หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 2 : เจ้าบังอาจแย่งถังหูลู่ไม้สุดท้าของข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70,790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,987 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

หลังจากท่านพ่อกลับไปนางก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาอีก นึกอยากออกไปเดินเล่นใช้จ่ายเงินที่ท่านพ่อให้มาก็เลยออกจากโรงเตี๊ยมไปที่ตลาดอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างส่งเสียงร้องเรียกลูกค้ากันจนฟังไม่ได้ศัพท์ เป้าหมายของนางคือร้านแพรพรรณเพราะอยากมีชุดสวยๆของสตรีไว้ใส่บ้าง

“มีสิ่งใดให้ร้านแพรพรรณรับใช้ขอรับคุณชายน้อย” เอิ่ม ลืมไปว่าวันนี้แต่งเป็นชาย

“ขออภัย แต่ข้าเป็นสตรี”

“ข้าเสียมารยาทแล้ว คุณหนูมีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้ขอรับ”

“ข้าอยากได้ชุดสวยๆใส่สักสองสามชุดเจ้าค่ะ” เถ้าแก่ร้านยิ้มแย้มอย่างใจดีแล้วเรียกสาวใช้ให้มาบริการนาง ผ้าหลายพับหลากหลายสีถูกนำมาให้นางเลือกพร้อมทั้งคำแนะนำต่างๆ กว่าจะได้แต่ละชุดก็ต้องเลือกแล้วเลือกอีก สีนั้นขับผิวสีนี้กำลังนิยม คิดๆดูแล้วนางไม่น่าเข้ามาตั้งแต่แรก สุดท้ายก็เลือกมาสามชุดเป็นสีม่วงอ่อน สีชมพู และสีเหลือง ทุกสีล้วนใส่แล้วขับผิวตามคำแนะนำของสาวใช้ที่ร้าน ตอนจ่ายเงินนี่เหงื่อแทบตกเพราะตำลึงทองที่ท่านพ่อให้มาหายไปเกือบครึ่ง แต่เอาเถอะ นางไม่มีชุดสวยๆใส่เลยนี่นา “ต่อไปก็เครื่องประดับ”

ร่างบอบบางในชุดสีเหลืองอ่อนที่เพิ่งเปลี่ยนก่อนออกจากร้านแพรพรรณเมื่อครู่เดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี้อย่างสนุกสนาน แต่ส่วนใหญ่ก็ซื้อเอาตามร้านริมทางเพราะราคาถูกกว่ามากแถมยังสวยและถูกใจ “ข้าเอาอันนั้น แล้วก็อันนั้น อันนั้น อันนั้น แล้วก็อันนั้น” พ่อค้าก็หยิบตามที่นางชี้อย่างไม่พลาดแม้แต่จังหวะเดียวและนางก็จ่ายเงินแบบไม่คิดเช่นกัน

เดินเยอะก็หิว จากที่สอดส่องหาแต่ของสวยๆงามๆก็มองหาอาหารบ้าง โดยเฉพาะของหวานที่เป็นของชอบไม่ว่าจะเป็นหลิวจิวเหมยคนเก่าหรือนางที่มาจากอนาคตก็ตาม “ถังหูลู่” สีสันสดใสของพุทราเชื่อมเสียบไม้กำลังล่อตาล่อใจ ไม่รอช้านางรีบก้าวเร็วๆไปยังร้านถังหูลู่ในทันทีเพราะเห็นว่ามันเหลือเพียงไม้สุดท้าย ก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบก็มีอีกมือที่มาจากที่ใดก็ไม่รู้เอื้อมมาหยิบมันตัดหน้านาง ตากลมโตดังแม่กวางน้อยสะบัดใส่เจ้าโจรใจร้ายในทันที “นั่นของข้านะ!

“แต่ข้าหยิบก่อน”

“แต่ข้าเห็นก่อน เจ้ามาแย่งข้า!” หนอย แต่งตัวก็ดี หน้าตาก็พอดูได้ เหตุไฉนถึงมาแย่งของที่นางหมายตากัน “เหลือไม้เดียวแล้วด้วย” นางยังเด็กนางรู้ตัว เพราะฉะนั้นนิสัยเด็กๆก็เลยเริ่มจะแผลงฤทธิ์เพราะถูกขัดใจ ถึงจะไม่ใช่คนเอาแต่ใจตนเองแต่นิสัยอยากได้อะไรแล้วต้องได้ที่ติดมาจากโลกเดิมนั้นแก้ไม่หาย ก้อนสะอื้นตีขึ้นมาจุกที่คอ นัยน์ตาเริ่มมีน้ำใสๆไหลคลอแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดจะแย่งกลับมา คิดซะว่าวันนี้ไม่ใช่วันของนาง

แต่คนที่ถือถังหูลู่อยู่ในมือเริ่มอยู่ในสุขเพราะน้ำตาใสๆนั้นปริ่มจะไหลอยู่รอมร่อ ลำพังใบหน้าของนางก็น่ารักน่าเอ็นดูมากพออยู่แล้วยิ่งมาเบะเพราะเขาแย่งถังหูลู่ไม้สุดท้ายมาก็ยิ่งน่าเอ็นดู ทำไมรู้สึกอยากรังแกผู้หญิงกันนะ

“พี่รอง ถังหูลู่ของข้า” แรงสะกิดที่ขาทำให้เขาต้องก้มมองน้องชายตัวน้อยที่เว้าวอนให้เขามาซื้อถังหูลู่ให้จนเกือบมีเรื่องกับสตรีผู้นั้น เห็นสายตาน้องชายก็ได้แต่ยื่นถังหูลู่ในมือให้ก่อนจะเงยหน้ากล่าวขออภัยที่เขาแย่งนางมาถึงเขาจะเป็นฝ่ายคว้ามาได้ก่อนก็เถอะ แต่นางกลับหายไปเสียแล้ว “พี่รองหาสิ่งใด”

“ก็แม่นางคนเมื่อครู่ที่เรามาแย่งถังหูลู่นางอย่างไรเล่า”

“คนนั้นป่าว” นิ้วป้อมของน้องชายชี้ไปที่หลังบอบบางในชุดสีเหลืองที่กำลังเดินคอตกไปที่ร้านซาลาเปา เมื่อเห็นว่านางยังไม่ได้ไปที่ไหนไกลก็เร่งอุ้มน้องชายเดินตามไป “พี่ฉาวๆ หยุดก่องๆ พี่ฉาววววว” เจ้าเด็กตัวกลมอ้วนในแขนของเขาตะโกนเรียกนางไม่หยุดแต่พี่สาวที่หันมาดันไม่ใช่นาง เฮ้อ

“เดี๋ยวก่อนแม่นาง!” จิวเหมยที่ซื้อซาลาเปาเสร็จกำลังจะกลับโรงเตี๊ยมเห็นคนมาดักตรงหน้าและเป็นคนที่แย่งถังหูลู่ของนางไปก็หน้าบึ้งใส่อย่างไม่ต้องรักษามารยาท “ขออภัยแม่นาง เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้กล่าวขอโทษเจ้าที่แย่งถังหูลู่ไม้นี้มา เพียงแต่น้องชายของข้างอแงและอยากกินมันมากข้าก็เลยไม่ทันเห็นว่าเจ้าเองก็อยากกินมันเช่นกัน” นางได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองเด็กตัวอ้วนที่มีถังหูลู่ในมือและกำลังมองมาที่นางตาแป๋ว อ้อ ที่แท้ก็ซื้อให้น้อง

“เช่นนั้นข้าจะไม่ถือสา ข้าไปได้หรือยัง”

“เดี๋ยวสิ ข้าจ้าวไท่หลง น้องชายข้าจ้าวไท่เว่ย เจ้ามีนามว่าอะไรหรือ”

“ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้าหรือ”

“จะได้นับกันเป็นสหาย งั้นเอาเช่นนี้ ให้ข้าเลี้ยงอาหารเจ้าสักมื้อเป็นการขอโทษดีหรือไม่” ของฟรีไม่เอาก็โง่แล้ว

“ก็ได้ ข้าชื่อหลิวจิวเหมย”

“แซ่หลิวงั้นหรือ” ไท่หลงขมวดคิ้วอย่างข้องใจ ชื่อแช่นี้มีไม่กี่คนในแผ่นดินซาน เช่นนั้นนางก็ต้องข้องเกี่ยวกับคนแซ่หลิวสักคนเป็นแน่ “เจ้าแซ่หลิว เช่นนั้นเจ้ามีความเกี่ยวข้องเช่นไรกับแม่ทัพหลิวตงเฉิน”

“ท่านพ่อของข้าเอง ทำไมหรือ” คราวนี้จ้าวไท่หลงถึงกับขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม บุตรสาวงั้นหรือ

“แต่ที่ข้ารู้มา ท่านแม่ทัพมีบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ หรือเจ้าเป็นบุตรของอนุรอง” จิวเหมยได้ยินเช่นนั้นก็กัดฟันอย่างโมโห ถึงนางจะไม่ได้เกิดจากฮูหยินใหญ่และไม่ได้ออกจากจวนไปร่วมงานต่างๆแต่นางก็ถูกยกให้เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพ ท่านพ่อไม่เคยปิดบังว่ามีนางเป็นลูกแล้วเหตุใดถึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านพ่อมีนางเป็นบุตรสาวคนโต “ข้าพูดสิ่งใดผิดเช่นนั้นหรือ”

“ข้าไม่ได้เกิดจากฮูหยินหรืออนุรอง แต่เกิดจากอนุสาม คงเพราะเหตุนี้กระมังเจ้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อข้า”

“เรื่องท่านแม่ทัพมีอนุสามนั้นผู้ใดก็รู้ อีกทั้งท่านแม่ทัพยังยกให้นางเป็นหญิงที่รักมากกว่าสตรีอื่นเรื่องนี้ผู้ใดก็รู้เช่นกัน แต่ที่ไม่รู้คือท่านแม่ทัพมีบุตรสาวที่เกิดจากนางด้วย เหตุใดเป็นเช่นนั้น จวนอื่นถึงแม้จะมีอนุมากมายแต่ก็ยกย่องบุตรทุกคนเท่าเทียมแม้ความรักความเมตตาอาจจะไม่เท่าเทียมบ้างแต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าทอดทิ้งบุตร”

“ท่านพ่อไม่ได้ทอดทิ้งข้า” แต่หากคงเป็นฮูหยินใหญ่กระมังที่ไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ว่ามีนางเป็นบุตรสาวคนโตของท่านแม่ทัพ หากไม่มีผู้ใดรู้นั่นย่อมต้องเป็นเรื่องที่ดีต่อบุตรสาวของนางเช่นกัน หึ เห็นทีจะมีเรื่องฟ้องท่านพ่ออีกแล้วกระมัง “ช่างเถิด เจ้าก็ไม่ต้องไปบอกผู้ใดหรอกว่าข้าเป็นบุตรสาวจวนใดหรือของผู้ใด ปล่อยให้ไม่รู้ไปนั่นแหละดีแล้ว แล้วนี่จะเลี้ยงข้าวข้าได้หรือยัง ข้าหิวแล้วนะ” หรือว่าจะมีเรื่องที่นางไม่รู้กันนะ คงต้องถามท่านพ่อให้แน่ชัด

จิวเหมยพาทั้งสองคนมาที่โรงเตี๊ยมหมิงอัน เพราะนางเห็นว่าอาหารของโรงเตี๊ยมก็อร่อยดีแถมยังไม่แพงเหมือนเหลาอาหารอื่นๆ ทั้งยังมีนักเดินทางมากมายมารับประทานอาหารที่นี่แม้จะไม่ได้เข้าพักก็ตามเพราะชั้นล่างของโรงเตี๊ยมนั้นเป็นเหลาอาหารขนาดเล็กมีเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น เสี่ยวเอ้อที่คุ้นหน้านางดีรีบหาโต๊ะให้ทันทีที่นางเอ่ยปาก

“ข้าสั่งเลยนะ เจ้าและน้องอยากทานสิ่งใดก็สั่งเลยเขาทำอร่อยทุกอย่าง”

“อันที่จริงข้าพาเจ้าไปทานที่เหลาอาหารขึ้นชื่อของเมืองหลวงก็ได้นะ”

“ทานที่ไหนก็เหมือนกัน ที่นี่ก็อร่อยดีไม่แพงด้วย หรือถ้าเจ้ากับน้องจะไปทานที่เหลาอื่นก็ไปเถิดไว้วันหลังค่อยเลี้ยงข้าก็ได้” แต่ไท่หลงก็ไม่ได้ไปไหนทั้งยังสั่งแต่อาหารแพงๆจนเสี่ยวเอ้อยิ้มหน้าบานไปที่ห้องครัว “ว่าแต่เจ้าสองคนรู้จักท่านพ่อข้าดีจังเลยนะ รู้แม้กระทั่งในจวนท่านพ่อมีอนุกี่คน”

“ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ผู้ใดเขาก็รู้กัน อีกอย่างท่านพ่อของข้าที่เป็นอัครเสนาบดีก็เป็นสหายสนิทของท่านแม่ทัพ เจอหน้าพบปะกันก็บ่อยครั้ง ท่านแม่ข้าก็ชื่นชอบท่านน้าเหมยอิงมาก เรื่องแค่นี้ใยข้าจะไม่รู้” จิวเหมยพยายามเค้นเอาความทรงจำของคนตระกูลจ้าวแต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย เช่นนั้นก็เป็นไปได้ว่านางก็ไม่ได้รู้จักคนของตระกูลจ้าว “ข้าถึงแปลกใจอย่างไรเล่าว่าเหตุใดถึงไม่รู้จักเจ้า หากท่านแม่รู้ว่าเจ้าเป็นบุตรสาวของสหายรักคงอยากพบเจ้าเป็นแน่”

“สหายของท่านแม่เช่นนั้นหรือ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านแม่มีสหาย”

“ก็เหมือนเช่นที่ข้าไม่รู้ว่าท่านน้าเหมยอิงตั้งท้องและมีเจ้า แม้แต่ท่านแม่ของข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” ท่านแม่ของนางเป็นบุตรสาวของคหบดีผู้หนึ่งที่มาทำการค้าที่เมืองหลวงหลังจากท่านยายของนางตายจากไป การมีสหายนั้นเป็นเรื่องปกติแต่นางไม่เคยได้ยินท่านแม่ของนางเอ่ยถึงสหายหรือสกุลจ้าวเลยสักครั้ง เพราะเหตุใดกันนะ “อาจจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ข้าเองก็เพิ่งสิบสองหนาวไม่ค่อยรู้อะไรนักหรอก”

“สิบสองหนาวหรือ! นี่เจ้าอายุเท่าข้าเลย!

“ไท่เว่ยฉามหนาว”

“หึหึ กว่าน้องจะมาเกิดได้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าพยายามมากทีเดียว มีแต่ผู้ตามใจก็เลยเอาแต่ใจไปสักหน่อยเจ้าอย่าได้ถือสาเลยนะ” จิวเหมยนะหรือจะถือสา ออกจะเอ็นดูมากด้วยซ้ำ ตัวอ้วนกลมเชียว ในโลกก่อนนางก็มีน้องแต่เป็นน้องที่พ่อกับแม่ไม่ได้คาดหวังอะไร เที่ยวเล่นได้ตามใจไม่เหมือนนางที่ต้องอยู่ในกฎระเบียบตลอดแต่ถึงอย่างนั้นนางก็รักน้องมากเพราะเด็กผู้นั้นช่างออดอ้อนและน่ารักเสมอยามเมื่ออยู่กับนาง พอเห็นเด็กอ้วนผู้นี้ก็เลยอดจะเอ็นดูไม่ได้

อาหารหลากหลายทยอยขึ้นโต๊ะ แทบจะไม่มีที่วางชามข้าวแต่คนที่ชอบใจที่สุดเห็นจะเป็นจ้าวไท่เว่ย แม้จะใช้ตะเกียบได้ไม่ถนัดนักแต่ก็ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว หกเลอะเทอะบ้างแต่ไท่หลงก็พยายามช่วยแม้น้องจะอยากทานเองก็ตาม จิวเหมยเองก็ทานอย่างเอร็ดอร่อยเพราะทานแต่ซาลาเปามาหลายมื้อแล้ว

“กินเสร็จเจ้าจะกลับจวนเลยหรือไม่จิวเหมย ข้าจะได้ไปส่ง”

“ไม่ล่ะ ข้าพักอยู่ที่นี่ได้สองวันแล้วและคิดว่าคงอยู่ต่ออีกหลายวัน”

“ข้าถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดเป็นเช่นนั้น”

“มีปัญหาภายในนิดหน่อยเจ้าอย่าได้ใส่ใจเลย”

“เช่นนั้นเจ้าไปพักที่จวนของข้าดีหรือไม่ ท่านแม่คงจะอยากเจอเจ้าเช่นกัน ตั้งแต่ท่านน้าเหมยอิงจากไปท่านแม่ก็เก็บตัวอยู่แต่ในจวนไม่ออกไปที่ใดเลย ท่านพ่อของข้าก็จนใจจะหาวิธีแล้ว ถ้าได้เจอเจ้าท่านแม่จะต้องดีใจเป็นแน่”

“คงไม่ได้หรอกไท่หลง ข้าจ่ายค่าโรงเตี๊ยมไปแล้ว อีกอย่าง ท่านพ่ออาจจะมาหาข้าที่นี่ได้ทุกเมื่อข้าไม่อยากคลาดกับท่านพ่อ เอาไว้เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้วข้าจะไปเยี่ยมท่านน้าก็แล้วกันนะ”

“แต่เจ้าเป็นสตรี จะอยู่ผู้เดียวที่โรงเตี๊ยมได้เช่นไร”

“ข้าก็อยู่มาได้ตั้งสองวันแล้วนะ อีกอย่างท่านพ่อก็ส่งคนมาคอยดูแลข้าอยู่แล้วเจ้าไม่ต้องห่วงหรอก” ไท่หลงดูเหมือนจะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนางยืนยันเช่นนั้น ทานข้าวไปคุยกันไปดั่งเช่นสหายก็เพลินดี แม้จะเพิ่งรู้จักกันแต่นางก็รู้สึกสนิทใจกับสองพี่น้องพอสมควร

“ไท่หลง ไท่เว่ย พวกเจ้าสองคนมาทำอะไรที่นี่!

เฮือก!

คนอะไรทำไมเสียงดุจัง

“พี่ใหญ่!” ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหาเด็กทั้งสองคน รอบกายแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาจนชั้นล่างของโรงเตี๊ยมถูกแช่แข็งไปชั่วครู่ “ข้าพาน้องออกมาเที่ยวตลาดขอรับ แล้วบังเอิญว่าได้รู้จักสหายคนใหม่และข้าก็เสียมารยาทกับนางข้าก็เลยชวนนางมาเลี้ยงอาหารเป็นการขอโทษน่ะขอรับ แล้วท่านพี่มาทำอะไรที่นี่หรือขอรับ” พี่ชายไท่หลงงั้นหรือ

นิยามง่ายๆสำหรับชายคนนี้ แม้จะหล่อเหลาปานเทพเซียนแต่ก็น่ากลัวไปทุกส่วนตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นกัน

“พี่มาหาสหาย เจ้าทานเสร็จก็รีบกลับจวน เข้าใจหรือไม่” จ้าวไท่หยางเหลือบตามองสตรีหนึ่งเดียวบนโต๊ะอย่างประเมิน เพราะน้องชายทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเป็นสหายกับผู้ใดง่ายๆแต่กลับยอมเป็นสหายกับนางนั่นเขาย่อมแปลกใจ ใบหน้าของนางหมดจดดั่งเช่นสตรีคุณหนูทั่วใบแต่ที่น่าจดจำคือดวงตากลมโตของนาง บุตรสาวจวนใดกัน

“พี่ใหญ่ทานด้วยกันหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ล่ะ พี่ต้องไปแล้ว เจ้าก็รีบพาน้องกลับจวนประเดี๋ยวท่านแม่จะเป็นห่วง”

“ขอรับพี่ใหญ่” วินาทีสุดเกร็งหายไปเพียงเพราะชายผู้นั้นเดินขึ้นชั้นบนของโรงเตี๊ยม นี่สินะปราณขั้นสูง แค่เดินเฉียดใกล้ก็อึดอัดแล้วแม้จะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพเซียนก็ตามเถอะ “เจ้าถอนหายใจทำไมหรือจิวเหมย”

“พี่ใหญ่ของเจ้าน่ากลัว”

“ฮ่าๆ ใครๆก็พูดเช่นนั้น แต่ถึงจะน่ากลัวแต่จวนข้าก็มีแม่สื่อมาทาบทามท่านพี่ไม่เว้นวันเลยเชียวนะ”

“หืม แม่สื่อต้องไปทาบทามสตรีมิใช่หรือ”

“ก็ใช่ แต่เจ้าก็เห็นว่าพี่ใหญ่ของข้านั้นรูปงามมาก เป็นธรรมดาที่จะมีสตรีมากมายสนใจ คุณหนูจากแต่ละจวนก็เลยเป็นฝ่ายมาทาบทามแทน บางคนก็มาแล้วมาอีกจนท่านพ่อต้องออกปากว่าพี่ใหญ่จะหาภรรยาด้วยตนเองนั่นแหละจวนข้าถึงกลับมาสงบ” ก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หล่อออกปานนั้น ถ้าเป็นนางในโลกก่อนก็ต้องมีมองตามกันบ้าง “เพราะพี่ใหญ่ของข้าเป็นถึงรองแม่ทัพและเป็นสหายขององค์ไท่จื่อด้วยกระมังที่ทำให้ชื่อของพี่ใหญ่เป็นที่รู้จัก”

“ข้าสัมผัสได้ถึงปรานแปลกๆจากตัวเขา”

“พี่ใหญ่ฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่ยังเล็ก เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กับองค์ไท่จื่อ การจะมีลมปราณคงไม่แปลกกระมัง” ที่นางหมายถึงคือปราณที่แปลกไปจากผู้อื่น แม้จะจับได้ว่าเป็นผู้ใช้ธาตุดินกับน้ำแต่ปราณที่นางสัมผัสได้นั้นมันแปลกแต่บอกไม่ได้ว่าแปลกยังไง แต่ไม่ใช่ปราณที่นางคุ้นเคยแน่ๆ ที่ท่านตาสอนมาก็ไม่เคยเห็นแบบนี้

“ช่างเถิด พวกเจ้อิ่มก็กลับไปได้แล้วข้าจะขึ้นไปพักผ่อน ขอบใจที่เลี้ยงข้าว”

“ไม่เป็นไรๆ ถือว่าเราหายกันแล้วนะสหาย ไว้ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่วันหลัง กลับจวนกันเถอะไท่เว่ย” ทำมาเป็นพูด ค่าอาหารเมื่อกี้ก็พี่ใหญ่ของเจ้าจ่ายให้ไม่ใช่หรือไง

ไท่หลงกับไท่เว่ยกลับถึงจวนของอัครเสนาบดีจ้าวไท่หลางผู้เป็นบิดาไล่เลี่ยกับพี่ใหญ่ของพวกเขา สามพี่น้องก็เลยได้เดินเข้าจวนพร้อมกันมุ่งหน้าไปเรือนหงเหมยของผู้เป็นมารดาที่ขณะนี้กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าให้ผู้เป็นสามีและลูกๆ งานฝีมือของฮูหยินใหญ่ของจวนนั้นงดงามเหนือหญิงใดในแผ่นดินซาน

“ท่านแม่” ร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นมารดาแต่เพราะไม่ระวังจึงสะดุดหกล้มแต่แทนที่จะร้องไห้กลับเงยหน้ายิ้มกว้างให้จนจางอี้เฟยผู้เป็นมารดายิ้มตอบอย่างอ่อนใจ “ท่านแม่”

“ไปซนที่ใดมาเจ้าตัวยุ่งของแม่”

“ตลาด พี่รองพาเว่ยไปกิงหนมกิงข้าวกับพี่ฉาวด้วย”

“หืม พี่สาวงั้นหรือ พี่รองของเจ้าต้องตาสาวจากจวนใดกัน”

“โธ่ ลูกไม่ได้ต้องตาผู้ใดสักหน่อยขอรับท่านแม่ เพียงแต่ถูกชะตาอยากเป็นสหายด้วยเท่านั้น ก็เพราะน้องอยากกินถังหูลู่ลูกก็เลยไปแย่งไม้สุดท้ายที่นางหมายตาไว้ ก็เลยต้องพานางไปเลี้ยงข้าวเป็นการขอโทษเท่านั้นขอรับ แต่ลูกว่าท่านแม่ต้องสนใจนางเป็นแน่ขอรับ เพราะนางเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพหลิวตงเฉิน” จ้าวไท่หยางขมวดคิ้วฉับในทันทีเพราะตัวเขานั้นเป็นถึงรองแม่ทัพ ร่วมรบกับท่านแม่ทัพมาหลายสนามรบแต่ไม่เคยได้ยินว่าท่านแม่ทัพมีบุตรสาวที่โตขนาดนี้แล้ว ไม่ผิดกับผู้เป็นมารดาที่หัวใจเต้นแรงกับข่าวนี้เช่นกัน พลันนึกถึงสหายรักที่แสนอ่อนโยนของนางที่จากโลกไปแล้ว

“บุตรสาวของท่านแม่ทัพอายุเพียงไม่กี่หนาวเองไม่ใช่หรือ ยังเล็กนักเท่าที่พี่ทราบ”

“นางบอกข้าว่านางเป็นบุตรที่เกิดจากอนุสาม นั่นก็คือท่านน้าเหมยอิงขอรับ อายุเท่าลูกเลยขอรับท่านแม่”

“จริงหรือ! ลูกพูดจริงหรือไท่หลง!

“ขอรับท่านแม่ ลูกถามนางมาดีแล้ว อีกอย่างตอนนี้นางพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมหมิงอันขอรับ”

“เหตุใดถึงไปพักที่โรงเตี๊ยม จวนของท่านแม่ทัพใหญ่ออกปานนั้นจะไม่มีเรือนให้บุตรสาวอยู่เชียวหรือ ถึงจะเป็นลูกอนุแต่พวกเราก็ทราบกันดีว่าท่านน้าเหมยอิงนั้นเป็นที่รักของท่านแม่ทัพเพียงใด ข้อนี้พี่ไม่เข้าใจนัก”

“นางบอกข้าว่ามีปัญหาภายในขอรับก็เลยต้องอยู่นอกจวนไปก่อน”

“แม่อยากเจอนาง ลูกไปแจ้งแก่นางได้หรือไม่ไท่หลง” อี้เฟยนั้นนึกอยากพบนางตั้งแต่ได้ยินว่าเป็นบุตรสาวของสหายรัก เหมยอิงตั้งท้องในช่วงเวลาเดียวกับที่นางตั้งท้องไท่หลง แต่ช่วงนั้นนางแพ้ท้องหนักก็เลยไม่ได้พบหน้าสหายรักจวบจนวันคลอด ครั้นมาเยี่ยมเยียนก็มีเพียงท่านแม่ทัพเท่านั้นที่หอบของขวัญที่เหมยอิงทำมาให้เองกับมือบอกเพียงว่าสหายรักของนางนั้นไม่ค่อยสบาย ท่านแม่ทัพจึงไม่ใคร่อยากให้ออกจากจวนมาโดนลมนัก ไม่เคยรู้ว่าตั้งท้องและไม่เคยรู้ว่าเหตุใดหญิงสาวที่งดงามและสุขภาพแข็งแรงถึงได้สิ้นใจตายใจไปเร็วเช่นนี้ นางสงสัยแต่ไม่ปริปากกับผู้ใด

“ได้ขอรับท่านแม่ วันพรุ่งลูกจะไปแจ้งแก่นางเอง และหากนางยอมมาลูกจะพามาเองขอรับ”

แต่คนที่กำลังเป็นประเด็นของครอบครัวจ้าวอยู่นั้นกำลังโกรธจนตัวสั่น เหตุเพราะท่านพ่อมาแจ้งข่าวแก่นางด้วยตัวเองว่าไม่มีผู้ยอมรับว่าเป็นคนลวงนางไปฆ่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าคงไม่มีคนโง่ผู้ใดยอมรับง่ายๆกระมังว่าปองร้ายยาง แต่ท่านพ่อบอกว่าผู้ที่มีพิรุธและน่าสงสัยที่สุดนั้นไม่พ้นฮูหยินใหญ่ หลังจากออกมาต้อนรับท่านพ่อกลับจวนแล้วและท่านพ่อได้สอบถามเรื่องนางกับฮูหยินใหญ่ ฮูหยินใหญ่ก็อ้างว่าไม่สบายมาตลอด ไม่ยอมมาพบหรือให้ใครพบเลยแม้แต่ผู้เดียว นี่สินะที่เรียกว่ากลัวจนหัวหด

“หากเป็นฮูหยินใหญ่ที่ทำแบบนั้นกับลูกจริงๆ ท่านพ่อจะจัดการเช่นไรเจ้าคะ”

“คงทำอะไรมากไม่ได้หรอกเหมยเอ๋อร์ นางเป็นภรรยาที่ได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ หากนางผิดจริงบทลงโทษร้ายแรงที่สุดเห็นจะเป็นกักบริเวณและลดเบี้ยหวัด” โทษช่างน้อยนิดจริงๆ หากรู้ว่านางยังไม่ตายจะเป็นเช่นไรกันนะ “ส่วนอนุรองนั้นไม่ปริปากใดๆเช่นกัน เจ้าจะให้พ่อทำเช่นไรหรือเหมยเอ๋อร์”

“แจ้งข่าวทุกคนในจวนว่าลูกยังไม่ตายเจ้าค่ะ แต่ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกอยากออกมาอยู่ข้างนอก ลูกไม่ใคร่อยากกลับไปอยู่ที่จวนอีกแล้ว”

“เหมยเอ๋อร์ ลูกคิดจะทำสิ่งใดหรือ ข้างนอกนั้นอันตรายนัก หากลูกปักปิ่นแล้วพ่อจะไม่ห่วงเจ้าเท่านี้ แต่ตอนนี้เจ้ายังเด็กนัก ไม่ดีแน่หากจะปล่อยให้เจ้าอยู่ข้างนอกเพียงลำพังเช่นนี้”

“จวนของท่านพ่อไม่ปลอดภัยสำหรับลูกอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ ตั้งแต่ท่านแม่จากไปแม้ลูกจะอยู่ในความดูแลของฮูหยินใหญ่แต่ก็ไม่ได้รับความรักหรือเมตตาใดๆเลย เบี้ยหวัดก็ได้น้อยแสนน้อยจนแทบไม่พอใช้จ่าย สาวใช้ที่เคยไว้วางใจก็ทิ้งลูกไปจนไม่เหลือแม้แต่ผู้เดียว จนวันหนึ่งมีคนมาแจ้งแก่ลูกว่าท่านแม่ยังอยู่ ลูกที่ไร้เดียงสาอ่อนต่อโลกนั้นเชื่อคนผู้นั้นเต็มอก ยอมออกจากจวนเพื่อไปหาท่านแม่โดยไม่รู้ว่าต้องเอาชีวิตตนเองไปทิ้ง ไม่ได้ร่ำลาท่านพ่อ แต่ลูกนั้นจำได้ขึ้นใจว่าคนผู้นั้นเป็นสาวใช้ของฮูหยินใหญ่ หากจะหาตัวผู้กระทำผิดก็ต้องทำเหมือนลูกยังไม่ตายเจ้าค่ะ แล้วก็ลูกอยากได้บ้านหลังเล็กๆซักหลังเจ้าค่ะ จะรบกวนท่านพ่อมากไปหรือไม่เจ้าคะ”

“เหตุใดพ่อจะให้เจ้าไม่ได้ หลังจากบ้านเสร็จพ่อจะให้คนเอาสินเดิมของแม่เจ้าไปให้ ส่วนเบี้ยหวัดจากพ่อเจ้าก็จะยังคงได้เช่นเดิมพ่อจะให้พ่อบ้านหม่าเป็นผู้จัดการ แต่พ่ออยากให้เจ้าคิดตรองดูอีกสักครั้งเถิด”

“ลูกตัดสินใจดีแล้วเจ้าค่ะ อีกอย่าง ลูกวางแผนจะทำสิ่งที่อยากทำเจ้าค่ะ หากอยู่ในจวนจะไม่เป็นการดีนัก ท่านพ่อโปรดวางใจ ลูกจะดูแลตนเองเป็นอย่างดีไม่ให้ลำบากและเป็นอันตรายแน่นอนเจ้าค่ะ”

“เอาเถิด หากยืนยันเช่นนั้นพ่อก็จะเชื่อใจเจ้า ระวังตัวให้มากๆนะเหมยเอ๋อร์”

“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ลูกไม่ใช่หลิวจิวเหมยที่แสนอ่อนแอผู้นั้นอีกแล้ว”

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.987K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4309 rung_3508 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 15:46
    คหสต.นางเอกชาติก่อนเป็นหมอทหารวุฒิภาวะคือโตมากแล้วพอมาอยู่ในร่างเด็กอย่างน้อยความคิดก็น่าจะมีมากกว่านี้อ่านไปก็คิดไปอาจเป็นเพราะตอนอยู่โลกเดิมโดนพ่อกดดันไม่ได้รับความรักเลยทำให้มาอยู่ในโลกใหม่อยากใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองไม่เคยได้ใช้ แต่อย่างน้อยนางเอกน่าจะวางแผนการใช้เงินก็ยังดีมีเงิน50ตำลึงทองแถมที่พ่อให้มาอีกแต่ใช้เงินแบบไม่คิดอะไรเลยอยากได้อะไรก็ซื้อ ถ้าถามว่าเงินที่นางเอกมีเยอะมั้ยก็เยอะแต่ถ้ายังใช้เงินเป็นเบี้ยขนาดนั้นนางเอกคงจนก่อนโต เรื่องที่ขอพ่อมาอยู่ข้างนอกคนเดียวอันนี้เข้าใจได้เพราะถ้าอยู่ในจวนแม่ทัพต่อไปอาจไม่รอดจะให้ไปสู้กับฮูหยินเอกที่ได้สมรสพระราชทานก็คงทำอะไรมากไม่ได้เพราะอย่างน้อยต้องเกรงใจฮ่องเต้ที่เป็นคนมอบฮูหยินเอกให้ท่านแม่ทัพ แต่ที่ไม่เข้าใจมากๆคือทำไมนางเอกเหมือนไม่วางแผนชีวิตในอนาคตอะไรเอาไว้เลยเหมือนแค่คิดอยากได้บ้านก็ขอพ่อ ไม่มีเงินก็ขอพ่อ อันรี้เราอาจคิดไปเองขออ่านตอนต่อไปก่อนเผื่อนางเอกอาจคิดเอาไว้แล้วแต่ยังอ่านไม่ถึงก็ก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องขอโทษไรท์ด้วยค่ะ
    #4,309
    0
  2. #4238 RamonSaeung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 23:51
    เม้นนี้คือความเห็นส่วนตัวเราเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้นไม่ดราม่าเนอะ
    เราค่อนข้างไม่เข้าใจ ว่าทำไมคนถึงชอบเยอะ โยงเรื่องง่ายมาก นิสัยตัวละครแปลกมากๆจากที่เคยอ่านมา แต่งเรื่องได้ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นะคะ หวังว่าจะคอยพัฒนาผลงานเรื่อยๆนะคะ
    #4,238
    0
  3. #4115 icielfahmb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 23:51
    เป็นหมอทหารแต่ร้องไห้เพราะโดนแย่งถังหูลู่ อ่านแล้วขัดๆยังไงไม่รู้ ทหารเขาน่าจะฝึกหนักประสบการณ์เยอะเจอเรื่องมาเยอะเอาแต่ใจขนาดไหนก็ไม่น่าเสียน้ำตาง่ายๆนะ
    #4,115
    2
    • #4115-1 Rattana12(จากตอนที่ 2)
      13 พฤษภาคม 2563 / 15:50
      จริง5555
      #4115-1
    • #4115-2 Hoshizora_chan(จากตอนที่ 2)
      29 พฤศจิกายน 2563 / 12:40
      เพราะน้องมาอยู่ในร่างเด็กรึปล่าวคะ รู้สึกว่าน้องน่าจะได้นิสัยเด็กๆมาบ้างจากร่างนี้น้องเลยบ่อน้ำตาแตกค่อนข้างง่าย มั้ง?
      #4115-2
  4. #3884 Nuthathai Por (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 20:06

    สิบสองหลาวยังเด็กนักนะ จะออกมาอยู่คนเดียวจริง ๆ เหรอ

    #3,884
    0
  5. #3738 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 13:51
    ดูหลุดนิดหน่อย
    #3,738
    1
    • #3738-1 I FORGET MYNAME(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 17:17
      จริง5555
      #3738-1
  6. #3623 คุณออลวอน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 21:51
    ขัดใจกับนิสัยนางตอนอยากได้ถังหูลู่นิดหน่อย5555
    #3,623
    0
  7. #3592 Moimase (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 16:01
    แปลกเนาะ==
    #3,592
    0
  8. #3563 Lifeลั้นลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 22:12
    หลุดนินึงตรงถังหูลู่ ;-; นี่คือหมอทหารจริงๆรึ เรารู้สึกว่าตอนก่อนหน้านี้นางเอกยังมาดแมนกว่านี่อีก ตอนนี้เหมือนเด็กที่คิดไม่ได้อ่ะ มีตังก็เอาไปช็อปจนเหลือเงินไม่เท่าไหร่ ฮัลโหลล ออกมาอยู่ข้างนอกต้องประหยัดตังสิ เป็นเด็กยังหางานทำไม่ได้หรอกนะ
    #3,563
    1
  9. #3470 Beconnet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 23:00
    เป็นหมอทหาร แต่มีความเป็นเด็ก แพทย์​ทหารก็ฝึกหนักพอๆกับทหารเกณฑ์​เลยนะครับ แต่ล่ะคนก็แกร่งกันมาก ถึงจะมีเล่นหัวกับเพื่อนบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดร้องไห้เพราะโดนขัดใจหรอก
    #3,470
    0
  10. #3461 SkyandFree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 13:42
    นิยายมีความไม่สมเหตุสมผลอยู่นะคะ อย่างการที่ปูโครงเรื่องมาให้นางเอกเป็นทหาร แข็งแกร่ง เป็นผู้ใหญ่มาก แต่ไปๆมาๆนางเอกนิสัยเหมือนเด็ก มันไม่ใช่อ่ะค่ะ คิดว่าควรปูเนื้อเรื่องใหม่ และอยากให้ไรท์ใส่ใจกับรายละเอียดพวกนี้มากขึ้นค่ะ มันไม่ยากหรอกค่ะ รอดูพัฒนาการไรท์นะคะ
    #3,461
    0
  11. #3379 KrKuKong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:21
    ละลายแล้วน้องน้อยยย
    #3,379
    0
  12. #3226 PinkpinkDaisy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 19:51
    ชอบน้องน้อยอ่ะ บรรยายได้เห็นภาพน่ารักน่าเอ็นดู
    #3,226
    0
  13. #3187 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:25
    น้องน้อยน่ารัก​
    #3,187
    0
  14. #3020 bowbowlovetomtom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 19:11
    น่าสนใจ
    #3,020
    0
  15. #2958 paepaek666 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 21:41
    โยงเรื่องง่ายไปหน่อยป่าวดูแบบมาแรกๆอะไรก็ราบรื่นนิยายนี้เป็นอันดับ2ได้ไงนิ
    #2,958
    1
    • #2958-1 ggwriter88(จากตอนที่ 2)
      20 สิงหาคม 2562 / 23:27
      คอมเม้นท์ของคุณทำให้คนที่ตั้งใจแต่งนิยายให้อ่านเสียกำลังใจมากค่ะ แต่ก็ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่านนะคะ ได้ที่ 2 ได้ไงก็ต้องขอบคุณนักอ่านที่แสนดีท่านอื่นที่อ่าน คอมเม้นท์ และเป็นกำลังใจให้มาตลอดค่ะ ถ้าอ่านแล้วไม่สบายใจก็อย่าฝืนอ่านเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ
      #2958-1
  16. #2778 seobabyz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 00:54
    อ่านมา 2 ตอนก็ยังไม่ค่อยสนุก การเชื่อมเรื่องแปลกๆ
    #2,778
    0
  17. #2714 Someonepp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:14
    พล็อตเรื่องน่าสนใจนะ ด้วยความเปนคนชอบนิยายทะลุมิติ แต่เจอแบบนี้มาถึงบท 2 คือไปต่อไม่ไหว
    #2,714
    0
  18. #2713 Someonepp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:12
    แม่ทัพเป็นแค่ตำแหน่งกลวงๆสินะ จับฉลากได้มาหรอ55555555
    #2,713
    0
  19. #2679 Zzalaza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 13:23
    พ่อเป็นแม่ทัพใหญ่อต่จัดการอะไรไม่ได้เลยเหรอ เป็นงงเนาะ เรื่องในจวนแท้ๆใหญ่สุดแล้วอะ ละเหตุผลของฮูหยินใหญ่คืองี่เง่ามาเด้อไม่สมเหตุสมผลเลยอะ ยิ่งอนุสามแม่นางเอกท้องแต่ไม่มีคนรู้ก็คือออ ถึงฮูหยินใหญ่จะปิดยังไง แต่แม่ทัพกับเพื่อนสนิทจะไม่รู้เรื่องเลยก็เกินไปปปป
    #2,679
    0
  20. #2623 antanoy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 13:47
    ประหลาดไปนิด แม่ทัพใหญ่แต่ไม่มีอำนาจปกครองครอบครัว มีลูกก็ทอดทิ้งไม่ดูแล

    พอรู้ว่าถูกปองร้าย ควรไปเคลียร์ปัญหาในบ้านให้ลูกตัวเองอยู่ได้มากกว่า

    แต่ปล่อยตามใจให้อยู่โรงเตี๊ยมคนเดียว ถึงมีคนคุ้มกันลับๆ ว่าแย่แล้ว แถมมาหาบ้านให้เด็กอยู่ข้างนอกคนเดียวเนี่ยนะ

    แม่ทัพแบบนี้ ไม่สามารถดูแลแว่นแคว้นได้หรอกนะ
    #2,623
    0
  21. #2304 PPruedee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 17:07
    ปูนางเอกมายิ่งใหญ่มาก แต่ยิ่งอ่านยิ่งอ่อนแอ ร้องไห้เพราะถังหูลู่นี่ทำเอาพูดไม่ออก
    #2,304
    0
  22. #2194 jisjyk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 19:18
    ขนมอันเดียวอายุก็ตั้งเยอะแล้วร้องไห้ง่ายจัง
    #2,194
    0
  23. #2187 Thanyaporn Swangsri (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 12:55
    ขาดความสมเหตุสมผลขั้นรุนแรง คงต้อง แก้ใหม่ เยอะน่าดู ร้องไห้กินขนม(โลกเดิมจะ30) ความเอาแต่ใจกับความสมเหตุสมผลของตัวละคร ...
    #2,187
    1
    • #2187-1 Pom_Mark2(จากตอนที่ 2)
      7 สิงหาคม 2562 / 12:41
      นิยายไม่ต้องมีเหตผลก็ได้มังอ่านครายเคลียดจะคิดมากเลยค่าาาาา
      #2187-1
  24. #2146 -Pong_Pang- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 19:39
    อะไรคือสิบสองหนาวแร้วโดนอุ้ม กินข้าวเองไม่ค่อยเป็น พูดไม่ชัด ไม่ไช่ว่าสิบสองหนาวนิโตเปนหนุ่มแร้วไม่ไช่หรอ
    #2,146
    2
    • #2146-1 chkrn(จากตอนที่ 2)
      29 กรกฎาคม 2562 / 18:16
      คนโดนอุ้มไม่ใช่สามหนาวหรอคะ
      #2146-1
    • #2146-2 PPruedee(จากตอนที่ 2)
      30 กรกฎาคม 2562 / 17:06
      นั่นมันน้องสามขวบบบบบบ อ่านดีๆ
      #2146-2
  25. #2123 +Plus+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 13:31
    ค่อนข้างขาดความสมเหตุสมผลนะคะ นางเอกเป็นถึงแพทย์ทหารระดับคนสำคัญ ฝึกลมปราณ แถมยังปรับตัวโลกใหม่ได้เร็วอีก แต่ทำไมถึงร้องไห้ง่าย ที่บอกว่าโลกเดิมถูกตามใจมันขัดแย้งกับข้อมูลที่บอกว่าเป็นทหารนะคะ แค่แย่งถังหูลู่ไม้เดียวต้องโวยวายหรือร้องไห้เลยเหรอคะ
    #2,123
    0
  26. #144 kumkongpimpisa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:46
    10 ขวบขอมาอยูาข้างนอกคนเดียว แม่ทัพยอมให้อยู่ อายุน้อยเกินไปไหมกับเด็กอายุ 10 ขวบ พ่อยอมง่ายจัง
    #144
    4
    • #144-3 Poonchanit(จากตอนที่ 2)
      22 กรกฎาคม 2562 / 21:36
      +1 อีกคน
      #144-3
    • #144-4 jisjyk(จากตอนที่ 2)
      28 กรกฎาคม 2562 / 19:19
      +1 เซม
      #144-4