หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 53 : พรรคหยกจันทรา 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,161 ครั้ง
    7 ส.ค. 62

คืนนี้เป็นคืนเดือนดับ เหมาะแก่การลอบสังหารยิ่งนัก

นางกับพี่หยางอยู่ในชุดสีดำรัดกุมกำลังยืนรอจังหวะให้คนของท่านน้าลู่ไป๋เข้าไปยังพื้นที่ของพรรคหยกจันทราให้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้กำลังคุ้มกันแน่นหนาสมกับที่วันพรุ่งจะเป็นวันแต่งตั้งประมุขพรรคคนใหม่ แต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก หรือหากเกิด ประมุขที่จะแต่งตั้งก็ต้องเป็นคนของท่านน้าเท่านั้น

“เงียบๆแบบนี้เสียงระเบิดดังฟังชัดเป็นแน่เจ้าค่ะ” นางเอาระเบิดออกมาให้พี่หยางถือไว้สี่ลูก นางถือไว้เองพร้อมจุดอีกหนึ่งลูก งานนี้ขว้างระเบิดกันสนุกแน่ “พี่หยางไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ข้าจะฆ่าให้เรียบเลยคอยดู”

“พี่กังวลว่าเจ้าจะเป็นอันตรายมากกว่านะเหมยเอ๋อร์”

“มีพี่หยางอยู่กับข้ายังจะต้องกังวลอีกหรือเจ้าคะ อีกอย่างเราเป็นกองหนุน พวกท่านน้าต่างหากที่น่าเป็นห่วง”

“เช่นไรก็ต้องระวังตัวให้มาก ท่านลู่ไป๋พร้อมแล้ว ลงมือได้เลยเหมยเอ๋อร์” นางยกยิ้มแล้วคว้าเอาคบไฟจากพี่หยางมาเตรียมพร้อม เมื่อเห็นท่านน้าส่งสัญญาณมานางก็จุดระเบิดลูกแรกแล้วส่งให้พี่หยางเป็นผู้ขว้างโดยนางเป็นผู้ชี้จุด ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ตัวจุดชนวนดับก่อนระเบิดทำงาน ฝีมือการขว้างระเบิดของพี่หยางแม่นราวกับจับวางทีเดียว

ตู้ม!

“เข้าเป้า!” ระเบิดลูกแรกดังขึ้นเสียงโกลาหลของคนในพรรคหยกจันทราก็ดังตามมา นางจุดลูกที่สองแล้วให้พี่หยางขว้างไปยังทิศที่ท่านน้าลู่ไป๋อยู่ เพื่อให้พวกมันเข้าไปใกล้ท่านน้าให้มากที่สุด เมื่อเห็นพวกมันไปกันกลุ่มใหญ่นางก็ให้พี่หยางขว้างออกไปอีกจุดที่กองกำลังของท่านน้าซุ่มรออยู่ ด้วยฝีมือที่เก่งกาจทำให้จัดการพวกมันได้ไม่ยาก ไม่นานท่านน้ากับกองกำลังก็ฝ่าเข้าไปถึงยังภายในพรรคได้ “ทีนี้ขว้างเข้าไปในป่านะเจ้าคะ พวกมันจะได้แบ่งคนออกไปหลายๆจุด”

ทำให้คนในพรรคเหลือน้อยเท่าไหร่ได้ยิ่งดี หากพวกมันกรูกันออกไปตามเสียงระเบิด ท่านน้ากับกองกำลังจะได้จัดการเก็บกวาดในพรรคได้ไม่ยากนัก นางหยิบระเบิดลูกใหญ่ที่สุดที่มีออกมาจุดแล้วให้พี่หยางขว้างออกไปยังป่าให้ห่างจากพรรคหยกจันทราให้มากที่สุด เสียงระเบิดดังติดต่อกันถึงสามลูกทำให้พวกมันพากันออกไปตามเสียงเช่นที่นางคาดไว้ โง่ดีจริงๆ คงต้องให้ประมุขพรรคคนใหม่จับศิษย์รุ่นต่อไปฝึกให้มากๆเสียแล้ว

นางกับพี่หยางรออยู่ที่จุดเดิมจนกว่าคนของท่านน้าจะมาแจ้งว่าทุกอย่างนั้นเรียบร้อยดีแล้วจึงจะออกไป ระหว่างรอก็ต้องคอยดูพวกที่ออกไปด้วยว่าย้อนกลับมาหรือไม่ หากกลับมาก็ขว้างระเบิดออกไปอีก จนระเบิดที่นางเอาเกือบหมดนั่นแหละท่านน้าถึงยืดพรรคหยกจันทรากลับมาได้

“ข้าคิดว่าจะได้นอนที่ตรงนั้นแล้วเสียอีกเจ้าค่ะท่านน้า” นางเดินเข้าไปในห้องโถงพร้อมกับพี่หยาง เหล่าบรรดาคนใหญ่คนโตของพรรคที่คิดเอาใจออกห่างท่านน้าผู้เป็นประมุขพรรคนั้นถูกจับมัดรวมกันไว้หมดแล้ว ในนี้เละยิ่งกว่าโจ้ก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เด่นสะดุดตานางยิ่งนัก นั่นก็คือเก้าอี้ทองอร่ามของประมุขพรรค นางยืนกอดอกมองอย่างพิจารณา “ท่านน้าจะต้องร่ำรวยมากเป็นแน่ ถึงได้ทำเก้าอี้จากทองคำเช่นนี้ น่าสนใจยิ่งนัก” นอกจากเก้าอี้แล้ว ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างก็มีแต่ของล้ำค่าทั้งนั้น เช่นโถที่ทำจากหยกชั้นดีซึ่งเป็นของหายาก หากไม่ร่ำรวยก็ยากจะได้ไว้ครอบครอง

“หากเจ้าสนใจจะเอาไปเป็นรางวัลก็ได้นะจิวเหมย”

“รางวัลอะไรกันเล่าเจ้าคะ ข้าเต็มใจช่วยท่านน้าด้วยใจจริงไม่ได้ต้องการรางวัลเสียหน่อย”

“ขอบใจเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้าช่วยคงไม่ง่ายดายเช่นนี้”

“เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะท่านน้า”

“พวกเจ้าเป็นผู้ใด! บังอาจยิ่งนักที่บุกมาถึงพรรคหยกจันทรา!

“ข้าเป็นผู้ใดน่ะหรือ” ท่านน้าเดินเข้าไปยืนตรงหน้าผู้อาวุโสของพรรคที่ถูกจับมัดรวมกันในสภาพที่ดูไม่ได้ “อยากรู้หรือว่าข้าเป็นผู้ใด” ปราณอันแข็งแกร่งของท่านน้าปล่อยออกมาจางๆให้ได้รับรู้ตัวตน ก่อนที่นางจะได้เห็นหน้ากากมนุษย์ถูกถอดออกจากใบหน้าที่นางคุ้นเคยอย่างช้าๆ เมื่อหน้ากากหลุดออกไปนั้นทำเอาหน้าอ้าปากจนกรามค้างดีเดียว

“โอ้ มาย ก้อด”

“ฟ่านลู่ไป๋!

“ใช่ ข้าเอง คิดหรือว่าคนอย่างข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าครองพรรคที่บรรพบุรุษของข้าก่อตั้งขึ้นมาง่ายๆ คนอย่างข้าฟ่านลู่ไป๋ ต่อให้เป็นวิญญาณข้าก็จะไม่มีวันให้พวกเจ้าสมหวัง เอาพวกมันไปขัง ห้ามให้น้ำและอาหารจนกว่าข้าจะสั่ง ข้าอยากให้พวกมันได้ลิ้มรสความทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น”

“ขอรับท่านประมุข”

“เหมยเอ๋อร์ เจ้าอ้าปากมากไปแล้วกระมัง หุบหน่อยดีหรือไม่”

“เอ่อ ฮ่าๆ ข้าเพียงตกใจมากไปเท่านั้นเจ้าค่ะพี่หยาง ผู้ใดจะคิดเล่าเจ้าคะว่าชายอัปลักษณ์ที่อยู่กับข้ามานานจะรูปงามยิ่งกว่าเทพเซียนเช่นนี้” ใบหน้าช่างเป็นบาปเช่นที่พี่เสี่ยวจิงเคยพูดไว้จริงๆ แต่เช่นไรพี่หยางก็รูปงามที่สุดสำหรับนางอยู่ดี ส่วนท่านน้าน่ะหรือ ออกจะหน้าสวยราวสตรีมากกว่า หากแต่งเป็นสตรีคงยากที่จะแยกออก เลือดวายในตัวช่างพลุ่งพล่านยิ่งนัก “ข้าเริ่มง่วงแล้วเจ้าค่ะท่านน้า ให้คนจัดห้องให้ข้ากับพี่หยางได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้สิ ข้าจะให้คนไปจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้”

“ขออาหารให้ข้าชุดใหญ่ด้วยนะเจ้าคะ ของเสี่ยวหู่ด้วย มันคงหิวเป็นแน่หลังจากไปวิ่งออกกำลังกายมา” นึกถึงเจ้าพยัคฆ์เมฆาที่นางให้มันออกไปวิ่งในป่ายามดึก ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงให้ไปขัดแข้งขัดขาพวกที่ออกไปตามเสียงระเบิดของนางเท่านั้น ให้มันเล่นสนุกให้เต็มที่ อีกอย่างคือมันอ้วนจนนางจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว มันต้องลดน้ำหนักเสียบ้าง

อ่า เสียงวิ่งลงเท้าหนักเช่นนี้เป็นเจ้าอ้วนของนางไม่ผิดแน่

“กลับมาแล้วหรือเสี่ยวหู่ นี่ข้าให้เจ้าไปวิ่งเล่นนะไม่ได้ให้ไปจมบ่อเลือดมา ใยถึงได้เลอะเทอะเช่นนี้” เลือดเต็มตัวเลยเสี่ยวหู่เอ้ย นางสำรวจตัวมันเผื่อว่าจะบาดเจ็บแต่ไม่พบแม้รอยขีดช่วน “เจ้าฆ่าไปมากเลยหรือ” มันตอบกลับมาว่าไม่ได้ฆ่าเลยสักคน แค่ทำให้บาดเจ็บจนตายเท่านั้น “แล้วมันต่างจากฆ่าตรงไหน ไปเลย ไปล้างตัวประเดี๋ยวนี้”

“พวกที่ออกไปในป่าคงไม่เหลือกลับมาสักคนแล้วกระมัง”

“ท่านน้าให้คนออกไปดูสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เผื่อว่ายังมีผู้รอดชีวิต”

“อืม เจ้ากับรองแม่ทัพจ้าวไปพักผ่อนเถิด ส่วนอาหารนั้นจะให้คนนำไปให้ที่ห้องพักของพวกเจ้า”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านน้า” นางเดินตามเสี่ยวหู่ออกไปเพราะกลัวมันอาบน้ำไม่สะอาด หากเป็นเช่นนั้นนางคงได้นอนดมกลิ่นเลือดทั้งคืนเป็นแน่ ยิ่งอากาศหนาวเย็นเช่นนี้อย่าหวังเลยว่าเสี่ยวหู่มันจะอาบน้ำ แต่สัตว์อสูรก็ไม่ค่อยมีกลิ่นนักหรอก ไม่อาบน้ำตลอดเลยยังได้ แต่ไปอาบเลือดมาเช่นนี้จะไม่อาบไม่ได้ “ข้าคิดไม่ผิดที่เดินตามเจ้ามา ไปนอนกลิ้งกับหิมะเช่นนั้นมันจะช่วยให้คราบเลือดบนตัวเจ้าออกหมดได้เช่นไร มานี่ข้าจะอาบน้ำให้เจ้าเอง” นางลากมันมายังโอ่งใส่น้ำแต่มีหรือมันจะยอมไปง่ายๆ น้ำเย็นๆคือสิ่งที่มันเกลียดมากที่สุด กว่าจะอาบให้สะอาดนางก็เปียกไปทั้งตัว

“รีบเข้าห้องเถิดเหมยเอ๋อร์ เดี๋ยวจะไม่สบาย”

“เจ้าค่ะพี่หยาง ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าคะ เจอกันตอนเช้านะเจ้าคะ ไปกันเถอะเสี่ยวหู่ เจ้าอย่าบ่นให้มากนักเลย” เมื่อเข้ามาในห้องนางก็พามันเข้าไปอยู่ในมิติตามที่มันขอพร้อมกับเนื้อย่างฉ่ำๆที่มีคนของท่านน้าเอามาให้ “อยู่ในนี้ไปก่อน ข้าจะออกไปนอนข้างนอก” เพราะวันพรุ่งมีบางอย่างที่นางสนใจอยากจะออกไปสำรวจดูสักหน่อย

รุ่งเช้านางรีบตื่นมารอพี่หยางตามนัดหมาย นางไม่ได้บอกท่านน้าเรื่องนี้เพราะอยากแน่ใจเสียก่อน นางคิดว่านางตื่นเร็วแล้วแต่ก็ไม่ทันพี่หยางอยู่ดี เสี่ยวหู่เดินไปหาวไปอยู่ข้างๆนาง ตอนเข้าไปเอามันออกมานี่ลำบากมาก ไม่เพียงแต่มันไม่ตื่นเท่านั้นแต่ตัวมันใหญ่จนนางอุ้มไม่ไหว จึงต้องทำให้มันตื่นเสียก่อนถึงจะยอมตามนางออกมา

“เจ้าแน่ใจหรือเหมยเอ๋อร์ว่าจะมีของเช่นที่เจ้าบอกพี่จริงๆ”

“ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ จึงอยากไปสำรวจดูเสียก่อน ไปกันเถิดเจ้าค่ะ”

“จะไปที่ใดกันหรือ”

“ท่านน้า! ไม่คิดว่าจะตื่นเช้าเช่นนี้นะเจ้าคะ”

“เจ้าเคยเห็นข้าตื่นสายด้วยหรือ อยู่กับเจ้าข้าต้องตื่นตั้งแต่ยามอิ๋นจนชินเสียแล้ว ว่าแต่จะไปที่ใดกันแต่เช้า”

“ท่านน้าตามข้ามาสักประเดี๋ยวเถิดเจ้าค่ะ” นางเดินไปยังจุดที่นางกับพี่หยางซ่อนตัวเมื่อคืนนี้แล้วชี้ไปยังจุดที่นางสงสัยและต้องการออกไปสำรวจ “ตรงนั้นเจ้าค่ะ ข้าคิดว่ามันจะมีบางอย่างอยู่เป็นแน่ ข้าไม่เห็นท่านน้าพูดถึงก็เลยอยากลองไปดูเจ้าคะ ท่านน้าจะว่าอะไรข้าหรือไม่เจ้าคะที่ไม่แจ้งแก่ท่านน้าก่อน”

“ไม่ว่าหรอก แต่ที่ตรงนั้นเป็นสุสานของตระกูลฟ่านมาหลายร้อยปีแล้ว จะมีสิ่งใดให้เจ้าสำรวจกัน”

“ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ แต่ข้าคิดว่าต้องมีบางอย่างเป็นแน่”

“อืม เช่นนั้นก็ไปเถิด ข้าจะไปด้วย เช่นไรข้าก็ชินเส้นทางมากกว่าพวกเจ้า” นางตกลงตามนี้แล้วตรงไปยังจุดนั้นทันที มีท่านน้ามาด้วยก็เลยลดระยะทางลงไปมากด้วยเพราะท่านน้ารู้เส้นทางลัดเลาะเป็นอย่างดี “ที่นี่แหละ”

“พี่ไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกจากหลุมฝังศพ จะมีสิ่งที่เจ้าบอกพี่จริงๆหรือเหมยเอ๋อร์”

“ลองดูสิเสี่ยวหู่ว่ามีสิ่งใดน่าสนใจบ้าง เชื่อข้าเถิดว่าเช่นไรก็ต้องมีเจ้าค่ะ” สัญชาตญาณนางบอกเช่นนั้น เสี่ยวหู่เดินดมดูรอบๆสุสานอย่างเกียจคร้านแต่นางรู้ว่ามันก็กำลังตั้งใจหาอยู่เช่นกัน นางยืนกอดอกมองมันอยู่เงียบๆจนเสี่ยวหู่ไปหยุดยืนที่หน้าหลุมศพของบรรพบุรุษตระกูลฟ่านผู้หนึ่ง “ตรงนี้หรือ ข้าขอขุดได้หรือไม่เจ้าคะท่านน้า”

“เหมยเอ๋อร์ จะขุดหลุมฝังศพเพื่อสิ่งใดกัน อีกทั้งนี่เป็นหลุมฝังศพของบรรพบุรุษตระกูลฟ่าน พี่ว่าไม่เหมาะ...”

“ไม่เป็นไรหรอกรองแม่ทัพจ้าว หากเจ้าอยากขุดก็ขุดเถิดจิวเหมย ข้าอนุญาต” เพราะเขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางจะเจอสิ่งใดใต้หลุมฝังศพนี้ เสี่ยวหู่ขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นแล้วเริ่มใช้เล็บที่แหลมคมของมันขุดหลุมศพ ไม่นานก็พบกับโลงไม้เก่าๆที่เริ่มพุพัง จิวเหมยเอ่ยปากบอกให้มันหยุดขุดในทันที “มีสิ่งใดหรือไม่”

“ช่วยข้าเปิดฝาโลงทีเจ้าค่ะ” ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งใด แต่มันช่างรบกวนนางมากจริงๆ ท่านน้ากับพี่หยางช่วยกันงัดฝาโลงออก แม้จะฝังไปนานแล้วแต่กลิ่นก็ยังไม่พึงประสงค์อยู่ดี เมื่อฝาโลงเปิดออกนางก็พบเพียงโครงกระดูกของคนตายเท่านั้น ไม่พบสิ่งใดเลย นางเข้าไปจับโครงกระดูกนั้นผลิกดูด้านล่างและพบว่ามันมีห่อผ้าบางอย่างวางอยู่ นางหยิบขึ้นมาแล้วส่งให้ท่านน้าลู่ไป๋ดู

“นี่มัน...เคล็ดวิชาสกุลฟ่านที่หายสาบสูญ!

“มันรบกวนข้ายิ่งนักเจ้าค่ะท่านน้า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ข้าก้าวเท้าเข้ามายังพื้นที่ของพรรคหยกจันทราแล้ว”

“มันคือสิ่งใดหรือขอรับประมุขฟ่าน”

“เป็นตำราสำหรับฝึกวรยุทธ์ของตระกูลฟ่าน ท่านปู่กับท่านพ่อของข้าเพียรตามหามานานตลอดชีวิตของท่านแต่ก็ไม่เคยพานพบ ท่านพ่อเล่าให้ข้าฟังว่าทุกอย่างในตำรานี้เคยทำให้ผู้นำสกุลฟ่านยิ่งใหญ่เหนือผู้คนทั่วยุทธภพ ตระกูลฟ่านมีชื่อเสียงเช่นทุกวันนี้ก็เพราะมีผู้สำเร็จวิชานี้ ว่ากันว่าต้องเป็นลูกหลานตระกูลฟ่านหรือผู้ที่ตำรานี้เลือกเท่านั้นถึงจะเปิดอ่านมันได้ หากลูกหลานตระกูลฟ่านไม่เหมาะสมก็ย่อมไม่ได้รับการยอมรับจากตำรา”

“แล้วเหตุใดมันถึงได้รบกวนข้านักเล่าเจ้าคะ ทำเอาข้าไม่ได้หลับได้นอนทีเดียว”

“รบกวนหรือ เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่ารบกวนเช่นไร”

“มันเหมือนมีปราณของคนผู้หนึ่งรบกวนข้าอยู่ตลอดเจ้าค่ะ กดดันและรุนแรง หากเป็นผู้อื่นคงทนไม่ได้เป็นแน่”

“หรือว่าผู้ที่ซ่อนตำรานี้ไว้ต้องการจะบอกท่านประมุขขอรับ แต่เหตุใดไม่ไปรบกวนท่านแต่เป็นเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าลองเปิดอ่านดูดีหรือไม่จิวเหมย ข้าว่าต้องมีเหตุผลที่เป็นเช่นนี้”

“ข้ามิใช่ลูกหลานตระกูลฟ่านเสียหน่อยนี่เจ้าคะ จะเปิดอ่านได้เช่นไร”

“ลองดูเถิด บรรพบุรุษของข้านำมาซ่อนไว้เป็นร้อยปีเช่นนี้คงไม่รบกวนเจ้าเพียงเพราะอยากบอกข้าหรอกจริงหรือไม่” มันก็จริงนั่นแหละ นางรับตำราในมือของท่านน้ามาถือไว้แล้วเปิดดู หน้าแรกนั้นนางไม่เห็นสิ่งใด แต่หน้าที่สองนั้นเต็มไปด้วยตัวหนังสือและท้วงท่าของการร่ายรำเพลงกระบี่ นางเปิดดูทีละหน้าก็พอจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดวิชาของสกุลฟ่านจึงทำให้พวกเขายิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในยุทธภพได้

“ไม่เห็นมีสิ่งใดเลยขอรับ”

“พี่หยางไม่เห็นหรือเจ้าคะ”

“พี่เห็นพี่กระดาษโล่งๆเท่านั้น” นางเผลอกลั้นหายใจในจังหวะหนึ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา เมื่อสบตากับท่านน้าที่คงจะเดาได้ว่านางอ่านตำราเล่มนี้ได้ “เจ้าอ่านได้หรือเหมยเอ๋อร์” นางพยักหน้าให้พี่หยางเพื่อยืนยัน

“เช่นนั้นตำรานี้ก็เป็นของเจ้านั้นถูกแล้วจิวเหมย”

“แต่จะเป็นของข้าได้เช่นไรกันเจ้าคะ ข้ามิใช่คนสกุลฟ่าน”

“หากตำราเลือกเจ้านั่นหมายความว่าเจ้าเหมาะสม ข้าอ่านสิ่งที่อยู่ในตำราไม่ได้จิวเหมย เพียงรู้ว่าเป็นตำราที่หายสาบสูญไปเท่านั้น เช่นนี้เจ้าจะให้คิดเป็นอื่นได้เช่นไรนอกจากตำรานี้เลือกเจ้า มิใช่ว่าสกุลฟ่านทุกคนจะอ่านได้หรอกนะ หากไม่เหมาะสมต่อให้พยายามเพียงใดก็เปิดอ่านตำรานี้ไม่ได้ ข้าก็เช่นกัน ผู้ที่กำลังจะลงจากตำแหน่งประมุขคงไม่เหมาะจะถือครองตำราล้ำค่าเช่นนี้หรอก เป็นเจ้านั้นถูกแล้ว”

“เช่นนั้นก็...”นางหันไปทางหลุมศพแล้วโค้งทำความเคารพอย่างให้เกียรติ “ขอบพระคุณบรรพบุรุษตระกูลฟ่านที่เมตตาหลิวจิวเหมยเจ้าค่ะ ข้าจะทำมันให้ดี และรักษาตำรานี้ด้วยชีวิตของข้า ทุกท่านโปรดวางใจ” ทันใจนั้นสายลมก็พัดผ่านเข้ามาอย่างรุนแรงจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด เมื่อลมสงบลงหลุมศพที่นางขุดก็กลับมาอยู่ในสภาพที่สวยงามเช่นเดิม

“พวกเขาเลือกเจ้าจิวเหมย”

“ฝึกจนจบตามตำราเล่มนี้ข้าก็ออกท่องยุทธภพได้แล้วสินะเจ้าคะ”

“ไม่ง่ายนักหรอกนะ” หลิวจิวเหมยสู้ตายอยู่แล้ว “กลับกันเถิด”

“ไปกันเถิดเจ้าค่ะพี่หยาง เสี่ยวหู่ ข้าจะรีบกลับเข้าวังหลวงไปดูแลน้องแฝดของข้า”

“แฝด/แฝด!

“เจ้าค่ะ พี่เสี่ยวจิงมีเด็กในท้องถึงสองคน ข้าคงต้องยุ่งสักหน่อยเพราะในวังหลวงมีงูพิษมากมายเหลือเกิน” นางส่งตำราเข้าไปเก็บไว้ในมิติแล้วเดินกลับพรรคของท่านน้าอย่างสบายใจ คิดว่าหลังทานอาหารหากไม่มีสิ่งใดให้นางทำแล้วนางก็จะกลับเข้ามิติเพื่อไปยังตำหนักของพี่เสี่ยวจิงทันที “ท่านน้าจะแต่งตั้งประมุขพรรคคนใหม่เมื่อใดหรือเจ้าคะ”

“วันนี้ เจ้าอยู่อีกสักวันได้หรือไม่ ข้าจะได้กลับไปพร้อมเจ้า”

“ท่านน้าอยู่จัดการเรื่องทางนี้ให้เรียบร้อยเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะมารับในอีกสองวัน ขออภัยนะเจ้าคะ ข้าตื่นเต้นยิ่งนักและยิ่งต้องระวังมากขึ้นเพราะไม่อยากให้เกิดอันตรายขึ้นกับพี่เสี่ยวจิง”

“อืม เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปก่อนเถิด แต่อยากลืมกลับมารับข้าเล่า”

“เจ้าค่ะ” หลังอาหารมื้อเช้านางกับพี่หยางก็เดินทางผ่านมิติออกมายังตำหนักของฮองเฮา พี่เสี่ยวจิงกำลังนั่งเย็บชุดเด็กอ่อนอยู่คนเดียวเช่นเคย เพราะพี่เสี่ยวจิงกลัวนางมาแล้วทุกคนจะตกใจจึงชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ เห็นว่าที่มารดาลูกแฝดมีความสุขนางก็ดีใจ “ฮองเฮาเพคะ!

“ตกใจหมดเลยจิวเหมย นี่เจ้าจะให้จ้าวไท่หยางเข้ามาในตำหนักของข้าไม่ได้นะ หากฝ่าบาททรงทราบเข้าตำหนักข้าได้ไฟลุกท่วมเป็นแน่”

“ข้าลืมไปเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าไปส่งพี่หยางก่อนนะเจ้าคะแล้วจะกลับมาอีก” นางจับมือพี่หยางแล้วพาเข้ามิติเพื่อพาไปส่งที่หน้าจวนสกุลจ้าว “จะมีหลานแล้วดีใจหรือไม่เจ้าคะพี่หยาง”

“ดีใจสิ จะดีใจกว่านี้หากมีพี่มีลูก”

“พี่หยาง! ผู้ใดมาได้ยินเข้าจะไม่ดีนะเจ้าคะ”

“เจ้าไม่มีสมุนไพรเพิ่มอายุหรือไม่เหมยเอ๋อร์ พี่อยากแต่งเจ้าเข้าจวนจะแย่แล้ว”

“จะมีสมุนไพรแบบนั้นได้เช่นไรเล่าเจ้าคะ...พี่หยางเจ้าคะ ข้าตั้งใจเอาไว้ว่าหากพ้นวันเกิดปีที่สิบสี่ของข้าเมื่อใด ข้าจะออกเดินทางช่วยเหลือผู้คนไปทั่วยุทธภพ แต่ก่อนข้ากังวลว่าการเดินทางจะเป็นปัญหาและจะทำให้พี่หยางต้องรอข้านาน แต่ตอนนี้ข้ามีมิติแล้วย่อมไม่กังวลเรื่องนั้นอีก ถ้าหากว่า...พ้นวัยปักปิ่นแล้วพี่หยางอยากจะ...”

“เจ้าเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของพี่ได้เลยเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะพี่หยาง”

“หลิวจิวเหมยยยยยย” อีกแล้วหรือ เหตุใดต้องมาจังหวะเช่นนี้ทุกที จะปล่อยให้นางเขินสักหน่อยเลยไม่ได้หรืออย่างไรนะจ้าวไท่หลง “เอ่อ เอาไว้ข้าจะมาใหม่นะขอรับพี่ใหญ่”

“มาแล้วก็คุยกับเหมยเอ๋อร์เถิด พี่จะไปพักเสียหน่อย” พี่หยางหันมายิ้มให้นางแล้วเดินเข้าจวนไป

“มีเรื่องใดก็รีบพูดมา ข้าจะไปเข้าเฝ้าฮองเฮา”

“ก็เรื่องนี้แหละ ฮองเฮาตั้งครรภ์แล้วจริงหรือ เจ้ารู้เรื่องหรือไม่”

“อืม ข้าตรวจเจอด้วยตนเอง คราแรกคิดจะให้พี่เสี่ยวจิงไปเล่นสนุกด้วยกัน แต่น้องในท้องคงไม่อยากให้เป็นอันตรายก็เลยส่งสัญญาณให้ข้ารับรู้เสียก่อน มิเช่นนั้นข้าไม่อยากจะคิดเลย หากพี่เสี่ยวจิงเป็นอะไรไปข้าคงถูกสั่งประหารเป็นแน่ ข้าไม่อยู่เจ้าเข้าไปดูโรงหมอบ้างหรือไม่”

“ไปสิ เจ้าไปไม่กี่วันเอง มีคนมารอรักษากับเขามากเช่นทุกวันแต่ข้าบอกไปแล้วว่าเจ้าไม่อยู่สองสามวัน ว่าแต่ เจ้าจะแต่งงานกับพี่ใหญ่จริงๆใช่หรือไม่ จิวเหมย! เจ้าอย่าเพิ่งไป กลับมาตอบข้าก่อน ข้าจะได้เตรียมตัดชุดรอ จิวเหมย”

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!” โธ่เอ้ย เขินก็บอกว่าเขินสิ ใยต้องตะคอกสหายเช่นเขาด้วยเล่า ฮ่าๆ

“เช่นนั้นข้าจะให้คนแต่งเกี้ยวเจ้าสาวให้พี่ใหญ่รอเลยนะ” ไอ้สหายบ้าจ้าวไท่หลง! ไอ้บ้าเอ้ย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.161K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #3964 Nuthathai Por (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 00:48

    ถามเพื่อนก่อนเพื่อนไม่รีบ

    #3,964
    0
  2. #3792 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 14:31
    ไท่หลงตลกตลอดจริงๆ
    #3,792
    0
  3. #3253 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 23:51
    ก็​ดี​แล้ว​
    #3,253
    0
  4. #2682 150221 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 18:38
    อยากให่แต่งงานมีเบบี๋เป็นของตัวเองนะจิวเหมย
    #2,682
    0
  5. #2634 Jirapanonpitak (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 23:10

    รอออออออ
    #2,634
    0
  6. #2633 korn07162 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 23:00

    ฟินเลย
    #2,633
    0
  7. #2632 ต้นกรรณิการ์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 20:04

    e-book please
    #2,632
    0
  8. #2631 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 19:38

    สนุกๆๆ รอต่อนะคะ
    #2,631
    0
  9. #2630 zaalah5931 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 18:51
    ขอบคุณค่ะ
    #2,630
    0
  10. #2629 เรื่องของ เคท จบนะ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 18:47
    ไท่หลงน่ารัก
    #2,629
    0
  11. #2628 นามข้าว่าพ่นไฟ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 16:28
    สนุกมากกกกกก รอเล่นกับหลานเลยไท่หลง
    #2,628
    0
  12. #2626 ยุวรี (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 14:45

    เป็นคู่ซี้ที่น่ารักค่ะรอตอนต่อไปนะคะ

    #2,626
    0
  13. #2625 What&Why (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 14:23
    ตื่เต้นกว่าว่าที่เจ้าบ่าว ก็น้องว่าที่เจ้าบ่าวอย่างไท่หลงเนี่ยแหละ55555
    #2,625
    0
  14. #2624 TepExtar10 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 14:22
    ชอบจิวเหมยกับไท่หลงแบบว่าเป็นเพื่อนที่สุดยอดมาก
    #2,624
    0
  15. #2622 อัมพร (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 13:31

    ขอบคุณค่ะ

    #2,622
    0
  16. #2618 khanaa1a (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 11:37
    ไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย ทั้งสนุก ทั้งเนื้อเรื่องกระชับไม่เวิ่นจนเกินไป....รอตอนต่อไปนะคะ...
    #2,618
    0
  17. #2617 phrnphak (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 11:00

    อยากบอกไรท์ค่ะว่าอ่านเรื่องนี้แล้วยิ้มกริ่มทุกทีเลยค่ะ​ ขำจิวเหมยกับไท่หลงเพื่อนซี้คู่นี้
    #2,617
    0
  18. #2616 rossukon2531 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 10:56
    สนุกค่ะ รอๆ
    #2,616
    0
  19. #2615 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 10:04
    ขอบคุณครับ
    #2,615
    0
  20. #2614 puuk (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 09:30
    เขินเหรอจ้า
    #2,614
    0
  21. #2613 Nalinrat-Kip (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 09:00

    ชอบไท่หลงมากๆเลยอ่ะ *-* ความเป็นเพื่อนที่บริสุทธิ์มากๆ 555+

    #2,613
    0
  22. #2612 paidoi (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 08:51

    จิ้นท่านน้าลู่ไป๋ เป็นวายไปละค่า

    #2,612
    0
  23. #2611 Nuengsupasit (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 08:08

    55555คิดถึงไท่หลง พึ่งปรากฎตัวก้อจบตอนสะแล้ว
    #2,611
    0
  24. #2610 chon29 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:48
    ขอบคุณค่ะ
    #2,610
    0
  25. #2609 chamee (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:48
    น่ารักน่าเอ็นดู
    #2,609
    0