หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 47 : มิติธาตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,398 ครั้ง
    30 ก.ค. 62

“ข้าอยากนอน” เจ้าพยัคฆ์ที่นั่งแบะขาสองข้างออกเผยให้เห็นพุงขาวอวบอมชมพูน่ากัดของมันส่งเสียงดุนางอย่างเกรี้ยวกราดว่าหากนางยังเข้าไปในมิติไม่ได้ก็อย่าหวังว่านางจะได้นอน “แล้วใยต้องให้ข้าฝึกรวดเร็วเช่นนี้ด้วยเล่า” มันบอกว่าสิ่งที่ต้องทำหลังเอาตำราเวทย์ออกจากหุบเขาคือกล่าวสัจจะวาจา ของนางนั้นจำเป็นต้องเข้ามิติธาตุให้ได้โดยเร็วเพื่อกล่าวสัจจะวาจาต่อมิติธาตุของนาง เพื่อให้มันยอมรับใช้นางเพียงผู้เดียว ซึ่งตำราเวทย์นี้นั้นนางต้องจำทุกบทให้ขึ้นใจภายในสามวัน หลังจากนั้นมันจะเลือนหายไปและกลับไปอยู่ยังถ้ำมรกตเช่นเดิม

ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่าเสี่ยวหู่!

นางท่องเวทย์ทุกบทให้จำขึ้นใจ แต่เพราะความยากจึงไม่ง่ายนักที่จะจดจำได้ทั้งหมด เช่นนั้นสามวันต่อจากนี้นางจึงตัดสินอยู่แคว้นเยี่ยนต่อ นางได้แจ้งให้ทุกคนได้รับทราบแล้วว่าจะอยู่แต่ในห้องเท่านั้น ฝากฝังให้ท่านน้ากับพี่หยางไปดูที่เมืองอวิ๋นในคืนนี้ หากไม่มีสัตว์อสูรออกมาเลยในสามวันนี้ก็ให้ไปรับรางวัลจากฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนได้เลย

“มันยากมากเลยเสี่ยวหู่” นอกจากยากแล้วนางยังอ่านไม่ค่อยเข้าใจอีกด้วย เสี่ยวหู่บอกนางว่านางต้องท่องมันด้วยจิตใจ หากท่องปากเปล่านั้นยากจะเข้าถึงเวทย์แต่ละบทได้ จิตใจรวมกับปราณต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะช่วยให้นางสามารถเข้าใจเวทย์แต่ละบทได้ง่ายขึ้น เช่นนั้นวิธีง่ายๆก็คือการนั่งสมาธิ

เสี่ยวหู่เอียงคอมองผู้เป็นเจ้านายของมันอย่างสงสัย นางนั่งสมาธิแต่เหตุใดคอจึงเอียงพับลงมาเช่นนั้น อีกทั้งเสียงลมหายใจก็ดังกว่าปกติเสียด้วย น้ำลายก็เริ่มไหล คงไม่ใช่นั่งสมาธิแล้วกระมัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนเตียงของเจ้านายแล้วใช้สองขาหลังกระโดดถีบหน้าผากหลิวจิวเหมยจนหงายหลังนอนไปกับเตียง ไม่เพียงเท่านั้น มันยังตั้งท่าจนก้นโด่งทั้งยังขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นอีกนิดแล้วกระโดดทับร่างมนุษย์ตัวจ้อยจนผู้ที่แอบหลับไปสะดุ้งตื่นจนตัวงอ

“โอ้ย เสี่ยวหู่!” เมื่อเห็นว่านางตื่นแล้วมันก็เชิดหน้ากระโดดลงจากเตียงไปยังที่ของมันทันที “เจ้าทับข้าเกือบตายนะ!” มันเถียงนางกลับมาเบาๆว่าผู้ใดใช้ให้นางนั่งหลับกัน

เพราะกลัวถูกมันทำร้ายร่างกายขณะหลับอีกนางจึงต้องมาตั้งใจฝึกเวทย์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางค้นพบวิธีของนางเองได้แล้ว เพราะการหลับไปเมื่อครู่ก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทีเดียว เพราะในขณะที่กึ่งหลับกึ่งตื่นนั้นนางคลับคล้ายว่าได้ยินเสียงเวทย์บางบทที่อยู่ในตำรา นางจึงหลับตาตั้งสมาธิอีกครั้งแล้วเพ่งสมาธิไปยังตำราเวทย์ ไม่นานเวทย์บทต่างๆก็ถูกร่ายออกมาผ่านเสียงที่นางก็อาจรู้ได้ว่าเป็นเสียงของผู้ใด แต่มันทำให้นางจดจำเวทย์ทุกบทในตำราได้แม่นยำราวกับท่องจำมาแรมปี ผ่านไปสองชั่วยามนางจึงลืมตาขึ้นเมื่อมั่นใจแน่แล้วว่าไม่มีเวทย์บทใดตกหล่นจากความจำของนาง

“เรามาลองกันเถิดเสี่ยวหู่” นางหลับตาเพ่งความทรงจำแล้วร่ายเวทย์บทมิติธาตุ เมื่อนางร่ายจนจบบทเสียงอึกทึกของโรงเตี๊ยมก็พลันเงียบสงบ นางได้ยินเสียงน้ำตก เสียงเสียดสีของใบไม้ยามต้องลม เมื่อลืมตาอีกครั้งนางก็พบว่านางอยู่ในสถานที่ที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา “มิติธาตุงั้นหรือ”

“ใช่แล้วแม่นาง นี่คือมิติธาตุของเจ้า”

“เสียงผู้ใดกัน! นางมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบที่มาเจ้าของเสียง มีเพียงพื้นที่โล่งกว้างกับน้ำตกสูงเท่านั้น

“ข้าเป็นผู้พิทักษ์มิติแห่งนี้ หน้าที่ของข้าจะหมดลงเมื่อสัจจะวาจาของผู้ครองมิติได้รับการยอมรับ”

“ข้าต้องทำเช่นไรเจ้าคะ”

“ทำให้มิตินี้ยอมรับเจ้าด้วยตัวเจ้าเองสิแม่นาง สัจจะวาจาใดก็ตามที่เจ้าได้ให้ต่อมิติแห่งนี้จะถือเป็นดั่งคำสาบาน หากเจ้าผิดต่อคำสาบานมิติแห่งนี้จะลงทัณฑ์เจ้า สัจจะที่ออกมาจากใจจริงย่อมมีอานุภาพที่ยิ่งใหญ่” ออกมาจากจากใจจริงเช่นนั้นหรือ ที่นี่ไม่เหมือนมิติของท่านแม่เลยสักนิด นางจึงไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร

“แต่ข้าไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรเจ้าค่ะ”

“มิติแห่งนี้จะทำตามที่เจ้าต้องการทุกอย่างไม่ว่าสิ่งใจ เพียงเจ้าเอ่ยวาจาเจ้าจะได้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ แต่เจ้าต้องทำให้มิติเชื่อว่าเจ้าเป็นนายของมิตินี้” พูดง่ายแต่ทำยากเนี้ยสิ เอาวะ ไม่ลองไม่รู้

“พูดเช่นไรก็ได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ใช่ หากสัจจะของเจ้านั้นมีอานุภาพมากพอ มิตินี้จะยอมรับเจ้า” นางหลับตาตั้งสมาธิ ประสานมือไว้ที่กลางอก รวมปราณกับสมาธิให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทันใดนั้นก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นจากในหัว เป็นสัจจะว่าเพียงไม่กี่คำและง่ายดายยิ่งนัก แต่ทุกคำนางสัมผัสได้ว่ามันออกมาจากใจของผู้ให้สัจจะจริงๆ

“ข้าหลิวจิวเหมย บุตรีของหลิวตงเฉินกับเยว่เหมยอิง ขอมิตินี้จงรับใช้ข้าเพื่อช่วยเหลือผู้คนทั่วทุกแคว้นในชาตินี้ ข้าจะทำมันให้ดีที่สุดไม่ว่าเรื่องใด ข้าขอให้สัจจะ หากข้าผิดสัจจะข้าจะยอมรับโทษโดนทัณฑ์โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ” นางแบมือทั้งสองข้างออกแล้วใช้ปราณนำพาธาตุดำไปยังมือซ้ายและธาตุขาวไปยังมือขวา จากนั้นนางวางมือทั้งข้างลงบนพื้นดินของมิติ ทันทีที่ธาตุทั้งสองได้สัมผัสกับมิติทุกอย่างก็พลันงอกงามราวกับมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หลากสี ผลไม้หลายต้น เหล่าปลาแหวกว่ายในลำธารด้านล่างน้ำตก สมุนไพรหายากอีกมากมาย “นี่มัน...”

“มิติแห่งนี้เป็นของเจ้าแล้วแม่นางหลิว ขอจงจำสัจจะของท่านให้ดี” สายลมพัดพาเปิดฟ้า แสงแดดส่องลงมากระทบผืนดินและผืนหญ้า นางมองรอบๆมิติอย่างเต็มตาก่อนจะลองสั่งให้มันปลูกโสมพันปี ของที่นางต้องการมานานเพื่อสกัดยาแต่ไม่ว่าจะถามหาจากร้านขายสมุนไพรแห่งใดก็ไม่เคยพานพบ

“เช่นนั้นก็ปลูกสมุนไพรให้หมดเลยก็แล้วกัน” นางเลือกปลูกแต่สมุนไพรที่หายากจริงๆเท่านั้น บัววารีที่ว่ากันว่าสามารถชุบชีวิตคนตายได้นางก็ปลูกไว้ที่ลำธาร สมุนไพรไทยสมุนไพรจีนตามแต่นางนึกได้นางก็ปลูกไว้หมด เมื่อพอใจแล้วนางเอ่ยจาวาเพื่อออกจากมิติ แต่นางอาจจะพูดไม่ชัดเจนเพราะนางดันออกมาที่บ้านของนางที่แคว้นซานเสียนี่! “วาร์ปได้ด้วยหรือนี่ เช่นนี้จะไปที่ใดก็ย่อมได้นะสิ!” แต่ตอนนี้ต้องกลับไปที่โรงเตี๊ยมที่แคว้นเยี่ยนเสียก่อน

นางทดลองอยู่สองสามครั้งก็กลับมายังห้องที่นางพักได้อย่างถูกต้อง ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะระหว่างที่นางลองผิดลองถูกอยู่นั้นนางหายตัวไปโผล่ยังที่ที่ไม่ควรไปตั้งหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นห้องที่พี่หยางพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ แต่ที่บอกว่าไม่ควรไปเพราะพี่หยางอาบน้ำอยู่นะสิ! เกือบแล้วจิวเหมย เกือบเป็นสตรีถ้ำมองเสียแล้ว

“ข้าทำสำเร็จแล้วเสี่ยวหู่” ได้ยินเช่นนั้นมันก็กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ นางก็ไม่เข้าใจนักว่ามันดีใจด้วยเรื่องใด แต่ตำราเวทย์ที่นางเอามานั้นหายไปเสียแล้ว มันบอกว่าตำราจะหายไปหากมิตินั้นยอมรับนาง

“เหมยเอ๋อร์! เจ้าหายไปที่ใดมา พี่มาหาเจ้าที่ห้องแต่ไม่พบ”

“พี่หยาง...เอ่อ คือ” จู่ๆภาพแผ่นหลังขาวของพี่หยางก็ลอยเข้ามาในหัวนาง ทั้งขาวทั้งเนียน “ไม่ๆ อย่าคิดๆ”

“เหมยเอ๋อร์”

“คือว่าข้าลงไปสั่งอาหารมาเจ้าค่ะพี่หยาง แหะๆ”

“พี่ก็คิดว่าเจ้าออกไปเดินเล่นข้างนอกโดยไม่บอก พี่จะมาบอกเจ้าว่าพี่กับประมุขฟ่านแล้วก็เสี่ยวจิงจะไปที่เมืองอวิ๋นกันตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนไท่หลงนั้นคงจะยังนอนอยู่ในห้อง”

“เจ้าค่ะพี่หยาง ระวังตัวกันด้วยนะเจ้าคะ” พี่หยางออกไปแล้วแต่หัวใจนางยังเต้นตุบๆไม่หยุด ภาพลามกก็ยังคงผุดขึ้นมาในหัวไม่เว้น “เสี่ยวหู่ แล้วอาวุธที่ทุกคนนำมาต้องทำสัจจะเช่นเดียวกับมิติของข้าหรือไม่” มันบอกว่าต้องทำเช่นกัน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะทุกคนนั้นทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้วและทำมันได้ดี จ้าวไท่หลงเองก็เช่นกัน “ดูเหมือนว่าข้าจะใช้มิติในการเดินทางได้ด้วยนะ ไม่ว่าต้องการไปที่แห่งใดมิตินั้นก็พาข้าไปได้ทุกที่เลย” แต่สาบานว่านางไม่ได้อยากเข้าห้องพี่หยางเลยจริงๆนะ เพียงแค่บังเอิญคิดถึงหน้าพี่หยางแวบเดียวเท่านั้นเอง

เสี่ยวหู่บอกว่ามิตินั้นเป็นทุกอย่างที่นางอยากให้เป็น ทำได้ทุกอย่างที่อยากให้ทำ และมันรู้ว่านางจะต้องปลูกสมุนไพรล้ำค่าไว้เป็นแน่ มันจึงข่มขู่ให้นางพามันเข้าไปอยู่ในมิติ เพราะสมุนไพรในนั้นจะช่วยให้พลังของมันแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น มันบอกว่านางจะได้รู้เสียทีว่านอกจากขยายร่างกับกลืนกินทุกอย่างที่อยากกินแล้วนั้นมันทำสิ่งใดได้บ้าง นางจึงพามันเข้าไปในมิติอีกครั้ง สมุนไพรที่นางปลูกไว้ในครั้งแรกนั้นกำลังเติบโตเป็นอย่างดี เสี่ยวหู่บอกว่ามันใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองชั่วยามเท่านั้นนางก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว

“เจ้าจะอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าออกไปนอนนะ เผื่อว่าไท่หลงมาหาจะได้ไม่ตกใจที่ไม่เจอข้า” เสี่ยวหู่หาได้สนใจนางไม่ เมื่อมันกำลังดื่มน้ำในลำธารอย่างกระหาย ครั้งนี้นางออกมาได้ถูกจุดไม่ไปโผล่ในที่ที่ไม่ควรไปอีก

นางหลับไปนานเท่าใดก็ไม่อาจรู้ แต่ต้องตื่นเพราะได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่ในห้องของนาง เมื่อลืมตาขึ้นจึงได้เห็นว่าเป็นท่านน้าลู่ไป๋ พี่หยาง พี่เสี่ยวจิง แล้วก็ไท่หลง มาทำอะไรที่ห้องนางกัน ไม่ได้ออกไปที่เมืองอวิ๋นหรอกหรือ

“นางตื่นแล้วขอรับ จิวเหมยๆ ตื่นเสียที เจ้าหลับหรือตายกันนะ”

“ไม่ได้ไปเมืองอวิ๋นกันหรือเจ้าคะ”

“จิวเหมย นี่ยามเหม่าแล้ว”

“ยามเหม่า! จะเช้าแล้วนะสิเจ้าคะ นี่ข้าหลับไปนานเพียงนี้เชียวหรือ”

“ก็ข้าถึงพูดอย่างไรว่าเจ้าหลับหรือตายกันแน่ พวกเราพร้อมจะเดินทางกลับแคว้นซานกันแล้วก็เลยจะมาถามเจ้าว่าพร้อมจะเดินทางหรือไม่ หรือว่าต้องรอสิ่งใดเพราะเจ้าบอกว่าจะอยู่ที่แคว้นเยี่ยนอีกสามวัน”

“ใช่ แต่ก็กลับได้แล้วล่ะ ว่าแต่เหตุใดจึงรีบกลับแคว้นซานกันนักเล่าเจ้าคะ ข้ายังไม่ได้ไปเอารางวัลจากฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนเลย ตั้งห้าหมื่นตำลึงทองเลยเชียว”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พี่เสี่ยวจิงกับท่านน้าลู่ไป๋ไปเอามาให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว”

“แล้วใยต้องรีบกลับเล่าเจ้าคะ”

“ต้องพาเสี่ยวจิงกลับไปรับตำแหน่งฮองเฮาอย่างไรเล่า” นางตาโตมองพี่เสี่ยวจิงในทันที “หากชักช้าพี่เกรงว่าขุนนางพวกนั้นจะกดดันฝ่าบาทจนต้องทรงยอมแต่งตั้งองค์หญิงจากแคว้นเหลียวขึ้นเป็นฮองเฮา พี่ก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะทันหรือไม่เพราะเราต้องใช้เวลาเดินทางกลับเมืองหลวงอีกหลายวัน”

“ไม่ใช่ปัญหาเจ้าค่ะ ข้าจะไปล้างหน้ารอ ระหว่างนี้ก็ให้ใครสักคนไปคืนห้องกับเสี่ยวเอ้อแล้วก็ไปเอาม้านะเจ้าคะ เราต้องหาจุดที่เหมาะๆและเงียบๆสักจุดสำหรับเตรียมเดินทางเจ้าค่ะ” ทุกคนยังคงงุนงงแต่ก็ยอมทำตามที่นางบอก

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพวกเราก็เดินหาจุดที่ไม่มีผู้คนเดินผ่าน นางใช้ธาตุขาวครอบคลุมทุกคนและม้าไว้ก่อนจะพาเข้าไปในมิติที่เสี่ยวหู่กำลังวิ่งจับปลาในลำธารอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นนางมันก็วิ่งขึ้นมาหาแล้วสะบัดขนจนน้ำกระเด็นโดนหน้าโดนตัวนางจนเปียก

“เลิกเล่นได้แล้วเสี่ยวหู่ เราต้องกลับแคว้นซานกันแล้วนะ ให้ท่านน้าอุ้มเร็วเข้า” มันยอมลดขนาดตัวลงแต่โดยดีแล้วเดินไปหาท่านน้าลู่ไป๋ทันที “นี่เป็นมิติธาตุของข้าเองเจ้าค่ะ หากเข้ามาในนี้แล้วข้าสามารถพาทุกคนไปยังที่ต่างๆได้ตามต้องการ และเราจะใช้วิธีในการเดินทางกลับแคว้นซานเจ้าค่ะ”

“อัศจรรย์!

“เช่นนั้นไปกันเถิดเจ้าค่ะ” นางหลับตานึกถึงเส้นทางก่อนถึงประตูเมืองแล้วพาทุกคนออกไปยังที่ตรงนั้น เมื่อออกจากมิติแล้วทุกคนก็ควบม้าไปยังประตูเมืองในทันทีเพื่อมุ่งตรงไปยังวังหลวง พี่หยางเป็นดั่งใบผ่านทางชั้นดี เพียงทหารเห็นใบหน้าหล่อเหลาของรองแม่ทัพจ้าวก็เปิดทางให้พวกนางเข้าเมืองแต่โดยดี

พี่หยางพาพวกนางควบม้าไปตามเส้นทางลัดเพื่อให้ถึงวังหลวงโดยเร็วที่สุด เห็นประตูวังแล้วแต่จู่ๆพี่เสี่ยวจิงก็เกิดลังเลและหยุดควบม้าไปเสียเฉยๆ นางมองสตรีผู้เป็นดังพี่สาวแท้ๆอย่างเข้าใจ มันไม่ง่ายที่จะตัดสินใจเช่นนี้ แต่ความเด็ดเดี่ยวของพี่เสี่ยวจิงก็เอาชนะความลังเลได้จนหมดสิ้น รองแม่ทัพจ้าวพาพวกนางเข้ามายังวังหลวงได้โดยง่าย และจุดหมายคือตำหนักขององค์เหนือหัวแคว้นซาน

“คารวะรองแม่ทัพจ้าว”

“กงกง ข้ามาเข้าเฝ้าฝ่าบาท” กงกงมองพวกนางอย่างสงสัยแต่ก็ยอมเข้าไปกราบทูลฮ่องเต้แต่โดยดี มากับรองแม่ทัพใยต้องสงสัยสิ่งใดพวกนางอีก ไม่นานกงกงก็กลับมาแจ้งว่าให้เข้าไปด้านในได้เลย ช่างพิธีรีตองมากมายยิ่งนัก!

“พวกเจ้า...พี่พวกเจ้าคิดจะบุกวังหลวงเช่นนั้นหรือจึงมากันมากมายเช่นนี้!

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท/ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”

“ลุกขึ้นเถิด พวกเจ้าไปแคว้นเยี่ยนมิใช่หรือ เหตุใดจึงกลับมาเร็วเช่นนี้ หรือว่าปราบสัตว์อสูรได้แล้ว”

“เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันได้รางวัลมาตั้งห้าหมื่นตำลึงทองเชียวนะเพคะ”

“เจิ้นมีมากกว่าห้าหมื่นตำลึงให้เจ้าเสียอีกหลิวจิวเหมย”

“หม่อมฉันก็มารับรางวัลจากฝ่าบาทอยู่นี่อย่างไรเล่าเพคะ”

“เจ้าหมายความว่า...” นางยิ้มกว้างแล้วดึงพี่เสี่ยวจิงมาด้านหน้า ก่อนจะดันตัวไปให้ฮ่องเต้ “จริงหรือ! เจ้ายอมเป็นฮองเฮาของเจิ้นแล้วจริงๆน่ะหรือจิงเอ๋อร์!” นางพึมพำเบาๆว่าพามาถึงที่นี่เช่นนี้แล้วยังจะถามให้มากความอยู่อีก “เจิ้นดีใจยิ่งนัก ดีใจจริงๆ ขอบคุณเจ้ามากจิงเอ๋อร์”

“ที่ข้ายอมเพราะข้ารักเจ้านะหยางโจวหมิง หากต่อจากนี้...”

“เจิ้นจะดูแลเจ้าอยากดีจิงเอ๋อร์ อย่าได้กังวล เพียงอยู่เคียงข้างเจิ้นให้เจิ้นได้ปกป้องเจ้าก็เพียงพอแล้ว”

“ทำให้ได้เช่นที่พูดด้วยก็แล้วกัน”

“เจิ้นสัญญา”

“อะแฮ่ม ขอประทานอภัยเพคะ” นางไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะเลยจริงๆนะ

“เฮ้อ เจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นของรางวัลเล่าหลิวจิวเหมย”

“หม่อมฉันไม่อยากใด้สิ่งใดเพคะ เพียงแต่อยากให้ฝ่าบาทสาบานกับหม่อมฉัน ว่าต้องจากนี้ต้องดูแลพี่เสี่ยวจิงของหม่อมฉันด้วยชีวิตของพระองค์ หากพี่เสี่ยวจิงเป็นอันตรายแม้เพียงนิดหม่อมฉันจะเข้าวังหลวงและพังทุกอย่างที่เป็นอันตรายต่อเสี่ยวอิงให้ราบคาบ จากนั้นก็พาพี่เสี่ยวอิงหนีจากฝ่าบาทให้ไกลที่สุด ต่อให้พระองค์หาทั่วทุกพื้นที่ทั่วทุกแคว้นก็ไม่อาจหาได้พบ ฝ่าบาทกล้าสาบานกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ”

“เจิ้นสาบาน!” ทันใดนั้นสายฟ้าก็ฟาดลงเหนือวังหลวง สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักราวกับตอบรับคำสาบานของมังกรผู้ยิ่งใหญ่ “เจิ้นจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังจิงเอ๋อร์ เจิ้นสาบานต่อเจ้า” หลังจากสนทนากันอีกเล็กน้อยรอฝนหยุดพวกนางก็ออกมาจากตำหนักของฮ่องเต้ ระหว่างทางไปเอาม้านางก็ได้พบท่านพ่อที่กำลังจะกลับจวนเช่นกัน ท่านพ่อเห็นหน้านางแล้วขมวดคิ้วหนักจนนางหัวเราะออกมาอย่างขำขัน

“เจ้ามิได้อยู่ที่แคว้นเยี่ยนหรอกหรือเหมยเอ๋อร์”

“ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ เอาไว้กลับไปคุยกันที่จวนนะเจ้าคะ ลูกกำลังจะกลับจวนอยู่พอดี” ทุกคนแยกย้ายกันกลับ นางกับพี่เสี่ยวจิงแล้วก็ท่านน้าก็ตามท่านพ่อกลับจวน เมื่อมาถึงจวนสิ่งแรกที่ทำคือร้องหาอาหารเพราะตอนนี้ท้องของนางนั้นร้องดังกว่าเสียงฟ้าร้องเสียอีก

“บอกพ่อได้หรือยังเหตุใดจึงรีบกลับมาเร็วเช่นนี้”

“พาพี่เสี่ยวจิงมารับตำแหน่งฮองเฮาเจ้าค่ะ”

“เจ้าตัดสินใจได้แล้วเช่นนั้นหรือเสี่ยวจิง”

“เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ”

“อืม เช่นนั้นก็นับว่าเป็นข่าวดี จากนี้เจ้าไม่ต้องกังวล สกุลจ้าวและสกุลหลิวจะสนับสนุนเจ้าเต็มที่”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ เสี่ยวจิงจะไม่ลืมบุญคุณ”

“เจ้าดูแลเหมยเอ๋อร์ได้ดีเช่นนี้ข้าจะถือเป็นบุญคุณได้เช่นไร ข้าต่างหากที่ต้องตอบแทนเจ้า” ใช่ เรื่องแค่นี้นั้นเล็กน้อยมากหากเทียบกับที่พี่เสี่ยวจิงดูแลนางมาโดยตลอด เสี่ยงตายเพื่อนางมาก็หลายครั้ง จากนี้นางคงเหงาน่าดูที่ไม่มีพี่สาวคนนี้คอยอยู่ดูแลแล้ว แต่ก็ดีใจที่ความรักของพี่สาวได้สมหวัง

“นายท่านขอรับ มีทหารจากวังหลวงนำของมามอบให้คุณหนูใหญ่ขอรับ”

“เป็นสิ่งใด”

“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ แต่หลายหีบทีเดียว จะให้ข้าน้อยไปแจ้งแก่ทหารเช่นไรขอรับ” ของจากวังหลวงงั้นหรือ มิใช่ว่าฮ่องเต้ผู้นั้นนำของมามอบให้นางหรอกหรือ นางให้พ่อบ้านหม่าไปบอกให้ทหารนำของเหล่านั้นเข้ามาให้ถึงในจวน หีบเป็บสิบหีบถูกขนเข้ามาไม่หยุดจนนางกระพริบตาปริบๆด้วยความงุนงง

“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พวกข้านำสินน้ำใจเหล่านี้มามอบให้แม่นางหลิวขอรับ”

“สินน้ำใจงั้นหรือ” นางเปิดหีบที่อยู่ใกล้นางที่สุดออกดู เมื่อของในนั้นปรากฏตาของนางก็โตขึ้นในทันที ตำลึงทองอัดแน่นอยู่ในหีบอย่างเป็นระเบียบ นางให้ทุกคนช่วยเปิดดูทุกหีบแล้วพบว่ามันเป็นตำลึงทองทุกหีบเลย

“หยางโจวหมิงบ้าไปแล้วหรือ”

“พี่เสี่ยวจิงว่าทั้งหมดนี้มันเท่าใดกันเจ้าคะ”

“เจ้าขยันนับก็นับไปผู้เดียวเถิดจิวเหมย” ใครจะว่างนั่งนับตำลึงทองมากมายเช่นนี้เล่า นางบอกทหารพวกนั้นว่าไม่รับและให้ขนกลับไป แต่พวกเขาบอกว่าฝ่าบาทไม่ให้นางปฎิเสธและหากปฎิเสธจะนำมาให้อีกในจำนวนที่มากกว่าครั้งนี้เป็นสองเท่า นางช่างปวดหัวกับฮ่องเต้หน้าเหม็นผู้นี้จริงๆ

“ขนไปไว้ที่คลังของท่านพ่อเลยเจ้าค่ะพ่อบ้านหม่า จดบันทึกอย่าให้ตกหล่นแม้แต่ตำลึงเดียวนะเจ้าคะ”

“ขอรับคุณหนูใหญ่” นางให้สินน้ำใจทหารที่นำของมาให้แล้วกลับมานั่งทานข้าวด้วยใจที่สงบ เงินห้าหมื่นตำลึงที่ได้มาจากแคว้นเยี่ยนยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปทำอะไร ส่วนหนึ่งจะต้องแบ่งให้ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่นี่ได้มาอีกแล้ว

“ช่วงฤดูเหมันต์เช่นนี้ลูกสามารถทำโรงทานให้ผู้ยากไร้ได้หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ”

“โรงทานหรือ”

“เจ้าคะ ทำอาหารแจกชาวบ้านที่ขาดแคลนอาหารหรือขอทานที่ไม่มีข้าวกิน ลูกอยากช่วยเหลือพวกเขาเจ้าค่ะ”

“ได้สิ พ่อจะหาที่ทางให้เจ้าก็แล้วกัน” นางเอ่ยขอบคุณท่านพ่อแล้วคิดวางแผนเงียบๆคนเดียว ข้าวสารของนางนั้นมีอยู่มากจนเกินพอ อาหารแห้งนางก็ทำเตรียมไว้มาก หากทำโจ้กเนื้อแห้งร้อนๆทานคู่กับผักดองก็น่าอร่อยดีเหมือนกัน “รบกวนท่านน้าลู่ไป๋ไปตรวจดูข้าวสารกับของแห้งที่ข้าทำไว้ให้ทีนะเจ้าคะ มีอยู่มากเท่าใดให้มาบอกข้า”

“แล้วข้าเล่าเจ้าจะให้ทำสิ่งใด”

“พี่เสี่ยงจิงน่ะหรือเจ้าคะ ก็เตรียมตัวสำหรับเป็นฮองเฮาอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“ต้องเตรียมตัวด้วยหรือ”

“มากมายหลายสิ่งเลยล่ะเจ้าค่ะ” โดยเฉพาะผิวพรรณ นางจะทำให้พี่สาวของนางงดงามที่สุดในวังหลวง “เริ่มจากขัดตัวด้วยมะขามเปียกและพอกผิวด้วยขมิ้น ขัดตัวแล้วก็ต้องขัดหน้าในผิวพรรณผ่องใส และ ฯลฯ”

“เช่นนั้นข้าไปกับท่านลู่ไป๋ดีกว่านะ ไปล่ะ”

“จับตัวพี่เสี่ยวจิงไว้ประเดี๋ยวนี้” สาวใช้ที่นั่งรอรับใช้นางอยู่กระโดดคว้าตัวพี่เสี่ยวจิงโดยเร็ว

“ปล่อยข้านะจิวเหมย ข้าไม่ทำเช่นที่เจ้าพูดเป็นอันขาด ปล่อยข้า”

“สายไปแล้วเจ้าค่ะ มาให้ข้าขัดตัวเสียดีๆ”

“จิวเหมย ปล่อยข้า!!” ร้องไปเถิดเจ้าค่ะ ผู้ใดก็ช่วยพี่เสี่ยวจิงไม่ได้เป็นแน่ ฮ่าๆๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.398K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4235 Nimh03 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 20:38
    จิวเหมยไม่ได้แค้นใช่ไหมลูกกก!!
    #4,235
    0
  2. #4049 yukai (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 08:26

    ขอบคุณ
    #4,049
    0
  3. #3957 Nuthathai Por (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:38

    ยอมนางเถอะพี่เสี่ยวจิง

    #3,957
    0
  4. #3786 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 13:19
    เล่นบทโหดงิ
    #3,786
    0
  5. #3519 Rey_R (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 15:09
    มิติที่ได้มานี่เก็บสมบัติได้ไหม ขนาดคนและสัตว์ยังเอาเข้าไปได้ เราว่าเก็บไว้ในมิติดีกว่านะ
    #3,519
    0
  6. #3331 แขนลีบหมดแรง (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 18:23
    เขียนจากเสี่ยวจิงเป็นเสี่ยวอิงไปแล้วค่าา
    #3,331
    0
  7. #3243 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 20:22
    ช่างน่ากลัว​เสีย​จริง
    #3,243
    0
  8. #2563 นัทจัง (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 15:08

    จริงๆสมบัติมากมายหลายสิบ-บ เอาเข้าไปเก็บไว้ในมิติก๋ได้น่ะ..ทำเรือนใหญ่ๆสักหลังไว้ท่ามกลางธรรมชาติ แยกเป็นห้องแก้วแหวนเก็บเงินทอง และพวกแพรพรรณ รวมทั้งเม็ดโอสถที่ปรุงขึ้นมาเพื่อที่จะใช้รักษาโรค หรือโอสถหายากปรุงไว้สำหรับประมูล ฯลฯ และสิ่งของล้ำค่า อยากใช้ก๋เข้าเอาในมิติไม่เสี่ยงโดนจี้ปล้นด้วย เอาไปเก็บไว้เท่าใดก็คงเหลือเหมือนเดิม มีมิติส่วนตัวก็ดีแบบนี้เอง อะน่ะ (ที่สำคัญปลูกอะไรก็ได้ นางจะรวยไปไหนล่ะงานนี้ใครได้แต่งงานด้วยก็บุญหลานทับละ หุหุ กินใช้ทั้งชาตืไม่หมด เราเห็นด้วยอย่างแรง ที่คิดทำโรงทาน หรือช่วยเหลือผู้คนตามเห็นสมควร อิอื)

    #2,563
    0
  9. #2310 kimurakung (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:47

    HAPPY ENDING

    อิอิ
    #2,310
    0
  10. #2309 Sirikanda Patty (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:28
    ถ้าได้อีกสักตอนจะดีต่อใจมากๆๆๆๆๆๆ
    #2,309
    0
  11. #2308 Lingling99 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:23
    ต้องบอกว่าเข้าสปาค่ะพี่เสี่ยวจิง รับรองจะไม่หนี เพราะงง ? 555
    #2,308
    0
  12. #2306 Mtime_ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 18:51
    ไรท์เขียนคำว่าเสี่ยวจิงกับเสี่ยวอิงสลับกันหลายครั้งมากคะ ทั้งตอนนี้แล้วตอนก่อนหน้านี้คะ
    #2,306
    0
  13. #2303 MookNuygod (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 17:03
    โอ๊ยคลาดเจ้าสาวก็มา
    #2,303
    0
  14. #2301 por4312525 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:23
    สนุกรอติดตาม
    #2,301
    0
  15. #2300 หมูน้อยเหล็กดัด (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:18
    ตลกอะ555
    #2,300
    0
  16. #2299 paweenazname (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:11
    อาบฟอกตัว ขัดทั่วกาย งามพริ้งพรายง่ายดายเหลือใจ
    #2,299
    0
  17. #2298 pop_zaza (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 15:59
    ตอนใหม่จงมาาาาา
    #2,298
    0
  18. #2297 sukzanan (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 14:48
    ชอบมากกกกก อยากอ่านอีกเยอะะะะะะะะ
    #2,297
    0
  19. #2296 อัมพร (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 13:57

    ขอบคุณค่ะ

    #2,296
    0
  20. #2294 Nickynoii (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 13:19
    ชอบมากกก รอตอนต่อไปนะ
    #2,294
    0
  21. #2290 pongladapapoom (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 11:56
    ชอบมาก เทพทรู แบล็คแข็งแรงมาก เติมเงินอย่างเยอะละสิจ๊ะ ไรท์จ๋า เลิฟ ๆ น๊าาาาา
    #2,290
    0
  22. #2289 wadeepanman (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 11:48
    ถูกต้องแล้วเสี่ยวจิงที่ไม่ทิ้งหัวใจตัวเอง
    #2,289
    0
  23. #2288 wilailak00007 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 11:48
    สนุก สุดยอดไปเลย

    ค่าไรท์
    รออ่าน ตอนใหม่นะ
    #2,288
    0
  24. #2287 Empty_Mind (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 10:49

    นี่เป็นการเอาคืนใช่มั๊ยอ่ะ..
    ก็ก่อนนี้โดนฝึกซะแทบตาย อิอิ
    #2,287
    0
  25. #2286 ณัฐวดี (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 10:41

    ขอบคุณมากคะอ่านไปอิจฉานางไปรู้ว่าเป็นนิยายแต่ก็อิจฉาอยู่ดี

    #2,286
    0