หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 55 : ปราบคนแทบปราบผีได้หรือไม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,746 ครั้ง
    17 ส.ค. 62

จิวเหมยเดินทางออกจากเมืองหลวงมาได้หกวันแล้ว ผ่านหมู่บ้านมาหลายหมู่บ้าน แต่ที่ผ่านมานางไม่ได้ช่วยเหลือสิ่งใดมากนักนอกจากรักษาอาการเจ็บป่วยให้ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยิ่งออกห่างจากเมืองมากเท่าใดชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านเล็กๆก็มีมากขึ้นเท่านั้น เช่นหมู่บ้านที่พวกนางเพิ่งจะเหยียบเท้าเข้ามาในตอนนี้

“วังเวงชอบกล ใช่หมู่บ้านคนแน่หรือ”

“เงียบก่อนหลงเอ๋อร์” ทุกคนต่างกระชับกระบี่ในมือแน่นอย่างระมัดระวัง บรรยากาศในตอนนี้แม้จะยังไม่สว่างพระอาทิตย์ตรงกลางศีรษะแต่ความเย็นยะเหยือกที่พัดผ่านร่างกายก็ดูไม่น่าไว้ใจ

“พวกเจ้าเป็นผู้ใด!

“เฮ้ย!” จ้าวไท่หลงกระโดดหลบไปด้านหลังเมื่อจู่ๆก็มีชายร่างสูงใหญ่กระโดดออกมาขวางทางพวกนางพร้อมกับอาวุธครบมือ แต่สภาพร่างกายที่ซูบผอมนั้นไม่ได้ดูน่ายำเกรงเลยสักนิดแต่กลับดูน่าสงสารยิ่งนัก

“พวกข้ามาจากเมืองหลวง ผ่านมาทางนี้จึงแวะเข้ามา คุณหนูผู้นี้คือหลิวจิวเหมย เป็นบุตรสาวท่านแม่ทัพหลิวตงเฉิน คุณชายสองท่านนี้คือรองแม่ทัพจ้าวไท่หยางและคุณชายรองจ้าวไท่หลง ส่วนข้าฟ่านลู่ไป๋ คุณหนูหลิวต้องการแวะรักษาชาวบ้านตามหมู่บ้านที่ผ่านโดยไม่คิดเงิน หากไม่เป็นการรบกวนพวกข้าขอเข้าไปในหมู่บ้านได้หรือไม่” ชายผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านมองพวกนางอย่างไม่ไว้ใจ แต่คงเห็นว่ามากันแค่สี่คนกับสัตว์อสูรอีกหนึ่งตัวที่นางยังนั่งบนหลังของมันอยู่ก็เลยยอมให้พวกนางเข้าไปในหมู่บ้าน

“จะตรวจก็รีบตรวจ พวกเจ้าไปตามชาวบ้านมาให้แม่นางผู้นี้รักษาโดยเร็ว และไม่ต้องนำสิ่งใดมาเพราะพวกเขาบอกจะรักษาให้โดยไม่คิดเงิน” สายตาแข็งกร้าวส่งมาอย่างไม่เป็นมิตร นางเองก็ต้องทำหน้าที่ของนางให้เต็มที่ ท่านน้ากับพี่หยางไปหาโต๊ะกับเก้าอี้มาตั้งไว้ให้นาง เมื่อชาวบ้านเดินกันมาไท่หลงก็ไปจัดแถวให้อย่างเป็นระเบียบ

ชาวบ้านแต่ละคนนั้นผอมจนเหลือเพียงเนื้อหุ้มกระดูกเท่านั้น นางเห็นแล้วก็ได้แต่นึกสงสารอยู่ในใจ พี่หยางเองก็พยายามถามเรื่องทั่วไปของหมู่บ้านแต่ไม่มีผู้ใดตอบหรือให้ข้อมูล หากอยู่ต่อไปด้วยสภาพเช่นนี้เห็นทีว่าจะรอดยาก นางตั้งใจตรวจชาวบ้านทุกคนอย่างละเอียด รักษาให้เท่าที่ทำได้ สมุนไพรจำนวนมากถูกจัดสรรให้ทุกคนอย่างลงตัว เมื่อชาวบ้านคนสุดท้ายตรวจเสร็จพวกนางก็ถูกขับไล่ออกมาจากหมู่บ้านทันที ไร้ซึ่งคำขอบคุณ นางก็ไม่รั้งที่จะอยู่เพราะดูจากท่าทางไม่เป็นมิตรของพวกเขาแล้วนั้นคงไม่ใช่เรื่องนี้หากจะเอ่ยขอนอนค้างในหมู่บ้าน

“เหตุใดเราไม่นอนกันในหมู่บ้านเล่าจิวเหมย”

“หมู่บ้านนี้ทั้งเล็กและยากจนยิ่งนักไท่หลง ข้าเกรงว่าหากเรานอนในหมู่บ้านจะยิ่งเป็นการสร้างภาระให้พวกชาวบ้าน อีกอย่าง เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าชาวบ้านหาได้ยินดีต้อนรับพวกเราไม่”

“นั่นนะสิ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”

“พวกเขาไม่ไว้ใจคนจากภายนอก พี่หยางเอ่ยปากจะช่วยแจ้งไปยังเมืองหลวงเพื่อช่วยเหลือ พวกเขาก็มีท่าทีก้าวร้าวไม่พอใจขึ้นมาทันที ข้าว่าเรื่องนี้ต้องมีสาเหตุเป็นแน่ พี่หยางคิดเห็นเช่นไรเจ้าคะ”

“พี่เองก็ไม่แน่ใจ แต่เช่นไรเรื่องนี้พี่ก็ต้องรายงานไปที่เมืองหลวง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าชาวบ้านในหมู่บ้านคงได้ล้มตายเพราะอดอยากกันหมดเป็นแน่” เพิ่งจะพ้นช่วงฤดูเหมันต์มาไม่นาน ข้าวก็เพิ่งเริ่มปลูก ผลผลิตอย่างอื่นก็ไม่มี นางก็ไม่แน่ใจนักว่าพวกชาวบ้านรอดชีวิตมาได้เช่นไร และเหตุใดไม่ขอความช่วยเหลือไปที่เจ้าเมืองหรือเมืองหลวง พี่หยางตามมาด้วยก็เพราะเหตุนี้ การออกเดินทางของนางถือว่าเป็นการสำรวจประชาชนแคว้นซานไปด้วยในตัว หากพบปัญหาพี่หยางต้องรายงานกลับไปที่เมืองหลวงทันที ถือว่าฮ่องเต้ผู้นี้ก็ใส่ใจประชาชนไม่น้อยทีเดียว

“วันนี้เราคงต้องพักกันในป่าอีกคืนแล้วล่ะไท่หลง”

“อืม นอนที่ใดก็ย่อมใด ข้าเพียงแปลกใจเท่านั้น พอเจ้ารักษาชาวบ้านทุกคนเสร็จพวกเขาก็ไล่เราเช่นหมูหมา รู้เช่นนี้เจ้าไม่น่ารักษาพวกเขาเลย เหอะ”

“หน้าที่ของข้าคือรักษาพวกเขา ไม่ว่าพวกเขาจะต้อนรับเราหรือไม่เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่”

“อย่าเก็บมาใส่ใจเลยหลงเอ๋อร์ ออกไปล่าสัตว์กับพี่มาทำอาหารดีกว่า”

“นั่นสิ หากวันนี้เจ้าจับไก่มาได้ข้าจะทำไก่ย่างสมุนไพรให้เจ้าทานดีหรือไม่สหาย”

“ก็ได้ๆ ข้าจะจับมาให้เจ้าหลายๆตัวเลย เจ้าไปกับข้าหรือไม่เสี่ยวหู่” เจ้าอ้วนของนางบิดกายอย่างเกียจคร้านแต่ก็ยอมลุกตามไท่หลงไปล่าสัตว์สำหรับทำมื้อเย็นวันนี้ นางกับท่านน้าจึงช่วยกันจัดเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับหลับนอน นางพกเปลมาด้วยตามจำนวนคน ของเสี่ยวหู่ก็มี ผ้าห่มหมอนหนุนก็มีพร้อม เก็บไว้ในมิติไม่ต้องลำบากขนหนักๆ

“เจ้าไม่คิดว่าหมู่บ้านนี้มันแปลกหรือจิวเหมย”

“คิดเจ้าค่ะท่านน้า เพียงแต่ข้าไม่อยากใส่ใจมากนัก เพียงรักษาให้พวกชาวบ้านเท่านั้นก็พอ”

“อืม เจ้าไปหาฝืนมาไว้ก่อไฟเถิด ข้าจะเอาเปลไปผูกเอง” นางส่งเปลกับเชือกให้ท่านน้านำไปผูกแล้วเดินไปหากิ่งไม้แห้งมาไว้ให้พี่หยางก่อไฟ พวกนางเดินทางกันมาหลายวันแล้ว ผ่านมาหลายหมู่บ้าน หลังจากรักษาให้ชาวบ้านจนเสร็จก็มีบ้างที่ได้พักในหมู่บ้านแต่ก็มีเช่นกันที่ต้องอาศัยนอนกันในป่าเช่นวันนี้ ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรนักเพราะนางเตรียมของมาพร้อมทุกอย่างไม่มีลำบากแน่นอน “เจ้าอยากได้สมุนไพรชนิดใดอีกหรือไม่ ข้าว่าในป่านี้น่าจะพอมี ข้าจะออกไปหามาให้ วันนี้เจ้าใช้สมุนไพรไปมากกว่าทุกครั้ง ข้าก็ไม่เข้าใจเหตุใดจึงถูกไล่ออกมาเช่นนี้ทั้งๆที่พวกเราช่วยเหลือพวกเขาแท้ๆ”

“อย่าเก็บมาใส่ใจเลยเจ้าค่ะท่านน้า ส่วนสมุนไพรนั้นข้าเตรียมไว้มากพอแล้วเจ้าค่ะ เพียงพอแน่นอน”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว แถบนี้มีหมู่บ้านเล็กๆจำนวนมาก เจ้าต้องใช้สมุนไพรอีกมากทีเดียว”

“เจ้าค่ะ หมู่บ้านเล็กๆพวกนี้เป็นเป้าหมายของข้า ทางการเข้าไม่ถึง การเดินทางลำบาก คงเป็นเรื่องยากที่จะมีหมอสักคนอยู่ภายในหมู่บ้าน หากช่วยได้ข้าก็อยากช่วยให้เต็มที่เจ้าค่ะ เรื่องอื่นนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาเจ้าค่ะ ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งหากมันไม่เกี่ยวกับข้าหรือทำให้พวกเราเดือดร้อน”

“เจ้าคิดเช่นนั้นก็ดีแล้ว เพราะเจ้าช่วยพวกเขาไม่ได้ทุกเรื่องหรอก”

“แต่ข้าก็ช่วยท่านน้าให้รอดพ้นจากสตรีอยากมีสามีมาได้หลายหนแล้วนะเจ้าคะ”

“เจ้าหยุดพูดถึงเรื่องนี้เสียทีเถิด ข้ายังหวาดกลัวพวกนางไม่หายเลย” นางหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น นึกถึงภาพที่ท่านน้าวิ่งหนีเหล่าสตรียังโสดพวกนั้นแล้วก็อดจะหัวเราะไม่ได้จริงๆนั่นแหละ “ผู้ใดจะคิดว่าพวกนางจะน่ากลัวเช่นนั้น”

“สตรีใดก็อยากมีสามีรูปงามกันทั้งนั้นเจ้าค่ะ ท่านน้าเองก็รูปงามออกปานนี้ พวกนางจะอดใจไหวได้เช่นไร” นางหอบไม้แห้งมากองไว้ให้มากที่สุดเพราะคืนนี้พวกนางต้องใช้ไม้จำนวนมากเพื่อเป็นฝืน ป่านี้นอกจากจะทึบแล้วนางคิดว่าคงมีสัตว์ป่าจำนวนมากอยู่ด้วยเป็นแน่ หากไม่มีไฟเกรงว่าอาจจะถูกพวกมันโจมตีได้ง่าย “ท่านน้าจุดไฟให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ นี่ก็เริ่มมืดแล้วข้ากลัวว่าจะมีสัตว์เข้ามาบริเวณนี้” ไม่ทันขาดคำ ไฟกองเล็กของนางก็ลุกโชนขึ้นทันที

“กลับมาแล้วจิวเหมย ข้าได้ไก่มาสี่ตัว พอหรือไม่”

“อืม เจ้าไปตัดไม้ไผ่กิ่งเล็กมาให้ข้าสี่อันสิไท่หลง”

“พี่ใหญ่ตัดมาแล้ว ข้าถอนขนไก่ให้แล้วด้วย พร้อมให้เจ้าย่าง” ไท่หลงยื่นไก่สี่ตัวเนื้อตัวขาวอวบมาให้นาง รู้หน้าที่ดีจริงๆ ถึงกับถอนขนมาให้เสร็จสรรพสะอาดแล้วเช่นนี้ นางเอาสมุนไพรสำหรับปรุงอาหารออกมาผสมกันในครกอันเล็กที่นางพกติดตัวมาด้วย ตะไคร้ กระเทียม พริกไทย โขลกทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่ผงปรุงรสสูตรเด็ดของนางก็เป็นอันเสร็จ

“เจ้ามาช่วยข้าย่าง อย่าให้ไหม้ แล้วนี่เสี่ยวหู่ไม่กลับมาพร้อมพวกเจ้าหรือ”

“ไล่หมูป่าอยู่ ไม่แน่มันอาจจะลากหมูป่ากลับมาให้เจ้าก็เป็นได้”

“เอามาทำไม ข้าไม่แบกไปด้วยหรอกนะหนักออกปานนั้น”

“ข้าจะรู้กับมันได้เช่นไรเล่า พอมันเห็นหมูป่ามันก็กระโจนเข้าหาทันที ข้าห้ามก็ไม่ฟังก็เลยปล่อยมันให้วิ่งเล่นไปก่อน ข้าบอกมันแล้วนะว่าให้ล่าแต่สัตว์เล็กๆ เพราะเจ้าชอบบอกให้มันไว้ชีวิตสัตว์ตัวเล็กๆนั่นแหละมันถึงได้มองหาแต่สัตว์ตัวใหญ่ กินกวางไปทั้งตัวแล้วยังไปไล่หมูป่าอีก”

“กินกวางไปทั้งตัวเลยหรือ!

“ใช่น่ะสิ ข้าขอแบ่งเนื้อกวางกลับมาย่างบ้างมันก็ไม่ยอมให้”

“ช่วงนี้เสี่ยวหู่กินมากกว่าปกติ มันจะไม่สบายหรือเปล่านะ กลับมาข้าต้องตรวจดูสักหน่อย”

“มันตะกละมากกว่าล่ะสิ สัตว์ในป่าเห็นมันเดินผ่านก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว” แต่นางคิดว่าเสี่ยวหู่มันกินมากไปจริงๆ มากกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ หากไม่ป่วยก็คงมีสิ่งใดผิดปกติเป็นแน่ หรือว่าตัวมันจะโตขึ้นอีกแล้วนะ “แต่สัตว์ในป่านี้แปลกมากนะ พวกมันว่องไวมากจนเกือบจับแทบไม่ได้ ไก่สี่ตัวนี้ก็เป็นเพราะเสี่ยวหู่จับมาให้ ข้ากับพี่ใหญ่พยายามจับพวกมันแล้วแต่ทำเช่นไรก็ตามไม่ทัน เจ้าว่าแปลกหรือไม่เล่า”

“เช่นนั้นก็ไม่แปลกที่สัตว์มีอยู่เต็มป่าแต่ชาวบ้านกลับอดอยาก”

“อืม หากไม่มีฝีมือจริงก็ยากจะจับพวกมันได้ แม้แต่กระต่ายยังวิ่งเร็วจนมองตามไม่ทัน”

“หรือว่าป่านี้จะมีสิ่งใดที่เราไม่รู้ ท่านน้ากับพี่หยางพบสิ่งใดผิดสังเกตุหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่เลยเหมยเอ๋อร์ เหมือนเช่นป่าทั่วไปที่เราผ่านมา เพียงแต่ป่านี้สัตว์ป่าว่องไวมากกว่าที่อื่นก็เท่านั้น” นางย่างไก่ไปก็ขบคิดไปด้วย นางว่ามันแปลกแต่ก็ไม่รู้เช่นกันว่าแปลกเช่นไร ไม่นานเสี่ยวหู่ก็กลับมาพร้อมกับไก่ป่าอีกตัวในปาก มาถึงก็บ่นใหญ่เลยว่าหมูป่าที่มันวิ่งตามไปนั้นวิ่งเร็วเกินไปจนมันตามไม่ทัน นางได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“เจ้าน่ะหรือวิ่งตามหมูป่าไม่ทัน เป็นไปได้เช่นไร” มันก็บอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นกัน มันถึงได้หงุดหงิดเช่นนี้ เพราะมันไม่เคยพลาดหากต้องล่าเหยื่อ สัตว์อสูรเช่นมันว่องไวกว่าสัตว์ทั่วไปอยู่แล้ว แต่สัตว์ในป่านี้ล้วนไม่ใช่สัตว์อสูรแต่กลับว่องไวกว่าสัตว์อสูรเช่นมัน “แปลกจริงๆ วันพรุ่งคงต้องรีบออกจากป่ากันนะเจ้าคะ ข้ากังวลว่าจะไม่ปลอดภัย”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น หากแม้แต่เสี่ยวหู่ยังวิ่งตามสัตว์อื่นไม่ทันข้าว่าเช่นไรก็ไม่ปลอดภัย เช่นนั้นคืนนี้ผลัดกันเฝ้ายามก็แล้วกัน ข้าไม่อยากประมาท ข้าอยู่คนแรกเอง พวกเจ้าก็นอนพักให้เต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าจิวเหมย”

“เจ้าค่ะท่านน้า” เมื่อไก่สุกก็แบ่งกันทานคนละตัวแล้วก็แยกย้ายกันเข้านอน นางเอาผ้าห่มกับหมอนออกมาให้ทุกคน แม้จะพ้นฤดูเหมันต์มาแล้วแต่อากาศในป่าก็ยังเย็นอยู่มาก ผ้าห่มผืนหนาก็เลยยังจำเป็นอยู่

“อีกหนึ่งชั่วยามข้าจะมาเปลี่ยนนะขอรับท่านลู่ไป๋”

“เจ้านอนสักสองชั่วยามเถิดจ้าวไท่หยาง ผลัดเปลี่ยนกันสองคนก็น่าจะได้”

“ไม่ได้ขอรับ ข้าจะเฝ้ายามด้วย!

“เจ้านอนไปเถิดไท่หลง กลางวันข้าจะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงบ่นของเด็กนอนไม่เต็มอิ่ม ให้ข้ากับพี่ใหญ่ของเจ้าผลัดเปลี่ยนกันก็เพียงพอแล้ว เจ้าเองก็ไม่ต้องลุกมากลางดึกเข้าใจหรือไม่จิวเหมย วันพรุ่งเจ้ายังต้องรักษาผู้คนอีกมาก”

“เจ้าค่ะท่านน้า ลำบากท่านน้ากับพี่หยางแล้วนะเจ้าคะ” ที่ผ่านมาไม่เคยต้องเฝ้ายามกันเช่นนี้เลย เพราะนอนกันในที่โล่งมาตลอด แม้จะอยู่ในป่าแต่ก็ถือว่าปลอดภัย เช่นนั้นก่อนนอนนางจึงเปิดสัมผัสไว้เผื่อว่ามีสิ่งใดเข้ามาใกล้นางจะได้รับรู้ได้ทันที บรรยากาศเงียบสงบแต่ก็ยังได้ยินเสียงจิ้งหรีดดังเบาๆให้พอเบาใจ

ฟ่านลู่ไป๋กระชับกระบี่ในมือแน่นเมื่ออากาศในป่าเริ่มเปลี่ยนไปเป็นหนาวเย็นมากขึ้น แม้จะมีผ้าห่มผืนหนาห่อกายแต่ก็ไม่อาจป้องกันความหนาวเย็นที่ลอดผ่านเข้ามาถึงตัวได้ นี่ไม่ใช่ความหนาวเย็นเช่นที่มันควรจะเป็น ขนกายลุกชัน เสียงสัตว์เงียบกริบไม่ได้ยินแม้เสียงลม ทันใดนั้นความอึดอัดก็ถาโถมเข้ามาหาจนแทบหายไม่ออก

คนทั้งสามที่เคลิ้มหลับไปแล้วลืมตาขึ้นพร้อมกันแต่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในเปลไม่ขยับ มือกระชับกระบี่เตรียมพร้อม จิวเหมยหลับตาลงอีกครั้งแล้วกำหนดจิตเพื่อฟังการเคลื่อนไหว เสียงเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากกำลังมุ่งมาทางนี้ แต่นางจับน้ำหนักของจังหวะการเดินหรือวิ่งไม่ได้ แต่ที่สัมผัสได้คือ ยิ่งพวกมันเข้ามาใกล้อากาศก็ยิ่งหนาวเย็นมากยิ่งขึ้น

จ้าวไท่หยางที่จับสัมผัสได้ว่ามีสิ่งผิดปกติเข้ามาใกล้จนแทบถึงตัวก็กระโดดออกจากแปลชักกระบี่ออกมาแล้ววาดกระบี่ออกไปพร้อมกับปราณจนเกิดเป็นพลังสายหนึ่ง ทันทีที่พลังสายนั้นโดนตัวพวกมันเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นลั่นป่า สัตว์ปิกจำนวนมากที่อยู่บนต้นไม้แตกกระเจิงบินหนีอย่างโกลาหล

“มันคือสิ่งใดขอรับพี่ใหญ่!

“ภูตผีที่อยู่ที่นี่ เหตุใดจึงมาโจมตีคนเช่นนี้”

“ผ ผี! ผีหรือขอรับ”

“มิใช่วิญญาณเร่ร่อนเป็นแน่ หรือว่าพวกมันถูกผู้ใดควบคุมอยู่เจ้าคะท่านน้า”

“อาจจะเป็นภูตผีที่ปกป้องป่านี้ก็เป็นได้ แต่ผีพวกนี้เป็นวิญญาณร้าย ทำร้ายมนุษย์จนถึงชีวิตได้หรือสูบวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังให้พวกมันได้เช่นกัน ข้าเคยอ่านเจอในตำราแต่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ที่สัตว์ในป่านี้ว่องไวเห็นทีว่าพวกมันคงได้พลังจากผีพวกนี้” พวกนางยืนรวมกลุ่มกันเฝ้าระวัง ไม่นานก็เห็นร่างโปร่งแสงสีเขียวเดินล้อมเข้ามาหาพวกนาง “มีพลังไม่น้อยเลย ที่ชาวบ้านต่างอดยากเข้าป่าล่าสัตว์ไม่ได้ก็คงเพราะเข้ามาแล้วถูกพวกมันสูบวิญญาณจนตายเป็นแน่”

“จะทำเช่นไรดีขอรับท่านลู่ไป๋”

“ต้องสะกดพวกมันไว้ แต่ข้าไม่ได้ศึกษาวิชาพวกนี้มา เกรงว่าทางเดียวคือต้องเข้ามิติแล้วรอจนเช้า”

“เสี่ยวหู่ เจ้ากินพวกมันได้หรือไม่”

“หากให้เสี่ยวหู่กินเข้าไปวิญญาณพวกนี้จะแตกสลายไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดอีกแล้วนะจิวเหมย”

“แล้วเราจะทำเช่นไรกันดีเจ้าคะท่านน้า หากเข้ามิติแล้วรอจนเช้าอาจทำให้เรารอด แต่ชาวบ้านก็ยังคงเข้าป่าล่าสัตว์ไม่ได้เช่นเดิม มาถึงขนาดนี้แล้ว รู้ปัญหาแล้ว ข้าก็อยากจะช่วยชาวบ้านเจ้าค่ะ” เสี่ยวหู่ขยายร่างเตรียมพร้อมไว้แล้ว เหล่าผีเมื่อเห็นสัตว์อสูรขยายร่างใหญ่โตเช่นนี้ก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้มากนัก “เสี่ยวหู่อมพวกมันไว้แล้วเอาไปปล่อยที่ใดที่หนึ่งได้หรือไม่ ข้าจะใช้ธาตุดำกักพวกมันไว้ไม่ให้ออกมาได้อีก”

“ทำเช่นนั้นหากเจ้าไม่เป็นผู้ปลดปล่อยพวกมันเกรงว่าพวกมันคงได้ติดอยู่แบบนั้นตลอดไปจนเจ้าตายเป็นแน่”

“ข้าจะหาทางปลดปล่อยพวกมันภายหลังเจ้าค่ะท่านน้า จัดการเลยเสี่ยวหู่” เสี่ยวหู่สูดลมหายใจเข้าออกแล้วอ้าปากดูภูตผีพวกนั้นเข้าปากอย่างตะกละตะกราม นางเห็นแล้วก็สยดสยองไม่น้อย เสียงกรีดร้องของเหล่าผีดังลั่นป่าอีกครั้ง แม้พวกมันจะพยายามหนีแต่ก็ไม่อาจหนีปากของเสี่ยวหู่ไปได้ ตัวของเสี่ยวหู่พองมากขึ้นเพราะมันไม่ได้กลืนกินภูตผีเพียงแต่อมกักไว้ในตัวมันเท่านั้น “ไปเสี่ยวหู่ หาหุบเขาหรือถ้ำสักที่เพื่อกักขังพวกมันไว้กัน” นางใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังมัน มีพี่หยางตามมาด้วย “ฝากท่านน้ากับไท่หลงตรวจดูรอบๆแถวนี้ด้วยนะเจ้าคะ”

“สยดสยองยิ่งนัก”

“ไปกันเถิดไท่หลง เดินดูเสียหน่อยว่ายังมีพวกมันหลงเหลืออยู่หรือไม่”

“ขอรับ เกิดมาข้าเพิ่งเคยได้เห็นผีตัวเป็นๆ ขนลุกไปหมดแล้ว” ฟ่านลู่ไป๋ลากเด็กพูดมากเดินตามเข้าไปในป่าเพื่อสำรวจบริเวณรอบๆ โดยไม่รู้เลยว่าบนปลายยอดต้นไม้ไม่ไกลนักมีบุรุษผู้หนึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่นานแล้ว ใบหน้าเรียบนิ่งยกยิ้มเพียงนิดแล้วทะยานตามสัตว์อสูรไปติดๆ

ด้านจิวเหมยกับจ้าวไท่หยางนั้นพบหุบเขาหนึ่งที่เป็นผาโล่งไม่มีต้นไม้ขึ้นแม้แต่ต้นเดียว นางตัดสินใจเลือกตรงนี้แล้วใช้ธาตุดำปิดกั้นทางเข้าออกหุบเขาไว้ก่อนจะให้เสี่ยวหู่ปลดปล่อยภูตผีทั้งหมดออกมาแล้วกักขังพวกมันไว้ในหุบเขานั้นรอวันที่นางจะมาปลดปล่อยพวกมันให้ไปสู่สุขคติ

“พวกท่านจงอยู่ที่แห่งนี้ รอวันปลดปล่อยจากข้า อย่าได้ออกไปทำกรรมที่ใดเพิ่มอีกเลย” สิ้นเสียงของนางก็มีเถาวัลย์เลื้อยมาปิดเส้นทางเข้าออกหุบเขาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดหรือชาวบ้านผ่านมายังที่แห่งนี้ นางทำสัญลักษณ์ไว้โดยให้พี่หยางใช้กระบี่แกะสลักตัวอักษรไว้ว่า หลิว และสลักข้อความไว้ว่าห้ามผู้ใดผ่านทางนี้เป็นอันขาดหากไม่อยากสิ้นชีวิต

“หากเรียบร้อยแล้วก็กลับกันเถิดเหมยเอ๋อร์ อีกไม่นานก็เช้าแล้วจะได้รีบออกจากป่านี้กันเสียที”

“ข้าอยากเข้าไปในหมู่บ้านเจ้าค่ะพี่หยาง หากเป็นเพราะภูตผีพวกนี้จริงๆที่ทำให้ชาวบ้านเข้าป่าล่าสัตว์ไม่ได้ ข้าจะได้แจ้งแก่พวกเขาว่าต่อไปนี้พวกเขาจะเข้ามาหาของป่าไปขายหรือจะล่าสัตว์ก็ย่อมได้ เช่นไรป่านี้ก็เป็นป่าแห่งเดียวที่พวกเขาพอจะพึ่งพาหาอาหารประทังชีวิตไปได้ แต่เช่นไรทางการก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาบ้างนะเจ้าคะ”

“พี่ทราบแล้ว ไม่ลืมแจ้งเรื่องนี้ไปที่เมืองหลวงแน่นอน เหมยเอ๋อร์ของพี่ช่างมีจิตใจที่ดีนัก”

“ข้าต้องสั่งสมความดีเอาไว้ให้ดีพอและเป็นผู้คนที่เหมาะสมจะเดินเคียงข้างรองแม่ทัพจ้าวนี่นาเจ้าคะ”

“พี่ต่างหากที่ควรจะกังวลว่าจะคู่ควรกับเจ้าหรือไม่ ก็ในเมื่อเหมยเอ๋อร์ของพี่ทั้งเก่งและงดงามถึงเพียงนี้”

“หากพี่หยางหวังจะให้ข้าเขินอาย พี่หยางทำสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ ไปกันเถิดเสี่ยวหู่ ข้าร้อนยิ่งนัก” เสี่ยวหู่บ่นเบาๆว่ามันหนาวจนแทบแข็งตายอยู่แล้วนางยังบ่นว่าร้อนอยู่อีก เป็นสัตว์อสูรจะเข้าใจได้เช่นไรว่าร้อนขึ้นหน้าเพราะเขินอายนั้นมันร้อนเพียงใด จังหวะที่เสี่ยวหู่กำลังจะวิ่งออกไปนั้นนางเหลือบไปมองบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักแล้วสบตากับชายผู้หนึ่งในชุดสีฟ้าอ่อน หน้าตารูปงามยิ่งกว่าท่านน้าลู่ไป๋เสียอีก ปราณของคนผู้นั้นแข็งแกร่งจนเรียกว่าได้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่นางเคยได้สัมผัสมา รอยยิ้มมุมปากกับดวงตาเรียวรีของเขาตรึงตานางไม่น้อย แต่เพราะคนผู้นั้นไม่ได้ปลดปล่อยปราณสังหารหรือมีท่าทีคุกคามนางจึงทำได้เพียงมองเท่านั้น หรือจะเป็นเทพเซียนกันนะ ออร่าวิ้งๆกระแทกตาชะมัด

“มองสิ่งใดหรือเหมยเอ๋อร์”

“ไม่มีสิ่งใดเจ้าค่ะพี่หยาง ไปได้แล้วเสี่ยวหู่” เอาเป็นว่านางจะปล่อยไปก็แล้วกัน เพราะหากแม้แต่พี่หยางยังจับสัมผัสไม่ได้นั่นก็หมายความว่าต้องเป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่งเป็นแน่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเทพเซียนเช่นที่นางสงสัย

“เราจะได้พบกันอีกแน่สาวน้อย เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ”

จิวเหมยตัวแข็งทื่อเมื่อเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นในหัว นางหันกลับไปมองยังต้นไม้ต้นเดิมแต่กลับไม่พบสิ่งใด สาวน้อยงั้นหรือ นางไม่ได้ยินผู้ใดเรียกนางว่าสาวน้อยมานานเท่าใดแล้วนะ นางเก็บความสงสัยไว้ในใจ หากได้พบกันอีกเช่นที่เขาพูดนางคงได้ถามในสิ่งที่สงสัยให้กระจ่างใจ

“พี่ใหญ่ จิวเหมย เรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับพี่ใหญ่”

“อืม เหมยเอ๋อร์กักขังภูตผีไว้ในหุบเขา หากไม่มีผู้ใดเข้าไปที่นั่นก็คงจะไม่เป็นอันตราย”

“รอบๆนี้ก็ ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ แต่ก่อนที่ข้ากับไท่หลงจะออกสำรวจ ข้าคิดว่าข้าจับสัมผัสของคนผู้หนึ่งได้ ปราณแข็งแกร่งราวกับไม่ใช่มนุษย์ ข้าจึงทำเพียงไม่สนใจเพราะคนผู้นั้นไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายพวกเรา”

“เทพเซียนหรือขอรับท่านลู่ไป๋”

“ข้าเองก็ไม่เคยพบเทพเซียนเสียด้วยสิ จึงไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่บอกได้เพียงว่าปราณแข็งแกร่งเช่นนั้นวรยุทธ์ก็คงล้ำเลิศไม่ต่างกัน ข้าจึงไม่หาเรื่องใส่ตัวอย่างไรเล่า หากสู้ก็คงสู้ไม่ได้” เป็นจริงเช่นที่ท่านน้าพูด ถึงขนาดว่าสื่อสารกับนางทางจิตได้ย่อมมิใช่มนุษย์ธรรมดาเป็นแน่ ที่สงสัยคือมาดูพวกนางทำไม หากจัดการภูตผีพวกนั้นได้เหตุใดไม่มาช่วย “เจ้าจะออกจากป่าเลยหรือไม่จิวเหมย นี่ก็ฟ้าใกล้สว่างแล้ว ออกเดินทางตอนนี้ก็ได้”

“ข้าจะเข้าไปในหมู่บ้านเจ้าค่ะ ข้าอยากคุยกับชาวบ้าน”

“ช่วยเท่านี้ก็พอแล้วกระมัง เมื่อวานพวกเขาทำเช่นไรกับพวกเราบ้างเจ้าจำไม่ได้หรือจิวเหมย”

“หากช่วยได้ก็ช่วยพวกเขาเถิดไท่หลง เราก็ทำกันถึงขนาดนี้แล้วไปบอกพวกเขาสักหน่อย หากเป็นเพราะภูตผีพวกนั้นจริงชาวบ้านจะได้เลิกหวาดกลัวแล้วเข้าป่าหาของป่าไปประทังชีวิตได้เสียที” แม้จ้าวไท่หลงจะไม่พอใจอยู่มากแต่ก็ไม่เอ่ยสิ่งใดกับนางอีก พวกนางช่วยกันเก็บที่นอนแล้วให้นางเอาเข้าไปเก็บในมิติเช่นเดิมก่อนจะควบม้าเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง

“คารวะหัวหน้าหมู่บ้านเจ้าค่ะ” เห็นท่าทางเมินเฉยแต่แข็งกร้าวของหัวหน้าหมู่บ้าน ไท่หลงถึงกลับเอ่ยปากบ่นออกมาให้ได้ยิน พวกนางเองก็ไม่ห้ามเพราะอยากให้พวกเขารู้ตัวด้วยเช่นกันว่าไม่ควรทำกิริยาเช่นนี้กับผู้มาเยือน

“ดูท่าทางพวกเขาเอาเถิด มันน่าช่วยเสียที่ไหน”

“พวกเจ้ากลับมาอีกทำไม!

“เมื่อคืนนี้พวกข้าพักในป่า แล้วพบว่ามีภูตผีจำนวนมากอยู่ในป่า ไม่ทราบว่าที่ชาวบ้านเข้าป่าล่าสัตว์หาของป่าไม่ได้เป็นเพราะภูตผีพวกนั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“หากใช่แล้วพวกเจ้าจะทำไมหรือ ช่วยได้หรืออย่างไร”

“เจ้าค่ะ ข้ากักขังพวกมันไว้ยังหุบเขาลึกด้านในป่าเรียบร้อยแล้ว หากไม่มีผู้เข้าใดเข้าไปใกล้ก็ยากจะเป็นอันตราย”

“จริงหรือ! ไม่เคยมีผู้ใดกังขังพวกมันได้แม้แต่หมอผีที่เก่งที่สุด เจ้าเป็นเพียงเด็กผู้หนึ่ง เจ้าทำได้จริงๆน่ะหรือ!

“ไม่จริงแล้วจะมาบอกทำไมให้เสียเวลา”

“หลงเอ๋อร์ อย่าเสียมารยาท”

“หากพวกท่านไม่เชื่อจะลองเข้าไปล่าสัตว์หาของป่าดูก็ได้เจ้าค่ะ ข้าเพียงมาบอกก่อนจะออกเดินทางต่อเท่านั้น เช่นนั้นพวกข้าขอลาเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องอื่นนั้นรองแม่ทัพจ้าวจะแจ้งไปทางเมืองหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือมาให้พวกท่านในภายหลัง” นางกล่าวลาแล้วขึ้นหลังเสี่ยวหู่วิ่งออกจากหมู่บ้าน มีท่านน้า พี่หยางแล้วก็ไท่หลงควบม้าตามมา

“หมู่บ้านต่อไปขออย่าให้เป็นเช่นหมู่บ้านนี้เลย”

“อย่าถือเป็นอารมณ์เลยไท่หลง หมู่บ้านเล็กๆเช่นนี้ทางการย่อมเข้าไม่ถึง ความช่วยเหลือก็ไม่มี เข้าป่าหาของป่ากับล่าสัตว์ก็ไม่ได้ พื้นที่เพาะปลูกก็มีน้อย พวกเขาไม่เป็นมิตรก็ไม่แปลกหรอก”

“คงต้องให้เจ้าเมืองแต่ละเมืองดูแลประชาชนให้ดีกว่านี้”

“ท่านน้าคิดสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ หรือว่าต้องใจสตรีในหมู่บ้านแล้วไม่อยากเดินทางต่อแล้ว”

“พูดเรื่องเหลวไหลอันใดกัน ต่อให้มีสตรีงามล่มเมืองมายืนตรงหน้า ข้าก็หาได้สนใจไม่”

“อ้อ ต้องเป็นบุรุษรูปงามใช่หรือไม่ขอรับท่านน้า”

“จ้าวไท่หลง! เจ้าอย่าอยู่เลย มาให้ข้าเตะเจ้าเสียดีๆ!

“ข้าพูดเรื่องจริงนี่ขอรับ อ้าก อย่าตีข้าขอรับท่านน้า เจ็บๆๆๆๆ”

“เฮ้อ เดินเร็วเข้าเถิดเสี่ยวหู่ หูข้าจะพังแล้ว”

ตีกันทุกวันทุกเวลาเลยจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.746K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4242 saena2 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 06:50

    เนื้อคู่ท่านน้าป่าวว คุกคิกก

    #4,242
    0
  2. #3966 Nuthathai Por (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 05:53

    เป็นใครกันนะมาทำเป็นลับ ๆ ล่่อ ๆ แบบนี้

    #3,966
    0
  3. #3794 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 14:55
    เนื้อคู่ท่านน้าเปล่า กรี๊ดดดดดดดดดด
    #3,794
    0
  4. #3394 ฮองเฮาเงาสังหาร (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 20:50
    ข้ามีลางสังหรณ์ว่า เทพเซียนผู้นั้นคงจะเป็นคนรักของท่านน้าลู่ไป๋นะเจ้าคะ จิ้นๆๆ
    #เลือดYมันร้อน
    #3,394
    0
  5. #3257 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 12:59
    ดีเกินไป​หรือ​ป่าว​นะ
    #3,257
    0
  6. #2972 150221 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 09:29
    ตื่นเต้นและสนุกมากคะ
    #2,972
    0
  7. #2971 chanchan123 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 08:36
    ยังมีคนรูปงามกว่าท่านน้ากับพี่หยางอีกหรอ เนื้อคู่ท่านน้าป่าว 555+
    #2,971
    0
  8. #2865 Earthkid (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 04:17
    ดูเหมือนว่า จิวเหมยจะเป็นคนดีเกินไปหรือเปล่าที่จะมาจากโลกนี้เพราะไม่มีทางที่คนโลกนี้จะเป็นคนดีอย่างนั้น แล้วยังชอบ ไป-เรื่องชาวบ้านอีกด้วย
    #2,865
    0
  9. #2848 natsume0000 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:21

    เสี่ยวหู่จะสบายไปแล้วนะหมอนผ้าห่มพร้อม555+หมาแน่เหรอนั่น..น่ารัก
    #2,848
    0
  10. #2748 nuwalnaka (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 06:40

    ว๊าวๆไรท์มาแล้วขอบคุณนะคะ????????????

    #2,748
    0
  11. #2747 Tongkwaw2538 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:19

    คิดถึงไรท์มากค้า
    #2,747
    0
  12. #2746 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:05

    นอกจากเป็นแม่ค้าเป็นหมอรักษาโรคแล้วนางยังเป็นหมอผีอีก โอ๊ยไรท์ใช้งานนางหนักไปมั้ย เดียวนางขอขึ้นค่าแรงจะมีจ่ายมั้ยเนี่ย มาต่อค่ะรอ
    #2,746
    0
  13. #2745 kimurakung (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 23:08
    คนมาช่วย ดันทำนิสัยเสียใส่ แย่มากอะ ไม่น่าไปช่วยมันเลย
    #2,745
    0
  14. #2744 pnarinn (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 19:49
    รอนะคะ
    #2,744
    0
  15. #2743 kumkongpimpisa (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 19:33
    บุรุษรูปงามเขาคือใครกัน พี่หยางเป็นพระเอกนะไรท์สงสารพี่หยาง
    #2,743
    0
  16. #2742 0942051893 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:59
    ข้าไท่หลง...กับท่านน้านี่ยังไงๆๆๆ
    #2,742
    0
  17. #2741 p-dragon2 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 17:59

    ไรท์จ๋า.... เนื้อหา หายไปหรือป่าวเอ่ย ดูขาดๆนะเอ้อ
    #2,741
    0
  18. #2740 YaiMooMam_ELF (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 17:19
    ไรท์เนื้อหามันเหมือนขาดตอนมาถึงหมู่บ้านหรือป่าว มันแปลกๆๆ
    #2,740
    1
    • #2740-1 Black_Rose1610(จากตอนที่ 55)
      16 สิงหาคม 2562 / 17:20
      จริงค่ะ อ่านแล้วรู้สึกงงๆ
      #2740-1
  19. #2739 นามข้าว่าพ่นไฟ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 16:56
    งุยยน จะเป็นใครกันนะ มือปราบไท่หลงหรือป่าวนะ หึหึ
    #2,739
    0
  20. #2738 S_suika (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 16:20

    ลงเรือท่านไป๋มา 2 ลำแล้ว โดนท่านล่มเองกะมือไปทั้ง 2 ลำ เจอบุรุษรูปงานมาไม่กล้าลงเรือแหละ รอชมต่อไป

    แต่เรือน้องหลงน่าสนนะเนี้ย ตีกันไปรักไปงี้ 5555555 พอจ!!!

    #2,738
    0
  21. #2736 khunmos (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 16:05

    มันโดดนะครับรู้สึกว่าจะข้ามไปตอนนึงนะอยู่ๆๆโผล่มาที่หมู่บ้านได้ไงตอน54ยังไม่ได้ออกเดินทางเบยๆๆๆๆๆ

    #2,736
    0
  22. #2735 What&Why (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 15:36
    คนที่มาใหม่อาจจะเป็นโชคชะตาของท่านน้าหรือเปล่า แบบว่ารูปงามเว่อร์วังอลังการทั้งคู่เลยต้องคู่กันไรงี้55555
    ปล.คิดถึงนะคะไรต์ :D
    #2,735
    0
  23. #2734 chon29 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 15:11
    ขอบคุณค่ะ
    #2,734
    0
  24. #2733 Bayu (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 15:09
    ใคร! เห็นนางจิวเหมยบอกหล่อ
    #2,733
    0
  25. #2732 Ommanin (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 14:59
    มาซะทีนะครับไรท์ ตามๆ อยู่ หาย นึกว่าโดนเทซะแล้ว
    #2,732
    0