หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 24 : งานประลอง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,375 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

มีคนงอนตั้งแต่เมื่อวานยังไม่เลิกงอนจนตอนนี้

“เลิกงอนเถอะ ข้าก็ทำหมูย่างให้เจ้ากินแล้วนี่อย่างไร” จะใครถ้าไม่ใช่จ้าวไท่หลง

“ก็เจ้าลืมข้า ลืมว่าต้องเก็บไว้ให้ข้า”

“ก็พี่หยางมาซื้อไปหมด เจ้าก็ได้ทานไปแล้วก็ให้คนอื่นได้ลองทานบ้าง ข้าไม่ได้จะทำบ่อยนักก็ต้องแบ่งผู้อื่นบ้างสิ หมูย่างของข้ามันอร่อยสู้ลูกชิ้นไม่ได้หรือไรเจ้าถึงยังคิดถึงลูกชิ้นไม่หาย”

“ก็อร่อย”

“เช่นนั้นก็เลิกทำหน้างอได้แล้ว สตรีหน้าร้านของข้าจะได้กระชุ่มกระชวยสักหน่อย” ต้องยอมรับว่าการมีจ้าวไท่หลงมานั่งอยู่ในร้านของนางนั้นช่วยดึงดูดลูกค้าที่เป็นสตรีไม่น้อยเลย สาวน้อยสาวใหญ่ พี่สาวที่ยังไม่ออกเรือนต่างก็มาส่งสายหวานหยดย้อยให้สหายของนาง แต่เจ้าตัวดันเอาแต่ทำหน้าบูดหน้าบึ้งไม่พอใจนางที่ลืมแบ่งลูกชิ้นไว้ให้

วันนี้นางขายขนมจีบกับหมูปิ้งไม้ละหนึ่งตำลึงเงินพร้อมข้าวเหนียวหนึ่งห่อ กลิ่นหอมของมันช่วยเรียกลูกค้าได้ตั้งแต่หมูยังไม่สุก บางคนซื้อไปเป็นสิบไม้ หลายคนอดทนรอเพราะพวกนางปิ้งไม่ทัน ขนมจีบเองก็ขายดีไม่แพ้กัน เพราะนางใส่บัวหิมะลงไปผสมกับหมูด้วยทำให้กรุบกรอบกินเพลิน พี่หยางมาหานางแต่เช้าเช่นกันพร้อมกับพาสหายมาอุดหนุนหมูปิ้งนางไปหลายไม้ทีเดียว

“เจ้าไม่เข้าไปในงานหรือไท่หลง”

“ไม่ล่ะ เมื่อวานไม่เห็นจะสนุกเลย บางคนถึงกับเอาชีวิตมาทิ้งเลยเชียวนะ สยดสยองมาก”

“ตายเลยหรือ!” คราแรกนางก็ว่าจะเข้าไปดูเช่นกัน แต่เพราะคิดว่าไปเลือกหมูด้วยตัวเองจะดีที่สุด ก็เลยไปตลาดกับพี่เสี่ยวอิงแล้วก็พี่เสี่ยวจิง ท่านน้าลู่ไป๋เอาของกลับไปเก็บที่บ้านพร้อมคนงานแล้วถึงขับรถม้าไปรับพวกนางที่ตลาด ไม่คิดว่างานประลองถึงกับต้องมีคนตาย “ตายไปเยอะหรือไม่”

“ก็น่าจะสิบหรือสิบห้ากระมัง ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักหรอก ส่วนมากที่ตายเพราะสู้ไม่ยอมแพ้ทั้งๆที่คู่ต่อสู้ก็ให้โอกาสยอมแพ้แล้วแท้ๆ ท่านพ่อบอกว่ามีแบบนี้ทุกครั้งที่มีงานประลองนั่นแหละ ใครจะอยากแพ้ให้ตัวเองอับอาย ยิ่งรอบต่อไปนะคนตายเยอะกว่านี้เป็นแน่”

“งานประลองอะไรมีฆ่ากันจริงๆด้วย!

“ก็มีทุกที่นะ งานประลองที่ใดก็มีคนตายทุกที่นั่นแหละ เจ้าไม่เคยไปดูก็เลยไม่รู้นะสิ”

“พี่หยางบอกข้าว่ารองแม่ทัพเจียงก็ลงประลองด้วย เป็นเช่นไรบ้างหรือ”

“ผ่านได้สบายๆ คู่แข่งไม่ได้น่ากลัวเลย เป็นเพียงคุณชายเจ้าสำราญที่อยากมาประลองดูบ้างเท่านั้น”

“เช่นนั้นก็เบาใจ”

“อะไร! นี่เจ้าห่วงใยชายอื่นนอกจากพี่ใหญ่ของข้างั้นหรือ!

“แล้วเจ้าจะเสียงดังไปทำใย! ข้าเพียงห่วงในฐานะที่เคยรู้จักกันเท่านั้น”

“จริงนะ” นางส่ายหัวแล้วลุกไปช่วยพี่เสี่ยวอิงปิ้งหมูต่อ “เจ้าส่ายหัวเช่นนั้นหมายความเช่นไร ไม่จริงงั้นหรือ!” ใครก็ได้เอาจ้าวไท่หยางไปเก็บที ปวดประสาทสุดๆเลย มีชอบใจอยู่สองคนนั่นแหละคือพี่เสี่ยวอิงกับท่านน้าลู่ไป๋ “ข้าจะบอกพี่ใหญ่ ข้าต้องบอกพี่ใหญ่เรื่องนี้ให้จงได้ เจ้าต้องใจชายอื่นซ้ำยังเป็นสหายของพี่ใหญ่ด้วย!

“จะนั่งกินหมูปิ้งดีๆหรือจะให้ข้าลากเจ้าไปส่งที่จวน”

“ก็เจ้า...”

“ข้าไม่ได้ต้องใจชายอื่นหรือชายใดทั้งนั้น พอใจหรือยัง หยุด! ห้ามอ้าปากเป็นอันขาด”

“ไม่อ้าปากแล้วข้าจะกินได้เช่นไรกันเล่า” ยัง ยังไม่เลิกบ่นอีก!

แต่นางเห็นแล้วว่ามีรถม้าของจวนที่นางคุ้นตากำลังวิ่งมาทางนี้ นางยกยิ้มอย่างสะใจหาเรื่องเอาคืนสหายได้สำเร็จ แต่เหมือนจ้าวไท่หลงก็จะเห็นเช่นกันถึงได้รีบกินรีบลุกหนีเช่นนั้น นางไม่ปล่อยให้สหายได้ไปไหน พอเห็นจ้าวไท่หลงจะขยับตัวนางก็หันไปคว้าคอเสื้อสหายไว้ทันที

“ปล่อยข้านะจิวเหมย!

“อยู่ทักทายจางลี่หลิงหน่อยเป็นอย่างไร เจ้าจะรีบไปที่ใดกันเล่า”

“ปล่อยข้า!” นางไม่ปล่อยแถมยังเกี่ยวคอเสื้อสหายไว้แน่นกว่าเดิม รถม้าที่แม่นางน้อยลี่หลิงนั่งมาจอดที่หน้าร้านของนางพอดิบพอดี พอลงจากรถก็เดินยิ้มสวยงามเข้ามาหานาง พอเห็นหน้าจ้าวไท่หลงก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

“เจ้าก็มาดูงานประลองด้วยหรือลี่หลิง”

“ข้าตามท่านพ่อมา แต่ดูแล้วเห็นทีจะไม่ไหว ข้าไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาด้วยซ้ำก็เลยขอกลับก่อนนี่แหละ ได้ยินว่าเจ้ามาขายของด้วยก็เลยมาแวะทักทายเสียหน่อย ไม่คิดว่าคุณชายจ้าวก็อยู่ด้วย” โอ้ย ช่างเขินอายได้น่าเอ็นดูยิ่งนัก

“ไท่หลงเองก็มาดูการประลองเช่นกัน แต่ก็มาช่วยข้าบ้าง”

“เช่นนั้นหรือ แล้วเจ้าขายสิ่งใดบ้างหรือ”

“มีหมูปิ้งกับขนมจีบ เจ้าอยากลองชิมหรือไม่ข้าไม่คิดเงินหรอก”

“ไม่ได้สิ ข้ากินก็ต้องจ่าย เช่นนั้นเอาให้ข้าหน่อย ได้ยินว่าตอนเจ้าเปิดเหลาอาหารคนก็พูดกันว่าอาหารที่เหลาของเจ้านั้นเลิศรสยิ่งนัก ของที่เจ้าเอามาขายที่นี่ก็คงไม่ต่างกันกระมัง”

“เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าเยอะหน่อย หากพอใจก็มาซื้อกับข้าอีกได้นะ” นางเอาขนมจีบกับหมูปิ้งใส่กระทงใบตองให้ลี่หลิงเยอะหน่อยเพื่อให้นางเอาไปฝากคนที่จวน เมื่อจ่ายเงินแล้วคุณหนูจางลี่หลิงก็ขอตัวกลับจวน แต่ก็ไม่วายส่งสายตาหวานให้สหายของนางจนนางอดจะยิ้มไม่ได้ มีแต่จ้าวไท่หลงนี่แหละที่หน้าบูดหน้าบึ้งอยู่ผู้เดียว

ประมาณยามอู่นางก็ขายของจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ คนงานอาสาจะเอาของกลับไปเก็บที่บ้านพร้อมพี่เสี่ยวอิงเพราะเมื่อวานพวกเขาได้เข้าไปดูงานประลองมาแล้ว วันนี้นางก็เลยนัดกับท่านน้าลู่ไป๋แล้วก็พี่เสี่ยวจิงไปดูเช่นกัน แต่พอได้ยินไท่หลงบอกว่ามีคนตายด้วยก็ชักไม่อยากไป แต่ก็ถูกจ้าวไท่หลงลากมาจนได้

“ข้าไม่อยากดูแล้ว”

“มาเถอะน่า มันไม่ได้น่ากลัวนักหรอก มีสตรีมากมายเข้ามาดู เจ้าจะกลัวไปใย”

“คนตายน่ะข้าไม่กลัวหรอก แต่ไม่ชอบเห็นคนต่อยตีกัน” ถึงนางจะเป็นหมอทหารแต่ก็ไม่เคยไปออกสงคราม สิ่งเดียวที่เห็นทุกวันคือทหารในค่ายวิ่งโชว์ซิกแพกผ่านหน้าทุกวัน แล้วในโลกก่อนของนางก็ไม่มีการมาซ้อมดาบแบบตอนนี้เสียหน่อย “โรคจิตหรืออย่างไร เหตุใดชอบดูคนต่อยตีกัน”

“ต่อยตีหรือ”

“สู้กันนั่นแหละ ข้าไม่อยากดู ข้าจะกลับ!

“เดินดูสักหน่อยเถิดจิวเหมย หากเจ้ากลับเสี่ยวจิงก็กลับด้วย ไม่เห็นหรือว่านางอยากเที่ยวเล่นเต็มทีแล้ว”

“ท่านไม่อยากดูหรืออย่างไรกันท่านลู่ไป๋ อยากขึ้นสู้กับพวกนั้นจนเนื้อเต้นล่ะสิไม่ว่า”

“ว่าแต่ คนของพรรคหยกจันทราไม่เข้าร่วมเลยจริงๆน่ะหรือเจ้าคะท่านน้า”

“ข้าเองก็ไม่รู้ได้ แต่ข้าไม่เคยห้ามผู้ใดหากอยากมาประลอง”

นางเดินดูภายในงานประลองที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากลานประลองและผู้คนนับหมื่น แต่ละคนก็ต่างจับจองที่นั่งที่จะสามารถเห็นลานประลองชัดที่สุด ฝากหนึ่งลานประลองเป็นที่สำหรับผู้เข้าประลองเพื่อเตรียมพร้อมก่อนขึ้นประลอง ไม่เห็นจะมีอะไรให้ดูเที่ยวได้เลย รู้เช่นนี้กลับบ้านพร้อมพี่เสี่ยวอิงก็ดี

“มานั่งนี่จิวเหมย คู่ต่อไปกำลังจะขึ้นประลองแล้ว”

“ข้าไม่อยากดู”

“ดูๆไปเถอะน่า ไม่ใช่ทุกคู่ที่จะมีคนตายเสียหน่อย” นี่มันชัดสุดจะชัด ยิ่งกว่าเกาะขอบเวทีมวยไทยราชดำเนินเสียอีก อาวุธครบมือ บางคนใช้ดาบบางคนใช้ทวน กระบี่ ขวาน มากันครบทุกศัสตราวุธแล้วแต่จะเลือกใช้ นางเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังเดินขึ้นสนามประลองจากคนละฝั่ง คนหนึ่งผูกผ้าสีแดง อีกคนเป็นผ้าสีน้ำเงิน บอกได้คำเดียวว่า น่ากลัว!

อันที่จริงพอเขาสองคนเริ่มสู้กันมันก็สนุกตื่นเต้นไม่น้อย แต่นางหวาดเสียวจนเบี่ยงตัวเอนไปด้านหลังทุกครั้งยามเมื่อแต่ละฝ่ายแทงดาบแทงหอกใส่อีกฝ่าย โหดมาก! โหดเกินไปแล้ว!

“เจ้าอยากลองพนันหรือไม่”

“นี่เจ้าชวนข้าพนันงั้นหรือคุณชายจ้าว!

“ใครๆเขาก็พนันกัน ไม่เห็นโต๊ะพนันหรือ คนยืนกันออกจะแน่นเช่นนั้น” นางมองไปทางที่ไท่หลงชี้ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะตัวหนึ่งที่มีชายร่างใหญ่กำลังรับเงินและเขียนลงในสมุด “เพียงมีเงินเจ้าก็สามารถพนันได้แล้ว”

“แต่ข้าดูไม่ออกเลยว่าผู้ใดจะชนะ”

“คู่นี้น่ะไม่ทันแล้ว ต้องรอคู่ต่อไปซึ่งจะเป็นรองแม่ทัพเจียงอย่างไรเล่า หากเจ้าอยากพนันข้าจะให้คนเอาเงินไปวางให้” หากแม่ทัพเจียงขึ้นประลองก็น่าสนทีเดียว “เช่นไรนี่ก็ยังไม่ใช่รอบที่คนแกร่งที่สุดมาแข่งกัน ข้าว่าแม่ทัพเจียงต้องชนะเป็นแน่ อีกอย่าง ไม่ค่อยมีผู้ใดเคยเห็นใบหน้าแม่ทัพเจียงนักหรอก”

“เช่นนั้นข้าพนัน!

“เอาจริงหรือจิวเหมย”

“จริงเจ้าค่ะท่านน้า หากรองแม่ทัพเจียงทำให้ข้าเสียเงินไปล่ะก็ข้าจะฟ้องพี่หยาง คิกคิก” รองแม่ทัพเจียงคงร้อนๆหนาวๆอยู่กระมังตอนนี้ “เจ้าลงไปสิบตำลึงทองเลยไท่หลง”

“แค่สิบตำลึงทองเองหรือ”

“ข้าว่ามันก็มากแล้วนะ เราควรลงทุนแต่พอดี หากโลภไปมันอาจจะพลาดก็เป็นได้” การลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งการพนันยิ่งเสี่ยงหนัก เช่นนั้นนางก็ลงพอหอมปากหอมคอพอให้ได้ลุ้น แต่พอเห็นคู่แข่งของรองแม่ทัพเจียงแล้วนางก็ได้แต่อ้าปากค้างนึกอยากให้ไท่หลงไปเอาเงินคืนมาประเดี๋ยวนี้เลย! “รองแม่ทัพเจียงจะชนะได้เช่นไรหรือสหาย”

“ข้าเองก็ไม่รู้”

อึ้งกันหมด

หากจะบรรยายรูปร่างของฝั่งตรงข้ามนั้น บอกได้คำเดียวว่าใหญ่! ใหญ่ทั้งตัว! แขนขากล้ามเป็นมัดๆ สูงน่าจะเกินสองเมตร ตัวหนา หน้าโหดสุดๆ ส่วนรองแม่ทัพเจียงนั้นหากเทียบกับคู่ต่อสู้แล้วช่างผอมบางเสียเหลือเกิน แต่เช่นไรก็คงต้องสู้สุดใจ นางตะโกนส่งเสียงเป็นกำลังใจให้รองแม่ทัพเจียงจนไท่หลงสะกิด อะไรเล่า นางอยากได้เงินคืนนี่นา

รองแม่ทัพเจียงหันมาตามเสียงพอเห็นว่าเป็นนางก็ส่งยิ้มขำขันมาให้ ทั้งคู่เริ่มสู้กันโดยผลัดกันรุกผลัดกันรับ อาวุธที่รองแม่ทัพเจียงใช้นั้นเป็นกระบี่คู่ดาบ ส่วนอีกฝ่ายนั้นเป็นทวนอันใหญ่กับดาบที่ใหญ่ไม่แพ้กัน ฟาดลงมาทีตัวคงขาดครึ่งเป็นแน่ นางลุ้นสุดตัวจนรองแม่ทัพเจียงอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอฟันกระบี่ลงที่ขาของอีกฝ่ายจนพี่ตัวโตนั้นทรุดคุกเข่าลงไปกองกับพื้น รองแม่ทัพเจียงไม่รอช้ารีบเข้าไปเอาดาบจ่อคอคู่ต่อสู้ในทันที พอกรรมการให้สัญญาณว่าพี่ชายตัวโตนั้นยอมแพ้นางก็กระโดดโห่ร้องด้วยความดีใจ

“เงินเงินเงิน คิกคิก ต้องทำอาหารมาให้รองแม่ทัพเจียงเป็นการตอบแทนเสียแล้ว” ไท่หลงเป็นคนไปเอาเงินมาให้นางด้วยตัวเอง แต่นางไม่คิดจะลงพนันอีกเพราะแค่นี้ก็ยิ้มแก้มปริแล้ว

“วันพรุ่งก็มาพนันฝั่งของรองแม่ทัพเจียงอีกสิ แต่คงคาดเดาได้ยากนักเพราะคนที่ผ่านเข้ารอบต่อไปคงมีฝีมือไม่น้อยเช่นกัน เหลือเพียงไม่กี่คนแล้วด้วย”

“ไม่เอาแล้ว เราไม่ควรจะเล่นพนันเสียด้วยซ้ำ”

“ดูท่านน้าลู่ไป๋เถิด เมื่อครู่ลงไปตั้งห้าพันตำลึงทอง ข้าไม่ทราบมาก่อนว่าท่านน้าพกเงินเยอะเช่นนี้”

“ห้าพันตำลึงทอง! ท่านน้าเอาเงินมาจากที่ใดเยอะแยะเจ้าคะ!

“เจ้าลืมไปแล้วกระมังว่าท่านน้าลู่ไป๋เป็นผู้ใดและมาจากที่ใด”

“ก็จริง แต่วันที่ข้าช่วยท่านน้าไว้ข้าไม่พบตั๋วเงินในตัวท่านเลยนะเจ้าคะ ก็ข้าเป็นคนดูแผลให้ท่านเอง”

“คนจากพรรคเอามาให้ข้าเมื่อนานแล้ว เจ้ายังไม่รู้ว่าข้าเป็นผู้ใดก็เลยยังไม่ได้บอก แต่ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังแล้วข้าจะลงเงินพนันบ้างจะเป็นไรไป เช่นไรข้าก็แบ่งให้เจ้าอยู่แล้ว”

“ข้าไม่เอาหรอกเจ้าค่ะ เงินของท่านน้านี่นาจะแบ่งให้ข้าได้เช่นไร”

“ที่ผ่านมาเจ้าออกเงินเพียงผู้เดียวมาโดยตลอดนะจิวเหมย ให้ข้าได้ช่วยเจ้าบ้างเถิด ข้าเองก็ไม่ได้เดือดร้อนสิ่งใด มาอยู่มากินกับเจ้าก็สุขสบาย เจ้าจะใช้เงินข้าตามสบายก็ย่อมได้”

“ใช่ เงินเพียงเท่านี้น่ะไม่เดือดร้อนคลังของประมุขพรรคหยกจันทราหรอกนะจิวเหมย”

“ท่านลู่ไป๋พอใจจะให้ เจ้าก็เก็บไว้เถิดจิวเหมย จะเอาไปซื้อที่ดินซื้อเหลาใหม่ก็ย่อมได้”

“หากเจ้าอยากได้เหลาอาหารใหม่ข้าก็ทำให้เจ้าได้นะ”

“พอเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากได้เหลาใหม่แล้ว ที่ขายอยู่ทุกวันนี้ก็ได้เยอะกว่าเปิดเหลาเสียอีก ข้าไม่รบกวนท่านน้าหรอกเจ้าค่ะ แต่เรื่องซื้อที่ดินเพิ่มข้าก็แอบคิดอยู่นะเจ้าคะ” แม้ท่านพ่อซื้อมาเยอะแล้วแต่นางก็อยากได้เพิ่มเพื่อใช้ปลูกข้าว มีข้าวไว้เยอะๆนางจะได้ไม่ต้องไปซื้อให้สิ้นเปลือง เก็บไว้กินไว้ขายได้ตลอดทั้งปี เลี้ยงคนงานได้สบาย

“ให้ข้ามาสร้างบ้านไว้ซักหลังได้หรือไม่จิวเหมย”

“ได้สิไท่หลง ข้าเองก็จะจะสร้างบ้านให้ใหญ่ขึ้นอีกเพราะคนเริ่มเยอะแล้วจะได้ไม่แออัด ต่อไปหากท่านพอแวะมาค้างที่บ้านจะได้มีที่มีทางที่สะดวกสบายกว่านี้ให้ท่านได้พักผ่อน ฟางเอ๋อร์เองก็โตขึ้นทุกวัน น้องคงอยากมีห้องเป็นของตัวเอง” ส่วนนางก็อยู่ห้องเดิมหากท่านพ่อกับแม่ใหญ่ยอมนอนห้องเดียวกันล่ะก็นะ “หากท่านน้าอยากได้บ้านหลังใหญ่ขึ้นก็สร้างได้เลยนะเจ้าคะ อยากได้เช่นไรก็ตามสบายเลย แต่ต้องออกเงินเอง คิกคิก”

“ย่อมได้ ข้าจะสร้างให้หลังใหญ่กว่าบ้านเจ้าให้ดู” ใหญ่ไม่กลัว กลัวไม่ใหญ่เจ้าค่ะ คิกคิก

อีกฟากหนึ่งของลานประลองที่เป็นส่วนของผู้ดูแล จ้าวไท่หยางกำลังยืนมองเด็กน้อยของเขาที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ คราแรกก็ไม่เข้าใจนักและคิดว่านางคงจะเอาใจช่วยรองแม่ทัพเจียง แต่พอเห็นน้องชายตัวเองเดินไปที่โต๊ะพนันแล้วกลับมาพร้อมกับตั๋วเงินหลายใบแล้วยื่นให้นางก็เข้าใจได้ทันที

“เจ้าช่างแสนซนยิ่งนักเหมยเอ๋อร์” ริอาจเล่นพนันเลยหรือ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ใดเป็นผู้ยุยงนาง แม้จะขัดใจบ้างแต่ก็พอใจที่นางไม่คิดจะลงพนันอีก ที่เล่นเมื่อครู่ก็คงเพราะมั่นใจในตัวรองแม่ทัพเจียง

“เมื่อครู่ตอนข้าจะประลอง ข้าเห็นคุณหนูหลิวตะโกนส่งเสียงอยู่กับน้องชายเจ้าด้วย” รองแม่ทัพเจียงเดินลงจากสนามประลองแล้วเดินมาหาสหายที่กำลังมองไปที่กลุ่มของคุณหนูหลิวกับจ้าวไท่หลง

“หึ นางคงลงพนันฝั่งเจ้าไปไม่น้อย”

“นางเล่นพนันงั้นหรือ ฮ่าๆ ช่างกล้าหาญยิ่งนัก”

“เห็นทีต้องไปตักเตือนเสียหน่อย”

“เอาน่า เด็กๆก็เล่นกันสนุกๆ หากไม่ใช่เพราะข้าลงแข่งมีหรือจะกล้าลงพนัน ข้าไปล้างตัวก่อนแล้วจะมาช่วย” ละสายตากลับมามองสหายเพียงครู่พอหันกลับไปอีกทีกลุ่มของเหมยเอ๋อร์ก็หายไปแล้ว เขาไม่คิดจะสนใจมองหาเพราะถึงหาก็คงไม่พบเจอได้ง่ายนักในเมื่อผู้คนเยอะเช่นนี้

ฟากจิวเหมยนั้นนางเห็นแล้วล่ะว่าจ้าวไท่หยางมองมาที่พวกนางพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างหนัก นางคิดว่าเขาคงเดาได้ว่าพวกนางทำอะไรกันเมื่อครู่ก็เลยชวนคนอื่นๆเดินดูส่วนอื่นต่อ เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดน่าสนใจก็ชวนกันกลับบ้าน เพราะนางยังต้องเตรียมของมาขายสำหรับวันพรุ่งนี้อีก

กลับมาถึงบ้านก็นอนแผ่กันอยู่แคร่หน้าบ้าน อากาศเริ่มเย็นลงทุกวันช่วงนี้นางคงต้องทำของร้อนๆที่เป็นซุปออกขายให้เยอะหน่อย แต่วันพรุ่งนางจะขายอะไรยังคิดไม่ออกเลย

“เย็นสบายดีจัง”

“วันพรุ่งข้าจะขายสิ่งใดดีไท่หลง ข้าคิดไม่ออกเลย”

“เจ้าไม่รู้แล้วข้าจะรู้หรือ”

“เช่นนั้นก็ทำหมูย่างกับข้าวเหนียวแล้วก็ขนมจีบก็แล้วกัน พี่เสี่ยวอิงให้คนไปซื้อหมูให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”

“เช่นนั้นพี่ไปซื้อเองดีกว่าเจ้าค่ะ จะให้คนงานไปด้วยซักสองคนจะได้รู้ว่าต่อไปควรซื้อหมูแบบใดบ้าง”

“ก็ดีเจ้าค่ะ ข้าฝากด้วยนะเจ้าคะ” พี่เสี่ยวอิงออกไปตลาดพร้อมคนงานสองคนเป็นหญิงหนึ่งคนชายหนึ่งคน มีคนขับรถม้าอีกหนึ่งคนที่ท่านน้าลู่ไป๋ฝึกให้เองกับมือ อีกหน่อยนางคงไม่ต้องทำสิ่งใดเองแล้วเป็นแน่เพราะมีคนเริ่มจะเรียนรู้และทำเองกันเป็นบ้างแล้ว “เสี่ยวหู มานี่มา วันนี้เจ้านอนทั้งวันเลยหรือ ไม่คิดจะลุกไปดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าหรืออย่างไร”

“มันคงไม่ชอบกลิ่นต้นไม่ใบหญ้าหรอกกระมัง”

“เจ้าเล่นกับมันไปก่อนนะไท่หลง ข้าจะเข้าไปดูในครัวหน่อยว่ามื้อเย็นพอจะทำอะไรได้บ้าง” หากขาดเหลือสิ่งใดพี่เสี่ยวอิงผู้สำรวจครัวอยู่ตลอดเวลาก็คงซื้อเข้ามาเอง นี่ถ้ามีตู้เย็นก็คงดีไม่น้อย ตู้เย็นประยุกต์ของนางที่ทำจากโอ่งดินเผาก็อยู่ได้ไม่นานเท่าใดนัก ในขณะที่กำลังตรวจดูของ นางก็ได้ยินเสียงโวยวายของจ้าวไท่หลงดังมาถึงห้องก็เลยออกไปดู

“อย่าตามข้ามานะเจ้าพยัคฆ์ร้ายกาจ! พอจิวเหมยไม่อยู่เจ้าก็ทำตัวไม่ดี อย่าตามข้ามานะ!” พยัคฆ์น้อยกำลังวิ่งไล่งับชายชุดของจ้าวไท่หลง สำหรับนางช่างเป็นภาพที่น่ารักแต่สำหรับจ้าวไท่หลงที่วิ่งหนีสุดชีวิตแล้วคงไม่น่ารักเท่าใดนัก “อย่าตามข้ามา! ช่วยข้าด้วย ท่านน้าช่วยข้าด้วย” เฮ้อ เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ เห็นแบบนี้แล้วคิดถึงพ่อกับแม่แล้วก็น้องในโลกเก่ามากๆ “จิวเหมยช่วยเอาเจ้าพยัคฆ์ออกไปประเดี๋ยวนี้!

รู้ตัวอีกทีจ้าวไท่หลงก็ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เสียแล้ว

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.375K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4241 Smilodonmini (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 00:40
    สมัยโน้นมีเวทีมวยไทยราชดำเนินด้วยเน้อะ อิอิ
    #4,241
    0
  2. #4042 yukai (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 06:14
    ขอบคุณ
    #4,042
    0
  3. #3920 Nuthathai Por (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 19:31

    ไท่หลงกลัวอะไรสหายอยู่ทั้งคน

    #3,920
    0
  4. #3760 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 20:57
    555555
    #3,760
    0
  5. #3211 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 08:09
    ไท่หลงมีบทเยอะ​กว่า​พระเอก​ด้วยซ้ำ
    #3,211
    0
  6. #1638 kimurakung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 21:35
    ไท่หลง คือ ทั้งตลก และน่ารัก ชักอยากให้คู่กับนางเอกซะแล้ว
    #1,638
    0
  7. #1633 Status.. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:44
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งหลงไท่หลงอ่ะ.. ฮื่ออ..น่ารักจริง555
    #1,633
    0
  8. #1115 Jubnamfah (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:17
    ไท่หลงน่ารักจริงๆ ฮื้อออออ
    #1,115
    0
  9. #932 anntar1991 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 23:38
    สนุกมากเลย อ่านทุกบรรทัด ตลกด้วย
    #932
    0
  10. #931 Noname-yam (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 23:09
    สนุกจริง อ่านรวดเดียวเลย เรื่อยๆ ไม่เบื่อเลยค่า สู้ๆ นะคะไรท์
    #931
    0
  11. #930 Tita789 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 22:56
    ไท่หลงจอมตระกละ
    #930
    0
  12. #929 กาลคร้งหนึ่ง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 22:48
    รอค้าาา
    #929
    0
  13. #927 PPK-MT (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 22:08

    ฉันรักไท่หลง55555555555
    #927
    0
  14. #926 Naja103 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 22:04
    น่าสงสาร
    #926
    0
  15. #923 ลัลลิต (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 19:15

    555555 ไท่หลงนี่คือสีสันของเรื้องเลยนะนี่

    #923
    0
  16. #922 Nooknik26021995 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 19:13
    ชอบมากเลยคะมาต่อเร็วๆนะ
    #922
    0
  17. #921 อมยิ้ม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 19:07

    ใจนึงก็เชียร์พี่หยาง ใจนึงก็เชียร์ท่านน้า งื้ออออ 55555 นางเอกออกไปท่องยุธภพกับใครน้า หรือไปคนเดียวก่อน แงงง ฮาเร็มเลยมั้ย ทำใจไม่ได้ถ้าเสียใครไป 555555555

    #921
    0
  18. #919 รินเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 18:28

    อืมมมมมม หากจะให้พูดจริงๆรีดว่านสงเอกเด็ก..เด็กเกินกว่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมองในฐานะสตรีหนึ่งได้ถ้า13-14ว่าไปอย่างเพราะเริ่มใกล้จะแตกสาวเห้อ แล้วแต่ไรท์ละกันคะรีดก็ยังคงติดตามเหมื่อนเดิม^^

    #919
    0
  19. #915 nuchii675 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 17:40

    เห้อ เม้นต์นี้ขอรีดอธิบายนิดนะ ตอนที่แล้วมีคนตอบเม้นต์รีดมา รีดอยากบอกว่าความคิดเห็นรีดนั้น (ความคิดส่วนตัวนะ ย้ำว่าส่วนตัว)

    1. น้องนางโลกเก่าเป็นแพทย์ทหาร+นักวิจัย แต่โลกอดีตเครื่องมือ+สารเคมีไม่พร้อม น้องอาจยังไม่แสดงฝีมือส่วนนี้ออกมา อีกอย่างรีดคิดว่าน้องยังอายุน้อยในร่างที่ยังไม่12ปีเลย

    2. สตรียุด2พันทำเป็นแค่ไข่+มาม่า(ซะส่วนมาก) ก้อจริงซื้อเอาง่ายกว่า แต่รีดเชื่อว่า หากมีเวลาว่างจริงๆ+อารมณ์สุนทรีย์ ก้อคงมีคนไม่น้อยที่อยากชิมฝีมือตัวเอง (รีดคนนึงหล่ะหากมีเวลาว่าง วันหยุดและอารมณ์ตีสก้อทำกับข้าวเอง ตำราอาหารรีดมีเป็น10เล่ม แกงเขียวหวาน,หมูอบซอส,หมูแดดเดียว,น้ำพริกกะปิ,น้ำพริกปลาร้าใส่เนื้อปลาดุก,กล้วยบวชชี,ฟักทองแกงบวช,,ผัดวุ้นเส้น ฯลฯรีดก้อทำเองเป็นนะ แค่ไม่ได้ทำบ่อย)


    ปล. เม้นต์ตอนที่แล้วรีดก้อแค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้คิดจะเขียนรัยเกินจริงจากที่คิด เมนต์นี้ก้อแค่อยากอธิบายเท่านั้น


    ไรท์มาอัพต่อรัวๆนะ ชอบอ่ะ อ่านเพลินดี

    #915
    1
    • #915-1 แม่มดแห่งห้วงเวลา(จากตอนที่ 24)
      29 มิถุนายน 2562 / 21:59
      น่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วการใช้ธาตุดำ/ขาว น่าจะเพราะมันสะดวกกว่าด้วย (ด้วยนิสัยคนยุค2พันล้วนๆ เลยความสะดวกเนี่ย)
      #915-1
  20. #913 หมูน้อยเหล็กดัด (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 17:09

    ชอบบบอะทำให้ยิ้มได้ตลอดดด
    #913
    0
  21. #912 por4312525 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 16:39

    รอติดตาม
    #912
    0
  22. #911 Kellys (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 16:06
    น่ารัก 555 รอค่าา
    #911
    0
  23. #903 นัทจัง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 13:31

    ตามความรู้สึก..ยังไม่เห็นบทใครเด่นพอเป็นพนะเอก ไม่ว่าไท่หยาง ที่บอกว่ารู้สึกดีกับนางเอกเพราะไม่ค่อยมีบทสนทนากันเป็นกิจลักษณะ แค่พูดคุยผาานๆ ท่านประมุขก็ลุ้นๆอยู่แตาก็ไม่ค่อยมีบทบาทตอนพูดคุยกันเท่าไหร่ นอกจากไรท์เปรยว่าให้ไปทำนั่นนี้ให้ ดูแลนั่นนี่ ประมาณนั้น เลยคิดว่าไม่มีพระเอกตอนนี้ก็ดี รอโตก่อน อีกอย่างลุ่นอดีตประมุข จะได้ไแท่องยุทธภพกัน นางก๋เป็นหมอรักษาชาวบ้าน ท่านประมุขก็ผู้ช่วย หรือผู้คุ้มดันดูแลปกป้อง อิอิ

    #903
    0
  24. #902 Nid-noy1205 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 13:20

    เสี่ยวหูร้ายกาจ

    #902
    0
  25. #901 kumkongpimpisa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 13:02
    555555น่ารักที่สุด
    #901
    0
  26. #899 srisupanuch (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 12:34
    เฮ้อ!!!ถอนหายใจ1,000รอบ บุตรสาวขุนนางใหญ่ไปขายของข้างถนน???หน้าตาครอบครัวถูกทำลายไม่เหลือหรอ แค่พ่อค้าใหญ่อย่างครอบครัวเเม่ยังอยากเป็นขุนนางให้พ้นคำว่าพ่อค้า แต่นางกลับมาขายของข้างถนน🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄🙄
    #899
    1
    • #899-1 oRolA(จากตอนที่ 24)
      25 มกราคม 2563 / 01:45
      ถ้ายึดตามค่านิยมสมัยนั้น นางเอกที่ออกมาทำงานหาเลี้ยงตัวเองแบบนี้ย่อมเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่คาดว่าเพราะคนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงตัวตนของนางเอกมากกว่าค่ะ คนที่รู้ก็เป็นคนวงใน การกระทำของนางเอกเลยไม่เป็นที่ติฉินนินทาของบ้านอื่นๆ เพราะชาวบ้านทั่วไปไม่มีใครสนใจหรอกค่ะ คนที่สนใจเรื่องพวกนี้มีแต่พวกชนชั้นสูง และคนชนชั้นสูงที่รู้เรื่องสถานะของนางเอกก็มีน้อยซะยิ่งกว่าน้อย แถมที่รู้ก็มีแต่มิตร ที่ไม่ใช่มิตรก็ถูกกำจัดหมดแล้ว

      อีกอย่างตอนนี้อาจเป็นแค่แม่ค้า แต่นางกำลังจะกลายเป็นหมอเทวดาที่ใครๆ ก็ต้องให้ความเกรงใจ กว่านางเอกจะได้เปิดตัวสู่สาธารณะชน ตอนนั้นก็ไม่มีอะไรมาทำให้ชื่อเสียงเสื่อมเสียแล้วค่ะ
      #899-1