หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 25 : ท่านหมอหลิว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,293 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

งานประลองวันสุดท้ายจบลงไปแล้ว ผู้ชนะเป็นชายร่างสูงใหญ่ชาวแคว้นซาน ของรางวัลเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองและไข่มุกพันปีหนึ่งเม็ด ของล้ำค่าที่ผู้ใดเห็นก็ตาลุกวาวแม้แต่ตัวนางเอง หากได้มาทำยาที่ท่านตาสอนมาคงจะดีไม่น้อย และคงช่วยชีวิตคนใกล้ตายได้อีกหลายคน

โรงหมอของนางตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ช่างไม้เร่งทำให้อย่างสุดความสามารถ สองวันสุดท้ายของงานประลองนั้นนางไม่ได้ไปขายของเนื่องจากต้องเตรียมสมุนไพรไว้สำหรับเปิดโรงหมอ นางกับจ้าวไท่หลงแล้วก็ท่านน้าลู่ไป๋ตระเวนหาซื้อสมุนไพรที่อยากได้จนทั่วเมืองหลวง ซึ่งนางก็โชคดีที่ได้มามากพอตามต้องการ

ท่านแม่มาเตือนให้นางเข้าไปดูดซับเวทย์บริสุทธิ์ในมิติไม่ให้ขาด เพราะหากนางเปิดโรงหมอแล้วนั้นนางจะต้องใช้ปราณจำนวนมากเพื่อรักษาผู้คน นางก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี หากพอมีเวลาว่างก็หลอมสมุนไพรสกัดเป็นเม็ดไว้ใช้รักษา ท่านตาสอนมาเช่นไรนางจดจำได้ไม่เคยลืม จนกว่าจะถึงวันเปิดโรงหมอนางคงมียามากพอจะขาย

“ข้าไปป่าวประกาศให้เจ้าแล้วนะว่าอีกสองวันเจ้าจะเปิดโรงหมอ และเจ้าจะรักษาโดยไม่เก็บเงิน”

“เจ้าว่าจะมีคนมารักษากับข้าหรือไม่ไท่หลง ข้ายังเป็นเพียงเด็กน้อยเองนะ”

“เช่นไรก็ต้องมีสักคน อย่างน้อยก็พวกขอทานหรือคนยากคนจนที่ไม่มีเงิน ยามเจ็บป่วยพวกเขาก็พึ่งพาเพียงสมุนไพรเท่านั้น หากมีเจ้ามาตรวจให้โดยไม่คิดเงินมีหรือจะไม่อยากมา”

“ข้าไม่มั่นใจเอาเสียเลย”

“ท่านแม่ทัพเองก็ให้คนไปปล่อยข่าวว่าเพราะเจ้าเป็นผู้รักษา หลิวฟางเอ๋อร์จึงได้หายจากโรคร้าย อย่างไรข้าว่าก็ต้องมีคนมาให้เจ้ารักษาเป็นแน่ แล้วนี่คือสิ่งใดหรือ”

“สมุนไพรที่ข้าสกัดเป็นเม็ดไว้ ในกระปุกนี้มีทั้งหมดสามสิบเม็ด เป็นยารักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อีกกระปุกรักษาอาการไข้ อีกกระปุกแก้อาการท้องเสีย ข้าเขียนไว้ที่หน้ากระปุกแล้วอย่างไรเล่า” นางให้ช่างไม้ทำกระปุกใส่สมุนไพรจากไม้ไผ่ให้ อันเล็กพกพาง่ายและสามารถเปิดปิดได้ “ความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน” นางค้นพบโดยบังเอิญว่าธาตุขาวของนางสามารถทำให้ตัวสมุนไพรที่สกัดออกมาแล้วนั้นมีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

“เจ้าทำไว้มากมายเช่นนี้เลยหรือ”

“ใช่ หากสมุนไพรดีผู้ใดจะไม่อยากได้ ข้าจะขายราคาเดียวกันไม่ว่าผู้ใดจะซื้อ”

“เจ้าจะให้ผู้ใดไปช่วยเจ้าที่โรงหมอเล่า”

“พี่เสี่ยวจิง แล้วก็คนที่ท่านพ่อหามาให้อีกคน เขามีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี” อันที่จริงท่านพ่อนั้นไม่เคยปรามสิ่งใดนางเลย ไม่ว่านางอยากทำสิ่งใดท่านพ่อก็ยอมรับและสนับสนุนเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นนั้น เพียงนางเอ่ยปากว่าอยากได้ผู้ที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรมาทำงานที่โรงหมอด้วยท่านพ่อก็หามาให้นางโดยเร็ว

“เจ้าอยากให้ข้าช่วยสิ่งใดอีกหรือไม่ ข้าคงไม่ได้เข้าไปช่วยเจ้าที่โรงหมอในช่วงเช้าของทุกวันเลยนะ”

“หาต้นสมุนไพรมาให้ข้า ยิ่งเป็นสมุนไพรที่หายากยิ่งดี สมุนไพรที่ข้าปลูกในไว้ในสวนตอนนี้เป็นเพียงสมุนไพรที่หาได้ทั่วไปเพียงเท่านั้น ข้าอยากได้สมุนไพรที่มีสรรพคุณมากกว่านี้ หากข้าสามารถปลูกได้เองจะดีมาก”

“เช่นนั้นข้าจะปรึกษาท่านพ่อดูว่าพอจะมีที่ใดหรือไม่”

“เจ้ามาทำงานกับข้าเช่นนี้ท่านน้าไม่ว่าหรือ”

“จะว่าอันใดเล่า เห็นดีเห็นงามเสียมากกว่า ข้าจะได้รู้จักทำมาหากินไม่แบมือขอเงินท่านพ่อท่านแม่ไปวันๆ ท่านพ่อบอกข้าว่าการทำงานก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ข้าจะได้รู้จักคิดเป็นทำเป็น มันมีแต่จะเป็นประโยชน์กับข้า เหตุใดพวกเขาถึงจะห้ามกันเล่า ยิ่งมาทำงานกับเจ้ายิ่งไม่ต้องมีสิ่งใดกังวล”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าก็กังวลอยู่ว่าท่านน้าจะว่าเจ้าได้ที่ออกจากจวนได้ทุกวันเช่นนี้”

“หากเรียนกับท่านอาจารย์เสร็จข้าจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ พี่ใหญ่บอกข้าว่าอีกไม่ถึงสามวันจะต้องเดินทางกลับชายแดนแล้ว ท่านแม่ทัพก็เช่นกันใช่หรือไม่”

“ใช่ ท่านพ่อบอกข้าไว้แล้ว ข้าก็เลยเร่งทำสมุนไพรพวกนี้อย่างไรเล่า จะได้ให้ท่านพ่อเอาไปชายแดนด้วย หากเกิดเจ็บป่วยจะได้มีไว้ทานเพื่อรักษาตัว แม้จะมีท่านหมออยู่แล้วข้าก็ยังเป็นห่วง” ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ถึงได้รีบเร่งกลับชายแดนกันเช่นนี้ นางเองก็ไม่ได้ถามสิ่งใดมากนักเพราะหากบอกได้ท่านพ่อคงบอกนางแล้ว

“เสี่ยวหู่! เจ้าเลิกมากัดชุดข้าได้หรือไม่” ชุดเขาขาดเพราะเจ้าพยัคฆ์น้อยนี่ไปหลายตัวแล้วนะ “เหตุใดมันชอบมากัดชุดของข้านักกันเล่าจิวเหมย เจ้าปล่อยให้มันอดอยากหรืออย่างไร”

“มันชอบเจ้าอย่างไรเล่าไท่หลง เจ้าก็เล่นกับมันหน่อยเถิด”

“เล่นงั้นหรือ เล่นจนชายชุดข้าขาดเป็นรูหมดแล้ว คราก่อนท่านแม่ถึงกับเรียกข้าไปดุเชียวนะ”

“ฮ่าๆ พอได้แล้วเสี่ยวหู เดี๋ยวชุดคุณชายจ้าวเขาพัง ออกไปวิ่งเล่นข้างนอกก่อนไป”

“เชื่องแค่กับเจ้าผู้เดียวจริงๆ” เมื่อเสี่ยวหู่ออกไปวิ่งเล่นที่สวนอย่างที่มันชอบ นางก็ให้ไท่หลงช่วยคัดสมุนไพรที่จะใช้แยกเป็นกองไว้ ช่วงนี้นางไม่ต้องไปช่วยงานที่ร้านอาหารแล้วเพราะพี่เสี่ยวอิงคุมได้ ท่านลุงเหวินกับท่านป้ากงเองก็ฝีมือพัฒนาขึ้นมาก ลูกค้าก็ยังเข้าต่อเนื่องและขายหมดทุกวัน ด้วยเพราะมีเตาที่ทำให้อาหารอุ่นร้อนอยู่ตลอดเวลาก็เลยสามารถขายได้นานและเยอะขึ้น นางนับเงินอย่างเป็นสุขทุกวัน

“ท่านน้าลู่ไป๋ไปซื้อที่เพิ่ม เจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่”

“รู้แล้ว ที่ดินแถวนี้เป็นของข้าจนเกือบหมดแล้วกระมัง” แล้วท่านน้าก็เริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ของตนเองแล้วเช่นกัน ห่างจากบ้านหลังเดิมไม่มากนัก ส่วนบ้านหลังนั้นท่านน้าจะยกให้ไท่หลงเผื่อว่าวันใดอยากจะมาค้างที่นี่

“เจ้าช่วยเหลือผู้คนไว้มากจิวเหมย ขอทานพวกนั้นก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะมาทำงานกับเจ้า”

“พวกเขาไว้ใจได้และซื่อสัตย์จนข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่าจะได้คนงานดีๆเช่นนี้มาทำงานด้วย”

ทุกคนดีกับนางมากทั้งยังมีความคิดเล็กๆน้อยๆมาเสนอนางอยู่ตลอด อย่างเช่นเลี้ยงสัตว์ไว้ทานเองแต่นางให้เลี้ยงได้แค่ปลากับไก่ เพราะสัตว์ใหญ่เช่นหมูและวัวนั้นนางไม่อยากให้พวกเขาต้องฆ่ามันเอง นางยังคงยืนยันว่าควรซื้อจากตลาดเช่นเดิม ทุกคนก็ฟังความเห็นนางและเริ่มที่จะขุดบ่อเลี้ยงปลากับทำเล้าไก่ตามแบบที่นางเป็นคนแนะนำ

พันธุ์ปลากับไก่นั้นท่านพ่อเป็นผู้หามาให้ ไก่สิบคู่ทีเดียว นางเห็นถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก ต่อไปคงมีไก่กับไข่กินโดยไม่ต้องซื้อเช่นกันกระมัง ตอนนี้พ่อบ้านหม่าก็แทบจะไปกลับระหว่างบ้านนางกับจวนเป็นว่าเล่น แต่จวนนั้นถ้าหากท่านพ่อไม่อยู่ก็เหมือนจวนร้างไปแล้วแม้จะมีบ่าวอยู่เต็มจวนก็เถอะ

“ช่วงนี้ท่านแม่ไอหนัก อาจจะเพราะอากาศเปลี่ยนและเข้าช่วงต้นฤดูเหมันต์แล้ว”

“เช่นนั้นเอาสมุนไพรแก้ไข้นี่กลับไปให้ท่านน้าลองทานดูนะไท่หลง หากไม่ดีขึ้นข้าจะไปดูอาการให้”

“ได้ๆ ข้าจะบอกท่านแม่ให้นะ”

“เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปเถิด เอาสมุนไพรกลับไปสักสิบเม็ด เอาไว้ข้าจะทำใส่กระปุกให้อีก”

“ขอบใจนะจิวเหมย” เมื่อสหายกลับไปแล้วนางก็ตั้งหน้าตั้งตาหลอมสมุนไพรเพื่อสกัดเป็นเม็ดออกมาให้ได้มากที่สุด ขั้นตอนนี้แม้จะต้องใช้ปราณมากแต่เพราะปราณของนางแข็งแกร่งขึ้นทุกวันจึงใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหมดให้เป็นลมหมดสติ

สองวันต่อมานางก็ได้ฤกษ์เปิดโรงหมอ ท่านพ่อเป็นผู้เปิดโรงหมอให้นางเพื่อเป็นสิริมงคล มีท่านน้าจากจวนตระกูลจ้าวมาร่วมยินดี ได้ยินว่ายาที่นางให้ไท่หลงเอากลับไปให้ฮูหยินจ้าวนั้นเห็นผลดียิ่งนัก วันนี้ก็เลยมาขอบคุณนางด้วยตนเอง เมื่อชาวบ้านรับรู้ว่าโรงหมอเปิดใหม่เป็นของบุตรสาวท่านแม่ทัพต่างก็มาเข้าแถวเพื่อรอตรวจกับนางกันมาก

“เชิญขอรับ โรงหมอหลิวรักษาโดยไม่คิดเงินขอรับ หากต้องการซื้อสมุนไพรเชิญอีกด้านนะขอรับ” จ้าวไท่หลงเองในฐานะหุ้นส่วนของนางก็มาช่วยคัดกรองผู้มาตรวจเช่นกัน ผู้ใดต้องการซื้อสมุนไพรก็ให้แยกไปหาพี่เอ้อหลาง ชายที่ท่านพ่อหามา หากต้องการตรวจกับนางก็ให้นั่งรอตามคิวที่พี่เสี่ยวจิงเป็นผู้แจกจ่ายแผ่นไม้ที่มีตัวหนังสืออยู่ในนั้น หากชาวบ้านผู้ใดอ่านไม่ออกก็จะมีพี่เสี่ยวจิงคอยตามดูแล

คนไข้คนแรกของนางเป็นท่านปู่ผู้หนึ่งที่บ่นปวดเข่าไม่หาย อาจจะเพราะอายุที่มากขึ้นและน้ำหนักตัว นางตรวจโดยใช้ธาตุขาวเข้าไปช่วยรักษาเพียงไม่นานชายชราก็ร้องออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจที่เข่าของเขานั้นหายปวดเสียที ส่วนมากที่มารักษาวันนี้ก็ไม่ได้มีผู้ใดอาการหนักหนานัก เพียงปวดเมื่อยตามประสาผู้มีอายุเท่านั้น

“สมุนไพรของเจ้าขายดีมากจิวเหมย ท่านปู่ที่ออกไปคนแรกนั้นเล่าอย่างออกรสเชียวล่ะว่าเข่าที่ปวดมานานนั้นหายแล้วเพียงเพราะมารักษากับเจ้า ยิ่งท่านแม่ของข้าบอกว่าสมุนไพรของเจ้าทำให้หายไอได้เพียงข้ามคืนต่างก็มีคนมาต่อแถวซื้อมากมายไปหมด เจ้าได้นับเงินจนเหนื่อยเป็นแน่”

“เรื่องนับเงินข้าไม่เคยเหนื่อยหรอกไท่หลง” ยิ่งเยอะก็ยิ่งดีนะสิ

“เชื่อข้าเถิด พวกชาวบ้านคงไปพูดกันปากต่อปากเป็นแน่ วันพรุ่งเจ้าอาจจะไม่ได้พักเลยเชียวนะ”

แล้วก็เป็นจริงเช่นสหายพูด เพราะวันต่อมานั้นมีผู้คนมารักษากับนางมากมายจริงๆ ทั้งวัยหนุ่มสาวหรือวัยชรา พวกขอทานก็มีมามาก นางเองก็รักษาให้กับทุกคน และนางพบว่ามีผู้ที่ถูกพิษอยู่มากทีเดียว นางรักษาโดยใช้ธาตุขาวในการรักษาเพียงอย่างเดียวและไม่รักษาจนหายภายในวันเดียวเช่นกัน แต่บอกให้พวกเขากลับมาในวันต่อไปจนกว่าร่างกายจะขับพิษออกมาจนหมด บางคนเชื่อบางคนไม่เชื่อ ซึ่งนางก็ห้ามความคิดของผู้อื่นไม่ได้

ส่วนขอทานนั้นส่วนมากเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ปวดท้องหนักจากอาการท้องร่วงเพราะรับประทานอาหารเน่าบูด นางเพียงรักษาให้อาการทุเลาเท่านั้นเพราะหากหายเป็นปลิดทิ้งพวกเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันเป็นอันตรายกับตนเอง พวกเขาจะได้ระมัดระวังตนเองมากขึ้น หากเป็นไข้ธรรมดานางก็รักษาให้จนอาการบรรเทาเช่นกัน

ที่นางไม่รักษาให้หายขาดในบางโรคนั้นนางตระหนักได้ว่า ไม่มีหมอผู้ใดที่จะรักษาโรคให้หายขาดได้เพียงวันเดียวนอกเสียจากหมอเทวดา นางนั้นไม่ได้อยากเป็นหมอเทวดาเพราะมันจะนำภัยมาถึงตัว แต่หากรักษาโดยบรรเทาอาการนั้นคงจะไม่มีผู้ใดสงสัยแม้นางจะเป็นเพียงเด็กก็ตาม

เข้าวันที่ห้าหลังจากเปิดโรงหมอ คนมารักษาแน่นจนล้นออกไปด้านนอก จ้าวไท่หลงถึงกับหัวหมุนในการช่วยพี่เสี่ยวจิงจัดแถวผู้มารอ สมุนไพรของนางเองก็ขายดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านพ่อเดินทางกลับชายแดนได้สองวันแล้ว พี่หยางมาร่ำลานางถึงโรงหมอและนางก็มอบสมุนไพรที่นางเตรียมไว้ให้หนึ่งกระปุก หวังว่าทั้งสองจะไม่เจ็บไม่ไข้ให้ต้องเป็นห่วง

“เจ้ามาพักทานข้าวสักหน่อยเถิดจิวเหมย”

“แต่คนยังเยอะอยู่นะ”

“ให้รอก่อน เจ้าใช้ปราณช่วยในการรักษาไปมาก หากไม่พักบ้างเกรงว่าผู้ที่จะถูกรักษาเสียเองจะเป็นเจ้า ท่านน้าลู่ไป๋เอาข้าวมาให้แล้ว เจ้าก็กินสักหน่อยเถิด ข้าจะไปขายสมุนไพรต่อ” เรื่องกินคงไม่ต้องถามสหายของนางหรอก จ้าวไท่หลงแอบหายไปที่ร้านอาหารอยู่บ่อยครั้ง กินทั้งวันจนนางคร้านจะห้ามแล้ว

“ผู้คนมามากขึ้นทุกวัน เจ้าไหวหรือไม่จิวเหมย”

“ไหวเจ้าค่ะท่านน้าลู่ไป๋ เพียงแค่นี้ไม่ได้หนักหนาเท่าใดนัก” นางเคยตรวจทหารทั้งกองทัพมาแล้ว แค่นี้น่ะสบายมาก “ข้ามีเรื่องจะถามท่านน้าสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้สิ เรื่องใดหรือ”

“เมื่อวันงานประลองวันที่สี่ ท่านหายไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ ท่านพ่อกับพี่หยางเองก็หายไปเช่นกัน” ที่นางสงสัยนั้นเพราะนางเป็นคนเอาอาหารไปให้พี่หยางถึงข้างในงานประลองแต่รองแม่ทัพเจียงบอกนางว่าพี่หยางไปกับท่านพ่อและคงไม่กลับเข้ามาแล้ว ประจวบเหมาะกับท่านน้าเองก็หายไปหลังจากที่นางเอาอาหารไปให้พี่หยาง กลับมาที่ร้านก็ไม่เห็นเสียแล้ว พอตกเย็นท่านพ่อกับท่านน้าลู่ไป๋นั้นกลับมาที่บ้านของนางพร้อมกัน หากไม่ไปด้วยกันก็คงบังเอิญ

“ไปจัดการเรื่องบางอย่างมา แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ไม่มีสิ่งใดเป็นอันตราย”

“เกี่ยวกับพรรคของท่านน้าหรือเจ้าคะ”

“ใช่ เช่นนั้นก็บอกเจ้าเลยก็แล้วกันว่าข้าอาจจะต้องกลับไปที่พรรคซักระยะ แต่ไม่นาน”

“ได้สิเจ้าคะ ร้านอาหารก็เข้าที่เข้าทางดีแล้ว คงไม่มีเรื่องให้กวนใจอีก ว่าแต่ ข้าสงสัยว่าเหตุใจตำแหน่งประมุขของท่านน้าจึงมีหมดวาระด้วยเล่าเจ้าคะ มิใช้ต้องเป็นจนสิ้นชีพเลยมิใช่หรือ”

“ก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ข้านั้นอยากออกท่องยุทธภพมากกว่าการนั่งสะสางงานของพรรคอยู่ในห้อง มันช่างจำกัดอิสระของข้าจนไม่อาจทนได้อีกแล้ว ข้าได้ตำแหน่งนี้ต่อจากท่านพ่อของข้า หากมันจะเปลี่ยนมือข้าก็อยากให้ผู้ที่ข้าไว้ใจและเหมาะสมขึ้นมารับตำแหน่งแทน ก่อนที่ข้าออกจะเดินทาง”

“ท่านน้าจะไปแล้วหรือเจ้าคะ”

“ยังหรอกจิวเหมย จนกว่าเจ้าจะถึงวัยปักปิ่นข้าจะทิ้งเจ้าไปได้เช่นไร”

“ไม่แน่ว่า หากถึงเวลานั้นข้าอาจจะขอตามท่านน้าไปด้วยก็เป็นได้เจ้าค่ะ ข้าอยากออกไปช่วยเหลือผู้คนหากร่วมเดินทางกับท่านน้าเห็นทีท่านพ่อคงจะไม่ห้าม” ตอนนี้นางยังเด็กเกินกว่าจะเดินทางรอนแรมไปต่างถิ่น อีกทั้งวรยุทธ์ที่จะช่วยเอื้อต่อการใช้ธาตุดำในการต่อสู้ก็ยังไม่มี นางยังต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อมอีกมาก

นางทานข้าวเสร็จก็ทำการตรวจรักษาต่อ ชาวบ้านบางคนก็เป็นปอดบวมบ้าง โรคกระเพาะอาหารบ้าง ความดันก็มี ถือว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงเท่าใดนัก นางรักษาได้สบายๆไม่เปลืองแรง บางคนคิดว่าตัวเองปวดเมื่อยก็มารักษาแต่นางตรวจแล้วมันมากกว่าปวดเมื่อยนัก

รายสุดท้ายของวันเป็นหญิงสาวที่มาตรวจเพราะมีอาการอาเจียนหนักกินอะไรไม่ได้ แม่นางผู้นี้เดินหน้าซีดเข้ามาพร้อมกับผู้เป็นสามี นางซักถามเบื้องต้นแล้วพบว่านางแม่ผู้นี้กำลังตั้งท้องได้เพียงเจ็ดสัปดาห์เท่านั้น สองสามีภรรยาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็กอดกันกลมอย่างดีใจเพราะผู้เป็นสามีบอกว่าพยายามอยากมีลูกกันมานานแล้ว

“ต้องระมัดระวังเรื่องการเดินเหินของแม่นางด้วยนะเจ้าคะ อาจจะอยากกินของแปลกไปบ้างแต่หากไม่เป็นอันตรายก็สามารถทานได้แต่ไม่ควรทานมากนัก ข้าจะเขียนเทียบยาให้ ท่านจะไปซื้อที่อื่นหรือจะซื้อที่นี่ก็ได้เจ้าค่ะ” นางเขียนชื่อสมุนไพรบำรุงสำหรับสตรีตั้งครรภ์ให้สองสามีภรรยาแต่พวกเขายืนยันว่าจะซื้อที่นี่นางก็เลยให้ไปรับสมุนไพรที่ไท่หลงกับพี่เอ้อหลาง “ข้ายินดีด้วยนะเจ้าคะ”

“ขอบพระคุณท่านหมอหลิวเจ้าค่ะ พวกข้านั้นแม้จะพอมีพอกินแต่หมอท่านอื่นนั้นคิดค่ารักษาหลายตำลึงทอง พวกข้าอยากจะเก็บเงินไว้เลี้ยงชีพมากกว่าจะสิ้นเปลืองเช่นนั้นเจ้าค่ะ”

“ใช่ขอรับ พอได้ยินว่ามีโรงหมอของท่านแม่ทัพรักษาโดยไม่คิดเงิน ข้ากับเมียก็เลยมากันนี่แหละขอรับ”

“ท่านหมอยังเด็กนักแต่ช่างเก่งกาจสมคำร่ำลือยิ่งนักเจ้าค่ะ”

“สมคำร่ำลือหรือเจ้าคะ นี่มีเรื่องไปลือกันด้วยหรือ”

“เจ้าค่ะ ผู้ใดต่างก็พูดกันว่าท่านเป็นหมอเทวดา รักษาเพียงครั้งเดียวก็หายเจ็บหายปวด อีกทั้งสมุนไพรของท่านหมอก็ดียิ่ง ทานเพียงเม็ดเดียวความเจ็บป่วยที่เคยมีก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยเจ้าค่ะ”

“ผู้คนถึงมากันมากมายเช่นนี้อย่างไรเล่าขอรับ”

“คนลือกันเกินจริงเจ้าค่ะ ข้าเพียงใช้สมุนไพรชั้นดีเท่านั้นหาได้วิเศษเช่นนั้นไม่ หากผู้ใดทานแล้วหายเจ็บหายป่วยข้าก็ย่อมยินดี หากแต่กล่าวว่าเป็นหมอเทวดาก็ดูจะเกินจริงไปสักนิด แม่นางกลับไปพักเถิดเจ้าค่ะ หากเกิดอาการใดผิดปกติให้มาหาข้าโดยเร็วเลยนะเจ้าคะอย่าปล่อยไว้เป็นอันขาด”

“ได้เจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านหมอมากนะเจ้าคะ” สองสามีภรรยาออกจากห้องไปนางก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด นี่มีคนลือไปขนาดนั้นเชียวหรือ ทำนางปวดหัวเลยนะเนี้ย

“ปิดโรงหมอแล้วจิวเหมย ไม่มีผู้ใดมาตรวจแล้ว”

“เจ้าได้ยินเรื่องที่ชาวบ้านลือกันเรื่องข้าหรือไม่ไท่หลง”

“เรื่องใดหรือ ข้าก็อยู่ในโรงหมอกับเจ้าแทบทั้งวันจะไปได้ยินข่าวลือจากที่ใดได้เล่า”

“เช่นนั้นก็ช่างเถิด สมุนไพรใกล้หมดแล้วหรือยัง เจ้าได้ตรวจดูหรือไม่ข้าจะได้เอาจากที่บ้านมาเติมในวันพรุ่ง”

“ยังมีอีกเยอะแต่ก็ขายได้เยอะเช่นกัน เจ้าขายเหมือนแจกเช่นนั้นเป็นข้าคงซื้อไปหมดแล้ว เจ้าจะกลับบ้านเลยหรือไม่ข้าจะได้ตามไปทานมื้อเย็นด้วย หิวมากเลยตอนนี้”

“เช่นนั้นก็กลับกันเถิด ที่ร้านอาหารคงกลับกันหมดแล้ว” นี่มันก็เย็นย่ำแล้ว เราทั้งหมดกลับบ้านพร้อมกันโดยรถม้าที่ท่านน้าลู่ไป๋เอากลับมารับ จ้าวไท่หลงขี่ม้าตามมาติดๆ พี่เอ้อหลางเองก็ไปพักที่โรงนอนคนงานภายในบ้านของนางเช่นกัน วันนี้นางเมื่อยตัวไม่น้อย ร่างเด็กน้อยเช่นนี้ทำอะไรก็เหนื่อยง่าย

“มีคนตามเรามาจิวเหมย หากเกิดสิ่งใดขึ้นเจ้าต้องรออยู่ในรถม้าเข้าใจหรือไม่”

“เป็นผู้ใดหรือเจ้าคะพี่เสี่ยวจิง!

“ไม่อาจรู้ได้ ท่านลู่ไป๋เตรียมตัวไว้ด้วยเจ้าค่ะ”

“แล้วไท่หลงเล่าเจ้าคะ” ไม่ทันที่นางจะได้คำตอบ เสียงสหายของนางก็สบถออกมาคำโต พี่เสี่ยวจิงบอกให้นางอยู่แต่ในรถกับพี่เอ้อหลางแล้วกระโจนออกจากรถม้าไป นางรับรู้ได้ว่ารถม้านั้นเคลื่อนที่เร็วขึ้นพร้อมกับได้ยินเสียงกระบี่ดังเล็ดลอดเข้ามา นางให้พี่เอ้อหลางหมอบลงกับพื้นพร้อมกับนางเพราะหนังจีนกำลังภายในที่เคยดูนั้นอาวุธอีกอย่างที่น่ากลัวคือธนู ยังไม่ทันขาดคำก็มีธนูอันแหลมคมปักทะลุเข้ามาในรถม้าถึงสองดอก

เสียงต่อสู้ด้านนอกยังคงดังให้ได้ยินในขณะที่รถม้าของนางก็ยังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ท่านน้าลู่ไป๋บอกว่ามีองครักษ์เงาที่คอยติดตามนางออกมาช่วยและตอนนี้ยังสู้กันอยู่ เสียงของจ้าวไท่หลงก็ยังคงดังมาเป็นระยะให้นางได้ขบขันในยามนี้

“ชุดข้าเป็นรูอีกแล้วหรือ! พวกเจ้าทำให้ท่านแม่ดุข้า เช่นนั้นก็อย่าอยู่เลย!” หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะห่วงชุดอยู่อีก “ระวังด้วยสิขอรับพี่เสี่ยวจิง เลือดมันกระเด็นมาโดนชุดข้า ท่านแม่จะดุข้านะขอรับ!

“เอาชีวิตให้รอดก่อนเถิดคุณชายรอง!

“ไอ้พวกสารเลว! ทำให้มื้อเย็นของข้าล่าช้าเช่นนั้นหรือ ไปตายซะ!

เอาเวลาไปสู้เถิดไท่หลง ข้าล่ะห่วงเจ้าจริงๆ

จู่ๆรถม้าของนางก็หยุดลงพร้อมกับเสียงเย็นๆของท่านน้าลู่ไป๋ที่บอกให้นางห้ามลงจากรถ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ถึงไม่ลงก็ขอแง้มดูผ่านหน้าต่างรถม้าหน่อยเถิด พวกนั้นใส่ชุดดำพลางตัวกันทุกคน แต่เงาที่ติดตามนางนั้นสวมชุดสีดำเช่นกันแต่รับรู้ได้ว่าผ้าคนละชนิดเพราะชุดของเงานั้นทำจากผ้าแพรชั้นดี เพียงแค่มองนางก็แยกได้แล้ว พี่เสี่ยวจิงติดพันอยู่กับพวกมันโดยมีเงาคอยช่วยเหลือ และนางเพิ่งจะได้เห็นวรยุทธ์ของจ้าวไท่หลงก็วันนี้

“เจ้าช่างไม่ธรรมดาจริงๆจ้าวไท่หลง” แต่สหายของนางพลาดท่าเสียแล้ว เพราะพวกมันผู้หนึ่งวาดกระบี่ไปโดนแขนข้างซ้ายของคุณชายจ้าวจนเลือดอาบ นางเห็นเช่นนั้นความโมโหก็ตีพุ่งขึ้นมาจนหัวแทบระเบิด นางกำหนดลมปราณแล้วผสานกับธาตุดำส่งออกไปโจมตีพวกมันสามคนที่กำลังรุมจ้าวไท่หลง ธาตุดำของนางพุ่งออกไปเป็นสายแต่คงไม่มีผู้ใดรับรู้ นางเพ่งกำหนดเป้าหมายไปที่พวกมัน ธาตุดำนั้นพุ่งเข้าหาพวกมันอย่างแม่นยำ และเพียงไม่นานพวกมันก็ทรุดลงกองกับพื้นกันทีละคนสองคนจนในที่สุดจ้าวไท่หลงก็ปลอดภัย

“เกิดสิ่งใดขึ้น!” นางไม่รอช้า เบี่ยงเป้าหมายไปที่พวกมันที่เหลืออยู่ทันที พิษจากธาตุดำเมื่อโจมตีเป้าหมายแล้วมันก็จะกัดกินร่างกายนั้นโดยเร็วและทำให้พวกมันสิ้นใจโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายเพราะสิ่งใด และเหมือนธาตุดำของนางจะรับรู้ได้ว่าผู้ใดเป็นพวกนางบ้างก็เลยโจมตีแต่พวกคนร้ายเท่านั้น “เฮ้ย สยดสยองมาก! เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับท่านน้าลู่ไป๋ ผู้ใด้เป็นคนทำ เหตุใดพวกมันเป็นเช่นนี้!” ตายเกลื่อน!

“ช่างเถิด! รีบกลับกันดีกว่าก่อนที่พวกมันจะมาเพิ่มอีก” พี่เสี่ยวจิงกับท่านน้าลู่ไป๋กลับมาขึ้นรถม้าแล้วออกรถม้าโดยเร็ว จ้าวไท่หลงเองก็ควบม้านำไปแล้ว เมื่อถึงบ้านนางก็เข้าไปดูแผลของสหายทันที กระบี่ไม่ได้อาบพิษและก็ไม่ได้บาดลึกมาก นางช่วยห้ามเลือดแล้วก็พันแผลไว้ให้

“ห้ามโดนน้ำจนกว่าแผลจะแห้ง”

“แล้วข้าจะอาบน้ำเช่นไรหรือ”

“ก็ยกแขนไว้สิ ว่าแต่ พวกมันเป็นผู้ใดเจ้าคะ เหตุใดต้องมาคิดสังหารเราด้วย”

“เกี่ยวกับท่านน้าหรือไม่ขอรับ!

“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่จะให้คนไปหาคำตอบมาให้ ที่ข้าแปลกใจคือผู้ใดมาช่วยเราเหตุใดพวกมันถึงได้ตายอย่างน่าสยดสยองเช่นนั้น เสียงกรีดร้องอย่างทรมานของพวกมันยังติดหูข้าอยู่เลย”

“ใช่ เจ้าต้องเห็นจิวเหมย ร่างกายพวกมันเหมือนถูกสิ่งที่มองไม่เห็นกัดกิน ไม่นานก็สิ้นใจไปเลย หรือว่าจะเป็นผู้ใช้พิษมาช่วยเรากันเจ้าคะท่านลู่ไป๋ ไม่เช่นนั้นจะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้เช่นไร ข้าร่ำเรียนมาก็มากแต่ไม่เคยเห็นหรือได้ยินวิชาเช่นนี้มาก่อน” คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้พิษถึงกับสำลักน้ำเก๊กฮวยที่เพิ่งจะดื่มเข้าไป ไท่หลงหรี่ตามองนางอย่างสงสัย

“หรือว่าเป็นเจ้าเช่นนั้นหรือหลิวจิวเหมย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.293K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4292 olahe (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 13:35
    สงสารไท่หลง ต้องถูกท่านดุอีกแน่ ๆ เลย 5555

    ป.ล. เราจินตนาการกระปุกจากไม้ไผ่ไม่ออกอะ นึกออกแค่กระบอกที่มีฝาปิดอะ
    #4,292
    0
  2. #4043 yukai (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 08:30

    ขอบคุณ
    #4,043
    0
  3. #4028 Konrawat (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 08:33
    ไม่เนียนนนน 555
    #4,028
    0
  4. #3921 Nuthathai Por (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:00

    จะสังเกตุเก่งไปแล้วนะไท่หลง

    #3,921
    0
  5. #3761 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 21:41
    ไม่พิรุธเลยจ้ะ
    #3,761
    0
  6. #3212 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 08:58
    น้ำเกกฮวย55
    #3,212
    0
  7. #1639 kimurakung (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 21:48
    นานๆจะได้ใช้พลัง ถ้าฝึกดีๆ จริงจัง คงดีกว่านี้
    #1,639
    0
  8. #1298 Nuengsupasit (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 23:47

    ทำไมพระเอกของเราไม่ค่อยมีบทบาทเลยค่ะ แต่ชอบไท่หลง ขนาดเจอคนร้ายยังไม่กลัวเท่าท่านแม่จะดุเลย
    #1,298
    1
    • #1298-1 jjb899778(จากตอนที่ 25)
      27 กรกฎาคม 2563 / 08:53
      แม่คือสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดรองมาคือเมีย555
      #1298-1
  9. #986 Mam Phornphen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 07:14
    วันนี้ยังไม่อัพเลย ไรท์ตื่นสายได้ไง นางต้องขายข้าว ต้องรักษาคนไข้ ไหนต้องทำอาหารให้ไท่หลงกินอีก งานนางยุ่ง มาอัพเดี๋ยวนี้
    #986
    0
  10. #985 ลัลลิต (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 07:13

    ไท่หลงกล่าวไว้" อย่ามาแหย่คนกำลังโมโหหิวนะ " 5555

    #985
    0
  11. #984 pkst (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 01:30
    หลงหลงอย่าจับผิดน้องเหมยสิน้องแค่สำลักเฉยๆ
    #984
    0
  12. #982 16321632 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 00:09

    สนุกสุดเลยค่ะ อ่านมายาวๆ นั่งรถตู้กลับบ้าน เมารถก็หยุดอ่านไม่ได้ รอนะคะ
    #982
    0
  13. วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 22:41

    สนุกมากกกกกกก​
    #981
    0
  14. #980 luna_cross (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 22:12
    น้องแค่สำลักเอง ไม่ได้ร้อนตัวเล๊ยยย
    #980
    0
  15. #979 หมูน้อยเหล็กดัด (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 18:55
    สนุกอะะะะรอนะคั
    #979
    0
  16. #978 oachaporn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 18:45
    สนุกสุดยอดเลย
    #978
    0
  17. #973 kornnapa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 15:29
    สนุกมากรออัพนาจ๊ะ
    #973
    0
  18. #972 nightmask (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 15:01
    ตลกไท่หลง บาดเจ็บไม่กลัว กลัวโดนท่านแม่ดุมากกว่า 555555
    #972
    0
  19. #971 kacu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 14:46
    ฉลาดมาก บอกไปได้แล้วนะ จะได้ให้คนอื่นช่วยฝึกได้
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #971
    0
  20. #970 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 14:23

    ไท่หลงฉลาดอ่ะ แค่นางสำลักน้ำก็เดารู้แล้ว ว่าใครมาช่วย แต่จริงๆก็เดาไม่ยากนัก เพราะว่ามีกันอยู่แค่นั้น..แล้วนางเก่งขั้นเทพ...สนุกมากๆ รอลุ้นคำพูดแก้ตัวของนางเอกค่าาาา
    #970
    0
  21. #968 วจีโดนตา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 13:51

    งานนี้มีเฮ

    #968
    0
  22. #967 Nid-noy1205 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 11:57

    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือท่านแม่

    #967
    0
  23. #966 Mameaw555 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 11:47

    เป็นข้าเอง~~
    #966
    0
  24. #964 NAVA54 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 10:51
    สนุกมาก
    #964
    0
  25. #962 pnarinn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 10:27

    รอนะคะ
    #962
    0