หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 51 : โรงทานตระกูลหลิว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,649 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

จะหายไปหลายวันค่า เลยมาอัพให้อีกตอน คอมเม้นท์กันเบาๆนะคะ ใจจะวายแล้ว T_T

“หม่อมฉันมาถวายการรักษาพระพักตร์องค์หญิงเพคะ”

“เจ้า! หลิวจิวเหมย เป็นเจ้าที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้!

“องค์หญิงอย่าทรงกล่าวหาหม่อมฉันโดยไร้หลักฐานสิเพคะ หม่อมฉันเพียงอยากมาถวายการรักษา ด้วยเพราะฝ่าบาททรงขอร้องหม่อมฉัน หากที่ผ่านมาหม่อมฉันล่วงเกินองค์หญิงให้ขุ่นเคืองพระทัย หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ” เมื่อได้ยินว่าฝ่าบาทผู้เป็นพี่ชายขอร้องให้นางมารักษา องค์หญิงหยางหยู่เยียนก็มีท่าทีอ่อนลง

“เจ้ารักษาข้าได้จริงหรือ แม้แต่หมอหลวงก็ไม่อาจทำได้”

“เพคะ” องค์หญิงหยางหยู่เยียนยินยอมให้นางรักษาแต่โดยดี อันที่จริงนางก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้องค์หญิงเป็นเช่นนี้ เมื่อวันก่อนนางหงุดหงิดมากไปสักหน่อยจึงพาลใส่ทุกคน พอได้ยินคำพูดไม่ค่อยถูกหูจากนางกำนัลขององค์หญิงจึงทำให้ข้างในรู้สึกเดือดดาลไม่น้อย “พระพักตร์ขององค์หญิงจะกลับมางดงามเช่นเดิมเพคะ” นางให้นางกำนัลทุกคนออกจากห้องด้วยเหตุผลว่าต้องการสมาธิ นางกำนัลแม้จะลังเลแต่เพราะองค์หญิงสั่งให้ออกไปจึงจำใจต้องให้นางอยู่กับองค์หญิงตามลำพัง “หลับตาไว้นะเพคะ ห้ามลืมตาเป็นอันขาด” องค์หญิงล้มตัวลงนอนแล้วปิดตาลงอย่างว่าง่าย

นางปลดผ้าที่ปิดบังใบหน้าขององค์หญิงหยางหยู่เยียนออก เผยให้เห็นแผลสดที่เกิดจากการเกาอย่างรุนแรง เห็นเช่นนี้นางก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเช่นนี้ นางหยิบโถดินเผาที่ใส่น้ำจากมิติออกจากย่ามเทลงบนอ่างล้างหน้าขององค์หญิงแล้วใช้ผ้าผืนบางที่นางเตรียมมาชุบน้ำให้เปียกแล้วนำมาวางลงบนแผล นางเฝ้ามองอยู่เงียบๆ เมื่อทิ้งผ้าไว้ถึงครึ่งเค่อก็เปลี่ยนเป็นผืนใหม่

อันที่จริงใบหน้าขององค์หญิงหายเป็นปกติตั้งแต่ผ้าผืนแรกแล้วแต่นางไม่อยากให้เกิดความแคลงใจเรื่องการรักษาจึงต้องทำเป็นหลายขั้นตอนสักหน่อย นอกจากช่วยให้ใบหน้าขององค์หญิงกลับมางดงามเช่นเดิมแล้วนางก็ยังใช้สมุนไพรชั้นเลิศมาบำรุงผิวหน้าให้องค์หญิงด้วย กว่าจะสวยจบครบขั้นตอนก็ใช้เวลาไปหนึ่งชั่วยามทีเดียว

“เรียบร้อยแล้วเพคะ” นางหยิบกระจกส่งให้องค์หญิง เมื่อใบหน้างดงามไร้รอยแดงและรอยแผลปรากฏบนกระจกน้ำตาขององค์หญิงก็ไหลออกมาเงียบๆ “พอพระทัยหรือไม่เพคะ นอกจากรักษารอยแผลแล้วหม่อมฉันยังใช้สมุนไพรบำรุงผิวหน้าให้องค์หญิงด้วยเพคะ”

“เจ้าทำได้จริงๆสินะ”

“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

“เดี๋ยว! เจ้าเป็นคู่หมั้นของรองแม่ทัพจ้าวจริงๆน่ะหรือ”

“เพคะ”

“เฮ้อ ข้าต้องหาตัวเลือกใหม่แล้วสินะ”

“ตัวเลือกหรือเพคะ”

“ข้าเป็นองค์หญิงน่ะหลิวจิวเหมย อายุของข้าพร้อมจะออกเรือนได้แล้ว หากยังอยากอยู่ในแคว้นซานก็ต้องหาบุรุษสักคนเพื่อแต่งงานด้วย หากไม่แล้วข้าคงไม่พ้นถูกส่งไปแต่งกับองค์ชายแคว้นอื่นเป็นแน่ รองแม่ทัพจ้าวเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยใช่หรือไม่เล่า มาจากตระกูลใหญ่ ตำแหน่งงานก็ไม่แพ้ผู้ใด แม้ข้าจะถูกปฎิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ยังดิ้นรน หากรองแม่ทัพจ้าวมีคู่หมั้นเป็นเจ้าแล้ว ก็คงต้องหาบุรุษผู้อื่น” นี่คิดเช่นนี้เองหรอกหรือ!

“เรื่องนี้หม่อมฉัน...”

“เจ้ากลับไปเถิด ข้าไม่มีสิ่งใดจะพูดกับเจ้าแล้ว” นางทำความเคารพแล้วเดินออกจากตำหนักไปอย่างมึนๆ เมื่อนางย่างก้าวพ้นตำหนัก นางกำนัลที่รออยู่ด้านนอกก็รีบร้อนเข้าไปในห้องขององค์หญิงทันทีจนนางมองอย่างขบขัน

“ไม่คิดจะไว้ใจกันเลยจริงๆ”

“ก็เจ้าทำให้พวกเขาไว้ใจหรือไม่เล่า”

“เจ้าค่ะๆท่านน้า ข้ามันคนไว้ใจไม่ได้” นางตรงกลับจวนในทันทีไม่แวะไปที่ใดอีกแม้แต่เข้าเฝ้าฮ่องเต้ พี่เสี่ยวจิงก็ยังคงอยู่ในมิติของนางไม่มีกำหนดกลับวังหลวงแต่อย่างใด นางถามแล้วแต่พี่เสี่ยวจิงบอกว่ายังอยากเล่นกับเสี่ยวหู่ ให้ฮ่องเต้รอไปก่อน นอนคนเดียวสักห้าหกคืนจะเป็นไรไป ฮ่องเต้น่ะไม่เป็นหรอก แต่นางนี่สิที่ถูกทวงถามไม่เว้นวัน

“เจ้าจะไปดูโรงทานของเจ้าหรือไม่จิวเหมย”

“ข้าเชื่อใจท่านน้าเจ้าค่ะ เช่นไรก็ต้องออกมาดีเป็นแน่ กลับไปเตรียมของสำหรับวันพรุ่งกันเถิดเจ้าค่ะ” โรงทานนี้นางไม่ได้จะทำแค่วันสองสองวันเท่านั้น แต่จะทำจนกว่าจะพ้นฤดูหนาว หลังจากนั้นจะพิจารณาอีกครั้งว่าสมควรจะทำต่อหรือไม่ นางไม่อยากให้ชาวบ้านมาทานข้าวที่โรงทานจนไม่สนใจจะทำมาหากิน ท่านพ่อแนะนำควรจะเปิดโรงทานสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละสองครั้งเป็นพอ เช่นไรทุกคนก็ต้องพึ่งพาตนเอง หากไม่ทำงานก็จะอดตาย

พื้นที่ที่จะตั้งโรงทานนั้นท่านพ่อได้ซื้อไว้แล้ว นางจึงให้คนงานทำหลังคามุงอย่างดี เตาอาหารก็ให้ทำขึ้นใหม่หลังจากที่อันเดิมของที่ร้านอาหารนั้นถูกทุบทิ้งไปแล้ว ตรงนั้นจะเป็นโรงทานถาวร หากมีผู้อื่นอยากของใช้โรงทานทำทานเลี้ยงผู้อื่นนางก็ไม่ขัด อีกทั้งยังให้ใช้พื้นที่โดยไม่คิดเงินอีกด้วย เมื่อมีมากพอความโลภก็จางหาย ฮ่าๆ

ยามอิ๋นนางก็ช่วยคนงานขนของไปที่โรงทาน เดี๋ยวนี้ที่บ้านของนางนั้นมีรถม้าคันใหญ่ถึงสามคันแล้ว นางซื้อไว้ให้คนงานได้ใช้เพื่อไปตลาดและมาหานางที่จวนท่านพ่อ ท่านลุงเหวินท่านป้ากงที่จะเป็นพ่อครัวแม่ครัวใหญ่ก็จะได้เดินทางได้สะดวกสบาย โรงทานของนางเปิดถึงยามโหย่ว แยกส่วนทำอาหารกับส่วนตักอาหารออกจากกันจะได้ไม่วุ่นวาย

“คารวะคุณหนูหลิวขอรับ” นางหันไปมองชายแปลกหน้าทั้งสามคนที่เดินเข้ามาหานางที่โรงทาน แม้จะไม่คุ้นหน้าแต่เครื่องแต่งกายนี่นางคุ้นตาเป็นอย่างดี คนจากวังหลวงมาทำอะไรที่นี่กัน “พวกข้าเป็นพ่อครัวจากวังหลวงขอรับ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พวกข้ามาช่วยเหลือคุณหนูหลิวที่โรงทานในวันนี้”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นเชิญทุกท่านด้านนี้เลยเจ้าค่ะ ข้ามีพ่อครัวกับแม่ครัวอยู่แล้ว หากได้พวกท่านทั้งสามมาช่วยอีกแรงต้องดีมากแน่ๆเจ้าค่ะ” เพราะงานในครัวนั้นหนักมาก แม้ท่านลุงเหวินกับท่านป้ากงจะยังแข็งแรงอยู่มากแต่หากให้อยู่ในครัวทั้งวันเกรงว่าทำได้สักสามวันก็คงล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่

พ่อครัวจากวังหลวงมองครัวของนางอย่างพึงพอใจ ทั้งสามทำความรู้จักกับท่านลุงเหวินท่านป้ากงเสร็จก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเร่งทำงานให้ทันฟ้าสาง เหล่าคนงานที่อยู่ในชุดประจำตัวของเหลาอาหารฟู่ก็เตรียมพร้อมสำหรับแจกจ่ายอาหาร นอกจากนี้นางยังทำขนมคุกกี้ถั่วไว้แจกอีกด้วย

“โอ้โหๆๆๆ โรงทานตระกูลหลิวช่างใหญ่โตยิ่งนัก”

“มาแต่ตัวได้หรือไม่จ้าวไท่หลง เสียงดังแต่เช้าเลย”

“นี่ ข้าได้ยินข่าวว่าเจ้าเข้าไปเล่นซนในวังมาหรือ ทำวังหลวงวุ่นวายกันไปหมด เหตุใดเจ้าไม่ชวนข้า”

“ไม่ชวนน่ะดีแล้ว มิใช่เรื่องที่สมควรทำนักหรอก ข้ากำลังสำนึกผิดอยู่เช่นกัน”

“มันร้ายแรงมากหรือ!

“เอาเป็นว่าข้าคิดไม่รอบคอบเอง จึงทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย เจ้าจะมาช่วยข้าหรือจะมาซักข้ากันสหาย”

“ก็ข้าได้ยินมา อีกอย่างช่วงนี้ข้าไม่ได้ออกจากจวนไปไหนเลย เหงามากๆ”

“เหลาอาหารเปิดตัวเมื่อไหร่เจ้าก็จะไม่มีเวลาให้เหงาแล้วล่ะไท่หลง ตอนนั้นก็อย่าบ่นให้ข้าได้ยินก็แล้วกันว่าเหนื่อย อ่ะๆ นั่นขนมไว้แจก ข้าทำมาน้อยกลัวจะไม่พอ เจ้าอย่าเพิ่งหยิบไปทานเชียว” จ้าวไท่หลงชะงักมือที่กำลังจะหยิบขนมแล้วทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ กลิ่นหอมเช่นนี้จะให้อดใจไหวได้เช่นไร “พี่หยางไม่มาด้วยหรือ”

“พี่ใหญ่เข้าวังก่อนแล้วจะตามมาหาเจ้า แล้วนี่มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่”

“ไม่มีแล้ว หากคนเริ่มเข้ามาเจ้าค่อยช่วยข้าแจกขนมก็แล้วกัน ส่วนอาหารนั้นคนงานจะช่วยกันตักแจกเอง”

“อืม จะว่าไปผักที่เจ้าส่งไปจวนข้าแทบทุกวันนั้นสดใหม่มาก เจ้าเอามาจากที่ใดหรือ”

“เอาไว้ว่างๆแล้วจะบอก”

“บอกเลยไม่ได้หรือ”

“ไม่ได้ เพราะตอนนี้ต้องทำงานแล้ว” เข้ายามเหม่าก็เริ่มมีคนเดินมาที่โรงทานของนางพร้อมกับภาชนะใส่อาหาร นางให้คนงานที่ไปตลาดเป็นประจำป่าวประกาศว่าตระกูลหลิวจะเริ่มทำโรงทานตั้งแต่วันนี้ หากผู้ใดต้องการก็ให้นำภาชนะมาใส่ได้ เพราะนางไม่มีถ้วยชามมากพอที่จะใส่แจกให้ทุกคน ครั้งจะทำเช่นเหมือนร้านอาหารก็ดูจะเป็นงานหนักไปสำหรับคนงานล้างจาน ให้เอาภาชนะมาเองจะสะดวกกว่า "เชิญเลยเจ้าค่ะ อยากทานสิ่งใดหรือมากน้อยเพียงใดก็บอกคนตักอาหารได้เลยนะเจ้าคะ” ส่วนมากที่มากันเช้าเช่นนี้เป็นขอทานและผู้ยากไร้ เห็นภาชนะที่พวกเขาเอามารับอาหารแล้วก็อดจะสงสารไม่ได้ เพราะมันเป็นเพียงกะลาเล็กๆหรือผลน้ำเต้าแห้งเท่านั้น “ทานให้อร่อยนะเจ้าคะ”

“ขอบคุณๆแม่นาง ข้าไม่ได้ทานสิ่งใดมาสามวันแล้ว ขอบคุณแม่นางยิ่งนัก” นางยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ร่างกายคนเหล่านี้ซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเท่านั้น น่าเวทนายิ่งนัก

“จากนี้ก็มารับอาหารได้ที่นี่ทุกวันจนกว่าจะพ้นฤดูหนาวนะเจ้าคะ ข้าจะแจกทุกวันเจ้าค่ะ”

“ช่างประเสริฐแท้ๆ ขอบคุณๆ” พวกเขานั่งทานกันที่พื้นอย่างมูมมาม คงเพราะหิวมากและไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องมาหลายวัน บางคนเติมข้าวไปสามสี่รอบถึงจะอิ่มแต่นางก็ไม่ได้ว่าสิ่งใด เพราะทุกคนก็ต่อแถวรับอาหารกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งทำให้นางพอใจมาก บางคนคงจะเคยไปรักษากับนางที่โรงหมอจึงพอจะเข้าใจอยู่บ้างว่านางนั้นชอบความเป็นระเบียบ จึงเข้าแถวรอกันอยู่เงียบๆแม้จะหิวเพียงใดก็ตาม

“พวกเขาทานกันน่าอร่อยมาก ข้าไปต่อแถวด้วยดีหรือไม่”

“หากเจ้าอยากทานก็ต้องเป็นเช่นนั้น” จ้าวไท่หลงไม่รอช้า คว้าถ้วยใบใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆวิ่งไปต่อแถวในทันที นางหัวเราะเสียงใสกับความไม่ถือตัวของสหาย โชคดีที่วันนี้ใส่ชุดสีดำมาไม่แต่งเต็มเป็นคุณชายสูงศักดิ์เช่นทุกวัน จึงทำให้จ้าวไท่หลงไม่ได้ดูแตกแยกจากชาวบ้านผู้อื่นมากนัก แต่ถึงเช่นนั้นชุดสีดำของสหายของนางก็โดดเด่นอยู่ดีล่ะนะ

อาหารวันนี้เป็นผัดผักรวมใส่เนื้อหมูกับข้าวต้มทรงเครื่อง มีกระเทียมเจียวหอมๆใส่ให้ทุกชามเลย แม้ข้าวจะเมล็ดแตกไม่สวยงามไปบ้างแต่ฝีมือของท่านลุงเหวินท่านป้ากงนั้นเลิศรสอยู่แล้ว เช่นไรก็อร่อย

“มาแล้วๆ ข้าวต้มแสนอร่อยของท่านลุงเหวินกับท่านป้ากง”

“นั่นข้าวต้มกระเทียมเจียวหรือ เหตุใดใส่มากมายเช่นนั้น ฮ่าๆ”

“ก็มันหอม ข้าชอบนี่นา” สหายของนางตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย ผัดผักก็สีสวยน่าทานเป็นอย่างมาก “เจ้าจะแจกทั้งวันเลยหรือ”

“ข้าจะแจกถึงยามโหย่วเท่านั้น”

“แล้วนี่ท่านน้าลู่ไป๋ไปไหนเสียเล่า ไม่ได้มากับเจ้าหรือ”

“ไปทำธุระส่วนตัว” ซึ่งนางก็พอเดาได้ว่าเรื่องใด “โรงทานนี้จะมีเพียงข้ากับเจ้าที่จะดูแล ท่านพ่อของข้าเข้าวัง มีงานอีกมากให้ต้องสะสาง แม่ใหญ่กับพี่เสี่ยวอิงต้องอยู่ดูแลกุ้ยอัน ข้าจึงไม่ให้มาช่วย หากเจ้าเหนื่อยก็กลับไปก่อนได้เลยนะไท่หลง เช่นไรที่นี่ก็มีคนงานอยู่มากแล้ว ข้าเพียงแต่อยู่ดูให้ทุกอย่างเรียบร้อยเท่านั้น”

“ข้าจะทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียวได้เช่นไรเล่า อีกอย่างที่นี่ก็มีของอร่อยๆให้ข้าทานได้หนำใจ”

“ไท่หลง ข้าวางแผนไว้ว่าหลังจากข้าอายุครบสิบสี่ ข้าจะออกเดินทางแล้วนะ” จนกว่าจะถึงวันนั้นนางคงจัดการเรื่องเหลาอาหารและเหลาสุราได้ลงตัวแล้ว คนงานที่รับมาก็ไว้ใจได้ดี ทุกคนตั้งใจทำงานมากไม่เคยเกียจคร้าน หากจะฝากเหลาอาหารกับเหลาสุราให้พวกเขาดูแลนั้นย่อมได้ เพียงให้พี่เสี่ยวอิงช่วยดูแลเรื่องเงินทองอีกทีเท่านั้น”

“เอาสิ ข้าจะไปด้วย เช่นนั้นข้าต้องฝึกวรยุทธ์ให้เก่งมากๆเสียแล้ว”

“เจ้าต้องคิดให้ดีนะ ข้านั้นคุยเรื่องนี้กับท่านพ่อแล้ว เหตุการณ์เมื่อสองสามวันมานี้ทำให้ข้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก ตัวข้าก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งผู้หนึ่งเท่านั้น โลกข้างนอกอาจจะทำให้ข้าได้เรียนรู้มากยิ่งขึ้น” แม้อายุวิญญาณจะโตมากแล้วก็ตาม แต่ร่างนี้จิตใจนี้ยังเป็นเพียงเด็กสาวเท่านั้น บ่อยครั้งที่นางทำสิ่งใดไปโดยขาดการยั้งคิด “หากเจ้าอยากไปด้วยเจ้าต้องให้ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าอนุญาตเสียก่อน เข้าใจหรือไม่”

“แล้วพี่ใหญ่เล่า เจ้าจะไม่ให้พี่ใหญ่ไปด้วยหรือ”

“พี่หยางนั้นมีงานอยู่มาก ด้วยภาระหน้าที่คงไปกับข้านานเช่นนั้นไม่ได้ แต่ข้าจะคุยกับพี่หยางเรื่องนี้อีกครั้ง”

“หากเจ้าคิดดีแล้วข้าก็จะไปคุยกับท่านพ่อท่านแม่เสียแต่เนิ่นๆ จะได้เตรียมตัวไว้ เช่นไรข้าก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อดูแลเจ้าแทนพี่ใหญ่ หากว่าที่พี่สะไภ้ของข้าเป็นอะไรไป ข้าจะกล้าสู้หน้าพี่ใหญ่ได้เช่นไร”

“เจ้าใช้ธนูที่ได้มาจากถ้ำสัจจะมรกตคล่องหรือยังเล่า”

“นี่เจ้าพูดอยู่กับผู้ใด ข้าจ้าวไท่หลงเชียวนะ ก็ยังไม่คล่องน่ะสิ ฮ่าๆ” ไม่น่าเสียเวลาถามเลย “เอาน่าๆ ข้าจะฝึกให้เชี่ยวชาญก่อนเจ้าเดินทางแน่นอน เชิญมือจ้าวไท่หลงได้เลย”

“หากเจ้าฝึกได้เชี่ยวชาญมากเพียงใดมันก็ดีกับตัวเจ้ามากเท่านั้น หาใช่เพื่อปกป้องข้าแต่มันจะปกป้องนายของมัน อาวุธที่นำออกจากถ้ำสัจจะมรกตจะเชื่อฟังเพียงผู้ที่มันรับใช้เท่านั้น”

“ข้าก็พอรู้มาบ้าง แต่อากาศหนาวเช่นนี้ข้าก็ไม่มีแก่ใจจะฝึกเท่าใดนัก เอาเป็นว่าข้าจะขยันให้มากขึ้น”

“เชื่อได้หรือ”

“แน่นอน! ข้าพูดคำไหนคำนั้น เจ้ารอดูข้าได้เลย! ว่าแต่ เจ้าจะเดินทางไปที่ใดบ้างหรือ”

“ทั่วทุกแคว้น ทุกเมือง ทุกหมู่บ้าน”

“อ่า เช่นนั้นพี่ใหญ่ของข้ามิต้องรอเจ้าจนลงหลุมหรอกหรือ” พูดเสียเห็นภาพ! ผู้ใดจะให้รอนานถึงเพียงนั้นกัน มีสตรีมากมายจ้องรองแม่ทัพจ้าวตาเป็นมัน นางคงไม่ไปนานจนถึงขั้นเสียพี่หยางไปหรอกนะ “แต่ละแคว้นหากควบม้าเร็วโดยไม่พักอาจจะต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียว หากเจ้าจะไปทุกหมู่บ้านอันนี้ข้าว่ามันจะเป็นไปได้หรือ”

“ข้าทำได้ และไม่ให้พี่หยางรอนานจนลงหลุมหรอก”

“เจ้าจะทำเช่นไรหรือสหาย เหตุใดข้าจึงมองไม่เห็นทาง”

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าได้สิ่งใดออกมาจากถ้ำสัจจะมรกต”

“เดินทางผ่านมิติงั้นหรือ! แต่เจ้าต้องเห็นสถานที่ที่จะไปก่อนมิใช่หรือ”

“ไม่ต้อง ข้าไปฝึกฝนมาแล้ว ข้าเพียงต้องระบุสถานที่ให้ชัดเจน หากจะไปแคว้นอื่นจะระบุเพียงชื่อแคว้นไม่ได้ ต้องเจาะจงมากกว่านั้น เช่น ตลาด โรงเตี๊ยม หรือหน้าประตูเมือง อีกทั้งข้ายังสามารถกลับมายังเมืองหลวงแคว้นซานได้ทุกเมื่อ ข้ากลับมาดูกิจการของข้าทุกวันยังได้เลย แต่ที่ข้าต้องมีก็คือแผนที่ของทุกแคว้นที่ข้าจะไป”

“พี่ใหญ่น่าจะช่วยเจ้าได้นะ”

“ข้าขอท่านพ่อเรียบร้อยแล้ว” และเห็นว่าท่านพ่อฝึกองครักษ์เงาเพิ่มเพื่อให้ติดตามนาง หากนางไปที่ใดพวกเขาก็จะไปด้วย ท่านพ่อเล็งเห็นว่ามิติของนางนั้นปลอดภัยจึงอนุญาตเมื่อนางเอ่ยปากเรื่องเดินทาง “พร้อมออกเดินทางได้เลย”

“เจ้าเพียงรั้งรอให้เหลาอาหารกับเหลาสุราเสร็จเรียบร้อยใช่หรือไม่”

“ใช่ ทุกอย่างจะต้องเข้าที่เข้าทาง และข้าวางใจมากพอจึงจะออกเดินทาง”

“ท่านน้าลู่ไป๋จะไปด้วยหรือไม่เล่า”

“ข้าบอกแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจนัก ด้วยเพราะพรรคหยกจันทราเองก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว ที่ไม่มาวันนี้ก็คงเพราะเรื่องนี้กระมัง ช่วงนี้ท่านน้าดูจะยุ่งมากกว่าข้าเสียอีก แต่หากจัดการเรื่องทางพรรคเรียบร้อยก่อนข้าออกเดินทาง ท่านน้าก็คงจะไปด้วยเป็นแน่ เพราะเช่นไรก็คงไม่กลับพรรคหยกจันทราแล้ว”

“จิวเหมยดูนั่นสิ” นางมองตามสายตาของสหายไปก็พบเข้ากับเด็กผู้ชายตัวน้อยผู้หนึ่งกำลังต่อแถวรับข้าวต้มอยู่ ในมือถือกะลาอันเล็กที่ต่อให้ตักจนล้นเด็กน้อยก็คงทานไม่อิ่มท้อง เนื้อตัวมอมแมม ผมเผ้ากระเซิง “ชามอันเล็กเท่านั้นจะไปทานอิ่มได้เช่นไร ทั้งเสื้อผ้าก็ทั้งบางทั้งขาด ทนอยู่ในอากาศหนาวเช่นนี้ได้เช่นไรนะ” นางเฝ้ามองอยู่เงียบๆ เมื่อถึงแถวของเด็กน้อยมือนั้นก็ส่งถ้วยเล็กๆให้คนงานของนางได้ตักข้าวต้มให้ เมื่อได้แล้วก็ประคองถ้วยเดินกลับออกไปไม่นั่งทานเช่นผู้อื่นเพื่อจะรอเติมข้าวอีกครั้ง “เช่นนั้นคงเอากลับไปให้ผู้อื่นเป็นแน่ ตัวเล็กกว่าเว่ยเอ๋อร์เสียอีก”

“ตามไปกันเถิด”

“อ่าว จิวเหมยรอข้าด้วย” นางกับไท่หลงแอบเดินตามเด็กน้อยมาเงียบๆ “นี่มันมีที่แบบนี้ในเมืองหลวงด้วยหรือ” บ้านซอมซ่อทั้งเก่าและผุผัง กลิ่นอับชื้นไม่น่าอยู่นัก สลัมยังดูดีกว่านี้เสียอีก “นั่นๆ เขาเข้าไปในบ้านหลังนั้น” บ้านของเด็กน้อยเป็นเพียงเพิงไม้กั้นเท่านั้น หลังคามุงด้วยหญ้าไม่เป็นระเบียบเหมือนทำพอให้บังแดดบังฝนได้เท่านั้น

“ท่านแม่ทานข้าวก่อนขอรับ หลวนเอ๋อร์ไปเอามาให้ท่านแม่ขอรับ”

“เจ้าออกไปข้างนอกมาอีกแล้วหรือหลวนเอ๋อร์ อากาศหนาวเย็นเช่นนี้เจ้าจะไม่สบาย”

“หากไม่ออกไปท่านแม่ก็จะไม่ได้ทานข้าวนะขอรับ หลวนเอ๋อร์เป็นห่วงท่านแม่” จิวเหมยเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่คงจะเป็นมารดาของเด็กน้อยนอนอยู่บนพื้นที่ปูด้วยผ้าเก่าๆผืนบาง รอบข้างเต็มไปด้วยกองฟางแต่ก็สะอาดสะอ้านไม่น้อย เสียงไอดึงสติของนางกลับมาอีกครั้ง และตัดสินใจเข้าไปในบ้านเมื่อเห็นว่าแม่นางผู้นี้ไอออกมาเป็นเลือด

“เจ้าถอยไปก่อนเด็กน้อย ให้พี่สาวได้ดูอาการท่านแม่ของเจ้าก่อนเถิด”

“มาๆ มายืนกับข้านี่เจ้าหนู”

“พวกท่านเป็นผู้ใดกัน แค่กๆ อย่าทำลูกข้าเลย”

“ข้าเพียงจะตรวจดูอาการของแม่นางเท่านั้นเจ้าค่ะ ข้าหมอหลิว หลิวจิวเหมย บุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่หลิวตงเฉิน ข้าเปิดโรงหมออยู่ไม่ไกลจากตลาดมากนัก แม่นางโปรดวางใจ ข้าไม่ทำร้ายบุตรของแม่นางหรอกเจ้าค่ะ”

“ท่านหมอ! ท่านหมอช่วยท่านแม่ของข้าด้วยขอรับ ฮือ” เมื่อเห็นมารดาไอออกมาเป็นเลือดอีกคำโตเด็กน้อยก็เริ่มร้องไห้ออกมา นางรีบจับชีพจรของแม่นางผู้นี้ดูในทันที แล้วก็พบว่าเป็นวัณโรค “ฮือ ท่านแม่ๆ” หากนางไม่มาพบเข้าเด็กคนนี้คงจะกำพร้ามารดาไปแล้วเป็นแน่

นางส่งธาตุขาวเข้าไปรักษาให้ในทันทีโดยไม่ลังเล แล้วให้ไท่หลงไปเอาสมุนไพรที่โรงหมอมาให้ หากบอกชื่อโรคกับพี่เอ้อหลาง เขาจะรู้ได้ทันทีว่าต้องเอาสมุนไพรชนิดใดให้ เมื่อแน่ใจว่าร่างกายภายในนั้นเริ่มดีขึ้นแล้วนางก็ถอนธาตุออกมาแล้วนำยาบำรุงกำลังที่ติดตัวมาให้แม่นางผู้นี้ได้ทานเข้าไป

“วันพรุ่งแม่นางจะมีแรงลุกเดินได้มากขึ้นนะเจ้าคะ หากพอเดินได้แล้วให้ไปพบข้าที่โรงหมอตระกูลหลิว ถามชาวบ้านที่ตลาดได้เลยเจ้าค่ะ พวกเขารู้จักกันทุกคน รอสมุนไพรที่สหายของข้ากำลังไปเอาสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ”

“ท่านแม่ของข้าหายดีแล้วหรือขอรับท่านหมอ”

“ใช่เด็กน้อย เจ้าไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ”

“ท่านแม่ๆ ท่านแม่หายดีแล้วขอรับ ท่านแม่จะอยู่กับหลวนเอ๋อร์ไปอีกนานๆเลย”

“ขอบพระคุณท่านหมอยิ่งนักเจ้าคะ ข้าติดหนี้บุญคุณแล้ว”

“อย่าได้ถือเป็นบุญคุณเลยเจ้าค่ะ เป็นหน้าที่หมอเช่นข้าอยู่แล้ว”

“มาแล้วๆ นี่สมุนไพร”

“สมุนไพรนี้จะรักษาอาการป่วยของแม่นางอย่างต่อเนื่องนะเจ้าคะ หากทานหมดทุกเม็ดแม่นางก็จะหายดีและแข็งแรงเช่นเดิม ส่วนนี้เป็นสมุนไพรบำรุงกำลัง ทานเพียงวันละหนึ่งเม็ดตอนเช้าหลังอาหารเจ้าค่ะ” นางยื่นสมุนไพรทั้งสองให้เด็กน้อยถือไว้ เป็นสมุนไพรแบบเม็ดที่นางสกัดไว้ขายที่โรงหมอ “ช่วงนี้ข้าทำโรงทานแจกอาหารจนกว่าจะพ้นฤดูหนาว ให้เด็กน้อยผู้นี้ไปรับอาหารที่โรงทานได้ตั้งเช้าจนถึงยามโหย่วได้เลยนะเจ้าคะ”

“ขอบพระคุณท่านหมอและสหายยิ่งนักเจ้าค่ะที่เมตตาเราสองแม่ลูก”

“พวกข้าเต็มใจขอรับ ส่วนเจ้านะเจ้าหนู หาชุดที่มันหนากว่านี้ใส่ด้วยเข้าใจหรือไม่ ตัวเล็กเท่านี้จะทนอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ได้เช่นไร ประเดี๋ยวก็ไม่สบายเช่นมารดาของเจ้าเป็นแน่”

“ข้ามีเพียงแค่ชุดนี้เท่านั้นขอรับ”

“เช่นนั้นก็รอสักประเดี๋ยว” จ้าวไท่หลงเรียกองครักษ์เงาของตนเองออกมาแล้วให้กลับไปที่จวน “แจ้งท่านแม่ว่าข้าต้องการชุดเก่าๆของเว่ยเอ๋อร์ที่ไม่ได้ใช้แล้วมาเยอะๆ เอามาทั้งหมดที่มี” องครักษ์เงารับคำแล้วเร้นกายหายไป เด็กน้อยที่ไม่เคยเห็นองครักษ์เงาหายตัวได้ก็ตาโตมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้น ไม่ถึงหนึ่งเค่อองครักษ์เงาผู้นั้นก็กลับมาพร้อมกับห่อผ้าห่อใหญ่ ในนั้นมีเสื้อผ้าตัวเล็กของจ้าวไท่เว่ยอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด “ข้าว่าขนาดตัวของน้องชายข้ากับเจ้าหนูคงจะพอใส่ด้วยกันได้ เจ้ารับเอาไว้เถิด นี่เป็นชุดที่น้องชายข้าใส่ไม่ได้แล้ว”

“แต่ว่า...”

“รับเอาไว้เถิด พี่ชายผู้นี้เต็มใจยกให้เจ้า เจ้าเองก็จะได้ไม่ต้องทนหนาว” ชุดที่เอามาก็เป็นสีเข้มเสียส่วนใหญ่ เพราะจ้าวไท่เว่ยนั้นแสนซนยิ่งนัก ท่านน้าจึงตัดชุดแต่สีเข้มให้ ไม่ว่าจะเป็นสีเทาเข้ม น้ำตาลเข้ม น้ำเงินเข้ม “ส่วนของแม่นางนั้นข้าให้คนเอาผ้าห่มมาให้ในภายหลังนะเจ้าคะ”

“ข้าไม่อาจรบกวนท่านหมอถึงเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ เท่านี้ข้าก็เกรงใจมากแล้ว”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอกเจ้าค่ะ ข้าทำผ้าห่มไว้เยอะ แบ่งให้แม่นางสักผืนสองผืนนั้นย่อมได้ เช่นนั้นก็ทานข้าวที่เด็กน้อยไปเอามาเสียเถิดนะเจ้าคะ ส่วนเจ้าเด็กน้อย เปลี่ยนชุดที่หนากว่านี้เสียแล้วตามที่สาวไปเอาข้าวกับขนมที่โรงทานมาเพิ่ม เข้าใจหรือไม่”

“ขอรับ!” นางรอให้เด็กน้อยเปลี่ยนชุดจนเสร็จแล้วก็ออกเดินไปที่โรงทานพร้อมกัน นางยกถ้วยชามของที่ร้านให้เด็กน้อยเอากลับไปใช้ได้เลย แต่เด็กน้อยที่ทั้งแขนสั้นและมือเล็กนั้นไม่สามารถนำมันกลับไปด้วยตนเองได้หมดนางจึงให้คนงานพาไปส่งจนถึงบ้าน ให้ขนมไปเยอะเลยเชียวล่ะ

“ได้ช่วยเหลือคนข้าช่างสุขใจยิ่งนัก ข้าไปต่อแถวเอาอาหารอีกก่อนนะ” แต่เจ้าเพิ่งทานไปเองนะจ้าวไท่หลง!

“จิวเหมย!

“ท่านน้าลู่ไป๋ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ มีสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะเหตุใดหน้าตาเคร่งเครียดเช่นนั้น”

“ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.649K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #3962 Nuthathai Por (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 23:09

    จิตใจดียิ่งนัก ทำบุญอยู่ตลอดเลย

    #3,962
    0
  2. #3790 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 14:08
    มีไรต่อน้าาา
    #3,790
    0
  3. #3250 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 22:28
    น่าสงสาร​ยิ่งนัก
    ป.ลฮ๋องเต้เฉี่ยวแล้วเจ้าคะ
    #3,250
    0
  4. #2576 yukyuieJS (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 23:19

    แม่ป่วยเป็นวัณโรค=เป็นโรคติดต่อควรตรวจลูกด้วยก็ดีนะคะ
    #2,576
    0
  5. #2571 Oiljang89 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 19:53
    เราว่านางเอกสมควรอยู่ช่วยท่านน้าจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางนะเพราะท่านน้าจะได้ไปด้วยอีกอย่างท่านน้าก็ช่วยเหลือนางมากมายเลยทีเดียวน่าจะตอบแทนเขาบ้างส่วนพี่จิงเราว่าน่าจะกลับไปหาฮ่องเต้ได้แล้วนะ
    #2,571
    0
  6. #2567 มุเจิน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 11:15
    ชอบนิยายเรื่องนี้จริงๆ กระชับ สนุก รออยู่นะคะไรท์
    #2,567
    0
  7. #2566 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:17

    น้าลู่ไป่ไปด้วยยิ่งดีเลย เปนห่วงน่ะ

    #2,566
    0
  8. #2565 Little Kratae (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:45
    ช่วงนี้หายไปนานเลย รออยู่นะคะ
    #2,565
    0
  9. #2562 0621471201 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 14:40
    รอฉันรอเธออยู่แต่ไม่รู้เธอหนใด เธอจะมาๆ เมื่อไรนัดฉันไว้ทำไมไม่มา อิอิ
    #2,562
    0
  10. #2561 Yainim1234 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 13:16
    รอตอนต่อไปอยู่นะ
    #2,561
    0
  11. #2558 pongladapapoom (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 10:22
    ไท่หลงใจดีเนอะ แต่งกะองค์หญิงมั๊ยอาหลง 55+
    #2,558
    0
  12. #2557 0628653368 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 09:15
    รออยู่จรา
    #2,557
    0
  13. #2555 water4202 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 23:17

    รอจ้าา
    #2,555
    0
  14. #2554 Siraw (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:31

    หายไปนานไหม จะกระอักเลือดแทนแม่นางแล้วววววว
    #2,554
    0
  15. #2553 Iceice2543 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 21:45

    รอค้าา
    #2,553
    0
  16. #2552 0942051893 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:50

    รอยีนะค่ะ
    #2,552
    0
  17. #2551 sillaprakop (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:46

    กำลัง??’???’???’???’???’?

    #2,551
    0
  18. #2550 bowthank256 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:28
    มารอจ้าาา
    #2,550
    0
  19. #2548 por4312525 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 18:16
    รอติดตาม
    #2,548
    0
  20. #2547 r123123 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 16:58

    จิวเหมยเตรียมตัวจะออกผจญภัย

    #2,547
    0
  21. #2546 อัมพร (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 14:57

    ขอบคุณค่ะ

    #2,546
    0
  22. #2545 JikkoHza Xuounoy (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 12:48
    รอออออออ
    #2,545
    0
  23. #2544 trd_ka (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 12:12
    ช่วยไปปาระเบิดใช่ป่าวท่านน้าาา น้องเต็มใจช่วยแน่55555 ลูกเดียวหายทั้งจวน
    #2,544
    0
  24. #2543 Prince Esthetic (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 11:53

    ท่านน้าจะใช้ช่วยอะไรๆๆๆ ????????????

    #2,543
    0
  25. #2542 อาริน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 11:47

    เห็นมั้ย น้องเหมยออกจะน่ารัก ถ้าไม่มีใครมาร้ายใส่นางก่อน นางก็ไม่เห็นจะทำร้ายใคร กลับกันก็ช่วยเหลือไม่ได้ใจจืดใจดำแม้แต่กับคนยากไร้ มีสำนึกได้โดนไม่ต้องมีคนมาขู่ให้สำนึกแบบใครหลายคนที่ต้องเจอดีก่อนถึงจะสำนึกและหลาบจำ

    คนที่โดนนางร้ายใส่ก็เหมือนฉลาดน้อยแกว่งเท้าหาเสี้ยนเองอ่ะ....มีเสี้ยนที่ไหนมันพุ่งไปปักเท้าให้เจ็บแสบปวดระบบเองได้บ้าง ถ้าคนพวกนั้นไม่หาเรื่องแกว่งไปให้มันตำล่ะ 55555+

    รอติดตามตอนต่อไปนะคะไรต์!

    #2,542
    0