียนจะพานางไปเยือนตำหนักเซียนวายุพี่หยางก็หายเงียบไปเลย นางรู้ข่าวบ้างจากที่ไท่หลงเอามาบอก พี่หยางเก็บตัวเงียบอยู่ที่ลานฝึกไม่ยอมกลับจวน มีบ้างที่ให้คนมาซื้ออาหารจากที่เหลาอาหารของนางและให้ทหารมารับสมุนไพรบำรุงร่างกายที่นางฝากไท่หลงไปแจ้งว่านางได้เตรียมไว้ให้ แต่ไม่มีมาพบหน้าเลยจนนางเองยังแปลกใจ “จริงหรือไม่ขอรับท่านน้าอี้เทียนที่ว่าหากไม่แข็งแกร่งมากพอก็จะเข้าตำหนักเซียนวายุไม่ได้ แล้วเช่นนี้ข้าจะเข้าไปได้หรือขอรับ”

“จริง แต่พวกเจ้าไปกับข้าจะต้องกังวลสิ่งใดเล่า”

“อ่าว แล้วที่พูดวันนั้นเล่าขอรับ”

“ข้าพูดไม่หมดเท่านั้นเอง ข้าขอตัวไปหาไป๋เอ๋อร์ที่เหลาสุราก่อนก็แล้วกัน วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้พักนะไท่หลง แต่วันพรุ่งเจ้าจะต้องฝึกจนข้าจะสั่งให้หยุด” พูดจบก็หายตัวไปราวกับไม่เคยมีตัวตน วันนี้ท่านน้าลู่ไป๋ออกไปเฝ้าเหลาสุราจึงปล่อยให้ท่านน้าอี้เทียนฝึกไท่หลงอยู่ผู้เดียว เห็นว่ามีคนมาเจรจาขอซื้อสุราไปขายที่ต่างเมือง นางเห็นเป็นโอกาสดีที่จะขยายสาขาจึงให้ท่านน้าลู่ไป๋ออกไปพูดคุย หากน่าสนใจก็จัดการทำสัญญาซื่อขายได้เลย

“ข้าจะไม่ตายก่อนร่ำรวยใช่หรือไม่”

“ไม่หรอกน่า อีกไม่นานเจ้าก็รวยแล้ว” เพราะนั่นหมายความว่านางก็ร่ำรวยขึ้นเช่นกัน “เมื่อคืนข้าลองหลอมโอสถบำรุงร่างกายชนิดใหม่ขึ้น ข้าฝากเจ้าให้คนเอาไปให้พี่หยางด้วย” นางยื่นโอสถสองเม็ดให้ไท่หลง

“มีเพียงสองเม็ดเท่านั้นหรือ”

“ใช่ แค่สองเม็ดก็เพียงพอแล้ว ข้านั่งหลอมอยู่ทั้งคืนเลยนะ” เป็นโอสถที่นางจดจำวิธีหลอมจากในตำราของท่านตาครั้งเมื่อยังอยู่ในป่า นางก็อยากรู้เช่นกันว่าพี่หยางจะเปลี่ยนไปเพียงใดเมื่อทานโอสถสองเม็ดนี้เข้าไป เพราะโอสถจากในตำราของท่านตาย่อมเป็นโอสถล้ำค่า สรรพคุณเป็นเลิศ นางจึงตั้งใจหลอมโอสถนี้เพื่อพี่หยาง

“เช่นนั้นข้าจะกลับจวนเลยก็แล้วกัน” ก่อนกลับนางก็เข้าครัวไปเอาอาหารกับขนมให้สหายเอากลับไปทานที่จวนเพราะวันนี้เห็นว่าต้องอยู่ที่จวนคนเดียว ท่านน้าทั้งสองกับไท่เว่ยเข้าวัง ช่างน่าสงสารสหายยิ่งนัก

อีกสองวันพวกนางจะเดินทางไปเยือนตำหนักเซียนวายุ ซึ่งนางเองก็ไม่รู้ว่าตั้งอยู่ที่ใดและต้องเดินทางด้วยวิธีใด ท่านน้าอี้เทียนก็ไม่ได้บอกกล่าวสิ่งใดให้รู้ นางเองก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ถาม เมื่อถึงเวลาก็คงได้รู้เอง

เมื่อถึงวันเดินทางนางก็ได้พบพี่หยางหลังจากไม่ได้พบหน้ามาหลายวัน พี่หยางเปลี่ยนไปมากจนจ้าวไท่หลงมาเกาะแขนนางเรียกร้องให้นางหลอมโอสถแบบของพี่หยางให้ตัวเองบ้าง นับว่าโอสถของนางได้ผลดีทีเดียวเพราะพี่หยางนั้นกลับมาเป็นพี่หยางที่ดีกว่าเดิม ไม่โทรม ไม่ซูบผอม ทั้งยังหล่อเหลารูปงามขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

“ขอข้าบ้างๆ ข้าอยากโตแล้ว”

“โอสถนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าโตขึ้นเสียหน่อยไท่หลง มันเพียงช่วยให้ร่างกายที่ไม่แข็งแรงนักเช่นพี่หยางกลับมาสดชื่นสดใสเช่นเดิมก็เท่านั้น” บอกอย่างไรก็ไม่ฟังจนนางรับปากว่าหากกลับจากตำหนักเซียนวายุแล้วจะหลอมให้ ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงได้อยากโตเร็วนัก “ว่าแต่เราจะเดินทางกันเช่นไรหรือเจ้าคะท่านน้าอี้เทียน”

“นั่นอย่างไรเล่า” พวกนางมองตามทางที่ท่านน้าอี้เทียนชี้ไปก็พบว่าพยัคฆ์เมฆาทั้งสองตัวของนางกำลังเดินมาหาพร้อมกับลากรถขนาดใหญ่เข้ามาด้วย “พยัคฆ์เมฆาทั้งสองนี้เปรียบเสมือนสัตว์เทพ แม้จะเป็นสัตว์อสูรระดับสูง แต่เพราะได้รับปราณบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอทำให้พวกมันพัฒนาตัวเองไปมาก จะเรียกว่าสัตว์เทพก็ไม่ผิดนัก”

“ใช่ ตอนพาเจ้ากลับเมืองหลวงก็ได้พวกมันบินพากลับมา”

“ทำดีมากเสี่ยวหู่ เสี่ยวหลาน” พวกมันสองตัวคำรามอย่างยินดีกับคำชมของนาง “เช่นนั้นเราเดินทางกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าไม่รู้เสียด้วยสิว่าต้องใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่”

“ไม่นานหรอก” พวกนางพากันขึ้นจับจองที่นั่งบนรถที่กว้างขวางมากพอให้นั่งโดยไม่เบียดกัน เมื่อทุกคนนั่งกันเรียบร้อยแล้วท่านน้าอี้เทียนก็ให้สัญญาณพยัคฆ์เมฆาทั้งสองก่อนที่นางจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยขึ้นจากพื้น เปิดหน้าต่างเล็กๆออกไปดูถึงได้เห็นว่าสัตว์อสูรทั้งสองตัวของนางกำลังทยานขึ้นไปบนฟ้า ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก

บ้านเรือนที่กำลังเล็กลงเรื่อยๆไม่ต่างจากตอนที่นางนั่งมองจากบนเครื่องบิน แต่นี่มันน่าตื่นเต้นกว่านั้นมาก พอลอยขึ้นมาอยู่เหนือเมฆรถก็กลับมาลอยนิ่งๆแต่ดูจากการเคลื่อนตัวของเมฆจากภายนอกแล้วทำให้รู้ว่ามันกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วขนาดไหน “สวยจัง ท่านน้าอี้เทียนคงเห็นบรรยากาศสวยๆแบบนี้ทุกวันเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ที่ตำหนักเซียนวายุงดงามกว่านี้มากนักจิวเหมย”

“ต่อไปหากท่านน้าลู่ไป๋แต่งงานกับท่านน้าอี้เทียนเราคงไม่ได้พบกันบ่อยๆแล้วสินะเจ้าคะ”

“ผู้ใดจะแต่งงานกับอู๋อี้เทียนกัน!

“ไป๋เอ๋อร์ พูดเช่นนี้น้องคงอยากเข้าหอแบบไม่รู้วันรู้คืนอีกใช่หรือไม่” นางกับไท่หลงถึงกับตาโตเมื่อได้เช่นนั้น ใช้คำว่าอีกนั่นต้องแสดงว่าเคยเข้าหอแบบไม่รู้วันรู้คืนมาแล้วนะสิ “เจ้าไม่ต้องกังวลหรอกสาวน้อย เมื่อแต่งงานกันแล้วหากไป๋เอ๋อร์ต้องการอยู่ดูแลเจ้าเช่นเดิมข้าก็จะสร้างจวนให้ไป๋เอ๋อร์ได้อยู่ใกล้ๆเจ้าไม่ไปไหนไกลหรอก”

“เจ้าพูดจริงๆหรืออี้เทียน เจ้าไม่บังคับข้าให้ไปอยู่กับเจ้าที่นั่นแล้วหรือ”

“หากไปอยู่กับพี่ทำให้น้องไม่มีความสุขพี่จะบังคับน้องได้เช่นไร”

“ก็ไม่ใช่ไม่มีความสุขหรอก แต่ที่นั่นไม่เหมาะกับข้า”

“คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยากเจ้าค่ะ ว่าแต่เหตุใดท่านน้าอี้เทียนจึงยอมพาพวกข้ามาด้วยเจ้าคะ มิใช่ว่านอกจากเซียนก็ห้ามผู้ใดเข้าไปหรอกหรือ อีกทั้งพวกข้ายังเป็นมนุษย์แสนธรรมดาหาได้พิเศษเช่นท่านน้าลู่ไป๋ไม่”

“เป็นคำสั่งจากท่านอาจารย์”

“ท่านตาหรือเจ้าคะ”

“ท่านอาจารย์อยากให้ข้าพาเจ้าไปที่ตำหนักเซียนวายุดูสักครั้ง หากเจ้าต้องการสิ่งใดก็ให้หยิบจับไปใช้ได้เลย โรงเฉพาะสวนสมุนไพรและหอตำรา ท่านอาจารย์อยากให้เจ้าได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างท่องแท้ ในภายหน้าเจ้าจะได้ใช้ความรู้ความสามารถของเจ้าช่วยเหลือผู้อื่นอีกมาก”

“ได้ทุกอย่างเลยหรือเจ้าคะ”

“เจ้าอย่าได้ตกหลุมพรางของนางเชียวอี้เทียน มิเช่นนั้นตำหนักเซียนวายุของเจ้าคงไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่เป็นแน่”

“แหม ท่านน้าลู่ไป๋ก็พูดเกินไปนะเจ้าคะ ข้าหาใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย”

“น้อยไปล่ะสิไม่ว่า”

“ข้าเพียงต้องการสมุนไพรหายากสักสองสามชนิดเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” ขึ้นชื่อว่าตำหนักเซียนย่อมต้องมีของล้ำค่าอยู่แล้ว ยิ่งสมุนไพรไม่ต้องพูดถึง หากท่านตาอนุญาตเช่นนี้นางก็จะเต็มที่ให้สมกับที่ได้มาเยือนสักครั้ง “ข้าสามารถนำตำรากลับไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะท่านน้าอี้เทียน หรือว่าเพียงต้องอ่านและจดจำเอาเท่านั้น”

“เจ้าไม่สามารถเอาตำราออกจากหอตำราได้ แต่เจ้าสามารถคัดลอกได้เท่าที่เจ้าต้องการ” เช่นนี้นางคงไม่ต้องไปที่ไหนแล้วนอกจากหอตำรา เพราะหากชั่งน้ำหนักถึงความสำคัญจริงๆเช่นไรตำราสมุนไพรก็ย่อมสำคัญกว่าสมุนไพรล้ำค่า หากนางมาคนเดียวก็ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น แต่นี่นางมากันตั้งหลายคน

“ไท่หลง”

“เจ้าไม่ต้องพูด ข้ารู้แล้วว่าต้องทำสิ่งใด” แบบนี้ค่อยสมกับเป็นสหายรู้ใจ

นั่งๆนอนๆผ่านไปไม่รู้กี่ชั่วยามจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ปวดตูดไปหมดแม้จะมีเบาะรองนั่งแสนนุ่มก็ตาม ท่านน้าบอกว่าอีกไม่นานก็ถึง แบบนี้ค่อยมีกำลังใจในการนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินหน่อย เริ่มหิวแล้วด้วย แต่ก็ไม่นานเกินรอจริงๆเมื่อม่านฟ้าด้านนอกเปล่งแสงแหวกทางให้กับพยัคฆ์เมฆาน้อยทั้งสองตัวของนางราวกับเส้นทางขึ้นสวรรค์ที่เห็นในรายการธรรมะในทีวีบ่อยๆ งดงามจนยากจะละสายตาทีเดียว

“เรามาถึงแล้วล่ะ” พยัคฆ์เมฆาน้อยทั้งสองพุ่งตัวลงบนบริเวณลานกว้างหน้าตำหนักสีขาวหลังหนึ่งด้วยความนุ่มนวล ท่านน้าอี้เทียนลงจากรถไปคนแรกตามด้วยท่านน้าลู่ไป๋ พี่หยาง ไท่หลงและนางเป็นคนสุดท้าย

“งดงามมากจริงๆเจ้าค่ะ” ตำหนักสีขาวแกะสลักลวดลายงดงาม ไม่แน่ใจว่าสร้างจากสิ่งใดแต่มันงดงามมากจริงๆ ท่านน้าอี้เทียนบอกว่านี่เป็นตำหนักของท่านน้าเอง ชื่อตำหนักเซียนวายุนั้นเป็นชื่อเรียกของที่อยู่เหล่าเซียน แต่หาได้มีตำหนักที่ชื่อเซียนวายุจริงๆไม่ ตำหนักน้อยใหญ่ทุกตำหนักล้วนเป็นสีขาว ไม่มีต้นไม้ใหญ่ที่สูงเกินตำหนัก ดอกไม้ชูช่องดงามไม่ทราบสายพันธุ์ แต่ท่านน้าอี้เทียนบอกว่ามันจะบานอยู่ตลอดไม่เคยเหี่ยวเฉา ที่แห่งนี้งดงามจนยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด “ช่างโชคดีที่ได้มาเยือน ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน”

“ยินดี มาทางด้านนี้เถิด พวกเจ้าคงหิวแล้ว ขออภัยที่บนนี้ไม่มีเนื้อสัตว์ให้รับประทาน”

“เป็นมังสวิรัติหรือเจ้าคะ เอ่อ หมายถึงว่าไม่ทานเนื้อสัตว์”

“ใช่ อาหารทุกอย่างล้วนทำจากสมุนไพรและปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่เหมือนอาหารเช่นที่เจ้าเคยทานหรอกสาวน้อย พวกเจ้าอาจจะไม่คุ้นชินนักแต่ก็ทนทานกันไปก่อน เราอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น”

“ไม่เป็นปัญหาเจ้าค่ะ พวกข้าทานได้” จากนั้นท่านน้าอี้เทียนก็พาไปยังห้องอาหารของตำหนัก มีพ่อบ้านที่เป็นเซียนออกมาต้อนรับอย่างดี แต่พอเห็นอาหารแล้วก็ได้แต่สบถในใจว่าไม่น่าปากดีบอกท่านน้าอี้เทียนไปเลยว่าทานได้ ช่างจืดสนิท แทบไม่มีรสอะไรเลย ทุกอย่างล้วนเป็นของลวกและต้ม ปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แอบเข้าไปทำอาหารในมิติทานกันดีไหมนะ ทานแบบนี้ทุกวันไม่น่าจะไหว แต่ท่านน้าลู่ไป๋กลับทานมันอย่างเอร็ดอร่อยเสียอย่างนั้น

“พวกข้าไม่จำเป็นต้องทานอาหารหรอกสาวน้อย ที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อพวกเจ้าทั้งนั้น”

“อ่า อิ่มทิพย์สินะเจ้าคะ” แบบว่าไม่หิว ไม่ต้องอาบน้ำก็กลิ่นหอม ช่างน่าอิจฉา หรือว่านางจะฝึกฝนเพื่อบรรลุเซียนดีนะ จะได้ไม่ต้องรู้สึกหิวแล้วก็อาบน้ำบ่อยๆ ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ กิเลสนางยังมีอีกมาก ไม่อาจตัดกิเลสได้โดยง่ายหรอก “เอ่อ เช่นนั้นมื้อต่อไปข้าปรุงอาหารเองได้หรือไม่เจ้าคะท่านน้าอี้เทียน”

“ตามใจเจ้าเถิด ทานเสร็จจะให้คนพาไปยังห้องพัก วันนี้ก็พักกันเสียก่อน วันพรุ่งข้าจะพาเดินดูรอบๆ”

“แต่ข้าอยากไปที่หอตำราเลยจะได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากลองอ่านดูก่อน หากมีตำราที่น่าสนใจวันพรุ่งข้าจะเข้าไปคัดลอกเจ้าค่ะ” ท่านน้าอี้เทียนพยักหน้าอนุญาต นางยิ้มกว้างแล้วชวนพี่หยางตามพ่อบ้านคนหนึ่งไปยังห้องตำรา ส่วนไท่หลงนั้นท่านน้าอี้เทียนบอกว่าจะให้ไปฝึกรอบเย็นที่ไหนสักที่จึงไม่ให้ตามนางมาด้วย

“เชิญขอรับคุณหนู”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าขอเวลาอยู่ในนี้สักพักใหญ่ๆเลยนะเจ้าคะ” พ่อบ้านรับคำของนางแล้วก็ปล่อยให้นางกับพี่หยางอยู่ในห้องตำรากันตามลำพัง “เริ่มกันเลยเจ้าค่ะพี่หยาง อ่านให้ครบทุกเล่ม ถ้ามีที่น่าสนใจบอกข้าได้เลยนะเจ้าคะ”

ตำราเก่ามากมายวางอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว อากาศก็ถ่ายเท ภายในห้องก็สว่างไสวมองเห็นทุกอย่างชัดเจน นางเลือกดูตำราที่น่าสนใจแล้วยกมานั่งอ่านเงียบๆที่มุมหนึ่ง พี่หยางเองก็เช่นกัน แต่ส่วนมากที่ยกมาอ่านก็เป็นตำราที่นางเคยศึกษามาจากท่านตาแล้วทั้งนั้น นั่งอ่านอยู่ค่อนคืนก็ไม่พบที่น่าสนใจหรือแปลกใหม่เลย

“ไปพักผ่อนกันเถอะเจ้าค่ะพี่หยาง วันพรุ่งค่อยมาดูใหม่”

“ไม่มีที่เจ้าสนใจเลยหรือเหมยเอ๋อร์”

“ยังไม่มีเลยเจ้าค่ะ ตำราที่อ่านมาท่านตาล้วนเคยให้ข้าดูมาหมดแล้ว วันพรุ่งคงต้องถามท่านน้าอี้เทียนเพิ่ม”

“เช่นนั้นก็ไปพักผ่อนเถิด วันนี้เดินทางเหนื่อยทั้งวันแล้ว พี่จะไปส่งเจ้าที่ห้อง” พี่หยางแสนดีที่หนึ่ง แม้หน้าตาจะยังซีดเซียวก็ยังคงดูแลนางอย่างดี มื้อเย็นวันนี้ก็ทานไปนิดเดียวเอง เช่นนั้นนางจึงให้พี่หยางรออยู่ก่อนแล้วเข้ามิติไปเอาผลไม้ที่กำลังสุกงอมในมิติออกมาให้ ผลไม้พวกนี้ดูดซับปราณบริสุทธ์ในมิติเพื่อการเจริญเติบโต มันจึงช่วยเพิ่มพละกำลังได้เป็นอย่างดี

“ทานเยอะๆนะเจ้าคะพี่หยาง จะได้แข็งแรงมากๆ ทานให้หมดนี่เลยเจ้าค่ะ”

“พี่จะทานไหวได้เช่นไร พี่ทำให้เจ้าเป็นกังวลมากเลยใช่หรือไม่เหมยเอ๋อร์”

“ข้าอยากให้พี่หยางแข็งแรงเจ้าค่ะ พี่หยางที่ซูบผอมและทรุดโทรมเช่นนั้นข้าไม่อยากเห็นเลย”

“หากมีเจ้ามาดูแลพี่ทุกวันก็คงดีกว่านี้”

“จะพูดเรื่องแต่งงานอีกแล้วหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ข้าไม่อยากแต่งเสียหน่อย แต่พี่หยางก็เห็นว่าท่านพ่อไม่ยอม ถึงยังไม่แต่งข้าก็ดูแลพี่หยางได้เจ้าค่ะ จะดูแลเป็นอย่างดีเลยด้วย จากนี้หากรู้สึกไม่ดีหรือมีไข้เพียงนิดก็ต้องบอกข้านะเจ้าคะ”

“พี่เข้าใจแล้ว พี่จะไม่ทำให้เจ้าเป็นห่วงอีก” พี่หยางมาส่งนางถึงหน้าห้องพักแล้วก็แยกไปที่ห้องของตนเองที่ท่านน้าอี้เทียนให้คนจัดไว้ให้ อากาศยามค่ำคืนหนาวเย็นทีเดียวแต่สำหรับเซียนแล้วคงกำลังอบอุ่น นางมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบกับวิวตำหนักลอยฟ้าที่มีแสงไปเล็ดลอดออกมา ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

“หากไม่ตายแล้วได้มาเกิดใหม่ก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นอะไรแบบนี้”

“เจ้าอยากมีตำหนักเป็นของตนเองหรือไม่เล่า”

“ท่านตา!” นางสะดุ้งเมื่อจู่ๆเสียงท่านตาก็ดังขึ้น หันหลังกลับมาถึงได้เห็นชายชรากำลังยืนยิ้มอยู่ “เหมยเอ๋อร์คารวะท่านตาเจ้าค่ะ นี่ท่านตาก็มาด้วยหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านตากลับไปที่ป่านั้นแล้วเสียอีก”

“ข้ามาเพื่อชี้ทางให้เจ้า อี้เทียนคงบอกเจ้าแล้วว่าข้าเป็นผู้บอกให้พาเจ้ามายังที่แห่งนี้ ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากมอบให้ เจ้าตามข้ามาเถิด” ยามนี้เงียบสงัดราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่เลย นางเดินตามท่านตากลับมายังหอตำราอีกครั้ง “เจ้าคงอ่านไปหมดแล้ว ตำราพวกนี้ก็เป็นตำราเดียวกับที่ข้าให้เจ้าศึกษานั่นแหละ”

“เจ้าค่ะ ข้ากับพี่หยางช่วยกันอ่านอยู่นานแต่ก็พบว่าเคยศึกษามาหมดแล้ว”

“ยังมีอีกมากทีเดียวที่รอให้เจ้าได้ศึกษา” พูดจบท่านตาก็เลื่อนรูปปั้นนกกระเรียนตัวหนึ่งที่นางเห็นมันตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาแล้วแต่ก็ได้สนใจ ไม่คิดว่ามันจะเป็นกลไกที่ใช้เปิดห้องลับ “มีเพียงข้ากับอี้เทียนเท่านั้นที่รู้ว่ามีห้องนี้อยู่ ความลับจะถูกส่งต่อให้ประมุขรุ่นต่อรุ่น” อ่า ท่านตาของนางเป็นถึงอดีตประมุขตำหนักเซียนวายุเลยเซียวนะ “และนี่คือสิ่งที่ข้าอยากมอบให้เจ้า” ท่านตาเดินไปยังแท่นหินสีขาวที่มีตำราเล่มหนึ่งวางอยู่บนนั้น ก่อนจะหยิบแล้วส่งมันให้นางถือไว้ “ตำราเซียนวายุ” เพียงแค่กลิ่นอายพลังจากตำราก็ทำให้นางขนลุกไปทั้งตัวแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.914K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4064 yukai (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 09:38

    ขอบคุณ
    #4,064
    0
  2. #3983 Nuthathai Por (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 19:59

    ท่านตาช่างดีกับเหมยเอ๋อร์เหลือเกิน

    #3,983
    0
  3. #3810 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 18:41
    พีคขึ้นเรื่อยๆ
    #3,810
    0
  4. #3622 Meemiza (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 14:45
    จะเกิดอะไรต่อไปกันล่ะเนี่ย
    #3,622
    0
  5. #3565 nnp-pangg02 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 11:34
    ขนลุกจริง555
    #3,565
    0
  6. #3564 thisami (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 10:22

    รออยู่นะคะ
    #3,564
    0
  7. #3561 pmsrisermsin (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 02:39

    ชอบนางกับพี่หยางตอนจีบกันใหม่ๆมากกว่า
    #3,561
    0
  8. #3560 jaokoon (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 00:09
    ต้องใช่เเน่ๆ
    #3,560
    0
  9. #3559 Amp1257 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:59
    รอๆถ้านางเป็นเซียนให้พี่หยางกับสหายหลงเป็นเซียนด้วยนะแล้วถ้านางมีลูก ลูกนางคลอดออกมาจะเป็นเซียนรึคนธรรมดานา
    #3,559
    0
  10. #3558 Phatcha Arang (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 07:21
    ส่งต่อประมุขรุ่นต่อรุ่น งั้นนางก็จะได้เป็นเซียนน่ะสิ
    #3,558
    0
  11. #3557 Binny_babe (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 23:29
    น้องจะได้เป็นเซียนหรออ
    #3,557
    0
  12. #3555 por4312525 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 23:01
    รอติดตาม
    #3,555
    0
  13. #3554 chamee (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:51
    เฉพาะประมุขไม่ใช่เหรอ
    #3,554
    0
  14. #3553 Pandanus23233 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:00
    เธอจะเก่งเกินหน้าสามีไปใกลแล้ว5555
    #3,553
    0
  15. #3552 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:53
    รออ่านนะคะ
    #3,552
    0
  16. #3551 lalitakanchan (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:39

    จะรอนะคะ
    #3,551
    0
  17. #3550 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:37

    ท่านตาอยากให้นางเป็นเซียนและเป็นประมุขคนต่อไปแทนพี่หยางน่าสงสาร มาต่อค่ะรอ
    #3,550
    0
  18. #3549 Jirapanonpitak (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:08
    นางคือประมุขคนต่อไป
    #3,549
    0
  19. #3548 chon29 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:56
    ขอบคุณค่ะ
    #3,548
    0
  20. #3547 อัมพร (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:17

    ขอบคุณค่ะ

    #3,547
    0
  21. #3546 kung2914 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 18:46
    รอๆๆๆๆๆค่ะ
    #3,546
    0
  22. #3545 What&Why (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 16:30
    เป็นประมุขแล้วต้องเป็นเซียนมั้ยอ่า แต่เชื่อว่าถ้าน้องจะเป็นน้องก็เป็นได้แหละ เรื่องแต่งงานคงไม่เป็นปัญหาหรอกมั้ง น้าอี้เทียนรักน้าลู่ไป๋ขนาดนั้นยังเป็นเซียนได้เลยนี่555555
    #3,545
    0
  23. #3544 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 16:29
    ขอบคุณครับ
    #3,544
    0
  24. #3543 Panida Ketkaew (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 16:24
    สนุกมากๆเลย อ่านมาตั้งแต่ตอนแรก ยันตอนล่าสุด สนุกน่าติดตาม ไม่เบื่อเลยคะ จะได้เป็นประมุขคนต่อไปรึเปล่านะ สู้ๆนะคะ อยากมีเก็บไว้อ่านจังเลย อนาคตไรท์จะทำเป็ยรูปเล่มไหมคะ สู้ๆนะคะ ชอบมากๆเลย
    #3,543
    0
  25. #3542 puuk (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:29
    ท่านตาจะหลอกเป็นเซียนนะ
    #3,542
    0