หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 27 : ชายแปลกหน้ากับพิษหมื่นนิทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,380 ครั้ง
    28 ก.ค. 62

“เจ้าช่างอ่อนปวกเปียก”

“ข้าไม่ได้ฝึกมานานแล้วนะเจ้าคะพี่เสี่ยวจิง ตั้งแต่จากท่านตามาข้าก็ไม่ได้ฝึกอีกเลย ย่อมต้องไร้เรี่ยวแรงเป็นเรื่องธรรมดา อีกไม่นานข้าก็จะแข็งแรงยิ่งกว่าเดิมเจ้าค่ะ” คนไม่ได้ออกกำลังกายนานๆก็ต้องปรับสภาพร่างกายใหม่บ้างนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก นี่ก็เพียงวันที่สองเท่านั้นที่นางเริ่มฝึกกับพี่เสี่ยวจิง แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่นางรับรู้ได้ว่าร่างกายนางไม่หนักหนาเท่าวันแรกนัก ออกจะวิ่งสบายขึ้นมาก

เป็นอีกวันที่นางต้องตื่นตั้งแต่ยามอิ๋นเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย วิ่ง นั่งเก้าอี้ลมแล้วก็วิ่ง วนอยู่แค่นี้จนเป็นที่พอใจของพี่เสี่ยวจิงแล้วจึงปล่อยให้นางได้พัก กุ้ยอันตื่นแล้ว เสี่ยงอ้อแอ้ของเด็กน้อยปลุกทั้งแม่ใหญ่และกุ้ยผิงให้ตื่น เว้นแต่ฟางเอ๋อร์ที่เมื่อวานเห่อน้องคนใหม่จนไม่ยอมหลับยอมนอนเอาแต่มองหน้าจับแก้มกุ้ยอันอยู่อย่างนั้นจนหลับไปเอง

“ตื่นแล้วหรือ โอ้โห เจ้าปล่อยพลังกลิ่นอึตั้งแต่เช้าเลยหรือ” พี่เสี่ยวอิงเป็นผู้ผลัดเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เพราะเคยเลี้ยงจ้าวไท่เว่ยมาก็เลยดูจะคล่องกว่าผู้ใด พี่เสี่ยวอิงก็เลยต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงชั่วคราวของกุ้ยอันไปอีกตำแหน่ง

“เจ้าว่ากุ้ยผิงพอจะฝึกไปพร้อมกับเจ้าได้นะจิวเหมย เจ้าอยากให้นางฝึกด้วยหรือไม่”

“ต้องถามนางก่อนเจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง ข้าไม่อยากฝืนใจผู้ใดให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบ”

“อืม เช่นนั้นเจ้าก็ถามนางเอาเถิด หากนางอยากฝึกจะได้เริ่มพร้อมเจ้าไปเลย”

“เจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง”

“จิวเหมย ข้ามีเรื่องจะพูดจะกับเจ้าสักประเดี๋ยว”

“เรื่องใดหรือเจ้าคะท่านน้าลู่ไป๋” จะว่าไปคนในบ้านนางก็ตื่นเช้ากันทุกคนเลยนะเนี้ย ท่านลุงเหวินท่านป้ากงนั้นต้องตื่นมาทำอาหารไปขายตั้งแต่ยามอิ๋นเช่นเดียวกับนาง กลายเป็นว่าหากนางตื่นทุกคนในบ้านก็ตื่นไปด้วย “เรื่องถูกลอบโจมตีใช่หรือไม่เจ้าคะ ได้ความมาเพิ่มเติมหรือเจ้าคะ”

“ใช่ เกี่ยวกับเรื่องนั้น องครักษ์เงาผู้หนึ่งรับรู้ได้ว่าไม่ไกลจากจุดที่เราถูกลอบโจมตีนั้นมีชายสามคนหลบอยู่ แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นผู้ใด เพราะพยายามจะเข้าไปใกล้แล้วแต่ไม่สามารถทำได้”

“คิดว่าพวกเดียวกันหรือไม่เจ้าคะท่านน้า”

“คาดว่าอาจจะเป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่งกับผู้ติดตามที่กำลังจะเดินทางผ่านมาเส้นทางนั้นเพื่อเข้าเมืองหลวงก็เป็นได้ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ข้าจะให้คนไปสืบมาเพิ่มอีกแต่มาบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ก่อนจะได้ระวังตัวไว้ อาจจะไม่ได้มีแค่พวกที่ต้องการสังหารไท่หลงเท่านั้นที่เราต้องระวัง”

“เจ้าค่ะท่านน้า”

“อ้อ ท่านอัครเสนาบดีให้คนมาเชิญเจ้าไปพบที่จวน ให้เสี่ยวจิงไปด้วยก็แล้วกัน ข้าจะไปตามข่าวเพิ่มเติม” นางไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกจากบ้านพร้อมพี่เสี่ยวจิงด้วยม้าคนละตัว พี่เสี่ยวอิงกับแม่ใหญ่พาเด็กๆไปที่ร้านเช่นเดิม มาถึงจวนตระกูลจ้าวก็มีพ่อบ้านมารอรับอยู่แล้วเหมือนรู้ว่านางจะมายามนี้

“เชิญคุณหนูหลิวขอรับ นายท่านกับคุณชายรองรอท่านอยู่แล้ว”

“เชิญนำทางเจ้าค่ะ พี่เสี่ยวจิงก็เข้ามากับข้าเลยนะเจ้าคะ” หากมีอะไรจะได้ช่วยกันคิด

พ่อบ้านพานางไปที่ห้องรับรองที่มีจ้าวไท่หลงกับจ้าวไท่เว่ยยิ้มแฉ่งรออยู่พร้อมกับท่านอัครเสนาบดี นางเข้าไปทำความเคารพเจ้าของจวนแล้วเอ่ยทักทายสหาย พี่น้องคู่นี้นับวันจะยิ่งเหมือนกันเข้าไปทุกที ทั้งกิริยาท่าทาง จ้าวไท่เว่ยได้พี่คนรองมาเสียเยอะ อาจจะเพราะคอยเล่นด้วยกันแค่สองพี่น้องก็เป็นได้

“พี่จิวเหมย หนมๆ”

“วันนี้พี่ไม่ได้เอามาด้วยนะสิ ไว้จะฝากพี่รองของเจ้ามาให้นะไท่เว่ย” เด็กน้อยกอดอกหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินว่านางไม่มีขนมมาให้ “เรียกหลานมาพบด้วยเรื่องใดหรือเจ้าคะ” นางกับพี่เสี่ยวจิงนั่งลงเรียบร้อยก็เอ่ยสอบถามท่านอัครเสนาบดีทันทีโดยไม่รั้งรอ เพราะคงไม่พ้นเรื่องที่พวกนางกับไท่หลงถูกลอบโจมตีเป็นแน่

“ต้องขอโทษเจ้าจริงๆจิวเหมยที่ทำให้ได้รับอันตรายเพราะหลงเอ๋อร์”

“อย่าได้กังวลเจ้าค่ะ ไท่หลงเป็นสหายของหลาน เช่นไรหากมีภัยถึงตัวย่อมต้องช่วยเหลือ”

“ท่านพ่อคาดว่าเป็นคนขององค์ชายสามหยางโจวเยี่ยน เพราะก่อนหน้านี้องค์ชายได้มาพูดคุยกับท่านพ่อเพื่อขอร้องให้ท่านพ่อสนับสนุนองค์ชายสามขึ้นครองบัลลังก์แทนองค์ไท่จื่อ แต่ท่านพ่อปฎิเสธไป อาจทำให้องค์ชายสามไม่พอใจเท่าใดนัก หากเป็นจริงเกรงว่าข้าจะเป็นหมากตัวหนึ่งที่จะใช้กดดันท่านพ่อได้”

“เรื่องบัลลังก์อีกแล้วหรือ”

“สถานการณ์ในวังตอนนี้นั้นไม่สู้ดีนัก องค์ไท่จื่อหายตัวไปไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าไปอยู่ที่แห่งใด บรรดาองค์ชายที่หวังในบัลลังก์เริ่มเคลื่อนไหวกันมากขึ้น ท่านพ่อเองก็จับตาองค์ชายแต่ละพระองค์อยู่ไม่ให้คลาด เสนาบดีที่สนับสนุนองค์ชายแต่ละพระองค์ก็หาเรื่องทูลฮ่องเต้ให้ทรงปลดองค์ไท่จื่อไม่เว้นวัน ข้าเองก็เพิ่งรู้จากท่านพ่อเช่นกัน”

“เช่นนั้นผู้ที่ควรจะระวังตัวให้มากที่สุดคงจะเป็นเจ้านะไท่หลง ช่วงนี้ก็ไม่ต้องออกจากจวนจะเป็นการดีที่สุด”

“พ่อเองก็เห็นด้วยกับจิวเหมยนะหลงเอ๋อร์”

“แต่ว่าท่านพ่อขอรับ ที่โรงหมอจะทำเช่นไรเล่าขอรับ พี่เอ้อหลางทำผู้เดียวได้หรือ ไหนจะจิวเหมยที่เพิ่งรับกุ้ยผิงกุ้ยอันมาเลี้ยงอีก ทุกคนต่างก็มีงานล้นมือกันหมดจะให้ลูกอยู่ในจวนได้เช่นไรขอรับ”

“แต่เจ้าอาจจะทำให้พวกเขาเป็นอันตรายได้นะหลงเอ๋อร์ ให้พ่อจัดการเรื่องนี้ให้จบเสียก่อนเจ้าค่อยออกไปดีหรือไม่ จะให้พ่อส่งคนไปช่วยที่โรงหมอก็ย่อมได้ พี่ใหญ่ของเจ้ากำลังเร่งตามหาองค์ไท่จื่อ หากพบและพากลับวังหลวงได้ในเร็ววันเรื่องนี้คงจะจบได้ไม่ยากนัก อดทนอีกสักหน่อยเถิดลูก”

“ไม่ต้องลำบากเรื่องคนทำงานหรอกเจ้าค่ะ หลานมีคนช่วยมากพอ พี่เสี่ยวจิงเองก็ช่วยพี่เอ้อหลางได้เป็นอย่างดี ให้ไท่หลงอยู่ที่จวนจะปลอดภัยที่สุดเจ้าค่ะ ส่วนเจ้านะไท่หลง ข้าจะส่งอาหารกับขนมมาให้ทุกวันเป็นเช่นไร”

“เช่นนั้นก็ได้” พอเรื่องกินล่ะตกลงรับคำรวดเร็วเชียวนะ

“หากไม่มีเรื่องใดแล้วหลานต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ พอดีว่าใกล้จะต้องเปิดโรงหมอแล้วเจ้าค่ะ”

“ไม่มีแล้วเหมยเอ๋อร์ ขอบใจหลานมากที่มาพบถึงที่จวน”

“มิเป็นไรได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นหลานขอลาเจ้าค่ะ” นางเอ่ยลาท่านอัครเสนาบดีแล้วก็ขอตัวกลับ มีจ้าวไท่หลงเดินมาส่งทั้งกำชับว่าห้ามลืมอาหารกับขนมของเขาเด็ดขาด “ข้าไม่ลืมหรอกน่า  อ่อ ท่านน้าลู่ไป๋บอกว่าองครักษ์เงาจับสัมผัสได้ว่าไม่ไกลจากจุดที่เราถูกลอบโจมตีนั้นมีชายสามคนหลบอยู่ แต่ไม่อาจรู้ว่าได้ว่าเป็นพวกมันด้วยหรือไม่ อันตรายรอบตัวยิ่งนักข้าจึงอยากให้เข้าหลบอยู่ในจวนที่ความปลอดภัยแน่นหนาไปก่อน อยู่ในที่แจ้งย่อมตกเป็นเป้าได้ง่าย เรื่องราชสำนักนั้นยากแท้หยั่งถึง เราเองก็ไม่อาจรู้ว่าจะมีผู้ใดถูกส่งมาสังหารเจ้าอีกหรือไม่”

“ท่านพ่อเป็นถึงอัครเสนาบดีและมีอำนาจในราชสำนักล้นมือ หากได้ท่านพ่อเป็นผู้สนับสนุนย่อมดีกว่าพวกเสนาบดีตำแหน่งเล็กๆ หากยอมเสี่ยงจับตัวข้าหรือไท่เว่ยเพื่อกดดันท่านพ่อย่อมดีกว่าจับตัวพี่ใหญ่ โชคดีที่ช่วงนี้ท่านแม่ไม่ยอมให้ไท่เว่ยออกจากจวนเลยจึงยังปลอดภัย”

“เหตุใดจึงรีบร้อนเรื่องบัลลังก์กันนัก องค์ฮ่องเต้ก็ยังทรงแข็งแรงดีมิใช่หรือ”

“เจ้าจะรู้ได้หรือจิวเหมยว่าในวังหลวงเป็นเช่นไร อะไรก็เกิดขึ้นใดทั้งนั้น”

“แต่มันเดือดร้อนพวกเรานะไท่หลง ต่อไปหากองค์ชายสามต้องการใช้ท่านพ่อของข้าเป็นหมากสนับสนุนตนเองไม่ต้องเบนเป้าหมายมาหาข้าหรอกหรือ อยากจะอยู่อย่างสงบๆแท้ๆ”

“หากฉลาดพอคงไม่คิดกดดันท่านแม่ทัพหรอกจิวเหมย ท่านพ่อของเจ้านั้นชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ เอ่ยสิ่งใดฮ่องเต้ก็ย่อมพร้อมจะรับฟัง หากไปยุ่งกับท่านแม่ทัพเกรงว่าจะเป็นเรื่องที่โง่เขลาที่สุด เจ้าไปโรงหมอเถิดขอโทษจริงๆที่ไม่อาจไปช่วยได้ในยามนี้” นางโบกมือลาสหายแล้วควบม้าไปที่โรงหมอ ซึ่งวันนี้คนก็ยังเยอะเช่นเดิม

พี่เอ้อหลางที่มาถึงก่อนทำการเปิดโรงหมอเรียบร้อยแล้วและเริ่มขายสมุนไพรแล้วเช่นกัน ส่วนผู้ใดที่รอตรวจก็เข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ เมื่อเห็นว่านางมาถึงแล้วก็ส่งเสียงทักทายตลอดทางจนนางหายเข้าไปด้านในแล้วเอ่ยเรียกคนแรกเข้ามาตรวจรักษาได้เลย

“บอกอาการข้าได้หรือไม่เจ้าคะว่าท่านป้าเจ็บปวดที่ใดบ้าง”

“ทั้งตัวเลยท่านหมอ ข้าต้มสมุนไพรกินหลายหม้อแล้วก็ไม่หายเสียที” นางทำทีเป็นจับชีพจรเช่นทุกคนแล้วส่งธาตุขาวเข้าไปรักษาให้พอบรรเทา ท่านป้าผู้นี้เพียงทำงานยกของหนักจึงทำให้ปวดเมื่อยเรื้อรัง หากยิ่งทำงานหนักก็จะยิ่งเจ็บปวดตามเนื้อตัวมากขึ้น นางบอกวิธีดูแลแล้วเขียนเทียบยาบำรุงให้ “ขอบพระคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ”

“ท่านป้าพักผ่อนบ้างนะเจ้าคะ อย่าแบกหรือยกของหนักมากไป หลังท่านจะปวดเอาได้”

“ข้านั้นเก็บของป่าขาย หากมีงานให้พอทำได้ข้าก็ต้องทำท่านหมอ แต่ข้าจะระวังให้มากขึ้น”

“ดีแล้วเจ้าค่ะ เก็บของป่านั้นพอจะทำได้เจ้าค่ะ แต่อย่าก้มโค้งมากนัก ให้นั่งไปกับพื้นหรือนั่งยองเก็บจะดีกว่า” ท่านป้าเอ่ยขอบคุณนางอีกครั้งก็กลับออกไปพร้อมกับเทียบยาที่นางเขียนให้

วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันที่นางได้รักษาแต่ท่านลุงท่านป้าที่มีอาการปวดเมื่อยและไข้หวัดจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง จะมีที่แปลกไปก็คือชายสวมหน้ากากผู้หนึ่งที่เข้ามาเป็นคนสุดท้าย พิษร้ายปั่นป่วนร่างกายของเขาไปหมดจนนางสัมผัสได้ แต่ช่างน่าแปลกใจที่เขายังเดินเหินมีลมหายใจอยู่เช่นนี้

“ร่างกายข้ามีพิษ เจ้าช่วยถอนพิษให้ข้าได้หรือไม่ท่านหมอ” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามนางเป็นประโยคแรก บรรยากาศพลันกดดันขึ้นมาหลายส่วนจนนางเริ่มอึดอัด ปราณของคนผู้นี้นั้นแข็งแกร่งกว่านางมากนัก ท่านน้าลู่ไป๋กับพี่เสี่ยวจิงรวมทั้งองครักษ์เงาคงรับรู้ได้จึงเข้ามาหานางที่ห้องตรวจ “เป็นเพียงหมอใยเจ้ามีองครักษ์มากมายถึงเพียงนี้ ข้าเพียงมาขอรักษาเท่านั้นทำอย่างกับข้าจะมาสังหารนางอย่างนั้น”

“เช่นนั้นก็ช่วยทำตัวให้เหมือนมารักษาด้วยเถิด ก่อนที่ข้าจะโยนเจ้าออกจากโรงหมอไป” ท่านน้าลู่ไป๋เดินเข้ามาขวางชายผู้นั้นเพื่อปกป้องนาง แต่ชายผู้นั้นกลับไม่สะทกสะท้านกับความกดดันที่ท่านน้าลู่ไป๋ปลดปล่อยออกมา

“ช่างโหดร้ายยิ่งนัก นี่คิดจะให้ข้ากระอักเลือดจนหมดตัวเพราะปราณของท่านเลยหรือ” บรรยากาศกดดันมลายหายไปพร้อมกับรอยยิ้มดุจปีศาจของชายผู้นี้ที่ยกขึ้นอย่างขำขันในตัวพวกนาง “ว่าเช่นไร เจ้าจะรักษาข้าได้หรือไม่ท่านหมอ” นางส่งธาตุขาวเข้าไปสำรวจโดยไม่แตะต้องชายผู้นี้ก็ต้องพบว่าพิษที่อยู่ในร่างของเขานั้นมีแต่พิษที่หมายปลิดชีพในหนึ่งลมหายใจเท่านั้น แต่มีอะไรบางอย่างที่ชายคนนี้ช่างคล้ายกับพี่หยางยิ่งนัก นางขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดในข้อสันนิษฐาน

หากใช่ผู้ที่นางคิดจริงๆที่มาพบนางเช่นนี้คงมีจุดมุ่งหมายกระมัง

“พิษในตัวท่านนั้นมีแต่พิษร้ายแรงทั้งสิ้น ช่างน่าแปลกที่ท่านไม่สิ้นลมไปเสียนานแล้ว”

“สวรรค์คงยังเมตตาข้ากระมัง”

“คงจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ยื่นแขนออกมาสิเจ้าคะข้าจะรักษาให้” ชายผู้นี้สบตานางนิ่งซึ่งนางเองก็สบตากับเขาไม่หลบเช่นกัน และนางมั่นใจว่าเขาใช่คนที่นางคิดจริงๆ “พิษหลายชนิดมากข้าจะต้องดึงพิษออกจากร่างกายของท่านผ่านผิวหนัง หากเจ็บปวดก็อดทนเอาไว้นะเจ้าคะ” นางจะยอมรักษาให้แต่ไม่ใช่ทั้งหมด จนกว่าเขาจะยอมเปิดเผยตัวตนกับนาง

หนึ่งชั่วยามต่อมาเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของชายสวมหน้ากากก็ดังลั่นไปทั้งโรงหมอ นางจงใจทำให้เขาเจ็บปวดเพราะหากทำลายพิษพร้อมกันนั้นพิษจะยิ่งปั่นป่วนมากยิ่งขึ้น พิษก็ย่อมเป็นพิษ หากมีตัวกระตุ้นจะยิ่งออกฤทธิ์มาก แม้ร่างกายคนผู้นี้จะทนทานพิษเช่นไรแต่หากสะสมไว้นานวันเข้าก็จะยิ่งหนักหนามากขึ้น โดยเฉพาะพิษหมื่นจันทรา

“พิษหมื่นจันทราใช่ว่าจะมีผู้ใดปรุงได้ง่าย อีกทั้งยาถอนพิษยังต้องใช้ของวิเศษหลายอย่างทั้งบัวหิมะที่หนึ่งร้อยปีจะเกิดซักหนึ่งดอก ไข่มุกดำ โสมพันปี และหัวใจมังกร เพื่อนำมาปรุงยาถอนพิษ ของหายากที่แม้แต่องค์ฮ่องก็ยากจะครอบครอง ท่านไม่รู้จริงๆหรือเจ้าคะว่าได้รับพิษมาจากที่ใด เพราะไม่ใช่พิษที่ผู้ใดจะครอบครองก็ได้”

“ข้าจะรู้ได้เช่นไรว่าตนเองถูกพิษใดบ้าง”

“หรือว่ารู้แต่ก็ยอมรับพิษ เพราะรู้ว่าร่างกายตนเองนั้นทนทานต่อพิษ แต่ท่านคงไม่รู้ว่าต่อให้ร่างกายทนทานพิษเช่นไรแต่ไม่ใช่กับพิษหมื่นจันทรา ท่านคงเจ็บปวดจนไม่อาจทำได้แม้หลับตานอนใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้ารักษาข้าได้หรือไม่”

“ข้าเป็นเพียงหมอชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น เหตุใดท่านจึงคิดว่าข้าจะรักษาท่านได้เล่าเจ้าคะ”

“ข้าต้องการคำตอบมิใช่ให้เจ้ามาถามข้ายอกย้อนเช่นนี้”

“เช่นนั้นข้ามีคำถามเดียว หากท่านยอมตอบข้า ข้าจะยอมรักษาท่านเจ้าค่ะ”

“จะถามเรื่องใดก็ถามมา ข้ามีทางเลือกงั้นหรือ” มาให้นางรักษาแท้ๆกลับทำหน้าเบื่อหน่ายรำคาญนางได้เช่นไร

“จะดีหรือจิวเหมย เขาเป็นผู้ใดมาจากที่ใดก็ไม่อาจรู้”

“ข้าก็กำลังจะถามเขาเจ้าค่ะท่านน้าลู่ไป๋ว่าเขาเป็นผู้ใดมาจากที่ใด หากยอมตอบความจริงกับข้า ข้าย่อมยินดีรักษาให้” เพราะหากเป็นคนที่นางคิดก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปฎิเสธ

“ข้า...ข้าเป็นเพียงชาวบ้านแคว้นซาน ที่ถูกพิษด้วยก็เพราะมีเรื่องกับผู้อื่นไปทั่วเพราะข้านั้นลงต่อสู้เพื่อหาเงิน”

“ท่านแน่ใจหรือเจ้าคะว่าจะตอบข้าเช่นนี้จริงๆ”

“ใช่!

“เช่นนั้นก็เชิญท่านกลับไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่รักษาให้”

“ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าข้าเป็นผู้ใดมาจากที่ใด เหตุใดไม่รักษาให้ข้า!

“เพราะข้ารู้ว่าท่านเป็นผู้ใดอย่างไรเล่าเจ้าคะ! แต่ท่านก็ยังเลือกจะปิดบังข้า เช่นนั้นก็ไม่มีเรื่องใดต้องพูดกันอีก หากไม่เชื่อใจข้า ข้าเองก็ย่อมไม่เชื่อใจท่าน ท่านมาที่นี่ก็ย่อมต้องทราบว่าข้าเป็นผู้ใด และที่นี่เป็นของตระกูลใด หากยังคิดจะโป้ปดกันก็เชิญท่านออกจากโรงหมอของข้าไปเถิดเจ้าค่ะ”

“เจ้ารู้ว่าข้าเป็นผู้ใดงั้นหรือ!

“ใช่เจ้าค่ะ ข้ารู้ และข้าอยากให้ท่านยอมเปิดเผยตัวของท่านด้วยตนเอง”

“เจ้ารู้จักชายผู้นี้งั้นหรือจิวเหมย”

“คิดว่าใช่คนที่ข้าคิดเป็นแน่เจ้าค่ะท่านน้าลู่ไป๋ แต่หากไม่ยอมเผยตัวข้าก็จะไม่รักษาให้”

“แล้วเหตุใดหากเขายอมเผยตัวแล้วเจ้าจึงจะรักษาให้เขา มันอันตรายมากนะ”

“เพราะเขาสมควรได้รับการช่วยเหลือเจ้าค่ะท่านน้า ชีวิตของเขามีค่าเกินกว่าที่ข้าจะเพิกเฉย”

“หากเจ้ารู้ว่าข้าเป็นผู้ใดใยต้องถามอีก”

“เพราะข้าอยากมั่นใจอย่างไรเล่าเจ้าคะ ว่าท่านใช่ผู้เดียวกับที่ข้าคิดจริงๆหรือไม่”

“เฮ้อ เจ้าช่างไม่ยอมโอนอ่อนเช่นที่สหายของข้าเคยบอก ก็ได้ แต่ข้าขอคำสัตย์จากเจ้า ว่าหากข้าเผยตัวแล้วเจ้าจะไม่แพร่งพรายเรื่องของข้าให้ผู้ใดรับรู้นอกจากผู้ที่อยู่ในที่นี้เท่านั้น”

“ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของข้า”

“ข้าคือหยางโจวหมิง

“ถวายบังคมองค์ไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ!” ทันทีที่ชื่อหลุดออกจากปากชายผู้สวมหน้ากาก องครักษ์เงาทุกคนต่างก็คุกเข่าลงกับพื้นโดยพร้อมเพรียง พี่เสี่ยวจิงก็เช่นกัน มีเพียงนาง ท่านน้าลู่ไป๋เท่านั้นที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง นางยิ้มเล็กๆส่งให้ชายที่กำลังถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียน อาจจะพอๆกับจ้าวไท่หยางทีเดียว ช่างสมกับเป็นโอรสสวรรค์ พอไร้หน้ากากก็ปลดปล่อยความสูงส่งออกมาจนไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้ามอง

“ถวายบังคมองค์ไท่จื่อเพคะ”

“ตามสบาย พูดคุยกับข้าเช่นคุณชายทั่วไปเถิดคุณหนูหลิวอย่าให้ผิดสังเกต พวกเจ้าก็เช่นกัน”

“ขอบพระทัยเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”

“เหตุใดองค์ไท่จื่อที่หายตัวออกจากวังหลวงไปจึงมาปรากฏตัวที่นี่กันเจ้าคะ ท่านไม่ทราบหรอกหรือว่ายามนี้ในวังหลวงปั่นป่วนเช่นไร จ้าวไท่หลงถูกลอบโจมตีสองครั้งสองหน พี่หยางเองก็ออกตามหาท่านเช่นกัน แต่ท่านกลับยังอยู่ในเมืองหลวงทั้งยังมาปรากฏตัวต่อหน้าข้า มันเรื่องอันใดกันหรือเจ้าคะ”

“หลังจากข้าได้รับพิษหมื่นจันทราข้าก็ออกตามหาของวิเศษเช่นที่เจ้าพูดมา แต่หาพบไม่เลยแม้แต่อย่างเดียว เหมือนยิ่งหาทุกอย่างก็ยิ่งมืดมน จนข้าได้พบพวกเจ้าถูกลอบโจมตีระหว่างเดินทางเข้าเมืองหลวงและเห็นเจ้าสังหารนักฆ่าพวกนั้นได้โดยไม่ทำสิ่งใดเลย ข้ารู้ได้ทันทีว่าเจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุในตำนานที่ไม่มีผู้พบเห็นมาหลายร้อยปีแล้ว และทันทีที่รู้ว่าเจ้าเปิดโรงหมอข้าก็ตั้งใจจะมาพบเจ้าให้จงได้...เพื่อขอให้เจ้าช่วยชีวิตข้า”

“ท่านกล้าสาบานได้หรือไม่เจ้าคะ ว่าท่านจะไม่เปิดเผยต่อผู้ใดว่าข้าเป็นผู้ถอนพิษให้ท่านรวมทั้งเรื่องที่ข้าเป็นผู้ใช้ธาตุ ข้าจะช่วยท่านเพราะท่านพ่อเชื่อในตัวท่านและท่านเป็นสหายของพี่หยาง หากภายหน้าท่านมิใช่ผู้เดิมที่พวกเขาไว้ใจและสนับสนุนขอให้ท่านทราบเอาไว้ว่าข้าจะเป็นผู้ที่สังหารท่านด้วยตัวข้าเอง”

“นี่เจ้ากล้าขู่ข้าที่เป็นไท่จื่อเชียวหรือ”

“ก็ท่านพูดเองว่าให้ข้าปฎิบัติต่อท่านเช่นคุณชายทั่วไป”

“ก็ได้หลิวจิวเหมย ข้ารับปากเจ้า และหากเจ้าอยากได้สมรสพระราชทานกับรองแม่ทัพจ้าวเป็นรางวัลที่ช่วยเหลือข้าในครั้งนี้ข้าจะทูลขอเสด็จพ่อให้ เจ้าว่าดีหรือไม่”

“อย่ามายุ่งเรื่องของข้ากับพี่หยางเลยเจ้าค่ะ มันไม่ได้ผลหรอก เชิญเจ้าค่ะ ข้าจะขับผิดออกจากร่างกายของท่านให้ประเดี๋ยวนี้ หากเจ็บปวดเจียนตายก็ขอให้ท่านอดทนเอาไว้”

“ไม่เข้าใจจริงๆเหตุใดจ้าวไท่หยางจึงตกหลุมรักเจ้าหาใช้สตรีห้องหองดงามผู้อื่น”

“ก็เพราะข้าเป็นข้าอย่างไรเล่าเจ้าคะ” ไท่จื่อหัวเราะออกมาดังลั่นกับคำยกยอตนเองของนาง หาได้มีเรื่องให้ขำขันไม่ ก็เพราะนางเป็นนางมิใช่หรือที่ทำให้พี่หยางต้องตาต้องใจ

“ข้ารู้จักจ้าวไท่หยางมาตั้งแต่ยังพูดไม่เป็นคำเสียอีก มีสตรีงดงามมากมายหวังครองใจรองแม่ทัพจ้าวผู้สง่างาม แต่สหายของข้าก็หาได้สนใจหญิงใดไม่ จนได้ยินว่ามาเกี้ยวพาสตรีแกร่งเช่นเจ้าข้านั้นอดจะแปลกใจไม่ได้ เจ้ายังเป็นเพียงเด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้นมีสิ่งใดให้บุรุษเพศเช่นจ้าวไท่หยางพึงใจกัน จนได้รู้วันนี้ เจ้างดงามเพราะเป็นเจ้าจริงๆคุณหนูหลิว”

“เจ้าค่ะ สตรีนั้นหาได้งดงามเพียงรูปกายภายนอก หากแต่งดงามจากภายในเช่นกัน”

“หึ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าหยางหยู่เยียนพึงใจพี่หยางของเจ้าเพียงใด”

“หยางหยู่เยียนหรือเจ้าคะ”

“องค์หญิงที่เกิดจากกุ้ยเฟยอย่างไรเล่า นางเคยเอ่ยขอสมรสพระราชทานกับจ้าวไท่หยางแต่พี่หยางของเจ้าปฎิเสธอย่างชัดเจนต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้โดยไม่สนใจและไว้หน้ากุ้ยเฟยเลยทีเดียว”

“เจ้าเล่าเรื่องนี้ให้เหมยเอ๋อร์ของข้าฟังเห็นทีจะไม่อยากตายดีกระมังสหายข้า”

“พี่หยาง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.38K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4270 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 18:52
    สนุกมาก 55555 อ่านโคตรเพลิน
    #4,270
    0
  2. #4266 J-U-N (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:45
    ใครคือพระเอก
    ไท่จื่อหรือพี่หยาง?
    #4,266
    0
  3. #3923 Nuthathai Por (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:46

    นี่ไท่จื่อนะเห็นหัวกันบ้างเถอะ

    #3,923
    0
  4. #3763 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 22:11
    ไท่จื่อจริงๆ
    #3,763
    0
  5. #3214 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 10:13
    คิดว่าใครที่แท้ก็เจ้าชาย
    #3,214
    0
  6. #3180 IamAtom (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 12:48
    บัวหิมะหายากหรอตอนทำหนมจีบขายช่วงงานประลองทำไมมีใส่
    #3,180
    0
  7. #1642 kimurakung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 22:09
    เนื้อเรื่องเริ่มซับซ้อน มีตัวละครมาเพิ่มเติมสีสรรมากขึ้น
    #1,642
    0
  8. #1410 chanchan123 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 13:58
    ไท่จื่อก้อ 555+
    #1,410
    0
  9. #1408 jukkaji (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 12:49
    กุ้ยผิง กุ้ยอันก็แซ่หยาง เกี่ยวข้องกันป่ะน้อ
    #1,408
    0
  10. #1247 River no off return (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 17:22

    เป็นไทจื่อที่น่าปล่อยให้ตายค่ะ เป็นเราจะไม่รักษาเด็ดขาด

    #1,247
    0
  11. #1123 naboot (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:45

    ยังรอเธออยู่นะจ้ะ ไม่เป็นอันกินอันนอน

    #1,123
    0
  12. #1122 Saku442274 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:25
    ขอไว้อาลัยให้กับรัชทายาท อาเมน~~~
    #1,122
    0
  13. #1121 Mameaw555 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:16
    พี่หยางตบรัชทายาทเลย มาบิ้วน้องให้ระแวง
    #1,121
    0
  14. #1119 Baipor05022549 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:35
    มาเถิด
    #1,119
    0
  15. #1118 Jubnamfah (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:55
    นะดไว้ ตะไมไม่มาา😂
    #1,118
    0
  16. #1116 Supranee2542 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:35
    ตัวผิดนัดดดดดดด
    #1,116
    0
  17. #1108 boom_tay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 06:15

    รอๆๆไรท์มาเพิ่มตอนเร้วๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,108
    0
  18. #1107 Nickynoii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 23:11

    รอตอนต่อไปนะ
    #1,107
    0
  19. #1103 jsoc (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 19:19
    นางเอกเทพจริงๆ
    #1,103
    0
  20. #1101 kan_wang (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:56

    โดนแน่ๆ 55555
    #1,101
    0
  21. #1100 ME>_< (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:21
    รอค่าาาาา
    #1,100
    0
  22. #1099 อัมพร (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:15

    ขอบคุณค่ะ

    #1,099
    0
  23. #1098 hydrangeapink (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:12
    พี่หยางกลับทันโดนเผา 555
    #1,098
    0
  24. #1096 Krathay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:54
    เฮ้ออออ เรือไม่แตก(โล่งอก)

    พี่หยางค่าตัวแพงออกมาสักที ตอนหน้าเอาให้คุ้มค่าตัวหน่อยนะคะ 555
    #1,096
    1
    • #1096-1 Mameaw555(จากตอนที่ 27)
      1 กรกฎาคม 2562 / 21:17
      เรามาช่วยกันพายอย่างระมัดระวังเถอะ
      #1096-1
  25. #1094 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:36
    5555 ยุให้บ้านแตกไปเลยยยย
    #1,094
    0