หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 3 : ทำงานหาเงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,868 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

ถึงจะพูดกับท่านพ่อไปแบบนั้นแต่นางรู้ตัวดีว่าเด็กอายุสิบสองขวบเช่นนางนั้นอ่อนแอแม้ใจจะแข็งแกร่งดั่งหินผาก็ตาม นางก็ยังต้องการให้ผู้ใหญ่กางปีกปกป้องแต่นางก็เข้าใจท่านพ่อเช่นกันว่าละเลยคนในจวนไม่ได้ ฮูหยินใหญ่เป็นถึงญาติของฮองเฮาทั้งยังเป็นฮูหยินที่มาจากการสมรสพระราชทาน แม้ฮูหยินใหญ่จะทำผิดก็ยังต้องเกรงใจฮองเฮาอยู่หลายส่วน จะให้ท่านพ่อคอยแต่ปกป้องนางเห็นทีจะไม่ได้

“ไหน ลองค้นความทรงจำของตัวเอกในนิยายย้อนเวลาหน่อยสิว่าร่ำรวยด้วยวิธีใดได้บ้าง” นางเคยมองว่าหนังสือพวกนั้นไร้สาระ เคยอ่านอยู่สองสามเล่มยามเมื่อต้องการผ่อนคลายสมองจากการร่ำเรียนอย่างหนัก ห้องสมุดของพ่อในโลกก่อนนั้นมีหนังสือทุกประเภทให้เลือกอ่าน เบื่อการเป็นหมอเต็มทีลองทำอย่างอื่นดูบ้างก็ดีเหมือนกัน“ทำขนมขายก็ดี หลอมสมุนไรขายก็น่าสน ทำเครื่องสำอางก็น่าสนเช่นกัน ใช้ร่วมกับธาตุขาวได้ด้วยหรือไม่นะ” ถ้าขายได้คงรวยเละ!

สาวๆสมัยนี้แต่งหน้ากันหนาออกปานนั้น ถ้ามีของสวยๆงามๆแถมยังคุณภาพดีมาขายก็ย่อมยอมทุ่มเงินซื้อ แถมหลังจากเดินสำรวจดูร้านค้าแถวนี้แล้วนั้นส่วนใหญ่เป็นเหลาอาหารและร้านแพรพรรณ ร้านขายเครื่องประทินผิวแทบไม่มี แค่คิดก็ได้กลิ่นเงินแล้ว เซรั่มน้ำตบต้องมาแล้ว ณ จุดนี้

นางลุกไปเอาน้ำดื่มที่โรงเตี๊ยมเตรียมไว้ให้เทใส่จอกน้ำชาแล้วส่งธาตุขาวไปยังน้ำ ถ้านางคิดไม่ผิด ธาตุขาวที่ท่านตาบอกว่ามันรักษาได้ทุกอย่างนั้นอาจทำให้น้ำที่สะอาดอยู่แล้วสะอาดขึ้นไปอีก แล้วก็เป็นจริงเช่นนางคิดเพราะน้ำในจอกที่คิดว่าใสสะอาดเหมาะแก่การดื่มกินนั้นธาตุขาวของนางกำลังกลืนกินสิ่งสกปรกจนนางแทบอาเจียน นี่นางดื่มน้ำนี่เข้าร่างกายไปแล้วจริงๆน่ะหรือ!!

“เอาล่ะ มีน้ำสะอาดขนาดนี้ไว้ดื่มไว้ล้างหน้าแล้ว หน้าไม่ใสให้มันรู้ไปสิ อิอิ” นี่ถ้าใส่กลีบกุหลาบกลีบดาวเรืองลงไปด้วยก็คงคล้ายโทนเนอร์สุดแพงในโลกก่อนแล้ว แต่โลกนี้มันไม่มีขวดแก้วที่เหมาะจะทำเป็นบรรจุภัณฑ์แบบนั้น สิ่งที่นางทำได้คงเป็นการเอาน้ำบริสุทธิ์นี้ผสมกับดอกไม้แห้งบดทำเป็นบลัชออนหรืออายแชโดว์แสนสวย “มีช่องทางแล้ว”

นางคิดว่าการเป็นหมอมาตลอดทั้งชีวิตของนางในโลกก่อนนั้นเพียงพอแล้ว นางอยากทำในสิ่งที่นางไม่เคยทำแต่เคยเรียนรู้ผ่านตามาบ้าง และในยุคที่ยังไม่เจริญเช่นนี้หากนางจะหาเงินจากความสามารถเล็กๆน้อยๆก็ดูจะน่าสนุกทีเดียว หญิงแกร่งเช่นนางไม่แบมือขอเงินท่านพ่อไปวันๆอยู่แล้ว หลิวจิวเหมยเสียอย่าง!

วันรุ่งขึ้นนางกระตือรือร้นจะออกไปหากลีบดอกไม้แห้งและหาร้านช่างไม้สำหรับจ้างทำตลับใส่บลัชออนและอายแชโดว์ แต่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากโรงเตี๊ยมก็ดันมีมารผจญมาหาตั้งแต่เช้า

“เจ้าจะออกไปที่ใดแต่เช้าหรือจิวเหมย”

“แล้วเจ้ามาหาข้าทำไมตั้งแต่เช้างั้นหรือไท่หลง”

“ฮ่าๆ ท่านแม่ข้าอยากจะพบเจ้าก็เลยให้ข้ามาแจ้งแก่เจ้า เมื่อวานข้ากลับจวนแล้วเล่าเรื่องเจ้าให้ท่านแม่ฟัง ท่านแม่ก็เลยอยากพบเจ้าสักครั้ง เจ้าสะดวกไปพบท่านแม่ของข้าหรือไม่เล่า”

“วันนี้หรือ เห็นทีจะไม่ได้หรอกไท่หลง ข้ามีเรื่องต้องไปทำ เป็นวันพรุ่งได้หรือไม่”

“เอาที่เจ้าสะดวกเถิด แล้วนี่เจ้าจะออกไปที่ใดหรือให้ข้าไปเพื่อนหรือไม่”

“เอาสิ ข้าต้องการคนช่วยพอดีเชียว” หึหึ จะใช้แรงงานสหายให้คุ้มเลย

สหายวัยสิบสองหนาวสองคนไปที่ร้านช่างไม้ก่อนเป็นที่แรก จิวเหมยกางแบบที่นางวาดไว้เมื่อคืนนี้ให้ช่างดู “ข้าต้องการทำจากไม้ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง แต่ละหลุมต้องมีขนาดเท่ากันแต่ไม่ต้องลึกมาก ทุกอันต้องมีฝาปิดด้วยนะเจ้าคะ ทำให้หยิบเปิดปิดได้ง่ายและพกพาได้สะดวกเจ้าค่ะ” ช่างไม้ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ยอมรับงานที่นางจ้างทำ “หากท่านทำได้ถูกใจข้า ข้าจะจ้างท่านทำอีกหลายชิ้นเจ้าค่ะ”

“ขอรับคุณหนู ข้าจะทำสุดความสามารถ”

เป้าหมายต่อไปก็ร้านดอกไม้แห้ง

“เจ้ากำลังจะทำสิ่งใดหรือจิวเหมย”

“หาเงินใช้อย่างไรเล่า เจ้าอยากเป็นหุ้นส่วนกับข้าหรือไม่”

“หุ้นส่วน...มันคือสิ่งใดหรือ”

“ก็ประมาณว่า ช่วยกันคิดช่วยกันทำช่วยกันออกเงิน อะไรทำนองนั้น แต่ข้าก็ถามเจ้าไปอย่างนั้นเองเพราะงานนี้ข้าจะทำเองคนเดียว” เพราะมากคนก็จะมากความ อีกทั้งวิธีการของนางก็จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด

“ท่านแม่ทัพไม่ให้เบี้ยหวัดเจ้าใช้หรือ ใยต้องหาเอง”

“ให้สิ แต่ข้าวางแผนจะออกมาอยู่นอกจวนก็เลยอยากจะลองหาเองใช้เอง ข้าไม่อยากรบกวนท่านพ่อมากนัก ข้าโตแล้วหาเงินใช้เองได้ไม่ต้องขอท่านพ่อหรอก อ่ะ นั่นร้านดอกไม้แห้ง ไปกันเถอะ” แม้จะไม่ค่อยเข้าใจสหายเท่าใดนักแต่ไท่หลงก็ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งได้เพิ่มแม้จะนึกสงสัยก็ตามที ใยต้องออกจากจวน “โห เยอะมากเลย”

“มีสิ่งใดให้ร้านฮวารับใช้ขอรับคุณหนู”

“ข้าอยากได้ดอกจวี๋ฮวา(เบญจมาศ)กับดอกเหมยกุ้ย(กุหลาบ)เจ้าค่ะ อย่างละสองชั่งนะเจ้าคะ” ดอกจวี๋ฮวากับเหมยกุ้ยในยุคนี้นั้นยังไม่ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีหลากสีเหมือนเช่นอนาคตที่นางจากมา แต่ถึงเช่นนั้นสีเหลืองที่ได้จากดอกจวี๋ฮวานำมาผสมกับสีแดงที่ได้จากเหมยกุ้ยก็จะได้สีใหม่อีกหนึ่งสีนั่นก็คือสีส้ม ในหนึ่งตลับที่นางสั่งทำสามารถใส่อายแชไดว์ได้สามช่องและบลัชออนอีกหนึ่งช่อง คิดว่าจะทำอายแชโดว์สีแดง ส้ม และน้ำตาลที่ได้จากสีเขียวผสมกับสีแดง ส่วนบลัชออนจะทำเป็นสีชมพูใส่ในตลับเดียว สาวๆมีหรือจะไม่ชอบ

ออกจากร้านดอกไม้แห้งจิวเหมยก็เดินหาครกหินที่จะใช้บดกลีบดอกไม้แห้งต่อ มันหาได้ไม่ยากนักเพราะร้านสมุนไพรต่างๆก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย นางเป็นคนหอบหิ้วถุงดอกไม้แห้งส่วนไท่หลงนั้นให้ถือของหนักอย่างครกหินตามมา กว่าจะถึงโรงเตี๊ยมทั้งสองคนก็แทบหมดแรง นางจึงเลี้ยงข้าวสหายเป็นการตอบแทน

“วันพรุ่งเจ้าจะไปพบท่านแม่ของข้ายามใดหรือ ข้าจะได้มารับเจ้า”

“เจ้ามาเวลาเดิมย่อมได้”

“อืม เช่นนั้นเจอกันวันพรุ่งนะจิวเหมย วันนี้ข้าคงต้องกลับจวนก่อนข้าออกมานานแล้ว”

“อืม ขอบใจเจ้ามากนะไท่หลงที่มาช่วย” โบกมือลาสหายเสร็จนางก็ขึ้นห้องทันทีเพื่อลองทำเครื่องสำอาง นางหยิบดอกไม้แห้งออกมาแยกชนิดไว้อย่างเป็นระเบียบก่อนจะเริ่มบดกลีบเหมยกุ้ยก่อนเป็นอย่างแรก มันไม่ได้ยากเย็นนักเพราะกลีบดอกไม้แห้งก็กรอบมากพออยู่แล้วทั้งสากหินก็หนักจนแทบไม่ต้องใช้แรงบดเลยด้วยซ้ำ “อืม สวยดีแหะ” พอลองใช้นิ้วแตะผงที่ได้จากกลีบเหมยกุ้ยมาปาดลงบนแขนก็ปรากฏว่าสีมันชัดมากทีเดียว

จิวเหมยใช้เวลาถึงสองชั่วยามในการบดกลีบดอกไม้ทั้งหมดที่ซื้อมา ไหนจะต้องคั้นน้ำใบเตยที่ไปถามเสี่ยวเอ้อว่าพอจะมีไหม เขาหายไปที่ครัวชั่วครู่ก็กลับมาพร้อมกับสิ่งที่นางต้องการ แม้จะได้มาไม่กี่ใบแต่ก็เพียงพอเพราะนางไม่ได้จะใช้เยอะมากนัก ลองผสมนั่นผสมนี่อยู่สักพักก็ได้สีที่ต้องการ ส่งพลังธาตุขาวเข้าไปดูดสิ่งสกปรกออกจากทุกอย่างแล้วก็ถึงเวลาล้มตัวลงนอน

รุ่งขึ้นไท่หลงมาตามนัดตั้งแต่เช้าพร้อมรถม้าคันใหญ่ จิวเหมยแต่งตัวสวยงามให้เหมาะกับการไปพบผู้ใหญ่ ไท่หลงถึงกับเอ่ยปากแซวสหายที่วันนี้ดูงดงามกว่าทุกวัน “วันนี้ท่านพ่อของข้าไม่อยู่ที่จวน เข้าเฝ้าฮ่องเต้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เจ้าไม่ต้องประหม่าไปหรอก ที่จวนมีเพียงท่านแม่ พี่ใหญ่ ข้าแล้วก็น้องเล็กเท่านั้น” แค่นั้นก็เกร็งพอแล้ว

ใช้เวลาเพียงครึ่งเค่อรถม้าก็จอดที่หน้าจวนของอัครเสนาบดีจ้าวไท่หลาง จิวเหมยมองรอบๆอย่างสนใจ แม้ขนาดจวนจะไม่ได้ต่างกับจวนของท่านแม่ทัพแต่นางที่เพิ่งจะได้เข้าเมืองหลวงนั้นยังไม่แม้แต่จะได้เห็นจวนของท่านพ่อ ความทรงจำของจิวเหมยคนเก่าเองก็ไม่ได้ชัดเจนอะไรมากนัก “ดอกไม้พวกนี้งดงามมาก”

“ที่จวนของท่านแม่ทัพไม่มีดอกไม้ให้เจ้าชมหรืออย่างไร”

“มี แต่ข้าก็จำไม่ค่อยได้เพราะข้าอยู่แต่ในเรือนไม่ได้ออกไปที่ใดนัก”

“ท่านแม่รอเจ้าอยู่ รีบเดินเข้าเถิด” ไท่หลงพาจิวเหมยไปพบท่านแม่ของเขาที่นั่งรออยู่ที่เรือนรับรองพร้อมกับจ้าวไท่หยางและจ้าวไท่เว่ย แม้เขาจะค่อนข้างแปลกใจที่วันนี้พี่ใหญ่ไม่ออกไปที่ใดทั้งที่ปกติเป็นต้องหายแวบออกจากจวนหาตัวไม่เคยพบ แต่เขาคิดว่าพี่ใหญ่อาจจะอยากพักอยู่จวนบ้างก็เลยไม่ได้ซักถาม “ลูกพาจิวเหมยมาแล้วขอรับท่านแม่”

“คารวะฮูหยินจ้าวเจ้าค่ะ คารวะคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ ทักทายเจ้าด้วยนะไท่เว่ย”

“ไม่ต้องมากพิธีหรอกเหมยเอ๋อร์ ไหน เข้ามาใกล้น้าหน่อยสิ” ร่างบอบบางเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆผู้ที่เอ่ยกล่าวว่าเป็นน้าก่อนจะถูกสำรวจเครื่องหน้าเสียจนละเอียด “ดวงตากลมโตดั่งเช่นเหมยอิง เจ้างดงามเหมือนแม่ของเจ้าเหมยเอ๋อร์”

“ท่านแม่งดงามกว่าข้ามากนักเจ้าค่ะ”

“ช่างถ่อมตน หากรู้ว่ามีหลานสาวน่ารักเช่นเจ้าน้าคงได้ไปเยี่ยมเยียนจวนท่านแม่ทัพเสียบ่อยครั้ง” เห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของมารดาสหายนางก็ทำได้เพียงเงียบปากไม่เอ่ยสิ่งใดเพราะความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นนางไม่ได้รับรู้ด้วย “ต่อไปเจ้าต้องเรียกน้าว่าท่านน้า เข้าใจหรือไม่ น้าจะเป็นญาติเพียงคนเดียวให้เจ้าเองนะจิวเหมย หากเดือดร้อนต้องการความช่วยให้เจ้านึกถึงน้าเป็นคนแรก น้าจะช่วยเจ้าเอง”

“หลานขอบพระคุณท่านน้าเจ้าค่ะที่เมตตาหลาน”

“มาเถิด วันนี้น้าเตรียมอาหารกับขนมไว้ให้เจ้ามากมายเชียวล่ะ”

“ท่านแม่ลงมือทำด้วยตนเองเชียวนะ ข้าเป็นลูกยังมีโอกาสไม่บ่อยนักที่จะได้ทานฝีมือท่านแม่”

“ก็เพราะพวกเจ้าสามพี่น้องไม่ค่อยอยู่ให้แม่ได้แสดงฝีมือน่ะสิ ฟ้าสว่างเป็นต้องได้หายออกจากจวนกันทั้งพี่ทั้งน้องโดยเฉพาะพี่ใหญ่ของพวกเจ้า นี่เพิ่งกลับจากชายแดนจะอยู่ให้แม่ชื่นใจเพียงสักวันก็ไม่ได้ นึกแปลกใจเหตุใดวันนี้อยู่จวนได้ ว่าเช่นไร หืม หยางเอ๋อร์”

“ลูกว่างขอรับท่านแม่” จิวเหมยแอบสะดุ้งเมื่อตาดุคมตวัดมาทางนางจนหลบสายตาไม่ทัน หน้านิ่งเหลือเกินพ่อคุณ “แล้วได้ยินว่าไท่หลงจะพาสหายมาเยี่ยมท่านแม่ลูกก็เลยอยากอยู่ทำความรู้จักบุตรสาวท่านน้าเหมยอิงขอรับ”

“ใครอยากรู้จัก”

“เจ้าว่าอะไรนะจิวเหมย”

“เปล่าๆ ข้าเพียงรู้สึกหิว หลานยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเจ้าค่ะท่านน้า ไท่หลงไปรับหลานเช้าเกินไป”

“ตายจริง! เป็นน้าเองที่ให้หลงเอ๋อร์ไปรับหลานแต่เช้า พ่อบ้านชิงยกอาหารเข้ามาได้เลยหลานข้าหิวแล้ว” นางก็แค่อยากเปลี่ยนเรื่องต่างหากหาได้รู้สึกอยากอาหารไม่ ก็ตาคมดุคู่นั้นเอาแต่จ้องนางเหมือนค้นหาอะไรสักอย่าง สายตาเช่นนั้นไม่ใช่สายตาของผู้ที่ชอบจับผิดหรืออย่างไง นางมีสิ่งใดให้จับผิดกัน “ทานเยอะๆเลยนะ น้าทำสุดฝีมือเลย”

“เจ้าค่ะท่านน้า” ตลอดมื้ออาหารนั้นนางนั่งทานไปด้วยความเกร็ง ก็จ้าวไท่หยางนั่งตรงข้ามนางแม้จะมีเด็กน่ารักตัวอ้วนนั่งอยู่ใกล้ๆก็ไม่ได้ทำให้ความน่ากลัวของชายผู้นั้นลดน้อยลงเลยแม้เพียงนิด

“ได้ยินหลงเอ๋อร์บอกว่าหลานจะออกจะไปอยู่นอกจวนและกำลังทำสิ่งใดสักอย่าง บอกน้าได้หรือไม่เหตุใดหลานจึงทำเช่นนั้น ท่านแม่ทัพไม่ดีกับหลานเช่นนั้นหรือ”

“หาได้เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ท่านพ่อรักและดูแลหลานเป็นอย่างดี เพียงแต่หลานมีเหตุผลของหลาน สักวันหลานจะเล่าให้ท่านน้าฟังนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นที่หลงเอ๋อร์บอกว่าหลานไปซื้อดอกไม้แห้งมาเยอะแยะนั่นเล่า หลานกำลังจะทำสิ่งใดหรือ”

“หลานกำลังจะทำสีทาตากับสีทาแก้มเจ้าค่ะ หากทำสำเร็จแล้วหลานจะฝากไท่หลงมาให้ท่านน้าได้ลองใช้นะเจ้าคะ หลานรับรองว่าหากท่านน้าแต้มเพียงบางเบาจะยิ่งขับให้ใบหน้าของท่านน้าแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้นเจ้าค่ะ” นางไม่พลาดที่จะฉกฉวยโอกาสงามๆนี้ไว้ หากท่านน้าชอบและบอกต่อเหล่าคุณหนูหรือแม้แต่ฮูหยิน อนุ จวนอื่นจะทำให้นางขายดิบขายดียิ่งขึ้น คงต้องรีบไปถามที่ร้านช่างไม้เสียแล้วว่าทำได้กี่อันแล้ว

หลังจบมื้ออาหาร จิวเหมยอยู่พูดคุยกับฮูหยินจ้าวอีกสักพักก็ขอตัวกลับโดยมีรถม้าคันเดิมมาส่ง คราแรกไท่หลงจะมาส่งเองแต่นางต้องไปที่อื่นต่อและไม่สะดวกให้เขาตามมา แต่นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพราะที่ที่นางจะไปก็คือร้านช่างไม้ที่ไท่หลงมากับนางเมื่อวันก่อน เพียงแต่นางเกรงใจหากจะให้สหายตามรับตามส่งนาง

“ของที่ข้าสั่งทำเสร็จหรือยังเจ้าคะ”

“เสร็จแล้วขอรับคุณหนู เชิญคุณหนูตรวจสอบว่าตรงตามที่ใจท่านคิดหรือไม่” นางรับตลับไม้รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเท่าฝ่ามือมาตรวจสอบ พอเห็นหลุมกลมๆข้างในสามหลุมเล็กกับหนึ่งหลุมใหญ่นางก็ยิ้มออกมาอย่างถูกใจ ไหนจะฝาปิดที่เปิดปิดได้สะดวก ขนาดเบาและพกพาง่าย แบบนี้แหละที่ต้องการ (แบบฝาพับเปิดปิด)

“ถูกใจข้ามากเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าสั่งเพิ่มอีกห้าสิบอันเลยนะเจ้าคะ ในหนึ่งวันได้เท่าใดรบกวนท่านไปส่งให้ข้าที่โรงเตี๊ยมหมิงอัน แจ้งเสี่ยวเอ้อว่าของคุณหนูหลิวนะเจ้าคะ”

“ขอรับคุณหนู ข้าจะทำสุดฝีมือขอรับ” รอบที่แล้วนางสั่งทำแค่สิบอันเท่านั้น แต่ฝีมือช่างทำได้ดีและปราณีตมากทั้งราคายังถูกแสนถูกเพราะอันละหนึ่งเหรียญเงินเท่านั้น นางถึงกับเพิ่มเงินให้เป็นรางวัลที่ทำถูกใจนาง

กลับถึงโรงเตี๊ยมนางก็รีบขึ้นห้องพักแล้วจัดการเอาผงที่ได้จากกลีบดอกไม้แห้งมาผสมกับน้ำบริสุทธิ์ที่เตรียมไว้ให้พอเหนียวแล้วบรรจุลงหลุมในตลับ เมื่อครบทั้งสี่หลุมและเห็นว่าแน่นดีแล้วก็ใช้ธาตุขาวไล่น้ำและอากาศที่มีอยู่ในเนื้อสีให้เหลือแต่สีแห้งๆก็เป็นอันเสร็จ ลองใช้นิ้วปาดดูก็พบว่าเป็นที่น่าพอใจ พาเลทอายแชโดว์ในอนาคตจะต้องอายถ้าเจอของที่นางทำ ฮ่าๆ สีแน่นใช้ได้ ตลับแรกผ่านไปตลับต่อไปก็ง่ายดายขึ้น เพียงไม่นานตลับทั้งสิบก็เสร็จเรียบร้อย

“ปวดหลังชะมัด!” ต่อไปก็เป็นการคำนวณค่าวัตถุดิบเพื่อตั้งราคาขาย “ตลับละยี่สิบตำลึงทองไปเลยแล้วกัน”

สิ่งหนึ่งที่นางต้องทำเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าก็คือการวาดลวดลายบนฝาตลับ หลิวจิวเหมยนั้นเป็นสตรีห้องหอที่มีฝีมือเรื่องการเย็บปักถักร้อยและวาดเขียนมากที่สุดผู้หนึ่ง แม้จะไม่มีโอกาสออกไปแสดงฝีมือแต่ความงดงามของสิ่งที่นางทำนั้นแม้แต่ฮูหยินใหญ่ยังต้องไหว้วาน แค่นี้น่ะหรือ สบายมาก!

วันต่อมานางวางแผนจะออกไปเดินหาที่ตั้งสำหรับขายของในตลาดแต่แขกไม่ได้รับเชิญก็ดันมานั่งดื่มน้ำชารอตั้งแต่เช้าอีกแล้ว นี่ไม่คิดจะไปที่อื่นเลยหรืออย่างไรนะ “เจ้าว่างมากหรือไท่หลง มาหาข้าได้ทุกวันเช่นนี้”

“ว่างสิ วันนี้ท่านแม่ไปวัดมีไท่เว่ยตามไปด้วย ส่วนท่านพ่อกับพี่ใหญ่เข้าวัง แล้วข้าจะไปที่ใดถ้าไม่มาหาสหายเช่นเจ้า ว่าแต่เจ้ากำลังจะออกไปที่ใดอีกแล้วใช่หรือไม่ ข้าไปด้วยสิ”

“ข้ากำลังจะออกไปหาที่ตั้งขายของ อาจจะขอเช่าหน้าร้านของพ่อค้าแม่ค้าแถวตลาด”

“เจ้าจะขายสิ่งใด”

“จริงสิ ข้าจะฝากไปให้ท่านน้าลองใช้นี่นา เจ้ารอข้าซักประเดี๋ยวนะ” พูดจบก็วิ่งกลับขึ้นห้องไปหยิบเอาของลงมาให้ไท่หลง เพราะนางเตรียมไว้แล้วก็เลยไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากว่าจะให้ตลับไหนดี ชั่วเวลาน้ำชาเพียงหนึ่งจอกนางก็กลับมาพร้อมกับยื่นของให้สหาย “ฝากเจ้าไปให้ท่านน้าด้วย”

“ได้สิ ลวดลายงดงาม” เมื่อเปิดตลับขึ้นก็พบกับวงกลมของสีต่างๆอยู่สี่สี แต่ละวงมีขนาดเท่ากันมีเพียงหนึ่งวงเท่านั้นที่ใหญ่กว่า “สิ่งนี้คือสิ่งใดหรือจิวเหมย ข้าจะได้แจ้งแก่ท่านแม่ได้ถูก”

“ยังไม่มีชื่อเรียก แต่สามวงเล็กนี่ใช้สำหรับทาตา หนึ่งวงใหญ่นี้ให้สำหรับพวงแก้มแต่จะใช้ทาตาก็ได้เช่นกัน ย้ำกับท่านน้าว่าให้ใช้เพียงบางๆเท่านั้นเพราะถ้าทาหนาไปจะไม่น่าดู แล้วก็ นี่แหละคือสิ่งที่ข้าจะขาย”

“ข้าว่าคุณหนูจากจวนต่างๆต้องชื่นชอบเป็นแน่”

“ข้าก็อยากให้เป็นเช่นเจ้าพูด”

“แล้วเหตุใดเจ้าไม่เอามันออกมาขายเลยเล่า เราไปเดินดูในตลาดหากมีที่พอวางขายก็ขายได้เลยไม่เห็นจะต้องไปเดินดูเล่นๆให้เสียเวลา ข้าจะช่วยเจ้าขายเอง”

“แต่ข้ามีไม่เยอะนัก แล้วก็ไม่รู้ร้านช่างไม้จะเอาตลับไม้มาส่งข้าได้อีกเมื่อใด”

“หากใครซื้อไม่ทันก็ให้จองไว้ก่อนสิ หากเจ้าทำเสร็จก็ให้คนนำไปส่งที่จวนของแม่นางเล่านั้นก็สิ้นเรื่อง” จริงสิ! นางยังคิดค่าส่งเพิ่มได้อีกด้วย หึหึ ขอบใจนะสหาย

จิวเหมยวิ่งขึ้นห้องไปอีกหนเพื่อเอาของที่เตรียมไว้ออกไปขาย นางจัดใส่ตะกร้าไว้อย่างดี นางยังหยิบผ้าคลุมผืนบางไปด้วยเผื่อต้องวางขายที่พื้น เมื่อพร้อมทั้งสองก็เดินตรงไปที่ตลาด สอดส่องหาที่ว่างเพื่อจะวางขายของแต่พื้นที่ในตลาดนั้นมีจำกัดเหลือเกิน เกือบจะถอดใจแต่ไท่หลงเหลือบไปเห็นที่ว่างข้างๆร้านซาลาเปาเข้าเสียก่อนก็เลยเดินไปขอเช่า พื้นที่ตรงนี้เป็นของร้านซาลาเปาเช่นกันจึงต่อรองได้ไม่ยากและสามารถเช่าได้ในราคาหนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น

“โชคดีจริงๆ” จิวเหมยปูผ้าลงบนโต๊ะตัวหนึ่งที่เจ้าของร้านซาลาเปาให้ยืมก่อนจะเอาตลับไม้ออกมาวางเรียงโดยเปิดหนึ่งตลับเพื่อให้ทดลองใช้ หญิงสาวที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างสนใจเพราะสีสวยทั้งตลับก็งดงามครั้นจะเข้าไปถามไถ่ก็เห็นว่าแม่ค้าที่ยังเป็นเด็กสาวยังวางของไม่เสร็จเลยทำได้เพียงเมียงมองเท่านั้น จิวเหมยเมื่อวางของและจัดอย่างสวยงามแล้วก็ทำการเรียกลูกค้าทันที “พี่สาวสนใจสีทาตาหรือไม่เจ้าคะ ข้าทำจากกลีบดอกไม้รับรองว่าสวยและปลอดภัยเจ้าค่ะ”

“เจ้าทำเองรึ”

“เจ้าค่ะ พี่สาวลองแตะเนื้อสีดูก่อนก็ได้เจ้าค่ะ อันนี้ข้าเตรียมไว้ให้ลอง” แม่นางน้อยแต่ละคนยังคงเอียงอายและไม่กล้าจะเข้ามานางก็เลยใช้นิ้วตัวเองแตะแล้วปาดที่แขนให้ดู “เนื้อสีละเอียดสวยงามและสีชัดเจนมากเจ้าค่ะ ยิ่งแต่งแต้มบนเปลือกตาจะยิ่งช่วยให้ดวงตาดูสดใส สีชมพูนี้ใช้แต้มพวงแก้มทำให้ดูอมชมพูระเรื่อสุขภาพดีเจ้าค่ะ”

“เจ้าขายเท่าไหร่เล่า”

“อันละยี่สิบตำลึงทองเจ้าค่ะ ราคาอาจสูงแต่พี่สาวใช้ได้นานไม่ต้องสิ้นเปลืองซื้อบ่อยครั้งเจ้าค่ะ จะให้ข้าลองใช้กับพี่สาวดูก่อนหรือไม่เจ้าคะ หากท่านพอใจค่อยซื้อก็ได้เจ้าค่ะ” พี่สาวคนนี้ดูสนใจมากก็เลยยอมให้นางได้ทดลองแต่งหน้าให้ เอาล่ะ งานเมคอัพแบบใสๆสไตล์จันทร์ จันทรสุบรรณก็มา

“ผิวพี่สาวดีมากเลยเจ้าค่ะ แต่งแต้มแต่บางๆเผยผิวใสจะยิ่งทำให้พี่สาวดูน่ารักมากยิ่งขึ้น” จิวเหมยใช้สีส้มทาบนเปลือกตาของแม่นางน้อยแต่บางเบาแล้วใช้สีน้ำตาลที่หางตาเล็กน้อยให้ตาดูคมขึ้น ใช้สีชมพูทาที่พวงแก้มบางๆเช่นกันแค่นี้แม่นางน้อยตรงหน้าก็ดูน่ารักขึ้นเป็นกอง สวยใสมากๆ “งามมากเจ้าค่ะ” จิวเหมยส่งคันฉ่องที่หยิบมาจากโรงเตี๊ยมให้นางส่อง สั่งเกตุเห็นพวงแก้มของนางแดงปลั่งขึ้นอย่างเขินอายแววตาพึงใจไม่น้อย เพื่อนนางที่มาด้วยก็เอ่ยชมไม่ขาดปาก

“ข้าซื้อสองอัน ข้าจะเอาไปฝากท่านแม่ด้วย” จิวเหมยยิ้มหน้าบานเพราะนางขายหมดได้เพราะพี่สาวกลุ่มนี้เลย

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.868K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4288 olahe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 18:28
    มีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นเครื่องกระเบื้องจะดูดีกว่าหรือเปล่าคะ แต่ก็ใช้เวลาทำนานกว่าน่ะนะ

    ป.ล. ประณีต สะกดแบบนี้ค่ะ
    #4,288
    0
  2. #4233 orn2515 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 17:07
    ขายที่ป้ายตา
    #4,233
    0
  3. #4098 1988yongsi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:21
    กำไรเน้นๆ
    #4,098
    0
  4. #3886 Nuthathai Por (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 21:21

    หัวการค้าเชียวน๊าเก่งจริง ๆ

    #3,886
    0
  5. #3739 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 14:00
    โคตรกำไรอะ
    #3,739
    0
  6. #3703 May_conan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:55
    20 ตำบึงทอง!
    #3,703
    0
  7. #3188 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:57
    เรายังอยากได้​เลย
    #3,188
    0
  8. #3048 แพนด้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 20:55

    อย่าลืมทำสัญลักษณ์เฉพาะนะ กันของลอกเลียนแบบ

    #3,048
    0
  9. #2674 Maple_land346 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 01:29
    หม่นึกว่าชาติที่แล้วนางเอกเป็นหมอ นึกว่าเป๋นบีเอขายเครื่องสำอาง ป้าดดดด อยากควักเงินซื้อของนางเอกเลยจ้า
    #2,674
    0
  10. #2311 What&Why (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 21:31
    ขายเก่งงงง
    #2,311
    0
  11. #2248 MinorA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:24
    งานเครื่องสำอางก็มาาาา รอดูเลยยยย
    #2,248
    0
  12. #2176 Lotte Dittakan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 08:53
    แปรงอยู่ไหน 555
    ครีมทาหน้า สบู่ล้างหน้า น้ำหอม โลชั่น ลูกกลิ้ง ยาสระผม ยาสีฟัน
    #2,176
    1
    • #2176-1 ormtw(จากตอนที่ 3)
      30 กรกฎาคม 2562 / 10:47
      น้ำบริสุทธิ์ต้องถูกนำมาใช้เป็นคลีนซิ่งแล้ว 555+
      #2176-1
  13. #2064 usui takumi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 00:52
    จริงๆ แล้ว ชื่อที่มีคำว่า ‘หลง’ ซึ่งแปลว่ามังกร ในจีนสมัยนั้นเป็นคำที่จำกัดให้ใช้เฉพาะเชื้อพรงวงศ์เท่านั้นนะคะ แต่เรื่องนี้ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ขนาดนั้นก็หยวนๆ ไปค่ะ
    #2,064
    0
  14. #1822 lady-zeara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:15
    ถ้าจะใช้พวกบรรจุภัณฑ์ที่เป็นแก้ว ใช้พวกหยกแทนได้มั้ยคะ อยากเห็นนางเอกกำไรพุ่งไปเลย
    #1,822
    0
  15. #1716 Sistel2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 15:58

    ใครพระเอกกันแน่หนอ

    #1,716
    0
  16. #1578 kimurakung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 10:22
    หัวการค้าดีจร้า
    #1,578
    0
  17. #1425 PD Vierra (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 21:44
    คือเจอคำว่า ธาตุขาว ธาตุดำ แล้วมันแปลกๆ น่าจะใช้ธาตุแสง ธาตุมืด มากกว่านะ
    #1,425
    1
    • #1425-1 MeFordary(จากตอนที่ 3)
      20 กันยายน 2563 / 18:19
      อันนี้เราเห็นด้วย ไม่ก็ธาตุหยิน หยางบริสุทธิ์ ไปเลย หากไม่นั้นก็เป็นคนที่มีความพิเศษด้านต้านพิษ เพราะตามหลัก พิษไม่เหมาะกับการเป็นธาตุ หรืออาจจะเหมาะ ก็ตาม ส่วนธาตุอยากให้น้อง ทรู มากกว่านี้ฮือ
      #1425-1
  18. #1401 PetPassion (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 23:26
    สนุกกตามตัวละครเลยอ่ะ
    #1,401
    0
  19. #126 Surffingonpaper (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 13:02

    10หนาวคืออายุเท่าไหร่คะ
    #126
    1
    • #126-1 Dreamnoy(จากตอนที่ 3)
      14 มิถุนายน 2562 / 17:58
      10 ขวบ ค่ะ
      #126-1
  20. #18 Looney00 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:19

    ไม่ว่ายุคสมัยใหนความงามคู่กับผู้หญิงจริงๆๆๆ

    #18
    0
  21. #13 puuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:21

    รอตอนหน้าค่ะ

    #13
    0
  22. #11 AssasinX25 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:38
    เรื่องความงาม เป็นของคู่กับ ผู้หญิง ขายดี เลยงี้ แถมแม่ค้าก็บริการดี พูดจาอ่อนหวาน อิอิ
    #11
    0