หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 33 : สำนักเพลิงมาร 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,913 ครั้ง
    10 ก.ค. 62

“ท่านทราบว่าเป็นข้า”

“ท่านคิดว่าข้าจะให้ผู้อื่นที่ข้าไม่ไว้ใจเห็นวิธีการรักษาของข้าง่ายๆเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ข้าเพียงแค่สันนิษฐานและมันก็ใช่จริงๆ เอามูลสัตว์ไปขวางทางน้ำเพื่อให้ชาวบ้านท้องเสียแล้วก็ไปซื้อยาที่ร้านของข้า ทำตัวราวกับนักบวชช่วยเหลือชาวบ้าน หลอกล่อให้ข้าไปถึงหมู่บ้านจนได้ ทั้งหมดนี้ท่านทำไปเพื่อสิ่งใดกัน!

“ช่างเป็นสตรีที่ฉลาดหลักแหลมยิ่งนักขอรับท่านหมอหลิว”

“ตอบคำถามข้ามา! ท่านทำเช่นนี้เพราะเหตุใด ใยจึงต้องการตัวข้า!

“สิ่งที่ข้าต้องการคือการรักษาของท่านหมอต่างหากเล่าขอรับ ขออภัยหากวิธีของข้าทำให้ท่านหมอไม่พอใจ แต่ข้าไม่มีทางเลือกนอกจากทางนี้จริงๆ ตอนนี้ท่านเจ้าสำนักรอท่านอยู่ โปรดตามข้ามาเถิดขอรับ หากท่านทำตามที่เราต้องการแต่โดยดีข้ารับรองได้ว่าท่านจะได้กลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย”

“เหตุใดข้าต้องทำตามที่ท่านบอกด้วยเล่า” นางยืนกอดอกไม่ยอมขยับไปที่ใดอย่างดื้อดึง “ท่านจับข้ามา ยังเหลือสิ่งใดให้ข้าไว้ใจท่านได้อีกกันท่านเว่ยเถา”

“ท่านเจ้าสำนักเพียงต้องการให้ท่านช่วยเหลือขอรับ หาได้คิดอยากทำร้ายไม่”

“อยากให้ข้าช่วยเหลือใยไม่ไปเชิญข้าดีๆ เหตุใดต้องทำให้มันวุ่นวายเช่นนี้ หากพวกท่านมีเหตุผลมากพอใยข้าต้องปฎิเสธ” นางนั้นนึกสงสัยชายผู้นี้อยู่แล้ว ยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีกเมื่อนางบัญเอิญได้เห็นรอยประทับที่ต้นคอของฝูเว่ยเถา รูปเปลวเพลิงสีดำใช่จะมีผู้ใดมีได้ง่ายๆ นางจึงแอบปรึกษาเรื่องนี้กับท่านน้าลู่ไป๋และพี่เสี่ยวจิง วางแผนเพื่อจับผู้ทำผิดตัวจริง และนางนั้นอยากรู้ว่าเหตุใดจึงต้องการตัวนางจนถึงกับต้องใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือจึงต้องใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อเช่นนี้

“หากข้าจะทำร้ายท่านคงไม่ปล่อยให้ผู้ติดตามพร้อมทั้งองครักษ์ของท่านตามมาถึงที่นี่เช่นนี้หรอกขอรับ”

“หากทราบว่าพวกข้าติดตามก็บอกเหตุผลมาได้แล้วอย่าให้ต้องลงมือ” ท่านน้าลู่ไป๋กับพี่เสี่ยวจิงออกจากที่ซ่อนมายืนอยู่ด้านหลังนาง แผ่กลิ่นอายประจำตัวออกมากดดันฝูเว่ยเถาจนอีกฝ่ายต้องเดินถอยห่างออกไป

“ท่านเจ้าสำนักจะเป็นผู้ให้คำตอบแก่พวกท่านด้วยตนเองขอรับ เชิญขอรับ” ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด พวกนางเดินตามฝูเว่ยเถาไปตามโถงทางเดินจนถึงห้องๆหนึ่งที่นางคาดว่าเป็นที่สำหรับชุมนุมหรือประชุมของสำนักเพลิงมาร บนเก้าอี้ทองอร่ามมีบุรุษผู้หนึ่งที่ร่างกายสูงใหญ่แต่ดูทรุดโทรมจนไม่เหลือเค้าของความสง่างาม

“เจิ้งอู๋ซี...เช่นนั้นหรือ”

“ไม่ได้พบกันนานนะฟ่านลู่ไป๋ น่าแปลกใจที่เจ้ายังสบายดีเช่นนี้”

“เหตุใดเจ้าจึงทรุดโทรมเช่นนี้ เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ!” แม้เขากับเจิ้งอู๋ซีจะไม่นับว่าเป็นสหายแต่ก็ได้พบเจอตามงานชุมนุมนัดพบของชาวยุทธ์อยู่บ่อยครั้ง เจ้าสำนักเพลิงมารที่ฟ่านลู่ไป๋รู้จักนั้นหาใช่ชายที่ดูทรุดโทรมเช่นนี้ไม่ หรือว่าที่เอาตัวจิวเหมยมาครั้งนี้จะมีเรื่องใดเกิดขึ้นกัน “หรือว่าถูกพิษเช่นนั้นหรือจึงให้ฝูเว่ยเถาไปเอาตัวหมอหลิวมา”

“หึ หาใช่ข้าที่ถูกพิษ แต่เป็นเซี่ยลู่หาน”

“รองเจ้าสำนักเพลิงมารมิใช่หรือ” แต่หากรองเจ้าสำนักถูกพิษก็หาใช่เรื่องที่เจิ้งอู๋ซีจะปล่อยให้ตนเองทรุดโทรมเช่นนี้ “หากเป็นเรื่องนี้ใยเจ้าไม่ให้คนของเจ้าเข้าไปหาหมอหลิวดีๆ ใยต้องทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วยเช่นนี้”

“พวกข้าพยายามทุกทางแล้วขอรับ แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวหมอหลิวได้เลย องครักษ์เงาของหมอหลิวนั้นฝีมือดียิ่งจนคนของพวกเราไม่อาจต้านทาน ล้มตายไปก็หลายชีวิต จนพวกข้าไม่อาจให้คนของสำนักไปตายเพราะเรื่องนี้อีกแล้ว ขออภัยหากล่วงเกินพวกท่านแต่ข้าไม่มีทางเลือกจริงๆขอรับ” นางสบตากับพี่เสี่ยวจิงแล้วถอนหายใจอย่างยาวเหยียด

“ท่านต้องการให้ข้าถอนพิษให้รองเจ้าสำนักใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ใช่! หากเจ้าทำได้ ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใดข้าก็จะหามาให้เจ้า แต่ได้โปรดช่วยลู่หานด้วย ข้าขอร้อง” ชายผู้หนึ่งที่ยังคงเค้าของความสง่างามแต่บัดนี้กลับสละทิฐิความยิ่งใหญ่ของตนเองยอมคุกเข่าขอร้องต่อหน้านาง นางนั้นไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดรองเจ้าสำนักจึงมีความหมายกับเจ้าสำนักมากมายเช่นนี้ ช่างน่าสนใจจริงๆ เลือดวายในตัวช่างพลุ่งพล่าน

“ท่านรองเจ้าสำนักเซี่ยคงจะมีความหมายของท่านเจ้าสำนักมาก”

“ใช่ เขามีความหมายต่อข้ามาก มากกว่าผู้ใด”

“ข้าขอถามท่านคำเดียว หากท่านตอบข้าด้วยความสัตย์จริงข้าจะรักษาเซี่ยลู่หานประเดี๋ยวนี้”

“เชิญเจ้าถามมาได้เลย ข้ายินดีตอบเจ้าทุกอย่าง! ขอเพียงรักษาลู่หานก็พอ” นางยกยิ้มอย่างนึกสนุก ท่านน้าลู่ไป๋ถึงกับขมวดคิ้วและจ้องมองนางอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่นางจะทำ ก็นะ ในค่ายทหารในโลกก่อนแม้จะไม่มีการเปิดเผยอย่างจริงจังว่ามีคู่รักที่เป็นชายรักชายอยู่มากเท่าใด แต่นางผู้เป็นหมอนั้นรู้ดี รักษาอาการอักเสบของช่องทางด้านหลังให้ทหารมาก็มาก เรื่องเช่นนี้หาใช่เรื่องแปลกไม่ แต่กับผู้อื่นนางไม่อาจรู้ได้

“ท่านเป็นต้วนซิ่วใช่หรือไม่เจ้าคะท่านเจ้าสำนัก”

“จิวเหมย! นี่เจ้า...”

“ท่านหมอหลิวขอรับ ข้าเกรงว่าเรื่องที่ท่านถามนั้น...”

“ใช่! ข้าเป็นต้วนซิ่ว ข้ารักเซี่ยลู่หาน!” นางเม้มปากกลั้นยิ้มจนหน้าแดงเชียวล่ะ ในขณะที่นางกำลังเขินอายอยู่นั้นท่านน้าลู่ไป๋กับพี่เสี่ยวจิง รวมถึงฝูเว่ยเถาก็อ้าปากอย่างคาดไม่ถึง แน่นอนว่าพวกเขาอยู่ในยุทธภพย่อมรู้จักเจ้าสำนักเพลิงมารดีว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่น้อย เรื่องนี้คงจะทำให้โลกยุทธภพอื้ออึงไม่น้อย

“เชิญท่านนำทางข้าไปหาท่านเซี่ยลู่หานเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะรักษาเขาให้เอง แต่ก่อนไปข้ามีอีกหนึ่งเรื่องที่อยากจะขอ เรื่องที่ข้ารักษารองเจ้าสำนักจะต้องถูกปิดเป็นความลับไม่ว่ากับผู้ใด ที่ข้าเปิดเผยให้ท่านเว่ยเถารู้นั้นเพียงเพราะอยากให้เขาเผยตัวเท่านั้น ขอท่านเจ้าสำนักโปรดสัญญากับข้าในเรื่องนี้ด้วยเจ้าค่ะ”

“ได้ ข้าให้คำสัตย์กับเจ้า ข้าจะไม่เปิดเผยเรื่องเจ้าต่อผู้ใด” เจิ้งอู๋ซีมองนางด้วยความหวัง ตั้งแต่ได้ยินมาว่ามีหมอที่มากฝีมือราวกับหมอเทวดาอยู่ที่เมืองหลวงแคว้นซานเขาก็ได้ให้ศิษย์ในสำนักไปพาตัวนางมาแต่ไม่เคยสำเร็จ

“เชิญนำทางเถิดเจ้าค่ะ” พวกนางถูกพาเดินไปตามโถงทางเดินที่เพิ่งเดินเข้ามาแต่ครั้งนี้แยกไปอีกด้านของสำนัก ลึกลงไปยังห้องใต้ดินที่ทั้งมืด อับและเหม็นชื้น มีคบไฟให้ความสว่างตามทางเดิน ทางถอดยาวลงไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุดแต่ไม่ถึงครึ่งเค่อพวกเขาก็มาถึงยังห้องโถงใด้ดินที่มีแท่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางโถง บนแท่นนั้นมีร่างผอมบางขาวซีดของบุรุษผู้หนึ่งนอนอยู่ เส้นผมขาวซีดยิ่งทำให้ร่างนั้นดูบอบบางยิ่งขึ้น

“นั้นคือน้ำแข็งพันปี ของล้ำค่าของสำนักเพลิงมารใช่หรือไม่”

“ใช่ ข้าให้ลู่หานนอนอยู่บนนั้นเพื่อรักษาชีวิตเขา แต่นานวันน้ำแข็งพันปีก็ยิ่งดูดกลืนพลังชีวิตของลู่หานเข้าไปทุกวันจนเส้นผมที่เคยดำสนิทนั้นขาวโพลนเช่นที่พวกเจ้าเห็น”

“ช่างโชคดียิ่งนักที่ท่านมีของล้ำค่าเช่นนี้อยู่ หาไม่แล้วท่านรองเจ้าสำนักเซี่ยคงจะสิ้นชีพไปแล้ว” จิวเหมยเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นมากขึ้น เซี่ยลู่หายเป็นบุรุษที่งดงามมากผู้หนึ่ง ใบหน้าหมดจด คิ้วโก่ง ปากเล็กจิ้มลิ้ม นี่มันแบบฉบับของนิยายวายในโลกก่อนชัดๆ คิกคิก “เตรียมผ้ากับน้ำไว้เช็ดตัวให้รองเจ้าสำนักเซี่ยด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

นางไม่รอช้า เพราะลมหายใจอ่อนโรยรินนั้นแทบจับสัมผัสไม่ได้แล้ว แขนเล็กขาวของรองเจ้าสำนักเซี่ยถูกนางจับไว้แน่น จุดชีพจรหาไม่เจอก็ต้องจับไว้ทั้งแขนเช่นนี้แหละ นางรวมปราณกับธาตุดำแล้วส่งเข้าไปในร่างกายของรองเจ้าสำนัก พิษชนิดนี้เรียกว่าพิษปลิดวิญญาณ เป็นหนึ่งในพิษร้ายแรงของสำนักหมื่นพิษเช่นที่นางได้เรียนรู้จากท่านตามา ผู้ที่ใช้พิษชนิดนี้กับรองเจ้าสำนักคงจะหวังถึงชีวิตเป็นแน่ ไม่แปลกใจที่เจ้าสำนักเจิ้งจะทุกข์ระทมทรุดโทรมเช่นนั้น ก็คนรักได้รับพิษที่ไม่มียาแก้และไม่มีทางรักษาอย่างไรเล่า

นี่เป็นครั้งแรกที่นางต้องถอนพิษที่ยากเย็นเช่นนี้ แม้ธาตุดำของนางจะกลืนกินพิษไปเท่าใดก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันหมด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดตามไรผมและหน้าผาก เมื่อไม่ได้ผลนางก็ส่งธาตุขาวเข้าไปช่วยอีกแรง ธาตุทั้งสองสายของนางร่วมมือกันทำงานทั้งดูดกินพิษและขับพิษออกมา ผ่านไปครึ่งชั่วยามก็เริ่มมีของเหลวสีดำผุดออกตามผิวหนังของรองเจ้าสำนักเซี่ย นางรับรู้ได้ว่าการถอนพิษในครั้งนี้ทำให้พลังธาตุของนางแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว

“อัก แค่กๆ อัก” ร่างของรองเจ้าสำนักกระอักเลือดสีดำออกมาไม่หยุดจนเจ้าสำนักปรี่จะเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วงแต่นางยกมือห้ามไว้เพราะกลัวว่าจะได้รับพิษไปด้วย ยิ่งนางส่งปราณเร่งธาตุดำกับขาวเข้าไปมากเท่าใดร่างของรองเจ้าสำนักก็กระอักเลือดออกมามากเท่านั้น จนเมื่อผ่านไปหนึ่งชั่วยามร่างบอบบางก็หยุดกระอักเลือดพร้อมกับผิวหนังเริ่มขับเหงื่อออกมาเช่นกัน

“เฮ้อ ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ”

“จริงหรือ! หานเอ๋อร์! เจ้าหายดีแล้ว หานเอ๋อร์ของข้า! ขอบคุณสวรรค์” ขอบคุณนางไม่ดีกว่าหรือ!

“พารองเจ้าสำนักไปชำระล้างของเสียก่อนเถิดเจ้าค่ะ ส่วนแท่นน้ำแข็งนั่นก็ทำความสะอาดได้เลยเจ้าค่ะไม่จำเป็นต้องให้รองเจ้าสำนักนอนอีกแล้ว” เจ้าสำนักเจิ้งช้อนตัวคนรักขึ้นแนบอกแต่เพราะร่างกายที่ทรุดโทรมนั้นอ่อนแอยิ่งนักจึงทำให้เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นจนท่านน้าลู่ไป๋ต้องเข้าไปช่วยเหลือ “ท่านเจ้าสำนักเองก็ต้องพักผ่อนบ้างเช่นกันนะเจ้าคะ ให้ท่านน้าลู่ไป๋พารองเจ้าสำนักไปชำระล้างตัวแทนเถิดเจ้าค่ะ”

“ไม่มีทาง!

“เช่นนั้นเจ้าก็อุ้มคนรักของเจ้าไปเองเถิด!” เหอะ คิดว่าเขาอยากยุ่งด้วยนักหรืออย่างไร

“เฮ้อ เช่นนั้นให้ท่านน้าลู่ไป๋อุ้มรองเจ้าสำนักไปที่ห้องชำระล้างแล้วเจ้าสำนักเจิ้งก็ตามไปชำระล้างรองเจ้าสำนักด้วยตนเองก็แล้วนะเจ้าคะ” ยืนแทบจะไม่อยู่ยังจะหวงไม่เข้าเรื่องอีก “ท่านเว่ยเถานำทางท่านน้าลู่ไป๋เถิดเจ้าค่ะ ในนี้อากาศไม่ถ่ายเท อยู่นานๆจะไม่ดีนัก” นางเองก็หน้าเริ่มมืดแล้วเช่นกันจนต้องให้พี่เสี่ยวจิงประคอง

ทุกคนเดินขึ้นจากชั้นใต้ดินไปยังห้องๆหนึ่งที่นางคาดว่าจะเป็นห้องของเจ้าสำนัก ระหว่างทางเดินมานางก็สั่งขนมหวานกับสาวใช้ประจำสำนักไปเสียหลายอย่าง ใช้พลังไปเยอะเช่นนี้นางต้องการของหวานเป็นอย่างมาก

“เจ้าออกไปได้แล้วฟ่านลู่ไป๋ จะยืนดูเรือนร่างคนรักของข้าเพื่อสิ่งใดกัน!” เสียงโวยวายดังลั่นออกจากฉากกั้น ตรงนั้นเป็นที่สำหรับอาบน้ำของเจ้าสำนักเจิ้ง ตอนนี้มีท่านน้าลู่ไป๋ที่เป็นผู้อุ้มรองเจ้าสำนักเข้าไปในนั้นแล้วก็เจิ้งอู๋ซีที่จะเป็นผู้อาบน้ำให้คนรักด้วยตนเอง

“ข้าอยากเห็นนักล่ะ เช่นไรเซี่ยลู่หานก็เป็นชายเช่นเดียวกับข้า มีสิ่งใดน่าดูกัน!

“เช่นนั้นก็ออกไปเสียที!” ท่านน้าลู่ไป๋เดินหัวเสียออกจากฉากกั้นนั้นจนนางอดจนจะหัวเหราะไม่ได้

“ความสัมพันธ์ของท่านน้ากับเจ้าสำนักเจิ้งดูท่าจะเป็นไปด้วยดีนะเจ้าคะ”

“นิสัยแย่ยิ่งนัก!

“ข้าได้ยินเจ้านะฟ่านลู่ไป๋!

“เชิญท่านหมอหลิว ท่านฟ่านลู่ไป๋ แม่นางเสี่ยวจิงไปรับประทานอาหารก่อนดีหรือไม่ขอรับ ท่านหมอหลิวสลบไปสองวันข้าเกรงว่าท่านจะหมดแรงเอาเสียก่อน ข้าเตรียมไว้ให้แล้วขอรับเชิญทางด้านนี้” พูดถึงอาหารท้องก็ร้องขึ้นมาเลย นางเดินตามฝูเว่ยเถาไปอย่างว่าง่าย มีอาหารขึ้นโต๊ะรอไว้หลากหลายอย่างและน่าทานทั้งนั้นเลย “เชิญทุกท่านตามสบายขอรับ ข้าจะไปช่วยท่านเจ้าสำนัก หากขาดเหลือสิ่งใดแจ้งแก้สาวใช้ได้เลยขอรับ” เมื่อฝูเว่ยเถาเดินจากไปนางก็ส่งธาตุดำไปยังอาหารทุกจานเพื่อตรวจสอบพิษ เมื่อเห็นว่าไม่มีก็เริ่มลงมือรับประทาน

“ป้องกันไว้ก่อนเจ้าค่ะ ข้าไม่ไว้ใจผู้ใดทั้งนั้น”

“เจ้ารอบคอบดีแล้ว”

“ข้าจะให้คนไปแจ้งแก่จ้าวไท่หยางนะจิวเหมย เรื่องเป็นเช่นนี้คงไม่ต้องมาแล้วกระมัง”

“เจ้าค่ะท่านน้า ข้าจะอยู่ดูอาการของรองเจ้าสำนักอีกสักวันก็จะขอเดินทางกลับเมืองหลวงเลย”

“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าสำนักเจิ้งจะเป็นต้วนซิ่ว พิษที่เซี่ยลู่หานได้รับเป็นพิษชนิดใดหรือจิวเหมย”

“พิษปลิดวิญญาณเจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง” เสี่ยวจิงได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก พิษนี้เป็นของสำนักหมื่นพิษไม่ผิดแน่ ท่านลู่ไป๋เองก็คงจะพอเข้าใจบ้างแล้วว่าเหตุใดเซี่ยลู่หานจึงได้รับพิษชนิดนี้จนแทบสิ้นชีพเช่นนี้

“หมายเอาชีวิตเลยหรือ เจ้าสำนักหมื่นพิษช่างโหดร้ายยิ่งนัก”

“พี่เสี่ยวจิงทราบหรือเจ้าคะว่าเหตุใดรองเจ้าสำนักเซี่ยจึงได้รับพิษ”

“ผู้คนทั่วยุทธภพล้วนทราบดีว่าเจ้าสำนักหมื่นพิษนั้นพึงใจเจ้าสำนักเจิ้งมากเพียงใด นางหลงรักเจิ้งอู๋ซีเต็มหัวใจ สตรีใดคิดชายตาให้เจ้าสำนักเจิ้งเป็นต้องถูกนางจัดการไม่ละเว้น ไม่ตายด้วยพิษก็หายสาบสูญ ไม่คิดว่านางจะจัดการรองเจ้าสำนักเซี่ยเช่นนี้ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ฮ่าๆ” น่ากลัวแต่ท่านหัวเราะเสียงดังเช่นนั้นหรือเจ้าคะพี่เสี่ยวจิง

“หากเจิ้งอู๋ซีทราบเรื่องนี้ สำนักหมื่นพิษคงสิ้นชื่อในเร็ววันเป็นแน่”

“ข้าทราบแล้ว! และพวกมันต้องไม่ตายดี!” จิวเหมยสะดุ้งจนทำตะเกียบหลุดมือ เหตุใดคนรอบตัวนางจึงชอบมาไม่ให้สุ้มให้เสียงกันนักนะ

“เจ้าสำนักหมื่นพิษรักเจ้ามากผู้คนทั่วยุทธภพต่างก็ทราบกันดี จะไม่เห็นแก่ความรักที่นางมีให้เจ้าหน่อยหรือ”

“หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนรักของเจ้า เจ้าจะไม่ถามข้าเช่นนี้เป็นแน่ประมุขฟ่าน! นังอสรพิษนั่นจะต้องตายด้วยน้ำมือของชายที่นางรักนักรักหนา ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้นางได้ใช้พิษกับผู้ใดได้อีก”

“ก็สุดแล้วแต่เจ้า วันพรุ่งพวกข้าจะออกเดินทางทันทีหากจิวเหมยแน่ใจว่าคนรักของเจ้าปลอดภัย”

“ขอบใจเจ้ามากหมอหลิว หากองครักษ์ของเจ้าไม่อารักขาแน่นหนาเพียงนั้นคงได้พบกันเสียนานแล้ว”

“พวกเขาทำตามหน้าที่เจ้าค่ะ”

“ข้าต้องขอบใจเจ้าอีกครั้ง หากภายหน้าเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากสำนักเพลิงมารโปรดอย่าลังเลที่จะแจ้งมา ข้าจะช่วยเหลือเจ้าเต็มที่เพื่อเป็นการตอบแทน” เจ้าสำนักเจิ้งยื่นหยกเนื้อดีชิ้นหนึ่งในนาง “นี่เป็นหยกประจำตัวของเจ้าสำนักเพลิงมาร จะมอบมันให้ผู้ที่คู่ควรจะเป็นสหายและได้รับความช่วยเหลือจากข้า ไม่ว่าผู้ใดในยุทธภพได้เห็นหยกนี้พวกเขาจะไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือเจ้า หากต้องการข่าวหรือนักฆ่าให้นำหยกนี้ไปมอบให้ที่สำนักกุ้ยเหริน พวกเขาจะเข้าใจเอง ข้าให้มันกับเจ้าเพื่อเป็นการขอบคุณและขอโทษที่คนของข้าทำร้ายจ้าวไท่หยาง พวกเขาเพียงอยากขู่เจ้าเท่านั้นแต่พลั้งมือไป”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี”

“เจ้าสมควรได้รับมัน หากไม่ได้ยินเรื่องของเจ้ามาถึงที่นี่ข้าคงจะยังไม่อาจรักษาหานเอ๋อร์ได้ บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม ขอบใจเจ้ากับแม่นางผู้นี้เช่นกันนะฟ่านลู่ไป๋”

“ข้าเพียงตามจิวเหมยมาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องชอบใจข้า”

“เจ้ามาอยู่กับนางได้เช่นไร ข้าได้ข่าวว่าเจ้าหายออกจากพรรคหยกจันทราไปหลายเดือนแล้ว”

“ไหนท่านน้าบอกข้าว่าใบหน้านี้เป็นเพียงใบหน้าปลอมอย่างไรเล่าเจ้าคะ เหตุใดเจ้าสำนักเจิ้งถึงจำท่านน้าได้เล่าเจ้าคะ ท่านโป้ปดข้าหรอกหรือ!

“จิวเหมย นี่ไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของข้า”

“ฮ่าๆ ข้านั้นมองผู้อื่นได้ทะลุปรุโปร่งหมอหลิว ต่อให้ฟ่านลู่ไป๋จะมาด้วยใบหน้าอื่นข้าก็จำได้ หาใช่เพราะใบหน้าแต่เพราะเป็นปราณที่ข้าคุ้นเคยต่างหาก ข้ากับประมุขฟ่านพบปะกันบ่อยครั้ง ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจดจำได้หากต้องพบหน้าแม้ไม่ใช่หน้าจริงก็ตาม แต่ใบหน้านี้ของเจ้าก็อัปลักษณ์ยิ่งนักนะประมุขฟ่าน”

“เหอะ อย่าให้ต้องเผยหน้าจริง เจ้าเทียบข้าไม่ติดอยู่แล้วมิใช่หรือ”

“ข้าไม่จำเป็นต้องหล่อเหลาดั่งเทพเซียนเช่นเจ้าหรอกประมุขฟ่าน เพราะข้ารักเพียงหานเอ๋อร์ไม่ได้ต้องการหล่อเหลาให้สตรีใดมาชมชอบ ไม่เหมือนเช่นเจ้า มีหน้าตาดั่งคมคาบ อันตรายยิ่งนัก” จิวเหมยมองบุรุษที่อายุใกล้เคียงกันเถียงกันไปมาอย่างสนุก ต่างคนต่างงัดกลยุทธ์ถับถมอีกฝ่ายไม่มีผู้ใดยอมผู้ใดเลย “เจ้าคนหน้าตาบาปหนา”

“ข้าชักอยากเห็นใบหน้าที่แท้จริงของท่านน้าเสียแล้วสิเจ้าคะ”

“นี่เจ้าเรียกประมุขฟ่านว่าท่านน้าเช่นนั้นหรือหมอหลิว ฮ่าๆๆๆๆๆ เจ้าเป็นท่านน้าไปแล้วหรือประมุขฟ่าน”

“หุบปากของเจ้าเสียเจิ้งอู๋ซี!

“ข้าเรียกท่านน้าไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“ประมุขฟ่านอายุเท่ากันกับข้า เพียงยี่สิบห้าปีเท่านั้น คงเป็นน้าให้เจ้ายังไม่ได้กระมัง” นางอ้าปากค้างไปแล้วในตอนนี้ ยี่สิบห้าเองหรือ! หน้าตาของเจ้าสำนักเจิ้งก็ดูอ่อนเยาว์หล่อเหลาดีอยู่หรอก แต่ท่านน้าของนางนี่...อ่าๆ คงเป็นเพราะใบหน้าปลอมๆนั่นเป็นแน่ที่ทำให้ท่านน้าดูแก่เกินอายุ แต่ข้าเรียกท่านน้าจนชินปากไปแล้วนี่นา

“เจ้าเรียกข้าเช่นเดิมนั่นแหละดีแล้วจิวเหมย เช่นไรข้าก็เป็นท่านน้าของเจ้า รีบทานรีบไปตรวจเซี่ยลู่หานเถิด เราจะได้ออกไปจากสำนักบ้าๆนี่เสียที หากท่านแม่ทัพทราบว่าเจ้ามาอยู่ที่นี่คงได้ตีอกชกตัวเป็นแน่”

“ท่านแม่ทัพหรือ เจ้าเป็นบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่หลิวตงเฉินใช่หรือไม่หมอหลิว”

“เจ้าค่ะ ท่านเจ้าสำนักรู้จักท่านพ่อของข้าด้วยหรือเจ้าคะ”

“พ่อของเจ้าเก่งกาจเหนือผู้ใด วรยุทธ์ของเขาล้ำเลิศจนยากจะประมือ แต่ความเก่งกาจของเขากำลังจะนำภัยมาถึงตัว ข้าได้ข่าวมาว่า อีกไม่เกินสิบราตรีนี้จะมีการลอบสังหารแม่ทัพใหญ่ของแคว้นซาน เจ้าคิดเห็นเช่นไรกับข่าวนี้เช่นนั้นหรือหมอหลิว” ตัวนางเย็นวาบขึ้นมาในทันที จะมีการลอบสังหารท่านพ่อเช่นนั้นหรือ! “เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าผู้ใดคิดสังหารบิดาของเจ้า”

“ข่าวของเจ้าเชื่อถือได้เพียงใดเจิ้งอู๋ซี เรื่องนี้หาใช่เรื่องจะพูดเป็นเล่นได้หรอกนะ”

“ข่าวจำสำนักกุ้ยเหรินไม่เคยพลาด”

“หากท่านยังรีรออยู่เช่นนี้ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะเจ้าสำนักเจิ้ง!” นางจ้องหน้าเจ้าสำนักเพลิงมารตาเขม็ง ทั้งยังส่งธาตุดำออกมาเป็นละอองจางๆให้เขาได้รับรู้

“นี่เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าเลยเช่นนั้นหรือ ก็ได้ ข้าบอกเจ้าก็ได้...เป็นฮ่องเต้แคว้นซานไม่ผิดแน่!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.913K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4134 ZyRains (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 12:12

    อืม ก็ไม่แปลกใจนะถ้าจะเป็นอิฮ่องเต้ที่คิดฆ่า

    เพราะถ้าอ่างว่าเป็นเพื่อนกัน แล้วเพื่อนที่ไหนที่รู้ว่าเพื่อนมีหญิงคนรักอยู่แล้ว แต่-ยอมมอบสมรสพระราชทานที่นางฮูหยินใหญ่ขอให้มาทำลายชีวิตคู่ของเพื่อนตัวเองอะ


    ถ้าอิฮ่องเต้เป็นคนคิดกำจัดแม่ทัพจริง ไม่มีมาพลิกอีก ก็จะถือว่าความไม่สมเหตุสมผลในเรื่องสมรสพระราชทานนั้นสมเหตุสมผลขึ้นมาหนึ่งเรื่อง

    #4,134
    0
  2. #3933 Nuthathai Por (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 04:12

    ทำไมล่ะเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ

    #3,933
    0
  3. #3769 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 23:30
    พีคไปอีกจ้า
    #3,769
    0
  4. #3684 JnKhn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 21:00
    นางเอกไม่รู้ว่าท่านน้าอายุ 25 นะ ย้อนกลับไปดูมาลู่ไป๋นางตัดพ้อในใจว่าตัวเองอายุ 25 ทำไมเรียกซะแก่เชียว สรุปไม่รู้เด้อ ไม่แปลกที่น้องจะตกใจ
    #3,684
    0
  5. #3308 แขนลีบหมดแรง (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 11:24
    เอ้า ลู่ไป๋เคยบอกนางเอกแล้วนี่ว่าอายุ 25 สรุปตอนนั้นได้ยินแตาไม่เชื่อหรือไม่ได้ฟังอะ ????
    #3,308
    0
  6. #3225 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:07
    เดี๋ยว​นะฮ้องเต้เป็นเพื่อน​มันไม่ใช่หรอ
    #3,225
    0
  7. #2314 PPruedee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 01:38
    รู้อายุตั้งแต่วันแรกที่เจอนี่เราจำได้อ่ะ
    #2,314
    0
  8. #2291 MinorA (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:42
    กรรมมมมมม จริงหรืิอจ้อจี้เนี่ยยย
    #2,291
    0
  9. #2143 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 10:25
    เรียกน้ายังดีกว่า เรียกลุงนะ
    #2,143
    0
  10. #1976 lady-zeara (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 11:45
    นางเอกรู้อายุลู่ไป๋ตั้งแต่ฟื้นแล้วนี่ แต่อยากกวนเลยเรียกท่านน้า
    #1,976
    0
  11. #1655 Status.. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 00:45
    อ่าว..ฮ่องเต้.. หาเรื่องใส่ตัวจังคะ
    #1,655
    0
  12. #1651 kimurakung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 23:16
    กรรม ฮ่องเต้คิดฆ่าเพื่อน
    #1,651
    0
  13. #1526 oachaporn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 08:26
    อ้าว...ฮ่องเต้เป็นเพื่อนพ่อนางเอกมิใช่เหรอ
    #1,526
    0
  14. #1509 Dianneii (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 03:35
    หื้อออ? เป็นฮ่องเต้ดีๆ ไม่ชอบสิ้น่ะ
    #1,509
    0
  15. #1508 Princesseden (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 02:06
    อ่าวไหนว่าอิฮ่องเต้เป็นเพื่อนแม่ทัพใหญ่อ่ะ
    #1,508
    0
  16. #1505 tigerdog (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 22:55
    ถล่มวังหลวงแล้วยึดทรัพย์เลย
    #1,505
    0
  17. #1504 por4312525 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 22:52

    มาอัพเพิ่มอีกนะ กำลังสนุก
    #1,504
    0
  18. #1503 Amp1257 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 22:42

    มันคือจิเป็นแบบนั้นมาเร็วไปเด้อ
    #1,503
    0
  19. #1501 อาริน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:43

    เดี๋ยววววววววว

    พี่เต้!!!!! สหายพี่ไม่ใช่เรอะ!!!? เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ!!!!!


    แต่ถ้าพี่ทำจริง....เขียนพินัยกรรมไว้เลยนะว่าจะให้ใครครองราชต่อ....=_=

    #1,501
    0
  20. #1500 suwannee001 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:27
    ถ่ลมวังหลวงริบทรัพสินด่วน
    #1,500
    0
  21. #1499 daijichun (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 20:38
    อำนาจ...
    #1,499
    0
  22. #1495 kandam007 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 19:54
    ฮ้องเต้ตายๆแน่ๆไปแหย่พ่อสาวขาโหด5555
    #1,495
    0
  23. #1494 nuwalnaka (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 18:46

    มาอีกๆๆๆๆ รออออ

    #1,494
    0
  24. #1493 ซาตานสีดำ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 17:35
    อะไร๊. หายไปตั้งหลายวันมาแค่ตอนเดี้ยว..ไม่ได้นะเค้าไม่ยอม..ขออีกตอนได้ป่าวอ่ะ
    #1,493
    0
  25. #1492 eakaroon (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 17:31

    หาเรื่องตายอีกคนแล้วhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    #1,492
    0