หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 28 : เหม็นกลิ่นน้ำส้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,226 ครั้ง
    4 ก.ค. 62

           “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรรองแม่ทัพจ้าว ไม่ได้อยู่ชายแดนหรอกหรือ”

“ข้าจะยังอยู่ชายแดนหากไม่ต้องตามหาเจ้าหยางโจวหมิง!” ใบหน้าหล่อเหลานั้นมืดครึ้มลงทันตาแต่ชายผู้ได้ชื่อว่าจะเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปกลับทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา “น้องชายข้าต้องเกือบตายก็เพราะเจ้านะโจวหมิง เจ้าจะทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาเช่นที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว รีบจัดการเรื่องภายในวังของเจ้าให้เรียบร้อยซะ”

“นี่ข้าเป็นไท่จื่อนะรองแม่ทัพจ้าว”

“ข้าพูดกับเจ้าในฐานะสหาย หากยังเห็นแก่ข้าที่ทนคบเจ้ามาได้นานเช่นนี้ก็ทำตามที่ข้าบอก”

“หากรู้ว่าข้าอยู่ในเมืองหลวงคงสงบเสงี่ยมขึ้นกระมัง เพราะวางยาข้าสำเร็จก็เลยคิดได้ใจทำเรื่องชั่วโดยไม่คำนึงสิ่งใด ข้าส่งคนไปทูลเสด็จพ่อแล้ว หากวันนี้หมอหลิวรักษาข้าได้ วันพรุ่งข้าจะกลับเข้าวังทันที”

“อย่าให้มีเรื่องอันตรายมาถึงเหมยเอ๋อร์เป็นอันขาด”

“ข้ารู้แล้ว เจ้าจะออกไปได้หรือยังหมอหลิวจะได้รักษาข้าเสียที”

“ใยข้าต้องออกไป” นางเพิ่งทราบเดียวนี้ว่าจ้าวไท่หยางก็ดื้อดึงไม่น้อย ก้าวอี้ตัวหนึ่งในห้องถูกจับจองโดยเจ้าของร่างสูงใหญ่ทั้งยังนั่งกอดอกหน้าบึ้งจ้องมองนางกับไท่จื่อตาไม่กระพริบ เอาเถิด เช่นไรซักวันพี่หยางก็ต้องรู้ทุกเรื่องของนางอยู่ดีนั่นแหละ “เจ้ารีบรักษาให้โจวหมิงเลยเถิดเหมยเอ๋อร์ พี่ไม่อยากให้เจ้าอยู่ใกล้ชิดชายอื่นนอกจากพี่มากนัก”

“ชายอื่นเช่นนั้นหรือ นี่ข้าผู้เป็นสหายของเจ้านะจ้าวไท่หยาง!

“แล้วอย่างไร ขึ้นชื่อว่าเป็นชายไม่ว่าผู้ใดข้าก็ไม่อยากให้มาใกล้ชิดเหมยเอ๋อร์ทั้งนั้น” จันทร์ในร่างของหลิวจิวเหมยถึงกับเม้มปากยิ้มกริ่ม เกิดมาจนตายแล้วมาเกิดใหม่ยังไม่เคยเขินหนักขนาดนี้มาก่อน ปวดแก้มไปหมดแล้วเจ้าค่ะพี่หยาง “ข้าจะปล่อยให้ชายที่มีสตรีนางในเต็มวังเช่นเจ้าอยู่ใกล้ชิดเหมยเอ๋อร์สองต่อสองได้เช่นไร”

“นี่เจ้ามิไว้ใจข้าหรือ! สตรีข้ามีออกมากทั้งยังงดงามกว่าหมอหลิวเสียด้วยซ้ำ ข้าไม่อาจมาแย่งสตรีที่สหายรักของข้าหมายปองได้หรอกนะ เช่นนั้นเหตุใดไม่ขอสมรสพระราชทานเสียเลยเล่า ผู้คนทั่วเมืองหลวงจะได้รู้เสียให้หมดว่าเจ้าจับจองหมอหลิวไว้แล้ว”

“เหมยเอ๋อร์ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น”

“ก็หมั้นหมายไว้ก่อนจะเป็นไรไป หรือเจ้าไม่อยากแต่งเข้าจวนตระกูลจ้าวหรือหมอหลิว”

“ท่านจะให้ข้ารักษาหรือไม่เจ้าคะ หากไม่ข้าจะได้กลับไปพักผ่อนเสียที” เมื่อนางเอ่ยขึ้นเช่นนั้นองค์ไท่จื่อก็นั่งนิ่งๆเสียที “ขึ้นไปนอนบนเตียงเจ้าค่ะ ข้าต้องใช้เวลานานในการขับพิษ มันอาจจะทำให้ท่านเจ็บปวดทรมานหากทนไม่ไหวให้ท่านบอกข้านะเจ้าคะ ส่วนพวกท่านที่เหลือออกไปรอด้านนอกเถิดเจ้าค่ะ ข้าต้องการสมาธิ”

“พี่ด้วยหรือ ให้พี่อยู่กับเจ้าในนี้ได้หรือไม่”

“ให้พี่เสี่ยวจิงอยู่กับข้าก็พอเจ้าค่ะ พี่หยางเพิ่งกลับมาไปทานข้าวที่ร้านของข้าก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ อีกอย่างข้าว่าท่านอัครเสนาบดีอาจจะรอพี่หยางอยู่ก็เป็นได้เจ้าค่ะ”

“เหตุใดต้องไล่พี่ด้วยเล่าเหมยเอ๋อร์”

“ไม่ได้ไล่เจ้าค่ะ เพียงแต่หากพี่หยางรออยู่นี่อาจจะทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เจ้าค่ะ ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปที่ใดหากท่านกลับมาข้าก็ยังอยู่ เช่นนั้นพี่หยางไปแจ้งข่าวที่จวนก่อนจะเป็นการดีที่สุดเจ้าค่ะ ข้าจะได้ฝากอาหารกับขนมไปให้ไท่หลงด้วย ท่านน้าลู่ไป๋ช่วยจัดการให้ด้วยนะเจ้าคะ”

“เฮ้อ เช่นนั้นก็ได้ พี่จะกลับจวนก่อนแล้วจะมาหาเจ้าอีกครั้ง อย่าห่างจากเหมยเอ๋อร์เข้าใจหรือไม่เสี่ยวจิง”

“เจ้าค่ะคุณชายใหญ่ เชื่อใจข้าได้” เมื่อจ้าวไท่หยางออกจากห้องตรวจของนางไปองค์ไท่จื่อก็เบะปากสุดจะหมั่นไส้สหาย เห็นเขาเป็นคนเช่นไรกัน รู้ทั้งรู้ว่าสหายพึงใจหมอหลิว ยังคิดว่าเขาจะกล้าแย่งมางั้นหรือ แม้นางจะงดงามอยู่มากก็เถิด แต่นางมิใช่ผู้ที่หากเขาพึงใจอยากได้มาครอบครองแล้วจะทำได้เลยเสียหน่อย จ้าวไท่หยางช่างคิดมาก

“เจ้าก็เป็นไปกับไท่หยางด้วยหรือเสี่ยวจิง”

“แหม หม่อมฉันเป็นเพียงสาวใช้นี่เพคะ”

“เหอะ ข้าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าเจ้าชอบทำตามคำสั่งผู้อื่นด้วย!” เขากับเสี่ยวจิงนับเป็นสหายเช่นเดียวกับจ้าวไท่หยาง ด้วยเพราะนางเองก็เข้าสำนักฝึกยุทธ์พร้อมๆกับจ้าวไท่หยาง เป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันกับพวกเขา วิ่งเล่นมาด้วยกันตั้งแต่ยังเล็ก สตรีผู้นี้ไม่เคยโอนอ่อนให้ผู้ใดแม้แต่เขาที่เป็นถึงองค์รัชทายาทของแคว้นซาน

“หม่อมฉันต้องปกป้องจิวเหมยเพคะ หาได้สนใจคำสั่งของคุณชายใหญ่ไม่” รอยยิ้มปีศาจชัดๆ!

“พี่เสี่ยวจิงเตรียมน้ำไว้ให้องค์ไท่จื่อชำระล้างร่างกายด้วยนะเจ้าคะ ส่วนท่านก็นอนนิ่งๆห้ามเอ่ยสิ่งใดและพยายามเดินลมปราณไปพร้อมกับการรักษาของข้ามันจะช่วยให้ท่านขับพิษออกมาได้เร็วขึ้นเจ้าค่ะ” นางนั่งรวบรวมสมาธิแล้วผสานปรานเข้ากับธาตุทั้งสอง “ขออนุญาตแตะต้องตัวท่านเพื่อการรักษาเจ้าค่ะ”

“ตามสบาย”

นางแตะนิ้วมือทั้งห้าลงที่จุดชีพจรแล้วส่งธาตุดำเข้าไปในร่างกายขององค์ไท่จื่อจนกระจายไปตามจุดต่างๆจนทั่ว รับรู้ได้เลยว่าพิษในร่างของโอรสมังกรนั้นดิ้นพล่านราวกับต้องการหลบหนี เหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าขององค์ไท่จื่อเพราะร่างกายภายในเริ่มร้อนขึ้นราวกับมีไฟแผดเผา สันกรามนูนขึ้นอย่างอดทนเช่นเดียวกับร่างกายที่สั่นเทิ้มไม่ได้หยุด

“ไหวหรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าไหวและเจ้าห้ามหยุด” เกือบครึ่งชั่วยามผิวหนังก็เริ่มมีของเหลวสีดำผุดออกมาตามรูขุมขน พิษร้ายที่ถูกธาตุดำกลืนกินนั้นกำลังถูกขับออกมา กลิ่นเหม็นของมันทำนางเวียนศรีษะไม่น้อย ยิ่งพิษถูกขับออกมามากเท่าใดองค์ไท่จื่อก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เสียงร้องระบายความเจ็บปวดเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆแต่วาจาที่กล่าวออกมานั้นสู้ไม่น้อย “ข้าไหว!

พิษร้ายวิ่งไปตามเส้นเลือดจนขึ้นเส้นให้ได้เห็นชัดเป็นที่น่าสยดสยองยิ่งนัก นางส่งธาตุดำเข้าไปเข้มข้นมากขึ้นก็ยิ่งทวีความเจ็บปวดให้องค์ไท่จื่อมากยิ่งขึ้น จนนางต้องเรียกองครักษ์เงาให้ออกมาช่วยจับตัวไว้ไม่ให้ดิ้น

“หาผ้าหรือสิ่งใดก็ได้มารองมือเจ้าค่ะ อย่าให้พิษสัมผัสโดนตัวโดยตรงเป็นอันขาด” องค์ไท่จื่อนั้นบัดนี้สติขาดๆหายๆเนื่องจากความเจ็บปวด พิษหมื่นจันทรานั้นกำจัดได้ยากและต้องใช้เวลานานกว่าพิษชนิดอื่น กว่าจะขับออกมาได้องค์ไท่จื่อก็สลบไปถึงสามรอบ เมื่อพิษสุดท้ายออกจากร่าง ร่างกายก็เริ่มขับเหงื่อออกมาแทนจนนางแน่ใจว่าไม่มีพิษใดหลงเหลืออยู่แล้วจึงดึงธาตุดำกลับมาแล้วส่งธาตุขาวเข้าไปรักษาร่างกายภายในที่บอบช้ำและเสียหายไม่น้อย

“สลบไปหรือจิวเหมย”

“เจ้าค่ะพี่เสี่ยวอิง ประเดี๋ยวหากข้ารักษาเสร็จรบกวนองครักษ์เงาช่วยพาองค์ไท่จื่อไปล้างตัวด้วยนะเจ้าคะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นองครักษ์เงาที่นางไม่คุ้นหน้าก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกันถึงสี่คน

“องครักษ์เงาขององค์ไท่จื่อน่ะจิวเหมย” แล้วเหตุใดเมื่อครู่ถึงให้องครักษ์เงาของนางออกมาจับตัวนายของพวกเขากันเล่า “หากไม่จำเป็นนักพวกเขาจะไม่ปรากฏตัวหรอก” ช่างเข้าใจยากยิ่งนัก

นางรักษาภายในโดยใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้นก่อนจะให้องครักษ์เงาขององค์ไท่จื่อแบกร่างของผู้ที่สลบไม่ได้สติไปชำระล้างร่างกาย นางรู้เวลาอีกทีถึงกับหน้ามืดเพราะความหิว ยามซวีแล้วงั้นหรือ!

“ให้องครักษ์เงาขององค์ไท่จื่อพากลับไปได้หรือไม่เจ้าคะพี่เสี่ยวจิง ข้าอยากกลับบ้านจะแย่แล้ว”

“เรียบร้อยหรือยังเหมยเอ๋อร์”

“อ่าว คิดว่าพี่หยางจะไม่กลับมาแล้วเสียอีก เสร็จแล้วเจ้าค่ะ องครักษ์ขององค์ไท่จื่อกำลังช่วยชำระล้างร่างกายให้องค์ไท่จื่ออยู่ ข้ากำลังคิดว่าจะทำเช่นไรเพราะองค์ไท่จื่อสลบไม่ได้สติไปเลยเจ้าค่ะ”

“ถึงกับสลบไปเลยหรือ หึ” องครักษ์เงาแบกร่างขององค์ไท่จื่อกลับมานางก็ให้วางที่พื้นที่นางปูผ้ารองไว้แทนเตียงด้วยเพราะเตียงนั้นเต็มไปด้วยของเสียที่ขับออกมาและพี่เสี่ยวจิงกำลังทำความสะอาด องครักษ์ลังเลด้วยเพราะชายผู้ที่พวกเขาแบกนั้นเป็นถึงองครัชทายาทจะให้วางนอนที่พื้นเห็นทีจะไม่เหมาะ “วางลงเถิด ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าก็ได้แบกอยู่เช่นนั้น หากเรียบร้อยแล้วก็ให้พาไปที่รถม้าของข้า ข้าจะพาไท่จื่อไปพักที่จวนของข้าชั่วคราว พี่จะไปส่งเจ้าที่บ้านก่อนนะเหมยเอ๋อร์”

“ไม่ต้องลำบากหรอกเจ้าค่ะ พี่หยางกลับจวนไปพักผ่อนดีกว่า ท่านน้าลู่ไป๋คงจะเอารถม้ามารอรับข้าแล้ว”

“พี่อยากไปส่งเจ้า”

“วันพรุ่งค่อยไปพบนางที่บ้านตั้งแต่เช้าจะเป็นไรไปเจ้าคะคุณชายใหญ่ นี่ก็ยามซวีแล้วเกรงว่าจะไม่เหมาะกระมังหากมีบุรุษไปส่งนางดึกๆเช่นนี้ อยู่กับข้ากับประมุขพรรคหยกจันทราท่านยังต้องห่วงสิ่งใดอีก”

“เจ้านี่มันขัดข้าได้ทุกเรื่องจริงๆนะเสี่ยวจิง! เช่นนั้นก็ได้ วันพรุ่งพี่จะไปหาเจ้าแต่เช้านะเหมยเอ๋อร์”

“อย่าเช้านักเล่า นางต้องฝึกวรยุทธ์กับข้าก่อน”

“นี่เจ้าให้เสี่ยวจิงฝึกวรยุทธ์ให้หรือเหมยเอ๋อร์!” เหตุใดต้องตกอกตกใจเช่นนั้นด้วยเล่าเจ้าคะ พี่เสี่ยวจิงเมื่อเห็นพี่หยางจะพูดอะไรสักอย่างก็รีบดันนางออกจากห้องไปรอด้านนอกทันที ยิ่งได้ยินประโยคที่พี่หยางพูดกับพี่เสี่ยวจิงก่อนนางออกจากห้องยิ่งน่าสงสัย “เจ้ามันนางปีศาจเสี่ยวจิง!

“มีเรื่องใดกันหรือเจ้าคะ หรือว่าข้าไม่ควรฝึกกับพี่เสี่ยวจิง”

“มองมุมใดเจ้าก็ไม่ควรฝึกกับนาง”

“เจ้าอย่าไปฟังคุณชายใหญ่เลยจิวเหมย ฝึกกับข้าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว”

“เรื่องเลวร้ายที่สุดล่ะไม่ว่า” นี่มันเรื่องอะไรกันนะ นางมองทั้งสองคนสลับกันไปมา ฝ่ายพี่เสี่ยวจิงนั้นยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี ฝ่ายพี่หยางนั้นหน้าบูดบึ้งแต่ถึงเช่นนั้นก็ยังหล่อเหลาน่ามอง อ่า นี่พิษรักหรืออย่างไร เหตุใดชายผู้นี้น่ามองไปเสียหมด นางสลัดทุกอย่างในหัวออกก่อนจะเดินไปรอด้านนอกให้องครักษ์ได้ผลัดเปลี่ยนชุดให้องค์ไท่จื่อ

ว่าแต่ เหตุใดพี่เสี่ยวจิงไม่ตามข้าออกมาเล่าเจ้าคะ!!

“หวังเสี่ยวจิง! เหตุใดเจ้ายังไม่ออกไปด้านนอกอีก!

“ข้าต้องออกด้วยหรือ ข้าเห็นองค์ไท่จื่อแก้ผ้ามาตั้งแต่เด็กแล้วนะ”

“แต่เจ้าเป็นสตรีไม่ว่ามองมุมใดเจ้าก็ต้องออกไป มันไม่งาม!” โดนดุไปเช่นนั้นพี่เสี่ยวจิงก็เลยเดินหน้าแห้งออกมานั่งอยู่ข้างๆนาง ทั้งยังบ่นพี่หยางว่าช่างคร่ำครึยิ่งนัก นางกับพี่เสี่ยวจิงรอไม่นานองค์ไท่จื่อก็ถูกแบกตามหลังพี่หยางออกมา องครักษ์เป็นผู้พาไปขึ้นรถม้าที่รออยู่หน้าโรงหมอ พี่หยางตวัดตาคมดุมองพี่เสี่ยวจิงที่ยังบ่นอุบไม่เลิก “ท่านลู่ไป๋มาถึงหรือยังเล่า พี่จะไปส่งเจ้าขึ้นรถม้าก่อนถึงจะกลับจวน”

“มาแล้วเจ้าค่ะ” เดินออกจากโรงหมอก็เห็นว่ารถม้าสองคันจอดอยู่ใกล้ๆกัน ท่านน้าลู่ไป๋เมื่อเห็นนางออกจากโรงหมอก็เดินไปประจำตำแหน่งคนบังคับม้าทันที “วันพรุ่งหากไท่หลงมาด้วยได้ฝากพี่หยางบอกให้มาหาข้าด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้สิ คงให้ออกมาพร้อมพี่ เจ้ากลับเถิด พี่จะให้องครักษ์เงาตามไปส่งเจ้าจนถึงบ้าน”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” ขึ้นรถม้าได้นางก็แผ่นอนราบไปกับเบาะนั่ง พี่เสี่ยวจิงเองก็ไม่ต่าง วันนี้ช่างเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก “อากาศหนาวเย็นยิ่งนักเจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง คงเข้าฤดูเหมันต์แล้วจริงๆ”

“อีกไม่นานหิมะก็คงตกกระมัง ข้าวของเจ้าพอจะเก็บเกี่ยวได้หรือยัง”

“เจ้าค่ะ ข้าว่าอีกสี่ห้าวันจะให้คนงานช่วยกับเก็บเกี่ยว” คงต้องให้คนงานไปตัดไม้ไผ่ใหญ่มาทำสิ่งที่เรียกว่าตอกมัดข้าวที่นางได้เรียนรู้มาจากโลกก่อนไว้บ้าง ตากแดดไว้สองสามวันให้พอแห้งก็คงพอเอามาใช้มัดข้าวได้ ไหนจะต้องทำไม้หนีบไว้สำหรับรัดมัดข้าวเพื่อตีเอาเมล็ดข้าว คงต้องสอนพวกคนงานอีกทีเพราะวิธีนี้จะทำให้ได้เมล็ดข้าวสวยงามกว่า แต่ก่อนอื่นต้องให้ช่างไม้มาสร้างยุ้งข้าวไว้ให้ก่อน

“ถึงบ้านแล้วจิวเหมย” รถม้าจอดลงพร้อมกับเสียงท่านน้าลู่ไป๋เอ่ยบอก “เสี่ยวอิงทำอาหารไว้ให้เจ้าแล้ว เจ้ากับแม่นางเสี่ยวจิงรีบไปทานเถิดจะได้พักผ่อนกันเสียที” นี่ยังเรียกแม่นางเสี่ยวจิงอยู่อีกหรือ คิกคิก “เจ้าหัวเราะสิ่งใด”

“ท่านน้าเรียกพี่เสี่ยวอิงเสียสนิทสนมแต่กลับเรียกพี่เสี่ยวจิงเสียห่างเหิน รู้จักกันอยู่ทำงานร่วมกันมาก็นานแล้ว ยังไม่สนิทกันอีกหรือเจ้าคะ”

“ใช่ ข้าบอกให้เรียกแค่เสี่ยวจิงมานานแล้วยังเรียกแม่นางเสี่ยวจิงอยู่อีก ข้าไม่น่าเอ็นดูเช่นเสี่ยวอิงหรือเจ้าคะ”

“ข้ารู้จักเสี่ยวอิงมาก่อนเจ้าก็ย่อมต้องสนิทใจกับนางมากกว่า เอาเถิด ต่อไปข้าจะเรียกเจ้าแค่เสี่ยวจิงก็แล้วกัน”

“ดูฝืนใจนะเจ้าคะ”

“นี่เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากัน”

“แหม ข้าก็อยากผูกมิตรกับท่านลู่ไป๋อย่างไรเล่าเจ้าคะ ต่อไปหากท่านอยากมาเป็นครอบครัวเดียวกับข้าจะได้ไม่เก้อเขินกันจนเกินไป ข้าไปล้างมือก่อนนะจิวเหมย” ท่านน้าลู่ไป๋ถึงกับถลึงตาใส่พี่เสี่ยวจิงที่หัวเราะเสียงดังไปทางหลังบ้านเพื่อล้างมือ ส่วนนางก็หูกระดิกทันที รับรู้ได้ว่าต้องมีเรื่องอะไรซักอย่างในประโยคที่พี่เสี่ยวจิงพูด

“เจ้าไม่ต้องอ้าปากจะถามข้า หญิงสติวิปลาสผู้นั้นก็พูดไปเรื่อย หาได้มีความจริงไม่”

“แล้วเหตุใดต้องรีบร้อนปฎิเสธนักเล่าเจ้าคะ หรือว่า...”

“ไม่มีเรื่องใดทั้งนั้น เจ้าเข้าไปทานข้าวเสียเถิด” นางหรี่ตามองอย่างสงสัยแต่เสี่ยวหู่วิ่งเข้ามาพันแข้งพันขาออดอ้อนเสียก่อนนางจึงก้มไปอุ้มมันแนบอกแล้วพาเข้าบ้านไปด้วยกัน ทุกคนยังไม่นอนกันเลย พี่เสี่ยวอิงดูแลกุ้ยอันอยู่กับแม่ใหญ่ ฟางเอ๋อร์สอนเขียนอ่านให้กุ้ยผิง พอเห็นนางทั้งสองคนก็วิ่งเข้ามากอดแล้วเล่าอย่างสนุกว่าวันนี้ทำสิ่งใดบ้าง

“วันนี้กุ้ยอันงอแงหรือไม่เจ้าคะแม่ใหญ่ พี่เสี่ยวอิง”

“ไม่เลย เลี้ยงง่ายมากๆ แม้จะขับถ่ายก็ไม่มีร้องเพียงส่งเสียงอ้อแอ้ดังขึ้นให้รู้เท่านั้น”

“ลำบากแม่ใหญ่กับพี่เสี่ยวอิงแล้วเจ้าค่ะ”

“ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะคุณหนู ไม่เงียบเหงาดีเจ้าค่ะ” นางเหลือบตามองท่านน้าลู่ไป๋ก็ได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นที่มอบให้พี่เสี่ยวอิง แต่พอหันมาสบตากับนางก็หุบยิ้มแล้วรีบเดินออกจากบ้านไปทันที ท่านจะถูกจับได้ก็เพราะเช่นนี้แหละเจ้าค่ะท่านน้า คิกคิก พี่เสี่ยวจิงช่างสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก “คุณหนูไปทานข้าวเถิดเจ้าค่ะ พี่เตรียมไว้ให้แล้ว”

“เช่นนั้นทุกคนก็เข้านอนกันเถิดเจ้าค่ะ วันพรุ่งยังต้องตื่นเช้ากันอีก หากกุ้ยอันตื่นมากลางดึกจะนอนไม่พอกัน” นางบอกให้เสี่ยวหู่ไปนอนเช่นกัน ซึ่งเจ้าสัตว์อสูรก็เชื่อฟังเป็นอย่างดีเพราะมันชอบนอนกับกินมากกว่าสิ่งใด นางเดินเข้ามาในห้องครัวก็เห็นพี่เสี่ยวจิงกำลังกินข้าวอยู่เงียบๆ “พี่เสี่ยวจิงรู้เรื่องท่านน้าลู่ไป๋กับพี่เสี่ยวอิงนานแล้วหรือเจ้าคะ”

“ไม่นาน แต่เสี่ยวอิงยังไม่รู้หรอกว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมาชอบพอ อย่างท่านลู่ไป๋คงไม่กล้าจะพูดตรงๆกับเสี่ยวอิงหรอก ข้าเองก็จะไม่เข้าไปยุ่ง เรื่องของพวกเขาก็ปล่อยให้จัดการกันเอง”

“ท่านน้าเป็นคนดี หากแต่ยังเคยเปิดเผยใบหน้าจริงๆให้ผู้ใดได้พบเห็นซักครั้ง พี่เสี่ยงจิงเคยเห็นหรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าว่าคุณชายใหญ่จ้าวไท่หยางรูปงามหรือไม่”

“เจ้าค่ะ ไม่ใช่เพียงข้าที่คิดแต่สตรีในเมืองหลวงต่างก็ยกให้พี่หยางเป็นบุรุษที่รูปงามที่สุดผู้หนึ่ง”

“เทียบไม่ติดกับท่านลู่ไป๋หรอกจิวเหมย หน้าตาที่ช่างเป็นบาปอย่างแท้จริงคือฟ่านลู่ไป๋ต่างหาก มิเช่นนั้นจะสวมหน้ากากมนุษย์แปลงโฉมเป็นชายอัปลักษณ์เพื่อสิ่งใดหากมิใช่เพราะปกปิดใบหน้าที่บาปหน้าเช่นนั้นของตน ข้าเคยพบท่านลู่ไป๋ในงานประลองยุทธ์ ทุกครั้งพรรคหยกจันทราจะเข้าร่วมและข้าก็เป็นเพียงสตรีที่ชอบงานประลองก็เลยได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาอยู่สองครั้ง”

“ขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ!

“ใช่ ข้ายังเคยหัวร้อสตรีที่ไปร่วมงานประลองเลยว่าแต่งตัวได้ไม่สมกับมางานประลองยิ่งนัก แต่พอเห็นต้นเหตุก็พอจะเข้าใจได้ รูปงามราวกับปิศาจที่ล่อลวงให้สตรีลุ่มหลง ช่างน่ากลัวยิ่งนัก”

“แน่ใจหรือเจ้าคะว่าพี่เสี่ยวจิงไม่ได้มองผู้อื่นอยู่จริงๆ”

“นางพูดขนาดนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าไม่จริงอีกหรือ!” อ่า ท่านน้าเข้ามาในครัวตอนไหนกันเนี้ย ได้ยินหมดแล้วงั้นหรือ “แล้วก็ ข้าเพียงเอ็นดูเสี่ยวอิงเช่นน้องสาวเท่านั้นหาได้คิดเป็นอื่นเช่นที่เจ้าเข้าใจไม่เสี่ยวจิง หากไปพูดที่อื่นน้องสาวของเจ้าจะเสียหายเอาได้ เข้าใจหรือไม่”

“ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น เพราะเสี่ยวอิงคงเป็นทุกข์หากต้องแต่งกับชายใจโลเลและมีใบหน้าที่บาปหนาเช่นท่าน”

“นี่เจ้า!” พี่เสี่ยวจิงยักไหล่แล้วกลั้วน้ำบ้วนปากก่อนจะขอตัวไปหาพี่เสี่ยวอิงในห้อง ปล่อยให้ท่านน้าหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ผู้เดียว นางเองก็กินไปมองท่านน้าอย่างจับผิดไปด้วย “ไม่ต้องมามองข้า!” อ่า ช่างพาลยิ่งนัก คิกคิก

วันรุ่งขึ้นจ้าวไท่หยางมาพร้อมกับจ้าวไท่หลงตั้งแต่เช้า นางยังฝึกไม่เสร็จด้วยซ้ำ มีติดสอยห้อยตามด้วยผู้หนึ่งคือหยางโจวหมิง องค์ไท่จื่อผู้ร่างกายไร้พิษแล้ว ใบหน้าหล่อเหลานั้นแจ่มใสสุขภาพดีมากขึ้นจากเมื่อวันก่อนยิ่งนัก นางคงจ้ององค์ไท่จื่อมากไปก็เลยได้เสียงกระแอมไอจากพี่หยางผู้หน้าบึ้งตึงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

“ข้ามาขอบใจเจ้าอีกครั้งที่ช่วยชิวิตข้า”

“มิเป็นไรเจ้าค่ะ เพียงรักษาสัจจะที่ให้ข้าไว้ก็พอ”

“แน่นอน เรื่องนี้จะไม่มีทางหลุดจากปากข้าจนสิ้นชีพ”

“ใช่ หากเจ้าแพร่งพรายให้ผู้อื่นรู้ข้าจะบั่นคอเจ้าด้วยดาบของข้าเอง”

“ช่างโหดร้ายกับสหายเช่นข้ายิ่งนัก นี่มื้อเช้าก็ไม่ให้ข้าได้กิน จวนตระกูลจ้าวขาดแคลนหรืออย่างไรกัน” นางได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา สองพี่น้องคงคิดมาทานมื้อเช้าที่บ้านนางเป็นแน่แต่คงไม่ได้บอกองค์ไท่จื่อ วันนี้นางก็เลยจะเข้าครัวทำอาหารให้องค์ไท่จื่อที่เสด็จมาถึงบ้านของนางเสียหน่อย

“เจ้าไม่ต้องลำบากหรอกเหมยเอ๋อร์ ผู้ใดทำก็เหมือนกันใยต้องสนใจคนผู้นี้ด้วย”

“กลิ่นน้ำส้มของเจ้าช่างเหม็นคลุ้งยิ่งนักสหายข้า”

“หุบปากของเจ้าซะหยางโจวหมิง!

“เอ่อ ข้าไปช่วยจิวเหมยในครัวนะขอรับพี่ใหญ่” จ้าวไท่หลงคงอึดอัดไม่น้อยก็เลยตามนางเข้ามาในครัวด้วย “ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก ท่านพี่ก็เอาแต่ทะเลาะกับองค์ไท่จื่อเพราะหึงหวงเจ้า ข้าปวดหูตั้งแต่เช้าเลย”

“หึงหวงข้าด้วยเรื่องใด ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย”

“ก็พี่ใหญ่ไม่ชอบใจที่องค์ไท่จื่อทำเหมือนจะเกี้ยวเจ้าเข้าไปเป็นสนมน่ะสิ”

“ข้าน่ะหรือจะถูกเกี้ยวไปเป็นสนม พี่หยางช่างคิดมากจริงเชียว”

“ก็พี่ใหญ่ของข้ารักเจ้ามากอย่างไรเล่า” สุดท้ายก็ไม่พ้นอวยพี่ชายตนเอง นางก็เลยใช้ให้ยกน้ำใบเตยไปให้ชายทั้งสองที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก ตอนนี้แม่ใหญ่พาฟางเอ๋อร์ กุ้ยผิงกับกุ้ยอันไปเดินเล่นในสวนก็เลยไม่มีผู้ใดอยู่รบกวน พี่เสี่ยวอิงอยู่กับนางในครัว ส่วนพี่เสี่ยวจิงคงกำลังอาบน้ำหลังฝึกนางเสร็จ

มื้อเช้าวันนี้เป็นเพียงข้าวต้มทรงเครื่องง่ายๆเท่านั้น ไม่อยากให้ยุ่งยากเพราะต้องไปช่วยกันเปิดร้านและโรงหมอ แม้จะเป็นเพียงข้าวต้มธรรมตาแต่ทุกคนก็เจริญอาหารกันมากไม่เว้นแม้แต่องค์ไท่จื่อที่ชมข้าวต้มของนางไม่ขาดปาก ยิ่งชมมากเท่าใดพี่หยางก็ยิ่งหน้ามืดครึ้มขึ้นเท่านั้น พอนางคีบเต้าหู้ทอดให้นั่นแหละถึงจะผ่อนคลายลงบ้าง

“พี่ต้องเข้าวังพร้อมไท่จื่อ หากเสร็จงานจากในวังแล้วพี่จะไปหาเจ้าที่โรงหมอนะเหมยเอ๋อร์”

“ข้าไปด้วยได้หรือไม่”

“กลับเข้าวังของเจ้าไปซะ!

“ก็ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้มาเกี้ยวสตรีของเจ้า เจ้ายังขุ่นเคืองสิ่งใดข้าอีกสหาย”

“แล้วใยจะต้องมาพบนางอีก เจ้าหายแล้วโจวหมิง สมควรจะไปจัดการเรื่องภายในวังของเจ้าให้เรียบร้อย หากเจ้ายิ่งมาพบกับเหมยเอ๋อร์บ่อยครั้งมันจะไม่เป็นการดีต่อเหมยเอ๋อร์ พูดเช่นนี้เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่าเจ้าไม่สมควรมายุ่งกับเหมยเอ๋อร์อีกไม่ว่าด้วยเรื่องใด”

“เพียงคบหาเป็นสหายก็ไม่ได้หรือ ก็ได้ๆ ไม่เห็นจะต้องโกรธเกรี้ยวข้าถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าลาเลยแล้วกันหมอหลิว หากได้พบกันอีกคงไม่พ้นเป็นงานแต่งของเจ้ากับสหายรักของข้า ว่าแต่ เจ้าอยากเข้าไปอยู่ในวังหรือไม่”

“หยาวโจวหมิง!!” อ่า นั้นองค์รัชทายาทนะเจ้าคะพี่หยาง เหตุใดท่านจึงทุบพระองค์ถึงเพียงนั้น

“เจ้าจะไม่ช่วยองค์ไท่จื่อหรือ พี่ใหญ่ของข้าเอาถึงตายแน่เลยนะ!

“เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง” เพราะหากยุ่งพี่หยางอาจจะมาทุบนางแทนก็เป็นได้

“ข้าเพียงต้องการหมอหลวงที่ไว้ใจได้เท่านั้นเหตุใดต้องมาทุบข้ากันจ้าวไท่หยาง!

“ผู้ใดก็อย่าได้บังอาจมายุ่งกับดวงใจของข้าเป็นอันขาด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.226K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4302 QueenpiAir (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 09:24
    ช๊อบบจัง..น่าร้ากกกก
    #4,302
    0
  2. #4295 who_are_me (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 18:37
    ขี้หึงจัด
    #4,295
    0
  3. #4271 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 19:43
    พี่หยาง หึงแรง 5555 แล้วท่านประมุขกับพี่เสี่ยวอิงจิ้นกันจริงไหม
    #4,271
    0
  4. #4029 Konrawat (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 11:11
    น้อนพึ่ง 11ขวบเองนะ
    #4,029
    0
  5. #3925 Nuthathai Por (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 22:16

    เต็มปากเต็มคำเลยนะท่านพี่

    #3,925
    0
  6. #3764 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 22:26
    ใจเย็นๆนะท่าน
    #3,764
    0
  7. #3376 Nanthara (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 14:29
    โอ๊ยพี่ใหญ่ใจเย็นๆเจ้าค่า55555555555
    #3,376
    0
  8. #3370 Myaily1971 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 16:42
    น่ารักมากค่ะ...สนุกดี อ่านไปขำไป
    #3,370
    0
  9. #3215 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 11:07

    ดวงใจจจจ
    #3,215
    0
  10. #3086 Boraangirl26 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 00:13
    ฮ่าๆ ตลกอ่ะ เป็นการบรรยายเรื่องที่ไม่เครียดดี
    #3,086
    0
  11. #2984 ChaTzar (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:42
    ชอบอะชอบความเกี้ยวกร๊าดของพี่หยาง
    #2,984
    0
  12. #2983 ChaTzar (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:27
    บทพระเอกเข้าที่แล้วไรท์เก่งยิ่งนัก
    #2,983
    0
  13. #2598 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 19:37
    5555 ไท่จื่อก็ช่างยั่วช่างแหย่ รู้ว่าเฮียหยางขี้หึงก็ยิ่งแกล้งให้เฮียหยางลงไปแหวกว่ายในไหน้ำส้ม 55555
    #2,598
    0
  14. #1643 kimurakung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 22:21
    ฮาๆ ^^
    #1,643
    0
  15. #1436 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 20:37
    เด็กกำพร้าสองคนที่รับมาเป็นพี่น้องร่วมสาบานนี่ ถ้าแบคกราวหรือพื้นหลังจริงๆไม่ลึกลับซับซ้อนหรือว่ามีประเด็นเนื้อเรื่องต่อในเรื่องเราลดบทได้นะคะ

    ตัวละครดูมีเยอะแล้ววุ่นวายเกินไป
    #1,436
    0
  16. #1411 chanchan123 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 14:40
    พี่หยางหึงโหดมาก 555+ ส่วนท่านน้าลู่หล่อเหลากว่าพระเอกได้ไง 555+ เราว่าจริง ๆ แล้ว น้าลู่เอ็นดูเสี่ยงอิงแบบน้องสาว แต่คนที่ชอบน่าจะเป็นพี่เสี่ยงจิงมากกว่านะ
    #1,411
    0
  17. #1274 Earthkid (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 13:39
    อายุ 11 ปีก็ดีแล้วนี่คะจะกลับทำไมล่ะคะจะได้ = อายุของคุณชายรองแล้วยังมีเวลาอีกเยอะเพื่อจะทำนุ่นทำนี่ได้ไม่งั้นก็เหลือเวลาอีกไม่ทักกี่ปีแล้วค่ะ
    #1,274
    1
    • #1274-1 อมยิ้ม (จากตอนที่ 28)
      10 กรกฎาคม 2562 / 20:17
      เห็นด้วยยย
      #1274-1
  18. #1266 คนชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 11:00

    อ่านมาก็หลายตอนไม่ได้อยากให้หยางเป็นเป็นพระเอกเลย ไม่มีออร่าเลยให้ตายเหอะ เราตอนแรกแอบหวังลู่ไป๋ แต่ก็คาดหวังว่าจะมีเด่นๆมาหลังจากนางออกเดินทาง

    #1,266
    2
    • #1266-1 💙ทะเลสีฟ้า💙(จากตอนที่ 28)
      4 กรกฎาคม 2562 / 18:00
      เห็นด้วย
      #1266-1
    • #1266-2 อมยิ้ม (จากตอนที่ 28)
      10 กรกฎาคม 2562 / 20:19
      เห็นด้วสยย
      #1266-2
  19. #1242 Mameaw555 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 16:17
    หึ้ยเรือพี่หยางเราออกตัวแรง เพราะเรือพี่หยางเราเป็นสปีดโบ๊ทๆๆๆๆ
    #1,242
    0
  20. #1176 มนะ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 20:26

    ชชอบๆๆพีหยาง

    #1,176
    0
  21. #1173 por4312525 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:21

    รอติดตาม
    #1,173
    0
  22. #1172 Minmin123456 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:15
    หึงแรงงงงงง5555 ชอบอ่ะ ชัดเจนดี
    #1,172
    0
  23. #1171 kan_wang (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 14:26
    ไหน้ำส้มแตกเพียบ 5555 ชอบๆ
    #1,171
    0
  24. #1169 Pandanus23233 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:06
    ไทม์สคริปให้ปักปิ่นเลยได้มั้ย5555
    #1,169
    0
  25. #1168 tnyqq (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:05
    อ่านแล้วไม่เคยหวั่นไหวกับท่านพี่หยางเลย งง ลู่ไป๋ช่วงแรกยังมีราศีของพระเอกมากกว่าอีก แต่จับคู่กับเสี่ยงอิงเฉยย
    #1,168
    3
    • #1168-2 💙ทะเลสีฟ้า💙(จากตอนที่ 28)
      4 กรกฎาคม 2562 / 18:00
      เห็นด้วยอีกคน
      #1168-2
    • #1168-3 ayame takashima(จากตอนที่ 28)
      5 สิงหาคม 2562 / 20:54
      เห็นด้วย
      #1168-3