หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 50 : ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,276 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

ขอหายไปสองสามวันเน้อ ^^

 

“พี่เสี่ยวจิงอยู่ในนี้ไปก่อนนะเจ้าคะ สักสามวันข้าถึงจะพากลับไปที่วัง”

“ข้าอยู่ได้สบายมาก ในนี้งดงามออกปานนี้ ไม่กลับไปยังได้เลย”

“เจ้าค่ะ ข้าฝากเลี้ยงเสี่ยวหู่ด้วยนะเจ้าคะ ไม่รู้ว่าตั้งแต่อยู่ตัวเดียวในนี้มันทำสิ่งใดไปบ้าง” มันเถียงนางกลับมาว่านอกจากกินกับนอนมันก็ไม่ได้ทำสิ่งใดอีก แวะพรวนดินแปลงผักให้นางบ้าง แต่มันก็เกียจคร้านเกินจะออกแรง เจ้าถึงได้อ้วนเป็นหมูเช่นนี้ “ข้าจะอยู่ที่จวน พี่เสี่ยวจิงหายจากวังไปเช่นนี้ ฝ่าบาทคงได้บุกจวนของท่านพ่อเป็นแน่”

“ไม่เป็นอะไรหรอกจิวเหมย สั่งสอนเขาเสียบ้างจะได้ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิดนัก”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ผิด” นางให้มิติทำห้องนอนแสนสวยให้พี่เสี่ยวจิงไว้พักผ่อน เสี่ยวหู่ตะโกนเสียดังลั่นว่าไม่เห็นทำให้มันแบบนี้บ้าง “ก็เห็นเจ้าชอบนอนบนดินกินบนหญ้า จะเอาที่นอนไปทำไม ดูแลพี่เสี่ยวจิงด้วยเข้าใจหรือไม่”

นางไปรับพี่เสี่ยวถึงตำหนัก บอกกล่าวว่าจะพาไปที่ใดเพื่อซ่อนตัวจากฮ่องเต้ พี่เสี่ยวจิงก็ตกลงตามนางมาทันที อยากรู้จริง หากฝ่าบาทรู้ว่าฮองเฮารักหายไปจากวังหลวงจะเป็นเช่นไร ผู้ใดให้ทำเช่นนั้นกับนางกับพี่หยางกันเล่า

นางกลับออกมาที่ห้องนอนของนางอีกครั้ง ล้มตัวนอนทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ต่อให้มาค้นจวนท่านพ่อทั้งจวนฝ่าบาทก็จะไม่มีทางเจอพี่เสี่ยวจิง นอนคนเดียวเปล่าเปลี่ยวไปเถิดเพคะ!

แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อฮ่องเต้ให้คนล้อมจวนของท่านพ่อเสียจนแทรกตัวออกไปไม่ได้ ทั้งยังนั่งวางอำนาจในจวนของท่านพ่อเฉกเช่นตำหนักของตนเอง นางนั่งจิบชาเงียบไปไม่พูดจา ปล่อยให้ทหารค้นจวนของท่านพ่อตามสบาย เพราะเช่นไรก็ไม่มีวันหาพี่เสี่ยวจิงพบ

“ทูลฝ่าบาท ไม่พบตัวฮองเฮาเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“คืนตัวจิงเอ๋อร์มาให้เจิ้นนะหลิวจิวเหมย!

“ฝ่าบาทก็ค้นจวนจนทั่วแล้ว บ้านของหม่อมฉันก็คงส่งคนไปค้นแล้ว ยังต้องการสิ่งใดอีกเล่าเพคะ เหตุใดไม่คิดบ้างว่าพี่เสี่ยวจิงอาจจะทนพฤติกรรมของฝ่าบาทไม่ได้จึงหนีออกไปด้วยตนเองก็เป็นได้ เหตุใดฝ่าบาทต้องโทษว่าเป็นเพราะหม่อมฉันไปเสียทุกเรื่องเลยเพคะ หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆว่าพี่เสี่ยวจิงอยู่ที่ใด”

“จิงเอ๋อร์ไม่มีทางทิ้งเจิ้นไปโดยไม่บอกลาเช่นนี้”

“หากบอกลาจะเรียกว่าหนีหรือเพคะ เช่นไรฝ่าบาทก็คงไม่ปล่อยให้พี่เสี่ยวจิงไปอยู่แล้ว”

“ค้นให้ทั่ว! นางจะต้องซ่อนจิงเอ๋อร์จากเจิ้นเป็นแน่!” น่าเหนื่อยหน่ายใจจริงๆ

“ฮองเฮาไม่ได้อยู่ที่จวนของกระหม่อมหรอกพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ทรงถอนกำลังกลับเถิด ค้นจวนของกระหม่อมไปก็ไม่เกิดประโยชน์พ่ะย่ะค่ะ หากฮองเฮาอยู่ที่นี่กระหม่อมย่อมต้องทราบ”

“จำคำเจิ้นไว้หลิวตงเฉิน หากฮองเฮาของเจิ้นเป็นอะไรไป เจิ้นจะสั่งประหารตระกูลของเจ้าเจ็ดชั่วโคตร!” ขบวนเสด็จของฝ่าบาทกลับวังหลวงไปแล้ว นางจึงเริ่มลงมือทานข้าวได้เสียที จิบน้ำชาจนเต็มท้องหมดแล้ว

“เหมยเอ๋อร์”

“เดี๋ยวพี่เสี่ยวจิงก็กลับมาเจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ทานข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ”

“เจ้ารู้เช่นนั้นหรือว่าเสี่ยวจิงอยู่ที่ใด” นางเพียงยิ้มแต่ไม่ตอบสิ่งใด “คิดจะทำสิ่งใดต้องคิดให้รอบคอบนะเหมยเอ๋อร์ ฮ่องเต้นั้นหาใช่ผู้ที่จะเล่นด้วยได้ง่ายๆ หากไม่มีเขี้ยวเล็บคงไม่อยู่รอดจนได้ขึ้นครองบัลลังก์เช่นนี้หรอกนะ”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะจำใส่ใจไว้” หลังทานมื้อเช้าเสร็จนางก็ออกมาที่โรงหมอ วันนี้มีคนไข้ประจำมาตรวจจึงจำเป็นต้องมา ทั้งหญิงตั้งครรภ์และโรคประจำตัวอื่นๆ บางคนก็เพียงมารับสมุนไพรเพิ่มเท่านั้นก็กลับบ้านได้ แต่บางคนก็ต้องมาตรวจกับนางตามวันนัดหมายที่นางเขียนไว้ให้

หลังตรวจเสร็จนางก็เข้ามิติเพื่อเดินทางไปยังที่แห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปเยือนเสียนานแล้ว นางโผล่ออกมายังจุดที่เป็นห้องนอนของเจิ้งอู๋ซี เจ้าสำนักเพลิงมาร ที่ตอนนี้กำลังกินเต้าหู้รองเจ้าสำนักเซี่ยอย่างอิ่มหนำ นางยืนกอดอกดูอย่างนึกสนุก แต่เมื่อมันเริ่มจะเกินเลยไปมากจนแทบได้เสียกันอยู่แล้วนางจึงกระแอมไอให้เขาทั้งสองรู้ตัว

“แหม กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยเชียวนะเจ้าคะ”

“เฮ้ย! เจ้า!

“จุ๊ๆๆๆๆ ช่างเป็นเจ้าสำนักที่ไม่เอาไหนเสียจริงนะเจ้าคะ ข้ามาอยู่ในห้องเสียนานแล้วแต่กลับไม่รู้ตัวกันเสียเลย ความสนใจของเจ้าสำนักเจิ้งคงอยู่ที่ซอกคอหอมๆของรองเจ้าสำนักเซี่ยหมดแล้วสินะเจ้าคะ”

“หลิวจิวเหมย! เจ้าเข้ามาได้เช่นไร!

“คารวะเจ้าสำนักเจิ้งเจ้าค่ะ ข้าเพียงมีเรื่องมาขอให้ช่วยเท่านั้น คารวะรองเจ้าสำนักเซี่ยเจ้าค่ะ”

“ใยต้องมาถึงที่นี่ หยกที่ข้ามอบให้เจ้าไปเล่าใยไม่ใช้”

“ข้ามาเองรวดเร็วกว่าเจ้าค่ะ” รองเจ้าสำนักเซี่ยลุกจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเอ่ยขอตัวออกไปเตรียมของว่างมารับรองนาง เจ้าสำนักเจิ้งถึงกับมองตามตาละห้อย “กลางวันแสกๆท่านยังทำเรื่องบัดสีได้อีกหรือเจ้าคะ”

“ออกไปห้องโถงเถิด...ว่าแต่ เจ้าเข้ามาได้เช่นไร จะเข้ามาที่นี่ได้ต้องมีศิษย์ของข้าพาเข้ามาเท่านั้น”

“ไว้ข้าจะบอกเจ้าค่ะ ไปกันหรือยังเจ้าคะ แต่ข้าว่าท่านควรแต่งกายให้เรียบร้อยกว่านี้สักหน่อย”

“อย่ามากเรื่องน่า พอเจ้ากลับข้าก็จะทำเรื่องของข้าต่อ” หน้าไม่อายจริงๆ

จ้าวสำนักเจิ้งพานางมายังห้องโถงที่ตอนนี้ตกแต่งใหม่แล้ว สวยงามและมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมากนัก รองจ้าวสำนักเซี่ยนำขนมมาให้แล้วปล่อยให้นางกับเจ้าสำนักเจิ้งอยู่พูดคุยกันตามลำพัง อันที่จริงนางคิดว่ารองเจ้าสำนักเซี่ยคงจะเขินมากกว่า เพราะมองเจ้าสำนักเจิ้งที่กัดปากส่งยิ้มแบบหื่นกามให้แล้วก็หน้าแดง ไม่เกรงใจนางกันเลยจริงๆ!

“เจ้ามีสิ่งใดก็พูดมาเถิด เสียเวลาข้า”

“ข้าอยากรู้เรื่ององค์หญิงแคว้นเหลียวที่มาเจริญสัมพันธไมตรีที่แคว้นซานตอนนี้ทุกเรื่องเจ้าค่ะ ขอเร่งด่วนที่สุด หากได้ภายในวันนี้เลยก็ยิ่งดี ข้ามีเรื่องต้องจัดการกับนางแต่ยังไม่รู้สิ่งใดเกี่ยวกับนางมากนัก จึงอยากรบกวนเจ้าสำนักเจิ้ง”

“เรื่องด่วนหรือ เช่นนั้นเจ้ารออยู่นี้สักประเดี๋ยว” จ้าวสำนักเจิ้งเดินออกจากห้องโถงไป นางไม่แน่ใจนักว่าไปที่ใด แต่ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับศิษย์ในสำนักผู้หนึ่ง “บอกนางไปเท่าที่เจ้ารู้นั่นแหละ”

“คารวะคุณหนูหลิว เรื่องที่ท่านต้องการทราบนั้นข้าพอรู้มาบ้างขอรับ” ศิษย์ของสำนักเพลิงมารผู้นี้เพิ่งกลับมาจากสำนักกุ้ยเหริน เรื่องนี้ทางสำนักกุ้ยเหรินเองก็สืบอยู่เช่นกัน “องค์หญิงผู้นั้นนามว่าเหยียนไป๋ฮวาขอรับ เป็นองค์หญิงที่เกิดจากกุ้ยเฟย อายุสิบห้า ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจขอรับ เว้นเรื่องความสัมพันธ์ของนางกับบุตรชายของรองแม่ทัพแคว้นเหลียว”

“หึ ชอบพออยู่กับบุรุษผู้หนึ่งแต่กลับจะมาแต่งให้อีกผู้หนึ่ง ไร้ยางอาย”

“น่าจะถูกบังคับขอรับท่านเจ้าสำนัก เนื่องจากองค์หญิงพระองค์อื่นนั้นยังเยาว์นัก”

“เช่นไรก็ไร้ยางอายอยู่ดี ว่าแต่จะอยากรู้เรื่องของนางผู้นี้ไปทำไมกันหรือหลิวจิวเหมย”

“ข้ามีเรื่องต้องจัดการกับนางน่ะสิเจ้าคะ ขอบพระคุณมากเจ้าคะ” นางเอ่ยขอบคุณศิษย์สำนักเพลิงมารก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกจากห้องโถงไป “ข้าคงรบกวนเจ้าสำนักเจิ้งเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ ขอบพระคุณมากจริงๆที่สละเวลาอันมีค่าช่วยจัดการให้ เอาไว้หากข้ามาอีกครั้งหน้าข้าจะไม่ไปโผล่ที่ห้องนอนของท่านก็แล้วกันนะเจ้าคะ ข้าลาเจ้าค่ะ” พูดจบนางก็หายเข้ามาในมิติทันที ไม่สนใจด้วยว่าเจ้าสำนักเจิ้งจะคิดเช่นไร ส่วนเจิ้งอู๋ซีที่เพิ่งจะเห็นคนหายตัวไปต่อหน้าต่อตาก็ขมวดคิ้วอย่างขบคิด

“นี่นางได้ครอบครองมิติธาตุเช่นนั้นหรือ ช่างน่าสนใจจริงๆหลิวจิวเหมย” หากนางได้ครอบครองมิติธาตุนั่นก็หมายความว่านางเข้าไปยังถ้ำสัจจะมรกตมาแล้ว ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจจริงๆ “แต่ที่น่าสนใจกว่าคือหานเอ๋อร์ของข้าที่รออยู่ที่ห้องมากกว่า หลิวจิวเหมยจะเป็นเช่นไรใยข้าต้องสนใจด้วย หานเอ๋อร์! ข้ามาแล้ว”

ฟากของจิวเหมยนั้น หลังจากออกจากมิติมาที่โรงหมอเพื่องสั่งานพี่เอ้อหลางเสร็จนางก็กลับจวนในทันที วันนี้ท่านน้าลู่ไป๋ไปจัดการพื้นที่ที่นางจะทำเป็นโรงทานก็เลยไม่ได้มากับนางด้วย แต่ก็มีองครักษ์คอยตามอยู่ห่างๆ เมื่อนางถึงจวนอย่างปลอดภัย เงาหลายสายก็หายไป นางมาพบท่านพ่อที่ห้องทำงาน ด้วยเพราะวันนี้ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ยอมเข้าวังหลวงไปทำงาน

“กลับมาแล้วหรือเหมยเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ แล้วก็...ลูกมีเรื่องอยากจะรบกวนท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“ว่ามาเถิด”

“ส่งเทียบเชิญให้องค์หญิงจากแคว้นเหลียวมาที่จวนเจ้าค่ะ ลูกมีเรื่องอยากสนทนากับนางตามลำพังสักหน่อย”

“เจ้าจะทำสิ่งใดหรือเหมยเอ๋อร์” ก็ทำให้องค์หญิงผู้นั้นยอมกลับแคว้นเหลียวแต่โดยดีน่ะสิ “เอาเถิด เช่นไรพ่อคิดว่าเจ้าคงคิดมาดีแล้วจึงมาขอร้องพ่อ พ่อจะส่งเทียบเชิญให้เจ้าเอง”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ เป็นวันพรุ่งได้เลยจะยิ่งดีนะเจ้าคะ” ด้วยเหตุนี้ เทียบเชิญจากจวนแม่ทัพใหญ่หลิวตงเฉินจึงออกจากจวนไปโดยเร็ว พ่อบ้านหม่าเป็นผู้ไปส่งเทียบเชิญด้วยตนเอง อีกทั้งนางยังได้ฝากจดหมายเล็กๆไปพร้อมเทียบเชิญด้วย นางมั่นใจมากกว่าเหยียนไป๋ฮวาจะมาพบนางแน่นอน

“แล้วเรื่องเสี่ยวจิงเล่า พ่อได้ข่าวจากวังหลวงว่าฝ่าบาทให้ทหารออกตามหาเสี่ยวจิงทั่วแคว้นซาน”

“หากฝ่าบาททรงยอมแพ้ลูกเรื่องพี่หยาง พี่เสี่ยวจิงก็จะกลับวังหลวงเองเจ้าค่ะ” นางแสร้งพูดเสียงดังเพื่อให้องครักษ์เงาของฮ่องเต้ได้ยิน นางรู้ตัวว่ามีผู้ติดตามซึ่งไม่ได้เป็นคนของท่านพ่อหรือคนของพี่หยางตั้งแต่เช้าแล้ว

รุ่งเช้านางลุกมาเตรียมขนมไว้ต้อนรับแขกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เป็นบัวลอยไข่หวานที่นางจะทำเลี้ยงทั้งจวน ส่วนอาหารเช้านั้นนางทำเป็นข้าวต้มกุ๊ย มีเครื่องเคียงเป็นไข่เจียวหมูสับ ยำไข่เค็ม ยำไข่ดาว ผัดผักบุ้ง หมูสามชั้นต้มซีอี๊ว ผัดไชโป้วหวาน แล้วก็หมูมะนาว ของที่นางชอบทั้งนั้น ซึ่งผักทั้งหมดนางนำออกมาจากมิติ มันจึงทั้งสดกรอบน่าทานมากๆ นางยังไม่ลืมทำส่งไปที่จวนสกุลจ้าวอีกด้วย ที่ให้ไปมากหน่อยก็คือบัวลอยไข่หวาน

“วันนี้ท่านพ่อเจริญอาหารนะเจ้าคะ” เติมข้าวไปสี่ชามแล้ว “หนักกว่าท่านพ่อก็เป็นเจ้าแล้วนะฟางเอ๋อร์”

“อาหารของพี่ใหญ่อร่อยที่สุดเจ้าค่ะ”

“หมูนี่อร่อยยิ่งนัก พ่อไม่เคยทานมาก่อนเลย” จะเคยได้เช่นไรเล่า คิกคิก ทุกคนหลงรักหมูมะนาวของนางเข้าเต็มเปา ยิ่งทานคู่กับก้านคะน้ากรอบๆยิ่งอร่อย มีพริกกระเทียมถึงเครื่องเช่นนี้ แซ่บเป็นอย่างมาก ช่วงนี้ท่านพ่อทานข้าวได้มากขึ้น แต่ก่อนนั้นแม่ใหญ่เล่าว่าเพียงคีบเข้าปากคำสองคำก็วางตะเกียบเสียแล้ว

“ท่านพ่อชอบลูกก็ดีใจเจ้าค่ะ” ตบท้ายมื้ออาหารด้วยบัวลอยไข่หวานแสนอร่อย มีมะพร้าวอยู่เต็มสวนในมิติ นางไม่ขาดแคลนกะทิอีกต่อไป สุดแสนจะคิดถึงขนมไทยที่ทั้งมันกะทิและหอมน้ำตาลมะพร้าวจริงๆ

“ขออภัยขอรับ มีแขกมาขอพบคุณหนูใหญ่ขอรับ แจ้งว่ามาตามเทียบเชิญ” ในที่สุดก็มา นางยกยิ้มแล้วบอกให้พี่บ้านหม่าพาแขกไปรอที่ห้องรับรองก่อน นางทานขนมจนหมดถ้วยก็ให้สาวใช้นำขนมที่นางทำกับชาใบเตยตามนางไปห้องรับรองแขก ซึ่งมีเหยียนไป๋ฮวานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ขอประทานอภัยที่ให้รอนานเพคะองค์หญิง หม่อมฉันหลิวจิวเหมย ผู้ส่งเทียบเชิญเพคะ”

“ไม่ต้องมากพิธี เชิญข้ามาด้วยเรื่องใดก็พูดมาเถิด”

“อย่าพระทัยร้อนนักสิเพคะ อ่า ลองชิมขนมหวานของหม่อมฉันหน่อยเป็นอย่างไรเพคะ”

“เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากันแน่หลิวจิวเหมย” นางยกชาใบเตยขึ้นจิบแล้ววางลงอย่างเบามือ

“องค์หญิงอยากสมหวังในรักหรือไม่เพคะ หากต้องการข้ายินดีช่วยองค์หญิงเพคะ”

“เจ้า นี่เจ้ารู้เรื่องข้าหรือ!

“เพคะ หากองค์หญิงยอมกลับแคว้นเหลียวแต่โดยดี หม่อมฉันให้สัจจะว่าจะช่วยองค์หญิงเองเพคะ”

“เช่นไรเจ้าก็ช่วยข้าไม่ได้ ไม่มีผู้ใดช่วยได้ทั้งนั้น”

“อย่าคิดเช่นนั้นสิเพคะ ทุกเรื่องย่อมมีทางออก เช่นไรหม่อมฉันก็ช่วยองค์หญิงได้เพคะ”

“มั่นใจเช่นนั้นเชียวหรือ”

“เพคะ” แกล้งระเบิดวังสังสองสามลูกเห็นทีจะยกเหยียนไป๋ฮวาถวายให้บุตรชายของรองแม่ทัพผู้นั้นเป็นแน่ แต่เช่นไรนางก็ต้องใช้การเจรจาดูเสียก่อน หากดื้อด้านไม่ยอมรับฟังก็ระเบิดวังแคว้นเหลียวไปจริงๆเสียเลย “องค์หญิงทราบหรือไม่เพคะว่าฝ่าบาทจะมีราชโองการสมรสพระราชทานระหว่างองค์หญิงกับรองแม่ทัพจ้าวไท่หยาง”

“ไม่ ข้าอยู่เพียงในตำหนักที่พวกเขาจัดไว้ให้เท่านั้น ไม่ได้ย่างกรายออกไปที่ใด หากเป็นเรื่องเจรจาก็คงเป็นคนของข้ากระมังที่ตัดสินใจ รองแม่ทัพจ้าวผู้นี้ข้าได้ยินมาว่าเก่งกาจไม่น้อย เป็นถึงบุตรชายคนโตของอัครเสนาบดีจ้าวไท่หลาง หากแต่งเข้าจวนสกุลจ้าวก็ไม่นับว่าดีไม่น้อย เช่นไรหากข้ากลับไปก็ไม่พ้นต้องถูกส่งไปแคว้นอื่นอยู่ดี” นางขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนี้ เหตุใดจึงอยากส่งองค์หญิงที่เกิดจากกุ้ยเฟยออกจากแคว้นถึงเพียงนี้

“ไม่ดีเพคะ เพราะรองแม่ทัพจ้าวคือชายที่ข้าจับจองไว้แล้ว”

“เจ้าช่างไร้ยางอาย”

“เพคะ หากหม่อมใจมอบใจให้ผู้ใดหม่อมฉันก็จะสู้จนสุดใจเพื่อรักษาเขาไว้ แล้วองค์หญิงเล่าเพคะ ได้สู้สิ่งใดเพื่อบุตรชายรองแม่ทัพผู้นั้นแล้วหรือยัง”

“ข้าไม่มีทางจะสู้หรอกคุณหนูหลิว แค่อยากจะทำตามใจตนเองยังไม่ได้เลย”

“หม่อมฉันมีทางเลือกให้องค์หญิงเพียงสองทางเท่านั้นเพคะ หนึ่งคือองค์หญิงเสด็จกลับแคว้นเหลียว แล้วหม่อมฉันจะช่วยให้ความรักขององค์หญิงสมหวัง หรือสอง หากองค์หญิงยืนยันจะอยู่แคว้นซานแล้วทำตามพระประสงค์ของฝ่าบาท หม่อมฉันจะทำให้องค์หญิงไม่ได้กลับแคว้นเหลียวอีกต่อไป และตามล่าชายคนรักขององค์หญิงจนกว่าเขาจะตายด้วยคมดายของหม่อมฉัน หากเลือกได้แล้วก็ให้คนมาแจ้งหม่อมฉันที่จวนได้เลยเพคะ หม่อมฉันจะรอคำตอบอยู่ที่นี่”

“เจ้า! เจ้าจะทำเช่นนั้นไม่ได้!

“ได้สิเพคะ เพื่อพี่หยางหม่อมฉันทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคนก็ตาม” ซึ่งนางก็หวังว่าเหยียนไป๋ฮวาจะฉลาดเลือกมากพอ เมื่อส่งองค์หญิงขึ้นรถม้ากลับไปแล้วนางก็กลับมายังห้องรับรองแขกอีกครั้งด้วยเพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาแอบฟังนางสนทนากับเหยียนไป๋ฮวาอยู่นานแล้ว “ออกมาเถิดเพคะฝ่าบาท”

“คืนจิงเอ๋อร์ให้เจิ้น”

“ตัดสินพระทัยได้แล้วหรือเพคะ”

“เจ้าจะทำสิ่งใดก็ทำ เจิ้นจะไม่ยุ่งกับพวกเจ้าแล้ว ขอเพียงคืนจิงเอ๋อร์ให้เจิ้นก็พอ”

“ฝ่าบาทบอกหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ ว่าเหตุใดจึงคิดให้องค์หญิงเหยียนไป๋ฮวาแต่งกับพี่หยาง ทั้งๆที่ฝ่าบาทก็ทรงทราบดีอยู่แล้วว่าหม่อมฉันกับพี่หยางเป็นคู่หมายกัน แล้วเหตุใดจึงตัดสินใจเช่นนั้น”

“เพราะจ้าวไท่หยางจะปกป้องเหยียนไป๋ฮวาได้”

“ปกป้องจากสิ่งใดเพคะ”

“ฮ่องเต้แคว้นเหลียว”

“หมายความเช่นไรเพคะ”

“เหยียนไป๋ฮวามิใช่องค์หญิงที่เกิดจากฮ่องเต้แคว้นเหลียว แต่เจิ้นเองก็ไม่รู้ได้ว่ากุ้ยเฟยคบชู้กับผู้ใด พอความจริงเรื่องนี้เปิดเผย ฮ่องเต้ชั่วช้าผู้นั้นหมายจะเอาเหยียนไป๋ฮวาเป็นสนม กุ้ยเฟยไม่ยินยอมจึงจำต้องส่งนางมาพร้อมกับคณะทูตเจริญสัมพันธไมตรี พร้อมกับสารหนึ่งฉบับเพื่อมอบให้เจิ้น ใจความสำคัญคือยกพระธิดาในไส้ให้เจิ้นรับเป็นฮองเฮาหรือสนม แต่หากเป็นเพียงสนม ไม่แน่ว่านางจะได้รับการปกป้องอย่างถึงที่สุดหรือไม่ ทางออกของเจิ้นมีทางเดียวคือจ้าวไท่หยาง ด้วยอำนาจของอัครเสนาบดี แคว้นเหลียวก็ยังต้องเกรงใจอยู่หลายส่วน คงไม่กล้าทำสิ่งใดเป็นแน่”

“จดหมายฉบับเดียวทำให้พระองค์ตัดสินพระทัยช่วยเหลือนางหรือเพคะ”

“กุ้ยเฟยเป็นสหายของเสด็จแม่ ทั้งยังเคยช่วยเหลือข้าเมื่อครั้งข้ายังเล็ก เป็นบุญคุณที่ข้าไม่มีวันลืม”

“แล้วคนรักของนางที่เป็นบุตรชายของรองแม่ทัพแคว้นเหลียวเล่าเพคะ”

“เจ้าคิดว่าบุตรชายที่ไม่เอาไหนของรองแม่ทัพจะช่วยสิ่งใดนางได้ อำนาจรองแม่ทัพแคว้นเหลียวไม่ได้มีมากมายจนสามารถคุ้มครองเหยียนไป๋ฮวาได้หรอกนะ อันที่จริงเจิ้นก็ไม่ได้จะให้นางแต่งเข้าจวนเป็นฮูหยินหรอก เจิ้นจะลืมเจ้าได้เช่นไร แต่หากมีราชโอการออกไปก็จะเป็นการรั้งรอให้นางอยู่แคว้นซานต่อไปได้อีกสักระยะ”

“จวนของพี่หยางจะต้องมีหม่อมฉันเป็นฮูหยินเพียงผู้เดียวเพคะ จะไม่มีฮูหยินรองหรืออนุหนึ่งสองสามเป็นอันขาด”

“เจิ้นรู้แล้วๆ เจิ้นจะไม่ยุ่งกับพวกเจ้าอีก คืนจิงเอ๋อร์ให้เจิ้นได้หรือยัง”

“เดี๋ยวพี่เสี่ยวจิงก็กลับไปเองเพคะ หลังจากที่ฝ่าบาทสำนึกผิด”

“เจิ้นสำนึกผิดแล้ว เจ้าได้ยินหรือไม่ เจิ้นสำนึกผิดแล้ว!

“ได้ยินแล้วเพคะ หม่อมฉันก็ต้องขอประทานอภัยที่เอาผงคันคะเยอไปใส่ฉลองพระองค์ของฝ่าบาทด้วยเพคะ ฝ่าบาทจะลงโทษหม่อมฉันก็ย่อมได้”

“เจิ้นได้ลงโทษเจ้าไปแล้วหลิวจิวเหมย แค่ทำเจ้ากระอักเลือดไปขนาดนั้นจ้าวไท่หยางก็แทบจะถลกหนังเจิ้นอยู่แล้ว หากเจิ้นลงโทษเจ้าอีก คิดหรือว่าจ้าวไท่หยางจะปล่อยเจิ้นไปง่ายๆ แต่เจิ้นอยากรู้ว่าเจ้ารู้เรื่องราชโองการได้เช่นไร”

“บอกไม่ได้เพคะ เอาเป็นว่าหม่อมฉันรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้ว ว่าแต่ หากหม่อมฉันช่วยให้องค์หญิงสมหวังกับบุตรชายรองแม่ทัพผู้นั้นมันจะดีจริงๆหรือเพคะ หรือว่าหม่อมฉันคิดผิด จากที่ฝ่าบาทเล่ามาหม่อมฉันไม่เห็นว่าเขาจะพยายามช่วยเหลือองค์หญิงเลยสักนิด”

“เจ้าช่วยนางเรื่องอื่นเถิด มันผู้นั้นก็ชั่วช้าไม่แพ้กัน” นางขบคิดไม่ตกว่าจะช่วยเหยียนไป๋ฮวาเช่นไรดี หากให้ฝ่าบาทรับเป็นสนมแล้วให้อยู่ในการดูแลของพี่เสี่ยวจิงจะเป็นการดีหรือไม่นะ “เจ้ามองเจิ้นเช่นนี้ต้องคิดเรื่องไม่ดีอยู่เป็นแน่”

“ฝ่าบาทรับองค์หญิงเหยียนไป๋ฮวาเป็นสนมได้หรือไม่เพคะ ชั้นเฟยก็ยังมีว่างอยู่หนึ่งตำแหน่ง หากรับองค์หญิงเป็นสนมแล้วให้อยู่ในการดูแลของฮองเฮาก็จะเป็นการช่วยองค์หญิงได้เช่นกันนะเพคะ”

“กุ้ยเฟยหรือ เจิ้นต้องถามจิงเอ๋อร์ก่อน เรื่องนี้เจิ้นตัดสินใจด้วยตนเองไม่ได้”

“แล้วเหตุใดเรื่องพี่หยางฝ่าบาทถึงตัดสินพระทัยได้เล่าเพคะ หม่อมฉันก็หาทางออกได้แค่ทางนี้เท่านั้น หากฝ่าบาทอยากช่วยนางก็ต้องใช้วิธีนี้ หาใช่ให้แต่งให้พี่หยางของหม่อมฉัน”

“รู้แล้วๆ คืนจิงเอ๋อร์ให้เจิ้นเถิด”

“หม่อมฉันทูลฝ่าบาทแล้วเพคะว่าพี่เสี่ยวจิงจะกลับวังด้วยตนเอง”

“แล้วเมื่อใดเล่า! เจิ้นนอนไม่หลับเลย” ติดเมียชัดๆ

“เสวยบัวลอยไข่หวานก่อนเถิดเพคะ จะได้ใจเย็นลงบ้าง”

“เจิ้นจะทานลงได้เช่นไร เมียรักของเจิ้นหายตัวไปเช่นนี้”

“เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้สาวใช้ยกไปเก็บนะเพคะ”

“ช้าก่อนๆ เจิ้นทานก็ได้ แล้วก็...เจิ้นมีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้าอีกสักเรื่อง”

“เรื่องใดหรือเพคะ”

“เจิ้นรู้ว่าเจิ้นผิดต่อเจ้านะหลิวจิวเหมย เจิ้นสมควรแล้วที่เจ้าจะใช้ผงคันคะเยอกันเจิ้น แต่เจิ้นก็อยากขอให้เจ้าช่วยรักษาองค์หญิงหยางหยู่เยียนได้หรือ นางยังเด็กนัก หากทำสิ่งใดให้เจ้าไม่พอใจก็ให้อภัยนางเถิด”

“เพคะ หม่อมฉันจะช่วย หม่อมฉันก็ทำกับองค์หญิงหยางหยู่เยียนเกินไปสักหน่อย ขอประทานอภัยเพคะ”

“เจิ้นเข้าใจๆ เจ้าหึงหวงจ้าวไท่หยาง เจิ้นเข้าใจๆ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.276K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4315 Lesourire (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:02
    บทพระเอกแบนมาก นอกจากหล่อ หน้าที่การงานดี แล้วก็โผล่มาช่วยนางเอกนิดหน่อย พาไปนู่นนี่ พอปูมาถึงตอนรู้ว่ามีราชโองการสมรสพระราชทานก็แอบคาดหวังไหวพริบและการแก้ปัญหาของพระเอกว่าจะจัดการยังไง

    เพราะว่ากันตามจริงก็คือคู่หมายทำไมไม่นั่งรอสวยๆรอพระเอกแก้ปัญหาและสู้เพื่อตัวเองบ้าง
    #4,315
    0
  2. #4304 QueenpiAir (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 20:39
    ร้ากไรท์จัง
    #4,304
    0
  3. #4303 QueenpiAir (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 20:38
    ชอบนะค่ะสไตล์นี้น
    #4,303
    0
  4. #3961 Nuthathai Por (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:50

    ทีอย่างนี้ล่ะพูดง่ายเชียวนะองค์ฮ่องเต้

    #3,961
    0
  5. #3789 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 13:55
    บุคลิกเปลี่ยนนิดๆนะ
    #3,789
    0
  6. #3562 popylove27 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 07:42
    นางเอกดูไร้เหตุผล เอาแต่ใจตัวเองยังงัยไม่รู้ ก็รู้ว่าโกรธนะแต่บางอย่างมันก็เกินจริงไปอ่ะเอาจริงๆนางเอกสู้อำนาจของคนที่เหนือกว่าครอบครัวตัวเองไม่ได้หรอกต่อให้เก่งแค่ไหน สนใจแต่ตัวเองไม่สนใจว่าพ่อหรือครอบครัวจะเดือดร้อนมั้ย

    นางเอกดูไม่มีกาละเทศะ ทั้งๆที่ก็จบมาสูงซะป่าว ถ้าเต้จัดการจริงๆครอบครัวนางเอกปลิวไปแล้ว คนรอบข้างเดือดร้อนแน่ๆถึงจะเก่งขนาดไหนก็เถอะ หยิ่งทรนงตัวเองเกินไป#ประมาททท
    #3,562
    0
  7. #3249 Kungbible (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 22:17
    ไท่จื่อพอขึ้นเป็นฮ่องเต้แล้วเหมือนจะเป็นอีกคนเลย
    #3,249
    0
  8. #3248 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 21:52

    นางเอก​ได้ใจมาก
    #3,248
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #2951 jisjyk (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 16:45

    นางเอกเอาแต่ใจโคตรๆ

    #2,951
    0
  12. วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:50
    ไม่ใช่ว่าของในมิติต้องแต่สร้างประโยชน์ช่วยเหลือผู้คนเหรอ แบบนี้จะไม่ผิดกฎที่ตกลงกันไว้รึนางเอก
    #2,636
    0
  13. #2619 Irene1989 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:19
    หืม ยังไง ทำไมมีแต่คนงี่เง่า

    ฮ่องเต้ก็งี่เง่า นางเอกก็งี่เง่า
    #2,619
    0
  14. #2549 ckchatchen42 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:35
    เรื่องเริ่มจะไม่สนุกเพราะนางเอกทำตัวแบบนี้ ตกลงนางเอกไม่ได้เก่งกาจอะไร ชอบแต่สร้างปัญหา ตัวเองจะตายอยู่แล้ว ก็มั่วแต่ห่วงแต่ว่าที่ผัวอยู่นั้น สรุปนางเอกทำตัวเรื่อยเปื่อยเกินไปรึเปล่า
    #2,549
    0
  15. #2538 150221 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 09:58
    นางร้ายชัดๆทำร้ายคนไปทั่วเลยจิวเหมย อิอิ
    #2,538
    0
  16. #2515 khanaa1a (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 00:22
    ให้องค์หญิงคู่กับไท่หลงได้หรือไม่เจ้าคะท่านไรท์ที่น่ารัก😅.
    #2,515
    0
  17. #2480 Saminmime (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:42

    รอนะคะ
    #2,480
    0
  18. #2479 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:15

    ช่วยองค์กญิงกำมะลอนั้นทำไมไม่ใช้วิธีอื่นอย่างนี้ไม่ใช่ทางออกไม่ว่าจะให้แต่งกับพี่หยางหรือเปนสนมฮ่องเต้ ไร้ท์แพลนดีๆเด้อจ้า

    #2,479
    0
  19. #2474 Bamby (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:55

    จิวเหมยน่าจะจุดพลุสัก4-5ลูกในวังนะถึงจะสาสม

    #2,474
    0
  20. #2473 เจ้ามายา (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:53
    ฮ่องเต้ต้องเปลี่ยนเป้นตัวร้ายแน่ๆ
    #2,473
    0
  21. #2471 orawansuwimon (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:20
    ฮ่องเต้ไม่ควรไว้ใจแล้วอะ เหมือนนี่คือการหักหลังเลย
    #2,471
    0
  22. #2467 ชายาภา (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 17:16
    ฮ่องเต้รับเป็นน้องสาวบุญธรรมได้มะ
    #2,467
    0
  23. #2466 เราจะทำยิ่งกว่า (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 17:12

    เหตุผลอีเต้ฟังไม่ขึ้นอ่ะ....เอาจริง ๆ ถ้าเมียไม่หาย จะยอมอ่อนข้อให้มั้ย ???


    นางเอกทั้งช่วยถอนพิษ ช่วยให้นั่งบัลลังก์ ช่วยให้ได้คนรักมาเคียงคู่....แต่ตอบแทนแบบนี้ อ้างว่าอยากช่วยยัยองค์หญิงต่างแคว้น เพราะแม่มีบุญคุณต่อกัน.....เอิ่ม คือ คนที่มีบุญคุณต่อกัน คือแม่แก ส่วนแกเป็นลูก มันก็เป็นหน้าที่แกป่าววะที่ต้องตอบแทน ไม่ใช่มาโยนขี้ให้เพื่อนทำแทน......แล้วก็นะ ยัยองค์หญิงไม่ใช่ลูกฮองเฮา ไม่จำเป็นต้องนั่งตำแหน่งฮองเฮา แค่สนมก็เหมาะสมแล้ว เพราะแม่เป็นแค่เมียน้อย ไม่ควรได้เกินศักดิ์ที่มี......อีกอย่าง เป็นสนมฮ่องเต้ มีอำนาจมากกว่าเป็นเมียรองแม่ทัพป่าววะ ถึงแม้พ่อพี่หยางเป็นเสนา แต่ก็แค่ขุนนาง เพราะงั้นสนมฮ่องเต้มีอำนาจมากกว่าป่าว.......ตัวเองแค่ไม่อยากได้เมียน้อยมาทำให้เมียหลวงโกรธ ก็อ้างสารพัดแล้วโยนขี้ให้คนอื่น......เลวสมพ่อมันแหละ .....


    ถ้านางเอกไม่รู้ก่อน มันก็ทำตามแผนแหละ ยังอ้างว่า พี่หยางต้องทำตามคำสั่ง ....ลาออกแม่ม ดูสิมันจะสั่งอีกมั้ย นิสัยโคตรเหมือนพ่อ......ถ้าเมียไม่หายนะ มันก็ยังไม่เปลี่ยนใจหรอก


    ส่วนยัยองค์หญิงที่หมายตาพี่หยาง....มันก็แค่เสแสร้งแกล้งพูดดี ดูได้จากมันจะพูดห้ามคนของมันแค่ต่อหน้าพี่หยาง ลับหลังมันก็ปล่อยให้คนของมันทำ......มีความผิดตรงที่ให้ท้ายคนใช้ ไม่สั่งสอน ห้ามปราม ยืมมือคนใช้มาจัดการคนอื่น แล้วตัวเองแสดงเป็นคนบริสุทธิ์....ถามสิ ตอนนี้เสียโฉม มันสำนึกรึยัง ??


    ส่วนอาเหมย อาจจะทำรุนแรงไปบ้าง ....แต่ถามกลับว่า ถ้าโดนแบบนั้นบ้าง เราจะทำไง ตอบเลย ทำยิ่งกว่า......เพราะช่วยมันทุกอย่าง แต่ดูมันตอบแทนสิ แถมพ่อเคยมีประวัติโดนพ่อมันหักหลัง การจะแสดงอำนาจว่าไม่เกรงกลัว พร้อมสู้กลับ ก็เป็นการข่มขวัญและปกป้องตัวเองกับครอบครัวด้วยเหมือนกัน......ทำให้มันรู้ว่า ช่วยมันให้ได้ทุกอย่าง ก็ทำลายมันได้ทุกอย่างเหมือนกัน ไม่งั้นอาจต้องซ้ำรอยพ่อ.....ต้องมีคนเบรกอีเต้บ้าง ให้มันสำเหนียกบ้าง ว่าอย่าทำซ้ำรอยพ่อมัน........


    ถ้าเราเป็นพี่หยางนะ เลิกคบมันละ ลาออก รวมทั้งพ่อนางเอกด้วย ออกมาเลย แล้วให้อีเต้มันปกป้องแคว้น ปกป้องตัวเองดูสิ ว่ามันจะทำได้มั้ย .....ไม่ใช่ว่า พอมีอำนาจแล้วลืมคุณคน บังคับคนอื่นในสิ่งที่ตัวเองยังไม่อยากทำด้วยอำนาจที่เหนือกว่า......

    เกลียดอีเต้......

    #2,466
    6
    • #2466-5 Alamadine(จากตอนที่ 50)
      19 สิงหาคม 2562 / 02:36
      555อ่านเม้นนี้แล้วครบทุกรสเลย ต้องแบบนี้ค่ะ
      #2466-5
    • #2466-6 Anjel_of_Death(จากตอนที่ 50)
      28 ตุลาคม 2562 / 10:23
      +11111111111111111
      #2466-6
  24. #2464 นามข้าว่าพ่นไฟ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:53
    คิง เอ้ยยยยย สำนักจริงไหมนะ
    #2,464
    0
  25. #2461 อาริน (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:12

    ยังดีที่ยังสำนึก

    แต่อยากรู้นักว่า...ถ้าพี่เสี่ยวจิงไม่หายไป เต้มันจะสำนึกบ้างมั้ย พองี้มาบอกยอมทุกอย่าง ตอนจะจับคนอื่นแต่งกันอ่ะง่าน ทีตัวเองแค่รับเข้าเป็นสนมแค่นั้นบอกไม่แน่ใจต้องถามพี่เสี่ยวจิง ที่พี่หยางกับอาเหมยไม่เห็นมีหมาตัวไหนมาถามก่อนเลยนะคะ ....ถึงจะมาสำนึกและบอกจะไม่ทำแล้ว แต่คือทำแบบนี้บอกสันดานในความเห็นแก่ตัว และไม่ควรเชื่อใจแบบสนิทใจอีกต่อไป กลัวซ้ำรอยพ่ออาเหมย วหายที่ซื่อสัตว์กลับโดนลอบกัดเพราะอำนาจ

    นี่แม่ขององค์หฐิงต่างแคว้นจะมีบึญคุณ จะอยากช่วยยังไง หัดเห็นหัวคนที่เคยช่วยตัวเองคนอื่นบ้างสิว่าตวามเห็นแก่ตัวของตัวเองมำผู้มีพระคุณคนอื่นต้องเดือนร้อนขนาดไหน


    **แล้วจะยังไงจะใหญ่ขนาดไหน ถ้าไม่รู้คุณคนจะใหญ่แค่ไหนอำนาจมากมาจากอะไร ...ก็เป็นได้แค่เศษขี้ดินชุบทองแหละ ข้างนอกดูยิ่งใหญ่ข้างในก็ได้แค่นั้น....มีแต่เปลือก

    อาเหมยทำถูกแล้วล่ะ ถ้าไม่ดัดนิสัยเดี๋ยวมันเหลิงแล้วลำบากชีวิต

    ถ้าคิดว่าแค่ยิ่งใหญ่แล้วทำอะไรก็ได้ก็เหมือนกับคุณอยู่กับที่ๆอยู่ด้วยการเผด็จการ อาเหมยย่อมต้องพยายามเรียกร้องสิ่งที่ตนสมควรได้สิ น้องไม่ได้ง่าวไร้ปากเถียงและไร้สมองแบบนางเอกโลกสวยที่ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับบีบน้ำตาต่อไป และครอบครัวที่อาเหมยหวังจะได้มีความสุขก็จะมีส่วนเกินเพราะอิเต้ยัดเยียดเพราะมันไม่อยากเอาเอง


    อิเต้หน้าเหม็นกับองค์หญิงต่างแคว้นเคลียความเข้าใจไปละ......แต่องค์หญิงแคว้นซานไม่เหมือนกัน!! นิสัยแบบนี้ถ้าหน้านางหายดีไม่มาจองล้างจองผลานตอแยความสุขของคู่อาเหมยกับพี่หยางหรอ? น่าจะปล่อยให้หน้าเสียโฉมไปจนกว่าอาเหมยจะได้ตบแต่งกับพี่หยาง นางงูพิษที่ไม่รู้จังสำเหนียกตนจะได้หมดสิทธ์แย่ง(ว่าที่)สามีของคนอื่นค่ะ

    #2,461
    1
    • #2461-1 kikijajakiki(จากตอนที่ 50)
      1 สิงหาคม 2562 / 21:11
      นังองค์หญิงปล่อยให้คนใช้มาด่านางเอกด้วย
      #2461-1
  26. #2460 YuYuRika (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:05
    เราว่าน้องชักเหลิงแล้วยังไงไม่รู้นะ ไปๆมาๆ นี่เก่งจนทำอะไรก็ไม่ต้องวางแผนไม่ต้องเกรงใจใครแล้วว่างั้น. //หรือเราคิดไปเองคนเดียวหว่า
    #2,460
    1
    • #2460-1 mintzZ55(จากตอนที่ 50)
      1 สิงหาคม 2562 / 16:38
      เห็นด้วยอีกคนค่า ดูเป็นคนเอาแต่ใจมากไปหน่อย อ่านแล้วแบบเอ๊ะหลายรอบมาก
      #2460-1
  27. #2437 nonygal (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:12
    เราว่าตอนนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เหมือนอ้างเหตุเพื่อให้นางเอกเอาแต่ใจหรือทำอย่างไรก็ได้ ทำตัวใหญ่คับฟ้า โดยไม่คำนึงถึงฐานะตัวเอง ฐานะบิดาเลย เหมือนดีมาตลอด พอบุญคุณมากพอ ดีแตกซะงั้น ไม่ชอบตอนนี้เลย
    #2,437
    1
    • #2437-1 kikijajakiki(จากตอนที่ 50)
      1 สิงหาคม 2562 / 21:12
      ก็ฮ่องเต้มันชั่วมาก่อน ต้องยอมแบบนางเอกโลกสวยรึไงถึงจะเหมาะ อีเต้มันควรโดนมากกว่านี้ 555
      #2437-1
  28. #2420 monprapai (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:09
    ย้อนแย้ง บทที่แล้วเหมือนองค์หญิงจะอยากสานสัมพันธ์กะพี่หยาง มาบทนี้ไม่สน ไม่เคยออกไปไหนแต่วิ่งไปสนามฝึก ส่งเทียบเชิญให้องค์หญิงมาหา ทั้งที่ตัวเองควรไปขอเข้าเฝ้า บทที่แล้วโกรธฮ่องเต้ไม่พูดไม่คุยแกล้งเลย ทั้งที่ก้อพูดคุยเรื่องหลายเรื่องหลายสถาณการณ์ปรึกษากันมาหลายเรื่อง บทนี้กลับหาเมียน้อยให้พี่สาวแสนรักง่ายๆ

    วิญญาณเดิมต่อให้ไม่โตมากับราชวงค์ปกครองแต่กาละเทศะ ตำแหน่งหน้าที่ ลำดับอาวุโสตามชั้นงานเป็นสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
    #2,420
    3
    • #2420-2 monprapai(จากตอนที่ 50)
      1 สิงหาคม 2562 / 11:58
      ขอบคุณค่ะ เราก้อเหมาว่าเป็นคนเดียวกัน คิดว่าไรท์คงอยากให้นางเอกดูเป็นตัวป่วน แก่นแก้วแสนซน แต่กาลเทศะนี่สำคัญกับทุกคนในสังคมค่ะ แม้ว่าอดีตฮ่องเต้จะทำไรไว้กะพ่อ แต่คุณได้แก้แค้นแล้ว บริบทตรงนั้นไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ นางเอก พี่หยาง ฮ่องเต้ เคยช่วยชีวิตฮ่องเต้ไม่ได้หมายความว่าเราจะเสียมารยาทกับเค้าได้ แม้ในวันนี้คนที่เราเคยมีบุญคุญคือคนที่มีสถานะทางสังคมสูงกว่าเรา มารยาท กาลเทศะ จะทำให้เค้ายังเกรงใจและรับฟังเรา
      #2420-2
    • #2420-3 Jayz J(จากตอนที่ 50)
      2 สิงหาคม 2562 / 15:45
      จริงค่ะ เห็นด้วยเลย เรื่องกาละเทศะนี่สำคัญมากจริงๆกับคนทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทไหนก็ตาม ต่อให้เราเคยมีบุญคุณ เคยช่วยชีวิตไว้ก็เถอะ แต่ยังไงเค้าก็มีสถานะที่สูงกว่า เราจะไปเอาแต่ใจเอาแต่ได้กับเค้าไม่ได้ ขนาดเวลาเราจะทำอะไรยังไงเรายังต้องระวังเลย แล้วยิ่งเป็นฮ่องเต้ยิ่งต้องระวังกว่าเรากี่เท่าตัว ฮ่องเต้มีประชาชนกี่ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งแคว้นเลยนะ จะให้มาเอาแต่ใจตัวเอง คอยตามใจให้ท้ายคนที่มีบุญคุณคงไม่ไหวมั้ง
      #2420-3