หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 49 : องค์หญิงวังหลวงก็น่ารำคาญมากเช่นกัน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,158 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

ฟ่านลู่ไป๋แปลกใจไม่น้อยที่เห็นจิวเหมยเดินออกจากตำหนักของฮองเฮารวดเร็วเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของนางก็พอจะเข้าใจได้ว่าคงขัดใจผู้ใดสักคนไม่น้อย และคิดว่าคงเป็นคนผู้หนึ่งที่เพิ่งจะเดินเข้าไปเมื่อครู่เป็นแน่ ฮ่องเต้ทำให้นางไม่ชอบหน้านี่คิดดีแล้วกระมัง หึหึ

“ไปหาท่านพ่อที่ลานฝึกกันดีกว่าเจ้าค่ะท่านน้า อยู่ตรงนี้แล้วเหม็นหน้าคน”

“หากผู้ใดมาได้ยินเข้าเจ้าอาจจะเดือดร้อนเอาได้นะ”

“หากกล้าก็ลองดูสิเจ้าคะ ข้าจะฟันๆๆๆให้แหลกจนมีโอรสธิดาไม่ได้เลยสักพระองค์!” ฟ่านลู่ไป๋ไม่อยากจะคิดต่อเลยว่านางจะฟันตรงที่ใด “ช่างคนหน้าเหม็นผู้นั้นเถิดเจ้าค่ะ คืนนี้จะได้รู้ฤทธิ์ที่มาขัดจังหวะข้าเสียบ้าง เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากเห็นลานฝึกของทหารแคว้นซาน” นางกับท่านน้าลู่ไป๋ไหว้วานขันทีน้อยที่เดินผ่านแถวนั้นให้ไปส่งยังลานฝึก แต่ไม่คิดว่าระหว่างทางจะได้พบสตรีสูงศักดิ์หยิ่งยโสผู้หนึ่งที่กำลังไปลานฝึกเช่นเดียวกันเข้าเสียก่อน

“องค์หญิงหยางหยู่เยียนขอรับคุณหนูหลิว”

“คุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหน ว่าแต่ องค์หญิงมาที่ลานฝึกได้ด้วยหรือขันทีน้อย”

“ไม่ได้ขอรับ แต่...”

“ช่างเถิดๆขันทีน้อย นี่ถึงแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปทำเรื่องของเจ้าต่อเถิด ขอบใจมาก” นางยื่นถุงเงินให้ขันทีน้อยแล้วเดินผ่านขบวนใหญ่โตขององค์หญิงเข้าไปยังลานฝึก สอดส่องสายตาหาท่านพ่อแต่ก็ไม่พบ นางจึงเรียกทหารแถวนั้นมาสอบถามได้ความว่าท่านแม่ทัพกำลังสนทนาอยู่กับรองแม่ทัพจ้าวและรองแม่ทัพเจียงอยู่อีกด้าน นางกล่าวขอบใจแล้วเดินไปยังทิศที่ทหารผู้นั้นบอก แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปที่ใดก็ได้ยินเสียงอ่อนหวานแต่อาบยาพิษเอ่ยทักขึ้นเสียก่อน

“เจ้าเป็นผู้ใด ใยเข้ามาที่ลานฝึกนี้ได้”

“แล้วเจ้าเล่าเป็นผู้ใด ใยเข้ามาในลานฝึกนี้ได้” ถามมาก็ถามกลับ ไม่โกง

“บังอาจนัก! องค์หญิงหยางหยู่เยียนถามเจ้า ใยเจ้าต้องยอกย้อน!

“อ่า ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันนี่ช่างมีตาแต่หามีแววไม่ ล่วงเกินองค์หญิงแล้วเพคะ”

“ตอบมา เจ้าเป็นผู้ใดใยเข้ามาถึงลานฝึกได้ ที่นี่หาใช่สถานที่ที่สตรีใดจะเข้ามาได้ตามใจชอบ” เฮ้อ ช่างน่ารำคาญดีแท้ ไปที่ใดก็มีแต่คนน่ารำคาญ เหตุใดในวังหลวงจึงเป็นเช่นนี้นะ นางคงจะคิดเพลินไปหน่อยจนเหม่อจึงทำให้ถูกนางกำนัลขององค์หญิงตะคอกเข้าให้จนสะดุ้ง นางตวัดสายตาใส่นางกำนัลตัวอวบอ้วนผู้นั้นอย่างโมโห “อย่าเสียมารยาท” นางกำนัลรับคำองค์หญิงเสียงอ่อนเสียงหวาน เหอะ เพิ่มความน่ารำคาญยิ่งนัก!

“เหมยเอ๋อร์! ใยเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ แล้วนี่...ถวายบังคมองค์หญิงหยางหยู่เยียนพ่ะย่ะค่ะ”

“ตามสบายเถิดรองแม่ทัพจ้าว” อ่า นางคิดว่านางนึกออกแล้วว่าเคยได้ยินชื่อองค์หญิงผู้นี้จากที่ใด

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

“พี่หยาง” เสียงอ่อนเสียงหวานนักใช่หรือไม่ นางจะทำให้องค์หญิงแคว้นซานอิจฉาจนกระอักเลือดตายเลยคอยดู “ข้ามาหาพี่หยางเจ้าค่ะ ท่านพ่อบอกว่าวันนี้พี่หยางจะอยู่ที่ลานฝึก ข้าเข้าเฝ้าฮองเฮาเรียบร้อยแล้วจึงมาพบพี่หยางที่นี่ วันนี้ข้านึกอยากทำขนมจึงอยากกลับไปทำขนมให้พี่หยางรับประทานที่จวนเจ้าค่ะ” พี่หยางมองนางอย่างงุนงง แต่นางขยิบตาข้างหนึ่งให้อย่างนึกสนุก หากแต่การกล่าวด้วยวาจาคงทำให้องค์หญิงผู้นี้ตาโตไม่พอ นางจึงเดินเข้าไปเกาะแขนล่ำๆของพี่หยางไว้แล้วช้อนตามองอย่างออดอ้อน “พี่หยางอยากทานขนมฝีมือข้าหรือไม่เจ้าคะ”

“อยากทานสิ ขนมของเหมยเอ๋อร์อร่อยที่สุดแล้วสำหรับพี่”

“จริงหรือเจ้าคะ มิใช่ว่าของสตรีอื่นก็อร่อยสำหรับพี่หยางด้วยเช่นนั้นหรือ”

“พี่ไม่เคยมีสตรีใด พี่มีเพียงเจ้านะเหมยเอ๋อร์” ฟ่านลู่ไป๋สุดจะทนกับสองคนนี้จริงๆ กลั้นหัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้ว ดูหน้าองค์หญิงผู้นั้นเถิด บิดเบี้ยวไม่น่าดูชมทีเดียว เจ้าช่างหาเรื่องตายยิ่งนักหลิวจิวเหมย ฮ่าๆ “ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง กระหม่อมขอทูลลา ไปกันเถิดเหมยเอ๋อร์” ฟ่านลู่ไป๋โค้งทำความเคารพองค์หญิงแล้วเดินตามคู่รักที่เดินเกาะเกี่ยวแขนกันไปทั้งยังพูดคุยกันหวานหยด ช่างน่าขนลุกยิ่งนัก

จิวเหมยหัวเราะอย่างสะใจเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังแว่วมาให้ได้ยิน แต่รอยยิ้มกว้างกับเสียงหัวเราะของนางก็ต้องค่อยๆแผ่วเบาลงเมื่อเจอสายตาคาดโทษสุดจะดุดันของพี่หยางเข้า

“เจ้าคิดจะทำสิ่งใดหรือเหมยเอ๋อร์”

“ก็ข้ารำคาญพวกนางนี่เจ้าคะ ปากบอกข้าว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ให้สตรีเข้ามาแต่นางกลับเชิดหน้าเชิดคอเข้ามาได้ คิดว่าเป็นองค์หญิงแล้วข้าจะเกรงกลัวหรืออย่างไรกัน ข้ารู้หรอกว่านางมาที่นี่ด้วยเหตุใด” นางหรี่ตาจับผิดรองแม่ทัพจ้าว “นางคงเป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้ทรงกล่าวถึงเมื่อครั้งไปรักษาตัวกับข้ากระมัง และที่นี่ก็มีเพียงรองแม่ทัพจ้าวเท่านั้นที่นางหมายตา หากไม่ได้มาหารองทัพจ้าวก็คงมาเดินเล่นกระมังเจ้าคะ”

“เหมยเอ๋อร์ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับองค์หญิง”

“ข้าเชื่อพี่หยางเจ้าค่ะ เพียงแต่อดจะรู้สึกรำคาญใจเล็กๆไม่ได้”

“เจ้าอย่าสนใจเลย อยากทำขนมให้พี่ทานมิใช่หรือ กลับจวนกันเถิด”

“เอ่อ อันที่จริงข้ามาหาท่านพ่อเจ้าค่ะ แหะๆ โธ่ พี่หยางอย่าโกรธข้าเลยนะเจ้าคะ เอาไว้ข้าจะไปทำให้ทานถึงที่จวนแน่นอน เช่นไรวันนี้ข้าก็ทำไม่ได้อยู่แล้วด้วยเพราะไม่ได้เตรียมของไว้ เอาไว้วันหลังนะเจ้าคะ”

“หึ เช่นนั้นก็ตามพี่มาเถิด ท่านแม่ทัพสนทนาอยู่กับรองแม่ทัพเจียงด้านโน้น พี่จะนำทางให้เจ้าเอง” นางเดินตามพี่หยางเข้าไปในลานฝึกที่ทหารกำลังฝึกกันอยู่ ท่านพ่อของนางอยู่อีกฝากของลานฝึก เมื่อเห็นนางเดินตามพี่หยางเข้ามาก็กวักมือเรียกให้เข้าไปหาทันที แต่สิ่งที่นางสนใจคืออาวุธที่ทหารใช้ ช่างล้าหลังจริงๆ เห็นทีช่วงหน้าหนาวที่แสนจะว่างของนางจะมีเรื่องให้ทำเสียแล้ว จะขูดรีดเงินจากฮ่องเต้หน้าเหม็นให้หมดท้องพระคลังเลยคอยดู!

“มองสิ่งใดหรือเหมยเอ๋อร์”

“อาวุธเจ้าค่ะท่านพ่อ ส่วนมากทหารใช้ดาบ กระบี่ แล้วก็ทวนเป็นส่วนมาก ไม่มีอาวุธชนิดอื่นแล้วหรือเจ้าคะ”

“มีสิ แต่ส่วนมากทหารพวกนี้ก็ถนัดกระบี่กับดาบเป็นส่วนมาก” นี่หากมีปืนก็คงจะดีไม่น้อย ลองทำดูดีกว่า “เจ้าจะกลับจวนก่อนก็ได้เหมยเอ๋อร์ พ่อคงต้องอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกเพียงอยากมาเห็นลานฝึกเท่านั้นว่าใหญ่โตเพียงใด เช่นนั้นลูกกลับก่อนนะเจ้าคะ” นางเอ่ยลาพี่หยางและรองแม่ทัพเจียงก่อนจะขอตัวกลับ แต่ยังไม่ทันจะหมุนตัวออกไปเสียงหวานอาบยาพิษก็ดังขึ้นอีกเสียแล้ว

“มิคิดว่าสตรีที่ไร้มารยาทจะเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่”

“องค์หญิง”

“ได้ยินว่าจะกลับแล้ว เช่นนั้นก็รีบออกไปเสีย ข้าจะสนทนากับรองแม่ทัพจ้าวสักหน่อย”

“ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก ไปกันเถิดเจ้าค่ะท่านน้า”

“สามหาวยิ่งนัก! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไร้การอบรม!

“ก็อย่างว่า ไร้มารดาสั่งสอนก็ย่อมไร้มารยาทเช่นนี้” นางตวัดตามองนางกำนัลผู้ที่เอ่ยปากถึงมารดาของนางแล้วเดินย่างสามขุมเข้าไปหา ไม่ว่าผู้ใดจะแตะต้องสิ่งใดนางไม่เคยว่าแต่สิ่งเดียวที่ห้ามแตะต้องคือท่านแม่ของนาง “เจ้า! เจ้าจะทำสิ่งใด ข้าเป็นนางกำนัลขององค์หญิงนะ เจ้ากล้าหรือ!

“เหตุใดข้าจะไม่กล้า! เจ้าเป็นเพียงนางกำนัล คิดว่าตนเองสูงส่งมากนักหรือ ข้าหลิวจิวเหมย คิดว่าข้าจะกลัวพวกเจ้างั้นหรือ เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเช่นไรนะ ข้าไร้มารดาสั่งสอนใช่หรือไม่ ข้าไม่มีแล้วอย่างไร หนักศีรษะของพวกเจ้ามากหรือ! หากหนักมากข้าช่วยเอามันออกจากบ่าของพวกเจ้าดีหรือไม่!

“เจ้า เจ้า! บังอาจยิ่งนัก ช่างบังอาจยิ่งนัก! ทหารจับตัวมันไปลงโทษประเดี๋ยวนี้!

“เป็นเพียงนางกำนัลแต่กล้าสั่งทหารจับตัวข้างั้นหรือ คงชินกับการเที่ยวชี้นิ้วสั่งผู้อื่นจนเคยตัวสินะ”

“หยุดเถิดนู่ปี้ พวกเจ้าขอโทษแม่นางหลิวประเดี๋ยวนี้”

“แต่ว่าองค์หญิงเพคะ”

“ข้าสั่ง”

"ผู้ใดกันแน่ที่จะไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่ เช่นไรก็ต้องตำแหน่งสูงกว่าพวกเจ้าที่เป็นนางกำนัล คิดว่าองค์หญิงให้ท้ายแล้วจะคิดเหิมเกริมเช่นไรก็ได้หรือ คุณหนูตระกูลอื่นอาจจะกลัวพวกเจ้า แต่สำหรับข้า พวกเจ้าก็เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น อย่าให้มากไปนัก” นางเดินเข้าไปหาองค์หญิงหยางหยู่เยียนที่หน้าเริ่มมืดครึ้มเข้าไปทุกที “คิดจะท้าทายหม่อมฉันมันไม่ง่ายหรอกเพคะ รอรับของขวัญจากหม่อมฉันได้เลย รับรองว่าองค์หญิงต้องทรงชอบเป็นแน่” นางยกยิ้มมุมปากให้เพียงนิดแล้วเดินออกมาทันที

“ช้าก่อนเหมยเอ๋อร์” นางหันกลับไปมองพี่หยางที่เดินเข้ามาหานางช้าๆ “พี่จะไปส่งเจ้าที่จวนเอง ไปกันเถิด”

“รองแม่ทัพจ้าว แต่องค์หญิงเสด็จมาเพื่อสนทนากับท่านนะเจ้าคะ”

“ขออภัย แต่ข้าต้องไปส่งคู่หมั้นของข้าให้ถึงจวน มิเช่นนั้นท่านแม่ทัพคงจะเอ็ดข้าเป็นแน่ที่ดูแลเหมยเอ๋อร์ไม่ดี”

“คู่หมั้น! แต่องค์หญิง...”

“ไปกันเถิดเจ้าค่ะพี่หยาง ข้าเพลียเต็มทีแล้ว” นางไม่สนใจว่าองค์หญิงผู้นั้นจะทำเช่นไรต่อ นางเบื่อวังหลวงเต็มที เต็มไปด้วยคนน่ารำคาญทั้งนั้น คิดถูกหรือคิดผิดก็ไม่รู้ที่ยอมให้พี่เสี่ยวจิงเข้ามาอยู่ในวังเช่นนี้ คืนนี้จะจัดให้หนักเลย!

พี่หยางมาส่งนางถึงจวนก็กลับจวนสกุลจ้าว ส่วนนางนั้นเข้ามิติเพื่อปลูกหมามุ่ยในทันที รอเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นหมามุ่ยก็งอกงามพร้อมใช้ นอกจากขนของมันจะทำให้คันคะเยอแล้วส่วนอื่นของมันยังเต็มไปด้วยสรรพคุณทางยาอีกมาก ทั้งช่วยเพิ่มสมรรถทางเพศ ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ บำรุงกำลัง รากมันก็ยังช่วยถอนพิษ ล้างพิษได้ และอีกมากมาย แต่ที่เห็นผลที่สุดก็คือเรื่องของสมรรถภาพทางเพศ แต่วันนี้นางจะใช้เพียงขนของมันเท่านั้น

“หากถูกจับได้ เจ้าคงไม่พ้นหัวหลุดจากบ่าเป็นแน่”

“ก็อย่าให้ถูกจับได้สิเจ้าคะ” นางกับท่านน้าลู่ไป๋อยู่ในมิติที่ตอนนี้เสี่ยวหู่กำลังนอนเกลือกกลิ้งไปกับพื้นอย่างมีความสุขสุดๆ นางเพิ่งสังเกตว่าที่หน้าผากของมันมีอัญมณีสีฟ้าติดอยู่ มันบอกว่าเป็นที่กักเก็บพลังเวทย์ของมัน ซึ่งนางก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันใช้เวทย์ทำสิ่งใดได้บ้าง “เจ้าไม่คิดจะออกไปอยู่ข้างนอกบ้างเลยหรือเสี่ยวหู่” มันตอบกลับมาอย่างหนักแน่นว่าไม่ ในนี้มันสุขสบายกว่าด้านนอกมากนัก “เช่นนั้นก็พรวนดินผักให้ข้าด้วยเข้าใจหรือไม่” หลังจากเกี่ยวเกี่ยวสมุนไพรจนพอใจแล้วนางก็ปลูกผักเพิ่มในทันที นางให้มิติสร้างโรงเก็บของที่สามารถเก็บได้ไม่จำกัดไว้หนึ่งลัง ในนั้นมีสมุนไพรกับผักผลไม้ที่นางเก็บเกี่ยวอยู่ หากต้องการใช้เมื่อใดก็แค่หยิบออกมาใช้เท่านั้น

ผักผลไม้ในมิติไม่มีวันเน่าเสีย นางจึงปลูกและเก็บมันวนไปอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ นึกสิ่งใดออกก็สั่งให้ปลูกไว้ ตอนนี้นางมีใบกระเพราสำหรับทำผัดกระเพราแล้วนะ กลิ่นพริกกระเทียมยามผัดหอมฟุ้งไปสี่ห้าจวนทีเดียว วันไหนว่างมากนางก็เข้ามิติเพื่อสกัดยาออกไปวางขายที่โรงหมอ เดี๋ยวมีสมุนไพรที่นางทำไว้แจกด้วย ชาวบ้านสรรเสริญนางเช่นเทพเซียนไปเสียแล้ว ยิ่งหนาวเช่นนี้ผู้คนยิ่งเจ็บป่วยกันมาก ได้สมุนไพรของนางช่วยจึงทำให้พวกเขารอดมาได้

“ไปกันเลยหรือไม่จิวเหมย ด้านนอกตอนนี้น่าจะเข้ายามโฉ่วแล้ว”

“ไปกันเลยเจ้าค่ะ” นางเปลี่ยนชุดเป็นสีดำแล้วออกจากมิติไปยังตำหนักของฮองเฮา เพียงนึกถึงหลังฉากที่นางคุ้นเคยทั้งนางและท่านน้าลู่ไป๋ออกมาโผล่ยังจุดหมายทันที นางเดินไปยังส่วนที่เป็นเตียงนอนแล้วแสยะยิ้มเมื่อเห็นฮ่องเต้หน้าเหม็นนอนกอดพี่เสี่ยวจิงหลับอย่างเป็นสุข นางมองหาฉลองพระองค์สีเหลืองอร่วมแล้วก็เห็นว่าถูกแขวนอยู่อีกด้าน นางหยิบหมามุ่ยออกจากกระเป๋าแล้วนำมันไปถูด้านในของชุด จุดหมายต่อไปก็คือชุดที่ฮ่องเต้สวมอยู่ เลี่ยงจุดที่จะทำให้พี่เสี่ยวจิงโดนไปด้วย เน้นหนักไปที่...เป้ากางเกง องครักษ์เงาก็ช่วยสิ่งใดพระองค์ไม่ได้ มิเช่นนั้นก็จะโดนไปด้วย หึหึ

“จิวเหมย ตรงนั้นมัน...” ได้เกาสนุกแน่เพคะฝ่าบาท จากนั้นนางก็ออกจากตำหนักของฮ่องเต้เร้นกายไปในความมืด พยายามหลีกเลี่ยงทหารยามที่เดินตรวจกันไปมา ไม่นานนางก็หาตำหนักขององค์หญิงหยางหยู่เยียนพบ

นางกับท่านน้ากระโดดขึ้นหลังคาแล้วแงะแอบเข้าทางหน้าต่างที่ล็อกไว้อย่างแน่นหนา แต่นางเสียอย่าง เรื่องเช่นนี้มันง่ายดายมาก นางมองหาจุดที่สนใจภายในห้องแล้วพาท่านน้าเข้ามิติแล้วกลับออกมาอีกครั้งในห้องของหยางหยู่เยียน มีนางกำนัลสองคนนอนอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก และเป็นคนที่นางไม่ชอบหน้าเสียด้วย

“ใช้ของของข้าเสียด้วย” คิดไว้อยู่แล้วว่าองค์หญิงต้องใช้เครื่องสำอางของนาง นางจึงเตรียมมาพร้อม สับเปลี่ยนทุกอย่างแล้วเอาหมามุ่ยไปโปรยใส่ตัวนางกำนัลทั้งสอง เมื่อพอใจแล้วก็พาท่านน้ากลับเข้ามิติอีกครั้ง นางกับท่านน้าถอดชุดดำเอาไว้ในมิติแล้วกลับไปที่จวนเพื่อป้องกันคนสงสัย นางทำทีเป็นเดินสนทนากับท่านน้าอยู่นอกเรือนเพื่อให้คนงานในบ้านเห็นว่านางกับน้าอยู่ในจวน หากสงสัยนางกับท่านน้าจริงเช่นไรก็มีคนงานในบ้านยืนยันที่อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นางกับท่านน้าจะอยู่สนทนากันดึกดื่นเช่นนี้เพราะงานของนางนั้นมีหลายสิ่งที่ต้องทำ

“ข้าต้องระวังตัวเสียแล้วสิ”

“ข้าไม่ทำเช่นนี้กับท่านน้าหรอกเจ้าค่ะ คนที่สมควรได้รับมันเท่านั้นข้าถึงจะทำ”

“เจ้าไปนอนเถิด คนงานเห็นเรากันมากพอแล้ว” นางแยกย้ายกับท่านน้ามาพักผ่อน นางไม่มีสาวใช้ส่วนตัว กลางวันนั้นพี่เสี่ยวอิงจะมาดูแล แต่กลางคืนนั้นพี่เสี่ยวอิงจะไปนอนกับกุ้ยผิงกุ้ยอันที่เรือนของพี่เสี่ยวอิง แต่เป็นเช่นนี้น่ะดีแล้ว เพราะนางชอบที่อยู่คนเดียวมากกว่ามีสาวใช้ตามไปทุกที่

วันต่อมานางไปโรงหมอตามปกติ ตรวจรักษาผู้คนบ้าง สกัดสมุนไพรบ้าง เข้ายามเว่ยท่านพ่อก็มาหานางถึงโรงหมอ เมื่อเห็นหน้านางก็ถอนหายใจจนนางอดจะหัวเราะไม่ได้ ในวังคงจะหนักหนาพอควรเลยสินะ

“ฝีมือเจ้าใช่หรือไม่ลูกพ่อ”

“ฮ่าๆ ท่านพ่อมีเรื่องใดลูกยังไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ จะให้ลูกตอบว่าเช่นไร”

“เหมยเอ๋อร์ พ่อว่าครานี้เจ้าทำเกินไปสักหน่อยนะลูกพ่อ พระพักตร์องค์หญิงหยางหยู่เยียนอัปลักษณ์จากการเกาจนเป็นรอยแดงน่ากลัว ตอนนี้องค์หญิงให้การว่าสงสัยเจ้ามากที่สุด ด้วยเพราะเมื่อวันก่อนนั้น...”

“ลูกจะเข้าไปถึงตำหนักขององค์หญิงได้เช่นไรกันเจ้าคะท่านพ่อ เมื่อคืนลูกก็สนทนากับท่านน้าลู่ไป๋อยู่ถึงยามอิ๋นทีเดียว ลูกจะไปทำเรื่องเช่นนั้นได้เช่นไรกันเจ้าคะ”

“เฮ้อ หากเจ้ายืนยันเช่นนี้พ่อก็จะเชื่อเจ้า ที่พ่อมาหาก็เพื่อจะถามเจ้าว่าเจ้าพอจะช่วยฝ่าบาทกับองค์หญิงได้หรือไม่ อาการของฝ่าบาทนั้นพอทุเลาลงบ้างแล้วแต่องค์หญิงหยางหยู่เยียนนั้นต่อให้เป็นหมอเทวดาก็คงไม่อาจทำให้ใบหน้าของนางกลับมางดงามได้เช่นเดิม”

“ลูกช่วยไม่ได้หรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่สิ ลูกไม่อยากช่วยเจ้าค่ะท่านพ่อ สำหรับฝ่าบาทนั้นหากได้ทรงแช่น้ำสักสองสามน้ำและเปลี่ยนฉลองพระองค์ อีกไม่นานก็คงจะดีขึ้นเจ้าค่ะ” เพราะนางไม่ได้โรยผงหมามุ่ยให้โดนผิวหนังจึงไม่ใช่เรื่องยากของหมอหลวงนักหากจะรักษา แต่ขององค์หญิงนั้นนางโรยผงหมามุ่ยไว้บนเครื่องสำอางและแป้ง เช่นไรก็ต้องสัมผัสถูกผิวหน้าโดยตรง หึ งดงามมากนักใช่หรือไม่ ชอบเหยียบหัวผู้อื่นนักก็เสียโฉมไปเสียเถอะ “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ วันพรุ่งลูกจะไปเข้าเฝ้าฮองเฮา หากไม่ดีขึ้นลูกจะรักษาฝ่าบาทเอง”

“อืม เช่นนั้นพ่อจะกลับเข้าวังไปทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบ” เมื่อท่านพ่อออกไปแล้วท่านน้าลู่ไป๋ก็เข้ามา

“ใบหน้าสตรีถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกนางนะจิวเหมย”

“เจ้าค่ะ แต่เช่นไรนางก็ต้องได้เรียนรู้ถึงความเจ็บปวดเสียบ้าง อยากรู้จริงๆว่าหากโดนผู้อื่นพูดจาเหยียดหยามแล้วจะรู้สึกเช่นไร ให้นางได้อยู่กับความรู้สึกเช่นนั้นไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

วันรุ่งขึ้นนางเข้าวังตั้งแต่เช้าพร้อมท่านพ่อ ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ที่ตำหนักของฮองเฮา เมื่อนางมาถึงและฮ่องเต้เห็นหน้านางก็ส่งปราณปะทะตัวนางในทันทีจนนางถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต แน่นอกจนแทบหายไม่ออก

“จิวเหมย!

“เหมยเอ๋อร์!

“เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่หลิวจิวเหมย!

“อั๊ก” เลือดสดๆถูกกระอักออกมาจนเลอะพื้นตำหนักฮองเฮา พี่เสี่ยวจิงรีบลุกมาหานางในทัน ท่านพ่อเองก็ถลาเข้ามาประคองนางที่แทบจะหมดสติเพราะเสียเลือดมาก นางจ้องไปยังฮ่องเต้ที่ยังคงเดือดดาลนางไม่หยุดแม้จะเห็นนางกระอักเลือดออกมามากมายเช่นนี้ “หากเป็นหม่อมฉันแล้วอย่างไรเพคะ จะสั่งประหารหม่อมฉันอย่างนั้นหรือเพคะ”

“หลิวจิวเหมย! เจ้าจะทำสิ่งใดเจิ้นไม่เคยว่า แต่สิ่งที่เจ้าทำกับเจิ้นหากไม่ลงโทษเห็นที่เจ้าจะเหิมเกริมหนักไปกว่านี้เป็นแน่ เจิ้นเป็นองค์เหนือหัวของแคว้นซาน เจ้าคิดว่าเจ้าสมควรทำเช่นนี้กับเจิ้นอย่างนั้นหรือ!

“ฝ่าบาทก็ตรองดูเอาเถิดเพคะว่าสมควรหรือไม่”

“หลิวจิวเหมย!

“อย่าคิดว่าหม่อมฉันไม่ทราบเรื่องที่ฝ่าบาทจะมีราชโองการสมรสพระราชทานระหว่างพี่หยางกับองค์หญิงแคว้นเหลียว ความชั่วช้าของพระองค์ที่แม้ไม่อาจให้องค์หญิงแคว้นเหลียวเป็นฮองเฮาได้แต่ก็ไม่อาจปล่อยมือจากแคว้นเหลียวได้เช่นกัน จึงคิดใช้พี่หยางเป็นเครื่องมือ พระองค์คิดว่าหม่อมฉันโง่นักหรือเพคะ”

“จริงหรือเพคะฝ่าบาท!

“พระองค์ช่างตอบแทนหม่อมฉันได้สาสมยิ่งนักเพคะ”

“หยางโจวหมิง! เจ้าพูดมันออกมาประเดี๋ยวนี้ว่าเรื่องที่จิวเหมยพูดนั้นจริงหรือไม่! บอกข้ามาประเดี๋ยวนี้!

“หากองค์หญิงแคว้นเหลียวกลับไปโดยไม่ได้สิ่งใด แคว้นซานจะต้องทำสงครามระหว่างแคว้น เจิ้นในฐานะผู้ปกครองแคว้นซาน จะให้เจิ้นปล่อยให้ประชาชนเจอสงครามอีกได้เช่นไร”

“เจ้าได้ถามจ้าวไท่หยางหรือไม่ว่าสหายของเจ้านั้นเต็มใจทำสิ่งนี้หรือไม่”

“ใยเจิ้นต้องถาม เช่นไรจ้าวไท่หยางก็ต้องทำตามคำสั่งเจิ้น” คำตอบเห็นแก่ตัวสมเป็นฮ่องเต้จริงๆ

“ฝ่าบาทเห็นพี่หยางเป็นสหายหรือเป็นเพียงข้ารับใช้กันเพคะ พี่หยางทำทุกอย่างเพื่อพระองค์ แต่พระองค์กลับตอบแทนพี่หยางเช่นนี้ แค่ผงคันคะเยอของหม่อมยังน้อยนิดนักหากเทียบกับความเห็นแก่ตัวของฝ่าบาท เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะขอทูลฝ่าบาทไว้ตรงนี้ หากทรงมีราชโองการบัดซบนั่นถึงพี่หยางเมื่อใด พระองค์จะไม่มีแม้แผ่นดินจะกลบหน้า จำคำหม่อมฉันไว้ให้ดี จะสั่งประหารหม่อมฉันก็เชิญเลยเพคะ หม่อมฉันไม่กลัว”

“เจ้ากล้าท้าทายอำนาจเจิ้นเช่นนั้นหรือ!

“หม่อมฉันเคยให้ชีวิตพระองค์ หม่อมฉันก็สังหารพระองค์ได้เช่นกัน อยากลองดูหรือไม่เล่าเพคะ”

“หึ กล้าขู่เจิ้นถึงเพียงนี้คงไม่เกรงกลัวสิ่งใดแล้วกระมัง บุตรสาวของท่านแม่ทัพช่างกล้าหาญเสียจริง”

“ทูลลาเพคะ กลับจวนกันเถิดเจ้าค่ะท่านพ่อ เอาไว้ข้าจะมาหาใหม่นะเจ้าคะพี่เสี่ยวจิง” นางถูกท่านพ่อประคองออกจากตำหนักฮองเฮา พอพ้นสายตาคนนางก็ขอท่านพ่อเข้ามิติในทันที เสี่ยวหู่วิ่งมาหาเมื่อเห็นนางเข้ามิติในสภาพโชกเลือด มันรีบวิ่งไปคาบถ้วยข้าวที่นางเอาเข้ามาไว้ให้มันไปตักน้ำในสระมาให้นางดื่ม ทันทีที่น้ำถูกกลืนลงคอความเจ็บปวดทุกอย่างก็หายใจ นางกลับมาหายใจคล่องขึ้นอีกครั้ง “ขอบใจมากนะเสี่ยวหู่” เมื่อดีขึ้นจึงกลับออกไปหาท่านพ่ออีกครั้งแล้วกลับจวนพร้อมกัน แต่โชคร้ายที่เจอพี่หยางระหว่างทาง

“เลือด? นี่เลือดเจ้าหรือเลือดผู้ใดเหมยเอ๋อร์” นางไม่ตอบ แต่ใบหน้าซีดเซียวของนางคงเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี “บอกพี่มาว่าผู้ใดทำกับเจ้าเช่นนี้ บอกพี่มา!

“ช่างมันเถิดเจ้าค่ะพี่หยาง ข้าไม่เป็นอะไรมาก”

“ท่านแม่ทัพขอรับ...”

“เจ้าไปถามสหายของเจ้าเอาเถิดรองแม่ทัพจ้าว” พี่หยางกัดฟันจนสันกรามสวยนั้นบดเข้ามาหากันจนเกิดเสียง

“หยางโจวหมิง!” พี่หยางเดินดุ่มๆเข้าไปในวัง ท่านพ่อเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจยาวเหยียด

“เท่านี้มันยังไม่พอหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ”

“เจ้าจะทำสิ่งใดอีกหรือลูกพ่อ”

“พรากสิ่งที่พระองค์รักสักสามสี่วันอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.158K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4051 yukai (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 08:56

    ขอบคุณ
    #4,051
    0
  2. #3960 Nuthathai Por (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:33

    ทำไมทำกับเพื่อนกับคนมีพระคุณแบบนี้ห๊ะฮ่องเต้

    #3,960
    0
  3. #3788 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 13:43
    จัดเลยหนักๆๆๆ
    #3,788
    0
  4. #3246 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 21:22
    แสบชิปหาย
    #3,246
    0
  5. #2981 pmsrisermsin (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 15:51

    โหเจ๋งอะมีรีเควสบทเสี่ยวหู่ก็จัดให้ตอนตะกี้รีเควสบทพระนางหวานๆก็จัดให้
    #2,981
    0
  6. #2696 จูปาจุ๊ปสฺ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 17:32
    เหมือนจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่ก็ยังเดาทางไม่ออก555
    #2,696
    0
  7. #2478 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:53

    ให้ท่านพ่อลาออกจากแม่ทัพแล้วย้ายครอบครัวไปอยู่แคว้นอื่นซะปล่อยให้พวกอวดดีในวังแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นกันเอาเองช่วยมามากพอแล้วล่ะ

    #2,478
    0
  8. #2472 woonwai!! (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:28
    ดู เนื้อเรื่องเริ่มงอแง นางเอกทะนงตัวสูงมาก ฮ่องก็เหมือนฉลาดแต่ก็โง่กว่าที่คิด พระเอกผู้ไม่มีบทบาท
    #2,472
    4
    • #2472-3 ชายสวม หน้ากาก(จากตอนที่ 49)
      8 ธันวาคม 2562 / 20:00
      ใช่ครับ
      #2472-3
    • #2472-4 Chita-L(จากตอนที่ 49)
      22 กันยายน 2563 / 12:25
      เห็นด้วยมาก นางเอกอวดดีเกินไป ไม่เห็นหัวใครเลย
      #2472-4
  9. #2470 pongladapapoom (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:18
    อิเต้ นี่วอนไม่มีดินกลบหน้าซะแล้ว จัดไปให้สำนึกไม่ทันไปเลยน้องจิวเหมย
    #2,470
    0
  10. #2457 Amp1257 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 15:12
    จัดไปให้เจิ้นกระอักเลือดเลยเหม่ยเอ๋อร์
    #2,457
    0
  11. #2454 r123123 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 13:50

    แน่ะ!น้องเหมยเอาคืนได้สะใจนัก

    #2,454
    0
  12. #2449 ดาว (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:48

    ...น่าจะโดนเหมือนองค์หญิงให้หน้าพังเสียโฉมอับอายไปเลยถ้าพอสันดานจากสายเลือดพ่ออกแล้วจะเป็นงี้ -เต้เนรคุณ!!! พาเสี่ยวจิงไปหาสามีใหม่เลยค่ะนางเอก

    #2,449
    0
  13. #2447 Mbk Mbk (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:42
    สุดท้ายจะเหมือนพ่อตัวเองมั้ย
    #2,447
    0
  14. #2445 kanyapakub (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:32
    เอาไปซ่อนสักสองสามปีเลยดีกว่าอาเหมย

    อิเต้องค์นี้มันเหลิงในอำนาจเกินไป ไม่ถามความสมัครใจของสหายเลย จริงอยู่บ้านเมืองสำคัญแต่ สหายที่ช่วยเหลือ และให้ชีวิตใหม่ ไม่มีความสำคัญบ้างเลยหรอ

    อินจัดโทษทีค่ะ
    #2,445
    0
  15. #2441 khunmos (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:01

    ฆ่าฮ่องเต้ทิ้งฃะก็สิ้นเรื่อง พอมีอำนาจแล้วห้าว

    #2,441
    0
  16. #2439 Kanjana Oo (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:37
    อิเต้ ที่คนรักตัวเองยังอยากอยู่ใกล้ แล้วนี้จะพรากคนรักคนอื่นเหรอเห็นแก่ตัวไม่มีหัวคิด ทางออกมีตั้งหลายทาง
    #2,439
    0
  17. #2434 ชื่อ' สีตึงงง'งงง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:03
    อีเต้ยังไงก็คืออีเต้ เห็นแก่ตัวจริงๆ
    #2,434
    0
  18. #2431 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:37

    พรากไปสักปีเลยละกัน สิ้นคิดนัก

    #2,431
    0
  19. #2429 Sidamao (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:31
    ไม่น่าช่วยเหลือเลย ฮ่องเต้ชั่ว ไปอยู่แคว้นอื่นดีหว่า
    #2,429
    0
  20. #2425 อาริน (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:23

    ปล. ถึงคนที่บอกน้องเหมยทำเกินไป....ลองกลับไปอ่านดูดีๆอีกที จะให้ดีอ่านย้อนแต่แรกเลย เต้คนปจบ.เคยได้อาเหมยช่วยชีวิตรอดตายจากพิษ ช่วยให้ได้ขึ้นครองราชแทนอิเต้คนเก่าที่จะหักหลังสหายฆ่าพ่ออาเหมยเพราะยึดติดกับอำนาจ แถมยังได้อาเหมยช่วยให้สมหวังรักช่วยพูดจนพี่เสี่ยวจิงยอมมาเป็นฮองเฮาให้ คือติดหนี้บุญคุญน้องเหมยขนาดไหนลองคิดดู ป่านนี้ถ้าไม่ได้น้องเหมยช่วยไว้ได้ตายเพราะพิษไปตั้งแต่ตอนแรกๆแล้ว แล้วคงไม่มีทางได้สมหวังในรักด้วยซ้ำ......แล้วดูสิ่งตอบแทนผู้มีพระคุณที่เต้คนนี้ทำ ได้เป็นเต้ละเหลิงอำนาจไม่เห็นหัวผู้มีพระคุณไม่พอ ยังทำร้ายด้วยการจะพรากคนรักคู่หมั้นคู่หมายออกจากกันเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องมีภาระเรื่ององค์หญิงต่างเมือกับสงครามนั่น ทรยศผู้มีพระคุณและสหายได้หน้าด้านๆ....มันสมควรมั้ย??


    ส่วนแม่องค์หญิงแคว้นซานผู่ร่านรักผช.ไม่เอายังไม่เจียม บางคนบอกอาเหมยทำเกินไป แม่องหญิงกับตนใช้นางยังไม่ได้ทำร้ายอะไรเลย.....จริงดิ???

    อ่านดีๆ ถ้าไม่ใช่อาเหมยคงโดนพวกนี้ใช้อำนาจขู่โดนทหารลากไปแล้วเพราะจะแย่งผช.ขอน้องเหมย

    ยิ่งการด่าว่าเสียดสีเรื่องไม่มีมารดาให้สั่งสอนนี่ใช้ตาตุ่มอ่านรึเปล่าถึงบอกว่าไม่ใช่การทำร้าย มันทั้งหยามเกรียติและทำร้ายความรู้สึกชัดๆ คนที่เหลิงไม่สำเหนียกตัวน่ะคือพวกนางกำนัลกับองค์หญิงนั่นต่างหาก!!!


    แล้วน้องเหมยก็เก่งและมีอำนาจพอ นางก็ดีกับคนที่ดีกับนาง แล้วทำไมนางจะร้ายใส่พวกคนต่ำทรามทรยศนางทั้งๆที่นางทำเพื่อพวกนั้นมาตั้งมากมายไม่ได้?? พลังของอาเหมยทำให้ฮ่องเต้หายไปจากโลกนี้หรือถล้มแคว้นนี่ยังได้ คนที่เหลิงในอำนาจคือใครกันแน่?

    #2,425
    5
    • #2425-1 ฟ้าสาง ที่ฝั่งพาน(จากตอนที่ 49)
      1 สิงหาคม 2562 / 11:19
      เอาใจไปเลย
      #2425-1
    • #2425-4 *Hinamori* (จากตอนที่ 49)
      1 สิงหาคม 2562 / 19:29
      monprapai ความคิดแย่มาก เหมือนอคินางเอกสุดๆเลย เหมยเอ๋อแค่ถามย้อนมั้ยล่ะว่าทำไม่ไม่เอาเข้าไปของตัวเองเพราะมาทำพูดดีว่าห่วงแคว้นกลัวสงคราม ถ้าเป็นฮ่องเต้แล้วมีปัญญาแค่ยัดผู้หญิงให้คนที่มีคู่หมาย,ไม่มีปัญญาแก้ปัญหาแบบอื่นแน่ก็ทำไปเองสิ อีกอย่างดูในวังสนมอนุเต็มไปหมดอยู่แล้วนะ แค่เต้มันไม่ยุ่ง เพิ่มลูกผู้มีพระคุณของแม่แกไปอีกคนก็คงไม่เดือนร้อนอะไร แต่พี่หยางเป็นใคร ถ้าเจ้าหญิงบ้าอำนาจขึ้นมาความสัมพันกับเหมยเอ๋อมีปัญหาแน่ monprapaiน่าจะโตในที่ๆใช้อำนาจบาตรใหญ่จนชิน อคตินางเอกขนาดนี้จนไม่อ่านให้ดีๆตีความผิดๆถูก

      ไม่มีใครบังคับให้อ่าน ไม่ชอบไม่พอใจนางเอกก็ออกไปใครจ้างให้อ่านล่ะ เค้าอ่านของอารินที่เขียนเราว่านางก็อธิบายได้ดี ตอนแรกเค้าก็งงๆแต่พอกลับไปอ่านก็เออ...ไอฮ่องเต้นี่มันน่าตายจริงองค์หญิงตอแหลนั่นด้วย น่าจะหัดเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช่บ้าอำนาจแบบฮ่องเต้ในเรื่อง

      เหรือเพราะตัวตนเป็นแบบนี้เลยเข้าข้างฮ่องเต้บ้าอำนาจและอคติเหมยเอ๋อ -_-+
      #2425-4
  21. #2424 ChanpenThumthong (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:19
    จัดไห้หนักเลยกล้ามาก
    #2,424
    0
  22. #2418 zaalah5931 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:07

    จักให้สักเดือนเลยค่ะ
    #2,418
    0
  23. #2413 LENG555* (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:01

    ฮ่องเต้หลงในอำนาจซะแล้ว อีกไม่นานคงโดนนางเอกปลดออกจากอำนาจ นางเอกคือกฎหมายนางเอกมาจากยุคสมัยใหม่ไม่เคยเกงใจใครอยู่แล้วคงต้องสั้งสอนเตือนสติฮองเต้

    #2,413
    0
  24. #2408 อาริน (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 09:50

    อ้าวเวร... สรุปเรืรองนี้เต้จะชั่วทุกตัวเลยใช่มั้ย!! อุส่าช่วยให้สมหวังได้รักกับพี่เสี่ยวจิง แล้วมาตอบแทนด้วยการจับคนรักของอาเหมยโยนให้องค์หญิงน่ารำคาญแทนตนจะได้สบายไร้ปัญหาเนี่ยนะ!! ตัดส่วนนั้นทิ้งเลยอาเหมย ตอนมันซะเลย!!! ยุให้พี่เสี่ยวจิงหนีออกจากวังเลยยยยย อิเต้เลววววววววววว คงเลวเหมือนพ่อ เหมือนน้องสาวมันหมดมั้ง!!?

    #2,408
    0
  25. #2407 kanoknat81 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 09:50
    อิเต้คนใหม่น่าจะรู้จักน้องเหมยดีที่สุดคนหนึ่ง แต่ดันโง่ทั้งที่ไม่น่าโง่

    โดนน้อยไปหน่อยนะ
    #2,407
    0
  26. #2402 monprapai (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 09:09
    บทนี้ไม่โออย่างแรง นางเอกไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่รู้ลำดับความสำคัญของบุคคล ของสถาณการณ์ ไม่มีมารยาททั้งกับฮ่องเต้ ทั้งกับองค์หญิง

    องค์หญิงจะเอาแต่ใจวางอำนาจไปบ้างก้อเป็นเรื่องปกติ คนเกิดมาสูงมีอำนาจชี้นิ้วสั่งเป็นสั่งตาย ก้อด่าซะอย่างกะข้าในจวนตัวเอง

    กับฮ่องเต้เคยเองไม่พอใจน่าจะคุยปรึกษากันมากกว่าจะแกล้งแบบนั้น

    ถือว่าตัวเองเก่งผลิตระเบิด ผลิตปืนได้ ไม่กลัวสงคราม เรื่องแต่งงาน ทั้งแผ่นดินไม่ได้มีแม่ทัพ รองแม่ทัพ ตำแหน่งละคนนี่นะ
    #2,402
    6
    • #2402-4 Jirapanonpitak(จากตอนที่ 49)
      1 สิงหาคม 2562 / 10:19
      เต้ผิดเหมือนทำลายทำร้ายคนในครอบครัว
      #2402-4
    • #2402-5 Jirapanonpitak(จากตอนที่ 49)
      1 สิงหาคม 2562 / 10:19
      เกลียดพี่เต้ทำน้อง
      #2402-5