หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ครอบครัวใหญ่ย่อมต้องดีกว่าตัวคนเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,272 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

ตุบ

“เกะกะขวางทาง หลบไป!” หลิวอี้เฟยกำลังยืนดูอาคารหลังหนึ่งที่ติดป้ายประกาศขายอยู่อย่างสนใจ แม้ตรงนี้จะไกลจากตลาดไปสักหน่อยแต่ก็ยังมีคนเดินผ่านไปผ่านมา แต่นางไม่คิดว่าการยืนแหงนหน้ามองอาคารอยู่นั้นจะไปเกะกะขวางทางใคร เพราะนางยืนจนชิดริมถนนเลยด้วยซ้ำ เมื่อหันหลังไปก็พบกับไอ้คนโหดหนวดเครารกรุงรังผู้หนึ่ง

“ข้ายืนอยู่ของข้าดีๆ เป็นท่านที่มาชนข้า!” ไอ้หนวดมันมองนางด้วยสายตาหยามเหยียดแล้วเดินอาดๆจากไปพร้อมกับดาบอันใหญ่โตจนนางคิดว่าหากฟันหัวทีคอคงหลุดออกจากบ่าอย่างง่ายดาย “ไอ้หนวดไร้มารยาท!”

“เจ้าเรียกผู้ใดว่าไอ้หนวด!”

“ผู้ใดไร้มารยาทเดินชนผู้อื่นแล้วไม่ขอโทษก็คนนั้นแหละ!” อย่าคิดว่าจะกลัวนะ ก่อนจะหลุดมาอยู่ที่นี่แม้นางจะนั่งอยู่แต่หน้าคอมเป็นส่วนใหญ่แต่ก็เป็นมวยนะ เพื่อนลากไปซ้อมมวยเป็นเพื่อนอยู่บ่อยๆพอให้นางได้วิชามาบ้าง พอไปบ่อยๆก็เริ่มติดใจ จากนั้นก็ไปเตะต่อยมวยเป็นว่าเล่นยามเครียดๆคิดงานไม่ออก มวยงานวัดก็เคยขึ้นมาแล้วนะเว้ย!

“เจ้า!” ท่าทีขึงขังโหดชั่วเช่นนั้นอย่าได้คิดว่านางจะกลัว แต่ขานางเริ่มเดินถอยหลังเมื่อเห็นไอ้หนวดมันเดินกลับมาหานางอย่างคุกคาม สองมือยกขึ้นตั้งการ์ดโดยอัตโนมัต หากเขาเข้ามาอีกนิดนางจะอาศัยจังหวะทีเผลอกระโดดจระเข้ฟาดหางใส่เขาในทันที แต่ก่อนที่จะมีเหตุการณ์เสียเลือดเสียเนื้อก็มีคนเข้ามากระซิบบางอย่างกับไอ้หนวดเสียก่อน จากนั้นเขากับชายคนนั้นก็รีบร้อนเดินจากไป ทั้งยังสบถจนฟังไม่ได้ไปตลอดทาง

“สปรกแล้วยังนิสัยไม่อีก ไอ้คนชั่ว!” อย่าให้ได้เจออีกนะ นางจะรำถวายแหวนให้จนหน้าหงายเลยคอยดู!

“แม่นางมายืนทำอะไรตรงนี้หรือ” กำลังตีอกชกตัวด้วยความหงุดหงิดไอ้หน้าหนวดอยู่ตามลำพังก็ได้ยินเสียงเอ่ยถามมาจากทางด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็พบกับชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ 

“ข้าสนใจอาคารหลังนี้เจ้าค่ะ อยากจะซื้อไว้ทำเป็นร้านขนมกับโรงน้ำชา”

“โอ้ นี่บ้านของข้าเอง กำลังคิดอยู่เชียวว่าจะขายไม่ได้ หากเจ้าอยากได้ก็ซื้อกับข้าได้เลย ทำสัญญากันเรียบร้อยข้าจะได้ออกเดินทางเสียที ข้าขายให้แม่นางเพียงห้าพันเหรียญทองเท่านั้น” เมื่อได้ในราคาที่ถูกขนาดนี้นางจึงรีบคว้าเอาไว้ทันที ชายชราเปิดบ้านแล้วเข้าไปหยิบใบสัญญาที่เขาร่างเอาไว้แล้วกับใบสิทธิ์ของบ้านหลังนี้ให้นาง นางประทับตราแล้วจ่ายเงินก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย “วันพรุ่งแม่นางก็เข้ามาตรวจดูภายในบ้านได้เลยนะ ข้าคงออกเดินทางตั้งแต่เช้าเลย”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านลุง เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ” นางไม่ได้เอ่ยถามว่าท่านลุงจะเดินทางไปที่ใดเพราะไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวผู้อื่น นางเพียงรับสิ่งที่ท่านลุงยื่นให้แล้วก็ขอตัวกลับ

“ขอให้ค้าขายรุ่งเรืองนะแม่นาง” นางยิ้มและตอบรับเบาๆแล้วเอ่ยลาชายชรา แม้จะมีเรื่องไอ้หนวดมาให้รู้สึกรำคาญใจบ้างแต่นางก็มีความสุขที่ในที่สุดก็ได้อาคารหลังนั้นไว้ในครอบครอง ด้วยหัวใจที่กำลังเป็นสุขจึงไม่ทันได้สังเกตุว่าไอ้หนวดที่นางเคยด่าในใจไว้มากมายนั้นกำลังส่งสายตาอาฆาตมาที่นางขนาดไหน

“สตรีร้ายกาจ! น่าตวัดดาบบั่นคอเสียให้ตาย” บังอาจมาเรียกข้าว่าไอ้หนวดคงไม่อยากตายดี หึ

หลิวอี้เฟยเข้ามิติด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางหยุดขุดเมืองเป็นการชั่วคราวเพื่อพักผ่อนให้เพียงพอ นางเอนหลังพิงต้นผิวกั่วพลางกัดกินผลของมันไปด้วย สายตาก็มองโรงงานต่างๆกำลังทำงานกันอย่างขันแข็ง แปลงปลูกพืชผักต่างๆขยายกว้างมากขึ้น นางได้กดซื้อโรงงานเฟอร์นิเจอร์ โรงงานผลิตกาแฟ และโรงงานขนมปังเพิ่มอีกสองหลัง ซึ่งโรงงานเฟอร์นิเจอร์นั้นเน้นไปที่งานไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ ก็บอกแล้วไง ว่าเกมส์ฟาร์มที่นางสร้างนั้นเน้นความมินิมอล 

“พรุ่งนี้ข้าจะนำขนมปังชนิดใหม่ออกไปขาย เจ้าว่ามันจะขายดีหรือไม่” ขนมปังที่นางขายอยู่ทุกวันนี้เป็นขนมปังเนยธรรมดาแต่วันพรุ่งนี้นั้นนางจะเอาขนมปังนมสดออกไปขาย มีทั้งแบบสอดไส้ครีมนมสดกับไม่ใส่ นอกจากนี้นางยังจะนำคุกกี้กาแฟออกไปขายด้วย ผู้ชายที่ไม่ชอบขนมหวานๆอาจจะปราบปลื้มกับคุกกี้กาแฟเป็นแน่

‘ย่อมต้องขายดีเจ้าค่ะ ตอนนี้ชื่อเสียงขนมปังของนายหญิงนั้นดังไปทั่วเมืองเจียงซุนทีเดียว’

“แบบนั้นก็ดีสิ หากร้านขนมของข้าเปิดเมื่อไหร่ลูกค้าจะแห่กันมาอุดหนุน”

‘นายหญิงจะไม่ซื้อสัตว์เลี้ยงไว้ข้างกายสักตัวหรือเจ้าคะ ตอนนี้ในนายหญิงมีเหรียญในระบบอยู่มากมายพอจะซื้อสัตวสัตว์เลี้ยงได้สักตัวแล้วนะเจ้าคะ’

“อืม ตอนนี้โรงงานที่ซื้อก็ครอบคลุมความต้องการของข้าแล้ว เช่นนั้นข้าจะซื้อมันมาอยู่ด้วยสักตัวก็ได้” นางกดเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้วเลื่อนไปกดดูสัตว์เลี้ยงที่ระบบมีขาย สัตว์อื่นๆนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์ที่พบเจอได้ง่าย จะมีก็แต่มังกรน้อยหลากหลายสีเท่านั้นที่นางรู้สึกสนใจ นางดูจำนวนเหรียญในระบบแล้วกดซื้อมังกรตัวสีเขียวมาเป็นตัวแรก ไม่นานเจ้ามังกรตัวน้อยก็โผล่ออกมาลอยวนไปมาตรงหน้าของนางอย่างร่าเริง “เจ้าตัวเล็กนี่ทำอะไรได้บ้าง”

‘มังกรเขียวนั้นมีชื่อเรื่องความเจริญรุ่งเรือง การปกป้องคุ้มครอง โชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์เจ้าค่ะ นายหญิงเลือกมังกรเขียวมานั้นนับว่าดีมาก มันจะสามารถปกป้องคุ้มครองนายหญิงในยามมีภัยได้ และหากนายหญิงออกจากมิติไปก็จะไม่มีผู้ใดมองเห็นมังกรเขียวตัวนี้แม้แต่คนเดียว ต่อให้เป็นผู้ที่เก่งกาจที่สุดในยุทธภพก็ไม่สามารถเจ้าค่ะ’

“สุดยอดเลยมังกรน้อย! ข้าจะเรียกเจ้าว่าน้องกรีนก็แล้วกัน เจ้าชอบหรือไม่” เหมือนมังกรน้อยจะฟังที่นางพูดได้เข้าใจ มันจึงบินวนเป็นวงกลมอย่างน่ารัก โดยที่นางไม่รู้เลยว่าเหนือแผ่นหลังบริเวณไหล่ข้างซ้ายนั้นปรากฏรูปมังกรเขียวตัวน้อยสลักเอาไว้อย่างแน่นหนา ทั้งสองทำพันธสัญญากันโดยที่หลิวอี้เฟยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย “แล้วมังกรสีอื่นเล่า”

‘หากนายหญิงอยากทราบก็ซื้อมาอีกสิเจ้าคะ’

“บอกหน่อยก็ไม่ได้ ให้ข้าซื้ออีกตัวมันจะเป็นการสิ้นเปลืองจนเกินไป เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน มีแค่เจ้ากรีนไปก่อนก็พอแล้ว” นางเล่นหยอกล้ออยู่กับสัตว์ในพันธสัญญาตัวใหม่อย่างสนุกสนาน มังกรตัวน้อยนั้นเมื่อนายหญิงของมันหลับไหลเข้าสู่นิทราไปแล้วมันก็ขยายร่างใหญ่โตแล้วนอนขดล้อมตัวนายหญิงเอาไว้กลางลำตัวใหญ่โตของมันเพื่อคุ้มภัย แม้จะรู้ว่าในมิติแห่งนี้นั้นนายหญิงจะปลอดภัยแต่มันก็ยังทำหน้าที่ของมันโดยไม่ขาดตกบกพร่อง

รุ่งเช้าหลิวอี้เฟยก็ออกจากมิติมาขายของเช่นเดิม เมื่อสองพี่น้องตระกูลเหลียงเห็นนางเดินลงมาแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยถือของพร้อมกับแจ้งข่าวดีว่าท่านเหลียงชุนและฮูหยินนั้นตัดสินใจตอบรับที่จะมาอยู่จวนเดียวกันกับนาง ด้วยเพราะทั้งสองนั้นเป็นกังวลและเป็นห่วงนางหากนางต้องอยู่ในจวนใหญ่โตนั้นตัวคนเดียว

“ข้าดีใจยิ่งนักที่พวกเจ้าจะมาอยู่กับข้า”

“จื่อเอ๋อร์ก็ดีใจขอรับ จื่อเอ๋อร์จะได้เรียนหนังสือแล้ว เย้ๆ” นางกับเหลียงฮวาหัวเราะเหลียงจื่ออย่างขบขัน เหลียงฮวาบอกว่าที่บิดากับมารดาตัดสินใจที่จะมาอยู่กับนางก็เพราะเหลียงจื่อเป็นส่วนสำคัญ พวกเขาอยากให้เด็กชายได้ร่ำเรียนหนังสือ แม้ว่าจะเป็นสำนักศึกษาเล็กๆแต่ก็คงพอขัดเกลาให้เหลียงจื่อมีความรู้ไว้ติดตัวได้ไม่มากก็น้อย

“แล้วเจ้าไม่อยากไปเรียนด้วยหรือฮวาเอ๋อร์ หากเจ้าอยากเรียนพี่ก็จะสนับสนุนเจ้าเช่นกัน”

“สตรีเช่นข้าได้ทำงานกับพี่อี้เฟยก็นับว่าดีมากแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่ต้องการไปเรียนในสำนักศึกษาให้สิ้นเปลือง สู้อยู่คอยช่วยพี่อี้เฟยขายของเช่นนี้ดีกว่า”

“เจ้าพ้นวัยปักปิ่นแล้วนี่นะ อีกไม่นานคงจะมีบุรุษที่ดีสักคนมาสู่ขอไปเป็นภรรยา แต่พี่บอกไว้ก่อนเลย ว่าหากพี่เห็นว่าไม่เข้าตาพี่จะขัดขวางให้เต็มที่ ไม่ยอมให้เจ้าแต่งกับผู้ชายไม่ได้ความพวกนั้นเป็นอันขาด” เด็กสาวขัดเขินเมื่อหลิวอี้เฟยพูดถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมา ก่อนหน้านี้มารดาก็มีเปรยกับนางเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่บุรุษในหมู่บ้านดอกไม้หอมนั้นล้วนไม่เข้าตาของบิดา นางจึงยังไม่ได้ออกเรือนจนถึงตอนนี้ “หน้าแดงเช่นนี้หรือว่าเจ้ามีชายในดวงใจแล้ว เป็นผู้ใดบอกพี่มา”

“ไม่ใช่ๆเจ้าค่ะ ข้าหาได้มีชายในใจไม่”

“ดีแล้ว ผู้ชายสมัยนี้มันไว้ใจไม่ได้ พูดถึงผู้ชายแล้วก็โมโหไอ้หน้าหนวดเมื่อวานยิ่งนัก พี่จะเล่าให้ฟัง” เสียงเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องน่าโมโหที่นางได้ประสบเมื่อวานนี้ให้กับน้องทั้งสองได้ฟัง เล่าไปก็โมโหไปจนคนที่นั่งดื่มน้ำชาอยู่อีกโต๊ะไม่ไกลจากโต๊ะของนางถึงกับสำลักน้ำชาหน้าดำหน้าแดง แต่คงไม่มีผู้ใดสังเกตุเห็นเพราะหนวดที่ปกคลุมไปเกือบครึ่งใบหน้าของเขา “นี่หากพี่ได้เจอไอ้หนวดนั่นอีกครั้งนะพี่จะกระโดดเตะก้านคอเอาให้คอเคล็ดจนหันไม่ได้เลยคอยดู!” มือหนายกจับคอตัวเองในทันทีเมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น นางจะขวัญกล้าเกินไปแล้วหรือไม่! 

“น่ากลัวจังเลยเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องไปกลัวฮวาเอ๋อร์ ไอ้หนวดนั่นไม่เห็นจะน่ากลัวสักนิด เฮ้อ ช่างไอ้คนหนวดหนานั่นเถิด เราไปขายของกันดีกว่า วันนี้พี่มีขนมชนิดใหม่มาขายด้วยนะ เอาไว้ไปถึงร้านแล้วพี่จะให้พวกเจ้าได้ลองชิม” ด้วยตะกล้าขนมนั้นมีผ้าขาวคลุมไว้เหลียงฮวากับเหลียงจื่อจึงยังไม่เห็นว่าขนมชนิดใหม่ที่พี่สาวอี้เฟยพูดถึงนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร แต่ทั้งสองรู้ได้อย่างหนึ่งก็คือ มันต้องรสชาติดีมากๆเป็นแน่

เมื่อทั้งสามออกจากโรงเตี๊ยมไปพร้อมกับคนลากเกวียนที่มาขนของแล้วนั้น ชายที่นั่งหน้าตามืดครึ้มอยู่ที่โต๊ะกับชายอีกสองคนก็กำลังปลดปล่อยไอสังหารออกมาด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ ไม่คิดว่าเขาจะได้พบสตรีน่าตายผู้นั้นในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ อีกทั้งนางยังต่อว่าด่ากราดเขาฉอดๆโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้แย้งว่าสิ่งที่นางพูดมาทั้งหมดนั้นหาได้ใช่ความจริงไม่ หรือว่าหนวดของเขามันจะเป็นเช่นที่นางพูดจริงๆ

“พวกเจ้า หนวดของข้ามันรกรุงรังราวกับป่าดงดิบจริงๆหรือ” 

“เอ่อ ข้าไม่เคยเห็นป่าดงดิบขอรับ” ช่างไม่ได้ความ! เมื่อถามจากหนึ่งคนไม่ได้เรื่องก็หันไปถามอีกคน แต่ปรากฏว่ามันหายหัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ เรื่องหนีนี่เร็วนักนะ! 

“เร่เข้ามาขอรับ วันนี้พวกเรามีขนมใหม่มาขายด้วยนะขอรับ เชิญลองชิมก่อนได้ขอรับ ไม่ซื้อไม่ว่าขอเพียงแวะเข้ามาชิมขอรับ” ถึงจะไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกลูกค้าเพราะตอนนี้ก็แน่นจนคิวยาวไปจนไม่เห็นปลายแถวแล้ว แต่เหลียงจื่อก็ยังทำหน้าที่ของตนเองโดยการใช้เสียงแหลมๆเรียกลูกค้าเป็นอย่างดี

“ชวีฉีปิ่งกลิ่นหอมยิ่งนัก” แน่นอนว่ากลิ่นกาแฟกำลังตลบอบอวลไปทั้งตลาด ทุกคนต่างซื้อไปกันคนละหลายชิ้นเพราะมันเก็บไว้ได้นานหลายวัน ส่วนขนมปังนมสดกับขนมปังสอดไส้ครีมนมสดนั้นก็ขายดีไม่แพ้กัน ผู้คนได้ลิ้มลองครีมนมสดเป็นครั้งแรกถึงกับเคี้ยวลืมกลืนกันเลยทีเดียว

ชายสองคนที่เพิ่งเดินมาถึงตลาดถึงกับยืนมองแถวคนยาวเหยียดด้วยความสนใจ และหนึ่งในคนที่กำลังต่อแถวก็เป็นคนที่หนีรอดจากการตอบคำถามของคนหน้าหนวดได้อย่างหวุดหวิด คนหน้าหนวดมองคนสนิทของตัวเองที่ยืนเข้าแถวกลมกลืนไปกับพวกชาวบ้านอย่างสงสัย

“จิวซา เจ้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้” เจ้าของชื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็สะดุ้งเบาๆแล้วหันมายิ้มแหยๆให้ “ไปกันได้แล้ว อย่ามัวแต่เสียเวลาทำเรื่องไร้สาระ” จิวซาเดินออกจากแถวตาละห้อย ได้ยินว่าขนมที่พวกชาวบ้านหรือแม้แต่ผู้สูงศักดิ์บางคนยังต้องต่อแถวซื้อนั้นอร่อยยิ่งนัก ขายหมดอย่างรวดเร็วทุกวันบางวันก็ไม่พอขายด้วย เขาได้ยินเช่นนั้นจึงมาต่อแถวซื้อแต่เห็นทีวันนี้คงไม่ได้กินแล้ว วันพรุ่งเขาจะมารอเข้าแถวตั้งแต่เช้าก็แล้วกัน

หลิวอี้เฟยกับพี่น้องตระกูลเหลียงช่วยกันขายของอย่างสนุกสนาน ไม่นานก็ขายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ วันนี้นางได้แบ่งขนมปังเนยไปแจกให้กับผู้ยากไร้ที่อารามร้างด้วย จากนั้นทั้งสามก็แวะไปดูจวนที่วันนี้คนงานเข้าไปปรับปรุงและทำความสะอาดกันตั้งแต่เช้าแล้ว วันพรุ่งนางคงย้ายเข้าไปอยู่ได้แล้ว

“พี่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ก่อน พวกเจ้าพร้อมย้ายมาเมื่อใดก็ย้ายมาได้เลยนะ” ทั้งสองพยักหน้ารับคำของนางอย่างยินดี นางยืนมองคนงานหลายคนที่กำลังช่วยกันทำงานแล้วก็ยิ้มแก้มปริ แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อออกจากจวนมาแล้วบังเอิญเจอคนที่ไม่อยากเจอ นางหน้าบึ้งตึงมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “ไอ้หน้าหนวด! มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ”

“ข้าจะไปที่ใดแล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า ข้ามิใช่สามีของเจ้าเสียหน่อย” แค่คิดว่าได้ไอ้หนวดนี่เป็นสามีก็ขนลุกขนชันแล้ว คนหน้าหนวดเห็นนางทำท่าทางเช่นนั้นก็เกิดโมโหขึ้นมา มาด่าว่าเขาหนวดรุงรังราวกับป่าดงดิบแล้วยังกล้ามาทำท่าขนลุงขนพองใส่เขาอีกอย่างนั้นหรือ!

“ได้สามีเช่นนี้ข้ายอมขึ้นคานเป็นสาวเทื้อไม่มีสามีดีกว่า ไปกันเถอะเด็กๆ อย่าพูดคุยกับคนบ้าเลย”

“เจ้าว่าผู้ใดบ้า!”

“ผู้ใดอยากรับก็รับไปสิ” พูดจบก็จูงมือน้องทั้งสองจากไปทันทีโดยไม่สนใจว่าชายหน้าหนวดจะโมโหขนาดไหน ทำไมต้องให้นางได้พบเจอเขาบ่อยขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ ไม่อยากจะเสวนากับคนหนวดรุงรังนั่นสักนิด “พวกเจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าชายหน้าหนวดผู้นั้นน่ะน่าโมโหขนาดไหน นี่พี่ยั้งใจไว้ไม่ให้กระโดดเตะก้านคอเขาได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว” เด็กทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วยในทันที ชายผู้นั้นน่ากลัวเช่นที่พี่สาวอี้เฟยบอกไม่มีผิด “รีบกลับโรงเตี๊ยมกันเถิด ป่านนี้บิดาของพวกเจ้าคงมารออยู่นานแล้ว ประเดี๋ยวแวะซื้อเนื้อหมูกลับไปด้วยดีกว่าเนาะ” หลิวอี้เฟยจูงมือน้องทั้งสองเข้าตลาดไปซื้อเนื้อหมูกลับไปฝากเหลียงฮูหยิน โดยไม่รู้ฉุกคิดเลยว่าการพบกันของนางกับชายหน่าหนวดนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.272K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #2146 mingdaya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 11:22
    พระเอกมาแล้วแน่ๆๆๆๆ
    #2,146
    0
  2. #2066 ployyy567 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:48
    โกนหนวดแล้วหล่อแน่ๆ
    #2,066
    0
  3. #2060 Oiljang89 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 12:11
    นางเอกเอาคนมาอยู่ด้วยจริงๆแล้วพวกนั้นน่าจะเป็นพ่อบ้านกับแม่ครัวมากกว่านะไม่ใช่รับมาทั้งครอบครัวแล้วเอามาอุปการะอย่างนี้
    #2,060
    0
  4. #1962 minhochanyeol123 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 19:50
    ขอให้โกนหนวด้วยนะ จะดีมาก 555+
    #1,962
    0
  5. #1528 com23476 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 15:18

    สสามีในอนาคตแน่เลย เกลียดแบบไหนได้แบบนั้น555+

    #1,528
    0
  6. #1423 alamadine (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 19:41

    เราชอบนิยายเรื่องนี้นะ ...ถึงแม้จะเกินจริงไปบ้าง ยังไงก็คือนิยายที่ผู้แต่งๆ มาให้อ่านแบบแปลกๆไปบ้างโดยรวมถือว่าสนุกค่ะ
    #1,423
    0
  7. #1356 nuufii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 14:58

    คนอื่นไม่สงสัยรึว่านางเอกไปเอานมกับขนมปังมาจากไหน รึว่าเราอ่านข้ามฉากไหนไป ??

    #1,356
    1
    • #1356-1 PamelaTD(จากตอนที่ 7)
      2 กรกฎาคม 2563 / 17:17
      มีบทก่อนหน้านี้ค่ะ ที่นางเอกบอกว่ารับซื้อนมมาและเช่าครัวของโรงเตี้ยมทำขนมลองย้อนกลับไปอ่านดูนะคะ
      #1356-1
  8. #1276 MimeeMookky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 21:49
    ยังไม่เห็นเค้าทำไรนางเล้ย นี่นางเอกก็จี้บ่นจริง เอ๊ะ รึนั่นคือพระเอก
    #1,276
    0
  9. #1192 loli-bee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 20:09
    พี่ต้องโกนหนวดแล้วนะ
    #1,192
    0
  10. #836 Pat-osw-k-no (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 11:53
    ตลก55555555555 อิพี่ต้องรีบโกนหนอดละนะ 55555555555555
    #836
    0
  11. #726 swankissall (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 12:06
    ชอบ -หน้าหนวด
    #726
    0
  12. #59 111555999888Jo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 19:43

    บระเอกแม้นบ่จ้า
    #59
    0
  13. #45 natsume0000 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 09:30

    สนุกอ่ะเพลินเลย555+
    #45
    0
  14. #33 150221 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 09:22
    คือผู้ใดละเนี่ย พระเอกแม่นบ่
    #33
    0
  15. #20 Sudrarat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 07:56

    โอ๊ยสนุกมาก อ่านเพลินเลยค่ะ

    #20
    0
  16. #19 Yinglove9964 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 06:25
    สนุกกกกกกกกกกกกกก
    #19
    0
  17. #18 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:12
    สนุกมาก
    #18
    0
  18. #17 FT35098 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:16

    อีกสักตอนนะๆๆๆ
    #17
    0