[Fic Spider-man X OC] Suck Parker VS beloved sidekick!

ตอนที่ 3 : Chapter three - Mad boy and his friends

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62

บางที..สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอาจเป็นแค่เรื่องโกหก
ทำไมเราถึงต้องบอกตัวเองแบบนี้ทุกครั้งที่เรื่องบ้าๆหรือสิ่งเลวร้ายกำลังเกิดขึ้นในชีวิต มันอาจเป็นแค่การปลอบใจที่เป็นที่นิยม หรือการบอกตัวเองว่ามันก็เป็นแค่เรื่องบ้าๆ เรื่องที่ไม่จริง เรื่องที่ตลกร้าย เรื่องที่กุขึ้นโดยใครซักคนที่หวังจะทำให้คุณร้องไห้ ไม่ใช่ความเป็นจริงที่เราไม่อาจทำใจยอมรับได้ ก็เท่านั้น...ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของคนๆหนึ่งจากที่ไกลๆ ไกลพอที่จะเป็นเพียงแค่ความคิดเห็น แต่ไม่ไกลพอที่ปีเตอร์จะไม่รับรู้ มันกำลังอยู่ในหัวเขา ตอนนี้ ตอนที่เรื่องความมืดอันน่าผวากำลังปะติดปะต่อกันอย่างรวดเร็ว ระหว่างความฝันของเขากับความเป็นจริงที่กำลังโชว์หราอยู่บนหน้าจอทีวีโรงอาหารเขาอยากจะปลอบใจตัวเองเหมือนคนอื่นๆว่า “บางที..สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอาจเป็นแค่เรื่องโกหก” แต่เขาจะทำได้อย่างไรในเมื่อความจริงก็ยังคงเป็นความจริงที่ปรากฏชัดเจนอยู่วันยังค่ำ เขารู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เรื่องจริงที่โหดร้ายเสียด้วย แต่เขาก็จะยอมรับและพยายามแก้ไข นั่นคงเป็นสิ่งที่คนดีๆซักคนจะทำ เขาหวังว่าอย่างนั้นนะ..
นักเรียนทุกคนในโรงอาหารของมิดทาวน์ไฮเห็นได้ชัดว่ามีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป นักเรียนบางคนจับกลุ่มกันถกเถียงอย่างออกรส บางคนก็นั่งหน้าเครียดและจ้องกันไปมาเหมือนกลัวว่าใครซักคนในโรงอาหารนี้จะถูกลำแสงสีดำส่องผ่านให้สลายไป และบางคนก็รีบวิ่งออกจากโรงอาหารด้วยความรวดเร็ว นั่นแปลได้หลายความหมาย อาจจะวิ่งไปสอบถามข้อมูลกับอาจารย์ ไปค้นดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ในห้องคอม หรืออาจจะกลัวจนต้องวิ่งแบบไม่คิดชีวิติกลับบ้าน ซึ่งข้อนี้เป็นไปได้น้อยมาก ปีเตอร์ว่าส่วนใหญ่คงจะเป็นคนที่ปวดท้องจนจวนจะทนไม่ไหวมากกว่า ส่วนสำหรับเขาเอง อบิเกล และเน็ดนั้นอยู่ในประเภทแรก ที่จับกลุ่มกันถกเถียง พวกเขาทั้งหมดหน้าเสียแบบไม่มีใครยอมใคร แต่คงบอกได้ว่าอบิเกลชนะเลิศ นั่นคงมีสาเหตุมาจากการขัดแย้งอย่างรุนแรงของเธอที่มีต่อการพยายามจะเล่าทุกอย่างของปีเตอร์ เขาบอกได้เลยว่าเธอยังไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เธอก็มีท่าทีที่อ่อนลงและพร้อมจะรับฟังแล้ว
“โอเค ทีนี้เราก็คงจะต้องลงพื้นที่ไปสืบหรือดูลาดเลาอะไรทำนองนี้สินะ”
“ก็คงงั้น เพื่อดูว่ามันคือปรากฏการณ์นบ้าบออะไรกันแน่”
ปีเตอร์หรี่ตาลง เขายื่นหน้าเขาไปใกล้อบิเกล
“สรุปคือเธอยังไม่เชื่อฉันใช่มั้ย”
“อะไร?”
“ก็จะต้องถามอีกทำไมว่านั่นน่ะคืออะไร ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว มีคนทำให้มันเกิดขึ้น ไม่ใช่ปรากฎการณ์อะไรทั้งนั้น”
อบิเกลถอนหายใจ
“งั้นนายมีแผนอะไรล่ะ พ่อหมอ”
อบิเกลพิงพนักแล้วกอดอก เธอล้อเขาเล็กๆอย่างใช้คำว่า พ่อหมอ ที่แปลว่าหมอดูทำนายฝันและโชคลาง แทนที่จะเป็น ปีเตอร์สุดเจ๋ง อย่างที่มันควรจะเป็น แต่ช่างเถอะ เธอไม่ปล่อยโอกาสให้เขาเพ้อเจ้อมากนัก ปีเตอร์ต้องรีบคว้ามันเอาไว้
“เราจะไปที่นั่น ที่เกิดเหตุ แล้วนั่งเฝ้าจนกว่าจะเจ้าสิ่งนั้นมันจะกลับมา จากนั้นก็จับมันไปส่งตำรวจซะ”
“ตลกดีนะ ว่าต่อสิ”
“ตลกหรือ?”
“นายเล่าแผน’จริงๆ’อยู่ใช่มั้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ”
อบิเกลกลอกตา เน็ดเองก็ถอนหายใจ เขามองปีเตอร์แบบลังเลที่จะพูด
“เอ่อ..เพื่อน แค่ฟังจากที่นายเล่า เจ้านั่นดูไม่เหมือนอะไรที่จะจับส่งตำรวจง่ายๆเลยนะ”
“ใช่ แล้วนายแน่ใจได้ไงว่ามันจะกลับมาที่เดิม มันดูขุดหลุมฝังตัวเองมากกว่านะ”
“แล้วถ้าจับส่งตำรวจ จะจับข้อหาอะไรล่ะ ทำท้องฟ้าเป็นรูเหรอ”
“แล้วถ้ามันกลับมาที่เดิม แล้วนายถูกจับไปอยู่ในฝันดำมืดนั่นตลอดกาลอะไรทำนองนั้น บอกได้คำเดียวว่าเหมาไฟฉายไว้ล่วงหน้าเถอะ”
“แล้ว..”
“เดี๋ยว!! นี่แผนฉันมีช่องโหว่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
ฝ่ายค้านทั้งสองพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
“แล้ว..จะทำยังไงล่ะ”
“เราควรจะบอกคุณสตาร์คนะ”
เน็ดพูดพลางเบิกตากว้าง
“บอกเขาเหรอ อย่าง..โทษทีนะฮะคุณสตาร์ค คือผมฝันแปลกๆมาหลายครั้งแล้ว และมันก็เชื่อมโยงสุดๆกับอาชญากรรมครั้งนี้เลย คงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเลยล่ะฮะ ช่วยผมคิดแผนที่จะจัดการกับมันที ขอบคุณฮะ”
“....”
ทุกคนคอตกอย่างสลดใจ จากประโยคที่ปีเตอร์เพิ่งพูด พวกเขาดูโง่เง่ามากชนิดที่ควรจับไปอยู่ในแผนกผู้ป่วยจิตเวชขั้นรุนแรงทันทีที่พูดจบเลยทีเดียว ทุกคนนั่งเงียบอยู่กับความคิดตัวเองกันอยู่นาน จนกระทั่งอบิเกลทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง
“เราอาจควรรอดูไปก่อน”
“...”
“อาจไม่มีอะไรเลยจริงๆก็ได้นะ ทั้งฉัน นาย ทุกคน เราอาจคิดมากกันไปเอง เอาเป็นว่ารอดูก่อนว่าเจ้านั่นมันทำอะไรได้บ้าง แล้วค่อยมาตัดสินกันว่าจะเอายังไง ดีมั้ย”
เน็ดพยักหน้าเบาๆ ปีเตอร์เองก็จนมุมจนต้องยอมจำนนต่ออบิเกลและเหตุผลที่ฟังขึ้นที่สุดในการสนทนาครั้งนี้ เขาไม่อยากยอมรับมันนักหรอก แต่มันก็เป็นเหตุผลที่ฟังดูดูดีกว่าของเขาอย่างแน่นอน เขานั่งมองไปทางผู้คนมากมายในโรงอาหาร พลางนึกสงสัยว่า สีสันมากมายที่เขากำลังเห็นอยู่นี่จะยังคงเป็นสีสันที่ไม่มีแต่สีดำสนิทอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน อาจนานจนถึงตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็ได้ เพราะอะไรบางอย่างสะกิดเขาแล้วล่ะว่าชีวิตเขาเริ่มจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกแล้วในตอนนี้!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น