หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 19 : เทศกาลล่าสัตว์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,750 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

Talk : ค่อยๆไปกันเนาะ เราตั้งใจเขียนให้มันไปในทิศทางนี้ อะไรที่ไม่สมเหตุสมผลบ้างเราพร้อมรับฟังและแก้ไขค่ะ เดี๋ยวมารีไรท์อีกครั้งนะคะ อยากให้ทุกคนอ่านแบบคลายเคลียดกันมากกว่า อย่างที่เคยบอกว่าเป็นนิยายเบาสมองค่ะ ขอบคุณที่ติดตามกันมากมายขนาดนี้ หากผิดพลาดอะไรไปก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ



“มานานหรือยังเจ้าคะพี่หยาง”

“นานพอที่จะได้ยินเจ้าเอ่ยทำร้ายจิตใจพี่”

“พอเถิดขอรับพี่ใหญ่ ข้าเห็นพี่ใหญ่ทำตัวเช่นนี้แล้วของกินในท้องข้าปั่นป่วนเหมือนจะออกมาทางเดิมขอรับ” ผลจากการปากดีก็คือถูกพี่ชายตัวเองล็อกคอกระหน่ำเขกหัวไม่หยุด “มาเช่นนี้มีเรื่องมาแจ้งแก่จิวเหมยใช่หรือไม่ขอรับ”

“หืม มีอันใดจะแจ้งแก่ข้าหรือเจ้าคะ”

“เรื่องของเยว่ฉินหรง ท่านแม่ทัพถวายฏีกาแก่องค์ฮ่องเต้เรื่องคหบดีเยว่เก็บส่วยจากพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาค้าขายในเมืองหลวงโดยการสนับสนุนของรองเสนาบดีเยว่ ทั้งยังรับสินบนจากเจ้าเมืองไห่บิดเบือนความจริงครั้งเกิดน้ำท่วมใหญ่เมืองไห่เมื่อสองปีก่อน และยังพบว่ารายการทรัพย์สินของคลังหลวงถูกบิดเบือนและสูญหายหลายรายการ มีหลักฐานว่าเป็นการกระทำของรองเสนาบดีเยว่ พี่ก็ไม่รู้เช่นกันว่าท่านแม่ทัพไปได้หลักฐานมาเช่นไร”

“โอ้ แล้วเช่นนี้รองเสนาบดีเยว่โดนโทษเช่นไรบ้างหรือขอรับพี่ใหญ่”

“จะมีการตัดสินโทษในวันพรุ่ง พี่มาบอกเจ้าไว้ก่อนเพราะกลัวว่าหากตัดสินโทษกันแล้วพวกเขาจะพุ่งเป้ามาที่เจ้า ท่านแม่ทัพเองก็กำลังเร่งเดินทางกลับมาคาดว่าจะถึงเมืองหลวงในช่วงเช้ามืดวันพรุ่ง”

“แล้วเรื่องกองทัพแคว้นฉู่เล่าเจ้าคะ”

“ท่านแม่ทัพลอบเข้าตีได้แล้วเมื่อสองวันก่อน ที่เร่งรีบกลับเมืองหลวงก็ด้วยเพราะควบคุมตัวองค์ชายแปดกลับมา ส่วนเรื่องตระกูลตงนั้นหากองค์ชายแปดกลับมาถึงเมืองหลวงคงได้ตัดสินโทษเช่นกัน รวมทั้งเสียนเฟยด้วย”

“ข้อหากบฏ ประหารเก้าชั่วโคตรเป็นแน่ล่ะจิวเหมย”

“”ต่อจากนี้เป็นเรื่องของกรรมแต่ละคนแล้วเจ้าค่ะ แม่รองเองก็ได้รับกรรมของนางไปแล้ว ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะได้ไม่ต้องทำกรรมกับใครเพิ่ม”

“เช่นไรเจ้าก็ต้งระวังตัวนะเหมยเอ๋อร์ อย่าไปไหนมาไหนผู้เดียวมากนัก พี่เป็นห่วง”

“พี่ใหญ่จะยังเป็นห่วงอะไรนางอีกขอรับ ให้องครักษ์เงาติดตามนางโดยไม่ให้รู้ตัวมีเป็นสิบคน” คราแรกก็ไม่รู้หรอกนะ แต่มารู้เพราะเจ้าปากโป้งนี่แหละจ้าวไท่หลง “เช่นวันที่เจ้าไปเจอคนของรองเสนาบดีเยว่ระหว่างทางนั่นไง หากเจ้าจัดการเองไม่ได้สี่คนนั้นคงได้นอนตายเกลื่อนถนนไปแล้ว จริงหรือไม่ขอรับพี่ใหญ่”

“ขอบใจมากไท่หลงที่เจ้าบอกให้นางรู้ตัวว่าพี่ส่งเงาตามดูแลนาง!

“พี่หยางทานอะไรมาหรือยังเจ้าคะ อาหารร้านข้าอร่อยทุกอย่าง”

“พี่ทานมาจากที่จวนแล้วล่ะ พี่ไม่รู้ว่าเจ้าจะเปิดร้านวันนี้ บังเอิญออกมาพบสหายก็เลยได้รู้” จ้าวไท่หลงถึงกับขมวดคิ้วในความผิดพลาดของตนเอง เรื่องสำคัญของจิวเหมยเช่นนี้แต่เขาลืมบอกพี่ใหญ่ได้เช่นไร!

อยู่พูดคุยกันอีกซักครู่จ้าวไท่หยางก็ขอตัวกลับไปหาสหายที่รออยู่ที่เหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ที่นั่นใหญ่โตและหรูหรามาก ค่าอาหารก็แพงหูฉี่ แต่ถึงเช่นนั้นการได้เข้าไปนั่งทานอาหารที่นั่นก็คือว่าทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาไม่น้อย กับคุณหนูคุณชายทั่วไปอาจจะใช่ แต่ไม่ใช่กับจ้าวไท่หลงที่นั่งกินข้าวแกงร้านริมทางของนางอย่างมีความสุขสุดๆ

ช่วงเช้าวันต่อมานางก็ได้ต้อนรับท่านพ่อกลับมาบ้าน ตรวจดูจนแน่ใจว่าท่านพ่อไม่ได้รับบาดแผลจากการบุกตีกองทัพแคว้นฉู่จึงยอมปล่อยให้ท่านไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ วันนี้อาหารของร้านนางก็ยังขายได้ดีเช่นเดิมและมีลูกค้าที่เป็นนักเดินทางเพิ่มมากขึ้นจนจานล้างแทบไม่ทัน

วันนี้นางไม่ได้เป็นคนตักอาหารแล้วแต่ก็คอยเดินชี้แนะและพูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ร้านนางขายไม่แพงทำให้เป็นที่ถูกใจของคนเหล่านี้ยิ่งนัก ทั้งยังอิ่มท้องเพราะนางให้เยอะมาก แม่ใหญ่ที่ขอนางมาช่วยเองก็สนุกกับสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ฟางเอ๋อร์เองก็ช่วยเรียกลูกค้าหน้าร้านได้เป็นอย่างดี

“วันนี้มีคนมาซื้อกลับบ้านเยอะเลยเจ้าค่ะคุณหนู”

“ดีแล้วเจ้าค่ะ ยิ่งคนซื้อกลับบ้านมากเท่าใดเราก็จะขายได้มากขึ้นเท่านั้นเจ้าค่ะ” ปลุกความขี้เกียจทำกับข้าวในบ้านเรือน อิอิ “พี่ไม่คิดว่าจะขายได้มากขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ คราแรกที่คุณหนูเล่าให้ฟังพี่ยังมองไม่เห็นภาพเสียด้วยซ้ำว่าจะออกมาเป็นเช่นไร คุณหนูของพี่เสี่ยวอิงเก่งที่สุดเลยเจ้าค่ะ”

“ชมแบบนี้ข้าตัวลอยแล้วเจ้าค่ะ” อาหารที่ร้านขายหมดในช่วงสาย หลังจากคนงานเก็บล้างเสร็จก็พากันกลับบ้าน วันนี้จ้าวไท่หลงไม่มาหานางเพราะต้องเรียนกับอาจารย์ที่บ้านทั้งวัน นางเองก็ส่งข้าวกับขนมไปให้ที่จวนแล้วโดยให้ท่านน้าลู่ไป๋เอาไปให้ รวมทั้งของคนในจวนด้วย หวังว่าสหายของเขาจะตั้งใจเรียน

มาถึงบ้านท่านพ่อก็มารออยู่ก่อนแล้ว ร่างแกร่งของท่านแม่ทัพนอนเหยียดกายอยู่แคร่หน้าบ้านอย่างสบายอารมณ์ พอรับรู้ว่าพวกนางมาถึงก็ลุกมาช่วยขนของไปเก็บ บ้านของนางดูแออัดขึ้นมาทันตาเพราะตัวใหญ่ๆของท่านพ่อ

“เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะท่านพ่อ”

“ใช่เหมยเอ๋อร์ จากนี้ตระกูลแยว่คงถูกเนรเทศออกจากแคว้นซานไปไกลแสนไกลและหากเท้าข้างใดข้างหนึ่งเหยียบเข้าแคว้นซานพ่อจะสังหารพวกเขาได้ทันที ส่วนตระกูลตงก็ไม่พ้นถูกประหารพร้อมกับองค์ชายแปดและเสียนเฟย”

“ท่านพ่อไปเอาหลักฐานพวกนั้นมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ”

“เหมยเอ๋อร์ ลูกคงไม่ได้คิดว่าพ่อเป็นเพียงไม้ประดับกองทัพหรอกใช่หรือไม่ แม้พ่อจะไม่ชอบใช้อำนาจข่มเหงผู้ใด ถ้าต้องใช้เพื่อปกป้องคนที่พ่อรักพ่อก็จะทำ แต่น่าเสียดายที่พ่อคิดได้ช้าเกินไปจนต้องสูญเสียแม่ของลูก เพราะคิดว่าหากช่วยเขาไปแล้วทุกอย่างจะจบ แต่ในเมื่อมันไม่จบพ่อก็ต้องทำเพื่อปกป้องลูก”

“ท่านพ่อไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ ความโลภของคนนั้นยากจะหยั่งถึง”

“ลูกโตมากแล้วจริงๆเหมยเอ๋อร์” อายุวิญญาณก็โตจนจะแก่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ

“ว่าแต่ ท่านพ่อจะไปร่วมเทศกาลล่าสัตว์หรือไม่เจ้าคะ”

แน่นอนว่างานนี้จะขาดท่านแม่ทัพใหญ่ได้เช่นไร เมื่อถึงวันเดินทางตระกูลหลิวทุกคนทั้งท่านพ่อ แม่ใหญ่ นางแล้วก็ฟางเอ๋อร์ต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับเดินทาง ด้วยเพราะป่าที่องค์ฮ่องเต้จะเสด็จล่าสัตว์นั้นค่อนข้างไกลจากเมืองหลวงพอควร เดินทางครึ่งค่อนวันกว่าจะถึงชายป่า น่าตื่นเต้นไม่น้อย

ตอนนี้ตระกูลเยว่ทั้งหมดถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงไปเรียบร้อยแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างถูกริบเข้าคลังหลวงไม่เว้นแม้แต่ของคหบดีเยว่ผู้เป็นบิดา ส่วนตระกูลตงและองค์ชายแปดนั้นก็ถูกตัดสินประหารทั้งหมด เป็นที่โจษจันไปทั่วเมืองหลวงทีเดียว ชีวิตนางสงบสุขมากวหากไม่มีจ้าวไท่หลงที่กำลังจิตตกมาป่วนล่ะก็นะ

ถึงกับมาขอนั่งรถม้าคันเดียวกับนาง อาการหนักมากเชียวล่ะ

“เจ้าก็ตอบรับความรู้สึกของนางไปเสียสิ นางออกจะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู”

“น่ารำคาญมากกว่า ข้าไม่คิดว่าตระกูลนางก็จะมาด้วย หากรู้เช่นนี้ข้าคงไม่มา” แหม พ่อคนเนื้อหอม มีสาวมาตามเข้าหน่อยก็ไปไม่เป็น ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน สตรีน้อยนางนั้นก็ออกจะน่าเอ็นดูแท้ๆ ปากนิดจมูกหน่อย หน้าเรียวเล็ก งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม “เจ้าหัวเราะเรื่องอันใดของเจ้า!

“คุณหนูจางลี่หลิง บุตรสาวคนสุดท้องที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ อายุสิบเอ็ด เก่งด้านการวาดภาพ ต่อกลอน เพลงพิณ ทั้งการร่ายรำก็งดงามโดดเด่นเหนือสตรีวัยเดียวกัน เสียงยังไพเราะหากได้ฟังก็ชวนเคลิบเคลิ้ม หน้าตาหรือก็งดงามราวเทพธิดา มีสิ่งใดด้อยจนทำให้เจ้าต้องเมินนางเช่นนี้กันล่ะไท่หลง”

“ก็เพราะนางเข้าหาข้าก่อนจนน่าเกลียดอย่างไรเล่า! มีสตรีดีๆที่ไหนอยากมีสามีตั้งแต่เด็กเช่นนี้กัน”

“เจ้าเองก็ยังจับคู่ข้ากับพี่ใหญ่ของเจ้าเลยนี่นา อีกอย่างนางไม่ได้จะแต่งให้เจ้าในเร็ววันนี้เสียหน่อย ดูๆกันไปก่อนจะเป็นไรไป” เข้าหาจนน่าเกลียดที่ไหนกันล่ะ สตรีน้อยนางนั้นออกจะเขินอายจนหน้าแดงทุกครั้งที่ได้เจอจ้าวไท่หลง แม้จะช่างพูดไปบ้างแต่กิริยามารยาทก็ดีดูไม่ขัดตา “เปิดใจบ้างสิสหาย”

“เจ้าก็เปิดใจให้พี่ใหญ่ของข้าบ้างสิ”

“ข้าไม่ได้ปิดกั้นตัวเองไท่หลง เพียงแต่ตอนนี้นั้นข้ายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะไปหมด ข้ายังอยากใช้ชีวิตเป็นหลิวจิวเหมยที่โสด สวยและรวยมาก ไปอีกนานๆ”

“ข้าเองก็อยากออกท่องยุทธภพ อยากไปท่องเที่ยวตามหัวเมืองต่างๆ ข้าจึงยังไม่คิดจะมีใครเช่นไรเล่า”

“เช่นนั้นซักยี่สิบค่อยแต่งดีหรือไม่”

“สงสารพี่ใหญ่ของข้าจริงๆ”

เกือบตะวันตกดินขบวนเดินทางของฮ่องเต้ก็มาถึงชายป่าที่จะเข้าล่าสัตว์ในวันพรุ่ง กระโจมของนางและฟางเอ๋อร์อยู่ติดกับกระโจมท่านพ่อและแม่ใหญ่ สองกระโจมใกล้ๆกันเป็นกระโจมของตระกูลจ้าว เราตั้งห่างจากพวกในวังพอสมควรเพราะนางกับฟางเอ๋อร์นั้นไม่รู้ขนบธรรมเนียมในวังกลัวจะไปทำให้ใครเดือดร้อน

“เจ้าจะทำอาหารเองหรือจิวเหมย”

“ใช่ พวกเจ้าจะร่วมวงด้วยหรือไม่เล่า”

“แน่นอน! พี่ใหญ่เข้าป่าไปสำรวจเส้นทาง ข้าว่าน่าจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้างเป็นแน่” ถึงจะไม่มีนางก็เตรียมมาพร้อมเชียวล่ะ ทั้งข้าวสาร เนื้อสัตว์ ผักและเครื่องปรุงต่างๆ จานชามช้อนหม้อกระทะก็เอามาหมดไม่มีขาด “เจ้าจะทำอะไรบ้างข้าจะช่วย” นางชี้ไปที่เตาแบบพกพาที่นางไปสั่งทำก่อนมาที่นี่สองอันแล้วบอกให้สหายไปก่อไฟ

“เจ้าก่อไฟเป็นใช่หรือไม่”

“เรื่องแค่นี้ สบายมาก” สบายมากของคุณชายจ้าวคือใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วยาม

วันนี้นางจะทำอาหารง่ายๆเพราะแค่เดินทางมาทั้งวันก็เหนื่อยพออยู่แล้ว จะให้มาเตรียมอะไรที่มันใช้เวลานานเห็นทีจะเปลืองแรงมากไป หมูย่างกับซุปร้อนๆแล้วก็ข้าวสวยซักถ้วยก็น่าจะอยู่ท้อง นางเอาเนื้อที่หมักมาจากที่บ้านออกมาดมปรากฎว่ายังไม่เน่าก็เอามาย่าง วิธีย่างง่ายๆก็คือเอามาหนีบกับไม้ไผ่อันเล็ก หน้าที่นี้นางยกให้ไท่หลงดูแล

“หากหมูไหม้ก็เพราะฝีมือการย่างของเจ้านะสหาย”

“เช่นนั้นข้าไม่ทำ!

“ทำๆไปเถอะน่า ใช้ถ่านจะดีกว่าเพราะหากเจ้าย่างทั้งที่ไฟลุกมันจะไหม้และดำ แล้วก็พลิกบ่อยๆจะได้สุกพร้อมกันทั้งสองข้าง เจ้าเข้าใจที่ข้าอธิบายหรือไม่” ไท่หลงพยักหน้าแล้วตั้งอกตั้งใจเขี่ยฝืนออกให้เหลือแต่เศษถ่านแล้วเอาหมูไปย่างเหนือเตา ส่วนนางก็ตั้งหม้อต้มน้ำ รอเดือดแล้วใส่เครื่องเทศและสมุนไพรลงไปเพื่อทำต้มแซ่บหมูหอมๆ

“แล้วข้าวล่ะ”

“ข้าลืมหุง!” นางยกหม้อต้มลงแล้วเปลี่ยนเป็นตั้งหม้อหุงข้าวแทน ส่วนเตาที่สามที่จะตั้งหม้อต้มแซ่บนั้นนางไปหาก้อนหินแถวๆนั้นมาสามก้อนแล้ววางทำมุมให้พอดีกับก้นหม้อ ใช้ไฟจากเตาที่ย่างหมูมาก่อไฟแค่นี้นางก็ทำทุกอย่างพร้อมกันได้แล้ว “เจ้าย่างหมูให้หมดเลยนะ เก็บไว้มันจะเน่า วันพรุ่งคงมีเนื้อสดๆให้เราทำอาหารกระมัง”

“ต้องได้อยู่แล้ว ป่าที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ย่อมมีสัตว์ให้ล่า”

“แล้วข้าจะได้เข้าไปเก็บสมุนไพรหรือไม่”

“คงต้องถามพี่ใหญ่ก่อน เจ้าห้ามเข้าไปเองโดยเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่สหาย แถวนี้มันไม่เหมือนเมืองหลวงนะ”

“ข้ารู้หรอกน่า” น่าเสียดายที่ป่านี้เป็นคนละป่ากับที่หลิวจิวเหมยเอาชีวิตไปทิ้ง หากเป็นที่นั้นบางทีนางอาจจะได้พบท่านตาอีกซักครั้ง ครั้นอยากจะไปเองท่านตาก็สั่งไว้ว่าห้ามกลับไปที่นั่นอีก “ข้าเพียงหวังอยากได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง อาจจะมีผักแปลกๆให้ข้าเอากลับไปปลูกก็ได้นะ”

“เจ้านี่คิดแต่เรื่องหาเงินใช่หรือไม่”

“ในหัวข้าก็มีแต่เรื่องนี้นั่นแหละ เจ้าจะให้ข้าคิดเรื่องอะไรเล่า หยุด! ไม่ต้องบอกให้ข้าคิดเรื่องพี่ใหญ่ของเจ้า”

“เป็นต้องขัดข้าทุกครั้งลย!

“พี่อะไรให้ช่วยหรือไม่เหมยเอ๋อร์”

“ไม่มีอะไรแล้วเจ้าค่ะแม่ใหญ่ ข้ามีไท่หลงช่วยแล้ว แม่ใหญ่พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ อากาศเย็นเริ่มเย็นมากแล้ว” ป่านนี้น้องสาวนางยังไม่ตื่นด้วยซ้ำ หลับยาวมาทั้งวัน “หากอาหารเสร็จแล้วข้าจะเอาเข้าไปให้ในกระโจมนะเจ้าคะ” คล้อยหลังแม่ใหญ่ที่กลับเข้ากระโจมไปแล้วนางก็เอาหมูลงหม้อ รอสุกก็ปรุงรส

ไท่หลงย่างหมูเสร็จหมดข้าวก็สุกพอดี นางตักข้าวใส่ถ้วยให้ตามจำนวนคนแล้วจัดใส่ถาดใหญ่ที่นางเอามาด้วยสามถาด สำหรับท่านพ่อแม่ใหญ่แล้วก็ฟางเอ๋อร์หนึ่งถาด ท่านน้าบิดามารดาไท่หลงแล้วก็จ้าวไท่หยางอีกหนี่งถาด ของนางกับไท่หลงอีกหนึ่งถาด แบ่งหมูย่างที่หั่นเป็นชิ้นให้เท่าๆกันกับซุปหนึ่งถ้วยใหญ่ มีเครื่องเคียงเป็นหัวไชเท้าดอง

“เจ้ายกไปให้ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าเองนะไท่หลง”

“เหตุใดที่ข้าวแค่สามถ้วย แล้วข้าเล่า”

“เจ้าก็กลับมากินกับข้าอย่างไรเล่า ข้าก็แบ่งไว้ให้แล้วนี่ไง” ได้ยินเช่นนั้นก็พอใจ ยกถาดข้าวไปให้บิดามารดาของตัวเองที่กระโจมไม่อิดออด นางเองยกไม่ไหวก็เลยต้องเรียกท่านพ่อให้ออกมายก “ลูกจะกินอยู่ข้างนอกกับไท่หลงนะเจ้าคะ หากต้องการเติมซุปท่านพ่อเรียกลูกได้เลยเจ้าค่ะ”

“กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอยิ่งนัก”

“ทานเยอะๆนะเจ้าคะท่านพ่อ”

“ลูกก็เช่นกันเหมยเอ๋อร์ ตัวเจ้าผอมมากไปแล้ว” นางผอมตรงไหนกันเล่า อีกนิดคงเรียกว่าอ้วนได้แล้วนะเจ้าคะ

สรุปคือจ้าวไท่หยางถือถ้วยข้าวกลับมาพร้อมกับไท่หลง มาร่วมวงกินพร้อมกับนาง ทหารองครักษ์เริ่มเอาคบไฟมาตั้งให้ตามจุดต่างๆชวนได้บรรยากาศมาก เหล่าบรรดาขันทีและนางในนางกำนัลต่างก็ออกมาปรุงอาหารให้นายของตัวเอง แต่ท่านพ่อไม่เอาคนมาด้วย เป็นนางเองที่บอกไม่ให้เอามาเพราะจะทำให้เป็นภาระในการเดินทางมากจนเกินไป

“วันพรุ่งข้าอยากเข้าไปเก็บสมุนไพรในป่า พี่หยางพอจะให้ใครซักคนไปกับข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” เพราะวันพรุ่งนี้พี่หยางต้องตามเสด็จเข้าไปล่าสัตว์ในป่า ท่านพ่อของนางก็เช่นกัน เช่นนั้นนางจึงต้องเอ่ยขอองครักษ์ไว้ก่อน

“คนของท่านแม่ทัพพร้อมรับใช้เจ้าเหมยเอ๋อร์ เจ้าอยากได้กี่คนเพียงเอ่ยปากกับท่านแม่ทัพเท่านั้นอีกทั้งยังมีองครักษ์เงาของพี่ที่คอยคุ้มครองเจ้าอยู่ตลอดเวลา แล้วเจ้าจะไปกับจิวเหมยหรือจะเข้าไปล่าสัตว์กับพี่งั้นหรือไท่หลง”

“ไปกับจิวเหมยขอรับ ก็พี่ใหญ่บอกให้ข้าดูแลนางนี่ขอรับ” ลอยหน้าลอยตาดีนักใช่หรือไม่สหาย

“เช่นนั้นข้าชวนแม่นางจางลี่หลิงไปด้วยดีกว่า ไปหลายคนคงสนุกดี เจ้าเห็นด้วยหรือไม่ไท่หลง”

“อย่าได้แม้แต่จะคิดเลยนะ!

“ทำไมเล่า นางเองก็อายุเท่าเจ้ากับข้า นางไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลยนะนอกจากเจ้ากับข้า”

“ข้าไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับนางผู้นั้นเสียหน่อย ไม่ต้องพูดถึงได้หรือไม่ ประเดี๋ยวก็ได้โผล่มาอีก”

“เจ้าไม่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า เกลียดนักมักได้ เกลียดสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้นหรืออย่างไรไท่หลง เจ้าเกลียดนางมากๆข้าว่าอีกไม่นานเจ้าคงได้แต่งฮูหยินเข้าจวนก่อนพี่หยางเป็นแน่”

“อ่อ หากเจ้าให้พี่หยางรอถึงยี่สิบปีเห็นทีข้าคงจะทำเช่นที่เจ้าพูด”

“ยี่สิบปีเลยงั้นหรือ เจ้าจะให้พี่รอนานเพียงนั้นเชียวหรือเหมยเอ๋อร์” เอ่อ นี่เรื่องมันมาเข้าตัวนางได้เช่นไรกัน “แต่จะให้รอจนแก่พี่ก็ย่อมรอเจ้าได้นะเหมยเอ๋อร์ เพราะฮูหยินของพี่เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว” ข้าวติดคอข้าเลยเนี้ยพี่หยาง!

“โธ่ พี่ใหญ่ของข้า นี่ท่านจะไร้คู่จนแก่เลยหรือขอรับ” นางจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ นี่จ้าวไท่หลงจะเล่นงิ้วโรงใหญ่ไปหน่อยกระมัง วันพรุ่งเห็นจะต้องไปชวนแม่นางจางลี่หลิงจริงๆเสียแล้ว “จิวเหมยอย่าแย่งหมูของข้า”

“ก็เจ้ามัวแต่พูด กินเสร็จก็กลับกระโจมไปเลยข้าไม่อยากสนทนากับเจ้าแล้ว”

“สหาย เจ้าเขินอายพี่ใหญ่ของข้าใยต้องมาลงที่ข้าด้วยเล่า ช่างเขินรุนแรงยิ่งนัก” ไม่ได้เขิน!

จบมื้อเย็นจ้าวไท่หยางก็ขอตัวไปตรวจตรารอบบริเวณที่ตั้งกระโจม ส่วนนางก็ไล่ไท่หลงให้กลับกระโจมของเขาเช่นกัน ระหว่างที่นางกำลังหอบของไปล้างหน้าล้างตาที่ริมลำธารสายตาก็เหลือบไปเห็นแม่นางจางลี่หลิงกำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน นางจึงใช้โอกาสนี้เข้าไปทักทายนางเสียหน่อย

“คุณหนูจางลี่หลงนี่เอง ยินดีที่ได้พบ ข้าหลิวจิวเหมย”

“เช่นกันคุณหนูหลิว เจ้าเองก็มาล้างหน้าล้างตาเช่นกันหรือ”

“ใช่ เดินทางมาทั้งวันข้าเหนียวตัวไม่น้อย ว่าแต่ข้าขอเรียกคุณหนูเช่นสหายได้หรือไม่ เราทั้งคู่อายุเท่ากันเลย”

“ได้สิจิวเหมย”

“วันพรุ่งเจ้าจะทำอะไรหรือไม่ ข้าว่าจะเข้าไปเก็บสมุนไพรในป่า เจ้าอยากไปเดินเล่นกับข้าหรือไม่”

“เข้าป่าหรือ แต่ท่านแม่บอกให้ข้านั่งเล่นพิณให้พระสนมกุ้ยเฟยฟังน่ะสิ”

“ไท่หลงไปกับข้าด้วยนะ เจ้าคงรู้ว่าข้ากับคุณชายจ้าวเป็นสหายกัน เจ้าไม่อยากไปกับข้าแน่หรือ”

“ไป! ข้าจะไปกับเจ้าจิวเหมย” หึหึ เหยื่อติดกับเรียบร้อย

“ดีเลย เช่นนั้นวันพรุ่งหากข้าจะไปข้าจะให้คนไปแจ้งเจ้าที่กระโจมนะ” จ้าวไท่หลงได้กระอักจนอยู่ไม่สุขแน่ ฮ่าๆ แค่คิดก็สนุกแล้ว อยากมาแซวนางกับพี่หยางดีนัก พรุ่งนี้จะแกล้งจะให้เข็ดเลยสหายข้า “ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อยได้หรือไม่ แต่หากเจ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะ”

“ถามเรื่องใดหรือ”

“เหตุใดเจ้าจึงพอใจจ้าวไท่หลงนักล่ะ มีคุณชายรูปงามกว่าสหายข้าออกเยอะแยะ”

“ไม่รู้สิ รู้เพียงแต่ต้องเป็นเขาเท่านั้น เจ้าถามอะไรข้าก็ไม่รู้” อ่า ชักอยากจับคู่ให้สหายเสียแล้วสิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.75K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4307 pornnapas (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 12:19
    ทำไมอยู่ดีๆมีสัตว์อสูร ตอนแรกอ่านก็นึกว่าเป็นจีนย้อนอดีตกำลังภายในทั่วไปมาตั้งนาน นี่คือเราต้องปรับความเข้าใจให้ทันใช่ป่ะ
    #4,307
    0
  2. #4269 Meomeo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 19:00
    555 ไท่หลง โดนแน่
    #4,269
    0
  3. #4229 nanzsiri (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:49
    สงสารพี่ไท่หยางงง ไรท์ไม่เขียนบทให้พี่เค้าสวีทกับจิวเหมยเยอะๆ
    #4,229
    0
  4. #4106 1988yongsi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:34
    ไรท์​อายุ13เท่าเดิมกำลังดี11เด็กเกินไป
    #4,106
    0
  5. #4097 Warnwarn01 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:19
    เนื้อเรื่องดีแล้วคะ แต่ติตรงเรื่องอายุสรุป จะ11 หรือ 13 เพราะตอนเปิดเรื่องมานางเอกอายุ 12

    พอมาตอนนี้กลายเป็น11
    #4,097
    0
  6. #3914 Nuthathai Por (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 14:42

    ทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักนะเรา

    #3,914
    0
  7. #3755 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 19:45
    น่ารักดี
    #3,755
    0
  8. #3708 May_conan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 08:43
    อายุเท่ากัน?? เดี๋ยว 13 เดี๋ยว 11 งงค่ะ
    #3,708
    0
  9. #3583 ป้าเถื่อน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 13:35
    ถ้าพลิกเนื้อไปมาบ่อยๆจะเสียความชุ่มฉ่ำนะคะ พลิกให้น้อยที่สุดจะดีกว่า
    (ด้วยรักจากคนรักเนื้อย่าง)
    #3,583
    0
  10. #3515 ggwriter88 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 23:21
    แก้ช่วงแรกบ้างแล้วค่ะ แค่ยังไม่หมด เดี๋ยวรอรีไรท์ทีเดียวนะคะ
    #3,515
    0
  11. #3513 Rey_R (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 22:29
    สนุกมาก ขัดเรื่องเดียวคืออายุของนางเอกและ ไท่หลงนี่แหละ ไม่คงที่ซักที เดี๋ยว 13 เดี๋ยว 11 แก้ไขหน่อยนะครับผู้เขียน
    #3,513
    0
  12. #3329 Tusneem-Pt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 16:01
    สนุกมากจ้า สู้ๆนะคะไรทฺ์
    #3,329
    0
  13. #3206 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:11
    นี่ฉันคิด​อารายยย
    #3,206
    0
  14. #2967 ChaTzar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:29
    ความดุดันนิ่งสุขุมของพี่หายไปไหนพี่ไทหยาง ตอบ!!!!!!!
    #2,967
    0
  15. #2965 ChaTzar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:09
    เชื่อเรานะไรท์อย่าฟังเสียงคำติมากไปเจ้าค่ะ เอาแบบที่เราว่างพล็อตไว้ อยากจะทราบอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล นิยายมันก็คือจิตนาการถ้าหากทำตามจิตนาการคนอื่นคนแต่งจะแต่งไม่ออกเอา555555#สำหรับเรานั่นถือว่าสนุกมากค่ะ เพราะเนื้อเรื่องแต่เดิมลายมันมาทางนี้ ถ้าให้ไปบู๊เลยลายเรื่องมันก็ไม่ได้ไปขนาดนั้น ส่วนพวกชื่ออาหาร(ปล่อยมันไปเถิด555555ขนาดเรามาคิดเช่นฝอยทองชั้นจะเรียกมันว่าอะไรดีวะ ทองก็อาจจะเอาคำว่า”จิน”แล้วไงต่อก็ไปไม่ถูก)
    #2,965
    0
  16. #2955 pmsrisermsin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 19:29
    นานๆทีเจอเหมยเอ๋อร์ เอาไรมาแต่งงานค้าาาาพี่หยาง
    #2,955
    0
  17. #2318 มุเจิน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:41
    ตามติดชีวิตน้องเหมย

    น่ารักค่ะ

    ไม่น่าเบื่อ ชอบมากเลยค่ะ
    #2,318
    0
  18. #2225 Chayathat Pruksacheva (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 09:54
    อ่านเพลิน สนุก :)

    ขอบคุณครับ
    #2,225
    0
  19. #2137 mmismy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 02:04
    เราชอบแบบนี้นะคะ เป็นการอ่านเอาสนุก เบาสมองคลายเครียดดีค่ะ
    #2,137
    0
  20. #2013 nokvilikegilr (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 00:31

    เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด หยวนได้หยวนแต่อย่าฝืนไม่งั้นนิยายเรื่องนี้..ไรท์จะรุ้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการเขียนอีกต่อไป

    #อุต๊ะ มีการจับคงจับคู่อัลน้อลลล โดนจนได้นะไท่หลง555
    #2,013
    1
    • #2013-1 nokvilikegilr(จากตอนที่ 19)
      23 กรกฎาคม 2562 / 00:33
      โอ๊ะลืมไปว่าตามอ่านอยุ่ววว หวาๆ~

      บ๊องเลยย ;P 55555ไรท์ผ่านมันมาล้าววววว >///<
      #2013-1
  21. #1726 เจ้านีโม้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 19:12

    แบบนี้ก็ดีนะ เราชอบมากเลยค่ะ แม้บางอย่างมันจะไม่สมเหตุสมผล แต่ชอบอ่านแบบนี้นะ สนุก เบาสมองจริงๆ แล้วก็เรื่องมันน่ารักดี เราว่าเอาที่ไรท์ชอบเป็นอย่างที่ไรท์อยากให้เป็นดีแล้วค่ะ เป็นตัวของตัวเองดี คิดมาปวดหมองค่ะ

    #1,726
    0
  22. #1629 kimurakung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:26
    ดูเหมือนเรื่องร้ายๆจะผ่านพ้นไปหมดแล้ว สู้ๆ
    #1,629
    0
  23. #1361 panchali (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:35
    เปิดตัวนางรอง
    #1,361
    0
  24. #1265 Earthkid (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 10:57
    โอ้ยตอนนี้ฟินมากเลยแล้วดูเหมือนพี่ใหญ่เองก็ยอมรับแล้วด้วยดีดีดีพี่ใหญ่บุ๊คให้หนักขึ้นกว่าเดิมนะคะ
    #1,265
    0
  25. #1112 bango2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 12:55
    นิยายอ่านสนุกคะแต่ที่ไม่สนุกคือคน comment

    5555อ่านนิยายนะไม่ต้องจริงจังก็ได้

    ขอโทษนะไม่ได้ว่ากระทบใครแต่ไม่อยากให้ซีเรียสคะสงสารคนแต่งอะ
    #1,112
    0