หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 54 : ออกเดินทาง จุดหมายคือยุทธภพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,524 ครั้ง
    25 พ.ย. 62

สองสามวันมานี้หลังกลับจากพรรคหยกจันทรานางก็เอาแต่เก็บตัวฝึกวรยุทธ์อยู่ในมิติกับท่านน้าลู่ไป๋ไม่ได้ออกไปไหน มีบ้างที่ออกไปโรงหมอเพื่อตรวจคนไข้แต่ส่วนใหญ่คนก็มาซื้อสมุนไพรของนางเท่านั้น ช่วงนี้นางจึงว่างมาก เลยถือโอกาสนี้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการฝึกวรยุทธ์ตามตำราของตระกูลฟ่าน

“ข้าฝึกมาสามวันแล้วนะเจ้าคะท่านน้า ไม่เห็นจะมีสิ่งใดคืบหน้าขึ้นเลยสักนิด”

“ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่ามันไม่ง่าย เจ้าต้องพยายามทำความเข้าใจกับตำราเล่มนี้ให้มาก หากเจ้าเข้าใจมากเท่าใดเจ้าก็จะหาวิธีฝึกวรยุทธ์ได้เอง ไม่มีสิ่งใดยากเกินความพยายามของเจ้าหรอกจริงหรือไม่”

“แน่นอนเจ้าค่ะ ไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำไม่ได้” หรือว่านางยังพยายามไม่พอกันนะ ต้องมีสิ่งใดผิดพลาดเป็นแน่

“เสี่ยวจิงเป็นเช่นไรบ้าง เด็กในท้องแข็งแรงดีหรือไม่”

“แข็งแรงดีเจ้าค่ะ ทานยาบำรุงของข้าทุกวันเช่นไรน้องๆของข้าก็ต้องออกมาแข็งแรง ตอนนี้ฝ่าบาทสั่งปิดตำหนักของฮองเฮาเป็นการชั่วคราว ห้ามผู้ใดเข้าออกหรือเข้าเยี่ยมเป็นเด็ดขาด อาหารข้าก็นำจากที่จวนไปให้ทาน ป้องกันทุกทางเจ้าค่ะ หากมีผู้ใดเล็ดรอดเข้ามาได้ข้าจะจัดการทันที”

“อืม ดีแล้ว ระวังไว้ย่อมเป็นเรื่องดี”

“เจ้าค่ะ ว่าแต่ ท่านน้าไม่ปกปิดใบหน้าตนเองแล้วหรือเจ้าคะ”

“หึ ใยต้องปกปิดในเมื่อข้าลงจากตำแหน่งประมุขแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะสำราญให้เต็มที่”

“ข้าเกรงว่าจะสร้างความวุ่นวายมากกว่าน่ะสิเจ้าคะ สตรียังไม่ออกเรือนในเมืองหลวงนั้นมีมาก แล้วรูปโฉมท่านน้าก็...เอาเป็นว่าข้ากลัวสตรีที่พึงใจในตัวท่านน้าจะสร้างความวุ่นวายเจ้าค่ะ”

“เกิดมาตาหน้าเช่นข้านี่ช่างเป็นบาป หล่อเหลาจนน่าเหนื่อยใจจริงๆ” เอาเถอะ มันไม่ได้เกินจริงจากที่ท่านน้าพูดสักเท่าไหร่หรอก ใบหน้ารูปงามนั่นก็เป็นบาปจริงๆนั่นแหละ บาปจนนางคิดอยากหาสามีให้เลยจริงๆ คิกคิก นี่หากเจ้าสำนักเจิ้งไม่มีรองเจ้าสำนักเซี่ยอยู่แล้วนางจะเชียร์คู่นี้ขาดใจเลย ฮ่าๆๆๆๆ “เจ้าหัวเราะด้วยเรื่องใด มีสิ่งใดน่าขันกัน”

“ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านน้าเจ้าคะ ต้วนซิ่วนี่ถือเป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่เจ้าคะ หมายถึงว่า มีต้วนซิ่วอยู่มาก”

“ใช่ หาใช่เรื่องแปลก เจ้าก็เคยพบเซี่ยลู่หานแล้วมิใช่หรือ หน้าตางดงามราวสตรีเช่นนั้นเป็นต้วนซิ่วก็ไม่แปลก”

“แล้วท่านน้าไม่คิด...”

“หยุดความคิดของเจ้าประเดี๋ยวนี้! ข้านั้นพึงใจเพียงสตรีงดงามเท่านั้น”

“เจ้าค่ะๆ หน้าตาท่านน้างดงามกว่าพวกนางเสียอีก จะมีสตรีใดงดงามได้เท่าเทียมท่านน้าอีกเล่าเจ้าคะ”

“ข้าหล่อเหลา!” ไม่ดูตัวเองเลยจริงๆ ยังดีที่ไหล่กว้างตัวใหญ่ หากตัวเท่านางคงได้เป็นชายงามล่มเมืองกระมัง

นางเก็บตัวตั้งใจฝึกตามตำราอย่างเคร่งครัด เรื่องท่วงท่านั้นนางทำได้ดี แต่กระบี่ที่ใช้นั้นยังไม่ค่อยเข้ากับกระบวนท่ามากนัก มันหนักเกินไปสำหรับนาง เมื่อเอ่ยถามกับท่านน้าเรื่องนี้ท่านน้าก็บอกกับนางว่ากระบี่นี้ไม่เหมาะกับนางเท่าใดนัก ท่านน้าจึงไปหากระบี่มาให้นางได้ลองฝึกมากขึ้นแต่ก็ไม่มีกระบี่ใดเลยที่นางพอใจ

“ให้มิติทำกระบี่ให้ได้หรือไม่นะ ลองดูดีกว่า” นางกำหนดจิตแล้วนึกถึงสิ่งที่อยากได้ กระบี่ของนางจะต้องปราดเปรียว พลิ้วไหว แข็งแรง น้ำหนักเบา และนางชอบสีชมพู เมื่อลืมตาขึ้นกระบี่อยู่ในฝักสีขาวอมชมพูก็ปรากฏแก่สายตา สวยมากทีเดียว มีลวดลายดอกเหมยสลักไว้ที่ฝักและด้ามจับ ตัวฝักและด้ามทำจากสิ่งใดนั้นนางก็ไม่แน่ใจนัก แต่มันดูแข็งแรงมากเช่นที่นางต้องการ เมื่อได้ลองจับก็เหมาะมือไม่น้อย “เอาล่ะ มาลองกันดีกว่า”

เนื่องจากกระบี่น้ำหนักเบามากจนแทบไม่รู้สึกนางจึงควงกระบี่ได้อย่างอิสระ น่าพอใจไม่น้อยเลย เหลือบมองซากกระบี่ที่ท่านน้าเอาเข้ามาแล้วก็ถอนหายใจ หากรู้เช่นนี้นางให้มิติทำกระบี่ให้เสียนานแล้ว “เสี่ยวหู่ เจ้าว่ากระบี่ของข้าสวยหรือไม่ นี่ข้าสร้างจากจินตนาการของข้าเลยนะ มันเหมาะกับข้ายิ่งนัก” มันเมินเฉยต่อนางจนน่าให้อดข้าวเสียจริง

นางออกจากมิติมาพร้อมกับกระบี่คู่ใจอันใหม่ คิดว่าจะไปทำขนมทานเสียหน่อยแต่เห็นแขกไม่ได้รับเชิญมานอนโยนถั่วเข้าปากเสียก่อนจึงต้องเดินไปหา “เจ้ามาทำไมไท่หลง ว่างนักหรือ”

“ว่างมาก นี่ๆๆๆ...”

“หยุด ไม่ต้องพูด เจ้าพูดแบบนี้ทีไรข้ามีเรื่องให้ต้องทำทุกที”

“ก็จริง แต่ครานี้ไม่ใช่หรอก ข้าเพียงอยากให้เจ้าตื่นเต้นเท่านั้น แล้วนั่นกระบี่ใหม่หรือ ไม่ใช่กระบี่ที่ข้าเคยให้เจ้านี่นา ทำจากหยกชั้นดี ลวดลายประณีตงดงาม แต่ข้าไม่เคยเห็นฝักกระบี่สีนี้เลย”

“สีนี้นั้นอ่อนหวานเหมาะกับข้าใช่หรือไม่เล่า”

“งั้นหรือ ข้าว่าเจ้าเหมาะกับสีดำมากกว่าเสียอีก เจ้าไปได้มาจากที่ใด ดูแล้วคงเป็นของล้ำค่าไม่น้อย”

“ในมิติ ช่างกระบี่ข้าเถอะน่า เมื่อครู่เจ้าอยากพูดสิ่งใดก็พูดมา ข้าจะไปทำขนม”

“ขนม! แบ่งให้ข้าบ้างสิ นะจิวเหมย” ทีนี้ล่ะแทบคุกเข่าอ้อนวอนนาง “นะสหาย ข้าอดอยากขนมยิ่งนัก”

“อืมๆ ทีนี้มีเรื่องใดก็รีบพูดมาเร็วเข้า”

“ก็ไม่มีเรื่องใดหรอก ข้าได้ยินจากในตลาดมาว่ามีป่าแห่งหนึ่งหากผู้ใดเข้าไปในนั้นจะถูกภูติผีกลืนกินวิญญาณจนตายกันทุกคน นี่ก็เพิ่งมีคนตายเพิ่มอีกหลายคนเพราะที่ตรงนั้นมีป่าแห่งนั้นอยู่เพียงแห่งเดียวให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บของป่าได้ หลังๆมานี้มีคนเข้าไปในป่าแล้วตายมากขึ้นชาวบ้านจึงเล่าต่อๆกันมาอย่างไรเล่า”

“ภูตผีหรือ เช่นนั้นก็รอฟังข่าวไปก่อนเถิด หากหนักหนาจริงข้าจะไปดู มีเท่านี้ใช่หรือไม่ข้าจะได้เข้าครัว”

“ใช่ มีเท่านี้แหละ ไปสิ ข้าจะช่วยเจ้าทำขนมเอง แล้วนั่นคือผู้ใดหรือ” ไท่หลงชี้ไปยังท่านน้าลู่ไป๋ที่กำลังนั่งเหลาไม้ทำลูกศรสำหรับหน้าไม้ให้นางอยู่ นางจะทำไว้ให้ท่านพ่อนำไปลองใช้ในกองทัพ “ข้าเห็นนั่งอยู่ตรงนั้นเสียนานแล้ว การแต่งกายคล้ายท่านน้าลู่ไป๋ แต่ใบหน้านั้นต่างกันราวนรกสวรรค์ ชายรูปงามปานนี้มาอยู่ที่จวนนี้ได้เช่นไร”

“ท่านน้าลู่ไป๋”

“ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้!

“เป็นไปแล้ว เจ้าตามข้าไปที่ห้องครัวเร็วเข้า จะได้เวลามื้อเที่ยงแล้วเดี๋ยวจะไม่ทัน” นางลากสหายที่ยังคงตกตะลึงกับใบหน้าของท่านน้าไม่หาย อย่าว่าแต่ไท่หลงเลย คนงานในจวนที่เห็นตอนแรกก็อ้าปากค้างไปตามๆกัน โดยเฉพาะสาวๆที่ยังไม่ออกเรือน หน้าแดงเขินอายกันจนนางเหนื่อยหน่ายทีเดียว “เจ้าอยากทานขนมอะไรเล่าไท่หลง”

“อะไรก็ได้ ขนมของเจ้าอร่อยทุกอย่างอยู่แล้ว”

“เช่นนั้นก็บวชฟักทองบัวลอยก็แล้วกัน” มันเป็นผสมผสานที่ลงตัวมากๆ นางกับไท่หลงและคนงานในครัวช่วยกันทำขนมเพราะนางจะทำให้เพียงพอสำหรับทุกคนในจวนรวมทั้งคนงานด้วย อีกทั้งต้องแบ่งไปให้คนงานที่บ้านของนางด้วย จวนอัครเสนาบดีจ้าวด้วย ทำเยอะๆไว้เป็นดี

“ช่วงนี้เจ้าเข้าไปอยู่ในมิติของเจ้าทุกวันเลยหรือจิวเหมย ไปทำอะไรในนั้น”

“เรื่องของข้าน่า ข้าก็ต้องมีเรื่องทำอยู่แล้วถึงเข้าไปอยู่ในนั้น”

“บอกหน่อยไม่ได้หรือ”

“อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอะไรนักหรอก แต่เอาไว้ข้าจะบอกเจ้าทีหลังก็แล้วกัน รีบนวดแป้งเข้า ข้าจะไปอาหารอย่างอื่นรอ” ฟักทองมีคนงานช่วยกันทำถึงสามคน ไท่หลงนวดแป้งและมีคนงานช่วยอีกหนึ่งคน อีกส่วนนางให้ขูดมะพร้าวคั้นเอากะทิ ตอนนี้นางมีน้ำตาลมะพร้าวใช้แล้วซึ่งมันดีสุดๆต่อการทำขนม

ตั้งแต่นางมีมิติของตนเองนางก็ไม่ได้เข้ามิติของท่านแม่อีกเลย อาจจะเพราะในมิติของนางก็สามารถดูดซับปราณได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งท่านแม่เองก็หายเงียบไปเลยไม่รู้ได้ว่าอยู่ที่ใด นางเองก็ไม่ได้เรียกหาเพราะหากท่านแม่อยากจะมาหานางก็คงมาด้วยตนเอง หรือจะไปเกิดใหม่แล้วก็ไม่รู้ได้เช่นกัน

“เอาหวานๆเลยได้หรือไม่จิวเหมย”

“ไม่ได้ เราควรทานหวานแต่พอเหมาะ มิเช่นนั้นจะเป็นโรคที่ยากต่อการรักษา”

“โรคใดหรือ”

“เบาหวานอย่างไรเล่า ไม่เพียงแค่เบาหวานเท่านั้น ยังนำไปสู่การเป็นโรคอื่นได้ด้วย” นางตั้งหม้อใส่หางกะทิลงไปแล้วตามด้วยฟักทอง ต้มด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆจนฟักทองสุกก็เติมเกลือกับน้ำตาลลงไป ส่วนบัวลอยนั้นคนงานที่เคยเป็นลูกมือให้นางมาหลายครั้งรู้ดีว่าต้องทำเช่นไร อาหารคาววันนี้เป็นไก่ตุ๋นยาจีน ผัดผักรวมมิตร หมูทอดกระเทียม แล้วก็รากบัวตุ๋นซี่โครงหมู จ้าวไท่หลงเห็นอาหารแล้วถึงกับกลืนน้ำลายไม่หยุด ความสุขของนางอีกอย่างก็คือการที่ได้เห็นคนในครอบครัวทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข นางชอบบรรยากาศแบบนี้จริงๆ

เพราะในชีวิตก่อนนั้นนางไม่แม้แต่จะได้ทานข้าวพร้อมหน้ากันสักวัน พ่อแม่ทำงานหนัก นางเองก็ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ทุกวัน มาดีขึ้นหน่อยก็ช่วงแม่มีน้อง แต่พ่อก็ยังกลับบ้านช้าและไม่ตรงเวลาอยู่เหมือนเดิมจนชิน

“ลูกได้กระบี่มาใหม่หรือเหมยเอ๋อร์ งดงามทีเดียว”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ กระบี่ที่ลูกเคยใช้นั้นมันหนักมากไปเจ้าค่ะ ลูกจึงต้องหากระบี่ที่เหมาะกับลูก” ท่านพ่อเพียงลูบศีรษะนางเบาๆแล้วยิ้มให้เท่านั้นแต่ไม่พูดสิ่งใด “ลูกจะตั้งใจฝึกวรยุทธ์เจ้าค่ะท่านพ่อ ถึงเวลาออกเดินทางเมื่อใดท่านพ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงลูกนะเจ้าคะ”

“พ่อจะไม่ห่วงเจ้าได้เช่นไร เจ้าเป็นลูกพ่อ ไม่ว่าเจ้าจะเก่งกาจเพียงใดพ่อก็ยังห่วง แต่ชีวิตเจ้าเป็นของเจ้าเหมยเอ๋อร์ พ่อให้เจ้าตัดสินใจด้วยตนเองมานานแล้ว อย่าคิดว่าที่พ่อไม่สนใจนั้นเพราะพ่อไม่รัก พ่อรักลูกเท่ากันทุกคน ตั้งแต่เจ้าขอพ่อออกไปอยู่ข้างนอกด้วยตนเอง พ่อก็ตัดสินใจได้ทันที ไม่ว่าลูกของพ่อต้องการสิ่งใดพ่อก็จะสนับสนุนในทางที่พวกเจ้าเลือกเสมอ ไม่ว่าทางนั้นจะเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใดก็ตาม”

“ขอบพระคุณท่านพ่อเจ้าค่ะที่เข้าใจลูก” นางก็หวังเพียงเท่านี้แหละ ขอแค่มีคนเข้าใจความเป็นนางเท่านั้น

สามเดือนผ่านไปฤดูเหมันต์สิ้นสุด เหลาอาหารและเหลาสุราของนางเสร็จสิ้นพร้อมเปิดบริการ ช่างไม้ที่ทำหน้าที่ก่อสร้างตกแต่งทั้งยังจัดทำอุปกรณ์เครื่องใช้ในเหลาทั้งสองให้นางด้วย อีกสี่เดือนต่อจากนี้จะเป็นวันเกิดปีที่สิบสี่ของนาง นางต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ให้เข้าที่เข้าทางมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งใดผิดพลาดขึ้นระหว่างนางเดินทาง

“ขึ้นป้ายเรียบร้อย สุราของข้าก็พร้อมขายแล้วเช่นกัน”

“ท่านน้าสอนคนงานหมักสุราแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“อืม ได้ข้าสอนเช่นไรก็ต้องออกมาดีเป็นแน่” นางทำทางเชื่อมระหว่างสองร้านไว้ มีครัวแยกชัดเจนไม่ให้ปะปนกันแต่สูตรอาหารนั้นเหมือนกัน เพียงแต่เหลาอาหารนั้นจะขายอาหาร ขนมและน้ำชาเท่านั้นไม่ขายสุรา ทั้งสองเหลาอยู่ภายใต้ชื่อเดียวกันคือเหลาฟู่ นางตกแต่งแบบร่วมสมัย นำอนาคตและปัจจุบันมารวมกันจึงออกมาเป็นเหลาทั้งสองที่สวยสะดุดตา งดงามจนเป็นที่เลื่องลือทีเดียว

พี่เสี่ยวจิงเองก็ท้องโตขึ้นทุกวัน นางดูแลเป็นอย่างดีไม่ให้ผู้ใดเข้าไปหวังทำร้ายได้เด็ดขาด ฮ่องเต้ถึงกับให้พี่เสี่ยวจิงกลับออกมาอยู่จวนสกุลจ้าวเป็นการชั่วคราวเพราะวิตกกังวลจนเกินเหตุ แม้จะไม่ดีนักและเป็นที่ครหานินทากันหนาหูแต่ฝ่าบาทก็ไม่สนใจเสียงใดๆไม่ ขอเพียงลูกกับเมียปลอดภัยก็พอ

“เจ้าจะเปิดร้านวันใดหรือจิวเหมย”

“อีกสองวัน เจ้าถูพื้นให้มันดีๆหน่อยได้หรือไม่ เปียกจนข้าคิดว่าฝนตกหลังคารั่วแล้วนะไท่หลง”

“ข้าคุณชายรองจ้าวไท่หลง ข้าเคยทำแบบนี้เสียที่ไหนเล่า! อยากให้ทำดีๆก็มาสอนข้าทำสิ”

“ก็บิดผ้าให้มันหมาดๆหน่อย รู้จักหรือไม่หมาดๆน่ะ เอาน้ำออกจากผ้าให้หมดแล้วค่อยถู”

“คนงานก็ออกเยอะแยะ ใยเจ้าต้องให้ข้าทำเองด้วย”

“ไท่หลง ทุกคนต่างก็กำลังทำงานเจ้าเห็นหรือไม่ การเป็นเจ้านายคนนั้นไม่ใช่ว่าเราจะต้องชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว สิ่งเล็กๆน้อยๆพวกนี้หากทำได้เราก็ทำ อย่าคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของคนอื่น เพราะนี่เป็นเหลาของเรา เราต้องช่วยกันดูแล”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

“เข้าใจแล้วก็ถูให้มันดีๆเลย ข้าจะไปถูด้านนู้นเอง” จ้าวไท่หลงมองตามแผ่นหลังเล็กของสหายที่เดินไปหยิบถังใส่น้ำกับผ้าอีกผืนเพื่อไปถูพื้นอีกฝั่ง ตั้งแต่เช้าจิวเหมยยังไม่หยุดทำงานเลย ไม่มีบ่นว่าเหนื่อยหรือล้า ไม่มีบ่นว่างานหนักหรือทำไม่ไหว สหายของเขาทั้งช่วยยกโต๊ะเก้าอี้เข้ามาจัดในเหลาทั้งสอง ช่วยปัดกวาดเช็ดถูทุกอย่างที่ทำได้ เป็นเขาเองที่ไม่ได้ทำสิ่งใดมากเลยแต่กลับรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากทำ แต่พอเห็นสหายเอาแต่ก้มหน้าทำงานใจมันก็เริ่มอยากจะสู้ ผู้หญิงตัวเล็กๆยังทำได้แล้วเหตุใดเขาจะทำไม่ได้!

สองวันต่อมาเหลาอาหารและเหลาสุราของตระกูลหลิวก็เปิดอย่างเป็นทางการ มีท่านอัครเสนาบดีและท่านแม่ทัพใหญ่หลิวตงเฉินมาเป็นผู้เปิด เหลาทั้งสองคึกคักเป็นอย่างมาก ลูกค้าเข้ามาทานอาหารและดื่มสุราไม่มีหยุด โรงทานของนางเองก็เปิดเช่นกันและจะเปิดตลอดไป แม้จะไม่ทุกวันแต่มันก็คงจะพอช่วยคนยากไร้ได้อยู่บ้าง

“สุราดี ท่านลู่ไป๋ได้วิธีการหมักสุราเช่นนี้มาจากที่ใดหรือ”

“ไม่อาจบอกได้ขอรับท่านแม่ทัพ”

“ฮ่าๆ เอาเถิดๆ เช่นไรหากเอาไปหมักเองก็คงไม่ได้รสดีเท่านี้เป็นแน่”

“คนเข้าเหลาสุรามากทีเดียว”

“เจ้าค่ะท่านลุง หลานได้ลองเอามาขายช่วงก่อนที่จะปิดร้านเจ้าค่ะ ลูกค้าชอบกันมาก หลานจึงคิดจะเปิดเหลาสุราโดยให้ท่านน้าลู่ไป๋เป็นผู้ดูแล อีกทั้งยังเป็นหุ้นส่วนด้วยเจ้าค่ะ”

“เช่นนี้ลุงก็คงไม่ต้องห่วงไท่หลงแล้วกระมัง ไม่นานคงร่ำรวยกว่าพ่อเป็นแน่ใช่หรือไม่หลงเอ๋อร์”

“แน่นอนขอรับท่านพ่อ หลิวจิวเหมยเสียอย่าง เช่นไรก็ต้องร่ำรวย ใช่หรือไม่สหาย” นางตวัดตามองแล้วลากไท่หลงให้ลงมาช่วยรับแขก เรื่องนี้คือเรื่องถนัดของจ้าวไท่หลงเลยทีเดียว สหายของนางนั้นแพรวพราวมาก สาวน้อยสาวใหญ่รุมล้อมไม่มีหยุด เรียกแขกสาวๆเข้าเหลาได้มากทีเดียว และอีกคนที่เรียกแขกได้ดีไม่แพ้กันก็คือท่านน้าลู่ไป๋ โอ้โห เหลาสุราแทบแตกเลยเมื่อเช้า สาวๆมาจากที่ใดมากมายนักก็ไม่รู้ได้ จนเจ้าตัวเขาหนีมานั่งดื่มสุรากับท่านพ่อแล้วก็ท่านลุงนี่แหละ

“เหมยเอ๋อร์” พี่หยางในชุดคุณชายสีขาวเดินยิ้มหวานเข้ามาหานางพร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ กุหลาบในสวนจวนตระกูลจ้าวคงหมดแล้วเป็นแน่ “พี่ให้เจ้า ขอโทษที่พี่มาช้าไปสักหน่อย”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ หอมดีจัง”

“เจ้าชอบพี่ก็ดีใจ”

“แล้วของข้าไม่มีบ้างหรือขอรับพี่ใหญ่ ข้าก็อยากได้ดอกไม้บ้าง” เจอพี่หยางปรายตามองไปถึงกับเดินถอยหลังเข้าไปในครัวเลยทีเดียว คิดว่าจะกล้ากว่านี้เสียอีก

“พี่หยางทานข้าวมาหรือยังเจ้าคะ ท่านพ่อ ท่านลุงแล้วก็ท่านน้าลู่ไป๋อยู่กันด้านบนเจ้าค่ะ เชิญพี่หยางไปร่วมสนทนากับพวกท่านก่อนดีกว่า ข้าจะจัดอาหารกับสุราไปเพิ่มให้นะเจ้าคะ”

“เจ้าดูแลแขกต่อเถิด พี่ขึ้นไปเองได้” คล้อยหลังพี่หยางนางก็เอาดอกกุหลาบไปใส่โถแจกันตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานของนาง ก่อนจะออกมาจัดอาหารอีกชุดขึ้นไปให้พี่หยางด้านบน วันนี้แม่ใหญ่ไม่ได้มาเพราะต้องดูแลกุ้ยอัน ส่วนพี่เสี่ยวอิงนั้นย่อมต้องมาช่วยนางดูเรื่องบัญชีอยู่แล้ว กุ้ยผิงกับฟางเอ๋อร์ต้องเรียนกับอาจารย์ที่ท่านพ่อหามาให้อยู่ที่จวน

“จิวเหมยๆ มีคนมาของานทำ เจ้าจะรับไว้หรือไม่”

“น่ารับไว้หรือไม่เล่า”

“เจ้าจำแม่ลูกที่เราช่วยไว้เมื่อวันเปิดโรงทานวันแรกได้หรือไม่ ที่อยู่ในบ้านหลังเก่าๆน่ะ”

“ได้สิ แม่นางผู้นั้นมาสมัครงานหรือ”

“ใช่ๆ เจ้าจะรับไว้หรือไม่เล่า”

“เจ้าไปลองพูดคุยดูเถิดว่าทำสิ่งใดได้บ้าง หากพอรับได้ก็รับไปเถิด โรงนอนของคนงานก็ยังมีว่างอยู่หลายห้อง” เปิดเหลาครั้งนี้นางไม่ได้ให้คนงานพักอยู่ด้านหลังเหลาเช่นครั้งก่อนแต่ให้เดินทางกลับไปนอนที่บ้านติดกำแพงเมืองแทน ระยะทางไม่ไกลอีกทั้งยังมีรถม้าคอยรับส่ง ไม่เป็นปัญหาสำหรับเรื่องการเดินทางแน่นอน

สุดท้ายไท่หลงตัดสินใจรับทั้งแม่ทั้งลูกเข้าทำงานที่เหลาอาหาร คนแม่นั้นทำอาหารเป็นจึงให้ไปช่วยในครัว ส่วนลูกชายนั้นไท่หลงให้ช่วยปัดกวาดเช็ดโต๊ะเมื่อแขกลุกออกไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นงานที่เหมาะแล้วเพราะเด็กคนนั้นตัวเล็กนิดเดียว ให้ช่วยงานหนักๆก็คงไม่ได้ ไท่หลงจัดการทุกอย่างได้ดีเกินคาดทีเดียว

สองสัปดาห์ต่อมานางก็ไม่ต้องเข้าไปที่เหลาอาหารกับเหลาสุราอีกต่อไป เพราะมีคนดูแลในแต่ละตำแหน่งอยู่แล้ว พี่เสี่ยวอิงจัดการเรื่องบัญชีของทั้งสองเหลา เรื่องสุราก็เป็นคนที่ท่านน้าลู่ไป๋ไว้ใจ หลงจู๊เหลาอาหารนางก็เลือกมาเองกับมือ ที่โรงหมอก็มีพี่เอ้อหลางดูแล นางเพียงออกไปตรวจตามวันที่ติดประกาศไว้ โรงทานก็มีคนงานอีกกลุ่มดูแล ทุกอย่างลงตัวเป็นอย่างมากจนนางสบายใจ จ้าวไท่หลงเข้าไปดูแลให้ทุกวันเพื่อให้นางได้มีเวลาฝึกวรยุทธ์ที่ก้าวหน้าไปมากแล้ว

แต่ก็ยังแพ้ท่านน้าลู่ไป๋อยู่ดี

“ฝีมือเจ้าพัฒนาไปมาก เช่นไรก็พอที่จะสู้กับผู้อื่นได้เป็นแน่ เห็นแล้วใช่หรือไม่ หากเจ้าเข้าใจในตำรามากขึ้นเจ้าก็จะฝึกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เจ้ายังขาดคือความแข็งแกร่งของปราณ เจ้าต้องหมั่นฝึกฝนส่วนนี้ให้มากเช่นเดียวกัน”

“เจ้าค่ะท่านน้า ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”

“เจ้าเก่งมากแล้วจิวเหมย จะมีสตรีใดบ้างที่ต่อสู้ทั้งมือเปล่าและอาวุธได้ยอดเยี่ยมเช่นเจ้า แม้แต่เสี่ยวจิงเองก็เถอะ ถือว่าวิชาที่เจ้าเรียนมาตอนอยู่กับท่านตาของเจ้านั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก” แม่ไม้มวยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกอยู่แล้ว นี่ยังไม่ได้โชว์เทควันโด้ ฮับกิโด้ คาราเต้ และอื่นๆที่ร่ำเรียนมาอีกนะ รับรองว่ามีอึ้งกันแน่ “เจ้าคุยกับจ้าวไท่หยางแล้วใช่หรือไม่”

“คุยเมื่อนานมาแล้วเจ้าค่ะ แต่ยังไม่ได้บอกย้ำไปอีกครั้งว่าข้าตัดสินใจออกเดินทางเมื่อใด”

“ข้าไม่อยากให้เจ้าเดินทางผ่านมิติบ่อยนัก หากมีผู้อื่นที่ไว้ใจไม่ได้มารู้เข้าเจ้าจะเป็นอันตรายเอาได้” นางก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน อาจจะมาสัปดาห์ละครั้งก็อาจจะเพียงพอ เช่นไรก็มีท่านพ่อดูแลอยู่นางจึงไม่ห่วงมากนัก

นางมารอบพบพี่หยางที่จวนสกุลจ้าว เวลานี้ดอกไม้กำลังเริ่มพลิบานแล้วหลังจากผ่านช่วงฤดูเหมันต์มาได้ ที่ไร่ของนางก็เริ่มลงเมล็ดพืชผักแล้วเช่นกัน อีกไม่นานทั่วทุกมุมในเมืองหลวงคงเต็มไปด้วยความงดงามของดอกไม้ แม้จะเริ่มอากาศร้อนแต่นางก็ชอบที่ดอกไม้แข่งกันเบ่งบาน งดงามเสียยิ่งกว่าภาพวาดที่เคยเห็นเสียอีก

“เหมยเอ๋อร์ รอนานหรือไม่”

“ไม่นานเจ้าค่ะพี่หยาง ดื่มน้ำชาแก้กระหายก่อนเจ้าค่ะ”

“ขอบใจ เจ้ามาพบพี่ด้วยเรื่องใดหรือ”

“อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเกิดของข้าแล้ว แต่ข้าได้ปรึกษาท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะ ว่าหากข้าพร้อมจะเดินทางก็ออกเดินทางได้เลย ข้าจึงมาบอกพี่หยางเอาไว้ เผื่อว่าก่อนเดินทางข้าจะไม่มีโอกาสได้บอก”

“เหมยเอ๋อร์ ช่วงที่ผ่านมาพี่ทำงานหนักจนแทบไม่ได้พบหน้าเจ้าเลย เจ้าคิดว่าเพราะเหตุใดหรือ หากไม่ใช่เพราะพี่จะเดินทางไปกับเจ้าด้วย”

“แต่ว่า พี่หยางเป็นถึงรองแม่ทัพนะเจ้าคะ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจะทำเช่นไรเล่าเจ้าคะ”

“มีรองแม่ทัพอีกหลายคนยังคงประจำอยู่เมืองหลวง พี่ทูลฝ่าบาทเรื่องนี้ไปแล้วและฝ่าบาทเองก็ไม่ขัด”

“ไปได้แน่หรือเจ้าคะ”

“ได้สิ เว้นเสียแต่ว่าเจ้าไม่อยากให้พี่ไปด้วย”

“อยากสิเจ้าคะ หากพี่หยางไปด้วยข้าย่อมอุ่นใจมากขึ้นเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ให้คนมาแจ้งพี่ก่อนวันเดินทางสักหนึ่งวัน ระหว่างนี้พี่จะรีบสะสางงานที่เหลือทั้งหมดให้เสร็จโดยเร็ว” เมื่อพูดคุยกันเข้าใจดีแล้วนางก็ขอตัวกลับจวน หากอยู่นานกว่านี้นางกลัวว่ามันจะไม่งาม เป็นสตรีก็ต้องไว้ตัวกันบ้าง

นางเร่งฝึกวรยุทธ์ทุกกระบวนท่าให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตระเตรียมเสื้อผ้าของบุรุษไว้ให้พร้อมเพราะการเดินทางครั้งนี้นางจะแต่งกายเป็นบุรุษเพื่อป้องกันเสียงครหานินทาว่าเป็นสตรีผู้เดียวแต่กลับเดินทางร่วมกับบุรุษถึงสามคน แต่ถึงจะมีผู้รู้เข้านางก็ไม่สนใจเพราะเจตนาของนางคือการออกไปช่วยเหลือผู้คนทั่วยุทธภพ

หลังจากวันนั้นสองเดือนต่อมานางพร้อมพี่หยาง ท่านน้าลู่ไป๋ ไท่หลง และเสี่ยวหู่ก็ออกเดินทาง

“ยุทธภพจ๋า รอก่อนนะ จิวเหมยคนนี้กำลังออกไปช่วยเหลือทุกคนแล้ว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.524K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4296 olahe (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 19:47
    บวดฟักทอง นะคะ
    บวช ใช้กับ กล้วย "บวชชี" เท่านั้นค่ะ
    ส่วน "แกงบวด" ทั้งหลาย ใช้ ด สะกด

    ผลิบาน ใช้ ผ ไม่ใช่ พ นะคะ
    #4,296
    0
  2. #3965 Nuthathai Por (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 05:33

    ดีจังที่ไปหยางไปด้วยได้

    #3,965
    0
  3. #3793 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 14:42
    กลุ่มหายนะนิดๆ
    #3,793
    0
  4. #3254 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 07:25
    อยากได้​เจ้าชายต่าง​เมือง​ท่าจะดีเจ้าคะ
    #3,254
    0
  5. #2716 kittysmall (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 06:59
    คิดถึงมากกกกกกเลย เมืาอไหร่จะมาต่อค้า
    #2,716
    0
  6. #2710 NittayaWichaya (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 06:39
    รอคะสนุกมมากๆมาต่อไวๆนะ
    #2,710
    0
  7. #2708 Bayu (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:52
    สนุกน่าติดตามตลอดเลยคะ

    แต่ถ้าเพิ่มชื่อคนเวลาพูดขึ้นมาอีกนิดจะดีมาก เพราะตอนที่คุณกันหลายๆคนจะงงๆนิดนิง
    #2,708
    1
    • #2708-1 pmsrisermsin(จากตอนที่ 54)
      21 สิงหาคม 2562 / 16:58
      ใช่เลยๆไม่งั้นก็เพิ่ทเอกลักษณ์ในการเรียกเช่นชายหน้าเหม็นอันเนี้ยะรู้เลยว่าหมายถึงพี่เต้
      #2708-1
  8. #2704 maemond (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 13:24
    สนุกมากค่าาา อ่านยาวๆเลยยย
    #2,704
    0
  9. #2703 565118 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 11:25
    อยากรู้จริงว่าท่านน้านี่จะคู่กะใครน้อ
    #2,703
    0
  10. #2700 0879944599 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 06:27
    ขอจิ้น ท่านน้า กับ น้องหลง คับ ( ขอร้องแกมบังคับ) 555
    #2,700
    0
  11. #2698 eng_oei (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:31

    ตื่นเต้นผจญภัยไปกับจิวเหมยและผองเพื่อน?์?? 555 ทำไมรู้สึกเหมือนจะได้ผ่านด่าน

    #2,698
    0
  12. #2697 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 17:37

    กำลังสนุกเลยค่ะไรท์ รีบๆมาต่อเร็ว นางจะไปช่วยคนหรือไปก่อกวนใครอีกก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆมีสหายจอมตระกละแถมเฮฮาไปด้วยคงสนุกแน่ๆ มาต่อไวๆน่ะค่ะรอค่ะ
    #2,697
    0
  13. #2695 ภัสรา (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:59

    #สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น#

    #2,695
    0
  14. #2694 Meemiza (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:03
    สนุกมากเลยค่ะ อ่านรวดเดียวจบเลย
    #2,694
    0
  15. #2692 numomoji (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 15:32
    รอนะคะมาต่อได้แล้วคะอย่าหายไปนาน
    #2,692
    0
  16. #2690 kiss k. (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 14:12
    เอาไท่หลงไปทำไมอ้ะ น่าให้อยู่ฝึกทำงานที่ร้าน ไหนๆก็ตัดสินใจเป็นพ่อค้าแล้ว
    #2,690
    0
  17. #2689 Suphatsorn2510 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 08:23
    พาทย์แรกจบแล้ววว..รอพาทย์ต่อไป..รีบมานะคะอยากอ่านแล้วววว
    #2,689
    0
  18. #2686 Nuengsupasit (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:23

    สนุกมากกกก
    #2,686
    0
  19. #2685 chanchan123 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 20:10
    ตอนแรกนึกว่ายังไงไท่หยางคงไม่ได้ไปด้วย ไปด้วยกันแบบนี้ดีแล้ว
    #2,685
    0
  20. #2684 150221 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 18:51
    ดีใจที่พระเอกไปด้วย
    #2,684
    0
  21. #2683 150221 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 18:50
    สนุกมากจบพาทย์แรก รอพาทย์ต่อไป ขอสนุกไม่ดราม่านะไรท์
    #2,683
    0
  22. #2680 Pandanus23233 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 16:50
    เย้ๆๆๆ พี่หยางก็ไปด้วย ขอหวานๆๆๆๆๆเพิ่มมมมม
    #2,680
    0
  23. #2678 มุเจิน (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 13:19
    ชอบจริงๆนางจะผจญภัยแล้ว รอค่ะ
    #2,678
    0
  24. #2677 นักอ่านเงาเลเวล13 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 11:06
    สนุกจางงงง
    #2,677
    0
  25. #2675 chon29 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 05:24
    ออกเดินทางแล้ววววว
    #2,675
    0