หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 56 : หมู่บ้านซู่เป่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,745
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,395 ครั้ง
    17 ส.ค. 62

เดินทางมาได้ครบเจ็ดวันพอดิบพอดี

หมู่บ้านที่พวกนางเพิ่งมาถึงคือหมู่บ้านซู่เป่ย ยังอยู่ในแผ่นดินแคว้นซาน เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ห่างไกลจากเมืองหลวง การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะต้องลัดเลาะตามแนวเขาและลำธาร แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นทางอย่างท่านน้าลู่ไป๋นั้นทำให้เป็นเรื่องง่ายในทันทีด้วยเส้นทางลัดที่น้อยคนนักจะได้รู้ จนนางเองก็แปลกใจเช่นกันว่าท่านน้าลู่ไป๋รู้จักเส้นทางลัดพวกนี้ได้เช่นไร ดูท่าว่ายังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับท่านน้าที่นางยังต้องค้นหาอีกมาก

“หมู่บ้านนี้ก็ไม่ต่างจากหมู่บ้านที่แล้วหรอกนะจิวเหมย ยากจนและอดอยาก”

“ขอเพียงพวกเขายินดีที่จะต้อนรับพวกเราก็เพียงพอเจ้าค่ะท่านน้า”

“เช่นนั้นก็เข้าหมู่บ้านกันเถิด” หากเทียบกับสภาพแวดล้อมที่โอบล้อมด้วยภูเขาและลำธารแล้วนั้น มันไม่น่าจะทำให้หมู่บ้านนี้อดอยากได้เลย พื้นที่เพาะปลูกเองก็มีมาก น้ำท่าก็อุดมสมบูรณ์ แม้จะไม่มีป่าทึบเช่นหมู่บ้านที่แล้วแต่ก็สามารถทำการเพาะปลูกได้ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับการปรับสภาพให้พร้อมสำหรับเพาะปลูกเลย น่าแปลกมาก

พอเข้ามาในหมู่บ้านนางก็พบบ้านเรือนที่เริ่มพุพังไร้การซ่อมแซม ชาวบ้านต่างผอมแห้งขาดสารอาหาร ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้แท้ๆ คงต้องหาสาเหตุว่าเพราะเหตุใด

“พวกท่านมาจากที่ใด แล้วมาที่หมู่บ้านนี้ด้วยเหตุใด”

“ขออภัยขอรับ พวกข้ามาจากเมืองหลวง ข้ารองแม่ทัพจ้าวไท่หยาง นี่ท่านฟ่านลู่ไป๋ จ้าวไท่หลงน้องชายข้า และนั่นหลิวจิวเหมย บุตรสาวของท่านแม่ทัพหลิวตงเฉินขอรับ พวกเราออกเดินทางและผ่านมาทางนี้พอดี คุณหนูหลิวเป็นหมอจึงแวะเข้ามาเผื่อว่าพวกท่านมีผู้ใดเจ็บป่วยและต้องการความช่วยเหลือขอรับ”

“พวกเราไม่มีเบี้ยหวัดจะจ่ายให้หรอกนะ”

“ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ข้ารักษาโดยไม่ต้องการสิ่งใด และข้ามีเรื่องอยากจะสอบถามสักหน่อย ท่านลุงเป็นหัวหน้าหมู่บ้านใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามชายตรงหน้าที่แม้จะซูบผอมแต่ก็ยังคงมีเค้าของความสูงใหญ่อยู่ ท่าทีแข็งกร้าวอ่อนลงเมื่อได้ยินว่านางจะรักษาให้โดยไม่คิดเงิน ชาวบ้านที่ดูอยู่ห่างๆก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น นางกระโดดลงจากหลังเสี่ยวหู่แจกยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร

“ใช่ ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน”

“เช่นนั้นก่อนที่ข้าจะถามสิ่งใดข้าขอตรวจพวกท่านทุกคนในหมู่บ้านก่อนเถิดเจ้าค่ะ ช่วยจัดแถวให้ข้าด้วยนะไท่หลง ข้าจะเตรียมสมุนไพร” ซึ่งครั้งนี้นางคิดว่าต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดเป็นแน่

ชาวบ้านทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อนางรักษาให้โดยไม่ต้องการสิ่งใดจึงไม่มีผู้ใดปฏิเสธ นางตรวจทุกคนอย่างละเอียดและพบว่าแต่ละคนนั้นไม่ได้เพียงแค่ขาดสารอาหารเท่านั้น แต่ยังมีโรคทางเดินอาหารอื่นๆร่วมด้วย นางให้ท่านน้ากับพี่หยางจ่ายสมุนไพรให้ตามที่นางบอก ซึ่งทั้งสองคนทำได้ดีเพราะช่วยนางมาหลายครั้งแล้ว

เมื่อตรวจชาวบ้านคนสุดท้ายเสร็จก็มืดค่ำพอดี แต่โชคดีที่วันนี้ไม่ต้องไปนอนข้างนอกเพราะท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยชวนให้พวกนางนอนพักกันที่บ้านร้างหลังหนึ่งซึ่งสภาพก็แย่ตามที่มันควรจะเป็นแต่ก็ดีกว่าออกไปนอนตากลมข้างนอก ชาวบ้านนำอาหารมาให้พวกนางแต่พอได้เห็นแล้วนางถึงกับยิ้มไม่ออก เพราะมันเป็นเพียงผักที่ขึ้นตามริมลำธารเท่านั้น เห็นเช่นนี้แล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่ชาวบ้านจะขาดสารอาหารกันหนักเช่นนี้

“เจ้าจะช่วยพวกเขาเช่นไรดีจิวเหมย”

“รู้เช่นนี้คงให้เสี่ยวหู่ล่าหมูป่ามาเยอะๆจะได้เอาเนื้อไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้ทานกันบ้าง”

“กลับไปเอาปลาที่บ้านของเจ้ามาดีหรือไม่จิวเหมย ข้าทานแต่ผักพวกนี้ไม่ไหวหรอกนะ”

“กลัวพวกเขาจะสงสัยน่ะสิว่าพวกเราไปเอาปลามาจากที่ใด หรือว่าเจ้าจะลองไปจับปลาที่ลำธารดูเล่า นี่เพิ่งจะยามโหย่วเท่านั้น ให้เสี่ยวหู่ลงไปเล่นน้ำด้วยก็คงจะดี เนื้อตัวมันมอมแมมเหลือเกิน” แม้จะไม่มีกลิ่นแต่นางก็สุดจะทนกับการไม่รักษาความสะอาดของมัน ขนก็หยาบ ต้องจัดการอาบน้ำให้มันด่วนเลย

“ได้สิ ถ้าลำธารมีปลาให้ข้าจับล่ะก็นะ”

“มีน้ำก็ต้องมีปลาสิไท่หลง อยู่ที่ว่าเจ้าจะจับได้หรือไม่ก็เท่านั้น” ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงพากันมาที่ลำธารเพื่อจับปลา น้ำค่อนข้างลึกทีเดียวแต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเสี่ยวหู่ มันขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นแล้วลงไปวิ่งเล่นในน้ำอย่างสนุกสนาน นางจึงให้มันจับปลาให้ด้วย ของชอบมันเลยเรื่องจับปลา เพราะปลาในบ่อของนางในมิติก็ถูกมันจับกินไม่เว้นวัน

เสี่ยวหู่สนุกกับการเล่นน้ำและจับปลามาก ปลาตัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลย นางหาเถาวัลย์แถวๆนั้นมาร้อยปลาแทนเชือก เสี่ยวหู่จับได้เป็นสิบตัวแล้วแต่จ้าวไท่หลงยังไม่ได้สักตัว จนเมื่อนางคิดว่าเพียงพอที่จะแบ่งปันให้คนในหมู่บ้านแล้วก็ให้เสี่ยวหู่ขึ้นจากน้ำ วันนี้จะให้มันเข้าไปนอนในมิติเป็นการให้รางวัล

“ยี่สิบตัวพอดีเลย ฝีมือเสี่ยวหู่ทั้งนั้น”

“เหอะ น้ำมันลึกหรอกข้าถึงจับไม่ได้”

“เช่นนั้นหรอกหรือ อย่ามัวแต่พูด มาช่วยข้าขนปลาพวกนี้กลับหมู่บ้านก่อนเถิด” มื้อเย็นวันนี้คงต้องย่างปลาทานแบบง่ายๆแล้วล่ะนะ เพราะทุกคนก็เหนื่อยจากการเดินทาง ทั้งยังช่วยนางรักษาชาวบ้านอีกทั้งวัน นางอยากให้ทุกคนได้นอนให้เต็มที่ เพราะเมื่อคืนก่อนก็ไม่ได้นอนกันเท่าไหร่นัก เมื่อมาถึงหมู่บ้านนางก็ให้ไท่หลงกับท่านน้าลู่ไป๋เอาปลาไปแจกให้ชาวบ้านช่วยกันทำอาหาร นางกับพี่หยางก็ช่วยกันย่างปลาบ้าง แต่นางเอาข้าวออกมาหุงด้วยเพราะคิดว่าหากทุกคนได้ทานข้าวจะทำให้อิ่มท้องมากขึ้น อีกทั้งยังแบ่งปลามาต้มน้ำแกงเผ็ดให้ได้ซดคล่องคอกันด้วย

“ชาวบ้านแปลกใจกันใหญ่ที่ข้าเอาปลาไปให้ วันพรุ่งคงต้องถามให้รู้ว่าเหตุใดไม่จับปลามาทานกันบ้าง”

“นั่นนะสิ ปลาพวกนี้ก็ตัวใหญ่อวบอ้วนขนาดนี้ เหตุใดไม่จับมาทานกัน”

“อาจจะเพราะน้ำลึกก็เป็นได้ เจ้าเองก็จับปลาได้ยากมิใช่หรือไท่หลง”

“มันก็จริง แต่หากพวกเขาตกปลาไว้หรือทำที่ดักปลาก็ย่อมจับปลาได้มิใช่หรือ”

“ก็จริง เช่นไรวันพรุ่งก็ค่อยถามจากหัวหน้าหมู่บ้านก็แล้วกัน วันนี้ทานข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ จะได้พักผ่อน” พอเห็นข้าวสวยร้อนๆกับน้ำแกงหอมๆจ้าวไท่หลงก็ไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว เมื่อทานข้าวเสร็จทุกคนก็เตรียมเข้านอน นางขนผ้าห่มออกมาปูให้ทุกคนนอนกันคนละมุม ส่วนนางนั้นนอนกับเสี่ยวหู่ เดิมทีจะให้มันเข้าไปนอนในมิติแต่มันไม่ยอม นอนขวางนางกับทุกคนไว้จนแทบเต็มพื้นที่ นางจึงต้องปูผ้าให้มันนอนด้วย

รุ่งเช้านางรีบลุกมาเตรียมอาหาร โดยใช้เนื้อแห้งที่เก็บไว้ในมิติออกมาทำเป็นข้าวต้มง่ายๆแต่อยู่ท้อง เสี่ยวหู่งัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วลุกกระโดดลงจากบ้านไปยืดเส้นยืดสายด้านล่าง ทุกคนทยอยลุกไปล้างหน้าล้างตากันทีละคนเหลือก็แต่จ้าวไท่หลงที่ยังคงนอนไม่ลุก นางเองก็ไม่อยากปลุกเพราะคงจะเหนื่อยจริงๆ ข้าวต้มสุกนั่นแหละสหายนางถึงได้ยกศีรษะขึ้นจากหมอน ทานมื้อเช้าเสร็จนางก็ตรงไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านทันที

“ทานมื้อเช้าหรือยังเจ้าคะท่านลุง”

“เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ปลาที่พวกเจ้าจับมาให้เมื่อคืนนั่นแหละ ขอบใจมาก”

“ปลาในลำธารตัวใหญ่มากเจ้าค่ะ เหตุใดจึงไม่จับมาทานกันบ้างหรือเจ้าคะ”

“พวกข้าไม่รู้วิธีจับปลาหรอกคุณหนูหลิว เครื่องมือจะทำไร่ทำนายังไม่มีเลย เจ้าจะให้พวกข้าเอาเบี้ยหวัดจากที่ใดไปซื้อเล่า ค้าขายสิ่งใดก็ไม่ได้ หมู่บ้านอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงยิ่งนัก พ่อค้านักเดินทางเองก็ไม่มีแม้แต่จะผ่านหมู่บ้านของพวกข้า ทางการเองก็ไร้ซึ่งการเหลียวแล ที่พวกข้าอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะพื้นที่ทำกินเล็กน้อยเท่านั้น”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง” เพราะทุกคนไม่มีความรู้ อีกทั้งเครื่องมือก็ไม่มี ที่นางสามารถสอนพวกเขาได้ในตอนนี้ก็คือการทำลอบดักปลา ซึ่งไม่เกินความสามารถของท่านน้าลู่ไป๋ผู้ชวนฟางเอ๋อร์จับปลาอยู่บ่อยๆนักหรอก ส่วนเครื่องมือนั้นคงต้องประยุกต์เอาเท่าที่มี ให้พวกเขาทำมาหากินได้เองไปก่อนก็พอ เมื่อออกจากหมู่บ้านไปแล้วนางค่อยทำทีกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเอาเครื่องมือกลับมาให้ งานนี้คงต้องใช้เงินตัวเองออกไปก่อนแล้วค่อยไปเบิกกับฮ่องเต้เอาทีหลัง

นางให้ท่านน้าลู่ไป๋สอนผู้ชายในหมู่บ้านทุกคนทำลอบดักปลาแบบง่ายๆโดยใช้ไม้ไผ่ ส่วนผู้หญิงนั้นนางให้มาถอนหญ้าริมแม่น้ำแล้วใช้จอบเสียมเพียงไม่กี่อันขุดดินขึ้นแปลงผักไว้ ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักนั้นนางเอาให้เอง บอกว่าพกมามากเพราะคิดว่าหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้อาจจะต้องการ พวกเขาเชื่อเสียสนิทใจ จะมีผู้ใดเดินทางพร้อมเมล็ดผักในย่ามบ้างเล่า นางเข้ามิติแล้วกลับไปซื้อที่เมืองหลวงมาให้ทั้งนั้นแหละ

“ผักพวกนี้หากปล่อยให้มันแก่มากๆจะมีเมล็ดไว้ให้เพาะพันธุ์ต่อไปอีกนะเจ้าคะ พื้นที่ตรงนี้หากถางหญ้าออกทั้งหมดก็คงจะพอปลูกข้าวปลูกผักเอาไว้ทานได้ตลอดไม่มีอดแน่นอนเจ้าค่ะ ในป่าไผ่ก็มีหน่อไม้ หากมีมากก็นำมาต้มดองเก็บไว้ทานฤดูหนาวได้ ที่ตรงนี้เหมาะแก่การเพาะปลูกมากๆ หากเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้วพวกท่านก็จะอยู่ดีขึ้นเจ้าค่ะ”

“ขอบใจคุณหนูหลิวยิ่งนักที่ช่วยเหลือพวกข้า หากไม่ได้พวกท่านป่านนี้พวกข้าก็คงยังทำสิ่งใดไม่เป็นเช่นเดิม”

“เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะ ข้าเองก็ทำไร่ทำสวนปลูกข้าวปลูกผักเช่นกัน หากข้าได้ผ่านมาทางหมู่บ้านนี้อีกครั้งข้าจะเอาพวกเครื่องมือต่างๆมาให้นะเจ้าคะ อีกทั้งรองแม่ทัพจ้าวเองก็จะรายงานเรื่องนี้ไปที่วังหลวงด้วยเช่นกัน ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ทรงปรีชาและให้ความสำคัญกับทุกข์สุขของประชาชน พระองค์ไม่นิ่งนอนใจเป็นแน่เจ้าค่ะ”

“หากเป็นเช่นนั้นได้ก็ดี เพราะพวกเรารอคอยการช่วยเหลือจากทางการมานานมาก นานจนไม่มีหวัง”

“แล้วเจ้าเมืองไม่มาช่วยเหลือหมู่บ้านเล็กๆเหล่านี้เลยหรือขอรับ”

“หึ จะมาช่วยสิ่งใดเล่า พวกข้าร้องเรียนไปหลายหนแต่ก็ไร้วี่แวว” นางสบตากับพี่หยางและเหมือนอีกฝ่ายก็คงคิดเช่นเดียวกับนาง หากส่งเรื่องร้องเรียนไปแล้วเหตุใดยังนิ่งเฉยไม่มาช่วยเหลือ หากจดหมายร้องเรียนไม่ถึงมือเจ้าเมืองนั่นก็ว่าไปอย่าง แต่ส่งไปหลายครั้งย่อมต้องถึงมือบ้างสักฉบับเป็นแน่

“พี่จะตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด”

“เจ้าค่ะพี่หยาง หากขุนนางไม่ซื่อสัตย์ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปก็มีแต่จะเป็นภัยต่อแคว้นซาน”

“อืม หากเจ้าเมืองผิดจริงฝ่าบาทจะต้องมีรับสั่งลงโทษเด็ดขาดเป็นแน่ พวกท่านไม่ต้องกังวลหรอกขอรับ ข้าจะจัดการให้เร็วที่สุด ชาวบ้านทุกคนจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น”

“ขอบพระคุณขอรับรองแม่ทัพจ้าว หากพวกท่านไม่ผ่านมาเกรงว่าวันนี้พวกข้าก็คงจะยังไม่รู้วิธีทำมาหากิน”

“ต้องยกความดีความชอบให้เหมยเอ๋อร์ขอรับ นางตั้งใจที่จะออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือผู้คนทั่วทุกแคว้น พวกข้าเป็นเพียงผู้ติดตามคอยช่วยเหลือนางเท่านั้น”

“โอ้ คุณหนูหลิวช่างมีจิตใจประเสริฐยิ่งนัก”

“กล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะท่านลุง ข้าเพียงอยากทำตามที่ตั้งใจเอาไว้เท่านั้น ได้พบกันก็นับว่ามีวาสนาเจ้าค่ะ ได้เห็นพวกท่านมีชีวิตที่ดีขึ้น กินอิ่มนอนหลับก็ถือว่าข้าได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้สำเร็จแล้ว” พวกนางอยู่ช่วยชาวบ้านซูเป่ยถึงสามวันกว่าทุกอย่างจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา พื้นที่ริมลำธารส่วนใหญ่ได้ถางหญ้าออกจนหมดแล้ว นางแบ่งเป็นพื้นที่เป็นช่องๆสำหรับปลูกข้าว ซึ่งวิธีปลูกข้าวปลูกผักนางก็ได้เขียนบอกไว้อย่างละเอียด โชคดีที่หัวหน้าหมู่บ้านอ่านหนังสือออก มิเช่นนั้นคงได้ลำบากน่าดู “อีกไม่กี่เดือนพวกท่านก็จะมีข้าวไว้ทานกันเองแล้วนะเจ้าคะ ไม่ต้องไปซื้อให้สิ้นเปลืองอีกแล้ว ส่วนผักที่ปลูกหากเหลือกินก็เอาไปขายได้เจ้าค่ะ จะได้มีเบี้ยหวัดเก็บไว้ใช้บ้าง”

“ขอบคุณยิ่งนักคุณหนูหลิว ขอบคุณๆ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกเจ้าค่ะ ข้าเต็มใจช่วย วันพรุ่งข้าจะตรวจรักษาให้ทุกคนอีกครั้งนะเจ้าคะ หลังจากนี้ข้าจะออกเดินทางในทันทีเจ้าค่ะ”

“พวกข้าไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพวกท่านเลย โปรดรับการคารวะจากพวกข้าชาวบ้านซู่เป่ยด้วยเถิด” แล้วทุกคนก็โค้งคารวะให้พวกนางกันทั้งหมู่บ้าน สิ่งเล็กๆน้อยๆแต่สร้างรอยยิ้มได้ดีมากทีเดียว

ตกเย็นพวกนางก็แยกย้ายกันพักผ่อน วันนี้นางผูกเปลนอนในบ้านด้วยเพราะนอนพื้นแล้วปวดหลังยิ่งนัก นางจึงให้ท่านน้าผูกเปลกับเสาบ้านให้ แต่นอนเช่นไรก็นอนไม่หลับเสียที จนจำต้องลุกออกมาเดินเล่นพร้อมผ้าห่มหนึ่งผืนคลุมกาย ไม่รู้ว่าชาวบ้านเขาอยู่กันได้ยังไงทั้งที่อากาศยังหนาวเย็นเช่นนี้

“ท่านน้า ยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ”

“เจ้าเองก็เช่นกันหรือจิวเหมย”

“เจ้าค่ะ พยายามข่มตาหลับแล้วแต่ก็ไม่หลับเสียที คงเพราะทานมื้อเย็นจนแน่นท้องเป็นแน่ ท่านน้าเล่าเจ้าคะ เป็นเพราะทานมื้อเย็นมากไปหรือเพราะคิดถึงผู้ใดจนนอนไม่หลับกันแน่”

“เจ้าชักจะรู้มากไปแล้วกระมัง”

“คนรักของท่านน้าอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ เหตุใดถึงต้องอยู่ห่างกันเข่นนี้” นางรู้มาสักพักแล้วว่าท่านน้านั้นมีใครผู้หนึ่งอยู่ในใจมาตลอด แม้วาจาที่เอ่ยกับนางจะทำเป็นเจ้าชู้แพรวพราวราวกับคุณชายเจ้าสำราญ แต่ท่านน้าไม่เคยชายตาแลหญิงงามหรือชายงามผู้ใดเลยแม้แต่ครั้งเดียว และบ่อยครั้งนางก็จะเห็นท่านน้าออกมานั่งมองจันทร์มองดาวอยู่เงียบๆคนเดียว นางไม่อยากถามเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากมีโอกาสเช่นวันนี้นางก็อยากรู้เช่นกัน

“เพราะหน้าที่กระมัง ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ต้องทำ”

“เพียงเพราะหน้าที่จึงทำให้แยกจากกันหรือเจ้าคะ”

“อืม แต่เราเคยให้คำมั่นสัญญากันไว้ว่าสักวันต้องได้กลับมาพบกันอีก แม้ว่าจะนานเพียงใดก็ตาม”

“ท่านน้ารอมานานเพียงใดแล้วเจ้าคะ”

“สัก...ห้าปีได้แล้วกระมัง”

“จะว่านานก็นานนะเจ้าคะ แต่หากมันคุ้มค่าที่จะรอมันก็ไม่นานหรอกเจ้าค่ะ”

“ไม่รู้สิ ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจเท่าใดนักว่าเรื่องระหว่างเราจะเป็นไปได้หรือไม่ ข้าก็ได้แต่หวัง...ว่ามันจะเป็นไปได้”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่าเจ้าคะ! ท่านน้าเป็นถึงน้าของหลิวจิวเหมย ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้เจ้าค่ะ!

“บางอย่างมันก็ไม่ง่ายนักหรอกจิวเหมย ต่อให้เป็นเจ้าก็ตาม”

“ทำไมเล่าเจ้าคะ ใยรักกันแล้วต้องมีอุปสรรคด้วยเจ้าคะ”

“ข้าเองยังไม่รู้เลยว่าข้าเป็นอะไรสำหรับเขา หึ ข้ารอมาห้าปีเพื่อรอฟังคำตอบจากปากเขา แต่ข้าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ยิน เฮ้อ ความรักบางทีมันก็เข้าใจยากเหมือนกันนะ หากข้าทำได้เช่นจ้าวไท่หยางกับเจ้าก็คงดีไม่น้อย” ก็จริง พี่หยางไม่เคยต้องให้ความสัมพันธ์ของเราต้องคลุมเครือเลย แม้แต่ตอนจีบนางยังไม่รู้เลยว่าพี่หยางจีบนางตอนไหน รู้ตัวอีกทีพอมีเขามาอยู่ใกล้ๆก็ปล่อยใจให้เขาไปแล้ว คิดๆดูแล้ว นางนี่ช่างเป็นสตรีที่ใจง่ายยิ่งนัก ก็พี่หยางหล่อนี่นา คิกคิก

“แล้วคนผู้นั้นของท่านน้าก็ปล่อยให้ท่านน้ารอไปอย่างนี้น่ะหรือเจ้าคะ”

“ป่านนี้เขาหาข้าพบหรือยังก็ไม่อาจรู้ หลังจากมาอยู่กับเจ้าข้าก็ไม่ได้ติดต่อเขาไปอีกเลย”

“อ่าว แล้วเช่นนี้เขาจะรู้ได้เช่นไรเจ้าคะว่าท่านน้าอยู่กับข้า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะตามหาท่านน้าอยู่ก็ได้นะเจ้าคะ”

“ก็ให้เขาได้ทำสิ่งใดเพื่อข้าบ้าง ไม่สิ ให้ระยะเวลาที่ต้องห่างกันให้เขาได้ทบทวนความรู้สึกตัวเองบ้าง”

“โธ่ มิน่าเล่า มีหญิงงามมาชายตามองปล่อยผ้าเช็ดหน้าให้ก็ไม่สนใจเลยสักคน”

“ใจข้ามีเจ้าของแล้ว เจ้าจะให้ข้าสนใจผู้ใดอีกเล่า”

“ก็ท่านน้าชอบทำตัวเจ้าสำราญนี่เจ้าคะ ข้าก็คิดว่าท่านน้ายังไม่มีผู้ใดอยู่ในใจเสียอีก มิใช่ว่าที่ลงจากตำแหน่งประมุขพรรคหยกจันทราก็เพราะคนผู้นั้นของท่านน้านะเจ้าคะ” ท่านน้าลู่ไป๋เงียบไปแล้วหันหน้ามาส่งยิ้มให้นาง “จริงหรือเจ้าคะ นี่ท่านน้าต้องเสียสละเพื่อเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ”

“หากเป็นเจ้าเล่าจิวเหมย เจ้าจะยอมทำเพื่อจ้าวไท่หยางได้หรือไม่หากต้องเสียสละ” อ่า พอพูดแบบนี้แล้วเห็นภาพเลย นางเองก็คงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อพี่หยางเช่นเดียวกันหากต้องเสียสละสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริงๆ “ข้ายอมทิ้งตำแหน่งประมุขเพื่อเลือกที่จะยืนเคียงข้างคนๆหนึ่งก็นับว่าคุ้มค่าที่ข้ายอมเสียสละมิใช่หรือ”

“ข้าสัญญาเจ้าค่ะ หากถึงวันแต่งงานของท่านน้าข้าจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่ที่สุดจนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งแคว้นเลย”

“ฮ่าๆ ถึงเวลานั้นจริงๆก็ขอให้ทำตามที่พูดเถิด”

“แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าจะให้พี่เสี่ยวอิงตัดชุดให้ท่านน้าสวยๆไปเลย รับรองไม่เหมือนที่ผู้ใดเคยใส่มาแน่นอน”

“เอางานของเจ้าเองให้รอดก่อนดีหรือไม่ จ้าวไท่หยางรอเจ้ามานานเท่าใดแล้ว”

“ไม่กี่ปีเองเจ้าค่ะ ท่านน้ายังรอมานานกว่าเสียอีก เรื่องข้ากับพี่หยางไม่มีสิ่งใดต้องห่วงหรอกเจ้าค่ะ เมื่อถึงเวลา เช่นไรข้าก็ต้องเป็นเจ้าสาวให้พี่หยางอยู่แล้ว แต่ข้าก็อยากเห็นท่านน้ามีความสุขด้วยเช่นกัน”

“ข้ามีความสุขดีจิวเหมย”

“กายมีความสุขดี แล้วใจเล่าเจ้าคะมีความสุขดีหรือไม่”

“เวลานี้ก็มีความสุขดี ข้าไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้วจิวเหมย ข้าทำได้เพียงต้องรอเท่านั้น”

“โธ่เอ้ย เหตุใดคนผู้นั้นถึงได้ใจร้ายให้ท่านน้ารอนานถึงเพียงนี้เล่าเจ้าคะ ใช้ไม่ได้เลย” ท่านน้าหัวเราะเบาๆแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าเช่นเดิม แต่ประสาทสัมผัสของนางนั้นกำลังทำงานเพราะนางจับได้แล้วว่าคนที่เคยยืนมองนางอยู่บนต้นไม้เมื่อครั้งเมื่ออยู่ในป่าเมื่อวันก่อนนั้นอยู่ที่นี่และกำลังมองพวกนางอยู่ไม่ไกล “ท่านน้าเจ้าคะ”

“หากเขาไม่ทำสิ่งใดก็ปล่อยเขาเถิด คงเป็นจอมยุทธ์หรือเทพเซียนสักคนผ่านมาก็เท่านั้น”

“แต่เขาตามเรามาตั้งแต่อยู่ในป่าแล้วนะเจ้าคะ นี่ก็หลายวันแล้วที่เราอยู่ที่หมู่บ้านซู่เป่ย”

“ข้าก็ไม่เห็นว่าเขาจะทำสิ่งใดนอกจากมองพวกเราเท่านั้น หากเจ้าไม่สบายใจจะเรียกเขาลงมาถามก็ได้กระมัง”

“ข้าเคยเห็นเขานะเจ้าคะ รูปงามราวกับไม่ใช่มนุษย์ ข้ายังคิดว่าเขาเป็นเทพจำแลงกายลงมายังโลกมนุษย์เพื่อช่วยเหลือชาวโลกเลยเจ้าค่ะ มนุษย์ที่ไหนจะมีแสงวิ้งวับรอบกายเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ หรือว่าจะเป็นเทพเซียนจริงๆ”

“มีแสงวิ้งวับรอบกายงั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ ข้ามองอยู่ไกลๆยังเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นได้ชัดเจน หากอยู่ใกล้คงได้หัวใจวายตายเป็นแน่”

“ถึงเพียงนั้นเชียวหรือเหมยเอ๋อร์”

“ใช่เจ้าค่ะพี่หยาง...เอะ พี่หยาง! ยังไม่นอนหรือเจ้าคะ”

“นอนแล้ว แต่ได้ยินเสียงเจ้าเอ่ยชมบุรุษผู้อื่นว่ารูปงามจนต้องลุกมาดูให้แน่ใจว่ารูปงามกว่าพี่ถึงขั้นจะทำให้หัวใจวายตายได้เลยหรือ” ท่านน้าหัวเราะเสียงดังลั่นเลย นางส่งยิ้มแหยให้พี่หยางแล้วลากคนตัวโตแต่ขี้น้อยใจกลับขึ้นบ้านนอน มิเช่นนั้นนางคงได้ตอบคำถามพี่หยางทั้งคืนเป็นแน่ “เจ้ายังไม่ตอบพี่เลยนะเหมยเอ๋อร์”

“ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเองเจ้าค่ะ สำหรับข้าผู้ใดจะรูปงามเท่าพี่หยางเป็นไม่มีอีกแล้ว ข้าพูดจริงๆนะเจ้าคะ สำหรับคนผู้นั้นข้าเพียงสงสัยเท่านั้นว่าใช่มนุษย์แน่หรือไม่ ถึงจะรูปงามแต่ก็ดูสูงส่งจนไม่กล้าอาจเอื้อม ข้าไม่สนใจหรอกเจ้าค่ะ เข้านอนเถิดเจ้าค่ะพี่หยาง วันพรุ่งเราต้องเดินทางกันนะเจ้าคะ”

ฟ่านลู่ไป๋มองคู่รักเดินงอนง้อกันขึ้นบ้านไปอย่างขำขัน หลิวจิวเหมยก็เป็นเพียงเด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้น แม้จะเก่งกาจไปเสียทุกเรื่องแต่เรื่องของหัวใจเด็กคนนั้นก็ยังไม่ประสาเท่าใดนัก แต่เช่นไรความรักของนางก็ดีกว่าของเขามากนัก ความรักที่ต้องรอคอยยาวนานเช่นนี้คงมีแต่เขากระมังที่ยินดีจะรอ

“คืนนี้เจ้าจะมองจันทร์ดวงเดียวกับข้าหรือไม่นะ เฮ้อ ไปนอนดีกว่า”

“ว่าแต่ท่านน้าเจ้าคะ ท่านน้าอยู่บนหรืออยู่ล่าง”

“อะไรของเจ้าจิวเหมยบนหรือล่าง”

“ก็...ท่านน้าอยู่บนหรืออยู่ล่างเล่าเจ้าคะ คนผู้นั้นของท่านน้า แบบว่า...”

“เจ้าหมายถึงสิ่งใดกัน”

“ร่วมรักอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“หลิวจิวเหมย! นี่เจ้า...”

“อย่าตีข้านะเจ้าคะ ก็ท่านน้าพูดถึงเขา ไม่ได้พูดถึงนาง เพราะฉะนั้น คิกคิก ท่านน้าอยู่บนหรืออยู่ล่างเจ้าคะ” จากนั้นหมู่บ้านก็ได้เสียงร้องอย่างโหยหวนของเด็กสาวผู้หนึ่งตลอดทั้งคืน รวมทั้งบุรุษในชุดสีฟ้าที่นั่งอยู่บนต้นไม้เพื่อเฝ้าดูอยู่นานแล้ว รอยยิ้มที่มักยกเพียงมุมปากยกยิ้มกว้างมากขึ้นกับคำถามนั้นของเด็กสาว

“เห็นทีว่าท่านน้าของเจ้าจะต้องอยู่ล่างไปตลอดชีวิตแล้วล่ะสาวน้อย หึ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.395K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4316 Lesourire (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:13
    หมู่บ้านนี้เกินเยียวยานะ แค่วิธีดำรงชีพพื้นฐานเช่นปลูกผัก เลี้ยงปลา ล่าสัตว์ก็ทำไม่เป็น รอดกันมาได้ไง
    #4,316
    0
  2. #4297 olahe (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 23:43
    หมู่บ้านนี้ เป็นพวกคุณหนูเพิ่งอพยพมาหรือไงนะ
    ถึงทำเรื่องพื้นฐานเพื่อการดำรงชีพไม่เป็นสักอย่าง ทั้งที่ไม่ได้มีใครมาเอาเปรียบ แม้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือก็เถอะ แต่ถึงขนาดปลูกพืช ตกปลากันไม่เป็นก็เกินไปนะ
    #4,297
    0
  3. #4276 Namwan_1909 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 08:25
    คู่ของท่านน้ามาแล้ว สนุกมากกกก
    #4,276
    0
  4. #4273 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 01:58
    เอ้าาาา ท่านน้าาา สายวายยยนจ้า 5555
    #4,273
    0
  5. #4259 DeWhisper (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 06:38
    บางทีมันก็อยู่บนได้น้า ให้อยู่ล่างตลอดจะต้องเสียใจแน่ๆ5555
    #4,259
    0
  6. #4243 saena2 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 07:13

    เลือดวายพลุ่งพล่าน

    #4,243
    0
  7. #4220 KSPC2002 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:20
    หวีดมากไม่ไหว แรงมากมาแปปเดียวทำเขินขนาดนี้ กรี๊ดดดดด
    #4,220
    0
  8. #4219 asiuna-2580 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 18:45
    สาววายอย่างเรากรี๊ดเลยจร้าชอบๆ
    #4,219
    0
  9. #4065 แอดมินมายา (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 00:03
    กรี๊ดดดด คู่รองมาแรงแซงทางโค้ง
    #4,065
    0
  10. #3967 Nuthathai Por (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 06:13

    ทำไมปล่อยให้ท่านน้ารอนานขนาดนี้เจ้าคะ

    #3,967
    0
  11. #3795 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 15:12
    เฮ้ย!!!!! ใช่แน่ๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดกกกก ตื่นเต้น อีกคู่ๆๆๆๆๆๆๆ
    #3,795
    0
  12. #3610 แฟนเฉินเฉิน (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 23:41
    นี่แหละที่รอคอย กรี๊ดๆๆๆ
    #3,610
    0
  13. #3589 nekoai2 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 21:37
    แฮ่ๆๆๆๆ
    #3,589
    0
  14. #3586 puk3005 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 21:43
    อ่านคอมเม้นของรีดทุกท่านนี่ฟินพอๆกับอ่านนิยายเลยค่ะ
    #3,586
    0
  15. #3406 KuroWitch666 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 20:24

    กรี้ดดดดด~ ใช่ ใช่แน่ๆ ก็ว่าอยู่ว่ามาตามมองท่านน้าทำไมมมม อรั้ยยยย
    #3,406
    0
  16. #3404 doll-angle (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 05:08
    กี๊ดดดดดดดดดดดดดด เขินแฮ่กๆๆๆๆ
    #3,404
    0
  17. #3395 ฮองเฮาเงาสังหาร (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 20:59

    กรี๊สสสสส ตายอย่างสงบ ศพสีชมพูแล้วจ้าาาา
    #3,395
    0
  18. #3388 deerpearl2 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:58
    กรี้ดดดดดดด เลือดพุ่งงงง
    #3,388
    0
  19. #3260 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 17:48

    No!!!!!!
    #3,260
    0
  20. #3162 554910140 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 08:25
    555555 ท่านน้าต้องอยู่ล่างจริงๆแล้วล่ะ
    #3,162
    0
  21. #3155 Chara Angle (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:59
    แฟนทั่นน้าใช่มั้ย
    #3,155
    0
  22. #3081 จูปาจุ๊ปสฺ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:18
    ผมจะตายแล้ววว
    #3,081
    0
  23. #3001 Hidden fox (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 16:38
    โอ้! ไม่นะ ระ เรื่องนี้มัน มันดีต่อใจเกินไปแล้ว
    #3,001
    0
  24. #2995 chanchan123 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 22:40
    อั้ยย่ะ คนรักท่านน้านี่เอง
    #2,995
    0
  25. #2973 150221 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 09:43
    ท่านน้าเป็นด้วยเหรอโอไม่นะ
    #2,973
    0