หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 53 : ตอนที่ 53 ต้องปลอบใจสตรีที่รักเสียหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,908 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

ณ โรงน้ำชาร้านฟู่เฟย

“ได้ข่าวเรื่องจวนของขุนนางเซี่ยไหม้ทั้งหลังหรือไม่ โชคดีที่คนในจวนไม่มีผู้ใดล้มตาย”

“พวกเจ้าไม่คิดว่ามันแปลกหรือ ไร่ของแม่นางหลิวจับโจรได้ถึงยี่สิบคน ต่อมาจวนของขุนนางเซี่ยก็ไหม้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่คิดว่ามันเกี่ยวข้องกันหรอกหรือ”

“ที่ผ่านมาขุนนางเซี่ยกับท่านเจ้าเมืองก็มีเรื่องให้ขุ่นเคืองใจกันมาตลอด แม้จะเป็นขุนนางเหมือนกันแต่ท่านเจ้าเมืองนั้นตำแหน่งสูงกว่า ว่ากันว่าหากท่านเจ้าเมืองถูกปลดขุนนางเซี่ยอาจจะได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน แต่ไม่นานมานี้ผลงานของท่านเจ้าเมืองนั้นได้รับการยกย่องและกล่าวขาน ฮ่องเต้มีราชโอการประกาศคุณงามความดีของท่านเจ้าเมืองให้ได้รู้กันทั่วแคว้น ไม่แปลกหากขุนนางเซี่ยจะไม่พอใจแต่แม่นางหลิวเกี่ยวอะไรด้วยเล่า”

“แม่นางหลิวมีส่วนช่วยเหลือท่านเจ้าเมืองตั้งมากมาย อาหารทุกอย่างที่ใช้ช่วยเหลือผู้อพยพหรือแม้แต่ผู้ประสบภัยหนาวเมื่อปีที่แล้วก็ล้วนได้รับการสนับสนุนจากแม่นางหลิวทั้งสิ้น ในฤดูหนาวนี้นอกจากไร่ของแม่นางหลิวแล้วพวกเราจะหาซื้อผักและผลไม้ได้ที่ไหนกันอีก”

เสียงซุบซิบของลูกค้าดังมาเข้าหูของเสี่ยวจิงที่กำลังเติมใบชาชนิดต่างๆอยู่กับคนงานในร้าน เรื่องโจรยี่สิบคนที่จับได้นั้นพวกมันยังไม่สารภาพว่าผู้ใดเป็นผู้ว่าจ้าง แต่คิดว่าไม่นานท่านจิวซาจะสามารถเค้นคอพวกมันได้ สามวันที่ผ่านมานี้ไม่ว่าหนแห่งใดก็ล้วนพูดถึงเรื่องทั้งสองนี้ให้หนาหู นางจึงเก็บเรื่องที่ได้รับรู้เอาไว้แล้วเอาไปแจ้งหลิวอี้เฟยในภายหลัง

ท่านเจ้าเมืองนั้นทันทีที่รู้ข่าวก็ได้มาเยือนจวนหลิวในทันที เขาแสดงความเป็นห่วงและกังวลต่อสถานการณ์นี้และสั่งให้มือปราบหาผู้ว่าจ้างโจรเหล่านั้นมาลงโทษให้จงได้ ขุนนางเซี่ยที่จวนไหม้ไปทั้งหลังก็ได้ย้ายไปอยู่จวนหลังใหม่ที่ท่านเจ้าเมืองได้ช่วยเหลือจัดหาให้ แต่เสียดายที่สมบัติในเรือนแทบทั้งหมดนั้นมอดไหม้ไปกับกองเพลิง โชคดีที่ฮูหยินและอนุบางคนได้หยิบของมีค่าติดตัวออกมาได้บ้างไม่เช่นนั้นแม้แต่เงินเหรียญเดียวพวกเขาก็ไม่มี

หลิวอี้เฟยได้ฟังข่าวนี้ก็นึกพอใจ ด้วยเพลิงของมังกรแดงนั้นไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจทนทานต่อความร้อนของเพลิงนั้นได้ คิดจะมาทำลายไร่ของนางอย่างนั้นหรือ ไม่โดนทำลายเสียบ้างคงไม่รู้สำนึก เมื่อเสี่ยวจิงเอาข่าวกลับมาเล่าให้ฟังนางจึงได้แต่แสดงความเสียใจอย่างเสแสร้งออกมาเท่านั้น

ทางด้านหวงหย่งที่อยู่เมืองหลวงนั้นหลังได้ข่าวจากจิวซาที่ส่งสารด่วนมาเขาก็แทบจะกลับเมืองเจียงซุนโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น แต่ฮ่องเต้ที่บังเอิญมาหาเขาที่จวนเพื่อหารือเรื่องบางอย่างได้ขัดขวางเอาไว้ได้ทันท่วงที ไม่เช่นนั้นชายผู้ใจร้อนก็คงได้ออกจากเมืองหลวงไปโดยไม่ร่ำลาเสียนานแล้ว

“เจ้าใจเย็นลงหน่อยเถิดเสี่ยวหย่ง จากสารที่จิวซาส่งมาก็บอกแล้วไม่ใช่หรือหลิวอี้เฟยผู้นั้นปลอดภัยดี อีกทั้งไร่ของนางก็ไม่ได้รับความเสียหายอันใดแม้แต่น้อย อย่าได้หุนหันพลันแล่นนักเลย”

“กระหม่อมเป็นห่วงนางมากพ่ะย่ะค่ะ อยากจะกลับไปอยู่เคียงข้างเพื่อปกป้องนาง หากฝ่าบาทไม่มีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้แล้วกระหม่อมทูลลาเลยก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ”

“ทำไมจะไม่มี ที่ข้ามาหาเจ้าถึงจวนก็เพราะมีเรื่องจะหารือ หากเจ้าเป็นกังวลนักเช่นนั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าจะออกราชโองการยกย่องความดีงามของนางให้รับรู้ไปทั่วแคว้น เท่านี้ทุกคนก็จะเข้าใจว่าข้าหนุนหลังนางอยู่”

“หากฝ่าบาททำเช่นนั้นชีวิตนางจะไม่วุ่นวายมากกว่าเดิมหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่นางจะปลอดภัย จะมีผู้ใดกล้าลงมือกับสตรีที่ข้าให้การยกย่องกันล่ะ ข้าไม่ได้เรียกนางเข้าวังเสียหน่อยเจ้าจะกังวลสิ่งใด ภายหน้าหากนางมีเรื่องเดือดร้อนและต้องการความช่วยด้วยราชโองการของข้าจะทำให้ขุนนางทุกคนในแคว้นให้ความยำเกรงและย่อมยินดีช่วยเหลือนางเป็นแน่ เรื่องนี้ไม่ว่ามองทางไหนนางก็ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น”

“กระหม่อมต้องส่งสารไปถามนางก่อนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่อยากตัดสินใจด้วยตนเอง”

แต่มีหรือฮ่องเต้จะต้องรอความเห็นของผู้ใด หวงหย่งได้ส่งสารกลับไปหาหลิวอี้เฟยเป็นการด่วนในช่วงค่ำแต่เช้าวันต่อมาก็มีราชโองการป่าวประกาศไปทั่วแคว้นยกย่องหลิวอี้เฟยเป็นสตรีที่มีคุณงามความดีได้รับความดีความชอบจากการขายเสบียงจำนวนมากให้กองทัพในราคาที่ยุติธรรม ทำให้กองทัพไม่ต้องอดอยากและสามารถเอาชนะศึกมาได้ 

แม้ในราชโองการนั้นฮ่องเต้ไม่ได้พระราชทานรางวัลของมีค่าอันใดให้สตรีผู้นี้ แต่ถ้อยคำชมเชยและยกย่องที่ประกาศออกมานั้นผู้คนล้วนเข้าใจได้ว่าฝ่าบาทยกย่องหลิวอี้เฟยผู้นี้ให้เป็นบุคคลสำคัญต่อพระองค์มากเพียงใด คงมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่แปลพระราชประสงค์ของฝ่าบาทไม่ออก

หวงหย่งถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับรู้เรื่องนี้ แต่จะให้ต่อว่าฝ่าบาทก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน ราชโองการฉบับนั้นถูกส่งไปที่เมืองเจียงซุนหลังจากประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว อีกไม่กี่วันข่าวคงไปถึงหูเจ้าเมืองเจียงซุนและคนทั้งเมือง 

“ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบส่งสารไปถึงนางก่อนว่าข้าไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาทเอง”

“ตอนนี้ที่เมืองเจียงซุนคงจะหนาวมาก ส่งขนสัตว์หายาทไปให้แม่นางหลิวดีหรือไม่ขอรับนายท่าน”

“ดี ส่งขนสัตว์ไปให้นางตัดชุดด้วยก็ดีเหมือนกัน แม้ผ้าไหมของนางจะอุ่นแต่หากได้ขนสัตว์คลุมไปอีกชั้นคงจะดีไม่น้อย แล้วก็ส่งเมล็ดผักบางส่วนกลับไปให้นางก่อนด้วยนะจิวซา เอากระดาษกับพู่กันมาข้าจะเขียนจดหมายไปด้วย” อีกอย่างคือนางเพิ่งพบเจอเรื่องอันตรายมาคงจะตกใจไม่น้อย หากนางได้เห็นของล้ำค่าอาจจะทำให้จิตใจของนางปลอดโปร่งขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นในจดหมายจึงมีเพียงข้อความที่ปลอบโยนจิตใจของนางเท่านั้น

ถึงหลิวอี้เฟยยอดรัก

ข้าได้รู้ข่าวเรื่องโจรพวกนั้นแล้วก็เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก ข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยความกังวล หากได้อยู่ข้างกายเจ้าในยามนี้คงจะเป็นการดีไม่น้อย แต่เรื่องที่เมืองหลวงนั้นยังไม่แล้วเสร็จและฝ่าบาทยังมอบหมายภารกิจให้ข้าทำจึงยังไม่สามารถกลับไปกอดปลอบเจ้าได้ในยามนี้ ข้าได้ส่งขนสัตว์มาให้เจ้าด้วยนะ เอาไปทำชุดอุ่นๆสักชุดเถิด ให้ขนสัตว์เหล่านี้ได้โอบกอดเจ้าแทนข้า แต่ไม่นานข้าจะกลับไปกอดเจ้าด้วยตัวข้าเอง อ้อ เรื่องราชโองการที่ฝ่าบาทได้ยกย่องเจ้านั้นข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นนะ ข้าทูลพระองค์ไปแล้วว่าต้องถามเจ้าก่อนแต่ฝ่าบาทไม่สนพระทัยที่ข้าทูลเลย!

                                                                                          คิดถึงเจ้ากับลูกมาก

                                                                                                       หวงหย่ง

ใช่ ต้องเขียนแบบนี้แหละ!

“เจ้ารีบส่งจดหมายกับของไปโดยเร็วอย่าชักช้า” จิวฟงรับจดหมายมาแล้วรีบออกจากจวนไปจัดการทันที

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลิวอี้เฟยในครั้งนี้ทำให้หวงหย่งรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก และยังทำให้เขารู้ตัวเสียทีว่าหลิวอี้เฟยมีน้ำหนักในใจของเขามากน้อยเพียงใด เห็นทีกลับไปเมืองเจียงซุนครานี้ต้องพูดคุยกับนางให้ชัดเจนเสียที 

ทางด้านหลิวอี้เฟยนั้นกว่าจะได้รับจดหมายฉบับแรกจากหวงหย่งนางก็ได้ข่าวเรื่องราชโองการแล้ว ที่จวนของนางมีคนเข้าออกนับไม่ถ้วนในช่วงสองสามวันมานี้ ท่านเจ้าเมืองมาแสดงความยินดีพร้อมกับมอบสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ ขุนนางคนอื่นหรือแม้แต่คหบดีต่างก็มาเยี่ยมเยียนนางที่จวนเช่นกัน 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เมืองเจียงซุนคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะมีคนอิจฉาจำนวนมากแต่พวกเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลิวอี้เฟยสมควรได้รับการยกย่องจากฮ่องเต้ผู้ครองแคว้นจริงๆ ชีวิตของหลิวอี้เฟยยุ่งเหยิงไปหมดแต่เหลียงชุนกลับบอกว่าเป็นเรื่องดีเพราะนับจากนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าลงมือทำให้นางเป็นอันตรายอีกแน่นอน

จะมีใครกล้า ก็นางมีผู้หนุนหลังเป็นถึงฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ!

หลังจากจดหมายฉบับแรกของหวงหย่งมาถึงได้ห้าวัน จดหมายฉบับที่สองพร้อมกับห่อผ้าห่อใหญ่ที่นกส่งสารเอามาด้วยก็มาถึง หลิวอี้เฟยเห็นแล้วนึกแปลกใจที่นกส่งสารสามารถขนเอาสิ่งของที่ใหญ่กว่าตัวมันมาได้ไกลถึงขนาดนี้ เมื่อนางแกะห่อผ้าดูก็พบว่าเป็นขนสัตว์จำนวนมากอัดแน่นอยู่ในนั้นกับเมล็ดผักอีกหลายห่อ

“มีแต่ขนสัตว์คุณภาพดีทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะนายหญิง ท่านหวงหย่งช่างใส่ใจนายหญิงยิ่งนักเจ้าค่ะ” หลิวอี้เฟยหยิบกระดาษม้วนเล็กที่ผูดติดมากับห่อผ้าออกอ่านและเมื่ออ่านจบกระดาษแผ่นนั้นก็ถูกนางฉีกทิ้งเป็นชิ้นเล็กๆและโยนเข้ากองไปไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก เหอะ! ผู้ใดอยากให้ท่านมาโอบกอดกัน! อยู่เมืองหลวงไปนานๆเลยยิ่งดี

“เอาขนสัตว์ไปให้เหลียงฮูหยินเถิดเสี่ยวจิง ให้นางทำชุดคลุมให้ข้าสักผืนส่วนที่เหลือนางจะเอาไปทำอะไรก็สุดแล้วแต่นาง แต่หากทำผ้าพันคอให้พวกเด็กๆด้วยก็จะดีมาก” เสี่ยวจิงหอบเอาขนสัตว์ทั้งหมดไปทำตามคำสั่งทันที 

แต่หากหลิวอี้เฟยคิดว่าหวงหย่งจะส่งมาแค่ขนสัตว์ล่ะก็นางคิดผิดแล้ว เพราะไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ได้มีของมีค่าอีกหลายส่งมาจากเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นหนังสัตว์อย่างดี เมล็ดพันธุ์ผักล้ำค่า อาวุธชั้นเลิศ หรือแม้แต่ทองคำแท่งที่สลักคำว่าหลิวเอาไว้ ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าหวงหย่งตั้งใจทำมันเพื่อนางโดยเฉพาะ ซึ่งเหตุผลของการส่งของเหล่านี้มาก็คือ...

หวงหย่งต้องการปลอบใจนางจากความหวาดกลัว

หลิวอี้เฟยที่ไม่อาจทนกับข้อความหวานเลี่ยนในจดหมายของเขาได้อีกแล้วจึงรีบส่งจดหมายกลับไปว่าห้ามให้เขาส่งของอะไรมาให้นางอีก ซึ่งเมื่อหวงหย่งได้รับจดหมายเขาก็ทำตามที่นางบอกแต่โดยดี แต่เขาก็ยังส่งจดหมายมาเล่าเรื่องระหว่างอยู่เมืองให้นางฟังอยู่เป็นระยะ และที่ขาดไม่ได้คือข้อความชวนขนลุกที่เขาตั้งใจเขียนมาด้วยทุกครั้ง

“หิมะตกแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลตงจื๊อแล้วสินะ” เมื่อเห็นเสี่ยวจิงเดินกลับมาหลังจากเอาขนสัตว์ไปส่งให้เหลียงฮูหยินนางจึงสั่งให้นางไปทำงานให้ “เจ้าไปบอกคนงานที่ร้านหน่อยนะว่าเมื่อลูกค้ามาจ่ายเงินก็ให้บอกพวกเขาไปว่าเทศกาลกาลตงจื๊อที่กำลังจะมาถึงนั้นข้าจะรับทำขนมบัวลอยเป็นชุดสำหรับไหว้บรรพบุรุษ หากจวนใดต้องการก็ให้แจ้งจำนวนได้เลยและให้แต่ละจวนส่งคนมารับในช่วงเช้าตรู่ของวันเทศกาลตงจื๊อ”

“แล้วราคา...”

“ชุดล่ะห้าสิบเหรียญทอง จะมีบัวลอยทั้งหมดเก้าชนิด”

“บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ เทศกาลตงจื๊อคราก่อนเราขายขนมบัวลอยได้เยอะมาก ปีนี้ต้องขายดีกว่าปีที่แล้วมากแน่ๆ” เสี่ยวจิงตื่นเต้นเมื่อนายหญิงของตนหางานที่จะทำเงินได้อีกแล้ว นางจึงรีบขึ้นรถม้าแล้วไปที่ร้านขนมโดยเร็ว แต่แทนที่นางจะบอกคนงานเช่นที่หลิวอี้เฟยสั่งแต่นางกลับทำหน้าที่นั้นเสียเอง เสียงแจ้วๆประกาศให้ลูกค้าได้ทราบอย่างทั่วถึงกัน ลูกค้าที่เคยได้สั่งเมื่อปีที่แล้วต่างก็สั่งซื้อกับนางโดยไม่เสียเวลาคิด

“ขนมของพวกเจ้านั้นทั้งหอมและอร่อย ข้ายังคิดอยู่เลยว่าเมื่อเทศกาลตงจื๊อครั้งที่แล้วนั้นสั่งน้อยเกินไป ครั้งนี้ข้าจะสั่งมากหน่อยให้ภรรยากับลูกๆของข้าได้กินกันจนอิ่มหนำ ข้าสั่งสิบชุดเลยก็แล้วกันแม่นางเสี่ยวจิง” นางยิ้มกว้างให้นายท่านกู่ผู้ซึ่งหลิวอี้เฟยยกให้เป็นหนึ่งในผู้มีพระคุณของนาง เพราะคหบดีผู้ร่ำรวยผู้นี้เป็นคนแรกที่สั่งซื้อรถม้าราคาสองหมื่นเหรียญทองกับนาง และในภายหลังยังมาสั่งเพิ่มอีกสิบคันเพื่อใช้ขนสินค้าจากต่างเมืองมาขายที่เมืองเจียงซุน

หลังจากนายท่านกู่ผู้นี้ได้สั่งขนมพร้อมด้วยเสียงหัวเราะอันดัง ลูกค้าคนอื่นต่างก็สนใจสั่งขนมด้วยเช่นกัน รวมๆแล้ววันนี้เสี่ยวจิงได้รับยอดสั่งซื้อขนมบัวลอยถึงหนึ่งร้อยห้าสิบชุด และยังมีอีกหลายคนนักที่ต้องกลับไปถามที่จวนก่อนว่าจะสั่งจำนวนเท่าไหร่ดีแล้วจะให้คนมาแจ้งไว้ที่ร้านขนมอีกครั้ง ปีนี้นายหญิงจะต้องได้เงินมากกว่าหมื่นเหรียณทองเป็นแน่

เมื่อหลิวอี้เฟยเห็นยอดสั่งซื้อขนมที่เสี่ยวจิงเอากลับมาให้นางก็ยกยิ้มอย่างพอใจ แล้วสั่งให้คนงานช่วยกันเตรียมแป้งที่ต้องใช้เอาไว้จำนวนมากทันที และยังมีไส้ขนมที่บางอย่างไม่มีและต้องสั่งซื้อจากร้านขายธัญพืชนางก็ได้ให้เสี่ยวจิงออกจากจวนไปจัดการสั่งไว้อีกครั้ง

“ส่งไปให้ท่านหวงหย่งที่เมืองหลวงด้วยก็แล้วกัน ไม่ทราบว่านกส่งสารใช้เวลากี่วันในการบินไปเมืองหลวงเจ้าคะท่านจิวซา หากข้าส่งขนมไปให้ท่านหวงหย่งจะทันเทศกาลตงจื๊อหรือไม่เจ้าคะ”

“ทันแน่นอนขอรับแม่นางหลิว นกส่งสารนั้นใช้เวลาบินไปถึงเมืองหลวงเพียงสองถึงสามวันเท่านั้น”

“ท่านหวงหย่งจะกลับไปไหว้บรรพบุรุษที่จวนตระกูลหวงหรือไม่เจ้าคะ หากเป็นเช่นนั้นข้าจะได้ไม่ต้องส่งไป”

“นายท่านไม่ได้ไปไหว้บรรพบุรุษที่จวนตระกูลหวงของท่านอัครเสนาบดีมาหลายปีแล้วขอรับ”

“เช่นนั้นข้าต้องทำขนมบัวลอยที่ไส้ไม่เน่าเสียได้ง่ายส่งไปให้”

“นายท่านชอบขนมบัวลอยไส้น้ำผึ้งมากที่สุดขอรับแม่นางหลิว แต่ก่อนนั้นอาจารย์หญิงทำเอาไว้มากเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ หากปีไหนได้กินไม่จุใจก็เดือดร้อนอาจารย์หญิงต้องทำให้ใหม่ทุกที” อืม อากาศหนาวขนาดนี้น้ำผึ้งคงไม่เสียง่ายหรอกมั้ง เพราะนางใช้น้ำผึ้งที่ได้จากฟาร์มในมิติ แต่ที่จะเน่าเสียก่อนน่าจะเป็นแป้ง คงต้องให้หวงหย่งเอาบัวลอยไปต้มเอง

“ที่จวนของท่านหวงหย่งมีบ่าวรับใช้หรือไม่เจ้าคะ ที่ไม่ใช่ท่านจิวฟง”

“มีขอรับ มีทั้งพ่อบ้าน แม่ครัวและบ่าวรับใช้”

“อืม เช่นนั้นคงต้องไปให้พวกเขาต้มบัวลอยเอง” จิวซาอมยิ้มและสนับสนุนความคิดของหลิวอี้เฟย หากนายท่านรู้ว่าแม่นางหลิวใส่ใจนายท่านไม่ต่างจากที่นายท่านใส่ใจนางก็คงรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย “เหลือเวลาอีกราวๆสิบห้าวัน ข้าต้องรีบเตรียมวัสถุดิบที่ต้องทำไว้ให้พร้อม รบกวนท่านจิวซานั่งรถม้าไปเอามันฝรั่งกับมันเทศที่ไร้มาให้ข้าหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เราต้องเตรียมแป้งมันเทศกับแป้งมันฝรั่งไว้ให้มากหน่อย” นอกจากนี้ยังต้องเตรียมแป้งข้าวเหนียวไว้จำนวนมากอีกด้วย แต่...คนที่นางกำลังจะส่งขนมไปให้นั้นกำลังวางแผนหนีออกจากเมืองหลวงเพื่อกลับมาหานางที่เมืองเจียงซุนเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.908K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #2139 mitra (@mitra) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 04:27
    บัวลอย 50 เหรียญทองถ้าคิดเป็นอีแปะก็ 50000 อีแปะ แพงมากนะเมื่อก่อนขายของกิน 10 อีแปะก็แพงจนคนซื้อกินไม่ได้แล้ว
    #2,139
    0
  2. #2118 fsn (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 16:50

    พี่หย่งช่างน่าเอ็นดู ฮ่องเต้คงเวียนหัวมากๆ พี่ไม่สนลาภยศคะ

    #2,118
    0
  3. #2001 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 12:32
    555+ เสี่ยงหย่งเอ๊ย ขี้มโนจริง ๆ
    #2,001
    0
  4. #1927 Baiphil289 (@Baiphil289) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 20:41
    เบื่อความเลี่ยนพระเอกขี้โมเมมาก
    #1,927
    0
  5. #1166 pa kae (@aphadsara) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 06:45

    สนุกมากกกก เรื่องนี้อ่านยาวๆตั้งแต่ตอนแรก-ตอนปัจจุบัน บอกได้ว่าชอบมากๆค่ะ ขอบคุณค่ะ

    #1,166
    0
  6. #1165 ANGELBABYZZ (@ANGELBABYCOOL) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 03:32
    ท่านพี่คารมสุดยอดเลยยนี่ขนาดไม่เคยจีบสาวนะเนี้ย
    #1,165
    0
  7. #1159 SwanC0 (@Swanc) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 23:56

    บัวลอยแพงมาก ทั้งที่ปรกติขายของอย่างอื่นถุกๆตลอดๆ


    #1,159
    0
  8. #1158 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 21:52
    พ่อค้ากู้ที่ซื้อรถม้ากับบัวลอยตั้งเยอะ นางเอกไม่มีอะไรแถมไปให้บ้างหรือคะ? อย่างเราเวลาซื้อของหากซื้อเยอะ ถ้าไม่ลดราคาให้พิเศษก็จะได้ของแถมมาด้วย ยิ่งลูกค้าเดิม ซื้อเยอะ น่าจะได้อะไรๆพิเศษบ้างนะคะ
    #1,158
    0
  9. #1157 Patlamo (@Pat-osw-k-no) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 21:24
    เราว่าราคาบัวลอยมันแพงไปจิ๊ดนึง แต่ก็เข้าใจว่าอาจจะขายให้แต่พวกคนรวย แล้วก็ขายเป็นชุดด้วยแต่ก็ตกประมาณ5-6เหรียญทองอยู่ดี ก็ถูกแหละมั้ง แต่เราอยากให้ขายแบบของดรอปลงมาหน่อยก็ได้ ขายให้ชาวบ้านงี้ ปล.อ่านเรื่องนี้แล้วหิวตลอดดด
    #1,157
    0
  10. #1156 Waew_lovebook (@sompitluksi0211) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 20:46
    ข้าก็ว่า ห้าสิบเหรียญทองสำหรับบัวลอย มันแพงไปนะเจ้าคะ
    #1,156
    0
  11. #1155 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:53
    ราคาบัวลอยห้าสิบเหรียญทองมันดูแพงเวอร์

    เทียบกับราคารถม้าสองหมื่นเหรียญทอง

    ลองคิดง่ายๆ เป็นเงินบาท แบบรถราคา 2 หมื่น บัวลอยราคา 50 บาท

    มันดูไม่สมเหตุสมผล
    #1,155
    1
    • #1155-1 Mizaki_Rorin (@mizaki-rorin) (จากตอนที่ 53)
      24 มิถุนายน 2563 / 20:47
      เราคิดว่า น่าจะชุดละ50เหรียญทอง ละในชุดมี9ชนิดนะคะ 😂
      #1155-1
  12. #1154 K@NomJeeB (@salapaona) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:17

    ท่านพี่ส่งข้อความมาเลี่ยนมากเจ้าค่ะ
    #1,154
    0
  13. #1153 Noonong Cheeceza (@noonongz) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 18:06
    ขนมชุดละ50เหรียญทอง โห่วว
    #1,153
    0
  14. #1152 loveyo123 (@loveyo123) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 17:41
    อ่านไม่ทัน
    #1,152
    0
  15. #1151 black_angle (@meen-rb) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 16:08
    ทำไมของราคาเริ่มแพง ตอนแรกคนธรรมดาทำงานกันได้แค่วันละ10อีแปะเองไม่ใช่หรอ นี่ต้องเก็บเงินกี่เดือนกว่าจะซื้อขนมนางเอกได้
    #1,151
    0
  16. #1150 3561koy (@3561koy) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 15:39
    สนุกมากค่ะอยากให้เพิ่มตอนอีกหน่อยค่ะ
    #1,150
    0
  17. #1149 หนูเล็ก (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 15:36

    อ้าว แบบนี้รถไฟก็วิ่งสวนทางกันซิ ขนมจะส่งไปก็ขาดคนรับซิ ต้องมีคนส่งข่าวแล้วล่ะ5555

    #1,149
    0
  18. #1146 doogee301 (@doogee301) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 14:55

    ตอนแรกๆกะสนุกนะ..!!

    พอหลังๆๆมามีแต่ตอนจำเจ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย

    คิดแต่ทำอาหาร ทำขนม วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา (.. ไม่มีอะไรใหม่เพิ่มความสนใจเลย...)

    #1,146
    0
  19. #1145 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 14:44
    เมื่อไหร่คู่นี้จะรู้ใจตัวเองสักที ลุ้นกันจนเหนื่อยแล้วเนี่ย อยากอุ้มเจ้าก้อนแป้งน้อยแล้ว คำว่า "วัตถุดิบ" เขียนแบบนี้น๊า สู้ๆค่ะ ไรท์
    #1,145
    0
  20. #1144 oohing (@oohing) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 14:41
    หนูข้ามไรไปรึป่าวที่มาทำภารกิจเนี่ยยยไม่ใช่ว่าาำเร็จเเล้วหรอละละละเเล้วไม่กลับไปหรอหรือยังไงมุ่เเงง
    #1,144
    0
  21. #1142 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 14:25
    สนุกเหมือนเดิม แต่มีคำนะเออ วัสดุเขียนแบบนี้ค่ะ วัตถุ เขียนแบบนี้นะคะ
    #1,142
    0
  22. #1140 yeenpanta123 (@yeenpanta123) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 13:58
    หวงหย่งบุรุษนักรักเขียนจดหมายได้เลี่ยนมาก 5555
    #1,140
    0
  23. #1139 Kass2222 (@Kass2222) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 13:57

    ชอบมากมาย

    #1,139
    0
  24. #1137 chomchow (@chomchow) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 13:47

    อ่านแล้วก็ต้องถอนหายใจดังๆ เฮ้อออ พี่หนวดหนอพี่หนวด คิดได้เองจริงๆเลย

    ส่วนน้องหลินก็โมโหทุกครั้งที่อ่านแล้วก็ทำให้เค้าทุกครั้งเหมือนกัน แล้วเราก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง เฮ้อออออ
    #1,137
    0
  25. #1136 150221 (@150221) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 13:43
    ทนคิดถึงไม่ไหวจะหนีกลับมาหาซะงั้น
    #1,136
    0