หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 26 : ผู้ใช้ธาตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,871 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62

“เจ้างั้นหรือจิวเหมย”

“เหตุใดจึงคิดว่าเป็นข้าเล่าเจ้าคะท่านน้า ข้าอยู่แต่ในรถม้าจะทำแบบนั้นได้เช่นไร”

“ข้าเคยเห็นวิธีรักษาของเจ้านะจิวเหมย แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเจ้าทำเช่นไรก็ตาม เจ้ารักษาพิษที่ท่านแม่ทัพได้รับจนหาย แม้จะเป็นพิษที่แม้แต่หลวงก็ส่ายหน้าจนใจจะรักษา หากจะมีผู้ใดที่น่าสงสัยที่สุดก็คงจะเป็นเจ้ากระมังสหาย”

“เจ้าทำได้เช่นไรหรือจิวเหมย”

“ข้ายังไม่ได้พูดเลยนะเจ้าคะว่าเป็นข้า” กำลังช่างใจอยู่ว่าจะบอกดีหรือไม่ แต่ทุกคนก็เป็นคนที่นางไว้ใจทั้งสิ้นคงจะไม่เป็นอะไรกระมังหากจะบอกความจริง แต่ถึงจะคิดเช่นนั้นนางก็ยังคงสองจิตสองใจ

“เจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุใช่หรือไม่จิวเหมย” เป็นอีกครั้งที่นางสำลักน้ำเก๊กฮวย “ข้าอ่านเจอในตำราว่าเคยมีผู้ใช้ธาตุมาก่อน ธาตุทั้งสองสายนั้นเป็นธาตุดำและขาว เอื้อหนุนกันเป็นได้ทั้งพิษร้ายแรงและช่วยในการรักษา ใช่หรือไม่จิวเหมย”

“ข้าเองก็เคยได้ยินมาบ้าง ว่ากันว่าในอดีตนั้นผู้ใช้ธาตุสามารถฆ่าทหารทั้งกองทัพได้เพียงพริบตาเดียว แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าทำเช่นนั้นได้เช่นไร หากเจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุจริงก็สุดยอดไปเลย”

“เงียบกริบเช่นนี้คงจะใช่แล้วกระมัง” เจ้าจะรู้ดีมากไปแล้วจ้าวไท่หลง

“ท่านแม่ทัพรู้เรื่องนี้หรือไม่” จะรู้ได้เช่นไรก็นางไม่เคยบอกผู้ใดเลย “นานหลายร้อยปีมาแล้วที่ไม่พบผู้ใช้ธาตุเลย เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าหากมีผู้รู้เข้าจะเป็นเช่นไร ตอบข้ามาว่าเจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุใช่หรือไม่จิวเหมย”

“ใช่เจ้าค่ะ! แต่ข้าเองก็ระมัดระวังเช่นกัน ส่วนมากข้าใช้ธาตุเพื่อการรักษาไม่เคยทำร้ายผู้ใด แต่ครั้งนี้เป็นเพราะไท่หลงเพลี้ยงพล้ำข้าก็เลยต้องช่วย”

“ช่างน่ากลัวยิ่งนัก! หากเจ้าเผลอใช้มันกับข้าเล่า!

“ใช่ว่าข้าอยากจะใช้มันกับผู้ใดเสียหน่อย ที่ต้องใช้ก็เพราะเจ้านั่นแหละไท่หลง”

“ข้าจะพยายามให้มากกว่านี้ จะไม่หนีฝึกวรยุทธ์อีกแล้วล่ะ”

“ข้าเองก็อยากฝึกวรยุทธ์เช่นกัน ท่านน้ากับพี่เสี่ยวจิงพอจะสอนข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” นางอยากเก่งกว่านี้ ด้วยเพราะร่างกายบอบบางของนางทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่ดีนัก หากนางฝึกวรยุทธ์ร่วมกับการใช้ศิลปะการต่อสู้ที่นางร่ำเรียนมาในโลกก่อนก็คงจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้นางได้ “แต่ข้ายังเด็กเกรงว่าจะทำได้ไม่ดีนัก”

“เด็กแล้วอย่างไร ข้าเข้าสำนักฝึกยุทธ์ตั้งแต่อายุได้สี่หนาวด้วยซ้ำ ข้าจะฝึกให้เจ้าเอง”

“จริงหรือเจ้าคะพี่เสี่ยวจิง! ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”

“นี่สี่หนาวเจ้าก็เข้าสำนักฝึกยุทธ์แล้วเช่นนั้นหรือแม่นางเสี่ยวจิง”

“เจ้าค่ะท่านลู่ไป๋ ถึงข้าจะเป็นบุตรสาวของแม่นมในจวนอัครเสนาบดีแต่ข้าก็ได้รับความเอ็นดูจากนายท่านและฮูหยินใหญ่ไม่น้อย ข้าเห็นคุณชายใหญ่ฝึกดาบทุกวันก็เลยอยากฝึกบ้าง นายท่านจึงส่งข้าไปที่สำนักฝึกยุทธ์พร้อมกับคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ ร่ำเรียนมาตั้งแต่ตอนนั้นแต่ฝีมือก็ยังห่างชั้นกับรองแม่ทัพจ้าวมากนัก”

“พี่เสี่ยวจิงเก่งที่สุดเจ้าค่ะ”

“เจ้าเองก็จะเก่งที่สุดเช่นกัน เป็นทั้งผู้ใช้ธาตุและเก่งกาจวรยุทธ์ เห็นทีคงไม่มีผู้ใดทำร้ายเจ้าได้แล้วจิวเหมย” นางเองก็อยากให้เป็นเช่นนั้น นางจะได้ไม่ต้องหัวหดรอให้ผู้อื่นมาช่วยจนเสี่ยงต่อชีวิต “เริ่มวันพรุ่งเลยเป็นเช่นไร”

“ได้เจ้าค่ะ ข้าสู้ไปถอยอยู่แล้ว”

หลักสูตรของพี่เสี่ยวจิงนั้นให้นางตั้งแต่ยามอิ๋น ลุกมาวิ่งรอบสวนที่ใหญ่กว่าสนามฟุตบอลเสียอีก หลังวิ่งครบห้ารอบแบบเหนื่อยใกล้ตายก็ต้องมานั่งเก้าอี้ลมเพื่อเสริมกำลังขา ตักน้ำใส่โอ่งเพื่อเสริมกำลังแขน กว่าจะได้พักฟ้าก็สว่างจนแสบตาแล้ว โหดมาก สตรีโลกนี้เหตุใดจึงโหดเช่นนี้

“ไหวหรือไม่เจ้าคะคุณหนู”

“ไหวเจ้าค่ะพี่เสี่ยวอิง สบายมาก” ทั้งที่ขาสั่นพับๆจนแทบล้มอยู่แล้ว

“พักสักวันดีหรือไม่เจ้าคะ พี่จะให้คนไปแจ้งที่โรงหมอเองว่าวันนี้จะขายเพียงสมุนไพร”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าไปได้” นางนั่งปรับลมหายใจอยู่ครู่ใหญ่ ส่วนอาจารย์จำเป็นของนางนั้นนั่งแสยะยิ้มร้ายเย้ยหยันนางอยู่ไม่ไกล ร่างกายหนักอึ้งเบาหวิวขึ้นเมื่อนางใช้ธาตุขาวทำการรักษาอาการปวดเมื่อยของตนเอง “แต่พี่เสี่ยวจิงจะโหดร้ายตั้งแต่วันแรกเลยหรือเจ้าคะ ข้ายังไม่ปรับตัวเสียด้วยซ้ำ”

“ข้าเองก็ไม่ทันปรับตัวเช่นกัน ไปถึงสำนักวันแรกก็ถูกให้นั่งหม่าปู้เช่นเจ้าอยู่สองชั่วยาม วิ่งขึ้นลงเขาเป็นสิบรอบ หรือเจ้าจะฝึกเช่นที่ข้าเคยฝึกงั้นหรือจิวเหมย” แบบนั้นได้ตายก่อนเก่งกันพอดี

“เท่านี้ก็จะไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ แต่ให้ข้าได้ปรับตัวสักนิด ต่อให้ฝึกเช่นพี่เสี่ยวจิงก็ย่อมได้”

“ทำแต่พอดีเถิด หากฝึกหนักไปร่างกายเจ้าจะไม่ไหว เจ้าไปอาบน้ำเถิดจะได้ไปที่โรงหมอ” พี่เอ้อหลางมาทานมื้อเช้ารออยู่แล้วนางก็เลยต้องรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดโดยเร็วและออกจากบ้านไปโรงหมอโดยไม่ได้ทานมื้อเช้า

“ยังเช้านักแต่ดูคนมารอตรวจกับเจ้าสิ ทั้งยังเข้าแถวเป็นระเบียบอีก”

“ก็ไท่หลงเขียนติดป้ายไว้ที่หน้าประตูโรงหมอนี่เจ้าคะว่าถ้าหากมารอต้องต่อแถว พี่เสี่ยวจิงก็แจกป้ายคิวให้เช่นเดิมนั่นแหละเจ้าค่ะ พี่เอ้อหลางต้องทำคนเดียวไปก่อนนะเจ้าคะ ไท่หลงมาช่วยตอนเช้าไม่ได้”

“ขอรับคุณหนู”

“ข้าแจกป้ายคิวเสร็จจะไปช่วยเอ้อหลางก็แล้วกัน อีกเดี๋ยวท่านลู่ไป๋ก็คงจะมาช่วยเจ้า”

“เช่นนั้นก็ให้คิวแรกเข้ามาตรวจได้เลยเจ้าค่ะ”

คนไข้คนแรกของนางวันนี้เป็นท่านลุงที่ถูกสัตว์ชนิดใดไม่ทราบกัดเข้าแต่คงไม่รู้วิธีรักษาจึงทำให้แผลเริ่มเน่า นางรักษาโดยการใช้ธาตุขาวร่วมกับสมุนไพรผสมกับไขผึ้งทำเป็นยาหม่องทาให้ทั่วแผลแล้วใช้ผ้าพันไว้อีกที

“อย่าให้โดยน้ำสักสามสี่วันนะเจ้าคะ แล้วก็หมั่นมาให้ข้าดูแผลทุกวันเจ้าค่ะ อีกไม่กี่วันก็คงหาย แล้วก็ระวังอย่าถูกกัดอีกนะเจ้าคะ ต่อไปอาจจะต้องตัดมือทิ้ง” นางเอ่ยหยอกท่านลุงพร้อมกับรอยยิ้มซุกซนจนอีกฝ่ายถึงกับหัวเราะร่วน

“ขอบพระคุณขอรับท่านหมอ คิดไม่ผิดจริงๆที่มารอพบท่านตั้งแต่ยามอิ๋น”

“เหตุใดมารอเร็วเช่นนั้นเจ้าคะ! อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ท่านลุงจะไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ”

“มันเจ็บปวดมากขอรับท่านหมอ ข้าทรมานเหลือเกิน” นางเองก็เห็นใจ แผลนั้นหากเป็นโลกก่อนของนางคงมีทางแค่ตัดทิ้งเท่านั้น ไม่เจ็บปวดคงเป็นไปไม่ได้ นางเองก็บอกวิธีดูแลและเน้นย้ำให้กลับมาให้นางดูแผลทุกวันแต่ไม่ต้องมารอดึกๆเช่นวันนี้อีก ท่านลุงเอ่ยขอบคุณแล้วก็กลับออกไป

ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว ชาวบ้านที่มาตรวจรักษากับนางส่วนใหญ่ก็เพราะเป็นไข้หวัดเท่านั้น นางรักษาช่วยให้ทุเลาลงแล้วเขียนเทียบยาให้พวกเขาไปซื้อหาเอง แต่ส่วนมากก็ซื้อจากร้านนางเพราะนางขายถูกจนเหมือนให้เฉยๆเช่นที่ไท่หลงเคยบอก

“เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้รักษาเร็วนักเล่าจิวเหมย เหลือเพียงไม่กี่คนก็หมดแล้ว”

“แต่ละคนล้วนแต่เป็นไข้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเจ้าค่ะ ไอ เจ็บคอ ตัวร้อนเท่านั้น ข้าช่วยบรรเทาอาการแล้วก็เขียนเทียบยาให้ไปซื้อเอง แล้วนี่ไท่หลงมาหรือยังเจ้าคะ”

“มาแล้ว ไปทานข้าวอยู่ที่ร้านรอบที่สองแล้วกระมัง”

“เช่นนั้นหากมาที่นี่แล้วให้เข้ามาพบข้าหน่อยนะเจ้าคะ” พี่เสี่ยวจิงเอาน้ำเข้ามาให้แล้วออกไปเรียกคนต่อไปเข้ามาตรวจ รายนี้เป็นเพียงเด็กน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น เนื้อตัวมอมแมมและผอมแห้ง ผมเผ้ากระเซิง เหมือนเช่นขอทานเด็กๆที่นางเคยเห็น “เจ้าไม่สบายหรือเหตุใดมาพบพี่สาวได้”

“น้องของข้าไม่สบายเจ้าค่ะ ท่านหมอได้โปรดเมตตาน้องของข้าด้วยเจ้าค่ะ” พูดไปน้ำตาก็ปริ่มไป ไม่ได้ป่วยเองแต่เพราะน้องป่วยสินะ เห็นแล้วก็เวทนาน่าสงสาร นางจึงเรียกพี่เสี่ยวจิงเข้ามาหาแล้วให้ไปกับเด็กน้อยเพื่อไปรับคนป่วยตัวจริงมาให้นางตรวจ “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”

“เจ้ารีบพาพี่สาวคนนั้นไปเถิดจะได้พาน้องเจ้ามาที่นี่ ฝากด้วยนะเจ้าคะพี่เสี่ยวจิง” พี่เสี่ยวจิงออกไปพร้อมเด็กน้อยสวนทางกับจ้าวไท่หลงที่ถือน่องไก่ย่างเข้ามาหานาง ปากมันแพล่บเลยนะสหาย “เจ้าจะทานทั้งวันเลยหรือไร”

“ข้ายังไม่ได้ทานตั้งแต่เช่าเลยนะ ท่านแม่ลงโทษข้าที่ทำชุดขาดกับเปื้อนเลือดกลับไปเมื่อวาน ข้าก็อธิบายให้ท่านแม่ฟังแล้วว่าถูกลอบโจมตีแต่ท่านแม่ก็ยังลงโทษข้าอยู่ดี ท่านพ่อถามมาด้วยว่าเจ้าอยากให้คนของท่านพ่อสืบให้หรือไม่ว่าผู้ใดลอบโจมตีเจ้า”

“ไม่ต้องเหนื่อยคนของท่านอัครเสนาบดีหรอกไท่หลง คนของท่านแม่ทัพจัดการแล้ว”

“ท่านน้าไม่เห็นบอกข้าเลยนี่เจ้าคะ”

“พวกเขาเพิ่งจะส่งข่าวมาให้ข้าเมื่อครู่ เกรงว่าพวกที่ไม่อยากลองดีเมื่อวานนั้นจะเป็นคนของสำนักหงไห่ซาน เป็นสำนักที่ฝึกนักฆ่ารับจ้าง ยังไม่แน่ใจนักว่าผู้ใดเป็นผู้จ้างพวกมัน”

“ข้าไม่เคยมีศัตรูที่ไหนนอกเสียจากตระกูลเยว่ แต่พวกเขาถูกขับออกจากแคว้นซานไปแล้วจะเป็นไปได้หรือไม่เจ้าคะว่าจะเป็นพวกเขา”

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักว่าพวกมันหมายจะปลิดชีพผู้ใดกันแน่ระหว่างเจ้ากับข้า”

“ท่านน้าบอกเองไม่ใช่หรือเจ้าคะว่านี่ไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของท่าน หรือว่าจะมีผู้ใดจดจำท่านได้แล้ว”

“เป็นเช่นนั้น แต่ข้าเองก็ไม่มั่นใจนัก”

“นี่เป็นใบหน้าที่แท้จริงของท่านน้าก็บอกความจริงพวกข้ามาเถิดขอรับ เป็นประมุขจะหน้าตาไม่น่าดูบ้างจะเป็นไรไปเล่าขอรับ ข้าว่าจะต้องมีสักคนจดจำท่านน้าได้ก็เลยสั่งให้พวกมันมาสังหารท่านน้าเป็นแน่”

“เหอะ หากพวกเจ้าได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของข้าจะต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นแน่ สตรีทั่วทั้งเมืองจะต้องมองหาเพียงข้าไม่แลชายใดอีก ความหล่อเหลาของข้านั้นช่างเป็นบาป”

“เฮ้อ/เฮ้อ”

“นี่พวกเจ้า!...”

“เรียกคนต่อไปเข้ามาเถิด หากเสร็จไวข้าจะได้กลับไปพัก ข้าตื่นมาฝึกกับพี่เสี่ยวจิงตั้งแต่ยามอิ๋นแล้ว”

“เช่นนั้นหากได้ข่าวเพิ่มข้าจะมาบอกอีก เจ้าก็ตั้งใจทำงานด้วย อย่าเอาแต่กิน” แถมแย่งไก่ในมือสหายนางไปกินต่อหน้าตาเฉย คนถูกแย่งทำได้เพียงอ้าปากค้างพูดไม่ได้หัวเราะไม่ออก สมแล้ว ก็แหย่ท่านน้าเองนี่นา

พี่เสี่ยวจิงหายไปนานจนนางตรวจทุกคนเสร็จแล้วก็ยังไม่กลับมา นางเป็นกังวลจึงเรียกองครักษ์เงาผู้หนึ่งให้ไปตามดูสักหน่อยแต่พี่เสี่ยวจิงนั้นกลับมาถึงก่อน มาพร้อมกับเด็กน้อยคนเดิมและเด็กน้อยกว่าอีกคน นี่มันเด็กไปไหม

“วางลงบนโต๊ะเลยเจ้าค่ะพี่เสี่ยวจิง” เด็กแรกเกิดเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น! นางตรวจดูเบื้องต้นพบว่าเด็กน้อยนั้นมีลมในท้องอาจจะร้องไห้เพราะรู้สึกไม่สบายตัว ทั้งเนื้อตัวก็มีรอยแดงจากยุงและมดกัด นางรีบรักษาให้เพราะกลัวเด็กจะเป็นอะไรไปเสียก่อน สุขภาพก็อ่อนแอยิ่งนัก พอร่างเล็กได้รับการรักษาก็หยุดร้องให้และหลับไป

“ข้าเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ที่มาช้าก็เพราะต้องผลัดเปลี่ยนชุดให้เด็กเสียก่อน”

“เด็กอยู่กันตามลำพังหรือเจ้าคะ แล้วพ่อกับแม่เด็กเล่า”

“พ่อนั้นเป็นผู้ใดไม่อาจรู้ แต่แม่นั้นตายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เด็กนี่เลี้ยงน้องเพียงลำพัง ขอทานไปวันๆพอให้ได้ซื้อข้าวมาต้มให้น้องได้กินน้ำจากข้าวต้ม ตัวถึงได้ผอมแห้งเช่นนี้อย่างไรเล่า เจ้าจะทำเช่นไรก็สุดแล้วแต่เจ้าเถิดจิวเหมย เด็กสองคนนี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก ข้าเองก็อดสงสารไม่ได้”

“ไหนบอกพี่สาวสิเด็กน้อย ท่านพ่อของเจ้าเป็นผู้ใดหรือ”

“ข้าไม่มีหรอกเจ้าค่ะ ท่านป้าที่เป็นขอทานเช่นข้าบอกว่าท่านแม่ของข้านั้นเป็นนางโลมข้าก็เลยไม่มีพ่อ” นางสบตากับพี่เสี่ยวจิงแล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียด

“เจ้าชื่อแช่อะไรหรือ”

“ชื่อกุ้ยผิง แซ่หยาง น้องข้าชื่อกุ้ยอันเจ้าค่ะ ข้าอายุสี่ขวบ ส่วนกุ้ยอันอายุสามเดือนเจ้าค่ะ” ในหัวนางคิดไม่ตก ช่วยคนมาก็มากแต่เรื่องนี้นางตัดสินใจเองไม่ได้จริงๆ เพราะเด็กยังตัวเล็กนัก หากจะรับเข้าไปอยู่ที่บ้านก็ต้องให้ท่านพ่อหรือแม่ใหญ่เป็นผู้รับรอง และถึงนางจะเคยเป็นหมอมาก่อนแต่นางเลี้ยงเด็กไม่เก่งนัก

“พี่เสี่ยวจริงไปตามแม่ใหญ่ที่ร้านให้ข้าทีเถิดเจ้าค่ะ แล้วก็หาข้าวมาให้กุ้ยผิงซักชาม” พี่เสี่ยวจิงรับคำแล้วเดินออกไปทางด้านหลังที่เป็นทางเชื่อมไปที่ร้านอาหาร “ส่วนเจ้าก็มานั่งรอตรงนี้กับพี่ดีกว่า พี่ชื่อจิวเหมย แซ่หลิว เจ้ารู้จักพี่เสี่ยวจิงแล้วใช่หรือไม่ คนที่ไปช่วยน้องเจ้าเมื่อครู่นั่นน่ะ” เด็กน้อยพยักหน้าแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆนาง

รอไม่นานแม่ใหญ่ก็เดินมาหาพร้อมกับท่านน้าลู่ไป๋ พอเห็นเด็กน้อยที่นอนอยู่โต๊ะกับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างนางก็คงพอจะเข้าใจได้ว่านางให้พี่เสี่ยวจิงไปตามด้วยเรื่องใด จนนางต้องยิ้มแหยๆที่หาเรื่องมาให้อีกแล้ว

“ข้าจะรับพวกนางเข้าสกุลหลิวเจ้าค่ะ เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับข้ากับฟางเอ๋อร์ แม่ใหญ่คิดเห็นเช่นไรเจ้าคะ ข้าควรทำหรือไม่”

“สุดแล้วแต่เจ้าเถิดจิวเหมย หากเป็นท่านพ่อของเจ้าก็คงคิดเช่นเดียวกับข้า”

“เจ้ากับน้องเล่ากุ้ยผิง อยากมาอยู่กับพี่สาวหรือไม่ ไม่ต้องไปเป็นขอทาน เจ้ากับน้องจะได้กินอิ่มนอนหลับไม่ต้องไปลำบากเช่นนั้นอีก แต่มาอยู่กับพี่สาวก็ต้องช่วยพี่สาวทำงานนะ”

“พี่สาว ฮึก จะให้ข้ากับน้องอยู่ด้วยหรือเจ้าคะ”

“ใช่ มาเป็นครอบครัวเดียวกันกับพี่สาว ต่อไปพี่สาวก็จะเป็นพี่ใหญ่ของพวกเจ้า มีพี่ฟางเอ๋อร์เป็นพี่รอง มีที่ให้วิ่งเล่นสนุกทุกวัน กุ้ยอันก็จะได้ไม่ต้องป่วยจนร้องงอแงเช่นนี้อีก เจ้าจะมาอยู่กับพี่สาวหรือไม่”

“เจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” ถือว่าแม่ของเด็กสอนมาดียิ่งนัก กิริยามารยาทงดงามเรียบร้อย พูดจาอ่อนน้อมจนแม่ใหญ่ถึงกับยิ้มเอ็นดู

“เช่นนั้นเจ้าไปกับพี่เสี่ยวจิงก่อนนะ พี่เสี่ยวจิงเจ้าคะ ช่วยพากุ้ยผิงไปกินข้าวอาบน้ำแล้วก็หาชุดใหม่ให้ด้วย เรียกร้านแพรพรรณมาพบข้าเลยก็ได้เจ้าค่ะ ต้องหาชุดให้กุ้ยอันด้วย”

“ข้ายังเก็บชุดของฟางเอ๋อร์เมื่อยังเด็กไว้ในหีบที่จวน จะให้ไปเอามาทำความสะอาดสักหน่อยก็คงพอใส่ได้”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะแม่ใหญ่ จะได้ไม่ต้องตัดเยอะมากนัก แล้วจะหานมให้กุ้ยอันได้ที่ใดบ้างหรือเจ้าคะ”

“คงต้องเป็นสตรีที่เพิ่งคลอด ไปขอแบ่งน้ำนมจากนางแล้วให้เบี้ยนางไปสักหน่อยก็ย่อมได้”

ท่านน้าลู่ไป๋ให้เงาเป็นคนไปหาแม่นมให้กุ้ยอัน แม่ใหญ่เป็นคนอุ้มกุ้ยอันขึ้นรถม้ากลับบ้านพร้อมนางและไท่หลง วันนี้ร้านอาหารนั้นปิดช้าเนื่องจากยังมีคนมารอทานกันอีกมาก พี่เสี่ยงจิงพากุ้ยผิงกลับไปก่อนแล้ว โชคไม่ดีนักที่วันนี้มีพวกอยากตายมาขวางทางนางในวันที่นางเหน็ดเหนื่อยจนหงุดหงิดเช่นนี้

“พวกเจ้าเป็นคนของสำนักหงไห่ซานใช่หรือไม่ ผู้ใดเป็นผู้จ้างพวกเจ้ามาสังหารพวกข้ากัน”

“หาใช่เจ้าไม่แม่นางน้อย แต่เป็นคุณชายรองจ้าวไท่หลงผู้นั้นต่างหาก เจ้าหลบไปเสียดีกว่า” จ้าวไท่หลงงั้นหรือ! นี่สหายของเขาไปมีเรื่องกับผู้ใด เหตุใดพวกนั้นถึงกับต้องจ้างนักฆ่ามาเอาชีวิตเช่นนี้ “หรือหากคุณชายจ้าวยอมไปกับพวกข้าเสียดีๆก็จะไม่มีผู้ใดต้องบาดเจ็บล้มตาย”

“ไปก็โง่สิ”

“เจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดมาหรือสหาย เหตุใดถึงกับต้องเข่นฆ่ากันเช่นนี้”

“ไม่รู้สิ นอกจากบ้านเจ้า โรงหมอ ร้านอาหาร กลับจวน ข้าก็ไม่ได้ไปที่ใดอีก พวกเจ้าบอกมาเถิดว่าผู้ใดจ้างมา เฮ้ย!” พวกมันไม่สนใจฟังสิ่งใดอีกแล้ว ท่านน้าลู่ไป๋เองก็กระโจนเข้าหาพวกมันพร้อมองครักษ์เงาของจ้าวไท่หลงและเงาของท่านพ่อที่ให้ติดตามนาง วันนี้ดูเหมือนว่าจะมาเยอะกว่าเมื่อวานเสียอีก!

พวกมันหมายจะเอาชีวิตจ้าวไท่หลงจริงๆแต่สหายของนางก็ไม่ยอมให้ถูกจับง่ายๆเช่นกัน นางยืนอยู่ด้านหลังใกล้กับรถม้าและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ลมปราณผสานกับธาตุดำกำลังพรั่งพรูอยากจะปลดปล่อยออกจากตัวนางเต็มที วันนี้องครักษ์เงาตายไปหลายคน ทำให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้ไท่หลงมากขึ้น จนเกือบถูกฟันที่คอ

พวกมันมีเยอะเกินกว่าจะรับมือ เงาเองก็บาดเจ็บหนักกันหลายคน นางเห็นพวกมันคนหนึ่งกำลังจะเสียบกระบี่เข้าที่หลังของท่านน้าลู่ไป๋นางไม่รอช้าส่งธาตุดำพุ่งปะทะมันทันทีก่อนที่มันจะถึงตัวท่านน้า เสียงกรีดร้องโหยหวนของมันดึงความสนใจของพรรคพวกเป็นอย่างดี ยิ่งเห็นสภาพศพของสหาย พวกมันก็ยิ่งตื่นตระหนก

“หลบไป!” เมื่อปราณผสานกับธาตุดำแล้วนั้นนางสามารถสั่งให้มันไปในทิศทางใดหรือขยายวงกว้างมากเท่าใดก็ย่อมได้ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ พวกมันทรุดลงไปดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นจนสิ้นใจไปในสภาพไม่น่าดู “อย่าหวังว่าจะมีผู้ใดรอดกลับไป!” นางบอกให้ทุกคนถอยออกมาก่อนจะเดินไปข้างหน้าแล้วสร้างธาตุดำเหนือหัวพวกมันโดยที่พวกมันไม่อาจรู้ตัว “พวกเจ้ามารนหาที่ตายก็จงตายเป็นศพไร้ญาติให้อีกามาจิกกินเสียเถิด!” พูดจบ ธาตุดำของนางก็หล่นให้หัวพวกมันราวกับฝนห่าใหญ่ สิ้นใจกันไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

“ช้าชักจะกลัวเจ้าแล้วจริงๆนะสหาย”

“เจ้าต้องแจ้งเรื่องนี้แก่ท่านอัครเสนาบดีโดยด่วนนะไท่หลง เรื่องเช่นนี้มิใช่เรื่องปกติเป็นแน่” นางเข้าไปรักษาองครักษ์เงาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหายเป็นปลิดทิ้งก่อนจะสั่งให้เงาที่เป็นของจ้าวไท่หลงกลับไปแจ้งเรื่องนี้แก่นายท่านของจวนสกุลจ้าว บุตรชายคนรองถูกลอบสังหารเช่นนี้ผู้เป็นบิดาคงไม่อยู่เฉยเป็นแน่

“ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เองไท่หลงที่พวกมันอยากเอาชีวิต แล้วก็มาโบ้ยให้ข้า เหอะ”

“ข้าจะรู้ได้เช่นไรเล่าขอรับท่านน้าว่าจะมีคนหมายเอาชีวิตเช่นนี้”

“กลับบ้านกันเถิด ศพเกลื่อนเช่นนี้ยังจะอยากอยู่ที่นี่อีกหรือ” โชคดีที่วันนี้ไท่หลงกับท่านน้าไม่ได้รับบาดเจ็บ

คล้อยหลังรถม้าคันใหญ่แล่นออกไป คนผู้หนึ่งที่หลบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกลนักก็เผยตัวออกมาพร้อมกับชายอีกสองคน

“นางเป็นผู้ใช้ธาตุเช่นนั้นหรือ บุตรสาวตระกูลใดกัน”

“คุณหนูใหญ่ของจวนตระกูลหลิว หลิวจิวเหมย บุตรสาวของท่านแม่ทัพหลิวตงเฉินขอรับ”

“เช่นนั้นหรือ จวนตระกูลหลิวไม่ได้อยู่เส้นทางนี้มิใช่หรือ”

“ขอรับ นางออกมาสร้างบ้านใหม่ตรงพื้นที่ติดกำแพงเมืองขอรับ มีฮูหยินใหญ่กับคุณหนูหลิวฟางเอ๋อร์มาอยู่ด้วย ทั้งยังมีคนงานที่ปลูกเรือนอยู่ในรั้วเดียวกันอีกมากขอรับ”

“ท่านแม่ทัพอยู่ชายแดน เช่นนั้นข้าควรจะไปเยี่ยมเยียนฮูหยินจ้าวกับแม่นางหลิวผู้นั้นสักหน่อยแล้ว”

อีกไม่นานคงได้พบกัน หลิวจิวเหมย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.871K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4265 J-U-N (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:31
    ใครอีกว่าสาร?
    #4,265
    0
  2. #4044 yukai (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 09:14

    ขอบคุณ
    #4,044
    0
  3. #4030 poppular9515 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 16:12
    รู้สึกอยากได้ น้าไป๋เข้ามาเป็นเรือลำใหม่555
    #4,030
    0
  4. #3922 Nuthathai Por (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:19

    ใครอีกละเนี่ย เรื่องวิ่งเข้าหาไม่จบสิ้นจริง ๆ

    #3,922
    0
  5. #3762 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 21:58
    ดีใจกับเด็กน้อย แต่ใครอีกนั่น
    #3,762
    0
  6. #3731 parnpiglet (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 00:14
    องครักษ์เงาที่มีอยู่ไม่ได้เข้ามาช่วยตอนถูกโจมตีเลยหรอคะ TT
    #3,731
    0
  7. #3213 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 09:30
    ใครอีกว่ะเนื่ย
    #3,213
    1
    • #3213-1 แอม (จากตอนที่ 26)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 12:48
      ถ้ามาร้ายขนาดนี้คงญาติดีกันไม่ได้แล้ว ต่อให้ยิ่งใหญ่ก็อย่าเอาไว้จิวเหมย
      #3213-1
  8. #2635 Pom_Mark2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:01
    คิดค่ะเด็กแค่4ขวบกับ3เดือนน่ะค่ะถ้าปล่อยไปอยู่กันตามลำพังนี้สองสามวันก็ตายแล้วมังเด็กถ้าเลี้ยงดีก็ดีไปแต่ถ้าเลี้ยงใม่ดีก็ว่าไปยัง
    #2,635
    1
    • #2635-1 Pom_Mark2(จากตอนที่ 26)
      8 สิงหาคม 2562 / 00:02
      *อย่าง
      #2635-1
  9. #2313 PPruedee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:38
    เกินไปอ่ะ สงสารก้รับมาเป็นคนในตระกูล มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นก้ไม่แปลกแล้วถ้าอนาคตจะมีตระกูลสายรองเลวๆ เพราะนี่เป็นใครก็ไม่รู้แต่รับมาง่ายๆ ต่อให้เป็นเด็กก็เถอะ
    #2,313
    1
    • #2313-1 ChaTzar(จากตอนที่ 26)
      21 สิงหาคม 2562 / 17:53
      ก็ไม่เกินไปนะคะคนที่เรารู้จัก พ่อแม่เขารับมาจากบ้านเด็กกำพร้าเอามาสืบสกุลบ้านรวยมาก แต่สันดานก็คือโจรเลย ยาพนันผู้หญิง เห็นแล้วอนาจใจแทน
      #2313-1
  10. #2122 May Fun'O (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 13:00
    งงกับตรรกะว่าเจอเด็กที่ไหนรับมาเป็นคนในตระกูล?

    แค่มาเป็นคนงาน เลี้ยงดู ก็พอแล้วไหม. นางเอกโลกสวยเว่อ เด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้า. wtf
    #2,122
    2
    • #2122-1 pmsrisermsin(จากตอนที่ 26)
      21 สิงหาคม 2562 / 11:20
      รับมาเป็นคนงานไม่ได้ค่ะเค้ากฌบอกอยู่ว่ารับเด็กมาต้องมีคนรับรอง
      #2122-1
    • #2122-2 ChaTzar(จากตอนที่ 26)
      21 สิงหาคม 2562 / 17:56
      สมัยนั่นเค้าก็ต้องมีกฎมั้งคะ รู้แต่ว่าถ้าจะเปลี่ยนแซ่ต้องอิงแซ่กันที่จีน เมื่อก่อนแซ่ไม่ได้ซ้ำกันเยอะแต่ปัจจุบันก็คือแซ่เฉินไป50%แล้วมั้ง5555
      #2122-2
  11. #1641 kimurakung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 21:59
    น่าสงสารเด็กน้อย2 คน แต่ถึงขนาดจะเลี้ยงเป็นน้องเลยเหรอ ใจดีเว่อร์
    #1,641
    0
  12. #1586 เมมฟิส (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 11:40
    ใครอ่ะ

    คนบงการรึเปล่า
    #1,586
    0
  13. #1506 Princesseden (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 23:46
    ใครอีกว่ะเนี้ย
    #1,506
    0
  14. #1409 chanchan123 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 13:35
    ร้องไห้ สงสารเด็กร้อยสองคนแท่ตายพี่สาวแค่สี่ขวบต้องเลี้ยงน้องอายุสามเดือนอนาถใจ ดีที่ได้รับความช่วยเหลือ ว่าแต่ใครมาอีกอ่ะ
    #1,409
    0
  15. #1394 เหม่ยเหริน(美仁) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 18:34
    พี่หยางกลับม๊าาา น้องโดนหมายหัวแล่วววว
    #1,394
    0
  16. #1079 ลูซิเฟอร์ คิง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 12:55
    อ่าวใครอีดเนี้ยยยอย่าวองนะว่ายะมาชิงตำแหน่งพระเอกอะะ​ สนุกมากรอๆค่า
    #1,079
    0
  17. #1077 maxnec120617 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 12:15

    รอตอนต่อไป
    #1,077
    0
  18. #1054 phrnphak (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:31

    ขอบคุณค่ะไรท์ที่เขียนนิยายดีๆให้อ่าน
    เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นมาแล้วจากที่ปูทางมาเรื่อยๆก็พัฒนาความเข้นข้นขึ้นโดยส่วนตัวชอบนะอ่านแล้วคลายเครียดดีไม่ต้องคิดรัยมากมายสนุกค่ะ
    เราชอบนางสวย​ เก่ง​ และรวยมากเรื่องเงินเรื่องทองขอให้บอกนางอยากจะให้หัวใจห้าดวงเลยค่ะ
    #1,054
    0
  19. #1043 chalita80428 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 06:41
    ใครอ่ะ?
    #1,043
    0
  20. #1042 anntar1991 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 06:20
    รอนะคะ
    #1,042
    0
  21. #1040 กาลคร้งหนึ่ง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:44

    ใคร???
    #1,040
    1
    • #1040-1 phrnphak(จากตอนที่ 26)
      30 มิถุนายน 2562 / 08:11

      ค่อยๆเข้มข้นแล้วอ่านรวดเดียวถึงตอนปัจจุบันเลยไรท์พัฒนาเรื่องขึ้นเยอะเลยจากปูทางเรื่อยๆก็เริ่มเข้มข้นขึ้นชอบนะสนุกดีอ่านแล้วคลายเครียดดีค่ะไม่ต้องคิดเยอะ​ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
      #1040-1
  22. #1039 Bjakx (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:10

    ถื่อว่าค้างดีๆพยายามเข้าเด้อไรท์~
    #1,039
    0
  23. #1038 kan_wang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:45
    ใครอะใครรร เขาเป็นใครรร
    #1,038
    0
  24. #1036 Mameaw555 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 21:36
    อย่าทำร้ายพี่หยางเลย พี่หยางมาจองก่อนใครเลยน่ะ
    #1,036
    0
  25. #1032 เฟิน (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 20:26

    จะมีเรือเพิ่มหรอ พร้อมขึ้นเรือใหม่นะ จะองค์ชาย รัชทายาท อ่อง ก็จัดมาาาา

    #1,032
    0