หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 23 : งานประลอง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,403 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

“หิวๆ ข้าหิวไม่ไหวแล้วจิวเหมย”

“บดข้าวไปอย่าบ่นมาก ข้าก็กำลังหั่นเนื้อไว้หมักอยู่นี่อย่างไรเล่า”

“แต่ข้าเมื่อยแล้ว” นางตวัดสายตาไปมองเจ้าคนขี้บ่น บ่นได้บ่นดี บ่นตั้งแต่นางสั่งให้บดข้าวทำแป้ง

บังเอิญระหว่างขี่ม้ากลับบ้านนางก็คิดอะไรขึ้นมาได้ วิญญาณแม่ค้าก็เข้าสิงทันที งานประลองจะถูกจัดขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้านางก็เลยคิดจะตั้งร้านเล็กๆสำหรับขายอาหารที่เดินถือกินได้ แล้วจะเป็นอะไรได้ที่ขายง่ายและขายคล่องนอกซะจากลูกชิ้นปิ้ง นางก็เลยให้ไท่หลงบดแป้งเอามาลองทำดูเพราะอย่างไรวันนี้นางก็ซื้อหมูมาเยอะ

นางหั่นเนื้อหมูแล้วหมักกับเครื่องปรุงกับไข่ไว้ ถึงเวลากินหมูคงนุ่มพอดี ก่อนหน้านี้นางต้มซุปหัวไชเท้ากับกระดูกหมูที่ได้แถมมาจากร้านขายเนื้อหมูไว้แล้ว ผักยังไม่ล้างเอาไว้จะกินค่อยล้างทีหลัง นางเริ่มตำพริกที่มีสีแดงเตรียมทำน้ำจิ้ม พอดีว่าเมื่อช่วงที่พ่อค้าแม่ค้าต่างเมืองมานางได้มะเขือเทศมาเยอะก็เลยทำเป็นซอสมะเขือเทศไว้กิน เข้มข้นมากเลยเชียวล่ะ นางตั้งหม้อแล้วเอาซอสมะเขือเทศลงไปเคี่ยวกับน้ำมะขามเปียก พริกที่นางตำ กระเทียมสับ น้ำผึ้ง เคี่ยวให้ทุกอย่างงวดเข้ากันดีแล้วก็ยกลงจากเตา ชิมรสตามชอบเป็นอันเสร็จ

“เจ้าหยุดกลืนน้ำลายเสียงดังได้แล้วไท่หลง”

“ก็มันหอม ข้าหิวแล้วจริงๆนะ”

“รอก่อน คนอื่นยังไม่กลับมากันเลย แป้งนั่นนะพอแล้วเจ้ามาช่วยข้าสับหมูนี่มา” นางจะลองทำลูกชิ้นดูแบบบ้านๆ มีอะไรก็ใส่อย่างนั้นไม่รู้จะเป็นลูกชิ้นหรือไม่แต่ก็อยากลอง “สับให้ละเอียดที่สุดเลยนะ”

นางกับไท่หลงช่วยกันสับหมูที่เหลือจนได้เกือบเต็มถ้วยใหญ่ จากนั้นนางก็ปรุงรสหมูที่สับด้วยเกลือ น้ำผึ้ง น้ำถั่วเหลืองหมักและแป้งข้าวจ้าว ที่จริงต้องใช้แป้งข้าวโพดแต่นางไม่มีก็เลยใช้ตามที่มี ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วเอาลงไปตำในครกหิน ตำจนมันฟูเสร็จก็เอามานวดต่อ ปิดท้ายด้วยการโรยพริกไทยไปเยอะๆ

“มันจะออกมาเป็นเช่นไรหรือ”

“ก็เป็นลูกกลมๆ กินกับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานหรือจะกินเปล่าๆก็อร่อยถ้ามันสำเร็จน่ะนะ” นางตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดจากนั้นเบาไฟลงแล้วปั้นหมูเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำลงไปต้ม ทำไปลุ้นไปว่าจะมันลอยขึ้นมาไหม แต่พอเห็นว่ามันลอยขึ้นมาจริงๆก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดี “สำเร็จ! แต่รสชาติเป็นเช่นไรคงต้องรอลุ้นอีกที”

“นี่หรือที่เจ้าเรียกว่าลูกชิ้น มันจะอร่อยจริงๆหรือ”

“อย่าให้เห็นว่าหยิบเข้าปากเกินหนึ่งลูกก็แล้วกันสหาย”

“ถ้ามันอร่อยข้าจะกินแค่ลูกเดียวได้เช่นไรเล่า” ทำจนหมดก็เต็มหม้อพอดี นางให้ไท่หลงเฝ้าเตานั้นส่วนนางก็มาต้มน้ำมะขามเปียกกับน้ำผึ้งแล้วก็เกลือที่อีกเตา ใส่แป้งละลายน้ำลงไปเล็กน้อยพอให้น้ำจิ้มเหนียวข้นแล้วใส่พริกป่นกับผักชีลงไป นางชิมเล็กน้อยเพื่อความมั่นใจ เมื่อได้รสที่ต้องการก็ยกลงจากเตา

“เจ้าช้อนเอาลูกชิ้นขึ้นมาได้แล้วไท่หลง ข้าจะเอามาปิ้งให้ลองชิมดู” นางเอาไม้ไผ่มาเหลาเป็นไม้เสียบลูกชิ้น พอไท่หลงช้อนลูกชิ้นขึ้นมาไว้ที่ถ้วยนางก็เสียบเข้ากับไม้ถึงสามลูกแล้วเอาไปปิ้งเหนือถ่านในเตา คอยพลิกไม่ให้มันไหม้และสุกเสมอกัน ไท่หลงเองก็มองอย่างสนใจ “ได้แล้ว เจ้าลองชิมดู จิ้มกับน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปากได้เลย” นางเอาลูกชิ้นไม้นั้นลงไปจุ่มในน้ำจิ้มจนท่วมแล้วยื่นให้สหายที่ทำหน้าไม่ไว้วางใจ “จะกินหรือไม่ หากไม่ข้าจะเป็นคนกินเอง”

“กินๆ ข้าเพียงสงสัยเท่านั้นเอง เอามานี่” นางส่งลูกชิ้นให้ ไท่หลงก็รับเอาเข้าปากไปหนึ่งลูก อีกหนึ่งลูกนางลองชิมเอง ผลกรากฎว่าแม้มันจะไม่นุ่มเด้งมากนักแต่ก็ถือว่าใช้ได้ อาจจะเพราะนางใส่พริกไทยป่นไปเยอะรสชาติก็เลยออกมาดี น้ำจิ้มก็เปรี้ยวหวานเข้ากันสุดๆ ไท่หลงทำท่าจะยื่นมือมาคว้าอีกหนึ่งลูกที่เหลือในมือนางแต่นางใส่ปากไปซะก่อน ฮ่าๆ

“เจ้า!

“ยังมีอีกเยอะน่า หากอยากกินก็เอาไม้ที่ข้าเหลาไปเสียบไม้ละสามลูก เสร็จแล้วค่อยเอาไปย่าง คนอื่นๆจะได้ลองกินด้วย เจ้าอยากลองชิมด้วยหรือไม่เสี่ยวหู่ วันนี้ข้าทิ้งเจ้าให้อยู่บ้านผู้เดียวคงจะเหงาแย่เลย” นางลูบหัวเจ้าพยัคฆ์ที่นางบอกให้มันอยู่เฝ้าบ้าน เพราะนางไม่อยากให้ใครเห็นมันตอนที่ยังเด็กเช่นนี้ นางหยิบลูกชิ้นมาหนึ่งลูกแล้วป้อนให้มันกิน เจ้าตัวนี้ก็เหมือนจะชอบไม่น้อยไปกว่าจ้าวไท่หลงทีเดียว นางก็เลยเอาให้มันเพิ่มอีกสิบลูก

“ข้าว่าต้องขายดีเป็นแน่ เหมือนถังหูลู่เลย”

“แต่เป็นของคาว”

ยามเว่ยทุกคนก็กลับมาพร้อมหน้ากันที่บ้าน นางแยกวงสุกี้ออกเป็นสองวง ให้ท่านพ่อท่านแม่ นาง แล้วก็ฟางเอ๋อร์หนึ่งเตาและของไท่หลง ท่านน้าลู่ไป๋ พี่เสี่ยวจิง พี่เสี่ยวอิง อีกหนึ่งเตา ส่วนท่านลุงท่านป้านั้นพวกท่านขอเอากลับไปทานที่บ้านพักพร้อมกับคนงานคนอื่นๆ นางเห็นเช่นนั้นก็ให้ไปซื้อหมูมาเพิ่มแล้วบอกวิธีหมักให้เรียบร้อย ท่านพ่อเป็นผู้จ่ายเงินเลี้ยงทุกคนในวันนี้ นางสบายกระเป๋ามาก คิกคิก

“วิธีกินก็คือ เอาผักกับเนื้อลงไปต้มในหม้อตามด้วยไข่ไก่แล้วรอให้สุกเจ้าค่ะ จากนั้นก็ตักทุกอย่างใส่ชามของตัวเอง ราดด้วยน้ำจิ้มน้อยมากตามใจชอบ ส่วนอีกอย่างนั้นเรียกว่าลูกชิ้นหมูเจ้าค่ะ กินกับน้ำจิ้มมะขามที่ข้นกว่า เชิญทุกท่านลงมือได้เจ้าค่ะ แล้วก็เชิญติชมลูกชิ้นให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ”

ระหว่างที่รอสุกี้ในหม้อสุกทุกคนก็พร้อมใจหยิบลูกชิ้นกันคนละไม้ โดยนางแนะนำให้กินแบบไม่จิ้มดูก่อนจากนั้นค่อยจิ้มน้ำจิ้ม ของฟางเอ๋อร์นั้นนางทำแบบไม่เผ็ดให้น้อง เด็กน้อยเอาลูกชิ้นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆแล้วทำตาโต เด็กๆจะชอบมากนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ท่านพ่อของนางที่รูดเข้าปากทีเดียวทั้งไม้นี่เหนือความคาดหมายไม่น้อย

“แปลกแต่อร่อย” ทุกคนลงความเห็นว่ารสชาติดีนางก็โล่งใจ อย่างน้อยก็มีอะไรไปขายในวันงานประลองแล้ว

เมื่อหม้อสุกี้เดือดปุดๆพร้อมกับลูกชิ้นของนางหมดไปเป็นที่เรียบร้อย นางเปิดหม้อแล้วตักทั้งผักหมูและไข่ที่นางตอกแล้วราดลงไปใส่ถ้วยให้ทุกคน นางให้ทุกคนตักน้ำจิ้มใส่ถ้วยตัวเองแล้วลองชิม

“สุดยอด! นี่มันสุดยอด!” จ้าวไท่หลงคีบทุกอย่างเข้าปากไม่มีหยุดไม่ต่างกับคนอื่นๆ เจอความแซ่บแบบไทยๆเข้าไปถึงกับไม่วางตะเกียบกันเลยทีเดียว “อร่อย! ท่านน้าลู่ไป๋ท่านแย่งหมูชิ้นที่ข้าหมายตาไว้นะขอรับ!

“ใครเร็วใครได้สิ”

“แต่ข้าหมายตามันไว้แล้ว!

“แต่ข้าคีบได้ก่อน”

นี่แหละเสน่ห์ของการกินสุกี้กับครอบครัว ได้แย่งหมูในหม้อกันก็ครึกครื้นดี

“พี่เสี่ยวจิงท่านก็แย่งของข้านะขอรับ”

“อ่าวหรือ บังเอิญข้าคีบได้ก่อนนะคุณชายรอง”

“พวกท่านแกล้งข้า!

“ฮ่าๆๆๆๆ”

จากนั้น สุกี้วงนั้นก็เข้าสู่ช่วงสงครามปลายตะเกียบ ใครเร็วใครได้แม้แต่พี่เสี่ยวอิงก็เป็นไปกับเขาด้วย ส่วนวงนางนั้นกินกันอย่างเรียบร้อยแต่ต่อยหนัก ท่านพ่อไม่พูดไม่จาเอาแต่คีบเข้าปากไม่หยุด ปากแดงแจ๋เพราะทั้งร้อนและเผ็ด แม่ใหญ่เองก็ไม่ต่างกับท่านพ่อนัก ส่วนฟางเอ๋อร์กำลังอร่อยอยู่กับลูกชิ้นหลายไม้ที่นางเอาให้ กินไปป้อนเสี่ยวหู่ไปด้วย

เนื้อกะละมังใหญ่ๆหมดลงอย่างรวดเร็ว หลังมื้อเที่ยงทุกคนก็แยกย้ายกันไปนั่งพักให้อาหารย่อย นั่งมองทุ่งข้าวที่กำลังจะพร้อมเก็บเกี่ยวในไม่ช้า นี่แหละชีวิตสงบสุขที่ไฝ่ฝัน ในโลกก่อนก็เอาแต่เรียนและทำงานจนไม่มีเวลาได้พัก ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในค่ายทหาร น้อยนักที่จะได้ออกไปเที่ยวตามชนบทหรือที่ต่างๆ

“คุณหนูจะขายลูกชิ้นที่งานประลองเช่นไรหรือเจ้าคะ”

“ก็ตั้งร้านเล็กๆเจ้าค่ะ ใช้โต๊ะแค่โต๊ะสองโต๊ะเท่านั้น ส่วนหลังคากันแดดนั้นข้าจะให้ช้างไม้ทำโครงให้เจ้าค่ะ” คงต้องทำแบบหุบได้จะได้ยกไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ ช่างจะทำได้หรือไม่นะ “เราต้องใช้เตาถ่านสำหรับปิ้งลูกชิ้นเจ้าค่ะ คงต้องลำบากขนกันหน่อย ส่วนภาชนะที่จะใส่ข้าจะทำกระทงใบไม้เจ้าค่ะ” นางเดินไปเด็ดใบของต้นอะไรซักอย่างที่นางก็ไม่ทราบได้มาสาธิตให้ทุกคนดู ใช้ไม้ไผ่กลัดขอบทั้งสองทางไม่นานมันก็เป็นรูปร่างคล้ายกระทง แต่ในป่าที่นางเคยไปเก็บงิ้วนั้นนางเห็นต้นกล้วยป่าขึ้นเต็มไปหมด นางจะไปเก็บไปตองจากที่นั่นมาทำ

“เจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ ไปรู้วิธีทำพวกนี้มาจากที่ใดหรือจิวเหมย ข้าไม่เห็นเคยได้เรียนจากท่านอาจารย์เลย”

“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเรียนจากในตำราหรอกไท่หลง เจ้าแค่ต้องเรียนรู้จากธรรมชาติพวกนี้”

“ลูกอยากเรียนกับอาจารย์หรือไม่จิวเหมย พ่อพร้อมจะสนับสนุนเจ้า” สตรีในยุคสมัยนี้นั้นยากที่จะได้เรียนหนังสือเฉกเช่นเดียวกับบุรุษ อาจารย์เพียงผู้เดียวก็คือมารดาที่จะคอยสอนเรื่องเย็บปักถักร้อย งานร่ายรำร้องเพลงเล่นดนตรี ส่วนนี้มีบ้างที่ต้องเชิญอาจารย์มาสอนแต่ก็ไม่นานนัก ที่สำคัญ นางเบื่อที่จะเรียนแล้ว

“ไม่เจ้าค่ะ ลูกอยากทำงานหาเงินมากกว่า”

“พ่อให้เจ้าได้เท่าที่เจ้าต้องการนะเหมยเอ๋อร์”

“ไม่เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะหามันด้วยตัวลูกเอง มันเป็นความภูมิใจของลูกเจ้าค่ะท่านพ่อ” เป้าหมายของนางก็คือการเป็นสตรีที่ร่ำรวย ในภายภาคหน้าจะได้ไม่มีคนมาตราหน้านางได้ว่านางร่ำรวยด้วยเงินของท่านพ่อ

“จิวเหมยไม่เรียนแต่ก็ฉลาดกว่าข้ามากนักขอรับท่านแม่ทัพ”

“เจ้าก็หมั่นตั้งใจเรียนบ้างเถิดไท่หลง พ่อของเจ้ามาบ่นกับข้าอยู่บ่อยครั้งว่าเจ้าแอบหนีอาจารย์ของเจ้าออกมาหาจิวเหมย หากยังทำเช่นนั้นอีกเจ้าคงไม่พ้นถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในจวนเป็นแน่” นางหันขวับไปมองสหาย ที่บางวันออกมาแต่เช้าแล้วบอกนางว่าว่างคือหนีเรียนมาเช่นนั้นหรือ

“เจ้าอย่ามองข้าเช่นนั้นสิจิวเหมย ช่วงหลังมานี้ข้าก็ไม่ได้หนีออกมาแล้วเสียหน่อย” หน้าหงอยลงทันตานางก็เลยไม่ตอกย้ำสหายเพิ่ม เพียงแต่บอกให้ตั้งใจเรียนและห้ามหนีมาหานางอีกเท่านั้น

แต่อันที่จริง นางก็อยากเรียนทำอาหารเพิ่มเหมือนกันนะ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาก่อนถึงงานประลองหนึ่งวัน โรงหมอของนางนั้นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อีกไม่กี่วันก็คงเสร็จ เพราะช่างไม้นั้นสละเวลาไปทำร่มอันใหญ่ให้นางก่อน เพราะนางตั้งใจจะยกโต๊ะไปตั้งวางขายลูกชิ้นที่หน้าทางเข้างานประลองที่จัดห่างจากกำแพงเมืองไม่ไกลนัก ตรงนั้นเป็นลานหญ้าโล่งๆที่ตอนนี้ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสนามประลองชั่วคราว นางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปขายด้านในได้ก็ต้องออกมาตั้งโต๊ะด้านนอกแทน

วันนี้นางก็เลยหยุดไปที่ร้านหนึ่งวันเพื่อเตรียมของทำลูกชิ้น มีคนงานผู้หญิงมาช่วยสี่คน คนหนึ่งหั่นหมู อีกคนสับช่วยนาง อีกคนตำ อีกคนนวด คนงานชายสองคนกำลังช่วยกันเหลาไม้สำหรับเสียบลูกชิ้น คนงานหญิงอีกสองคนช่วยกันทำกระทงใบตอง อีกคนคั้นน้ำมะขามเปียก อีกคนตำพริกป่น ทุกคนงานล้นมือมาก ไม่รู้จะขายได้หรือไม่แต่นางก็อยากลองดู ทำแต่พอดีหากขายไม่หมดจะได้ไม่เสียดายเงิน

“เหมยเอ๋อร์ ทำสิ่งใดกันอยู่หรือ”

“พี่หยาง! มาได้เช่นไรกันเจ้าคะ”

“พี่ออกมาดูสถานที่ประลองก็เลยแวะมาหาเจ้าเสียหน่อย เจ้าทำสิ่งใดอยู่หรือ ให้พี่ช่วยหรือไม่”

“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีคนช่วยเยอะแล้ว พี่หยางไปนั่งพักดีกว่าข้าจะเอาน้ำเก๊กฮวยไปให้นะเจ้าคะ” วันก่อนนางได้ดอกเก๊กฮวยแห้งมาจากตลาดก็เลยเอามาต้มเป็นชาใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย ท่านพ่อชิมแล้วบอกรสชาติดีนี่ก็เอาไปไว้ที่จวนเสียเยอะ เพราะช่วงนี้ราชสำนักยุ่งมาก ท่านพ่อไม่ค่อยจะว่างนัก “มาแล้วเจ้าค่ะ น้ำเก๊กฮวยหวานๆ”

“ขอบใจเหมยเอ๋อร์ พี่ได้ยินว่าเจ้าจะไปขายของที่หน้าทางเข้าลานประลองหรือ” จ้าวไท่หยางรินน้ำเก๊กฮวยใส่จอกแล้วยกขึ้นดื่ม กลิ่นหอมรสชาติหวานช่างสดชื่นยิ่งนัก

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อบอกว่าข้าเข้าไปขายข้างในไม่ได้ก็เลยต้องขายอยู่ด้านนอกแทน”

“ผู้คนเยอะ ทั้งมาร่วมงานประลองและมาชมงานประลอง เจ้าขายอยู่ด้านนอกน่ะดีแล้ว”

“พี่หยางร่วมประลองด้วยหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่ พี่เป็นผู้ดูแลเพียงเท่านั้น แต่รองแม่ทัพเจียงนั้นอยากลองฝีมือก็เลยจะร่วมประลองด้วย”

“เช่นนั้นข้าจะไปเชียร์รองแม่ทัพเจียงนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นพี่ร่วมประลองด้วยดีหรือไม่ เจ้าจะได้ไปเชียร์พี่บ้าง” อยากจะเอานิ้วจิ้มให้ตาแตก เหตุใดต้องมาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้นางด้วยไม่ทราบ! “เจ้าจะเชียร์บุรุษผู้อื่นต่อหน้าพี่เชียวหรือ”

“ก็ท่านรองแม่ทัพเจียงเป็นคนที่ข้ารู้จักเพียงผู้เดียวที่ลงประลองนี่เจ้าคะ ข้าก็ต้องเชียร์ท่านรองแม่ทัพเจียงสิ”

“แต่พี่หยางไม่อยากให้เจ้าเชียร์ผู้ใดนอกจากพี่หยาง” โลกก่อนนางคือหญิงแกร่งชาติทหาร บุรุษทั้งกองทัพมาจีบนางก็ไม่มีหวั่นไหวแม้จะหล่อเหลากล้ามใหญ่เท่าใดก็ตาม แต่กลับมาใจเต้นเพราะหนุ่มน้อยตรงหน้า ความเป็นบุรุษเพศของจ้าวไท่หยางนั้นดูแคลนไม่ได้จริงๆ คนที่หล่อเหลาราวเทพเซียนคือชายที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้ต่างหากเล่า

“เจ้าค่ะ แต่ข้าเองก็ไม่อยากให้พี่หยางประลอง กลัวจะบาดเจ็บเสียเปล่าๆ”

“ช่างรู้สึกดียิ่งนักที่เจ้าเป็นห่วงพี่หยาง เหมยเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้ายังเด็กแต่พี่หยางนั้นมองเจ้าเช่นที่บุรุษมองสตรีที่เขาพึงใจ แม้จะยังไม่ถึงเวลาแต่พี่หยางอยากบอกเจ้าว่า ไม่ว่านานเพียงใดพี่หยางก็จะรอเพียงเจ้า”

“แม้ว่าข้าจะอยากออกไปท่องยุทธภพเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”

“หากเจ้าอยากทำเช่นนั้นพี่หยางย่อมสนับสนุน และพี่หยางจะไปกับเจ้าเอง”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ หากแต่หน้าที่ของพี่หยางนั้นหาใช่จะตามข้าไปที่ห่างไกลเช่นนั้นได้ เพียงท่านเข้าใจข้าก็เพียงพอสำหรับข้าแล้วเจ้าค่ะ” เป็นถึงรองแม่ทัพ ในภายหน้าอาจจะขึ้นเป็นถึงแม่ทัพ นางจะให้ชายผู้นี้มาเสียสละขนาดนั้นเพื่อนางได้เช่นไร หากนางต้องเดินทางจริงๆก็หวังเพียงเขาจะเข้าใจนางเช่นที่พูด

“พี่เต็มใจหากไปกับเจ้า”

“ข้ารู้ว่าพี่หยางเต็มใจ แต่หน้าที่การเป็นรองแม่ทัพนั้นใช่จะละเลยได้โดยง่าย หากข้าต้องไปจริงๆ ข้าสัญญากับพี่หยางว่าจะรีบกลับมาโดยเร็ว ไม่ต้องให้พี่หยางรอนานหรอกเจ้าค่ะ”

“ได้ยินเช่นนี้พี่ก็เบาใจ เช่นไรหากถึงวันปักปิ่นแล้วพี่จะขอหมั้นหมายเจ้าได้หรือไม่ หากเจ้ายังไม่พร้อมจะแต่งเข้าจวนเป็นฮูหยินของพี่นั้นไม่เป็นไร แต่ขอเพียงให้พี่ได้จับจองเจ้าเป็นสตรีหนึ่งเดียวในใจก็พอแล้ว”

“พี่หยางแน่ใจแล้วหรือเจ้าคะว่าเป็นข้าแน่แล้วจะท่านจะให้เป็นฮูหยิน ข้านั้นยังเด็กก็จริงแต่ก็คิดอ่านได้ไกลยิ่งนัก หากจะต้องแต่งกับบุรุษสักคนข้าก็อยากเป็นสตรีเพียงผู้เดียวสำหรับเขา ข้านั้นไม่ใจกว้างพอจะแบ่งสามีกับสตรีอื่นหรอกนะเจ้าคะ หากพี่หยางอยากมีอนุอีกหลายคนเกรงว่าข้าจะตอบรับความรู้สึกของพี่หยางไม่ได้”

“พี่จะมีเพียงเจ้าเหมยเอ๋อร์ และคงไม่มีสตรีอื่นทำให้พี่พึงใจได้เช่นเจ้า เพราะหากมีพี่คงออกเรือนไปเสียนานแล้ว ไม่รอให้เจ้าเติบโตจนพ้นวัยปักปิ่นหรอกนะเหมยเอ๋อร์” ช่างหนักแน่นสมเป็นทหาร หน้าร้อนวูบเลยจิวเหมยเอ้ย

“เช่นนั้นพูดแล้วห้ามคืนคำนะเจ้าคะ”

“อ้าว พี่ใหญ่มาหาจิวเหมยหรือขอรับ แหม กลับจวนบ้างนะขอรับท่านแม่บ่นถึง” บรรยากาศกำลังจะหวานแหววทีเดียวแต่ก็มีจ้าวไท่หลงที่กลับมาพร้อมกับท่านน้าลู่ไป๋เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เจ้าตัวดียิ้มร่าเข้ามาหานางโดยไม่สนใจใบหน้ามืดครึ้มของพี่ชาย “เอ่อ ข้ามาผิดเวลาใช่หรือไม่ขอรับ”

“เจ้าเพิ่งรู้ตัวหรืออย่างไร”

“โธ่ ก็ข้าไม่ได้เจอพี่ใหญ่มาหลายวันแล้วนี่ขอรับ ยิ่งใกล้วันประลองยิ่งหาตัวไม่พบ ข้าเข้าใจว่าพี่ใหญ่งานยุ่งแต่ก็ควรกลับจวนให้เห็นหน้าบ้างสิขอรับ นี่เว่ยเอ๋อร์ก็ร้องไห้งอแงเพราะไม่มีคนเล่นว่าวด้วย”

“เฮ้อ หลังงานประลองคงได้กลับจวน เช่นนั้นวันนี้พี่ไปก่อนนะเหมยเอ๋อร์ ไว้จะแวะมาหาอีกครั้ง”

“เจ้าค่ะพี่หยาง” จ้าวไท่หยางจ้องหน้าน้องชายตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก็เดินถอนหายใจออกจากบ้านของนางไป คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ได้แต่ทำหน้าเอ๋องุนงงจนถูกท่านน้าลู่ไป๋เขกหัวเข้าให้ด้วยเพราะเข้ามาไม่รู้จักเวลา

“ข้าจะรู้ได้เช่นไรว่าพี่ใหญ่เกี้ยวพาเจ้าอยู่ล่ะสหาย”

“หาได้เป็นเช่นที่เจ้าพูด”

เช้าวันรุ่งขึ้นนางให้ท่านน้าลู่ไป๋กับคนงานชายไปจัดโต๊ะรอที่จุดของนาง เพราะงานนี้มีพ่อค้าแม่ค้าเอาของมาขายเยอะแยะไปหมด แต่ส่วนมากเป็นซาลาเปาหมั่นโถวซะมาก อาวุธและเครื่องแพรพรรณก็เยอะ คนของราชสำนักก็เลยเข้ามาจัดระเบียบโดยกำหนดพื้นที่ให้แต่ละคนที่มาลงทะเบียนค้าขายในงานเท่านั้น

นางกับพี่เสี่ยวอิงพี่เสี่ยวจิงตามมาทีหลัง คนเริ่มมาที่สนามประลองกันบ้างแล้ว มาถึงก็เริ่มตั้งร้านกันเลย คนงานชายก่อไฟในเตาให้ถึงสามเตา สองเตาสำหรับย่างและอีกเตานั้นนางทำขนมจีบมาขายด้วย จ้าวไท่หลงเองก็มาช่วยนางตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้หยุดเรียนหนึ่งวันด้วยอ้างว่าอยากมาดูงานประลอง

“เจ้าขายไม้ละหนึ่งตำลึงเงินหรือ”

“สำหรับเจ้าข้าจะขายไม้ละหนึ่งตำลึงทอง”

“เช่นนั้นข้าจะรอกินโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ฮ่าๆ” วันนี้ท่านพ่ออยู่ที่งานประลอง แม่ใหญ่กับฟางเอ๋อร์นั้นไปขายอาหารที่ร้านพร้อมกับท่านลุงเหวินท่านป้ากงและคนงานอีกส่วนหนึ่ง เสี่ยวหู่เฝ้าบ้านเช่นเคย ไท่หลงเองก็เพียงมาช่วยเล็กน้อยเท่านั้นเพราะต้องเข้าไปชมงานประลองกับท่านอัครเสนาบดี “ข้าไปก่อนนะจิวเหมย รถม้าท่านพ่อมาแล้ว ไว้มื้อเที่ยงข้าจะมาอุดหนุนเจ้าก็แล้วกันนะสหาย”

“ระวังตัวด้วยล่ะ” จ้าวไท่หลงกระโดดขึ้นม้าแล้วควบตามรถม้าของจวนตระกูลจ้าวไปติดๆ นางเองก็อยากเข้าไปดูบ้างเช่นกันแต่คงต้องขายของให้หมดก่อนถึงจะชวนท่านน้าลู่ไปกับพี่เสี่ยวจิงไปด้วย ส่วนพี่เสี่ยวอิงนั้นบอกว่าไม่ชอบดูนัก คนงานชายที่นึกอยากดูนางก็ให้ไปดูได้เช่นกันแต่ต้องหลังจากเก็บของกลับบ้านหมดแล้วน่ะนะ

ช่วงเช้านั้นนางขายลูกชิ้นได้ไม่ดีนักด้วยเพราะมันต้องใช้เวลาปิ้งนานก็เลยทำให้ไม่ค่อยมีผู้ใดอยากรอ แต่ขนมจีบที่นางทำมานั้นหมดเร็วมากจนนางยิ้มแก้มปริ ส่วนลูกชิ้นมาขายดีเอาตอนช่วงบ่ายเพราะจ้าวไท่หลงมาเหมาซื้อไปให้ทุกคนที่รู้จักได้ลองชิม คนพวกนั้นก็ตามมาซื้อจนปิ้งแทบไม่ทัน

นางส่งลูกชิ้นปิ้งกับขนมจีบไปให้จ้าวไท่หยางด้วยแต่ไม่รู้จะถึงมือหรือไม่เพราะนางไหว้วานให้ทหารแถวนั้นเป็นผู้เอาไปให้ โดยให้ค่าจ้างไปห้าตำลึงเงิน เมื่อวานพี่หยางไม่ทันได้ลองชิมนางก็เลยอยากให้เขาได้ลองบ้าง

“อีกไม่กี่ไม้ก็จะหมดแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

“เช่นนั้นก็เก็บของกลับบ้านกันเถิดเจ้าค่ะ เราจะได้ไปดูงานประลองกันบ้าง” งานประลองมีห้าวัน นางจะมาขายทุกวันแต่ต้องคิดวันต่อวันว่าจะขายอะไรดี วันนี้เป็นวันแรกคนอาจจะไม่เยอะมากนักเพราะยังเป็นรอบแรกของการคัดคนออก วันที่สองที่สามสิถึงจะสนุก

“เหมยเอ๋อร์! นี่เจ้าขายหมดแล้วหรือ”

“พี่หยาง! เจ้าค่ะ ข้าขายเกือบหมดแล้วก็เลยว่าจะเก็บของกลับบ้านแล้วมาดูงานประลองเจ้าค่ะ”

“ยังพอมีเหลือหรือไม่ พี่กับสหายได้ลองทานแล้วติดใจยิ่งนัก”

“เหลืออยู่กี่ไม้เจ้าคะพี่เสี่ยวอิง”

“สิบไม้เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ปิ้งให้พี่หยางทั้งสิบไม้เลยนะเจ้าคะ” นางรับเงินสิบตำลึงเงินที่จ้าวไท่หยางส่งให้เก็บเข้ากระเป๋า ก็นางให้กินโดยไม่ต้องจ่ายเงินไปแล้วอย่างไรเล่า มาซื้อเองเช่นนี้ก็ต้องจ่ายนะสิ

“แล้วที่เจ้าส่งไปพร้อมกันนั้นหมดแล้วหรือ”

“ขนมจีบน่ะหรือเจ้าคะ หมดไปนานแล้วเจ้าค่ะ เหตุใดพี่หยางถึงมาช้านักเล่าเจ้าคะ”

“ติดพันอยู่กับการลงทะเบียนผู้ร่วมประลอง พอได้ทานที่เจ้าฝากทหารมาให้และโดนสหายรบเร้าถึงได้รีบมา” พี่เสี่ยวอิงปิ้งให้พี่หยางอย่างดี นางรับมาใส่กระทงใบตองแล้วราดด้วยน้ำจิ้มไปชุ่มๆ เมื่อจ้าวไท่หยางได้ของแล้วก็บอกลานางกลับเข้าไปในงานประลองทันทีเพราะสหายรอทานกันอยู่

“คิดว่าจะไม่หมดเสียอีก”

“ของอร่อยอย่างไรก็ต้องขายหมดเจ้าค่ะ แล้ววันพรุ่งเราจะทำสิ่งใดมาขายอีกหรือเจ้าคะพี่จะได้เตรียมไว้รอ”

“ทำขนมจีบเพิ่มมากหน่อยเจ้าค่ะ วันนี้ขายดีวันพรุ่งอาจจะขายได้มากขึ้นเพราะวันนี้มีคนได้ลองทานไปแล้ว พี่เสี่ยวอิงให้คนไปซื้อหมูที่ตลาดมาเยอะๆเลยนะเจ้าคะ แล้วก็บัวหิมะเจ้าคะ ส่วนลูกชิ้นนั้นเตรียมยากและเปลืองแรงไม่น้อยข้าว่าต้องขายอย่างอื่นแทนแล้วเจ้าค่ะ เอาไว้ข้าคิดอีกทีนะเจ้าคะ” หากขายซาลาเปาก็ดูจะไปเป็นคู่แข่งร้านอื่น อะไรดีล่ะ

“ขายหมูย่างของเจ้าอย่างไรเล่า ข้าจะต้องขายดีเป็นแน่”

“จริงของท่านน้าเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะขายหมูปิ้ง” สุดยอดอาหารเช้าที่ถูกและอิ่ม แถมยังรสชาติดี

“จิวเหมย ข้ามาแล้ว ขอลูกชิ้นให้ข้าด้วยสิ”

อ่า นางลืมจ้าวไท่หลงไปเสียสนิท ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะสหาย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.403K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4291 olahe (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 11:39
    ลูกชิ้นปิ้ง นะคะ
    เตาก็น่าจะเรียกว่าเตาปิ้ง หรือเตาปิ้งย่าง ไปเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาดค่ะ ไม่งั้นก็ เตา กับ ตะแกรงสำหรับปิ้งอาหาร ก็ได้นะคะ
    #4,291
    0
  2. #4277 ไอ แอม คำฝ้าย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 11:36
    555555 ไท่หลง อยากกินฟรีทีนี้อดเลย
    #4,277
    0
  3. #4041 yukai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 06:02

    ขอบคุณ
    #4,041
    0
  4. #3919 Nuthathai Por (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 18:34

    เดี๋ยวไท่หลงก็งอแงหรอกไม่ได้กินลูกชิ้น

    #3,919
    0
  5. #3759 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 20:45
    สงสารไท่หลงเลย 5555
    #3,759
    0
  6. #3231 PinkpinkDaisy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:47
    ไรท์ชอบทำอาหารหรือเปล่า อ่านดึกๆยิ่งหิว
    #3,231
    0
  7. #3210 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 07:38

    เค้าขายหมดแล้ว​จ้าา
    #3,210
    0
  8. #2969 ChaTzar (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 03:39
    เวลาพระเอกแทนตัวเองอย่าใช้คำว่าพี่หยาง ให้ใช้คำแทนตัวว่าข้า แนะนำให้ไรท์เปลี่ยนคำนิดๆหน่อยๆของพี่หยาง รับลองว่าพี่หยางจะดูเท่ห์หล่อสุขุมแบบชายชาติทหารสมเป็นพระเอกแบบ10ตอนแรกที่เปิดตัว ส่วนตอนหลังเหมือนหมาหยอกไก่ประมานผู้ชายกระร่อนแหกโค้งไปเฉยๆเลยเจ้าค่ะ บุคคลิกมันเพี้ยนจากตอนแรกเจ้าค่ะ ตอนแรกไรท์จำได้หรือไม่ หน้านิ่ง มีบรรยากาศหน้ากลัวตาดุ มันแหกเพราะคำพูดค่ะ แค่คำจริงๆค่ะ มองหน้าเป็นประกายก็พอมองตาเยิ้มฮืออออออ
    #2,969
    0
  9. #2676 tuktana7ka4 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 06:13
    อยากบอกว่าอ่านไปยิ้มไปคะสนุกมากกกก
    #2,676
    0
  10. #2477 150221 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:25
    สงสารไม่หลง555
    #2,477
    0
  11. #2057 ราตรีประดับดาว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 20:44

    อ่านแล้วอมยิ้มค่ะ เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ

    #2,057
    0
  12. #2003 BALTASA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 11:38
    เรื่องราวสนุกน่าติดตาม ขาดแค่ระบบเงินตำลึงเงินสำหรับชาวบ้านแพงมาก น่าจะเป็นอีแปะมังครับ นอกนั้นเขียนดีหมดแล้วอ่านไปอมยิ้มไปกับคนช่างขยันทำของกิน คนขยันชิม^_^
    #2,003
    0
  13. #1719 0863990275 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:19
    ไท่หลงตกลงเปนชายจริ่งหรือนินึกว่าสตรีแปลงเพศจะอีกห่อยตามเหมยเอ๋อตลอดไม่มีบทใหนจะขาดนางเลยจริ่งๆ^^
    #1,719
    0
  14. #1637 kimurakung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 21:24
    ขำไท่หลง 555
    #1,637
    0
  15. #1626 Status.. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:01

    -พี่ชายใหญ่ตะกูลจ้าวจะเป็นพระเอกจริงอ่ะ.. บทน้อยมว๊ากก555
    -คืออีนี่จิ้นพี่ชายรองตะกูฃจ้าวไปแล้วนะ.. #เพื่อนกันมันส์ดี

    -อิอิ
    #1,626
    2
    • #1626-1 Status..(จากตอนที่ 23)
      12 กรกฎาคม 2562 / 20:01
      ตระกูล* ตระกูลจ้าว*
      #1626-1
    • #1626-2 Status..(จากตอนที่ 23)
      12 กรกฎาคม 2562 / 20:02
      ตระกูล* ตระกูลจ้าว*
      #1626-2
  16. #1623 Status.. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 19:34
    อีนี่คือหิวสุกี้เลยอ่ะ..แบบคนเขียนโคตรทำร้ายอ่ะ555
    #1,623
    0
  17. #1579 เมมฟิส (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 10:58
    พี่หยางเป็นพระเอกใช่ไม๊ค่ะ

    แบบนี้ไรท์ต้องรีบเพิ่มบทให้พี่หยางสมเป็นพระเอกด่วน

    ตอนนี้พี่หยางไม่สมเป็นพระเอกเลยสักนิด
    #1,579
    0
  18. #1346 Jumbo2513 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 13:22
    เป็นกำลังใจให้นะครับ อ่านได้เพลินๆ
    #1,346
    0
  19. #1296 sylphspy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:55
    รุ้สึกหิวทุกตอนจริงๆ
    #1,296
    0
  20. #933 janecuhun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 23:49
    เป็นกำลังใจให้นะคะ สนุกดีค่ะอ่านเพลินมากกกก
    #933
    0
  21. #928 กาลคร้งหนึ่ง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 22:36

    เป็นกำลังใจให้นะคะ อ่านแล้วไม่เครียดแถมรู้สึกหิวอีกต่างหาก555
    #928
    0
  22. #925 OhhAeh (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 19:24

    เป็น​กำลัง​ใจ​ค่ะ​สนุก​ดีนะคะ รออ่านตอนปรับแล้วอีกที แต่โครงเรื่องก็สนุกมากมีแต่ของอร่อย

    #925
    0
  23. #920 $TANG (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 18:56

    สนุกค่ะ


    #920
    0
  24. #917 น้องยอลภรรยาพี่ฟ่าน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 18:11
    ไรท์เราตะบอกว่าไรท์อย่าไปเครียดนะคะ​ เราก็เจอ​ ้ราโดนมาเยอะมากเราเเค่เเต่งเเฟนตาซีจินตนาการขึ้นมาเอง​ ยังโดนคอมเม้น ไม่ดีเยอเเเยะมากมาย​ เราก็เลยเท 55555​ เรื่อง​ โรงเรียนเวทมนต์ราเทเซียร์น่ะค่ะ​ เทมานานล่ะ​ คือเรามองว่านิยายเเต่งเพื่อความสนุกในการอ่านเนอะ บางคนก็ตินู้นตินี่จริงจัง​ ทั้งที่ก็บอกอยู่ละว่า​ เอาอ่านสนุกๆ​ ขนาดเราไล่สายตาอ่านคอมเม้นยังเครียดเเทน​ เเต่สู้ๆนะคะ​ เรารออ่านอยู่ตรงนี้​ เป็นกำลังใจให้ค่ะ​ ไม่ก็ปิดตาข้างนึงไม่ต้องอ่านคอมเม้นเเย่ๆ​ เนอะ​รักค่ะ
    #917
    0
  25. #916 pkst (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 17:44
    คนอื่นรู้สึกยังไงก็ไม่รู้นะแต่เราหิวมาก สู้ๆค่ะไรท์ เก็บแต่คำติชมที่มีประโยชน์มาก็พอถ้าไม่ชอบผลงานเค้าก็ไม่ต้องอ่านยังมีคนชอบอีกเยอะ
    #916
    0