หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 62 : จบสิ้นกับคำว่าสหาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,469 ครั้ง
    28 ส.ค. 62

“แม่นางผู้นี้...”

“ไม่คาดคิดว่าจะได้พบผู้อาวุโสอู๋อี้เทียนที่นี่ เป็นวาสนาของข้าแล้ว ผู้น้อยขอคารวะ”

“รู้จักอี้เทียนด้วยงั้นหรือ หึ เช่นนั้นก็ควรจะรู้ว่าผู้ฝึกวิชามารเช่นเจ้าไม่สมควรอยู่ที่นี่!

“ข้าน้อยทราบดีเจ้าค่ะ เพียงแต่อยากมาเตือนสหายเก่าเท่านั้น...ว่าอย่าสอดรู้สอดเห็นให้มากนัก”

“จูลี่อิน!

“วันนี้เจ้ารอดไปได้ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะรอดไปได้ตลอดหรอกนะหลิวจิวเหมย หากยังทำตัวสอดรู้ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน” จิวเหมยโมโหจนเลือดขึ้นหน้า มือสองข้างกำเข้าหากันแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนได้เลือด “ทางที่ดีพวกท่านควรจะรีบออกจากหมู่บ้านจินหลันให้เร็วที่สุดจะดีกว่านะเจ้าคะ ข้าเองก็ไม่อยากลงมือกับสหายเท่าใดนัก”

“สหายงั้นหรือ หึ ข้าไม่เคยมีสหายที่จิตใจอำมหิตเช่นเจ้า!

“ลืมคนบ้านเดียวกันเช่นข้าไปแล้วหรือ”

“ใยเจ้าต้องทำเช่นนี้จูลี่อิน!

“ข้าเลือกทางของข้าใยต้องบอกเจ้าด้วยเล่าหลิวจิวเหมย นี่เป็นเพียงการเตือนจากข้าเท่านั้น หากยังยื่นมือเข้ามาแส่ข้าจะไม่ออมมือให้พวกเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง” พูดจบจูลี่อินก็เดินหันหลังจะลงจากบ้านไป จิวเหมยมองอย่างแค้นเคือง หากตอนนี้สภาพของนางพร้อมรับรองได้ว่าจูลี่อินไม่มีทางได้เดินออกจากที่นี่เป็นแน่

“เจ้าคิดว่าจะออกไปจากที่นี่ได้โดยง่ายเช่นนั้นหรือแม่นาง”

“อย่าทำให้ยุ่งยากเลยเจ้าค่ะผู้อาวุโสอู๋อี้เทียน มิเช่นนั้นชาวบ้านทุกคนคงได้ล้มตายกันหมด คิดว่าผู้น้อยกล้ามาพบพวกท่านเช่นนี้ได้เช่นไรกันเจ้าคะ หากผู้อาวุโสลงมือ ชาวบ้านพวกนั้นคงไม่รอดจากภูตผีของข้าเป็นแน่”

“จูลี่อิน! ใยเจ้าถึงได้ชั่วร้ายถึงเพียงนี้!

“จุ๊ๆ หลิวจิวเหมย กล่าวหาข้าเช่นนี้ก็ไม่ถูกนัก...เพราะข้าชั่วร้ายกว่านี้ได้อีกมาก หึ ข้ารอวันจะได้ประมือกับเจ้าไม่ไหวแล้วสหาย อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า” บังอาจนัก! กล้าใช้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือได้เช่นไร!

“จำคำของข้าไว้จูลี่อิน...ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง!

“รอให้ถึงวันนั้นแทบไม่ไหวเชียวล่ะ” ชั่วช้าสารเลวนัก!

“คลายมือก่อนเถิดเหมยเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำตัวเองเจ็บ” พี่หยางพยายามแกะนิ้วของนางออก แต่นางที่กำลังโกรธจนน้ำตาไหลนั้นยิ่งกำมือแน่นมากขึ้น “เหมยเอ๋อร์ ได้ยินพี่หรือไม่ คลายมือก่อนเถิดคนดี” จ้าวไท่หยางมองน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาสวยของสตรีที่เป็นดวงใจของเขาอย่างปวดใจ เหมยเอ๋อร์ให้ความสำคัญกับสหายทุกคน เห็นสหายที่ตนรักเป็นคนเช่นนี้ย่อมเจ็บปวด “เหมยเอ๋อร์!” จ้าวไท่หยางลนลานอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อจิวเหมยกระอักเลือดออกมาแล้วสลบไป

“คงจะเสียใจมาก”

“จิวเหมยมีสหายไม่มากขอรับ นอกจากข้าแล้วคนที่นางนับเป็นสหายก็มีแค่จูลี่อินกับจางลี่หลิงเท่านั้น”

“นางเพียงหมดสติไปเท่านั้น ให้นางได้พักเถิด แผลที่มือก็เอาสมุนไพรมาทาให้นางเสีย หากนางตื่นก็คงรักษาตนเองได้ เจ้ารู้เรื่องสมุนไพรดีใช่หรือไม่คุณชายรอง”

“ขอรับท่านน้าอี้เทียน ข้าจะไปหาสมุนไพรมาเดี๋ยวนี้ขอรับ” เพราะสมุนไพรที่จิวเหมยมีนั้นสหายของเขาเก็บเข้ามิติไว้หมดแล้ว เขาจึงต้องเข้าไปหาในป่ามาใช้ก่อน “ไปหาสมุนไพรกับข้าเสี่ยวหู่” ไท่หลงคว้าเอาคบไฟมาถือแล้วเดินลงจากบ้านเพื่อเข้าไปในป่าด้านหลังหมู่บ้านพร้อมเสี่ยวหู่

“พวกเจ้ามาช่วยข้าจัดการกับศพพวกนี้เถิด จะได้พักผ่อนกันเสียที”

“ใยต้องจัดการเล่าอี้เทียน รอให้จิวเหมยฟื้นก็ออกจากหมู่บ้านนี้กันได้แล้ว ปล่อยให้พวกมันจัดการกันเองสิ”

“นางจะยอมไปหรือไม่เล่าไป๋เอ๋อร์”

“ไปเจ้าค่ะ เราจะไปกันคืนนี้เลย”

“เหมยเอ๋อร์ รู้สึกเช่นไรบ้าง พี่ตกใจเสียแทบแย่” พี่หยางประคองนางลุกนั่ง แม้ร่างกายนางตอนนี้จะไม่ค่อยมีแรงนัก แต่อีกไม่นานทุกอย่างก็คงกลับมาเป็นปกติ “ไท่หลงกับเสี่ยวหู่เล่าเจ้าคะ”

“ออกไปหาสมุนไพรมารักษาบาดแผลที่มือให้เจ้า”

“เจ้าแน่ใจหรือจิวเหมยว่าจะออกจากหมู่บ้านนี้จริงๆ”

“เจ้าค่ะ จูลี่อินคงไม่ยอมให้เราจับนางได้ง่ายๆ ข้าเองยังไม่รู้วิธีจัดการกับจูลี่อินในตอนนี้ ออกเดินทางต่อคงจะเป็นเรื่องที่สมควรทำมากที่สุด แต่เราคงต้องย้อนกลับไปยังป่าที่ข้ากักขังภูตผีไว้ ข้าต้องปลดปล่อยพวกเขา มิเช่นนั้น...”

“เจ้าคิดว่าจูลี่อินจะควบคุมภูตผีพวกนั้นเช่นวันนี้ใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะท่านน้าลู่ไป๋ หากเรายังอยู่ที่นี่ต่อ ข้าเกรงว่านอกจากภูตผีพวกนั้นแล้วชาวบ้านก็จะไม่ปลอดภัยไปด้วย”

“อืม เช่นนั้นไท่หลงกลับมาเราก็ออกเดินทางกันได้เลย”

“แม่นางผู้นั้นฝึกวิชามารขั้นกลางได้สำเร็จแล้ว อีกไม่นานก็คงผ่านขั้นสูง ข้าว่าหากเจ้าอยากกำจัดนางต้องทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการฝึกวิชามารในขั้นสูงนั้นต้องใช้วิญญาณมนุษย์ในการเซ่นสังเวยเป็นจำนวนมาก ข้าคิดว่าชาวบ้านในหมู่บ้านนี้เป็นเป้าหมายของแม่นางผู้นั้นเป็นแน่”

“แล้วเราจะทำเช่นไรกันดีเล่าเจ้าคะท่านน้าอี้เทียน”

“ป่าที่เจ้ากักขังภูตผีไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดี ภูตผีพวกนั้นก็เป็นเป้าหมายเช่นกัน หากเป็นเช่นที่ข้าคาดอีกไม่นานแม่นางผู้นั้นก็คงไปที่ป่านั้นเป็นแน่ การฝึกวิชามารขั้นสูงจำเป็นต้องใช้วิญญาณจำนวนมากจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ”

“นี่เราต้องนอนในป่ากันอีกแล้วหรือขอรับ”

“กลับมาแล้วหรือไท่หลง ใยไปเร็วมาเร็วนัก”

“สมุนไพรห้ามเลือดหาไม่ยากหรอกขอรับ”

“ขอบใจเจ้ามากไท่หลง”

“เรื่องเล็กน้อย” ไท่หลงเดินเอาสมุนไพรที่หามาได้ไปให้สหายที่พี่ใหญ่ของเขายังคงประคองกอดอยู่ แล้วก็เป็นพี่ใหญ่เองนั่นแหละที่เอาสมุนไพรพวกนั้นไปบดแล้วมาวางบนแผลให้จิวเหมย พันด้วยผ้าสะอาดก็เป็นอันเสร็จ

จิวเหมยให้ท่านน้าลู่ไป๋ไปเอาม้าแล้วพาทุกคนเข้ามิติแล้วออกมายังแนวป่าก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านจินหลัน ใช้วิธีนี้ดูจะปลอดภัยและเดินทางสะดวกที่สุดแล้ว พวกนางรีบหาที่พักเพราะเวลานี้ฟ้ายังไม่สว่าง โดยนางเลือกพักไม่ไกลจากหุบเขาที่นางกักขังภูตผีไว้เท่าใดนัก หากจูลี่อินต้องการวิญญาณภูตผีพวกนั้นก็ต้องมาที่นี่เป็นแน่

“พักผ่อนเถิดเหมยเอ๋อร์ อย่าคิดมาก”

“ข้าเพียงไม่เคยคาดคิดว่าสหายของตนเองจะเป็นเช่นนี้ไปได้เจ้าค่ะพี่หยาง”

“จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง เจ้าไม่มีวันรู้ใจของผู้อื่นไปได้หรอก” ก็จริง อาจจะเพราะจูลี่อินมาจากโลกเดียวกับนางจึงทำให้รู้สึกผิดหวังและเสียใจมากเช่นนี้ “เจ้าเป็นเช่นนี้ทำให้พี่กังวลใจยิ่งนัก รู้เช่นนี้คงสังหารนางผู้นั้นไปเสียตั้งแต่อยู่ในหมู่บ้านแล้ว ไม่ปล่อยไปเช่นนี้หรอก”

“รองแม่ทัพจ้าวช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก”

“เจ้ายังจะล้อพี่เล่นอยู่อีกหรือเหมยเอ๋อร์ ไม่ต้องคิดสิ่งใดแล้ว พักผ่อนเสียเถิด”

“เจ้าค่ะๆ พี่หยางอย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ”

“พี่ไม่ได้โกรธเจ้า พี่เป็นห่วง”

“แต่ข้าง่วงนอนมากขอรับพี่ใหญ่ เมื่อใดจะหยุดคุยกันหรือขอรับ” เขาหาวแล้วหาวอีก พยายามนอนก็แล้วแต่เสียงพูดคุยของพี่ใหญ่กับสหายก็ยังดังอยู่ ก็ไม่อยากขัดหรอกนะแต่มันนอนไม่หลับ “เอาไว้คุยกันวันพรุ่งได้หรือไม่ขอรับ”

“หึ พวกเจ้าเข้าใจความรู้สึกของข้าเวลาจ้าวไท่หลงเอ่ยขัดขึ้นมาหรือยัง มันน่าฆ่าให้ตาย”

“ขออภัยขอรับ แต่ตอนนี้ข้าง่วงมากๆเลย” จะนอนก็นอนไปสิ!

รุ่งขึ้นจิวเหมยตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า หุงหาอาหารไว้รอทุกคนที่พอได้กลิ่นหอมก็ทยอยลุกกันอย่างรวดเร็วไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวหู่ รายนี้เดินต้วมเตี้ยมมานั่งคลอเคลียอยู่ใกล้ๆนาง ส่งเสียงออดอ้อนใหญ่ว่าอยากกินเนื้อแบบเมื่อวานอีก นางจึงบอกให้มันเข้าไปล่ามาเพิ่มเพราะเนื้อหมูกับกวางที่ล่ามาเมื่อวานนั้นเหลืออยู่ไม่มาก มันก็ดีใจหายเพราะเดินไปสะกิดจ้าวไท่หลงให้เดินตามมันเข้าไปล่าสัตว์ แม้สหายของเขาจะบ่นไม่หยุดก็ตาม

“เจ้าสอนไป๋เอ๋อร์ทำอาหารบ้างได้หรือไม่สาวน้อย”

“ใยต้องสอนข้า”

“ก็พี่อยากทานฝีมือน้องบ้าง ไม่ได้หรือไป๋เอ๋อร์”

“ยุ่งยาก!” บ่นไปเช่นนั้นแหละ เพราะท่านน้าให้นางสอนทำอาหารตั้งแต่อยู่ที่บ้านเก่าของนางแล้ว พอจะทำเป็นอยู่บ้างสองสามอย่างแล้วก็อร่อยด้วย หากออกเรือนไปเช่นไรก็ทำอาหารมัดใจสามีได้แน่นอน “เจ้าอย่าไปฟังอี้เทียนเลยจิวเหมย วันนี้เจ้าทำอะไรทานหรือ”

“เมื่อวานทานเนื้อเข้าไปกันมาก เช้านี้จึงเป็นข้าวต้มปลาเจ้าค่ะ”

“ข้าไม่ได้พูดเล่นนะสาวน้อย ข้าอยากทานอาหารที่ไป๋เอ๋อร์ทำบ้าง”

“เจ้าพูดไม่รู้เรื่องหรืออู๋อี้เทียน”

“ท่านน้าอี้เทียนไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ ท่านน้าลู่ไป๋มาอยู่กับข้านานพอที่จะได้เรียนทำอาหารอยู่บ้าง แม้จะไม่หลากหลายแต่ก็ทำได้สองสามอย่าง เช่นไรท่านน้าอี้เทียนก็ได้ทานอาหารฝีมือท่านน้าลู่ไป๋เป็นแน่เจ้าคะ อยู่ที่ว่าท่านน้าลู่ไป๋จะยอมทำให้ท่านน้าอี้เทียนทานหรือไม่เท่านั้น”

“เจ้าจะบอกทำไมเล่าจิวเหมย!

“ไม่ใช่เรื่องต้องปกปิดนี่เจ้าคะ ท่านน้าเป็นภรรยาก็ต้องทำอาหารมัดใจสามีน่ะถูกแล้ว”

“ผู้ใดเป็นภรรยากัน!

“ข้าเข้าใจผิดไปหรือเจ้าคะท่านน้าอี้เทียน” นางอดจะขำขันไม่ได้ หน้าแดงเช่นนั้นยังจะปฎิเสธอยู่อีก นางจึงหันไปตามท่านน้าอี้เทียนที่มองท่านน้าลู่ไป๋ด้วยสายตาที่สุดแสนจะอ่อนโยนอ่อนหวาน “ข้าไม่ได้ไร้เดียงสาเช่นจ้าวไท่หลงหรอกนะเจ้าคะท่านน้าลู่ไป๋” อยากจะบอกว่านางรู้นางเห็น คิกคิก

“มีสิ่งใดให้พี่ช่วยหรือไม่เหมยเอ๋อร์”

“ช่วยห้ามท่านน้าทั้งสองให้หยุดส่งสายตาหวานๆใส่กันได้หรือไม่เจ้าคะพี่หยาง ข้ากลัวว่าข้าวต้มปลาของข้าจะหวานเกินไปจนทานไม่ได้” นางเอ่ยหยอกเย้าท่านน้าทั้งสองที่ยังจ้องหน้ากันไม่หยุด ท่านน้าอี้เทียนน่ะจ้องด้วยสายตาที่หวานเยิ้มมาก แต่ท่านน้าลู่ไป๋นี่สิ จ้องอย่างกับจะฉีกท่านน้าอี้เทียนเป็นชิ้นๆ ช่างเป็นคู่ที่น่าอิจฉาเสียจริง

“ให้พี่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงวันแต่งงานกับเจ้าเถิด” นางหัวเราะกับคำพูดของพี่หยาง หันไปมองท่านน้าทั้งสองอีกทีเพราะอยากจะห้ามปรามแต่ก็เห็นจ้าวไท่หลงยืนมองท่านน้าทั้งสองสลับกันไปมาอยู่ก่อนแล้ว กลับมาเมื่อไหร่กัน

“ท่านน้าทั้งสองจ้องหน้ากับทำไมหรือขอรับ”

“ใยกลับมาเร็วนักไท่หลง แล้วเสี่ยวหู่เล่า”

“เสี่ยวหู่ไปล่าเอง ข้าจึงกลับมาก่อนเพราะตามเจ้าพยัคฆ์ไม่ทัน ว่าแต่ท่านน้าทั้งสองจ้องหน้ากันทำไมหรือ”

“จ้องกันด้วยความรัก” ท่านน้าลู่ไป๋ถึงกับหันขวับมามองนางกันเลยทีเดียว คิกคิก

“ด้วยรักบ้าบออันใดกัน ข้าอยากจะฆ่าอู๋อี้เทียนต่างหากเล่า!

“พี่ยอมตายแนบอกเจ้า ไป๋เอ๋อร์ของพี่”

“เป็นเช่นนี้จะไม่ให้ข้าขัดได้เช่นไรเล่าขอรับ! ผู้ใดจะทนฟังคำพูดเช่นนี้ของท่านน้าอี้เทียนได้กัน ข้าขนลุกไปหมดแล้ว บุรุษเกี้ยวคณิกาในหอนางโลมยังไม่หวานหยดเท่านี้” ก็อาจจะจริงเช่นที่สหายของนางพูด หวานจนน่าขนลุก แต่สตรีที่เคยอ่านนิยายวายมาเป็นสิบๆเล่มเช่นนางนั้นเคยอ่านประโยคที่น่าขนลุกกว่านี้มาแล้ว เพียงเท่านี้น่ะถือว่ายังธรรมดา

คุยกันกำลังสนุกเสี่ยวหู่ก็กลับมา แต่สิ่งที่เจ้าพยัคฆ์น้อยล่ากลับมาด้วยทำเอานางพูดไม่ออก มันนำหมูป่าสามตัวมาวางลงตรงหน้านางแล้วจ้องนางตาปริบๆอย่างออดอ้อน สามตัวเลยนะ สามตัว! มันลากกลับมาเองได้เช่นไรกัน

“หมูต้องหมดป่าเป็นแน่”

“ใยเจ้าล่ามาหลายตัวเช่นนี้เล่าเสี่ยวหู่” มันบอกว่าเห็นหมูสามตัวนี้อยู่ด้วย มันกลัวว่าถ้าล่ามาตัวเดียวแล้วอีกสองตัวจะเหงาก็เลยล่ามาให้หมดเลย จะได้ตายไปพร้อมๆกัน ฟังเหตุผลแล้วปวดหัวจี๊ดเลย มันร้องขอว่ามันอยากทานเนื้อเยอะๆ ขอเยอะกว่าเมื่อวาน “ช่วงนี้เจ้าทานมากไปนะเสี่ยวหู่ เพราะเหตุใด”

“เป็นเรื่องปกติของสัตว์อสูรระดับสูง ยิ่งช่วงเจริญวัยจะยิ่งต้องการอาหารมาก ข้ายังนึกแปลกใจอยู่ว่าเหตุใดพยัคฆ์เมฆาจึงยอมมาอยู่กับเจ้าได้ แต่เห็นความสามารถของเจ้าแล้วก็ไม่แปลกใจเท่าใดนัก”

“อันที่จริงข้าช่วยมันไว้เจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน เจ้ารอก่อนนะเสี่ยวหู่ ท่านน้าทั้งสองกับพี่หยางช่วยข้าชำแหละหมูป่าทั้งสามตัวหน่อยนะเจ้าคะ คงต้องย่างให้เป็นอาหารเช้าของเสี่ยวหู่ไปสักหนึ่งตัว” ส่วนเครื่องในนางจะเอามาตุ๋นไว้ทานเป็นมื้อเที่ยงและมื้อเย็น “เฮือก! ขณะที่กำลังจะช่วยพี่หยางกับไท่หลงยกหมูไปชำแหละนางก็รู้สึกหนาวสะท้านจนสะดุ้งขึ้นมา มีบางคนกำลังเข้าไปยังหุบเขาที่นางที่กักขังวิญญาณภูตผีพวกนั้นไว้

“เหมยเอ๋อร์!

“พี่หยางเจ้าคะ กำลังมีคนพยายามเข้าไปยังหุบเขาที่ข้ากักขังวิญญาภูตผีไว้เจ้าค่ะ”

“ข้ากับอี้เทียนจะไปดูเอง พวกเจ้ารออยู่ที่นี่และระวังตัวเอาไว้” ท่านน้าทั้งสองเร้นกายหายไปราวกับสายลม นางจึงต้องนั่งทำสมาธิกำหนดลมหายใจให้เป็นปกติ

“หรือว่าจะเป็นจูลี่อินอีกแล้วจิวเหมย” สุดจะรู้ หากเป็นจูลี่อินจริงๆก็แสดงว่านางกำลังฝึกวิชามารขั้นสูงและใกล้จะสำเร็จแล้ว “ไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีเช่นนั้นจะกล้าฝึกวิชามารที่ไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จ ทั้งยังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนมากมายเช่นนี้ ฆ่าคนไปมากเท่าใดแล้วก็ไม่อาจรู้ได้”

“ข้าอยากรู้จริงๆว่านางฝึกได้เช่นไร ท่านน้าอี้เทียนเคยบอกว่าไม่มีตำราสำหรับการฝึกวิชามารให้ได้พบเห็น”

“ก่อนสังหารนางเจ้าก็ลองถามนางดูเถิดจิวเหมย ช่างน่าตายนัก” ท่านน้าทั้งสองหายไปนานทีเดียวจนพวกนางชำแหละหมูทั้งสามตัวเสร็จจึงกลับมา ท่านน้าอี้เทียนบอกว่าผู้ที่พยายามเข้าไปในหุบเขานั้นเป็นเพียงชาวบ้านผู้หนึ่งเท่านั้น แต่ชาวบ้านผู้นั้นถูกควบคุมให้เดินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว “เป็นจูลี่อินจริงๆสินะเจ้าคะ”

“วิชามารขั้นสูงของนางคงใกล้สำเร็จแล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.469K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4080 Pikky (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:50

    อ่านไปทำไมเหมือนนางเอกฝีมือไม่เก่ง และท่านนน้ารุ้ว่ามีคนฝึกวิชามาร ทำไมไม่หาวิธีป้องกัน และตอนอดีตเพื่อนมา จัดการไม่ได้เหรอ รุ้ว่าขุ่ด้วยชีวิตคนในหมุ่บ้าน แต่ยอดฝีมือตั้งสามสี่คน ขออภัยอินจัด

    #4,080
    0
  2. #4055 yukai (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 21:06

    ขอบคุณ
    #4,055
    0
  3. #3981 ManGvi (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:44
    จนลืมชื่อไปแล้วว่าจูลี่อินนี่คือใคร ต้องมาหาอ่านในคอมเม้นท์ 555 อยู่ๆโผล่มางงมากเลยจ้า
    #3,981
    0
  4. #3973 Nuthathai Por (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 09:32

    อย่าเสียใจเลยจิวเหมยสหายชั่ว ๆ ไม่รักดีแค่คนเดียว

    #3,973
    0
  5. #3801 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 16:36
    เสี่ยวหู่น่ารักเสมอ
    #3,801
    0
  6. #3289 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 08:43
    ฆ่าไปเลยก็ดีนะคนแบบ​นี้​
    #3,289
    0
  7. #3165 Sirikanda Patty (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 16:13
    คาเรามันก็มีดีแล้วไม่ดี​ มากจากอนาคตใช่ว่าจะดีเสมอไป​ 555​
    #3,165
    0
  8. #3163 Panarinya (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 09:42

    เหตุใดคนอนาคตจึงอยากฝึกวิชามารค่ะไรท์
    #3,163
    0
  9. #3161 talk_to_me (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 03:33
    จิวเหมย ชีวิตเธอไม่ง่ายเลยยย
    #3,161
    0
  10. #3160 Boraangirl26 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 00:52
    เฮ่อ! ไม่น่าใฝ่ทางมารเล้ย จูลี่อิน
    #3,160
    0
  11. #3159 ancova554 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 00:01

    จูลี่อินคนที่ทำขนมทองหยดใช่ไหมคะลืมแล้วอ่านไปนาน
    #3,159
    1
    • #3159-1 pongladapapoom(จากตอนที่ 62)
      30 สิงหาคม 2562 / 11:26
      ใช่มั๊ยคะ 555+ ไม่ได้ย้อนกลับไปหา ถ้าใช่ ไม่น่าเชื่อว่าจะร้ายเลย
      #3159-1
  12. #3158 ChobaeI (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 23:13
    สู้!!! ต้องฆ่าถึงจะชนะ 55555

    #ทีมเหมยเอ๋อร์
    #3,158
    0
  13. #3157 sawaneerung (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 22:38

    เจอกันแปบเดวอะไรจะสนิทขนาดนั้น

    #3,157
    0
  14. #3156 09171995 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 22:35
    เวร.... เงิบจ้า
    #3,156
    0
  15. #3154 wadeepanman (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:38
    ใช่จูลี่อินที่ขายขนมไทยใช่ปะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะกลายเป็นนางมาร
    #3,154
    0
  16. #3153 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:47
    โ อ ว ...ท่านน้าอู่ท่านช่างหน้าหนาหน้าทนติดอันดับเลยนะเนี่ยยยย.
    #3,153
    0
  17. #3152 Skoat Skoat (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:40
    ทุกคนเราจำจูลี่อินไม่ได้แล้ว.. นางคือใครนะ..
    #3,152
    0
  18. #3150 Alamadine (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 19:16

    อ่อ!แม่นางจูลี่อินขายขนมหวาน พวกทองๆนี่เอง...
    #3,150
    0
  19. #3147 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:30

    บาวทีนางจูอาจมีปัญหาบางอย่างถึงได้พยายามฝึกวิชามาร แต่นางควรพูดความจริงกับเพื่อนอย่างน้อยนางอาจหาวิธีช่วยได้ แทนที่จะทำเรื่องโง่ๆจนเสียเพื่อน มาต่อค่ะรอ
    #3,147
    0
  20. #3146 rossukon2531 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:17
    รอๆค่ะ
    #3,146
    0
  21. #3145 LENG555* (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:12

    หวังว่าจูลี่อืง จะมีเหตุผลที่ดีนะในการฝึกวิชามาร

    #3,145
    0
  22. #3144 chamee (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:07
    ไม่คิดว่าจะเป็นตัวร้าย
    #3,144
    0
  23. #3143 Mameaw555 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:05
    เรือของพี่หยางตอนนี้ได้เข้าสู่แปซิฟิกแล้วท่านผู้อ่าน เกาะแน่ๆไม่งั้นอาจมีการสละเรือ ปวดใจ!!!
    #3,143
    0
  24. #3141 Jeans-ariya (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 17:37

    ตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าทำไมจูลี่อินไม่มาอยู่กับจิวเหมย คนที่มาจากที่เดียวกันเจอกันก็โดดหากันแล้ว นี่อยากอยู่อย่างลำบาก เพราะนางฝึกวิชามารนี่เอง

    #3,141
    0
  25. #3140 ย้าหยาง (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 17:23
    เรื่องพลิกอย่างก่ะปิ้งหมู พลิกแล้วพลิกอีก พลิกจนเบื่อว่าเมื่อไหร่จะสุกอะ ._.
    #3,140
    0