หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 69 : พิษผู้เฒ่าสยบนารี?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,940 ครั้ง
    29 ต.ค. 62

หลังจากสนทนากับท่านพ่อและแม่ใหญ่อยู่นานนางก็ได้พักผ่อนอยู่คนเดียวเสียที นางใช้เวลานี้เดินลมปราณขับไล่ความอ่อนแรงของร่างกายให้กลับมาสดชื่นแข็งแรงอีกครั้ง แม้ร่างกายภายนอกจะถูกพลังไป๋เฮยของนางดูแลรักษาไว้อย่างดี แต่มันก็ช่วยไม่ได้ที่กล้ามเนื้อของนางจะอ่อนแรงเพราะนอนนิ่งๆเป็นเวลานาน

โฮก!

เสี่ยวหลานกระโดดขึ้นมาบนเตียงแล้วคำรามใส่หน้านางจนน้ำลายกระเด็น หากนางสิวขึ้นก็ไม่แปลกใจเลย เมื่อมันเห็นว่านางลืมตาแล้วก็คายกล่องไม้ในปากของมันให้นาง เมื่อเปิดดูก็พบว่ามีโอสถอยู่สองเม็ดพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กที่มีลายมือแสนคุ้นเคยของท่านตาตวัดเป็นข้อความอยู่บนกระดาษ

หากฟื้นแล้วก็กินโอสถสองเม็ดนี้เสียเถิด มันจะช่วยให้เรี่ยวแรงของเจ้ากลับมา

“ขอบใจนะเสี่ยวหลาน ลำบากเจ้าแล้วที่เก็บรักษามันไว้ให้ข้าอย่างดี” เสี่ยวหู่แย้งมาทันทีว่าท่านตาเพิ่งเอามาให้มันเมื่อคืนก่อนเอง ราวกับรู้ว่านางจะฟื้นมาในวันนี้ “ขอบใจเจ้าทั้งสองมาก” เป็นเด็กดีเช่นนี้นางจะทำเป็นมองข้ามพุงย้วยๆของพวกมันก็แล้วกัน

“เหมยเอ๋อร์!/จิวเหมย!

“แค่กๆ” โธ่เอ้ย พี่น้องตระกูลจ้าวนี่ยังไงนะ โผล่มาแบบนี้ดีเท่าไหร่ที่โอสถสองเม็ดนั้นไม่ติดคอนางตายไปเสียก่อน “พี่หยาง...นี่” นางยังไม่ทันพูดอะไรเพราะมัวแต่ตะลึงกับสภาพของชายอันเป็นที่รักของตนเองก็ถูกรวบตัวเข้าอ้อมแขนที่เคยใหญ่โตดั่งหินผา ที่ต้องบอกว่าเคยเพราะบัดนี้พี่หยางของนางนั้นทั้งผอมแห้งและไร้ชีวิตชีวา ใบหน้าซูบตอบตาลึกโบ๋ ริมฝีปากที่เคยชุ่มฉ่ำน่าจุมพิตก็แห้งแตกเป็นขุย เหตุใดชายงามของนางจึงมีสภาพเช่นนี้!

“พี่ดีใจเหลือเกินที่เจ้ากลับมาหาพี่แล้ว”

“อย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะพี่หยาง ข้าหายดีแล้ว”

“ขอบคุณสวรรค์ๆๆ”

“พี่ใหญ่ปล่อยจิวเหมยก่อนเถิด นางเพิ่งจะฟื้นให้นางได้พักผ่อนเถิดขอรับ”

“นั่นสิ พักผ่อนเถิดนะเหมยเอ๋อร์” นางเอนตัวลงนอนแต่โดยดี เพราะฝืนไปก็ไร้ประโยชน์เพราะเห็นสีหน้าเป็นห่วงของพี่หยางแล้วนางจะดื้อได้อย่างไร

“พี่หยางเองก็กลับไปพักผ่อนบ้างเถิดนะเจ้าคะ เห็นพี่หยางเป็นเช่นนี้แล้วข้ารู้สึกผิดและเจ็บปวดใจยิ่งนัก”

“จริงด้วยขอรับ พี่ใหญ่ควรจะกลับไปพักผ่อนบ้างเช่นที่จิวเหมยบอก หลายเดือนมานี้พี่ใหญ่แทบไม่กินไม่นอนเลย ท่านพ่อท่านแม่เองก็เป็นกังวลแต่ก็เข้าใจพี่ใหญ่ว่าเป็นห่วงจิวเหมย แต่ตอนนี้จิวเหมยปลอดภัยแล้ว พี่ใหญ่เองก็ควรจะพักผ่อนบ้างนะขอรับ หากสภาพเป็นเช่นนี้ต่อไปจะปกป้องจิวเหมยเช่นที่เคยพูดไว้ได้เช่นไร” โอ้โห เวลาเพียงสามเดือนทำให้สหายของนางเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้เพียงนี้เชียวหรือ “พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงจิวเหมยขอรับ ข้าจะอยู่เฝ้านางให้พี่ใหญ่เอง”

“หาใช่เรื่องเหมยเอ๋อร์เพียงเรื่องเดียวหรอกที่ทำให้พี่แทบไม่มีเวลาพักผ่อน น้องเองก็รู้มิใช่หรือหลงเอ๋อร์”

“ก็พอจะรู้บ้างขอรับ ลูกค้าที่เหลาสุราพูดคุยเรื่องนี้กันทุกวัน ต่อให้ปิดหูปิดตาก็ย่อมต้องรู้ขอรับ”

“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะพี่หยาง” สองพี่น้องมองหน้านางแล้วพากันถอนหายใจ มันหนักหนาปานนั้นเชียว

“เมื่อสองเดือนก่อนไทเฮาได้รับพิษชนิดหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับหญิงชรา” นางจำได้ว่าไทเฮานั้นอายุเพิ่งจะสี่สิบกลางๆเท่านั้นเอง “ผิวหนังเริ่มหลุดลอกเป็นแผลน่ากลัว แม้แต่หมอหลวงก็ยากจะรักษา วังหลวงเพิ่งมีเรื่องน่ายินดีไม่นานก็ต้องมาพบเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ฝ่าบาททรงงานหนักทั้งยังทุกข์ใจจนล้มป่วย พี่เองจึงต้องช่วยเท่าที่จะทำได้”

“พิษชนิดใดกันเจ้าคะพี่หยาง หมอหลวงพอจะทราบหรือไม่เจ้าคะ”

“หมอหลวงแจ้งว่าเป็นพิษผู้เฒ่าสยบนารี” ห๊ะ!?

“ว่ากันว่าพิษชนิดนี้จะทำให้ผู้ที่ได้รับพิษมีลักษณะเช่นหญิงชรา ผิวหนังเหี่ยวย่น ผมมีสีขาว หากไม่ได้รับยาถอนพิษไม่นานก็จะทำให้ผิวหนังเริ่มหลุดลอกและตายลงอย่างทรมานที่สุด พี่เองก็เพิ่งได้รู้จักพิษชนิดนี้เช่นกัน” เหอๆ อย่าว่าแต่พี่หยางเลย นางเองก็เพิ่งจะเคยได้ยินเดี๋ยวนี้ ในตำราสมุนไพรของท่านตาเองก็ไม่พบว่ามีการบันทึกเรื่องของพิษชนิดนี้เลย ชื่อของพิษเองก็...มันใช่ชื่อพิษแน่หรือ

“พี่หยางได้ปรึกษาท่านน้าอี้เทียนดูหรือยังเจ้าคะ”

“ปรึกษาแล้ว ท่านอี้เทียนเข้าไปดูอาการไทเฮาถึงในวัง แต่ก็จนใจจะรักษาเช่นกัน”

“เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะไปเข้าเฝ้าเพื่อขอตรวจอาการดูบ้างนะเจ้าคะ พี่หยางกราบทูลฝ่าบาทให้ข้าด้วย”

“แต่เจ้าเพิ่งจะฟื้นนะเหมยเอ๋อร์ หากต้องไปรักษาเจ้าก็ต้องใช้ปราณร่วมด้วย พี่เกรงว่า...”

“ข้าแข็งแรงดีแล้วเจ้าค่ะพี่หยาง สามเดือนมานี้พลังไป๋เฮยของข้ารักษาข้าอย่างดี กำลังก็ค่อยๆกลับคืนมาแล้ว หากรักษาไทเฮาได้ข้าก็อยากลองรักษาดูเจ้าค่ะ”

“หากเจ้ารักษาไทเฮาได้ ชื่อเสียงของเจ้าคงจะยิ่งโด่งดังไปทั่วยุทธภพมากกว่านี้เป็นแน่ล่ะจิวเหมย”

“บอกให้วังหลวงปิดข่าวเรื่องนี้ก็สิ้นเรื่อง”

“สหาย! เจ้าคงยังไม่รู้กระมังว่าตอนที่เจ้ากำลังนอนนิ่งบนเตียงนั้นยุทธภพเขาร่ำลือเรื่องของเจ้าเช่นไรบ้าง หากลือเกินจริงอีกสักนิดข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นหนึ่งในเทพเซียนไปแล้ว บ้างก็ว่าเจ้าเป็นปีศาจหมื่นปี บ้างก็ว่าเป็นเทพลงมาช่วยเหลือมนุษย์ แม้แต่ท่านน้าอี้เทียนยังส่ายหัวกับเรื่องร่ำลือเกี่ยวกับเจ้า โรงหมอของเจ้าถึงได้ขายดีจนตอนนี้สมุนไพรถูกขายจนหมดไม่มีเหลือแล้ว บางวันก็มีคนมาถึงจวนสกุลหลิวเพื่อขอให้เจ้ารักษาอาการป่วยให้ ไล่กลับแทบไม่ไหว”

“ตอนนี้แม้แต่สำนักหรือพรรคน้อยใหญ่ต่างก็ตามหาตัวเจ้าให้ทั่วยุทธภพ เพราะท่านแม่ทัพปล่อยข่าวว่าเจ้าเดินทางออกไปท่องเที่ยว ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ที่ใดมีข่าวคราวก็ต่างมุ่งหน้ากันไปที่นั้นจนวุ่นวายกันไปหมด อีกทั้งยังมีหลิวจิวเหมยตัวปลอมออกมาทำทีช่วยเหลือชาวบ้านกันอีกมาก”

“ตัวปลอม! แล้วชาวบ้านก็เชื่อหรือเจ้าคะ”

“ชาวบ้านบางคนที่เคยได้พบเจ้าก็ไม่เชื่อหรอกเหมยเอ๋อร์ แต่ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลและเจ้ายังไปไม่ถึงนั่นแหละที่เชื่อ ตัวปลอมพวกนั้นต่างก็รู้วิชาแพทย์หรือไม่ก็พอมีความรู้เรื่องสมุนไพร ชาวบ้านจึงเชื่อถือ”

“ใช้โอกาสนี้สร้างชื่อให้ตนเองอย่างไรเล่า”

“ช่างพวกเขาเถิดเจ้าค่ะ ตัวปลอมหรือจะสู้ตัวจริง วันพรุ่งข้าจะเข้าวังพร้อมกับท่านน้าอี้เทียนนะเจ้าคะพี่หยาง”

“พี่จะกราบทูลฝ่าบาทให้ เจ้าจะได้เข้าไปเยี่ยมองค์ชายน้อยทั้งสองด้วย ฮองเฮาคงดีพระทัยที่เห็นเจ้าไปเยี่ยม”

“องค์ชายน้อย...พี่เสี่ยวจิงคลอดแล้วหรือเจ้าคะ!” นี่มันข่าวดีสุดๆไปเลย “ข้าคงต้องเตรียมของเข้าไปรับขวัญหลานด้วยสินะเจ้าคะ ไม่ได้การ เจ้าไปตามที่เสี่ยวอิงให้ข้าหน่อยไท่หลง ดูสิว่าข้ามีสมบัติอะไรบ้าง”

“เจ้านอนพักก่อนเถิด ข้าจะให้พี่เสี่ยวอิงเตรียมไว้ให้ เจ้าค่อยตื่นมาดู” จะทำเช่นไรได้นอกจากต้องนอน แม้ใจจะตื่นเต้นเพียงใดก็ตาม นางนอนหลับตานิ่งๆฟังพี่น้องเขาคุยกันสักพักพี่หยางก็ขอตัวกลับทั้งยังฝากให้ไท่หลงดูแลนางอย่างดี เมื่อพี่หยางออกจากห้องไปแล้วนางก็ลืมตาแป๋วจนไท่หลงถอนหายใจอย่างเอือมระอา “จะไม่นอนใช่หรือไม่”

“ข้าจะเข้ามิติไปแช่ตัวที่น้ำตกสักหนึ่งชั่วยาม ฝากเจ้าไปบอกพี่เสี่ยวอิงเรื่องของรับขวัญหลานด้วย”

“อืม จะทำอะไรก็ทำเถิด” เมื่อเห็นสหายตัวดีหายตัวเข้ามิติไปแล้ว ไท่หลงก็เดินออกจากห้องไปตามหาเสี่ยวอิงแล้วแจ้งให้สาวใช้คนสนิทของจิวเหมยทราบว่าสหายของเขานั้นต้องการสิ่งใด จากนั้นก็กลับเข้ามานั่งรอในห้องอย่างใจเย็น ช่วงสามเดือนมานี้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขานั้นช่างเป็นเด็กไม่เอาไหน พอเห็นสหายบาดเจ็บเจียนตายจึงเข้าใจเดี๋ยวนั้นว่าเขาต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมาบ้าง สามเดือนที่ถูกท่านน้าลู่ไป๋กับท่านน้าอี้เทียนสอนสั่ง แม้จะยังมีความเป็นเด็กอยู่บ้างแต่เขาก็รู้หน้าที่ตนเองและทำมันได้ดีขึ้นจนท่านพ่อยังเอ่ยปากชม

พ้นหนึ่งชั่วยามจิวเหมยก็ออกจากมิติด้วยใบหน้าแช่มชื่น ดูสดใสไม่หลงเหลือสภาพของคนบาดเจ็บหนัก เมื่อเห็นหีบสมบัติมากมายในห้องก็ตาวาวเร่งเปิดแต่ละหีบอย่างตื่นเต้น เลือกอยู่นานจนได้กำไลข้อเท้าทองคำลวดลายงดงามมาสองคู่ ทั้งยังเตรียมสมุนไพรบำรุงร่างกายไว้มากมายเพื่อมอบให้พี่เสี่ยวจิง

วันรุ่งขึ้นรถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวนสกุลหลิวตั้งแต่เช้า ท่านพ่อจะเข้าวังไปพร้อมกับนางและท่านน้าอี้เทียนด้วย ส่วนพี่หยางนั้นรออยู่ในวังแล้ว ท่านน้าลู่ไป๋กับไท่หลงจะอยู่ดูแลกิจการ พี่เสี่ยวอิงจะต้องเอาสมุนไพรไปให้พี่เอ้อหลางที่โรงหมอ ทุกคนต่างงานยุ่งรัดตัวมาก หากเปิดโรงเตี๊ยมจะยิ่งยุ่งกว่านี้อีก เฮ้อ กลิ่นเงินช่างหอมหวาน

“จากนี้ต้องเดินเข้าไปนะเหมยเอ๋อร์”

“รู้เช่นนี้ข้าเดินทางผ่านมิติดีกว่าเจ้าค่ะท่านพ่อ”

“หึหึ เจ้าไปเถิด พ่อจะไปที่ลานฝึกเสียหน่อย ฝากท่านอี้เทียนดูแลนางด้วย”

“ท่านแม่ทัพไม่ต้องกังวล” นางแยกตัวกับท่านพ่อแล้วเดินไปยังส่วนของตำหนักของสตรีในวัง เมื่อใกล้ทางเข้าไปยังตำหนักนางก็สังเกตุเห็นบุรุษสูงศักดิ์ในฉลองพระองค์สีเหลืองอร่ามยืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมพี่หยางและขันทีคนสนิท

“ถวายพระพรเพคะ ขอพระองค์...”

“อย่ามากพิธีเลยหมอหลิว เจิ้นรู้มาว่าเจ้าเพิ่งจะฟื้นจากอาการบาดเจ็บเมื่อวานนี้ เจิ้นรู้สึกขอบใจเจ้ามากที่มารักษาอาการของเสด็จแม่ ตามเจิ้นมาเถิด หากเจ้ารักษาเสด็จแม่ได้ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใดเจิ้นจะหามาให้เจ้าทุกอย่าง”

“เชิญนำเสด็จเพคะ” นางกับท่านน้าอี้เทียนเดินตามฮ่องเต้เข้ายังตำหนักของไทเฮาอย่างสงบเสงี่ยม ตำหนักนี้กว้างขวางงดงามน่าอยู่เป็นอย่างมาก บ่งบอกว่าเจ้าของตำหนักนั้นชื่นชอบดอกไม้เพียงใด แต่กลิ่นหอมของดอกไม้ไม่อาจกลบกลิ่นน้ำเลือดน้ำหนองที่คละคลุ้งไปทั่วห้องบรรทมได้ “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันไม่ต้องการให้มีผู้ใดอยู่ในห้องนี้ยกเว้นฝ่าบาท หม่อมฉัน ท่านน้าอี้เทียน และพี่หยางเท่านั้นเพคะ”

“พวกเจ้าออกไปให้หมดและห้ามผู้ใดเข้ามาในนี้เป็นอันขาด!” เหล่าขันทีนางกำนัลต่างตัวสั่นเทิ้มอย่างหวาดกลัวนายเหนือหัว เพียงไม่นานในทั้งห้องก็เหลือเพียงพวกนางเท่านั้น

นางเดินเข้าไปใกล้ร่างของไทเฮามากขึ้นแล้วส่งพลังไป๋เข้าไปตรวจสอบร่างกายของไทเฮาอย่างละเอียด ร่างกายไทเฮามีพิษหลายชนิดแต่หาได้มีพิษผู้เฒ่าสยบนารีเช่นที่หมอหลวงบอกไม่ พิษชนิดอื่นนั้นพระองค์คงได้รับมาเป็นเวลานานแต่พิษที่ทำให้ไทเฮาเป็นเช่นนี้นั้นเป็นพิษจากว่านกลืนกินนารี นางเคยศึกษาว่านชนิดนี้จากในตำราของท่านตา การรักษานั้นไม่ยากแต่การจะตรวจหาพิษชนิดนี้ต่างหากที่ยาก

“ท่านน้าอี้เทียนไม่ทราบหรือเจ้าคะว่าไทเฮาได้รับพิษชนิดใด”

“ถึงข้าจะเป็นศิษย์ท่านอาจารย์แต่ก็หาได้เชี่ยวชาญสมุนไพรเช่นท่านอาจารย์ไม่”

“เจ้ารักษาเสด็จแม่ได้หรือไม่หมอหลิว”

“ได้เพคะ แต่ร่างกายของไทเฮานั้นมีพิษหลายชนิดสะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน คงจะต้องใช้เวลาสักหน่อยเพคะ เชิญฝ่าบาทประทับรอทางด้านนู้นก่อนเถิดเพคะ ตรงนี้ให้ท่านน้าอี้เทียนคอยช่วยหม่อมฉันก็เพียงพอแล้ว” เมื่อพี่หยางกับฮ่องเต้เดินไปนั่งรออย่างเงียบๆแล้วนางก็ให้ท่านน้าอี้เทียนเตรียมกระโถนเอาไว้เพราะงานนี้นองเลือดแน่ๆ

นางใช้พลังเฮยในการดูดซับและขับพิษออกมา ทางที่ดีที่สุดคือให้ไทเฮากระอักเอาเลือดเสียออกมาให้มากที่สุด จนเมื่อเลือดที่อาเจียนออกมาเป็นสีแดงนางก็ใช้พลังไป๋เข้าไปรักษา พิษหลายชนิดถูกขับออกทางผิวหนังเรื่อยๆจนผ่านไปสองชั่วยามก็กลายเป็นเหงื่อสีใส นางตรวจดูให้แน่ใจว่าอวัยวะภายในยังอยู่สมบูรณ์ดีก็ถอนพลังออกมาก่อนจะป้อนโอสถเข้าไปสองเม็ดโดยใช้ปราณเป็นตัวช่วยส่งโอสถเข้าสู่ร่างกาย

“เรียบร้อยแล้วเพคะ”

“นี่มัน...” ไม่ว่าผู้ใดก็ย่อมตกตะลึงเป็นธรรมดา เมื่อร่างกายที่เรียกว่าแทบจะเน่าเฟะของไทเฮานั้นกลับมาสวยงามเช่นเดิมอาจจะงดงามกว่าเดิมเสียด้วยช้ำแม้จะยังซีดเซียวอยู่บ้าง “เจิ้นติดหนี้เจ้าอีกแล้วหมอหลิว ขอบใจยิ่งนัก”

“อย่าทรงกังวลเพคะ ฝ่าบาทเป็นสวามีของพี่เสี่ยวจิงก็นับเป็นญาติของหม่อมฉัน จริงหรือไม่เพคะ”

“พูดได้ดี จากนี้เจ้าจะไปเยี่ยมจิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ ไปเถิด เจิ้นจะให้ไท่หยางไปส่ง”

“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลลา อ้อ หม่อมฉันขอบังอาจเตือนฝ่าบาทสักเล็กน้อยเพคะ อย่าไว้ใจผู้ใด พิษที่สะสมในร่างกายของไทเฮานั้นล้วนมาจากอาหารและเครื่องดื่ม หม่อมฉันอยากให้ทรงระวังมากกว่านี้เพคะ”

“ขอบใจที่เตือน เจิ้นจะจัดการให้ดี” นางถวายความเคารพแล้วเดินออกจากตำหนักของไทเฮาพร้อมกับพี่หยางและท่านน้าอี้เทียน มุ่งตรงสู่ตำหนักของฮองเฮาเป็นที่ต่อไป นางตื่นเต้นยิ่งนักที่จะได้พบกับหลานตัวน้อยๆของนาง

“จิวเหมย! เจ้าฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

“ฮองเฮาอันใดกันเล่า มานี่เถิด จินอิ๋นกับอวิ้นจินคงอยากรู้จักเจ้าแล้ว” นางเดินเข้าไปใกล้เปลเด็กที่มีสิ่งมีชีวิตกำลังดิ้นแด่วๆอยู่ในนั้นอย่างร่าเริง ตัวขาวอวบเป็นซาลาเปาน้อยเชียว นางควักเอากำไลข้อเท้าที่นางเตรียมมาส่งให้พี่เสี่ยวจิงพร้อมทั้งเอ่ยปากขออุ้มเด็กน้อยทั้งสอง “หนักหน่อยนะ ร้องจะกินนมแทบจะตลอดเวลา”

“นมแม่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กวัยนี้เจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง ให้ทานนมแม่เป็นหลักนะเจ้าคะ”

“แต่น้ำนมของข้ามีน้อยมาก”

“ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ จิวเหมยมาแล้ว รับรองว่าน้ำนมพี่เสี่ยวจิงเพียงพอให้จินอิ๋นกับอวิ้นจินน้อยได้ดื่มแน่ๆ” เด็กน้อยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีราวกับรู้ว่าต่อไปนี้จะมีนมให้ดื่มจนอิ่มหนำ “เติบโตเป็นเด็กดีนะเจ้าหนูทั้งสอง อย่าทำให้เสด็จแม่ของเจ้าต้องเป็นกังวล เข้าใจหรือไม่” นางวางเด็กน้อยจินอิ๋นลงในเปลแล้วส่งสมุนไพรบำรุงร่างกายให้พี่เสี่ยวจิงหนึ่งขวด “ทานวันละสองเม็ดหลังอาหารเช้าเจ้าค่ะ สมุนไพรนี้จะช่วยบำรุงร่างกายและช่วยเพิ่มน้ำนมให้พี่เสี่ยวจิง ทั้งยังช่วยขับของเสียที่ยังตกค้างจากการคลอดบุตรได้ด้วยเจ้าค่ะ”

“จิวเหมย ขอบใจเจ้ามาก”

“เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะ วันนี้ข้าต้องกลับแล้ว เอาไว้ข้าจะมาเยี่ยมใหม่นะเจ้าคะ พี่เสี่ยวจิงเจ้าขา อย่าไว้ใจผู้ใดหรือดื่มกินสิ่งใดโดยไม่ระวังนะเจ้าคะ วันนี้ข้าได้รักษาไทเฮาแล้วข้ารู้สึกกังวลไม่น้อย ต้องรอบคอบให้มากนะเจ้าคะ”

“ข้าจะดูแลตัวเองอย่างดีจิวเหมย เจ้าไม่ต้องกังวลนะ” นางร่ำลาพี่เสี่ยวจิงกับเด็กน้อยทั้งสองในเปลแล้วก็กลับออกจากวัง พี่หยางนั้นยังมีงานให้ต้องทำอีกมากจึงไม่ได้ตามออกมาด้วย

นางกับท่านน้าอี้เทียนมุ่งหน้าไปดูโรงเตี๊ยมก่อนเป็นอย่างแรก ทุกอย่างออกมาสวยงามเช่นที่นางต้องการทุกอย่าง นางจึงแวะไปขอบคุณช่างไม้พร้อมสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ จากนั้นก็เข้าไปที่เหลาอาหารและเหลาสุราเพื่อดูบัญชี นางเรียกประชุมทุกคนเป็นการด่วนเพราะมีเรื่องต้องเร่งช่วยกันจัดการ

“เจ้าขัดจังหวะการทานข้าวของข้านะจิวเหมย”

“มีเรื่องอะไรงั้นหรือ เจ้าเพิ่งฟื้นแทนที่จะรีบกลับไปพักผ่อนที่จวน ให้อี้เทียนมาคนเดียวก็พอแล้ว” จะพอได้อย่างไรเล่าเจ้าคะท่านน้าลู่ไป๋ ก็เรื่องที่นางจะให้ทำน่ะต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกคนนี่นา

“ข้าจะเปิดโรงเตี๊ยมในอีกสามวันข้างหน้าเจ้าค่ะ!” งานด่วน งานเร่ง งานแสนสุข คิกคิก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.94K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4062 yukai (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 06:21

    ขอบคุณ
    #4,062
    0
  2. #3980 Nuthathai Por (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 13:39

    คนเก่งไม่คิดจะพักหน่อยเหรอพึ่งฟื้นนะ

    #3,980
    0
  3. #3808 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 18:07
    เงินมาแล้วววว
    #3,808
    0
  4. #3774 verylovee (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 01:36
    เออ ว่าแต่จิวเหมย หนูจะไม่รักษาว่าที่สามี หนูหน่อยหรือจ๊ะ ข้ามพี่หยางไปเฉยเลย
    #3,774
    0
  5. #3517 por4312525 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 11:57

    กำลังสนุก
    #3,517
    0
  6. #3516 kumkongpimpisa (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 09:03
    ชอบมากๆๆๆคนอ่านก็มีความสุขมากๆๆคะ
    #3,516
    0
  7. #3514 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 22:36

    นางมีความสุขที่จะได้เปิดโรงเตี้ยมแต่....คนรอบตัวนางกำลังจะทุกข์ถนัดก็นางเล่นจะเปิดอีก3วัน ชาวบ้านเขาก็ต้องทำงานหนักกว่าเก่านะซิ มาต่อคะรอๆ
    #3,514
    0
  8. #3512 littlebangs (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 22:03
    ดีเริ่ดๆๆๆๆ
    #3,512
    0
  9. #3511 คนเช็ดเงา (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:41
    เอาง่ายๆก็คือนาง งก อย่างไรเล่า 5555
    #3,511
    0
  10. #3510 Kwon Khongkwan-vip (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:33
    กลิ่นเงินช่างหอมยิ่งนัก 555555
    #3,510
    0
  11. #3509 จิวซา (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:29

    ทำมอ่านมาหลายตอนแล้วดูเหมือนนางเอกจะไม่ค่อยห่วงว่าที่สามีเลย เหมือนจะไม่ไม่ค่อยสนใจพี่หยางเลยแต่จะดูแลเอาใจใส่อื่นๆมากๆ ไม่มีการบำรุงดูแลเอาใจใส่เลยมีแต่ไปดูแลคนอื่น

    #3,509
    0
  12. #3508 kimurakung (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:04
    ขยันหาเงิน​ตัวเป็นเกลียว​หัวเป็นน็อต
    #3,508
    0
  13. #3507 Sirayu Manachot (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:09

    นางยังคงบ้าตังค์เหมือนเดิม

    #3,507
    0
  14. #3505 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 19:32
    เงิน เงิน เงิน
    #3,505
    0
  15. #3504 LukiMemory (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 18:33
    รอนะคะ
    #3,504
    0
  16. #3503 อัมพร (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 18:29

    ขอบคุณค่ะ

    #3,503
    0
  17. #3502 hydrangeapink (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 18:12
    ฟื้นมาก็หาเงินเลยทีเดียว 555
    #3,502
    0
  18. #3500 chamee (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:53
    พึ่งฟื้นก็ออกอาการงกล่ะ
    #3,500
    0
  19. #3499 iamTanapon (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:35
    น้องไม่หลุดคอนเซปต์เลยนะ 555
    #3,499
    0
  20. #3498 moragot5296 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:33

    ยายจิวเหมยจอมงก5555555

    #3,498
    0
  21. #3497 Kurokawaii (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:50
    งานด่วนจริง จิวเหมยเราจะรวยแล้ว5555
    #3,497
    0
  22. #3496 LovelyWonbin (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:40
    งานด่วนยิ่งกว่า 4G ก็งกเงินไหมน้อง
    #3,496
    0
  23. #3494 game6969 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:38
    งานเร่งงั้นเอามาอีก
    #3,494
    0
  24. #3493 What&Why (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:36
    โห จิวเหมยนี่น้าาา งานเร่งงานด่วน ทีมงานปวดหัวแล้ว5555
    #3,493
    0