หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 57 : ชายงามกลางป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,755 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

“อูย เจ็บๆ พี่หยางเจ้าคะ ข้าเจ็บจังเลยเจ้าค่ะ ท่านน้าตีข้าไม่ออมแรงเลย”

“เหอะ สมควรจะเจ็บกว่านี้เสียด้วยซ้ำ”

“ข้าก็แค่ถามท่านน้าเท่านั้นเองนะเจ้าคะ เหตุใดต้องหยิกเนื้อตัวข้าจนเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ด้วยเล่าเจ้าคะ”

“ก็เจ้าถามสิ่งใดเล่า! นางหลบเข้าหลังพี่หยางเมื่อท่านน้ายื่นมือมาจะหยิกตัวนางอีกแล้ว แค่เมื่อคืนนางก็มีรอยหยิกไปทั้งตัวแล้วนะ เจ็บยังไม่หายเลย “มันใช่เรื่องที่เจ้าควรจะถามหรืออย่างไร เจ้าเป็นสตรีนะ”

“มันก็เป็นเรื่องปกตินี่เจ้าคะ ไม่เห็นต้องเขินอายเลย”

“ข้าไม่ได้เขินอายใดๆทั้งนั้น เจ้าหยุดพูดแล้วไปรักษาชาวบ้านได้แล้ว จะได้ออกเดินทางกันเสียที”

“เจ้าค่ะๆ แต่จะว่าไป ท่านน้าเขินอายหน้าแดงเช่นนี้ยิ่งดูงดงามเข้าไปกันใหญ่เลยนะเจ้าคะ ว้าก ท่านน้าอย่าตีข้า ข้าไปตรวจชาวบ้านแล้วเจ้าค่ะ พี่หยางช่วยข้าด้วย”

“อะไรคืออยู่บนอยู่ล่างหรือขอรับท่านน้า”

“จ้าวไท่หลง!” ก็คนมันไม่รู้และไม่เข้าใจนี่นา เมื่อคืนเขาเองก็สะลึมสะลือเสียด้วยจึงจับใจความได้ไม่ชัดเจนนัก แต่จิวเหมยแค่ถามว่าอยู่บนอยู่ล่างท่านน้าต้องโกรธถึงเพียงนี้เชียวหรือ ตามไปช่วยจิวเหมยก็ได้ ว่าแต่ทำไมต้องอยู่บนอยู่ล่างกันนะ ไว้ไปถามจิวเหมยดีกว่า “พวกเจ้าสองคนนี่สมกับเป็นสหายกันจริงๆ!

“ทั้งสองยังเด็กขอรับท่านลู่ไป๋ อย่าได้ถือสาหาความเลย”

“เห็นหน้าเจ้าแล้วข้าหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเสียอีกจ้าวไท่หยาง หึ้ย! ไปเตรียมม้าได้แล้ว จิวเหมยตรวจชาวบ้านเสร็จจะได้ออกเดินทางกันเลย หากเร่งเดินทางกันหน่อยคงถึงหมู่บ้านต่อไปก่อนยามโหย่วเป็นแน่” คิดถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องหัวเสียตั้งแต่เช้าก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดีไปกันใหญ่ อย่าให้เจอตัวนะ ข้าจะลงโทษเจ้าจนร้องขอชีวิตเลยคอยดู!

จิวเหมยกับไท่หลงที่หลบพายุอารมณ์ของฟ่านลู่ไป๋มาได้แล้วนั้นก็ตั้งโต๊ะช่วยกันรักษาชาวบ้าน นางตรวจรักษาส่วนไท่หลงจ่ายสมุนไพรให้ มีทั้งแบบเม็ดและแบบต้ม ไท่หลงที่ไปฝึกงานอยู่กับพี่เอ้อหลางมานานนั้นแม่นยำเรื่องสมุนไพรมากขึ้นจนนางไม่มีสิ่งใดต้องห่วงอีกแล้ว นางพูดชื่อโรคใดไท่หลงก็สามารถหยิบจับสมุนไพรให้นางได้ทันทีโดยไม่ต้องบอก

ก่อนออกจากหมู่บ้านนางยังได้เอาหมูป่าตัวใหญ่สองตัวที่เสี่ยวหู่แอบออกไปจับที่ป่าเมื่อคืนให้ชาวบ้านแบ่งกันเอาไว้รับประทาน หากเหลือนางก็แนะนำวิธีถนอมอาหารแบบง่ายๆไว้ให้แล้ว รับรองว่ามีเนื้อเก็บไว้ทานได้อีกนานแน่นอน

“หมู่บ้านต่อไปคือหมู่บ้านอะไรหรือเจ้าคะ”

“หมู่บ้านจินหลัน”

“หวังว่าจะเจอแต่เรื่องดีๆ ให้ข้าได้นอนหลับเต็มอิ่มสักวันเถิด”

“ข้าก็เห็นเจ้านอนหลับเต็มอิ่มทุกวันมิใช่หรือไท่หลง” นางกระโดดขึ้นหลังเสี่ยวหู่ให้มันวิ่งนำออกจากหมู่บ้าน

แม้จะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลกันนักแต่การเดินทางนั้นต้องบอกว่าลำบากมาก นางต้องค้นหาเส้นทางกันเอาเองด้วยเพราะท่านน้าเองก็เริ่มไม่แน่ใจเรื่องเส้นทางมากนัก หลังจากหมู่บ้านซู่เป่ยออกมานั้นทัศนียภาพเริ่มแปลกตาไปมาก ต้นไม้สูงรกหนาทึบ การเดินทางจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก

“เห็นทีจะต้องนอนกันในป่าอีกคืนแล้วล่ะเจ้าค่ะ หมู่บ้านซู่เป่ยอยู่ในพื้นที่โล่ง แต่แถวนี้กลับเต็มไปด้วยต้นไม้สูง เช่นไรก็ระวังตัวกันด้วยนะเจ้าคะ” พวกนางเดินทางกันมาเกือบสามชั่วยามแล้วแต่ยังไม่พ้นป่าเลย หากพ้นออกไปได้ก็จะพบกับหมู่บ้านจินหลันทันที คืนนี้คงต้องพักกันในป่าก่อนแล้วออกเดินทางกันในตอนเช้า

“พี่จะไปเดินดูเสียหน่อยว่าพอจะมีสัตว์ป่าอะไรให้จับมาทำมื้อเย็นได้บ้าง”

“เจ้าค่ะพี่หยาง พาเสี่ยวหู่ไปด้วยนะเจ้าคะ มันช่วยได้มากทีเดียว” ช่วงนี้เสี่ยวหู่ว่าง่ายเป็นอย่างมาก ให้ทำสิ่งใดก็ทำไม่มีอิดออด ทำตัวดีขึ้นจนนางเริ่มจะระแวงมันบ้างแล้ว ไม่รู้จะเก็บไว้ทวงบุญคุณกับนางทีหลังหรือเปล่า สัตว์อสูรตัวนี้ยิ่งเจ้าเล่ห์แสนฉลาดอยู่ด้วย “เจ้ากับข้าไปหาฝืนกันเถิดไท่หลง ฝากท่านน้าผูกเปลด้วยนะเจ้าคะ”

“ระวังตัวกันด้วย”

“ไปกับข้าไม่มีสิ่งใดต้องกังวลขอรับ”

“เพราะไปกับเจ้านั่นแหละไท่หลงถึงน่ากังวล”

“ท่านน้า! นี่ท่าน...”

“ไปกันเถิดน่า เจ้ามัวแต่เถียงท่านน้าข้าจะได้ไปเก็บฟืนหรือไม่ ไปได้แล้ว” นางกับไท่หลงเดินเก็บฟืนทั้งเล็กและใหญ่ในป่ามากองโต ระหว่างทางหากพบสมุนไพรหรือเห็ดที่ทานได้ก็จะเก็บกลับไปทำอาหารด้วย แต่ดูเหมือนว่านอกจากสมุนไพรที่หาได้ทั่วไปแล้วป่านี้ก็ไม่มีสิ่งใดพิเศษ “เก็บเห็ดกลับไปย่างสักหน่อยเถิด จะได้เก็บไว้ทำอาหารวันต่อไปด้วย” นางตรวจสอบเห็ดที่ขึ้นตามพื้นดินแล้วว่าไม่มีพิษและทานได้จึงให้ไท่หลงเก็บกลับไปเสียบไม้ย่างด้วย

“ต้นขาวอวบน่าทานยิ่งนัก”

“เริ่มคิดถึงจวนหรือยังไท่หลง นอนในป่าเช่นนี้แทบทุกคืน ไม่สะดวกสบายเช่นที่จวนใช่หรือไม่เล่า”

“ข้าชอบนะ ถึงจะคิดถึงท่านพ่อท่านแม่แล้วก็เว่ยเอ๋อร์ แต่การได้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกเช่นนี้มันดีต่อข้ามากกว่า ประสบการณ์ที่ข้าจะได้รับมันจะช่วยทำให้ข้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้น หากข้าไม่แย่งถังหูลู่เจ้าวันนั้นข้าก็คงไม่ได้ออกมาท่องยุทธภพกับเจ้าในวันนี้หรอกสหาย อีกอย่าง หากไม่ได้พบเจ้าข้าก็คงจะยังเป็นคุณชายรองตระกูลใหญ่ที่เอาแต่ร่ำเรียนและเที่ยวเล่นไปวันๆ ต้องตามท่านพ่อเข้าราชสำนักเพื่อเรียนรู้งานกระมัง”

“การใช้ธนูของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”

“ดีขึ้นมากนะ พี่ใหญ่สอนข้าเอง ข้ารู้สึกว่าธนูนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้า”

“ในเมื่อมันเลือกรับใช้เจ้า มันก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า เจ้าเก่งมากแล้วไท่หลง ข้าเชื่อว่าในภายหน้าเจ้าเองก็จะเป็นจอมยุทธ์ที่เก่งกาจไม่แพ้พี่หยางหรือท่านน้าลู่ไป๋เป็นแน่”

“นี่เจ้าชมข้าอยู่ใช่หรือไม่”

“แน่นอน การจดจำสมุนไพรของเจ้าเองก็ดีขึ้นมาก ต่อไปหากบาดเจ็บจวนตัวเจ้าก็คงเอาตัวรอดได้” สองเท้าของจ้าวไท่หลงหยุดเดินแล้วจ้องมองสหายหนึ่งเดียวของเขาที่ยังคงก้มเก็บเห็ดดอกใหญ่ไม่หยุด

“ข้าเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าให้อะไรข้าบ้าง ที่ผ่านมาที่เจ้าให้ข้าตามไปช่วยงานคนนู้นทีคนนี้เพราะเจ้าอยากให้ข้าเรียนรู้ด้วยข้าเองอย่างนั้นสินะ ข้าเข้าใจแล้วจิวเหมย เป็นข้าที่โง่เขลาแล้วเอาแต่บ่นว่าเหน็ดเหนื่อย”

“เจ้าเพิ่งจะเข้าใจหรือ การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์นะไท่หลง ข้าเองก็อายุเท่ากับเจ้า ไม่ได้เก่งกาจทุกอย่างมาตั้งแต่เกิดหรอก โชคดีที่มีท่านตาคอยสอนอยู่พักใหญ่ ข้าเองก็อยากให้สหายเพียงคนเดียวของข้าได้เรียนรู้ไปพร้อมกับข้า การเรียนนอกตำราก็ไม่เลวเลยใช่หรือไม่เล่า”

“อ่า สมแล้วที่เป็นว่าที่พี่สะไภ้ข้า”

“พูดมาก!

“เฮ้ ข้าพูดจริงๆนะจิวเหมย เจ้าจะรีบไปไหนเล่า”

“เงียบก่อนไท่หลง เจ้าดูนั่น เห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่” นางชี้ให้สหายมองไปที่บุรุษผู้หนึ่งที่กำลังก้มๆเงยๆเก็บเห็ดเก็บฟืนอยู่เช่นเดียวกับพวกนาง ชุดสีฟ้าที่คนผู้นั้นใส่ช่างคุ้นตายิ่งนัก “เจ้าเห็นใช่หรือไม่ว่ามีชายผู้หนึ่งอยู่ตรงนั้น ข้าไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเอง เจ้าเห็นใช่หรือไม่ไท่หลง”

“เห็นสิ ตัวใหญ่โตออกปานนั้นจะไม่เห็นได้เช่นไร”

“ข้าเห็นคนผู้นี้ตั้งแต่อยู่ในป่าภูตผีแล้ว เขาตามพวกเรามาถึงหมู่บ้านซู่เป่ย นี่ก็ยังตามมาอีก เจ้าว่าแปลกหรือไม่เล่า เหตุใดต้องคอยตามพวกเราตลอด ข้าชักจะไม่ไว้ใจเขาเสียแล้ว”

“ตามพวกเรามาตลอดเลยหรือ!

“ใช่น่ะสิ เมื่อคืนข้าเองก็เห็นเขาที่หมู่บ้านซู่เป่ย แต่ท่านน้าบอกว่าไม่ต้องสนใจเพราะเขาไม่ได้มุ่งร้ายหรือเป็นอันตรายต่อพวกเรา แต่ข้าว่าหากตามติดพวกเรามาเช่นนี้ย่อมต้องมีเหตุผลใดเป็นแน่ รีบกลับกันเถิด ไปบอกท่านน้ากัน” บุรุษในชุดสีฟ้ามองตามเด็กสองคนที่กำลังวิ่งกลับไปพร้อมกับฟืนเต็มอ้อมแขน ทั้งสองพูดคุยกันราวกับว่าเขาอยู่ไกลนักหนาทั้งๆที่เขาก็เก็บเห็ดอยู่ไม่ไกลนัก ระยะเพียงเท่านี้เขาได้ยินชัดเจนทุกคำราวกับมาพูดอยู่ข้างหูทีเดียว

“หึ กลับไปบอกท่านน้าของพวกเจ้าแล้วเขาจะทำอะไรข้าได้”

ฟ่านลู่ไป๋มองสองสหายจอมป่วนที่วิ่งกลับมาหน้าตาตื่นด้วยความระอาใจ เด็กสองคนนี้หาเรื่องเล่นสนุกได้ตลอดจริงๆ นี่คงไม่ได้ไปแหย่สัตว์ในป่าจนถูกมันไล่กัดมาอีกหรอกนะ

“ท่านน้า!

“ไปทำสิ่งใดกันมาอีก เหตุใดถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาเช่นนี้”

“พวกข้าไม่ได้ทำสิ่งใดนะเจ้าคะ เพียงแต่ข้าพบคนผู้นั้นอีกแล้ว เขาติดตามเรามาจนถึงนี่เลยนะเจ้าคะ เขาตามเราไปทุกที่เลย ข้าไม่ไว้ใจเจ้าค่ะ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาตามพวกเราเพราะเหตุใด”

“เขาจะตามก็ให้เขาตามเถิด หากเปิดเผยตัวออกมาให้เจ้าได้พบง่ายเช่นนี้คงไม่เป็นอันตรายหรอก หากเป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่งจริงเจ้าคิดหรือว่าเขาจะยอมให้เจ้าได้พบตัวเขาง่ายๆ ที่เขามาให้เจ้าพบนั่นก็เป็นการบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าเขามาเยี่ยงมิตร อย่าคิดมากเลย หากเขาเป็นอันตรายข้าคงไม่นิ่งเฉยเป็นแน่”

“แล้วเขาจะตามเราทำไมเล่าขอรับท่านน้า หากประสงค์ดีคงเผยตัวทำความรู้จักกันเสียนานแล้ว”

“เหตุผลของเขาข้าจะรู้ได้เช่นไร พวกเขาเอาฝืนมาก็ดีแล้ว รีบก่อไฟเข้าเถิดจะได้กันแมลง” เมื่อท่านน้าพูดเช่นนี้พวกนางจะทำสิ่งใดได้ เอาไว้คืนนี้หากทุกคนหลับแล้วนางค่อยแอบออกไปสนทนากับคนผู้นั้นจะดีกว่า เช่นไรนางก็ตัดความสงสัยไปไม่ได้หรอกหากไม่หาคำตอบให้แน่ชัด

พี่หยางกลับมาพร้อมกับเสี่ยวหู่ที่คาบหมูป่าตัวไม่ใหญ่นักมาด้วย ไม่รู้ว่าไปล่ากันมาได้เช่นไร แต่มื้อเย็นวันนี้นางจะทำหมูบาบีคิวกับเห็ดย่างหอมๆทาน ท่านน้ากับพี่หยางเป็นผู้นำหมูป่าไปทำความสะอาด เนื้อของมันคงทำให้พวกนางไม่ต้องล่าสัตว์ได้อีกหลายวันเลย หลังจากแบ่งเนื้อส่วนที่ต้องการแล้วที่เหลือนางก็เอาเข้าไปเก็บในมิติป้องกันการเน่าเสีย อีกทั้งนางยังเอาผักออกมาหลายอย่างพร้อมกับเครื่องปรุงสำหรับทำซอส

“ยังไม่สุกแต่ข้ารู้ว่ามันต้องอร่อย”

“ระหว่างข้าออกไปล่าสัตว์ ข้าเจอถ้ำอยู่หลายแห่งเลยขอรับท่านลู่ไป๋ เข้าไปสำรวจแล้วเป็นเพียงถ้ำร้างเท่านั้น แต่น่าแปลกที่มีข้าวของเครื่องใช้อยู่เต็มไปหมด”

“ก่อนที่จะมีหมู่บ้านจินหลัน ชาวบ้านอาศัยอยู่ตามถ้ำ ไม่แปลกหากเจ้าจะเห็นข้าวของพวกนั้น”

“แล้วเหตุใดท่านน้าจึงรู้เรื่องพวกนี้ดีนักเล่าขอรับ ทำอย่างกับว่าเคยอยู่แถวนี้อย่างนั้นแหละขอรับ” นั่นนะสิ ทั้งเส้นทางลัดเลาะที่ท่านน้ารู้ดีราวกับเคยสัญจรเส้นทางนี้จนชิน หากไท่หลงไม่ถามขึ้นนางเองก็ไม่ได้สงสัยสิ่งใดเลยนะเนี้ย

“ข้าชอบออกท่องเที่ยว เส้นทางนี้ข้าก็เคยผ่านบ่อยครั้ง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข้าจะรู้ดีจนเจ้าสงสัย”

“พี่ใหญ่ไม่เคยมาแถวนี้เลยหรือขอรับ”

“เส้นทางนี้เป็นคนละเส้นที่กองทัพใช้เดินทางไปยังค่ายซานเปา พี่ไม่เคยผ่านหรอก ชาวบ้านถึงได้อดอยากไร้การเหลียวแลเช่นนี้ หากเคยผ่านย่อมต้องจำได้และคงไม่นิ่งนอนใจให้เป็นเช่นนี้เป็นแน่”

“ไม่แปลก ฮ่องเต้องค์ก่อนหาได้สนใจประชาชนเหล่านี้ไม่ เจ้าเมืองจึงได้โอกาสแสวงหาประโยชน์ บ้างก็เก็บส่วยผลผลิตจากชาวบ้านจนพวกเขาแทบไม่เหลือกิน เช่นหมู่บ้านที่พวกเจ้าผ่านมา อีกหลายหมู่บ้านต่อจากนี้ก็คงไม่ต่างกัน”

“ท่านน้าจึงให้ข้าใช้เส้นทางนี้เดินทางสินะเจ้าคะ”

“อืม จากที่ข้าดูแผนที่แคว้นซาน เส้นทางนี้น่ากังวลที่สุด หากเจ้าจะช่วยผู้คนเส้นทางนี้ย่อมเหมาะกว่าที่อื่น”

“ท่านลู่ไป๋รู้จักแคว้นซานดีกว่าข้าผู้ซึ่งเป็นทหารปกป้องแคว้นซานเสียอีกขอรับ น่านับถือยิ่งนัก”

“ข้าชอบออกเที่ยวเล่นจนท่านพ่อของข้าระอาใจ หากจะมีผู้ใดรู้เส้นทางทั่วยุทธภพดีก็คงจะเป็นข้า”

“ท่านน้าออกท่องยุทธภพตั้งแต่เมื่อใดหรือขอรับ เล่าให้ฟังบ้างสิขอรับ”

“เด็กกว่าเจ้าเสียอีกไท่หลง พรรคหยกจันทรานั่นน่าเบื่อหน่าย วันๆท่านพ่อของข้าให้อ่านแต่ตำรากับฝึกวรยุทธ์ ข้าจึงแอบหนีออกมาท่องเที่ยวกับจางเหว่ยสองคน ถูกดักปล้นก็บ่อยครั้ง บาดเจ็บจนแทบสิ้นชีวิตก็เคยมาแล้ว แต่โชคดีที่ได้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งช่วยเหลือไว้ ข้ากับจางเหว่ยจึงพักอยู่กับผู้อาวุโสท่านนั้น ฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อร่ำเรียนวิชากระบี่และวรยุทธ์อยู่ถึงสามปี จากนั้นก็ถูกไล่ออกมาท่องยุทธภพแล้วไม่ได้พบอาจารย์อีกเลย ข้าพยายามตามหาแต่ก็ไม่เคยพบ แม้แต่ชื่อแซ่อาจารย์ ข้ากับจางเหว่ยก็ไม่รู้”

“ท่านน้าจึงไว้ใจท่านจางเหว่ยให้ขึ้นรับตำแหน่งประมุขแทนสินะเจ้าคะ”

“อืม จางเหว่ยแม้จะไม่ใช่คนดีนัก แต่ก็เที่ยงตรงและยุติธรรม เป็นคนที่ข้าไว้ใจ” แต่ท่านน้าอาจจะลืมไปว่าความไว้ใจกับอำนาจที่อยู่ในมือมันไม่เข้าใครออกใคร แต่นางจะเตือนมากไปก็ไม่ได้เพราะจูจางเหว่ยเป็นคนที่ท่านน้าไว้ใจมากกว่าผู้ใด ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะสร้างปัญหา แต่หากมีเมื่อไหร่ท่านน้าก็คงไม่นิ่งเฉยหรอกกระมัง “ตอนข้าไม่มีใครข้ายังมีจางเหว่ยข้างกาย ร่วมเป็นร่วมตายกับข้ามานาน หากจะมีสักคนที่คิดทรยศข้า คนสุดท้ายที่ข้าจะนึกถึงก็คือเขา”

“น่าเสียดายที่หาอาจารย์ของท่านน้าไม่พบนะขอรับ ไม่เช่นนั้นข้าจะฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยอีกคน”

“ตอนเรียนกับเสี่ยวจิงเจ้ายังร้องโอดโอย อย่าได้คิดจะเรียนกับอาจารย์ของข้าเลย”

“ทำไมหรือขอรับ”

“รองแม่ทัพจ้าวอาจจะได้ไปรับร่างไร้ชีวิตของเจ้ากลับจวนก็เป็นได้”

“ท่านน้า! ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้นนะขอรับ หึ้ย”

“ข้าก็ไม่ได้ว่าเจ้าอ่อนแอ แต่คนที่ความอดทนต่ำเช่นเจ้าไม่เหมาะกับวิธีการสอนของอาจารย์ของข้าหรอก” แบบนี้ค่อยฟังขึ้นหน่อย ก็จริงที่เขาความอดทนต่ำ แต่ใช่ว่าจะไม่อดทน หากตั้งใจเช่นไรก็ต้องสำเร็จ

“สุกแล้วๆ ทานกันเถิดเจ้าค่ะจะได้พักผ่อน วันนี้ข้ารู้สึกเพลียยิ่งนัก” นางย่างบาบีคิวไปเรื่อยๆจนทุกคนอิ่มนางก็ยังย่างต่อ ไท่หลงจะหยิบไปทานนางก็ตีมือไม่ยอมให้ “เจ้าอิ่มแล้วก็ไปล้างปากเข้านอนได้แล้วไท่หลง จะมายุ่งกับหมูของข้าทำไมกัน ข้าย่างเก็บเอาไว้ทานวันพรุ่ง” แบ่งให้เสี่ยวหู่ไปห้าไม้กับเนื้อหมูส่วนที่ติดมันย่างพอสุกให้มันเป็นรางวัล

ตกดึกเมื่อทุกคนหลับแล้วนางก็ลุกจากเปลแล้วสะกิดเสี่ยวหู่ให้ลุกตาม มันอิดออดแต่ก็ยอมลุกโดยดี นางเอาหมูที่ย่างไว้ห่อใบไม้ไว้อย่างดีออกมาด้วย กระโดดขึ้นหลังเสี่ยวหู่แล้วก็เดินเข้าไปในป่ายังจุดที่นางจับสัมผัสได้ว่าคนผู้นั้นอยู่ ก็คงไม่พ้นต้นไม้ใหญ่ๆสักต้นหรอก เหตุใดถึงได้ชอบนอนบนที่สูงนักนะ

“ท่านลงมาคุยกับข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของเด็กสาวเรียกอยู่ด้านล่าง ทั้งยังยิ้มกว้างให้เขาราวกับคนคุ้นเคย นี่นางไม่กลัวสิ่งใดเลยหรือถึงได้กล้าออกมาพบเขาเพียงผู้เดียวเช่นนี้

“ดึกดื่นเช่นนี้เจ้าออกมาผู้เดียวเห็นทีจะอันตรายเกินไปกระมังสาวน้อย”

“ข้าเพียงอยากมาคุยกับท่านเท่านั้นเจ้าค่ะ ท่านลงมาคุยกับข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” จิวเหมยมองคนที่รูปงามราวเทพเซียนเหาะลงมาจากต้นไม้เหมือนตกอยู่ในภวัง รูปงามอะไรเช่นนี้ “เอ่อ ข้าหลิวจิวเหมยเจ้าค่ะ แล้วท่าน...”

“เจ้าอยากพูดสิ่งใดก็พูดมาเถิด”

“ท่านตามข้ามาทำไมหรือเจ้าคะ ข้าพบท่านตั้งแต่อยู่ในป่าภูตผีนั่นแล้ว แต่ท่านก็ตามข้ามาจนถึงหมู่บ้านซู่เป่ย หากมาอย่างเป็นมิตรใยต้องทำตัวหลบๆซ่อนๆด้วยเล่าเจ้าคะ” ดูจากรูปกายภายนอกแล้วช่างดูสูงส่งราวกับไม่ใช่มนุษย์จริงๆนั่นแหละ มนุษย์ที่ไหนจะเรืองแสงได้เช่นนี้กันเล่า

“ข้าไม่ได้ตามเจ้า”

“แล้วเพราะเหตุใดท่านถึง...”

“ข้าตามดูแลฟ่านลู่ไป๋ต่างหากสาวน้อย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.755K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4138 monthason (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 11:13
    เสีบดาย ท่านน้า!
    #4,138
    0
  2. #3968 Nuthathai Por (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 07:06

    เค้าดูแลของเค้าแบบนี้มานานแล้วรึป่าวแต่ห้าปีมันก็นานไปไหมอ่ะ

    #3,968
    0
  3. #3796 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 15:27
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด เขินง่าาาาาาาาา
    #3,796
    0
  4. #3332 แขนลีบหมดแรง (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 23:38
    ฟืน ค่ะ

    ฝืน นี้แปลว่า แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ม้ายยยย ร้องเพลง ถถถ
    #3,332
    0
  5. #3261 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 19:57

    อะ​ ไร​ นะ!!!!!
    #3,261
    0
  6. #2982 pmsrisermsin (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 17:30

    ประโยคสุดท้ายยยยยย
    #2,982
    0
  7. #2939 numumu (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 01:21
    ที่ใช้ก่อไฟ ต้องเขียนว่า "ฟืน"ค่ะ
    ฝืนจะออกเสียงอีกแบบ แล้วก็มีความหมายอื่นนะคะ
    เช่น ฝืนใจ ฝืนความรู้สึก ฝืนนน~~ ทนไปเสียเวลาเปล่า~ (Cr.ยอม, หิน เหล็ห ไฟ 5555555)

    กับฟืนไม้ ฟืนก่อไฟ ฟอฟัน กับ ฝ ฝา แค่ออกเสียงก็คนละเรื่องแล้วค่ะ ลองสะกดดูนะคะ ฝอ อือ นอ ฝืน
    ฟอ อือ นอ ฟีน คนละเสียงเน้อ
    เห็นผิดมาหลายรอบละ เลยคิดว่าไม่น่าจะพิมพ์ผิดอ่ะค่ะ สู้ๆนะค่าา ตามอ่านอยู่ตลอดค่ะ แค่เป็นเงาๆไปหน่อย แฮร่ๆ
    #2,939
    0
  8. #2871 keehukder (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 10:20
    จีดวายเลี่มละ
    #2,871
    0
  9. #2870 chon29 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 09:38
    ตามท่านน้า55555 ข้าเริ่มคิดไปไกลแล้วนะ
    #2,870
    0
  10. #2869 phrnphak (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 09:13

    เอิ่มมโนวายฟุ้งๆเลยค่ะเขาไม่ได้ตามเจ้าจิวเหมยเขาตามท่านน้าตะหากรู้ซะ5555
    #2,869
    0
  11. #2867 Earthkid (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 05:01
    สำคัญตัวเองผิดไปแล้ว เค้าไม่ได้ตามตัวซะหน่อยก็ตามอีกคนหต่างหากค่ะ แล้วน้าก็บอกแล้วว่าให้ปล่อยไปแต่ตัวเองชอบ-เรื่องชาวบ้าน
    #2,867
    0
  12. #2864 อาริน (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 03:20

    อ่านประโยคสุดท้าย...แล้วตายอย่างสงบ

    //นอนยิ้มแบบอิ่มอกอิ่มใจ สัมมีท่านน้าาาาาาาาาาาาาาาาา กรี๊ดดดดดดดดด

    >///< พี่เสี่ยวจิงขายออกละ คราวนี้รอชมคิวท่านน้ามั่งละ หุหุหุ ได้จ่าวว่าอยู่ล่างซะด้ว--------แว้กกกก//หลบด่บท่านน้าเกือบไม่ทัน

    #2,864
    0
  13. #2863 paidoi (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 01:14

    ว้ายๆท่านน้าอยู่ล่างเพราะอย่างงี้นี่เอง เลือดวายจิพุ่งเอาแบบนี้เถอะจิ้นกันไปหมดละ

    #2,863
    0
  14. #2862 prettyquestion (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 01:05
    อาจารย์ของท่านน้านี่คือคนเดียวกับท่านตาในตอนแรกรึป่าวนะ
    #2,862
    0
  15. #2859 ซาตานสีดำ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:28
    โอ้ยยยว่าแล้วมันต้องเป็นจั้งซี้......แล้วตกลงใครอยุ่บนใครอยุ่ล่างอ่าาาา...ว๊ายยยนเลือดจิพุ้ง
    #2,859
    0
  16. #2858 Jirapanonpitak (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:19
    สุดที่รักของท้าน้าเองรึ
    #2,858
    0
  17. #2857 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:24

    555 เป็นคนของท่านน้าลู่ไป๋ต่างหากล่ะ

    #2,857
    0
  18. #2856 Oiljang89 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:56
    ชวนร่วมขบวนเลยจะได้ไม่ต้อหลบๆซ่อนๆท่านน้าก็จะได้ดีใจ
    #2,856
    0
  19. #2855 radtaya (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:44

    โอ๊ยยยยย...เจออย่างงี้อยากกลายเปงสาววายยยยยยยยโอ๊ยยยเขินนนนหนัก
    #2,855
    0
  20. #2853 wayo88 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:24

    มีชายงามอยู่ในกลุ่มก็งี้ ท่านน้ามีคนรูปงามตามจ้า ไม่ใช่ลื้อนะอาเหมย เหมยหน้าแตกเพล้งๆ เลยเด้ออออ ฮ่าๆๆๆๆๆ

    #2,853
    0
  21. #2852 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 18:08

    ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นสุดที่รักของท่านน้าแน่ๆเลย ไรท์บอกนางจับไปแต่งงานกับท่านน้าเลยเถอะ มาต่อด่วนๆ
    #2,852
    0
  22. #2851 natsume0000 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:53

    อืออออ..ว่าที่สามี(รึเปล่า)ของท่านน้าาาาา555+รอฉากฟินๆของทั้งคู่ยุน๊าาาา
    #2,851
    0
  23. #2850 pearzaz (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:50

    โอยยยยค้าง
    #2,850
    0
  24. #2847 nuchii675 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:20

    เห้ยๆๆ แด๋วนะยุทธภพในใต้หล้าชั่งอยู่ยากเสียจริง บุรุษงามจับคู่กะบุรุษงาม ไม่แปลกหากสาวงามจะสูญพันธุ์อย่างไว และคงต้องสูญพันธุ์ไวกว่ายุคไดโนเสาร์หมดโลกแน่ๆ งึมๆ เศร้าใจแท้แทนสาวงาม

    #2,847
    0
  25. #2846 Nhuni (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:12
    อย่าบอกนะว่าชายผู้นี้เป็นคนรักของท่านน้า
    #2,846
    0