หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 42 จัดสรรที่ดินทำกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,975 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

คืนนั้นหลิวอี้เฟยแวะไปดูโรงหมอชั่วคราวอยู่ครู่ใหญ่แล้วก็กลับกระโจมที่พัก แต่ก็ยังนอนไม่ได้เพราะกองโสมอัดแน่นอยู่ในกระโจมจนเกือบล้นออกมาข้างนอก นางกลับมาเห็นถึงกับผงะและปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที โชคดีที่เสี่ยวจิงไปเตรียมน้ำอุ่นมาให้นางได้อาบไม่เช่นนั้นนางก็ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

“พวกเจ้าเอามาเยอะเกินไปแล้วนะ”

‘ไม่เยอะไปเลยนายหญิง ยังมีอยู่มากมายเลยในหุบเขา ข้าจะไปเก็บมาอีกเยอะๆเลย!’ เจ้าน้องเรดกำลังกอดรัดโสมหัวใหญ่หัวหนึ่งอย่างรักใคร่ มันทะนุทะนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าก็ไม่ปาน ‘กองนี้เป็นโสมห้าพันปีทั้งหมดเลย ส่วนโสมพันปีนั้นข้าเอามาแค่ยี่สิบหัวเท่านั้น’

“นี่โสมห้าพันปีทั้งหมดเลยหรือ!” มิน่าเล่ามันถึงได้หัวใหญ่ขนาดนี้ “ข้าจะเก็บมันไว้ที่ไหนเล่า”

‘นายหญิงลืมไปแล้วหรือว่าสามารถเอาเข้าไปเก็บไว้ในมิติได้แล้ว’ จริงด้วย หลังจากหลิวน้อยอัพเกรดระบบแล้วนางสามารถเอาของเข้าไปเก็บไว้ในคลังของระบบได้แล้วโดยนางต้องหอบเอาโสมเข้ามิติไปพร้อมกับตัวนางเท่านั้นถึงจะสามารถเอาเข้าไปได้ และกว่านางจะขนโสมทั้งหมดเข้ามิติได้หมดก็ต้องเข้าๆออกๆมิติถึงสิบรอบ

“ให้กลับจวนก่อนแล้วพวกเจ้าค่อยกลับมาเอาไปเพิ่มเถอะนะ”

‘ได้เลย! โสมห้าพันปีไม่เพียงช่วยให้พลังของพวกข้าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นนะ มันยังสามารถปรุงโอสถผสานโลหิตได้ด้วย มันเป็นหนึ่งในโอสถที่หายากพอๆกับโอสถอายุวัฒนะเลยล่ะ แล้วหากโอสถอายุวัฒนะได้ใช้โสมห้าพันปีปรุงมันล่ะก็ รับรองได้ว่านายหญิงต้องเป็นลมสลบไปเลยหากได้เห็นผลลัพธ์ของมัน นายหญิงอยากให้เรดกับไวท์ลองปรุงดูหรือไม่’

“หากพวกเจ้าหาสมุนไพรทั้งหมดที่ต้องใช้ปรุงมาได้ก็แล้วแต่พวกเจ้าเถิด”

‘สบายมากนายหญิง มีกรีนอยู่ด้วยสบายหายห่วงเรื่องสมุนไพร’ 

‘นายหญิงๆ ในหุบเขามีสัตว์ป่าที่ดุร้ายมากๆด้วยล่ะ ข้าว่านายหญิงต้องเตือนให้เวรยามเฝ้าระวังกันให้ดีนะ หากพวกมันออกมาถึงที่นี่ล่ะก็ชาวบ้านจะไม่ปลอดภัย เรดไปทำให้มันโกรธด้วยล่ะ นิสัยไม่ดีมากๆ’

‘เจ้าสินิสัยไม่ดีเจ้าตัวฟ้า! ก็เจ้านั่นมันบังอาจมาเยียบโสมห้าพันปีของข้านะ โดนแค่นั้นยังน้อยไป หึ!’ หลิวอี้เฟยนั่งมองมังกรน้อยทั้งสี่ทะเลาะกันด้วยความสนุกสนาน เจ้าเสี่ยวโกลด์ก็ทำหน้าที่ราวกับผู้ปกครองที่ดีนอนดูมังกรทั้งสี่อย่างผ่อนคลาย เมื่อเสี่ยวจิงกลับมาที่กระโจมพร้อมกับถังน้ำนางจึงได้เวลาไปอาบน้ำเสียที 

รุ่งเช้าวันต่อมานั้นหลิวอี้เฟยลุกจากที่นอนตั้งแต่เช้าโดยไม่มีทีท่าว่าจะขี้เกียจเช่นวันก่อน ก็ร้อนตั้งแต่เช้าขนาดนี้ผู้ใดจะนอนต่อได้กันล่ะ นางจึงออกมาเดินเล่นไปทั่วเพื่อออกกำลังกายเบาๆยามเช้า ที่ดินที่ว่างอยู่นั้นกว้างมากถึงหนึ่งพันหมู่ หากแบ่งให้ชาวบ้านที่อพยพมาทั้งสิ้นห้าสิบครอบครัวก็จะได้ครอบครัวละยี่สิบหมู่ ก็ไม่น้อยเลยนะ

“หากปลูกข้าวยี่สิบหมู่แล้วได้ผลผลิตอย่างน้อยสามร้อยชั่งต่อหมู่ก็น่าจะได้เงินราวๆหนึ่งพันห้าร้อยอีแปะต่อหนึ่งหมู่ ฉะนั้นยี่สิบหมู่ก็อาจจะได้เงินแค่สามสิบเหรียญทองเองอย่างนั้นหรือ ไม่คุ้มๆ ให้พวกเขาปลูกอะไรดีนะถึงจะได้ผลผลิตดีและขายได้ในราคาสูง” ผักก็ราคาถูกแต่อาจจะแพงเพราะช่วงนี้มีสงครามแต่ก็ยังถือว่าหาได้ทั่วไปไม่ยาก 

“ปลูกข้าวนั่นแหละ ช่วงสงครามราคาข้าวสูงขึ้นมาก เจ้าอาจจะร่ำรวยได้จากการค้าข้าวเลยนะ”

“มาเงียบๆอีกแล้วนะท่านหวงหย่ง! ถึงจะจริงเช่นที่ท่านพูดแต่ปลูกข้าวมันต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเก็บได้”

“แล้วจะทำอย่างไร ไม่ปลูกข้าวก็ปลูกผักหรือไม่ก็มันฝรั่ง มันเทศ”

“ข้าอยากปลูกพืชระยะสั้น เดี๋ยวค่อยคิดก็แล้วกันเช่นไรก็ต้องให้ชาวบ้านเขาปรับหน้าดินก่อนจึงจะปลูกได้ ท่านมาก็ดีแล้วตามข้ามาหน่อย” หลิวอี้เฟยลากหวงหย่งเข้าไปในชายป่าแถวๆนั้นแล้วเลือกมุมลับตาคนสักหน่อยเพื่อป้องกันคนอื่นมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ “ท่านหันหลังไปก่อน รอให้ข้าเรียกแล้วค่อยหันกลับมา ห้ามแอบดูเด็ดขาด!” หวงหย่งพยักหน้าแล้วหันหลังให้นางแต่โดยดี หลิวอี้เฟยเห็นหวงหย่งหันหลังไปแล้วก็เปิดหน้าจอระบบขึ้นมาแล้วกดเอาอุปกรณ์การเกษตรที่นางเอาแร่ที่ขุดได้ในเหมืองไปทำไว้แล้วนำมาเก็บไว้ในมิติออกมา “ท่านหันมาได้”

“นี่เจ้า...” หวงหย่งเห็นสิ่งที่กองอยู่บนพื้นแล้วถึงกับพูดไม่ออก

“ท่านเก็บเข้าแหวนมิติไว้ก่อนนะเจ้าคะ เมื่อถึงเวลาแจกให้ชาวบ้านค่อยเอาออกมา” หลิวอี้เฟยยืนดูหวงหย่งเก็บของเข้าแหวนมิติจนหมดแล้วจึงเดินออกจากป่าเพื่อไปกำชับเวรยามที่ตรวจตรากันอยู่เพื่อให้เฝ้านะวังสัตว์ป่าดุร้าย จากนั้นจึงเดินกลับกระโจมเพื่ออาบน้ำและทานอาหารเช้า “คราวหน้ายกอาหารมากินพร้อมข้าเลยนะเสี่ยวจิง ไม่ต้องรอ”

“บ่าวกินที่โรงครัวมาก่อนแล้วเจ้าค่ะ นายหญิงไม่ต้องเป็นห่วง”

“อืม เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปอาบน้ำเถิดข้ากินข้าวเองได้ วันนี้เรายังมีเรื่องให้ต้องทำอีกมาก” เสี่ยวจิงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอาบน้ำบ่อยๆ เมื่อคืนก็อาบแล้วเช้าวันนี้ยังต้องอาบอีก แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของนายหญิงนางจึงต้องทำตาม อาบก็อาบ

หลังทานอาหารเช้าเสร็จแล้วหลิวอี้เฟยได้นัดหมายให้คนของประมุขต้วนผู้หนึ่งมาพบเป็นการส่วนตัว นางได้รับการยืนยันจากต้วนอี้ฉวนว่าอวิ่นซูผู้นี้นั้นไว้ใจได้ เขามักได้รับความไว้วางใจจากต้วนอี้ฉวนให้ไปทำงานสำคัญๆอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่พ่อบ้านแต่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ฝีมือดีอีกหนึ่งคนที่อยู่ข้างกายต้วนอี้ฉวน

“รบกวนท่านอวิ่นซูช่วยแบ่งที่ดินทั้งหนึ่งพันหมู่ให้กับชาวบ้านห้าสิบครอบครัวด้วยนะเจ้าคะ ครอบครัวละยี่สิบหมู่พร้อมกับอุปกรณ์การเกษตรอีกคนละสองชิ้น หลังจากจัดสรรที่ดินแล้วก็ให้พวกเขาเริ่มลงมือพลิกหน้าดินได้เลยนะเจ้าคะ ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าเอาให้วันหลัง”

“ขอรับแม่นางหลิว ข้าจะจัดการให้ดี” อวิ่นซูรับคำสั่งแล้วออกไปพบหวงหย่งเพื่อนำอุปกรณ์ที่หลิวอี้เฟยฝากไว้มาแจกให้กับชาวบ้าน หลิวอี้เฟยยืนมองดูอยู่ห่างๆเมื่อเห็นว่าอวิ่นซูจัดการทุกเรื่องได้ดีจึงไปทำอย่างอื่น ซึ่งวันนี้นางหมายตาไว้ว่าจะเข้าไปดูกล้วยป่าสักหน่อย หากมีที่กำลังสุกล่ะก็จะได้เอาออกมาทำข้าวต้มมัดแจกชาวบ้าน

“ไปกันเถอะเสี่ยวจิง ข้าเห็นป่ากล้วยอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ไปดูกันเผื่อว่ามีกล้วยสุกสักเครือ” เสี่ยวจิงรีบไปเอาตะกร้าสานแล้วตามนายหญิงเดินเข้าป่า ทั้งสองแต่งตัวทะมัดทะแมงอยู่ตลอดจึงไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนชุดให้ยุ่งยาก 

“ป่านี้อุดมสมบูรณ์กว่าป่าด้านหลังหมู่บ้านดอกไม้หอมอีกนะเจ้าคะนายหญิง ต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมดเลย”

“ก็ป่านี้อยู่มาหลายพันปีแล้วนี่นา ว้าวนั่นเห็ดผึ้งล่ะ มันเอาไปทำต้มยำอร่อยมากเลยนะ เร็วเข้าเสี่ยวจิงเก็บแต่ดอกใหญ่ๆนะ ดอกเล็กเอาไว้มันโตกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วค่อยมาเก็บ” เสี่ยงจิงไม่รู้จักเห็ดชนิดนี้แต่หากนายหญิงบอกว่ามันอร่อยก็ต้องเก็บไปเยอะๆเลย “โห นี่มันป่าเห็ดผึ้งชัดๆ” เรื่องกล้วยเอาไว้ก่อนแล้วกันเพราะเรื่องเห็ดสำคัญกว่า

นอกจากนี้หลิวอี้เฟยยังเก็บหอมป่า กระเทียมป่ากลับไปอีกมาก อาหารเย็นวันนี้ล้วนได้มาจากธรรมชาติทั้งนั้น เมื่อเก็บเห็ดจนพอใจแล้วทั้งสองจึงเดินไปยังป่ากล้วยเพื่อหากล้วยสุก แต่กลับพบว่าไม่มีเลยแม้แต่เครือเดียว

ต้วนอี้ฉวนที่รีบลงจากเขามาเพื่อรับโสมพันปีจากหลิวอี้เฟยก็กำลังกระวนกระวายเพราะนางได้เข้าป่าไปก่อนที่เขาจะลงมา หวงหย่งเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าหลิวอี้เฟยกับสาวใช้ของนางนั้นเข้าป่าไปเมื่อไหร่ เพราะเขาเองก็กำลังยุ่งอยู่กับการช่วยอวิ่นซูจัดสรรที่ดินให้ผู้อพยพ

“เจ้าไม่เป็นห่วงนางเลยหรือ สตรีสองคนเข้าป่าไปกันตามลำพังนะเสี่ยวหย่ง”

“พวงนางไม่ได้อ่อนแอเช่นที่ศิษย์พี่คิดหรอก ท่านนั่งใจเย็นๆก่อนดีกว่า”

“เฮ้อ แล้วเรื่องจัดสรรที่ดินเรียบร้อยดีหรือไม่ ข้าลงเขามาช้าจึงไม่ทันได้เห็นว่าพวกเจ้าจัดการกันเช่นไร”

“เรียบร้อยดีขอรับ อวิ่นซูเป็นผู้จัดการตามคำสั่งของหลิวอี้เฟยทั้งหมด ข้าได้ช่วยเขาเพียงเล็กๆน้อยเท่านั้น ศิษย์พี่จะเดินไปดูก็ได้นะ ชาวบ้านกำลังขุดดินเพื่อพลิกหน้าดินกันอยู่เลย”

“ไม่ดีกว่า ข้าไม่อยากไปเกะกะพวกเขา แล้วนั่นเจ้ากำลังกินอะไร อร่อยมากเลยหรือ”

“หลิวอี้เฟยเรียกมันว่าข้าวต้มมัด มันเป็นเพียงข้าวคลุกน้ำตาลไส้กล้วยแล้วเอาไปนึ่งเท่านั้น ศิษย์พี่แกะชิมดูสิของง่ายๆแต่อร่อยนะขอรับ” ต้วนอี้ฉวนรับเอาข้าวต้มมัดที่ศิษย์น้องของตนแกะแล้วยื่นให้มากิน ข้าวเหนียวนุ่มมีรสหวานและเมื่อกินพร้อมกับกล้วยที่สอดไส้มารสชาติก็ยิ่งดีขึ้น เป็นของง่ายๆที่อร่อยจริงๆ

“หมดหรือยัง เด็กๆน่าจะชอบข้าอยากเอาขึ้นไปให้ลูกๆได้ลองชิม”

“หมดแล้ว เหลือมัดนี้มัดเดียว หากศิษย์อยากกินเยอะๆก็ให้คนไปหากล้วยสุกมาสิ ข้าว่าที่หลิวอี้เฟยเข้าป่าก็เพื่อไปหากล้วยสุกนั่นแหละ ที่ท่านได้กินก็เพราะมีกล้วยสุกอยู่ในครัวนางจึงได้ลองทำ”

“อ้อ ไม่ใช่ปัญหา” ต้วนอี้ฉวนสั่งให้คนของเขาขึ้นไปเอากล้วยจากครัวของพรรควิหคเหินลงมาไว้ให้หลิวอี้เฟย “กล้วยป่าพวกนั้นคนของข้าไปตัดกล้วยที่แก่แล้วมาเก็บไว้ตลอด ไม่แน่ว่าแม่นางหลิวเข้าไปจะได้อะไรกลับมา”

“ต่อให้ไม่ได้กล้วยนางก็เก็บอย่างอื่นกลับมาได้อยู่ดี” และเป็นจริงเพราะหลิวอี้เฟยกำลังปีนต้นไม้เพื่อเด็ดอิงเถาป่าโดยมีเสี่ยวจิงรอเก็บอยู่ใต้ต้น ตอนแรกนางกับเสี่ยวจิงจะเดินผ่านไปแล้วเพราะต้นมันสูงจึงไม่ทันสังเกต แต่เพราะเห็นกระรอกตัวน้อยกำลังกินผลอิงเถาที่หล่นจากต้นอยู่อย่างเอร็ดอร่อยนางจึงได้แหงนหน้าดู

นอกจากนี้หลิวอี้เฟยกับเสี่ยวจิงยังตามล่าหาเห็ดผึ้งหวานดอกโตโดยมีน้องกรีนเป็นผู้นำทาง เก็บกันจนเต็มตะกร้านั่นแหละถึงได้ชวนกันเดินกลับออกจากป่า เสี่ยวจิงที่ไม่เคยเห็นเห็ดดอกใหญ่ขนาดนี้มาก่อนจึงตื่นเต้นและตั้งตารอดูว่านายหญิงของตนจะนำเห็นชนิดนี้ไปทำอาหารอะไร

“เจ้าเอาเห็ดไปล้างนะเสี่ยวจิง อย่าให้ดอกเห็ดหลุดออกจากลำต้นของมันนะ ล้างเอาแค่เศษดินออกก็พอ หาคนไปช่วยสักสองสามคนจะได้เอาเห็ดมาทำอาหารเที่ยงกินด้วย” ชาวบ้านหญิงเห็นเสี่ยวจิงแบกตะกร้าใหญ่ไว้บนหลังจึงรีบเข้ามาช่วยยกลงจากหลัง หลิวอี้เฟยเห็นว่าเสี่ยวจิงมีคนช่วยแล้วนางจึงไปดูชาวบ้านที่กำลังขุดดินเพื่อพลิกหน้าดินกันอยู่ “พวกเจ้าทำงานได้เร็วมาก เช่นนี้อีกไม่กี่วันก็คงพลิกหน้าดินได้หมด อย่าลืมเอาวัชพืชออกด้วยนะ”

“เจ้าหายไปไหนมา ศิษย์พี่มารอเจ้าอยู่นานแล้วนะ” หวงหย่งที่เห็นหลิวอี้เฟยเดินดูชาวบ้านอย่างสบายใจจึงรีบเข้ามาหา นี่นางลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่ารับปากอะไรใครไว้ หลิวอี้เฟยได้ยินเช่นนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองหลงลืมอะไรไป นางจึงรีบวิ่งกลับไปที่กระโจมแล้วเอาโสมที่ห่ออยู่ในกล่องไม้อย่างดีออกมาแล้วนำไปมอบให้ต้วนอี้ฉวน

“ขออภัยประมุขต้วน พอดีว่าข้าเพลิดเพลินอยู่ในป่านานไปหน่อย นี่เจ้าค่ะโสมหนึ่งพันปีทั้งหมดยี่สิบหัว”

“ข้ารอได้แม่นางหลิว ขอบใจเจ้ามากจริงๆ ข้าจะรีบนำไปต้มให้ท่านแม่เดี๋ยวนี้ จริงสิ เกือบลืมไปเลย ข้าได้ลองชิมข้าวต้มมัดของเจ้าแล้วอร่อยมาก ข้าให้คนเอากล้วยลงมาให้เจ้าแล้วคงจะไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปหากข้าจะขอให้เจ้าทำข้าวต้มมัดให้ข้าด้วยกล้วยเครือนั้น” เอามาเตรียมไว้ขนาดนี้แล้วยังจะต้องเกรงใจอะไรกันอีกเล่า แต่ในเมื่อนางคิดจะทำอยู่แล้วจึงไม่ปฏิเสธ ด้วยเหตุนี้คนงานในครัวจึงทำงานกันหนักขึ้นมือเป็นระวิง

“เอาเห็ดที่ล้างเสร็จแล้วมาให้ข้า ตั้งหม้อต้มน้ำเลยอย่าลืมใส่เหลือด้วย เสี่ยวจิงมาช่วยข้าตรงนี้หน่อย” หลิวอี้เฟยเอาตะไคร้ออกมาทุบแล้วหั่นเป็นท่อน ฉีกใบมะกรูดออกเป็นชิ้นแล้วโยนทั้งสองลงในน้ำที่กำลังต้ม “น้ำเดือดแล้วเอาปลาลงหม้อเลยเสี่ยวจิง” มือก็ฝานเห็ดออกเป็นชิ้นๆปากก็สั่งการเสี่ยวจิงกับคนงานไปด้วย “ตักเอาฟองออกด้วยน้ำซุปจะได้ใสๆ น้ำเดือดอีกครั้งให้เอาเห็ดลงหม้อได้เลยนะ” ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองและใส่ต้นหอมกับต้นกระเทียมป่าลงไปก็เป็นอันเสร็จ ความหวานจากเห็ดจะเป็นตัวชูรสชาติได้อย่างดี ก่อนกินก็บีบมะนาวสักหนึ่งซีกก็อร่อยสดชื่นมากแล้ว

“หอมกลิ่นสมุนไพรมากๆเจ้าค่ะนายหญิง”

“ตักแบ่งให้ครอบครัวล่ะชามนะ เราทำน้อยก็แบ่งๆกันกิน” อันที่จริงเก็บเห็ดมาเยอะมากแต่คนก็เยอะมากเช่นกัน พอทำออกมาแล้วจึงได้แค่ไม่กี่หม้อจึงต้องแบ่งๆกันกิน เพราะยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่พ่อครัวแม่ครัวเขาทำไว้แล้ว “จัดสำรับไปให้ท่านหวงหย่งกับท่านจิวฟงท่านจิวซาด้วยนะเสี่ยวจิง เสร็จแล้วก็มากินข้าวพร้อมกับข้า” เสี่ยวจิงรีบไปจัดสำรับตามที่หลิวอี้เฟยบอกโดยเร็วเพราะกลัวว่านายหญิงของตนจะได้กินข้าวช้า

หลังมื้อเที่ยงผ่านพ้นไปหลิวอี้เฟยก็ได้เปิดโรงงานข้าวต้มมัดขึ้นที่โรงครัว หนึ่งกลุ่มเช็ดใบตอง อีกกลุ่มปอกผ่ากล้วย อีกกลุ่มผสมข้าวกับน้ำตาล อีกกลุ่มห่อข้าวกับใบตอง และอีกกลุ่มมัดข้าวแล้วเอาไปต้ม หลิวอี้เฟยไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากเดินชี้นิ้วสั่ง กล้วยหนึ่งเครือทำข้าวต้มมัดได้หลายร้อยมัดเลยล่ะ

“แม่นางหลิวขอรับ ท่านเจ้าเมืองส่งสารมาแจ้งว่าหากทางนี้เรียบร้อยแล้วขอให้แม่นางหลิวรีบกลับไปที่เมืองเจียงซุนโดยด่วนขอรับ”

“มีเรื่องอะไรด่วนหรือเจ้าคะท่านจิวฟงถึงต้องให้รีบกลับไป”

“มีชาวบ้านผู้อพยพเจ็บป่วยจำนวนมากขอรับ และมีล้มตายไปแล้วมากกว่าสิบคน” สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลิวอี้เฟยก็คือโรคระบาด “โอสถที่แม่นางมอบให้ท่านเจ้าเมืองได้ใช้ไปหมดแล้ว และหมอที่มีอยู่ทั้งหมดก็ไม่สามารถรักษาชาวบ้านได้ทัน ท่านเจ้าเมืองจึงอยากขอคำชี้แนะจากแม่นางหลิวขอรับ”

“เช่นนั้นข้าจะเอาโอสถจำนวนหนึ่งให้ท่านจิวฟงนำกลับไปให้ท่านเจ้าเมืองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ วันพรุ่งข้าจะรีบเดินทางกลับทันที เรื่องนี้ชักช้าไม่ได้” หลิวอี้เฟยรีบกลับไปที่กระโจมแล้วเข้ามิติไปเอาโอสถที่เรดกับไวท์ปรุงเก็บไว้ในบ้านหลังเล็กออกมาจำนวนมาก เมื่อนางออกจากกระโจมมาก็พบว่าหวงหย่งกับจิวซาก็ได้รออยู่กับจิวฟงแล้ว “เอาโอสถนี้ให้ชาวบ้านเหล่านั้นกินวันละสามเม็ดหลังอาหาร แล้วบอกให้ท่านเจ้าเมืองต้มน้ำสะอาดเป็นน้ำดื่มให้พวกเขาด้วยนะเจ้าคะ”

“ข้าจะรีบเดินทางเดี๋ยวขอรับแม่นางหลิว” จิวฟงรับห่อโอสถมาแล้วรีบเร้นกายออกเดินทางทันที 

“ขออย่าให้ตายไปมากกว่านี้เลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.975K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #1989 minhochanyeol123 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 18:23
    เสี่ยวจิงขยัน นิสัยดี ขอจองใก้พี่จิวฟงนะ ไหน ๆ จิวซาคนน้องก้อจองฮวาเอ๋อร์ไว้แล้ว
    #1,989
    0
  2. #1542 ormtw (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 23:01
    ชอบความนางเอกจะไปหากล้วย ก็เลยเอากล้วยมาให้ เพราะรู้ว่ามีแค่นางคนเดียวทำเป็น เลยจะเอาไปฝากลูก โอ๊ยคุณพ่อ 55555+
    #1,542
    0
  3. #1385 WanatWaen (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 05:36
    ถ้าเห็นนางเอกเป็นผู้มีพระคุณจริงจะกล้าขนาดเอากล้วยมาใช้นางเอกให้ทำหรอ แล้วโสมที่ว่าหายากนักหายากหนานางเอกให้20ต้นเลยควรจะมีความเกรงใจมากกว่านี้
    #1,385
    0
  4. #745 aee (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 23:49

    ถึงปัญหาจะเข้ามาไม่หยุด แต่ทุกคนร่วมมือกันทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี

    เรื่องนี้ดีค่ะ อ่านเรื่องนี้แล้วอยากอ่านเรื่อยๆยาวๆเลย

    #745
    0
  5. #743 sevenroses (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 21:27

    สงสารชาวบ้าน

    #743
    0
  6. #741 kaew34 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 19:51

    สนุกมากรอต่อน้าาา
    #741
    0
  7. #740 oachaporn (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 19:51

    สนุกสนานกับการแก้ปัญหา
    #740
    0
  8. #738 150221 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 17:48
    มีเรื่องวุ่นวายให้ทำตลอดเลย คิดถึงเสี่ยวไป๋แล้ว
    #738
    0
  9. #737 chomchow (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 17:27

    คุณไรท์ ออกอีบุ๊คเลยเถอะ รอจะไม่ไหวแล้ว

    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ เลย

    เก่งมากๆเลยที่แต่งนิยายได้ดีขนาดนี้ ขอบคุณมากนะคะ
    #737
    0
  10. #734 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 14:50
    รอค่ะๆ
    #734
    0
  11. #733 Aliza_Eliz (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 14:20
    อัพวันละ10ตอนเลยได้มั้ยคะ ติดงอมแงมมาก
    #733
    0
  12. #732 bkkSKH (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 14:02
    ชอบเรื่องนี้มาก ทุกวันต้องมานั่งรอว่าเมื่อไหร่จะบ่ายหนึ่ง
    #732
    0
  13. #731 อัมพร (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 14:02

    ขอบคุณค่ะ

    #731
    0
  14. #730 แฟน (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:53

    ชอบเรื่องนี้มาก ชอบนำ้ใจประเสริฐของตัวนางเอก พระเอกก็ดี ปากร้ายแต่ใจดี นางเอกไหว้วานให้ทำอะไรก็สำเร็จ นำ้ใจงามทั้งคู่ สงสารพระเอกมีครอบครัวที่รุงรัง หลานน้อยเกือบถูกทำร้ายตาย ไม่อยากให้นางเอกกลับสู่โลกปัจจุบัน นางอยู่ในยุคโบราณก็ทำประโยชน์ ทำกุศลมากมาย ทำให้หลายคนอยู่ดี ไม่อดตาย รอเสมอค่ะ

    #730
    0
  15. #729 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:39
    รอนะคะ
    #729
    0
  16. #728 somjean1892 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:28

    รอออออออออออ
    #728
    0
  17. #727 sompitluksi0211 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:18
    ชอบมาก นางเอกเก่ง ใจดีด้วย
    #727
    0