หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 67 : หลั่งเลือดเพื่อชดใช้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,998 ครั้ง
    26 ต.ค. 62

จากที่ตั้งใจจะอยู่เมืองหลวงต่ออีกสองวัน แต่เอาเข้าจริงด้วยความร้อนใจจึงอยู่ต่อเพียงวันเดียว เพราะอีกไม่ถึงสามวันจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงแล้ว นางจึงต้องรีบกลับไปยังหมู่บ้านจินหลันเพื่อดักรอหลัวจิงเฉิงกับจูลี่อิน เช่นไรนางเชื่อว่าพวกเขาจะต้องมาหากู่จูไห่แน่นอน

“ไป๋เอ๋อร์ น้องต้องอยู่ที่นี่กับคุณชายจ้าวทั้งสอง พี่กับสาวน้อยจิวเหมยจะเข้าไปรอในหมู่บ้านเอง”

“ทำไมข้าไปด้วยไม่ได้”

“หลัวจิงเฉิงอยู่กับน้องมาครึ่งชีวิต น้องอยู่ใกล้ๆใยเขาจะไม่รู้ ส่วนพวกเจ้าคุณชายตระกูลจ้าว แม้จะเก่งกาจแต่ก็ยังด้อยประสบการณ์นัก แม้คุณชายใหญ่จะเป็นถึงรองแม่ทัพแต่เรื่องเช่นนี้ใช้ประสบการณ์ในสงครามมาใช้ไม่ได้ ส่วนสาวน้อยจิวเหมยนั้น นางมีพยัคฆ์เมฆาอยู่ข้างตัวถึงสองตัว หลัวจิงเฉิงทำสิ่งใดนางไม่ได้เป็นแน่ อีกทั้งพลังของนางเองก็ห่างชั้นกับพวกเจ้าอยู่มาก ขออภัยที่ข้าต้องพูดตามตรง ให้ข้ากับนางไปกันสองคนจะปลอดภัยกว่า”

“ไม่! ฟังนะอี้เทียน ข้ามาเพื่อปกป้องนาง ต่อให้ต้องแลกชีวิตข้าก็จะตามนางไป”

“ใช่ขอรับท่านเซียนอาวุโส เหมยเอ๋อร์เป็นดวงใจของข้า ข้าย่อมไม่ยอมให้ดวงใจของข้าไปเสี่ยงอันตรายโดยไม่มีข้าเป็นอันขาด ต่อให้ต้องตายหากนางปลอดภัยข้าก็พร้อมจะพลีชีพ”

“ไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน อยู่ด้วยกันอุ่นใจกว่า หากมีคนห่างตาจะยิ่งกังวลเจ้าค่ะ”

“พวกเจ้านี่ช่างดื้อดึงยิ่งนัก เช่นนั้นก็ไปกันหมดนี่แหละ” ก่อนที่พวกนางจะกลับมาที่ป่านี้ ท่านน้าทั้งสองได้เข้าไปพบกู่จูไห่อยู่บ่อยครั้ง ตระเตรียมที่อยู่ในหมู่บ้านไว้เรียบร้อยด้วยการอำนวยความสะดวกจากกู่จูไห่ อีกทั้งท่านน้าอี้เทียนยังไปสัญญาว่าหากจับตัวหลัวจิงเฉิงได้แล้วจะช่วยดูแลหมู่บ้านจินหลันต่อไปโดยใช้เวทย์ป้องกันชั้นเซียน แต่เป็นเวทย์ป้องกันที่เป็นมิตรกับทุกสรรพสิ่ง ชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นจะสามารถออกไปทำมาหากินหรือล่าสัตว์ได้ แต่จะไม่สามารถเข้ามาในหมู่บ้านจินหลันได้หากไม่ได้รับอนุญาต กู่จูไห่จึงยินยอมจะช่วยเหลือพวกนางในที่สุด

“เจ้าบอกว่าอยากจับเป็นหลัวจิงเฉิงงั้นหรือจิวเหมย”

“ข้าพูดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ข้าเพียงบอกท่านน้าว่ามือปราบอยากให้ข้าจับเป็น แต่ข้าไม่ได้ตกลงด้วยเสียหน่อย”

“นี่เจ้า...”

“คนชั่วช้าเช่นนั้นจะไว้ชีวิตไปทำกันเล่าเจ้าคะ ชีวิตก็ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าจะเอาวิญญาณของหลัวจิงเฉิงไปเซ่นไหว้วิญญาณของผู้บริสุทธิ์ทุกคน ส่วนร่างของหลิวจิงเฉิงข้าจะส่งให้มือปราบ สุดแล้วแต่ว่าพวกเขาจะเอาไปทำสิ่งใด ขอเพียงข้ายืนยันว่าคนผู้นั้นเป็นหลัวจิงเฉิงจริงๆผู้ใดจะกล้าเอ่ยถามว่าใช่จริงหรือไม่”

“สาวน้อย เจ้าไปเรียนรู้ความร้ายกาจเช่นนี้มาจากที่ใดหรือ”

“แหม จะจากผู้ใดได้เล่าเจ้าคะ” นางเบนสายตาจ้องมองไปยังท่านน้าลู่ไป๋ที่ทำเป็นมองนกมองไม้ไม่สนใจ ก็เป็นท่านน้าทั้งนั้นที่สอนนางมา แม้บางครั้งจะสอนอะไรไม่เข้าท่าจนโดนพี่เสี่ยวจิงอัดพลังใส่บ่อยๆก็ตาม

พวกนางย้ายเข้ามาอยู่ยังบ้านที่กู่จูไห่จัดไว้ให้ หลังไม่ใหญ่นักขนาดเท่าๆกับบ้านของชาวบ้านหลังอื่น สภาพดีกว่าหลังเก่าที่พวกนางเคยอยู่มากนัก อย่างน้อยก็ไม่มีหยากไย้ตามเสาบ้าน พวกนางไม่ออกไปสุงสิงกับชาวบ้านเพราะไม่อยากให้ผู้ใดรู้ว่าพวกนางมาอาศัยอยู่ที่นี่ วันพรุ่งนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง กู่จูไห่บอกว่าเช่นไรคืนนี้หลัวจิงเฉิงก็ต้องมาหาเขา เพราะไม่มีผู้ใดที่จะสามารถหาจิตวิญญาณให้เขาได้อีกแล้ว

“เสี่ยวหลานอยู่กับไท่หลงนะ อย่าแยกจากกันเด็ดขาด” เสี่ยวหู่อยู่กับนางมานานย่อมต้องรู้ใจนางมากกว่าเสี่ยวหลาน นางจึงให้เสี่ยวหู่อยู่กับนางแล้วให้เสี่ยวหลานดูแลไท่หลง “ท่านน้าอี้เทียนจะแอบอยู่ในบ้านกู่จูไห่ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ใช่ เช่นไรข้าก็ปกปิดตัวตนได้ดีที่สุด”

“ระวังตัวด้วยเล่า”

“น้องไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะไป๋เอ๋อร์ อยู่ที่นี่ก็ระวังตัวเองด้วย หากไป๋เอ๋อร์ของพี่เป็นอะไร พี่คงอยู่ไม่ได้” นางกรอกตาอย่างเอือมๆ ไหนว่าเซียนละทางโลกไปแล้วอย่างไร เหตุใดเซียนท่านนี้ถึงได้คลั่งรักถึงเพียงนี้ หรือว่าท่านน้าลู่ไป๋มีมนต์เสน่ห์กันนะ “เปิดสัมผัสของพวกเจ้าให้ดี แต่อย่าให้ถูกจับได้”

“ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหลุดมือไปได้อีก” เมื่อตกลงเข้าใจกันดีแล้วท่านน้าอี้เทียนก็แยกออกไปยังบ้านของกู่จูไห่ พวกนางที่เหลือแบ่งเป็นกลุ่ม นางอยู่กับพี่หยาง เสี่ยวหู่ ส่วนไท่หลงอยู่กับท่านน้าลู่ไป๋แล้วก็เสี่ยวหลาน ฟ้ามืดเท่าใดภายในหมู่บ้านก็จะเงียบสงบเท่านั้น “น่าแปลกจังเจ้าค่ะพี่หยาง เหตุใดจึงเงียบเช่นนี้”

“ชาวบ้านปิดประตูดับไฟกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด ไม่มีแม้เสียงพูดคุยใดให้ได้ยิน ต้องมีอะไรสักอย่างเป็นแน่” บ้านพวกนางเองก็ปิดไฟเงียบเช่นกัน เสี่ยวหู่กับเสี่ยวหลานนอนหมอบอยู่แต่หูก็ตั้งขึ้นอย่างตื่นตัว พอเข้ายามจื่อ ทั้งสองตัวก็ลุกขึ้นแล้วเบียดตัวเข้าหานางกับไท่หลงมากขึ้น “มีสิ่งใดหรือเสี่ยวหู่” มันตอบกลับมาเบาๆว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ภายนอก

“ระวังตัวกันนะเจ้าคะ” นางนั่งรออย่างใจจดจ่ออยู่พักใหญ่ จู่ๆเสี่ยวหู่กับเสี่ยวหลานก็วิ่งลงจากบ้านไปโดยไม่บอกกล่าว พวกนางจึงต้องรีบตามออกไปด้วยเพราะหากเป็นเช่นนี้แสดงว่าพยัคฆ์เมฆาทั้งสองได้รับสัญญาณเตือนจากท่านน้าอี้เทียนมาแล้ว พ้นจากตัวบ้านมาไม่เท่าใดนางก็สังเกตเห็นเงาดำสองสายกำลังพุ่งตรงมาทางพวกนางพร้อมกับแสงสีขาวที่คาดว่าคงจะเป็นท่านน้าอี้เทียนตามมาติดๆ “คิดผิดเสียแล้วหลัวจิงเฉิง” นางเพ่งไปยังเงาดำสายแรกก่อนจะส่งพลังเฮยพุ่งตรงไปที่เงาดำนั้น “จับตัวหลัวจิงเฉิงไว้เจ้าค่ะ” นางตะโกนร้องบอกท่านน้าลู่ไป๋กับพี่หยางที่ยืนอยู่ด้านหน้า เมื่อพลังของนางสัมผัสกับเงาดำนั้นตัวของหลัวจิงเฉิงพร้อมกับจูลี่อินก็ตกลงบนพื้นอย่างแรง

“เจ้า! เป็นผู้มีพลังไป๋เฮยเช่นนั้นหรือ” ร่างผอมแห้งของหลัวจิงเฉิงที่อยู่กำมือของท่านน้าลู่ไป๋กับท่านน้าอี้เทียนจ้องมองหน้านางพร้อมทั้งเอ่ยถาม ส่วนจู่ลี่อินนั้นพี่หยางกับไท่หลงจับกดตัวนางนอนคว่ำไปกับพื้นอยู่ไม่ไกลกันนัก

“ช่างหลักแหลม แต่กลับใช้ความฉลาดของตนเองในทางที่ผิด ช่างน่าเสียดาย”

“เจ้าจะไปรู้อะไร! หึ ลองดูสิ หากเจ้าฆ่าข้า สหายของเจ้าก็จะตายไปพร้อมกับข้า เจ้าคิดดีแล้วหรือ”

“นางตายไปแล้วต่างหาก สิ่งที่ข้าต้องการคือการปลดปล่อยจิตวิญญาณของนางให้กลับไปยังที่ที่นางจากมา หากเจ้ายังพอมีจิตสำนึกดีอยู่บ้างก็ปลดปล่อยนางประเดี๋ยวนี้”

“ใยข้าต้องฟังเด็กน้อยเช่นเจ้าด้วย กว่าข้าจะดึงนางมาจากโลกนั้นและตามหาจนพบไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าควรจะขอบคุณสหายของเจ้านะแม่นางน้อย เพราะหากข้าไม่พบตัวนางเสียก่อน ผู้ที่จะโชคร้ายแทนนางก็คงไม่พ้นเจ้า”

“ชั่วช้านัก! พี่หยางดึงดาบคู่ใจออกมาจะบั่นคอหลัวจิงเฉิง แต่ท่านน้าอี้เทียนไวกว่าจึงห้ามไว้ได้ทัน ในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจพี่หยาง หลัวจิงเฉิงก็อาศัยจังหวะนี้เร้นตัวเป็นเงาแล้วจะพุ่งหนีออกไป แต่อย่างว่า พลังสายมารที่ยังไม่สำเร็จวิชาหรือจะสู้ประมุขแห่งตำหนักเซียนวายุ

ท่านน้าอี้เทียนคว้าคอของหลัวจิงเฉิงไว้ได้ทันแล้วทุ่มร่างผอมแห้งนั้นกดลงกับพื้นจนนางได้ยินเสียงกระดูกหัก นางจึงใช้พลังเวทย์ที่ร่ำเรียนจากในตำราของตระกูลฟ่านกักขังหลัวจิงเฉิงไว้ในวงเวทย์แล้วครอบวงเวทย์ไว้ด้วยพลังเฮยของนางอีกชั้น ปราณนางแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้วงเวทย์นี้ยากต่อการทำลาย ถึงจะทำลายได้ก็คงไม่รอดจากพลังเฮยของนางไปได้ ส่วนจู่ลี่อินนั้น เมื่อหลัวจิงเฉิงกูกกักอยู่ในวงเวทย์ของนางก็ไม่มีฤทธิ์จะทำสิ่งใดได้อีกแล้ว

“น่าสนุกจริง แต่เสียดายที่วันนี้ข้าคงอยู่เล่นกับพวกเจ้าไม่ได้” พูดจบหลัวจิงเฉิงก็หลับตานั่งสมาธิอยู่ในวงเวทย์ของนาง แต่เขาคงยังไม่รู้ว่าวงเวทย์ของนางนั้นหากทำลายลงได้ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นจากพลังเฮยของนางไปได้ ยิ่งหลัวจิงเฉิงปลดปล่อยพลังมืดของตนออกมามากเท่าใดมันก็จะสะท้อนกลับเข้าไปยังร่างของผู้ฝึกมากเท่านั้น ไม่นานภายในวงเวทย์ของนางก็มีกลุ่มก้อนพลังสีดำก่อตัวขึ้นจนกลืนร่างของหลัวจิงเฉิงหายไป

“จิวเหมย”

“ถอยออกมาเจ้าค่ะ” นางให้ทุกคนถอยให้ห่างจากวงเวทย์แล้วใช้พลังไป๋สร้างเกราะป้องกันทุกคนไว้

ตู้ม!

วงเวทย์ของนางถูกพลังมืดอัดแน่นจนระเบิด ควันสีดำลอยคละคลุ้ง เมื่อควันทั้งหมดจางลงนางก็ได้เห็นร่างผอมแห้งของหลัวจิงเฉิงนอนคุดคู้อยู่กับพื้น ทั้งยังถูกพลังเฮยของนางกัดกินร่างอย่างตะกละตะกราม แน่นอนสิ เฮยย่อมชื่นชอบพลังมืดมากกว่าสิ่งใด ยิ่งสายมารที่เข้มข้นของหลัวจิงเฉิงมันยิ่งชื่นชอบ

“ลู่ไป๋...ช่วยข้า...ด้วย”

“ช่างน่าสมเพช” นางกับท่านน้าลู่ไป๋เดินเข้าไปดูร่างจมกองเลือดของหลัวจิงเฉิงอย่างสมเพช สังหารผู้คนมามาก ชดใช้ด้วยเลือดและชีวิตก็นับสมควรแล้ว

“ข้าจะช่วย หากเจ้ายอมปลดปล่อยจิตวิญญาณของจูลี่อิน”

“จ เจ้าจะช่วย อึก นางไปทำไม เช่นไร น นางก็ตายไปแล้ว”

“ปลดปล่อยนาง...เดี๋ยวนี้!

“หากข้าตาย นอกจากจิตวิญญาณของจูลี่อิน อึก จะไม่ได้รับการปลดปล่อย จิตวิญญาณของผู้ที่สังเวยชีวิตให้ข้า ก็จะไม่ได้รับการปลดปล่อยเช่นกัน ฮ่าๆๆ มันสายไปเสียแล้วแม่นางน้อย อึก อ้าก!” สิ้นเสียงร้อง ร่างของหลัวจิงเฉิงก็แน่นิ่งไป พลังเฮยยังคงกัดกินร่างของหลัวจิงเฉิงไม่หยุดจนนางต้องถอนพลังออกมาเมื่อแน่ชัดว่าหลัวจิงเฉิงสิ้นใจแล้ว

“ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหลัวจิงเฉิงจะยอมระเบิดพลังเพื่อหาทางหนีเช่นนั้น เจ้าไม่ผิดหรอกสาวน้อย”

“จิตวิญญาณผู้อื่นเล่าเจ้าคะท่านน้าอี้เทียน”

“เมื่อหลัวจิงเฉิงตาย พวกเขาก็จะถูกปลดปล่อย แต่ไม่ใช่กับแม่นางจูลี่อิน จิตวิญญาณของนางถูกกักขังแตกต่างจากจิตวิญญาณของผู้อื่น นางยึดติดกับตัวของหลัวจิงเฉิง”

“ข้าทำสิ่งใดลงไป”

“เจ้าช่วยได้ไม่ทุกคนหรอกนะเหมยเอ๋อร์ เจ้าทำดีที่สุดแล้ว” นางเดินเข้าไปหาร่างของจูลี่อินที่บัดนี้ไท่หลงยังคงจับตัวนางกดอยู่กับพื้น ตรวจดูชีพจรก็พบว่าไม่มีสัญญาณของการมีชีวิต “นางตายไปแล้วตั้งแต่ที่พี่จับตัวนางกดกับพื้น นางเป็นเพียงร่างหุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้นเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะพี่หยาง เช่นนั้นสิ่งที่ข้าจะทำให้อดีตสหายได้เป็นครั้งสุดท้ายคือการฝังศพให้นางอย่างสมเกียรติ”

“อืม มาเถอะ พี่จะจัดการให้เจ้าเอง”

“แล้วร่างของหลัวจิงเฉิงเล่าจิวเหมย”

“ส่งให้มือปราบที่เมืองหลวงเจ้าค่ะท่านน้าลู่ไป๋ ฝากท่านน้าอี้เทียนกับไท่หลงสอบถามกู่จูไห่ว่าข้าสามารถฝังร่างของจูลี่อินที่ใดได้บ้าง ส่วนพี่หยางกับท่านน้าลู่ไป๋เอาร่างของหลัวจิงเฉิงกลับเมืองหลวงไปมอบให้มือปราบพร้อมกับข้า” ขณะที่นางจะพาท่านน้าลู่ไปกับพี่หยางเข้ามิติ นางก็เห็นเสี่ยวหลานกับเสี่ยวหู่ที่เดินอยู่รอบนอกเพื่อระวังภัยให้พวกนางพร้อมใจวิ่งเข้ามาหานางอย่างเร็ว พร้อมกับท่านน้าอี้เทียนที่เบิกตากว้างและกำลังจะพุ่งเข้าหานางเช่นกัน

แต่ช้าไปเสียแล้ว

เมื่อร่างของนางถูกร่างของจูลี่อินพุ่งเข้าใส่แล้วปลดปล่อยพลังมืดทั้งหมดใส่นาง ร่างของจูลี่อินกรีดร้องออกมายาวเหยียด นัยน์ตาเป็นสีขาวไร้แวว ตัวนางรับรู้ได้ถึงพลังงานสายหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยกำลังหลั่งไหลเข้ามาในร่าง ก่อกวนพลังปราณจนแทบแตกซ่าน ร่างกายร้อนดั่งไฟเผา ตัวนางกระอักเลือดออกมาไม่หยุดจนแทบไร้สติ เจ็บปวดจนร่างแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ

“เหมยเอ๋อร์! ไม่ๆ เหมยเอ๋อร์ของพี่” พี่หยางเข้ามารับตัวนางเมื่อร่างของจูลี่อินถูกพลังของท่านน้าอี้เทียนซัดออกไปจนร่างขาดเป็นสองท่อน “เจ้าได้ยินพี่หรือไม่เหมยเอ๋อร์ ตอบพี่ ขอร้องเถิด ตอบพี่”

“พี่หยาง...ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน”

“ผู้อาวุโสอี้เทียน ทำอะไรสักอย่างเถิด ได้โปรด ช่วยเหมยเอ๋อร์ด้วย” เสียงของพี่หยางช่างแผ่วเบาและห่างไกลออกไปทุกที ก่อนที่สติของนางจะดับลงนางได้เห็นหยาดน้ำตาของชายผู้ที่นางรัก อย่าเจ็บปวดเพราะข้าเลยเจ้าค่ะพี่หยาง

ร่างบอบบางในอ้อมแขนของจ้าวไท่หยางนั้นหมดสติไปแล้ว อู๋อี้เทียนขบกรามแน่นแล้วก้าวเข้าไปจับชีพจรของนางดู แม้จะเพิ่งพบกันแต่เขาก็เอ็นดูนางไม่น้อย ยังไม่นับเรื่องที่นางช่วยเหลือและดูแลดวงใจของเขาอย่างดีมาหลายปี ไม่เพียงแต่น้ำตาของรองแม่ทัพจ้าวผู้นี้จะหลั่งรินเพื่อนางแล้ว แม้แต่ไป๋เอ๋อร์ของเขาก็หลั่งน้ำตาเพื่อนางเช่นกัน

“นางเป็นผู้มีพลังไป๋เฮย พลังมืดเพียงเท่านี้ทำสิ่งใดนางไม่ได้หรอก พวกเจ้าอย่าเพิ่งเป็นกังวลไปเลย พลังของนางกำลังช่วยนางอยู่ ทางที่ดี เราควรรีบกลับเมืองหลวงแคว้นซานให้เร็วที่สุด ให้นางรักษาตัวอยู่ที่นี่คงไม่เป็นการดี”

“เจ้าช่วยนางไม่ได้เลยหรืออี้เทียน”

“พี่ช่วยนางไม่ได้หรอกไป๋เอ๋อร์ พลังมืดที่แม่นางจูลี่อินส่งเข้าไปในร่างของนางนั้นเป็นพลังเฮือกสุดท้ายของหลัวจิงเฉิง มันจะดูดกลืนจิตวิญญาณของผู้ได้รับ ถึงพี่จะเป็นเซียนพี่ก็ช่วยเหลือจิตวิญญาณของนางไม่ได้ แต่อย่างที่พี่บอกไป นางเป็นผู้มีพลังไป๋เฮย พลังของนางจะช่วยรักษานางเอง ที่เราทำได้ก็คือ ช่วงรักษาร่างของนางไว้ให้ดีที่สุด จนกว่านางจะกลับมาอีกครั้ง”

“เหมยเอ๋อร์...พี่ช่างไม่เอาไหน”

“พยัคฆ์เมฆาทั้งสอง ช่วยพาพวกเรากลับเมืองหลวงแคว้นซานโดยเร็วเถิด สาวน้อยจิวเหมยจะได้พักผ่อนเสียที” พยัคฆ์เมฆาทั้งสองขยายร่างให้ใหญ่โตพอที่พวกเขาทั้งหมดจะขึ้นไปนั่งบนหลังของพวกมันได้ ไป๋เอ๋อร์กับไท่หลงช่วยกันนำร่างของหลัวจิงเฉิงกลับไปมอบให้มือปราบเช่นที่สาวน้อยจิวเหมยต้องการ ร่างของสาวน้อยจิวเหมยนั้นเป็นหน้าที่จ้าวไท่หยางที่ต้องดูแลดวงใจของตนเอง ส่วนแม่นางจูลี่อินนั้นเขาให้กู่จูไห่เป็นผู้จัดการหาที่ฝังศพให้

ร่างของพยัคฆ์เมฆาทั้งสองบินอยู่บนฟ้าด้วยความเร็ว ความสามารถที่แท้จริงของพยัคฆ์เมษานั้นยากที่จะมีผู้ใดรู้ เนื่องจากหมู่บ้านจินหลันไม่ได้อยู่ห่างจากเมืองหลวงมากนักจึงใช้เวลาเดินทางไม่นาน ผู้คนล้วนแตกตื่นเมื่อพยัคฆ์เมฆาทั้งสองบินลงบนพื้นภายในจวนใหญ่ของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซาน

“เกิดสิ่งใดขึ้น เสี่ยวหู่เสี่ยวหลาน แล้วนั่นเหมยเอ๋อร์เป็นอะไร!” จ้าวไท่หยางเป็นผู้อุ้มสาวน้อยจิวเหมยเข้าไปในยังห้องพักของนาง เมื่อร่างของนางถูกวางลงบนที่นอน จ้าวไท่หยางก็ถูกพลังทั้งสองนางอัดจนกระเด็นออกมาก่อนที่ร่างของนางจะถูกปกคลุมด้วยเส้นแสงสีขาวของพลังไป๋และเส้นแสงสีดำของพลังเฮย พลังทั้งสองกำลังปกป้องคุ้มครองนาง

ตุบ

“เป็นข้าที่ไร้ความสามารถขอรับท่านแม่ทัพ ข้าปกป้องเหมยเอ๋อร์ไม่ได้” ร่างของรองแม่ทัพจ้าวทรุดลงคุกเข่ากับพื้นอย่างคนหมดแรง ร่างใหญ่โตสั่นเทิ้มอย่างน่าสงสาร หมดสิ้นความน่าเกรงขามที่ผู้คนเกรงกลัว

“เล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดจ้าวไท่หยาง อย่าได้ตกหล่นแม้เพียงเรื่องเดียว”

“ขออภัยที่เสียมารยาท แต่ให้ข้าเป็นผู้เล่าทุกอย่างให้ท่านแม่ทัพฟังด้วยตนเองจะดีกว่า อ่า ขออภัยที่ยังไม่แนะนำตัว ข้าอู๋อี้เทียน ประมุขแห่งตำหนักเซียนวายุ ควรวะท่านแม่ทัพใหญ่หลิวตงเฉิน”

“อย่าเกรงใจข้าเช่นนั้นเลยท่านเซียนอาวุโส ได้ยินชื่อเสียงตำหนักเซียนวายุมานาน ท่านสูงส่งกว่าข้ามากนัก” ช่างเป็นคนที่น่าคบหา แม้เรื่องในอดีตของคนผู้นี้ที่กระทำกับสาวน้อยจิวเหมยจะไม่ดีไปบ้าง แต่ก็เป็นบิดาที่ใช้ได้ทีเดียว “รบกวนท่านเซียนอาวุโสเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังหน่อยเถิด ใยบุตรสาวของข้าจึงหมดสติไปเช่นนี้” อู๋อี้เทียนเปิดปากเล่าทุกเรื่องให้หลิวตงเฉินได้รับรู้ โดยหารู้ไม่ว่าที่ประตูด้านหน้าจวนตระกูลหลิวนั้นมีชายชราผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น

“เจ้าจะไม่ให้ท่านตาของเจ้าผู้นี้ได้พักผ่อนบ้างเลยหรืออย่างไรนะหลิวจิวเหมย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.998K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #3978 Nuthathai Por (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 12:33

    ท่านตาช่วยจิวเหมยด้วยเจ้าค่ะ

    #3,978
    0
  2. #3806 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 17:43
    กรี๊ดดกดกกก ท่านตาาาาาา
    #3,806
    0
  3. #3506 ancova554 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:02

    ลี่อินไปไหน
    #3,506
    0
  4. #3476 Anjel_of_Death (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 13:19
    ท่านตาช่วยน้องด้วยยยยยยย
    #3,476
    0
  5. #3475 por4312525 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 12:29
    รอติดตามตอนต่อไปนะ
    #3,475
    0
  6. #3474 chanchan123 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 08:51
    งี้ ลี่อินก้อไม่ได้กลับโลกเดิมหรอ
    #3,474
    0
  7. #3473 tuktana7ka4 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 05:25

    ท่านตามาแล้ว
    #3,473
    0
  8. #3472 pipraeww (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 05:21
    ท่านตามาแล้วว
    #3,472
    0
  9. #3471 victor__yh (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 23:54

    จะร้องไห้ ท่านตาาาาาา
    #3,471
    0
  10. #3469 Lukiris Tink (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 22:18

    ท่านตาาาา
    #3,469
    0
  11. #3468 pnarinn (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 21:17

    รอนะคะ
    #3,468
    0
  12. #3467 Pandanus23233 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:54
    รอต่อออออ
    #3,467
    0
  13. #3466 565118 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:20
    ยังไงก็ไม่ตายหรอกนางเอกซะอย่าง
    #3,466
    0
  14. #3465 Kurokawaii (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 19:51
    ฮือออ ท่านตามาช่วยแล้วจิวเหมย
    #3,465
    0
  15. #3460 Suttidasuttida (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 12:03
    ท่านตามาแล้ววววววว
    #3,460
    0
  16. #3459 ChanpenThumthong (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 10:45
    ท่านตาของหลานมาแล้ว
    #3,459
    0
  17. #3458 noknewsuranna (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 10:17
    ขอบคุณค่ะ. รอต่อไป
    #3,458
    0
  18. #3457 What&Why (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 09:46
    ท่านตาาาาาา ช่วยจิวเหมยด้วยยยย
    #3,457
    0
  19. #3456 Nuengsupasit (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 08:00

    รอค่ะ ^_^
    #3,456
    0
  20. #3455 puuk (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 06:45
    มาเถอะค่ะค้างมาก
    #3,455
    0
  21. #3454 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 05:17

    เราชอบนิยายไรต์ที่ไม่ยืด มาเร็วเคลมเร็ว

    #3,454
    0
  22. #3453 chon29 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 05:14
    แล้วท่านตาก็มา
    #3,453
    0
  23. #3452 Sudrarat (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:53

    ค้างไหมค้างอีกแล้วท่านตามาช่วยแล้ว

    #3,452
    0
  24. #3451 Sirikanda Patty (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:50
    หลานบาดเจบสาหัส​ ท่านตาไหนเลยจะอยุ่เฉยได้
    #3,451
    0
  25. #3450 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:49
    ท่านตา มาแล้ว "I will be back"
    #3,450
    0