หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 12 : ค่ายทหารซานเปา ชายแดนแคว้นซาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,883 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

“เหตุใดเป็นเช่นนั้นเจ้าคะ!

“เห็นว่ามีทหารของแคว้นฉู่ปลอมเข้ามาเป็นทหารของแคว้นซานจนเป็นที่ไว้วางใจ ไอ้คนชั่วช้านั่นใช้จังหวะที่ท่านแม่ทัพออกลาดตระเวนส่งสัญญาณบอกทหารของแคว้นฉู่เป็นพันนายที่แอบซุ่มอยู่ให้ลอบเข้าโจมตีท่านแม่ทัพ ทหารที่ออกไปกับท่านแม่ทัพก็ล้มตายไปเกือบหมด โชคยังดีที่ท่านรองแม่ทัพตามมาทีหลังจึงเข้าช่วยไว้ได้”

“ท่านพ่อมีฝีมือ เก่งกาจการรบเหนือผู้ใด เหตุใดจึงถูกทำร้ายปางตายได้เช่นนี้!” ท่านพ่อของนางชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือถึงความเก่งกาจด้านการรบ เป็นทหารคู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ รบชนะมาตลอดไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ เป็นไปได้เช่นไรที่จะโดนทำร้ายจนเกือบถึงชีวิตเช่นนี้ “ท่านน้าไปตามไท่หลงให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากรู้ความเพิ่มเติม”

“ได้สิ ข้าจะรีบไป”

“คุณหนูอย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพนั้นแข็งแกร่งเพียงใดผู้คนในแคว้นซานรับรู้ ความเข้มแข็งของท่านแม่ทัพก็คงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ท่านพ่อของคุณหนูไม่ยอมแพ้สิ่งใดง่ายๆหรอกเจ้าค่ะ”

“ข้าก็อยากให้เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะพี่เสี่ยวอิง แต่ก็หวั่นใจเหลือเกิน”

รอเพียงครึ่งเค่อแต่ก็ช่างยาวนาน ม้าที่ท่านน้าลู่ไป๋ขี่ออกไปกำลังวิ่งกลับมาอย่างเร็วจนฝุ่นตลบ ตามมาด้วยม้าที่ตัวเล็กกว่าของจ้าวไท่หลง สหายของนางเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

“จิวเหมย!

“เจ้าได้ข่าวอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ไท่หลง ท่านพ่อของเจ้าบอกอะไรเจ้าบ้างหรือไม่”

“ตอนนี้ฮ่องเต้จะส่งหมอหลวงไปที่ชายแดนอย่างเร่งด่วนถึงสามคน ราชสำนักวุ่นวายกันมากเพราะท่านแม่ทัพถือเป็นคนสำคัญของกองทัพแคว้นซาน หากท่านแม่ทัพเป็นอะไรไปขวัญกำลังใจของทหารคงระส่ำระส่ายไม่น้อย ท่านพ่อของข้าเองก็รีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ทันทีที่รู้ข่าวเช่นกัน เกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกันนะ!

“ข้าอยู่เฉยๆไม่ได้ ข้าจะอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรไม่ได้”

“แล้วเจ้าจะทำอันใดได้จิวเหมย เราอยู่เมืองหลวงและชายแดนก็ไกลถึงเพียงนั้น”

“คณะหมอหลวงที่ฮ่องเต้จะส่งไปออกเดินทางกันหรือยังไท่หลง”

“พร้อมเดินทางกันวันพรุ่ง ทำไมหรือ”

“ข้าอยากร่วมเดินทางไปด้วย! เช่นไรเจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าช่วยแม่ใหญ่กับฟางเอ๋อร์ได้ หากข้าไปด้วยข้าอาจจะช่วยอะไรท่านพ่อได้บ้าง เจ้าไปแจ้งแก่ท่านอัครเสนาบดีได้หรือไม่ว่าข้าอยากร่วมเดินทางไปด้วย”

“แต่มันอันตรายมากนะจิวเหมย เราไม่รู้ว่าระหว่างทางจะเจอสิ่งใดบ้าง หากมีทหารแคว้นฉู่มาดักทำร้ายระหว่างทางเล่าจะเกิดอันได้ขึ้น! อีกอย่าง เจ้าเป็นสตรีจะไปชายแดนได้เช่นไร”

“ข้าดูแลตัวเองได้ และหมอที่จะส่งไปคงมีผู้คุ้มกันกระมัง”

“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่...ท่านพ่อท่านแม่ของข้าไม่เห็นด้วยแน่”

“แล้วเจ้าจะปล่อยให้ท่านพ่อของข้าตายไปหรืออย่างไร ขนาดพิษของแม่ใหญ่หมอหลวงยังรักษาไม่ได้แล้วนี่อาการของท่านพ่อของข้าเป็นตายเท่ากัน เจ้าจะให้ข้าอยู่เฉยได้เช่นไร ข้าทำไม่ได้หรอกไท่หลง ข้าจะไป!” ผูใดกล้ามาขวางทางนางคงได้ลิ้มรสพิษดำของนางเป็นแน่ ยังไม่เคยใช้ฆ่าผู้ใดก็อยากทราบเช่นกันว่าอานุภาพของมันจะร้ายกาจเช่นที่ท่านตาเคยบอกหรือไม่ และหากมันเป็นจริง ทหารแคว้นฉู่แค่หยิบมือคงไม่คณามือนางนักหรอก

“เช่นนั้นข้าจะไปกับเจ้าด้วย! อย่างไรข้าก็เป็นวรยุทธ์คงจะพอช่วยกันระวังได้ ข้าจะกลับไปแจ้งแก่ท่านพ่อ เจ้าก็เตรียมตัวไว้ก็แล้วกันวันพรุ่งหากท่านพ่ออนุญาตข้าจะมารับเจ้าพร้อมม้าอีกหนึ่งตัว”

“ได้ๆ ข้าจะเตรียมตัวไว้รอ” จ้าวไท่หลงกลับจวนด้วยความหนักใจ สหายของเขานั้นดื้อดึงยิ่งนัก ก็เข้าใจได้ว่านางเป็นห่วงท่านแม่ทัพจะให้รอฟังข่าวอยู่เฉยๆก็ไม่ใช่นิสัยนาง

กลับมาถึงจวนไท่หลงก็ตรงไปห้องทำงานของท่านอัครเสนาบดีทันที เอ่ยแจ้งว่าตนขอพบ ท่านพ่อก็เอ่ยอนุญาตในทันที แต่ความเคร่งเครียดที่รายล้อมอยู่รอบตัวบิดาก็ทำเขาไม่กล้าเอ่ยปาก

“เจ้ามีธุระอันใดกับพ่อหรือหลงเอ๋อร์”

“จิวเหมยขอไปชายแดนขอรับท่านพ่อ”

“จะไปได้เช่นไร! ยิ่งตอนนี้มีอันตรายอยู่ทั่วทุกมุมของแคว้นซาน เราไม่รู้ว่าแคว้นฉู่ส่งคนลักลอบเข้ามาแคว้นซานมากเท่าใด เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อนางก่อนจะถึงชายแดนนะหลงเอ๋อร์”

“ลูกทราบขอรับ เพียงแต่นางก็ไม่อาจอยู่เฉยรอฟังข่าวที่เมืองหลวงได้ อีกอย่างนางก็พอรู้วิชารักษาอาจจะช่วยท่านแม่ทัพได้ นางก็เลยอยากติดตามไปพร้อมหมอหลวงที่จะเดินทางวันพรุ่งขอรับ และถ้าหากนางไปลูกก็จะตามนางไปด้วย อย่างน้อยก็จะได้ช่วยเหลือกันได้หากเกิดเรื่องใดขึ้น” ไท่หลงเอ่ยเสียงหนักแน่นจนผู้เป็นบิดาได้แต่ถอนหายใจ

“เฮ้อ เช่นนั้นให้องครักษ์เงาของพ่อตามไปด้วย ไปบอกแม่ของเจ้าเสียว่าจะเดินทาง แล้วก็ดูแลตัวเองให้ดี”

“ขอรับท่านพ่อ” ท่านแม่น่ะไม่เท่าไหร่ แต่จ้าวไท่เว่ยนี่สิเขาจะบอกน้องยังไงดี แค่คิดว่าจะได้ยินเสียงร้องไห้งอแงเขาก็เริ่มปวดหัวตุบๆแล้ว

ฟากของจิวเหมยเองพอสหายกลับไปก็กลับเข้าห้องเตรียมของใส่กระเป๋าเป้ที่นางให้พี่เสี่ยวอิงเย็บให้นานแล้ว มันจุของได้เยอะพอๆกับย้ายบ้าน สะพายสะดวกสบายมาก

“เจ้าให้ข้าไปด้วยดีหรือไม่จิวเหมย”

“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เหลาอาหารเพิ่งจะเปิดข้าไม่อยากให้มีปัญหา หากท่านน้าไปกับข้าแล้วผู้ใดจะดูแลและช่วยงานพี่เสี่ยวอิงเล่าเจ้าคะ อีกอย่างข้าจะให้แม่ใหญ่กับฟางเอ๋อร์มาอยู่ที่นี่เพราะยามนี้ท่านพ่อเป็นตายเท่ากันข้าเกรงว่าแม่รองจะทำอะไรขึ้นมาอีก ออกมาอยู่ที่นี่ดูจะปลอดภัยกว่า ข้าฝากพวกนางกับท่านน้าด้วยนะเจ้าคะ"

“เอาเช่นนั้นก็ได้”

“ไม่ต้องห่วงคุณหนูหรอกเจ้าค่ะพี่ลู่ไป๋ มีคุณชายรองไท่หลงไปด้วยก็เหมือนมีองครักษ์ของท่านอัครเสนาบดีติดตามไปด้วย องครักษ์เงาที่ท่านชุบเลี้ยงและฝึกวรยุทธ์ให้นั้นมีไม่น้อยเลย นายท่านคงไม่ปล่อยบุตรชายไปลำพังหรอกเจ้าค่ะ” ที่พี่เสี่ยวอิงพูดมาก็นั้นนางเองก็คิดอยู่เหมือนกัน ท่านน้าคงไม่ปล่อยให้ไท่หลงไปกับนางเพียงแค่นี้แน่

“ฝากพี่เสี่ยวอิงดูแลเหลาอาหารด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็พวกเครื่องสำอางนั้นก็ขายเท่าที่มีฝากแจ้งผู้ที่มาซื้อด้วยว่าข้าจะไม่อยู่สักพัก หากของหมดคงต้องรอนานหน่อย”

“ได้เจ้าค่ะ คุณหนูไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ”

“รบกวนท่านน้าอีกครั้งนะเจ้าคะ ไปแจ้งแก่แม่ใหญ่ให้เตรียมตัวมาอยู่ที่นี่ชั่วคราวก่อน” ท่านน้าลู่ไป๋รับคำแล้วควบม้าไปที่จวนท่านพ่อทันที “ฝากดูแลแม่ใหญ่กับฟางเอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะพี่เสี่ยวอิง อย่าไว้ใจผู้ใดหรืออะไรเด็ดขาดโดยเฉพาะคนจากจวนท่านพ่อ เราไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนของแม่รองบ้าง วันพรุ่งข้าคงได้เดินทางแต่เช้าคงไม่ได้ร่ำลา”

“เช่นนั้นพี่อยากจะขอคุณหนูให้รับคนเพิ่มอีกสักคนได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ใครหรือเจ้าคะ”

“พี่สาวของพี่เองเจ้าคะ วรยุทธ์นางล้ำเลิศไม่แพ้องครักษ์เงาของนายท่าน”

“ได้เจ้าค่ะ เอาตามที่พี่เสี่ยวอิงเห็นสมควร อ้อ บัญชีห้ามตกหล่นแม้แต่ตัวเดียวนะเจ้าคะ”

“คิกคิก เจ้าค่ะ พี่จะไม่ให้ตกหล่นแม้แต่ตำลึงเดียว ว่าแต่คุณหนูจะให้ฮูหยินพักห้องไหนหรือเจ้าคะ”

“ให้อยู่ห้องข้ากับฟางเอ๋อร์ก็แล้วกันเจ้าค่ะ ส่วนพี่เสี่ยวอิงคงต้องไปนอนห้องฟางเอ๋อร์แทนและหากพี่สาวของพี่เสี่ยวอิงมาอยู่ด้วยก็ให้ช่างไม้ทำเตียงเพิ่มอีกเตียงนะเจ้าคะ แต่ข้าไม่ทราบว่าแม่ใหญ่จะพาสาวใช้มาด้วยหรือไม่ หากพามาคงต้องให้นอนพื้นไปก่อน ฝากเตรียมที่นอนไว้ด้วยนะเจ้าคะ”

“เจ้าค่ะ พี่จะทำตามไม่มีตกหล่น”

หลังท่านน้าลู่ไป๋กลับมาเราก็รีบทานมื้อเย็นแล้วก็เข้านอนเพราะองครักษ์ของจ้าวไท่หลงมาแจ้งแก่นางแล้วว่าหมอหลวงจะเดินทางออกจากเมืองหลวงตั้งแต่เช้ามืด และนายท่านของจวนสกุลจ้าวก็อนุญาตให้นางและไท่หลงเดินทางไปด้วยได้พร้อมองครักษ์เงาอีกหลายคน

รุ่งเช้าจ้าวไท่หลงมาพร้อมม้าตัวใหญ่กว่าที่นางเคยขี่ อาจจะเพราะต้องเดินทางไกลจึงใช้ม้าเล็กไม่ได้ นางกับสหายจะไปรอคณะเดินทางของหมอหลวงที่หน้าประตูเมือง แม่ใหญ่กับฟางเอ๋อร์มาทันก่อนที่นางจะออกเดินทางพอดีจึงได้ล่ำลากันเสร็จสรรพ “ท่านพ่อจะต้องไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ” แม่ใหญ่เองก็คงห่วงท่านพ่อไม่ต่างกับนาง

“นี่กระบี่ เอาไว้ติดตัว”

“ข้ามีมีดสั้นแล้วไท่หลง”

“เก็บเอาไว้ ข้าเลือกอันที่ไม่หนักมากนักมาให้ หากจวนตัวเจ้าจะได้เอาไว้ป้องกันตัว”

“ขอบใจ เช่นนั้นก็เดินทางกันเถิด ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ รักษาตัวด้วย เจ้าก็อย่าซนนักนะฟางเอ๋อร์” ร่ำลาทุกคนเสร็จก็กระโดดขึ้นม้าควบตามหลังจ้าวไท่หลงไปติดๆ แม้จะติดขัดอยู่บ้านด้วยเพราะร่างกายของนางนั้นแม้จะสูงโปร่งกว่าเด็กวัยเดียวกันอยู่มากแต่ก็ยังเล็กนักหากเทียบกับม้าตัวโต เจ็บหว่างขาชะมัด!

ม้าตัวโตของจ้าวไท่หลงควบนำไปหยุดอยู่หน้าประตูเมือง ทหารที่เป็นเวรเฝ้าอำนวยความสะดวกให้พวกเขาอย่างดีเพราะได้รับแจ้งจากคนของอัครเสนาบดีแล้ว “เราต้องรอตรงนี้สักพักจิวเหมย รถม้าของหมอหลวงกำลังออกจากวัง”

“พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ขอให้ทุกอย่างงดงามสว่างสดใสเหมือนพระอาทิตย์”

“เจ้าไหวแน่นะ พวกเราคงต้องเร่งเดินทางกันทั้งวันอาจจะไม่ค่อยได้หยุดพัก”

“แบบนั้นก็ดี ข้าอยากไปหาท่านพ่อเร็วๆ เดินทางเร็วเท่าใดยิ่งดี”

รอประมาณหนึ่งชั่วยามรถม้าธรรมดาๆไม่เป็นที่สะดุดตาก็วิ่งออกจากเมืองตรงมาที่ประตูเมือง ทหารที่ทำหน้าที่องครักษ์ควบม้าล่วงหน้ามาแจ้งแก่พวกนางที่รออยู่ให้เตรียมพร้อมออกเดินทางในทันที ด้วยความเร็วของฝีเท้าม้าทำให้นางตระหนักได้ว่าทุกคนดูรีบเร่งเดินทางอย่างแท้จริง นางเองก็คงจะมาเป็นภาระของพวกเขาเพิ่มไม่ได้

“หากไม่ไหวให้รีบบอกข้านะจิวเหมย”

“อืม ไม่ต้องห่วงข้า”

นางกับไท่หลงควบม้าขึ้นไปอยู่หน้าขบวนเหตุเพราะท้ายขบวนนั้นอันตรายต่อพวกนางมากกว่าแต่ก็ยังถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยองครักษ์ฝีมือดี ชายแดนแคว้นซานนั้นต้องเดินทางจากวังหลวงราวสามวันแต่หากเร่งเดินทางโดยไม่หยุดก็ใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น พวกเราไม่พักน่ะได้แต่ม้าต้องหยุดพักนั่นคือที่ไท่หลงบอกนางระหว่างหยุดพักครั้งแรก

“ได้ยินพวกองครักษ์บอกว่าหมอหลวงที่ฮ่องเต้ให้มาครานี้ถือเป็นสุดยอดหมอหลวง”

“ใช่ ท่านแม่ทัพเป็นสหายรักของฮ่องเต้ เจ็บหนักเช่นนี้ย่อมต้องส่งหมอหลวงที่เก่งที่สุดไปรักษา”

“เราต้องเดินทางต่อแล้วขอรับคุณชาย คงต้องรีบเดินทางให้ถึงเมืองชิงขอรับ เราจะค้างคืนกันที่นั่น”

“อืม เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” วันพรุ่งขานางต้องหุบไม่ได้เป็นแน่

กว่าจะถึงเมืองชิงเราทุกคนก็แทบหมดแรง คืนนี้เราจะพักกันที่นี่เพื่อให้ม้าได้พักแบบยาวๆ เราจะไม่เปลี่ยนม้าเพราะเช่นไรการเดินทางสองวันสำหรับม้าศึกนั้นไม่ได้นักหนาเท่าใดนัก องครักษ์เปิดห้องในโรงเตี๊ยมให้สำหรับทุกคนได้พักผ่อน จิวเหมยเองพอได้ห้องก็ขอตัวแยกไปพักทันทีแบบไม่สนมื้อเย็น

“เจ้าไหวหรือไม่จิวเหมย หน้าเจ้าดูซีดๆนะ”

“ข้าสบายดีเพียงแต่ปวดเมื่อยตัวเท่านั้น เจ้าไปพักเถิด ข้าอาบน้ำเสร็จก็จะเข้านอนแล้ว” นี่ถ้ามีหมอนวดนางจะวิ่งไปหาทันทีแบบไม่ต้องคิดถึงจะเป็นเด็กอยู่ก็เถอะ

รุ่งเช้านางไม่รอให้จ้าวไท่หลงมาเคาะห้องเพราะกระเพาะน้อยๆของนางร่ำร้องอยากจะหาอะไรลงท้องตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ยังดีที่โรงเตี๊ยมมีอาหารไว้คอยบริการตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ นางนั่งกินโจ้กร้อนๆหมดไปครึ่งถ้วยจ้าวไท่หลงก็ตามลงมา เดินขาถ่างเล็กน้อยจนนางอดขำไม่ได้

“ขำไปเถิด ข้าไม่เคยขี่ม้านานเช่นนี้มาก่อนนี่นา”

“ข้าเคยหรือไง วันๆก็ขี่จากบ้านไปตลาดหรือไม่ก็เหลาอาหาร”

“ก็จริงของเจ้า อดทนอีกหน่อยวันนี้ช่วงเย็นก็น่าจะถึงค่ายแล้ว” นางน่ะอดทนเก่งอยู่แล้ว ด้วยนิสัยเดิมของจันทร์ จันทรสุบรรณก็เป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเป็นทุนเดิม ทำอะไรต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น มุ่งมั่นจนมันติดเป็นนิสัย ถึงจะมาอยู่ร่างใหม่นิสัยเดิมก็ไม่ได้เปลี่ยนไป “นี่โจ้กหรือน้ำต้มข้าว ทำไมมีแต่น้ำไม่มีข้าวเลย”

เมื่อทุกคนทานมื้อเช้ากันอิ่มหนำก็เตรียมออกเดินทางทันที แต่มีแววว่าจะมีอุปสรรคเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มตั้งเค้าว่าฟ้าฝนจะเทกระหน่ำลงมาในไม่ช้า ไท่หลงกับนางถูกไล่ให้เข้ามานั่งในรถม้ากับท่านหมอหลวง ยังดีที่รถม้าคันใหญ่ก็เลยนั่งกันสบายๆไม่แออัด ไม่นานฝนก็เทลงมาจริงๆ หนักหน่วงแบบมองไม่เห็นทาง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็เร่งเดินทางกันเช่นเดิมแม้จะลดความเร็วลงไปมาก อย่างไรวันนี้ก็ต้องไปถึงค่ายทหารให้ได้

ใช้เวลาเดินทางสองวันแบบหยุดพักวันละสองครั้ง ในที่สุดเราก็เห็นกำแพงสูงใหญ่ที่ล้อมรอบค่ายทหารของแคว้นซาน ทหารยามที่เฝ้าประตูรีบเปิดต้อนรับทันทีที่เห็นตราจากราชสำนัก นางกับไท่หลงที่ออกมาควบม้าหลังจากฝนหยุดตกหนักก็ควบม้าตามเข้าไปทันที คนที่มารอต้อนรับพวกนางก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

“พี่ใหญ่!

“คารวะพี่หยางเจ้าค่ะ”

“เชิญท่านหมอหลวงไปพักที่กระโจมก่อนเถิด ข้าให้คนจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนพวกเจ้าตามข้ามา” นางกับไท่หลงลอบมองหน้ากันแล้วเดินตามผู้เป็นรองแม่ทัพไปเงียบๆ เมื่อถึงกระโจมทั้งนางและสหายก็โดนสวดยับจนไหล่งอคุ้มเข้าหากันเรื่อยๆ “พี่รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงท่านแม่ทัพ แต่หนทางนั้นเต็มไปด้วยอันตรายยิ่งนักเหมยเอ๋อร์ ลำพังหลงเอ๋อร์ผู้เดียวพี่จะไม่ห่วงถึงเพียงนี้เพราะหลงเอ๋อร์นั้นเอาตัวรอดได้แต่กับเจ้าที่ไม่เป็นวรยุทธ์นั้นมันเป็นเรื่องที่เสี่ยงตายยิ่งนัก”

“โธ่พี่ใหญ่ เช่นไรพวกข้าก็มาถึงนี่อย่างปลอดภัยแล้วนี่ขอรับ อย่าโมโหพวกข้าเลย”

“พี่ไม่เข้าใจจริงๆว่าเหตุใดท่านพ่อจึงอนุญาตให้พวกเจ้ามาที่นี่ได้ เช่นนั้นก็ไปพักเถิด พี่ให้ทหารเตรียมกระโจมไว้ให้แล้ว หรือหากเหมยเอ๋อร์อยากไปพบท่านแม่ทัพก็ให้องครักษ์พาไป”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะพี่หยาง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

“เหมยเอ๋อร์ไปได้ ส่วนเจ้า! น้องรอง อยู่พบพี่ก่อน” ตายอย่างเขียดแน่จ้าวไท่หลง!

นางอวยพรสหายอยู่ในใจแล้วรีบออกจากกระโจมรองแม่ทัพไปยังกระโจมท่านแม่ทัพในทันที แม้ที่ค่ายทหารนี้จะมีหมอประจำดูแลแต่คงทำอะไรไม่ได้มากถึงได้เรียกตัวหมอหลวงจากเมืองหลวงมารักษา

“อื้อหือ กลิ่นสมุนไพรฉุนชะมัด” แค่มาถึงหน้ากระโจมก็ได้กลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกแล้ว ยิ่งเข้าไปในกระโจมนี่นางแทบจะก้าวถอยหลัง เหตุใดมันทั้งอับและร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ทั้งกระโจมมีเพียงร่างของท่านพ่อที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงและชายอีกคนที่นั่งอยู่อีกมุม “ท่านคงเป็นท่านหมอ ข้าหลิวจิวเหมย บุตรสาวของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

“โอ้ คุณหนูหลิวนี่เอง ข้าชิงเหลียนขอรับ เชิญๆ ท่านมาพร้อมกับหมอหลวงเช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ ข้าเป็นห่วงท่านพ่อก็เลยอยากมาดูท่านให้เห็นกับตา”

“อาการหนักหนาทีเดียว ข้าก็ทำได้เพียงประคองอาการไม่ให้พิษแล่นไปทั่วร่างเพียงเท่านั้น”

“พิษหรือเจ้าคะ ข้าได้ยินว่ามีการลอบทำร้าย”

“เป็นเช่นนั้น ที่ท่านแม่ทัพถูกทำร้ายนั้นเป็นเรื่องจริง และผลเหตุการณ์นั้นทำให้ท่านแม่ทัพได้รับพิษของแคว้นฉู่ ซึ่งเป็นพิษที่ข้าไม่รู้ได้ว่าเป็นพิษชนิดใด แต่พิษนี้นั้นเป็นตัวกระตุ้นให้พิษที่อยู่ในร่างท่านแม่ทัพออกอาการมากขึ้นเป็นเหตุให้ท่านแม่ทัพทรุดหนักอาการเป็นตายเท่ากันเช่นนี้ ขออภัยที่ข้าเบาปัญญา”

“มิใช่ความผิดของท่านหมอหรอกเจ้าค่ะ แล้วเหตุใดกระโจมถึงได้อบอ้าวเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”

“ท่านแม่ทัพโดนลมเย็นไม่ได้ขอรับ พิษจะกำเริบทำให้ร่างกายเจ็บปวดข้าจึงปิดกระโจมให้มิดชิดที่สุด” ก่อนที่นางจะได้ตรวจสอบสิ่งใดเพิ่มเติมหมอหลวงที่เดินทางมาพร้อมนางวันนี้ก็เข้ามาที่กระโจมทั้งสามคน พอได้ฟังอาการจากท่านหมอชิงเหลียนก็เริ่มลงมือตรวจท่านพ่อของนาง ส่วนนางเองก็ได้แต่ยืนนิ่งๆหลบมุมให้มากที่สุดจะได้ไม่เกะกะผู้อื่น นานถึงหนึ่งเค่อหมอหลวงก็ผละออกจากร่างของท่านพ่อมาสนทนาแลกเปลี่ยนกัน

“ร่างกายท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยพิษร้ายหลายชนิดเหลือเกิน”

“ล้วนเป็นพิษที่ไม่แสดงอาการหากไม่มีตัวกระตุ้น”

“พวกท่านหมายความเช่นไรขอรับ”

“ข้าเกรงว่าพิษที่ท่านแม่ทัพได้รับนั้นเกินกำลังของพวกข้าที่เป็นหมอหลวงจริงๆ มันมากมายจนแยกไม่ออกว่าต้องถอนพิษชนิดใดก่อนหรือหลัง หากผิดพลาดท่านแม่ทัพก็อาจสิ้นชื่อก็เป็นได้”

“คงมีเพียงหมอเทวดาเท่านั้นที่จะรักษาท่านแม่ทัพได้” นางได้ยินเหล่าหมอหลวงพูดเช่นนั้นก็หวนคิดไปถึงอสรพิษบางคนที่เมืองหลวง แต่ก็เป็นไปได้ว่านายทหารของแคว้นฉู่คนนั้นเป็นผู้วางยา

“พวกท่านช่วยไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“พวกข้าไร้ความสามารถยิ่งนักขอรับคุณหนูหลิว โปรดให้อภัยด้วย”

“พิษนั้นมีมากทั้งยังหลากหลายพิษ ต่อให้หมอเทวดาก็ยากที่จะแยกพิษเหล่านี้ออกขอรับ”

“เช่นนั้น...หากพวกท่านช่วยไม่ได้ข้าก็จะช่วยท่านพ่อเอง!” คนพวกนี้ยังไม่ทันได้ลองรักษาด้วยซ้ำแต่บอกว่ารักษาไม่ได้ ท่านพ่อจะต้องรอด! “พวกท่านออกไปเถิด ห้ามใครรบกวนข้าเด็ดขาด เรียกจ้าวไท่หลงให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.883K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4248 Baiphil289 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 22:03
    ชั้นจิ้นไท่หลงอยากรักเพื่อน
    #4,248
    0
  2. #4225 nanzsiri (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:56
    ทำไมไม่ให้นางเอกนั่งรถม้าแต่แรกก คุณหนูเด้อออ
    #4,225
    0
  3. #3905 Nuthathai Por (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 10:36

    ต้องให้ถึงมือดีนะที่ตามมาด้วย

    #3,905
    0
  4. #3748 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 16:15
    มาแล้วๆๆๆ
    #3,748
    0
  5. #3198 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 15:18
    เอาแล้วไง
    #3,198
    0
  6. #1614 kimurakung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 14:19
    ถ้าเป็นเรื่องพิษก็สบายหายห่วงท่านพ่อรอดแน่ๆ
    #1,614
    0
  7. #1095 ami13imm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:53
    14 ชั่วยาม=28 ชั่วโมง
    #1,095
    0
  8. #837 kyungsoosan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:34

    พ่อเพื่อนนางเอกยังห่วงนางเอกมากกว่าพ่อนางอีก มีการส่งเงามาตามดูแล นี่มันอะไรกันคะะะ

    #837
    0
  9. #664 abeja2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 14:43

    ขอบคุณครับ

    #664
    0
  10. #331 annapolisp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 09:44
    ในหนึ่งวันมี 12 ชั่วยามค่ะไรท์ ไม่ใช่ 14 ชั่วยาม

    ส่วนเรื่อง

    มีที่ไม่สมเหตุสมผลบ้าง

    แต่ก็อ่านสนุกค่ะ
    #331
    0
  11. #277 พฤษภาฯ(คนอยากเขียน) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 16:43
    เป็นสหายรักฮ่องเต้
    ทำไมปล่อยให้เมียกับลูกถูกวางยาจนตายโดยไม่ทำอะไร
    ไหนจะโดนบ้านพ่อตาข่มขู่อีก แจงเหตุผลเพิ่มหน่อยครับแต่สนุกดี สู้ๆ
    #277
    0
  12. #237 r123123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:35

    ขอบคุณค่ะ

    #237
    0
  13. #217 lookme063 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 15:18

    รออออออออ
    #217
    0
  14. #216 poosurat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 14:17
    ขออีกสักตอนได้มั้ยค่ะไรท์ อิอิอิ
    #216
    0
  15. #215 ลัลลิน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 14:05

    ค้างงงง ตั้งตารอตอนต่อไปค้าาาา ลุ้นแทบตาย

    #215
    0
  16. #214 rung2389 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:42
    รอๆน๊า
    #214
    0
  17. #213 aimjunggm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:37
    รีบๆมาต่อเลยให้ไว ไม่งั้นเผาบ้านนเ
    #213
    0
  18. #211 kumkongpimpisa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:53
    ค้างๆๆๆๆๆรอคะไรท์
    #211
    0
  19. #210 Supranee2542 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:08
    เอาอีก เอาอีก
    #210
    0
  20. #207 usaonly (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 05:02

    หมอเทวดาไม่อยู่แต่เหมยเอ๋อร์ศิษย์เอกรักษาได้แน่นอน รอลุ้นกันตอนหน้า. ใครแอบลอบวางยาเลวจริง ๆ

    #207
    0
  21. #206 งงงง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 03:41

    ไหนว่าเดินทางแค่สองวัน...แต่ใช้เวลาไปสี่สิบชั่วยาม มันเท่ากับแปดสิบชั่วโมงเลยนะ.....เพราะหนึ่งวันมี 12 ชั่วยาม (24 ชั่วโมง) หรือ เราอ่านผิด ??

    #206
    0
  22. #205 ม่อนขามป้อม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 02:46

    ฮูหยินรองวางยาพิษแน่ก่อนมารบ

    #205
    0
  23. #204 JikkoHza Xuounoy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 02:14
    โอ่ย. รออ่านตอนต่อไป
    #204
    0
  24. #203 nokhook_aru (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:40
    ลุ้นจ้า ...รีบมาต่อนะคะ
    #203
    0
  25. #202 Kanchat Passadorn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:22

    มาต่อเร็ววววว..ค้างกำลังมันส์
    #202
    0