หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 ย้ายเข้าจวนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,284 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

“พวกเจ้ารู้สึกเหมือนข้าหรือไม่” ชายหนวดยาวเอ่ยถามถามชายอีกสองคนที่อยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ขอรับ มีบางอย่างคอยปกป้องแน่นางผู้นั้นอยู่”

“ใช่ขอรับ ข้ารู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก” ชายหนวดยาวพยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็เข้าใกล้สตรีน่าตายผู้นั้นไม่ได้เช่นกัน มิเช่นนั้นเขาคงบั่นคอนางให้ขาดไปเสียตั้งแต่พบหน้าแล้ว วันแรกที่พบนางเขาสัมผัสสิ่งใดจากตัวนางไม่ได้เสียด้วยซ้ำ “นายท่านคิดว่าเป็นสิ่งใดขอรับ” จิวซาเอ่ยถามผู้เป็นนายอย่างกล้าๆกลัวๆ นอกจากตัวนายท่านเองแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่จะอ่านใจนายท่านผู้นี้ออก

“จิวซา...ไปสืบเรื่องของนางมา อย่างละเอียด” จิวซารับคำสั่งแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว “หึ ไม่คิดว่าการมาเยือนเมืองเจียงซุนในครานี้ข้าจะพบเรื่องน่าสนใจ” อยากจะรู้จริงๆว่าสิ่งใดในตัวนางที่สามารถกดดันชายผู้มีปราณขั้นแปดเช่นเขาจนไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาเข้าไปหานาง

“หรือว่านางจะเป็นผู้มีปราณขั้นเก้าขอรับ”

“เป็นไปไม่ได้ ข้าสัมผัสปราณในร่างของนางไม่ได้แม้เพียงนิด นางไม่ใช่ผู้ฝึกตน”

“เช่นนั้นนางคงมีบางอย่างที่พิเศษ” ใช่ อยู่ที่ว่าสิ่งใดคือสิ่งพิเศษที่ว่า ชายหนวดยาวมองจวนตรงหน้าที่เขาคิดจะมาสำรวจแล้วก็เดินจากไปพร้อมกับดาบอันยาวใหญ่ที่ยกขึ้นพาดไหล่กว้างเอาไว้ โดยมีจิงฟงเดินตามหลังไปไม่ห่าง

ทางด้านของหลิวอี้เฟยนั้น เมื่อส่งครอบครัวเหลียงกลับหมู่บ้านดอกไม้หอมแล้ว นางก็ขึ้นห้องในโรงเตี๊ยมแล้วหยิบกระดาษกับพู่กันออกมาร่างแบบร้านขนมตามที่นางต้องการ อันที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างมากนัก นางเขียนเพียงสิ่งที่นางต้องการลงไปเท่านั้น จากนั้นก็ออกจากโรงเตี๊ยมไปยังจวนใหม่ของนางเพื่อว่าจ้างคนงานไปซ่อมแซมร้านของนางต่อในวันพรุ่งนี้หลังเสร็จงานจากจวน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จก็หาที่เหมาะๆเอาตัวเองหลบแล้วกลับเข้ามิติทันที

รุ่งเช้านางก็นำขนมกับนมออกมาขายเช่นเดิม และวันนี้เป็นวันโชคดีของจิวซาที่มาซื้อขนมได้ทันและไม่มีคนขัดจังหวะ เมื่อวานนี้เขาแอบตามแม่นางผู้นี้อยู่เงียบๆแต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดสังเกตุ เว้นก็แต่จู่ๆเขาก็คลาดสายตากับนางและหานางไม่พบอีกเลยจนตอนเช้า นั่นก็คือตอนนี้ที่เขามาซื้อขนม

จิงฟงมองน้องชายที่กำลังนั่งกินขนมไปตาลอยไปด้วยความกังวล หายไปทั้งคืนกลับมาตอนเช้าพร้อมกับขนมกลิ่นหอมกรุ่น จากนั้นจิงซาก็อยู่ในอาการแบบนี้ “เจ้าเป็นอะไร คล้ายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว”

“พี่ใหญ่! ท่านต้องได้ลองกินขนมที่ข้าซื้อมา มันช่างหอมและนุ่มลิ้นยิ่งนัก เจ้าสีขาวที่อยู่ข้างในขนมนั้นช่างหวานนุ่มละลายในปากคล้ายกับข้ากำลังกลืนกินก้อนเมฆ แม่นางคนขายบอกมาว่ามันคือครีมที่ทำจากนมสด พี่ใหญ่ลองกินดูสิ ข้าซื้อมาเยอะเลย ข้าแบ่งไว้ให้นายท่านด้วยนะ” 

“มันขนาดนั้นเชียวหรือ” เห็นน้องชายพยักหน้าด้วยใบหน้าจริงจังเขาจึงหยิบขนมที่ว่านั้นขึ้นมาหนึ่งชิ้น รูปลักษณ์เรียวรีสีเหลืองนิดๆ ด้านบนขนมที่ผงสีขาวโรยอยู่ เมื่อฉีกมันออกเป็นสองชิ้นเขาก็ได้เห็นเจ้าครีมสีขาวที่น้องชายพูดถึง แล้วเมื่อส่งมันเข้าปากเขาก็ต้องตาโตเมื่อพบว่ามันทั้งหวานและหอมกลิ่นนม อร่อยยิ่งนัก”

“หากพี่ใหญ่ไม่ชอบขนมหวานข้าได้ซื้อชวีฉีปิ่งมาด้วย แม่นางผู้นั้นบอกว่าทำจากคาเฟยขอรับ”

“คาเฟยหรือ มันคือสิ่งใด”

“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ข้าลองกินดูแล้วรสชาติมันออกจะขมเล็กน้อยแต่กลิ่นหอมมาก หากกินคู่กับน้ำชาจะเข้ากันมากขอรับ ข้าคิดว่านายท่านน่าจะชอบจึงซื้อมา” จิงฟงรับก้อนสีน้ำตาลที่น้องชายยื่นให้มากินในทันที กลิ่นคาเฟยที่ว่าหอมฟุ้งอยู่ในปาก ยิ่งเคี้ยวรสชาติของขนมก็ยิ่งละลายออกมาเรื่อยๆ จากนั้นก็จิบน้ำชาที่น้องชายยื่นให้ตามเข้าไป 

“อืม รสชาติแปลกใหม่แต่อร่อยยิ่งนัก ข้าชอบชวีฉีปิ่งมากกว่าขนมหวานหอมนั่นเสียอีก”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น ชวีฉีปิ่งเก็บไว้ได้หลายวัน ข้าจึงซื้อมาเก็บไว้หลายสิบห่อเลยล่ะขอรับ” 

“พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกันอยู่ แล้วนั่นกลิ่นอะไร”

“คารวะนายท่าน เป็นกลิ่นขนมที่จิวซาซื้อมาขอรับ เจ้าสิ่งนี้คือชวีฉีปิ่ง ข้าได้ลิ้มลองเมื่อครู่แล้วพบว่ามันเข้ากันกับน้ำชา นายท่านลองทานดูสักหน่อยหรือไม่ขอรับ มันช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้ดียิ่ง”

“อืม เช่นนั้นก็เอามา แล้วเรื่องที่ข้าให้ไปสืบได้ความเช่นไรบ้างจิวซา”

“แม่นางผู้นั้นชื่อแม่นางหลิวอี้เฟยขอรับ ที่มาที่ไปนั้นรู้เพียงว่านางเป็นแม่หม้ายสามีตาย เดินทางรอนแรมมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังเมืองเจียงซุนเมื่อไม่กี่วันก่อน แม่นางหลิวขายขนมอยู่ในตลาดมาได้หลายวันแล้วขอรับ ขนมขายดีจนแม้แต่คนชั้นสูงยังต้องมาเข้าแถวรอซื้อ ขนมของแม่นางหลิวขายหมดทุกวันไม่มีเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่กี่วันแรกนั้นนางขายผู้เดียวเพียงลำพัง แต่หลังๆมานี้นางได้พี่น้องตระกูลเหลียงที่อาศัยอยู่หมู่บ้านดอกไม้หอมมาช่วยขายขอรับ ที่ข้าสืบได้ก็มีเท่านี้ขอรับนายท่าน นางเป็นมาเช่นไรนั้นไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัด”

“ตัวตนของนางไม่แน่ชัดสินะ สืบต่อไป ข้าอยากรู้เรื่องของนางให้มากกว่านี้” จิวซารับคำสั่งแล้วถอยกลับไปนั่งกินขนมในส่วนขอตัวเองต่อ “นี่เป็นขนมที่นางขายงั้นหรือ”

“ขอรับ ข้าไปต่อแถวซื้อมาเมื่อเช้า โชคดีที่ข้าไปเร็วจึงซื้อมาได้มากเช่นนี้ขอรับ” จิวฟงจัดขนมกับน้ำชาให้นายท่านเสร็จก็ถอยออกมานั่งกินขนมอยู่ข้างๆน้องชาย ทั้งสามทานขนมกับน้ำชาเป็นอาหารเช้า จากนั้นก็ออกจากโรงเตี๊ยมไปทำเรื่องของพวกตนต่อ โดยที่จิวซานั้นหายตัวไปตามเฝ้าแม่นางหลิวเพื่อสืบเรื่องของนางต่อเช่นกัน

ทางด้านหลิวอี้เฟยนั้นหลังจากขายขนมหมดนางก็จ้างคนลากเกวียนให้ไปขนของทั้งหมดของนางที่โรงเตี๊ยมไปยังจวนหลังใหม่ เหลียงฮวาแจ้งนางว่าท่านเหลียงชุนกับฮูหยินก็จะย้ายมาวันนี้เช่นกัน พวกเขาอยากจะเข้าไปอยู่ในจวนใหม่พร้อมกับนาง จะได้ช่วยกันจัดที่จัดทางในจวนให้เรียบร้อยน่าอยู่ 

ทั้งสามพร้อมกับคนลากเกวียนมาถึงจวนหลังใหม่ก็เห็นรถม้าของท่านเหลียงชุนมารออยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดจึงเข้าไปในจวนใหม่พร้อมกัน หลิวอี้เฟยมองจวนที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงด้วยความภาคภูมิใจ ป้ายตระกูลหลิวเด่นสง่าเชียว

“ท่านเหลียงชุนกับฮูหยินเลือกเรือนที่ต้องการอยู่ได้เลยนะเจ้าคะ ฮวาเอ๋อร์กับเสี่ยวจื่อด้วยนะ”

“แม่นางหลิวเลือกเรือนก่อนเถิดเจ้าค่ะ พวกเราอยู่ที่เรือนไหนก็ได้”

“เช่นนั้นข้าเลือกจวนท้ายจวนเจ้าค่ะ ตรงนั้นมีพื้นที่รอบเรือนมากที่สุด ข้าอยากได้ที่ตรงนั้น”

“เช่นนั้นพวกเราจะอยู่เรือนด้านหน้าเองขอรับ” เมื่อจัดแจงเลือกเรือนกันเสร็จสรรพก็แยกย้ายขนของเข้าไปยังเรือนของตน คนลากเกวียนมาส่งของถึงหน้าจวนเท่านั้นนางจึงต้องขนต่อด้วยตนเอง ซึ่งของใช้ส่วนตัวของนางก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก เรียกว่าแทบไม่มีเลยจะดีกว่า ที่ขนมาก็เป็นเพียงแก้วไม้ไผ่ที่ยังเหลือใช้เท่านั้น

เมื่อจัดข้าวจัดของเสร็จนางก็ชักชวนฮูหยินไปเที่ยวซื้อของในตลาดเพื่อมาทำมื้อเย็นมื้อใหญ่ทานร่วมกัน เป็นการฉลองที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในจวนใหม่ไปด้วยเลย เมื่อทานอาหารเย็นร่วมกันเสร็จนางก็เรียกให้ทุกคนมาสนทนากันเพื่อทำความเข้าใจกฎเกณฑ์บางอย่างที่จำเป็นสำหรับนาง

“ขนมที่ทำขายในแต่ละวันนั้นข้าจะเป็นคนทำเองนะเจ้าคะ และอีกไม่นานข้าก็จะเปิดร้านขนมด้วย เราจะเริ่มอาชีพในเมืองนี้ด้วยการขายขนมไปก่อน หากต่อไปมีลู่ทางเพิ่มเติมคงได้ขยับขยาย สินค้าทุกอย่างข้าจะเป็นคนทำเองทั้งหมด เรื่องอาหารการกินและเรื่องภายในจวนคงต้องรบกวนฮูหยิน เรื่องความปลอดภัยของคนในจวนคงต้องรบกวนท่านหลียงชุน การขายของก็คงต้องรบกวนฮวาเอ๋อร์มาช่วยข้าเช่นทุกวัน ข้ามีเรื่องเดียวที่อยากขอร้องพวกท่านก็คือ ตั้งแต่ยามซวีเป็นต้นไป หากข้ากลับเรือนแล้วห้ามรบกวนข้าเป็นอันขาด มีเท่านี้เจ้าค่ะ”

“พวกเราจะทำตามอย่างเคร่งครัด แม่นางหลิวไม่ต้องกังวล”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ อ้อ แล้วก็ข้าอยากได้บ่าวในเรือนมาช่วยงานฮูหยินสักสองคน ท่านเหลียงจื่อช่วยจัดหาให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าต้องการคนที่ขยันไม่เกี่ยงงานและไว้ใจได้เจ้าค่ะ”

“ได้สิ วันพรุ่งข้าจะไปหามาให้” 

“เช่นนั้นก็พาเสี่ยวจื่อไปสมัครเรียนที่สำนักศึกษาเลยสิเจ้าคะ หากนานกว่านี้ข้าเกรงว่าเสี่ยวจื่อจะเรียนไม่ทันผู้อื่น ค่าเล่าเรียนนั้นข้าจะเป็นคนจัดการเองเจ้าค่ะ” นางลูบหัวเสี่ยวจื่อด้วยความเอ็นดู เจ้าเด็กตัวกลมกำลังจะได้เข้าไปร่ำเรียนเขียนอ่านเช่นลูกขุนนางและผู้มีอันจะกินแล้วนะ ด้วยความฉลาดของเขาจะทำให้เขาเก่งกาจไม่แพ้ผู้ใดเป็นแน่

“ขอรับ วันพรุ่งข้าจะพาจื่อเอ๋อร์ไปสมัครเข้าเรียนที่สำนักศึกษา”

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นวันนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” นางเองก็กลับมายังเรือนท้ายจวนของตนเองเช่นกัน นางปิดประตูห้องหับให้เรียบร้อยแล้วก็เข้ามิติในทันที “วันนี้ข้าย้ายเข้าจวนใหม่แล้วนะหลิวน้อย ข้าให้ครอบครัวเหลียงมาอยู่ด้วย เจ้าว่าข้าคิดถูกหรือไม่หลิวน้อย”

‘ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายหญิง ครอบครัวเหลียงนั้นมีคุณธรรมอันดี ทั้งยังตั้งใจทำมาหากินอย่างแข็งขัน นายหญิงนั้นโชคดีมากเจ้าค่ะที่ได้พวกเขาคอยช่วยเหลือ ท่านเหลียงชุนผู้นั้นเป็นบุรุษที่เก่งกาจผู้หนึ่ง เขาปกป้องคุ้มครองนายหญิงได้เจ้าค่ะ’ ได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจ การจะซื้อใจคนนั้นนางต้องเสี่ยง และนางคิดว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยงเช่นกัน

“ไหนดูสิ ผ้าที่ทอได้คุณภาพแบบไหน” นางนำผ้าในระบบออกมาดูหนึ่งผืน เนื้อผ้านั้นเป็นผ้าไหมอย่างดี มันทั้งนุ่มและขึ้นเงาสวยงาม ผ้าที่ทอได้เป็นผ้าเรียบๆไม่มีลวดลายเพราะลวดลายของชุดสมัยนี้นั้นเน้นไปที่การปักด้วยมือ ซึ่งนางคิดว่าเหลียงฮูหยินคงจะเหงาไม่น้อยหากต้องอยู่บ้านลำพัง นางจึงคิดนำผ้าพวกนี้ไปจ้างให้ฮูหยินปักเพื่อนำมันไปตัดเป็นชุดสำหรับพวกนางและครอบครัวเหลียงทุกคน ส่วนที่ไร้ลวดลายนางก็จะนำมันไปขาย “ข้าควรขายผ้าพับละเท่าไหร่”

‘ร้านแพรพรรณรับซื้อที่พับละสิบเหรียญทองเจ้าค่ะ แต่ผ้าที่ได้จากมิตินั้นเป็นผ้าคุณภาพดีมาก นายหญิงสามารถขายมันในราคาพับละยี่สิบเหรียญทองได้เจ้าค่ะ’ 

“ได้ราคาดีขนาดนั้นเลยหรือ!”

‘ผ้าที่ได้จากมิตินั้นล้วนทนไฟ และปรับสภาพไปตามอากาศภายนอก หากร้อนมันจะปรับสภาพให้ระบายอากาศได้ดี ช่วยให้ผู้สวมใส่ไม่ร้อนจนเกินไป หากเข้าฤดูเหมันต์ผ้าก็ปรับสภาพให้มีความหนาพอที่ช่วยให้ผู้สวมใส่อบอุ่นคลายหนาวได้ นับว่าเป็นผ้าชั้นเลิศที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่มีไว้ครอบครองเจ้าค่ะ’

“ผ้าอะไรของมัน ถ้าดีเลิศขนาดนี้ข้าจะขายพับร้อยเหรียญทองก็คงได้กระมัง” เมื่อได้ยินคุณภาพเทพของผ้าที่ได้นางก็ไม่ลังเลที่จะกดซื้อโรงงานทอผ้ามาอีกสี่หลัง สั่งให้แต่ละโรงงานผลิตแยกโรงงานละสีไปเลย ซึ่งนางเลือกแต่สีที่กำลังเป็นที่นิยมตามข้อมูลที่หลิวน้อยให้มา นั่นก็คือสีชมพู เขียวอ่อน เหลือง น้ำเงิน และแดง นอกจากนี้นางยังกดซื้อโรงงานผลิตฝ้ายและโรงงานผลิตผ้าห่มมาอีกอย่างละหนึ่งหลัง จากนั้นก็ซื้อแปลงปลูกฝ้ายและแปลงปลูกไหมเพิ่มอีก “โรงงานผลิตชาก็น่าซื้อ ซื้อเลยก็แล้วกัน ตอนนี้กิจการในมิติของข้าใหญ่โตมากเลย”

‘ใช่เจ้าค่ะ เป็นเพราะนายหญิงเติมเหรียญเข้าระบบทีละจำนวนมากจึงทำให้ขนาดของมิติขยายใหญ่มากขึ้น โรงงานต่างๆก็ปลดล็อคตามเลเวลที่มากขึ้นเช่นกันเจ้าค่ะ’ ได้ยินเช่นนั้นนางก็กดเติมเหรียญเข้าระบบอีกห้าหมื่นเหรียญในทันทีด้วยความฮึกเหิม นางยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อเห็นขนาดของมิติขยายกว้างขึ้นมากกว่าเดิม

รุ่งเช้ามาเยือนนางก็กลับออกจากมิติพร้อมกับขนมและนมอีกตามเคย มีที่เพิ่มมาอีกอย่างคือผ้าหลายสีจำนวนหลายพับที่นางจะนำไปมอบให้เหลียงฮูหยิน นางหอบหิ้วผ้าพับใหญ่ไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินไปยังห้องโถงของเรือนด้านหน้าทุกคนในจวนรวมตัวกันอยู่ที่นั่นเพื่อรอคอยนางมาร่วมรับประทานมื้อเช้าร่วมกัน เมื่อเห็นนางเดินมาพร้อมกับของเต็มอ้อมแขนก็ช่วยกันลุกมารับของจากนางไปวางไว้ให้

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ นั่นเป็นผ้าที่ข้าจะนำมารบกวนให้เหลียงอูหยินช่วยตัดชุดให้กับทุกคนในจวนด้วยนะเจ้าคะ เคยได้ยินท่านเหลียงชุนบอกเมื่อนานมาแล้วว่าฮูหยินของท่านนั้นมีฝือด้านการเย็บปักถักร้อนไม่แพ้ผู้ใด”

“ผ้าพวกนี้งดงามมากเจ้าค่ะ ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถเจ้าค่ะแม่นางหลิว”

“เจ้าค่ะ ข้าเชื่อในฝีมือของเหลียงฮูหยิน จริงสิ เลือกสีสวยๆตัดชุดให้ฮวาเอ๋อร์ไว้สักหลายชุดนะเจ้าคะ ส่วนของเสี่ยวจื่อนั้นให้ใช้ผ้าที่มีสีเข้มหน่อย เด็กน้อยจะได้เล่นซนได้เต็มที่ไม่ต้องกังวลว่าชุดจะเปื้อนเจ้าค่ะ ที่เหลือก็แล้วแต่ฮูหยินจะเห็นสมควร ส่วนของข้านั้นไม่ต้องตัดเผื่อนะเจ้าคะ ข้ามีของข้าอยู่แล้ว”

“เช่นนั้นจะดีหรือเจ้าคะ ผ้าพวกนี้เป็นผ้าชั้นดี คุณภาพดีกว่าที่ขายในร้านแพรพรรณเสียอีก พวกข้าไม่จำเป็นต้องสวมใส่ชุดที่ทำจากผ้าที่ดีขนาดนี้ก็ได้เจ้าค่ะแม่นางหลิว”

“ได้อย่างไรกันเจ้าคะ มาอยู่กับข้าพวกท่านต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและใช้ของที่ดีที่สุดเช่นกัน ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาดูถูกพวกเราได้แม้แต่คนเดียวเจ้าค่ะ” ครอบครัวเหลียงได้ยินเช่นนั้นต่างก็ซาบซึ้งใจในสิ่งที่นางทำให้พวกเขา นึกดีใจที่ตัดสินมาอยู่ดูลสตรีหม้ายผู้นี้ถึงที่นี่เป็นการขอบคุณ ไม่คิดว่านางจะดูแลพวกเขาทั้งหมดถึงขนาดนี้ “ทานข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ ข้ากับฮวาเอ๋อร์จะได้รีบไปขายขนม” ทุกคนทานอาหารเช้าร่วมกันอย่าเอร็ดอร่อยก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.284K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #2067 ployyy567 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:53
    แบบนางเอกดูแลดีเว่อร์
    #2,067
    0
  2. #2043 narakstory (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 14:22
    อบอุ่นนน บอกเลย รวย รวย รวย
    #2,043
    0
  3. #1963 minhochanyeol123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 20:04
    ครอบครัวนี้โชคดีมากที่เจอหลิวอี้เฟย
    #1,963
    0
  4. #1910 benznalakver (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 17:17

    จะร้องไห้ อยากมีคนดูแลดีๆแบบพี่หลิวบ้าง 5555

    #1,910
    0
  5. #1529 com23476 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 15:25

    ออืมครอบครัวเดียวกันหรอนางเอกเราอายุเท่าไหรอะ อ่านมานานแล้วเอะใจ

    #1,529
    0
  6. #1277 MimeeMookky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 22:01
    จริงๆถ้าอยากได้ความเชื่อใจควรรับเป็นพี่น้องร่วมสาบาน หรือเป็นครอบครัวพี่น้องกันเลยนะคะ จะสนิทมากขึ้น
    #1,277
    0
  7. #1193 loli-bee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 20:19
    สนุกมากชอบบบบ
    #1,193
    0
  8. #999 เจา เจา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 15:13

    จะสงสัยดีไหมว่าเอานมที่ไหนมาขายได้ทุกวัน แหะ...แหะ..

    #999
    0
  9. #958 thatcharisa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 18:19
    นิยายเรื่องนี้เน้นอิงเกมส์ปลูกผัก!! ไรท์ควรมีหมายเหตุไว้นะ เห็นบางคนเม้นท์จริงจังละปวดใจแทน..อารมณ์คนเล่นเกมส์อะเข้าใจกันไหมๆ
    #958
    0
  10. #892 Kexinsim1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 15:44
    "มิเช่นนั้นเขาคงบั่นคอนางให้ขาดไปเสียตั้งแต่พบหน้าแล้ว" โห นี่เจอกันครั้งแรก พระเอกจะฆ่านางเอกตายแล้วเหรอ ถามจริงใช่พระเอกมะ ตาหนวดเนี่ย ถ้านางไม่มีน้องกรีนคุ้มหัวอยู่ เรื่องนี้ก็ไม่มีนางเอกแล้วสิ
    #892
    0
  11. #145 Eruriren (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:38
    ตัวเอง ไหมเป็นหนอนชนิดหนึ่งไม่ใช่พืช ใช้คำอื่นแทนแปลงปลูกดีกว่านะคะ
    #145
    1
    • #145-1 omgmin8(จากตอนที่ 8)
      4 มิถุนายน 2563 / 15:53
      อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ เล่นเกมปลูกผักมาเยอะ ไม่มีตัวหนอนไหมให้เลี้ยงในเกมเลยนะคะ ส่วนใหญ่ก็จะปลูกเอา ถ้าอิงเกมก็คิดว่าปลูกถูกแล้ว
      #145-1
  12. #71 252555555 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 20:59
    อยากให้รับสามพี่น้องคนนั้นมาดูแลจังเลย
    #71
    0
  13. #28 SunnyBovii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 22:32
    รอคร่าสนุกมากกก
    #28
    0
  14. #27 LukiMemory (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:20
    รอนะคะ
    #27
    0
  15. #26 อัมพร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:39

    ขอบคุณค่ะ

    #26
    0
  16. #25 0860742715 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:01

    ต่ออีกตอนค่ะ
    #25
    0
  17. #24 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:58
    รอค่ะๆ
    #24
    0
  18. #23 Sudrarat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:38

    ต่อค่ะ อีกคอนสนุกมากเลย

    #23
    0
  19. #21 ชัญญพัชร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:09

    สนุกกกกมากกกก

    #21
    0