หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 35 ผู้อพยพกลุ่มแรกมาถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,982 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

หลิวอี้เฟยนำความเรื่องผู้อพยพไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมืองด้วยตนเอง บอกเล่าทุกอย่างโดยละเอียด ท่านเจ้าเมืองไม่ได้สงสัยเลยสักนิดว่านางรู้เรื่องนี้ได้เช่นไร หรืออาจจะสงสัยแต่ไม่เอ่ยถามก็เป็นได้ เมื่อเสร็จธุระจากจวนเจ้าเมืองแล้วหลิวอี้เฟยก็กลับจวนตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของนางต่อทันที

“เอาข้าวโพด มันเทศแล้วก็ข้าวสาลีไปทำเป็นแป้งเก็บไว้ให้มากที่สุดเลยนะ แล้วก็เอาข้าวขาวไปบดหยาบไว้ทำเป็นโจ้กกับข้าวต้มด้วย ถั่วเหลืองเอามาคัดเมล็ดแล้วแบ่งเมล็ดใหญ่กับเล็กแยกกันไว้ จากนั้นให้เอาเมล็ดถั่วเหลืองเล็กไปแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืนข้าจะเอามาเพาะถั่วงอก เร่งมือกันหน่อยนะงานใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว หากทำงานดีวันนี้จะทำซาลาเปาแป้งข้าวโพดไส้หมู่สับลูกใหญ่ๆให้กินกันจนพุงกางทุกคนเลย” งานคนในจวนต่างเฮกันลั่นด้วยความดีใจ พวกเขาแยกย้ายแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระเบียบและขยันขันแข็งเพื่อหวังได้กินซาลาเปาแสนอร่อยฝีมือเจ้านาย

“หลิวอี้เฟย! เป็นจริงเช่นที่เจ้าพูด แต่รถม้ามีจำนวนมากขึ้นถึงห้าสิบคันแล้ว ข้าคิดว่าชาวบ้านที่อพยพมาพวกนั้นต้องรวบรวมเงินกันแล้วจ้างรถม้าจากเมืองระหว่างทางเป็นแน่ และข้าคิดว่ามันอาจจะมากขึ้นเป็นร้อยคันในไม่กี่วัน”

“ทำไมพวกเขาถึงคิดว่าเมืองเจียงซุนจะรับคนจำนวนมากมายขนาดนั้นได้ไหวกันนะ เช่นนั้นเราก็ต้องเร่งมือเตรียมความพร้อมเอาไว้ให้เร็วกว่าเดิมแล้วล่ะเจ้าค่ะท่านหวงหย่ง ท่านคิดว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงเมืองเจียงซุนได้เร็วแค่ไหนกันเจ้าคะ ตอนนี้มันเทศกับมันฝรั่งแล้วก็ข้าวโพดยังเก็บไม่ได้เลย”

“หากเดินทางโดยไม่หยุดพักก็คงไม่เกินสองวัน” ไม่ทันแน่ คงต้องให้ท่านเจ้าเมืองจัดสรรพื้นที่ให้ผู้อพยพอยู่กันไปก่อน มากันโดยไม่มีการแจ้งเตือนเช่นนี้ก็ต้องยอมรับสภาพที่ตนเองต้องเจอกันหน่อยล่ะ 

“ท่านเจ้าเมืองได้เตรียมรับมือไว้บ้างแล้วเจ้าค่ะ ช่วงเย็นวันนี้ทหารจำนวนหนึ่งคงจะไปประจำอยู่ที่หน้าประตูเมืองกันแล้ว ช่วงแรกคงต้องให้ผู้อพยพอาศัยอยู่ใกล้จุดแจกอาหารที่จัดเตรียมไว้เมื่อช่วงฤดูหนาวไปก่อน ส่วนที่เราต้องทำก็คือเตรียมอาหารไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“มีสิ่งใดให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

“ข้าไม่เกรงใจแน่นอนเจ้าค่ะ จริงสิ ท่านยังไม่เคยชิมชื่อจึตากแห้งเลยใช่หรือท่านหวงหย่ง มาสิข้าจะเอาให้ชิม” พลับตากแห้งถูกเก็บไว้ในโอ่งดินเผาอย่างดี ซึ่งข้างในนั้นมีเปลือกพลับตากแห้งรองเอาไว้เป็นชั้นๆด้วย ตอนนี้บนลูกพลับตากแห้งมีเกล็ดหิมะสีขาวที่เกิดจากน้ำตาลในลูกพลับปกคลุมบ้างแล้ว เหมือนกับโรยน้ำตาลไอซิ่งเลยล่ะ น่าอร่อยสุดๆ

“มันเกิดราแล้วจะกินมันได้อย่างไร ข้ายังไม่อยากตายนะ!”

“ไม่ใช่รา! มันเป็นน้ำตาลที่เกิดจากธรรมชาติ หากท่านไม่เชื่อข้าจะกินให้ดูก็ได้” หลิวอี้เฟยเลือกพลับลูกที่โตที่สุดแล้วกัดแบบเต็มปากเต็มคำ ความหวานราวกับน้ำผึ้งแผ่ซ่านไปทั่วปากอร่อยแบบสุดยอด! นางเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติของลูกพลับตากแห้งที่แสนคิดถึง มันชุ่มฉ่ำนุ่มนวลมากๆเลยล่ะ “อร่อยมาก! ให้นั่งกินนอนกินทั้งวันยังได้เลย”

“นายหญิงกินได้น่าอร่อยมากเลยเจ้าค่ะ คนงานน้ำลายไหลตามกันหมดแล้ว”

“ฮ่าๆ พวกเจ้าเอาไปกินกันคนละลูกสิ ลองชิมดูว่ารสชาติมันเป็นอย่างไร”

“แต่นายหญิงจะเอาไปขายไม่ใช่หรือ พวกข้าไม่กล้ากินหรอกขอรับ”

“เรามีชื่อจึตากแห้งอยู่ตั้งมากมาย พวกเจ้าลองชิมกันคนละลูกก็ไม่เป็นไรหรอก มาหยิบไปเร็ว”

“แล้วข้าล่ะ เจ้าเอามาให้ข้าแต่เจ้ากินเองไปแล้วนะ”

“ก็มีอยู่ตั้งมากมายนะเจ้าคะท่านหวงหย่ง ท่านก็ลองชิมดูสิเจ้าคะ กินแล้วไม่ตายแน่นอน” ครานี้หวงหย่งไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหยิบลูกพลับตากแห้งลูกใหญ่มาพิจารณาและกัดเข้าปากไปคำโต แล้วก็พบว่าสีหน้าที่หลิวอี้เฟยแสดงออกถึงความอร่อยนั้นไม่เกินจริงเลยสักนิด “นี่มัน...หวานมาก ทำไมรสชาติมันเป็นเช่นนี้ไปได้”

“ความหวานจากธรรมชาติอย่างไรเล่าเจ้าคะ เอ้าพวกเจ้ายืนมองอะไรกันอยู่ หากไม่กินก็แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว” คนงานที่กำลังยืนกลืนน้ำลายมองเจ้านายกินอยู่นั้นเมื่อได้ยินต่างก็มาหยิบลูกพลับตากแห้งกันไปคนละลูกแล้วแยกย้ายกันไปกินยังมุมต่างๆ เมื่อความหวานสัมผัสลิ้นทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันอร่อยมาก “ข้าให้คนกว้านซื้อชื่อจึมาอีกดีหรือไม่ หากมันอร่อยขนาดนี้เราควรทำเก็บไว้ให้เยอะๆเลยนะ”

“ตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งกับการเตรียมอาหารไว้ให้ผู้อพยพเจ้าค่ะ แรงงานไม่พอหรอก”

“เช่นนั้นข้าซื้อจากเจ้าสักหนึ่งไหใหญ่ได้หรือไม่ ข้าจะส่งไปให้อาจารย์หญิงกับศิษย์พี่ที่พรรควิหคเหิน เจ้าบอกว่ามันดีต่อสุขภาพข้าจึงอยากส่งไปให้พวกเขาได้กินดูบ้าง”

“ไม่ต้องซื้อหรอกเจ้าค่ะ อยากส่งไปเท่าไหร่ก็เอาไปได้เลย”

“ขอบใจมาก จิวฟงไปส่งชื่อจึตากแห้งที่พรรควิหคเหินโดยเร็ว แล้วอย่าลืมแจ้งข่าวเรื่องผู้อพยพด้วย” จิวฟงที่กำลังเพลินเพลินกับพลับตากแห้งอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งเมื่อมีคำสั่งถึงตนโดยตรง เขาจึงรีบยัดพลับตากแห้งที่เหลืออยู่เข้าปากทั้งหมดไม่ให้เหลือ จากนั้นก็ไปเอาพลับตากแห้งมาหนึ่งไหแต่ด้วยน้ำหนักของมันคงจะลำบากหากเขาจะขนไปเช่นนี้ หลิวอี้เฟยเห็นเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขบขัน 

“ข้าจัดการให้เองเจ้าค่ะ” นางเดินไปหยิบกล่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้ามาหนึ่งอันแล้วเอาพลับตากแห้งบรรจุลงไปในกล่อง วางพวกมันไว้อย่างเป็นระเบียบทำให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ซึ่งกล่องไม้นี้สามารถบรรจุพลับตากแห้งได้มากถึงห้าสิบลูกทีเดียว เมื่อบรรจุพลับตากแห้งจนเต็มแล้วนางจึงใช้ผ้ามาห่อเพื่อให้สะดวกในการเดินทาง “เรียบร้อยเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณแม่นางหลิวมากขอรับ” จิงฟงกล่าวลานายท่านของตนเองแล้วก็เร้นกายออกจากจวนหลิวไปทันที

“ท่านหยุดกินได้แล้วท่านหวงหย่ง กินมากไปก็ไม่ดีหรอกนะ หากไม่มีอะไรทำก็ไปนั่งรอที่โถงรับแขกเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะให้เสี่ยวจิงเอาชากับขนมไปให้ นี่ไม่รู้ว่าเสี่ยวจื่อกับเสี่ยวไป๋ไปวิ่งเล่นที่ไหนกันแล้ว ท่านไปดูลูกหน่อยก็ดีนะเจ้าคะ” หวงหย่งเห็นว่าอยู่ตรงนี้ตนก็ช่วยอะไรไม่ได้จึงยอมออกไปแต่โดยดี

หลิวอี้เฟยอยู่ดูคนงานทำงานอีกเล็กน้อยก็เข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็นและทำซาลาเปาไว้ให้คนงานเป็นรางวัลสำหรับความขยันในวันนี้ นางตรวจดูวัตถุดิบแล้วพบว่ามีเนื้อหมูชิ้นใหญ่อยู่เมนูวันนี้จึงเป็นหมูตุ๋น หมู่ย่างสมุนไพร ยำก้านคะน้าหมูสับแล้วก็หมูสามชั้นต้มราดน้ำมันพริกที่ใส่ต้นหอมกับกระเทียมด้วย

ส่วนซาลาเปานั้นนางใช้แป้งข้าวโพดสีเหลืองในการทำทั้งหมด มีหมูสับผัดกับกุ้ยช่ายอัดแน่นอยู่ในซาลาเปาลูกโต กลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่วจวนจนนั่งกันแทบไม่ติด เมื่อซาลาเปาสุกก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี “เอาอาหารพวกนี้ไปขึ้นโต๊ะนะเสี่ยวจิง ส่วนที่เหลือกับซาลาเปาทั้งหมดนี้เป็นของคนงาน ให้พวกเขาวางมือจากงานแล้วมากินข้าวก่อน”

“ข้าช่วยแม่นางเสี่ยวจิงเองขอรับแม่นางหลิว อาหารวันนี้กลิ่นหอมมากจริงๆ”

“ท่านจิวซานี่มาได้จังหวะทุกครั้งเลยนะเจ้าคะ เสี่ยวจิงเอาซาลาเปาใส่จานไปด้วยนะ” จิวซากับเสี่ยวจิงช่วยกันยกอาหารหลายจานไปที่ห้องอาหาร ไม่นานเจ้านายทุกคนในจวนก็มาพร้อมหน้าเพื่อทานอาหารค่ำร่วมกัน เหลียงจื่อกับหวงไป๋ชอบซาลาเปากันมากจนกินกันไม่หยุด “ช้าลงหน่อยเด็กๆ เคี้ยวให้ละเอียดไม่เช่นนั้นจะท้องอืดเอาได้”

“ซาลาเปาอร่อยมากจริงๆขอรับพี่อี้เฟย จื่อเอ๋อร์ชอบมากๆ” 

“เจ้าเด็กตะกละ หากลูกกินซาลาเปาทั้งสามลูกในจานของเจ้าหมดล่ะก็คืนนี้คงไม่ได้นอนเป็นแน่”

“จื่อเอ๋อร์จะกินแค่สองลูกเท่านั้นขอรับท่านแม่ เสี่ยวไป๋กินช้าๆนะ พี่เคยกินเยอะจนปวดท้องนอนไม่ได้เลย มันทรมานมากๆ” ปากก็บอกน้องมือก็ประคองซาลาเปา เจ้าเด็กตัวอ้วนเอ้ย เหลียงจื่อกับเสี่ยวไป๋ตัวกลมขึ้นมากจากวันแรกที่นางได้เจอ เด็กน้อยวัยกำลังโตทั้งสองมีความสุขกับของอร่อยที่มีให้กินทุกวันจนบางวันก็กินมากเกินไป

“เสี่ยวจื่อ เสี่ยวไป๋ นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปห้ามเจ้าทั้งสองออกจากจวนโดยไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วยเป็นอันขาดนะ อีกไม่กี่วันจะมีคนมากมายเดินทางมาที่เมืองนี้ พวกเขาดีร้ายเช่นไรเราก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยเด็กๆต้องอยู่แต่ในจวนเข้าใจหรือไม่ทั้งสองคน” เด็กทั้งสองพยักหน้าอย่างจริงจัง “เด็กดี”

“ครั้งนี้คงจะหนักหนากว่าเมื่อครั้งภัยหนาวมากเลยนะขอรับ เราคงต้องรับมือให้ดี”

“ใช่เจ้าค่ะ วันพรุ่งท่านเหลียงชุนเอารถม้าที่เสร็จแล้วทั้งหมดไปส่งให้ลูกค้าหน่อยนะเจ้าคะ แล้วก็กำชับให้ชาวบ้านดูแลกันให้ดีๆด้วย มากคนก็มากความ ปัญหาจะต้องตามมาไม่หยุดหย่อนเป็นแน่”

“เรื่องนั้นแม่นางหลิวไม่ต้องกังวล ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”

สองวันต่อมาหลิวอี้เฟยต้องรีบให้คนงานช่วยกันเก็บผลผลิตในไร่ทั้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่อย่างเดียว บ่อปลาเล้าไก่ก็ต้องเลิกทำไปก่อนเพราะคนของหวงหย่งที่เฝ้าระวังอยู่ตามจุดต่างๆนั้นส่งข่าวมาว่ารถม้าพวกนั้นใกล้จะเข้าเขตเมืองเจียงซุนเต็มทีแล้ว และด้วยความช่วยเหลือของมังกรเขียวกับมังกรฟ้าผลผลิตทั้งหมดจึงเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยว

ตอนนี้ผลผลิตทั้งหมดถูกขนมากองไว้ที่ลานภายในจวนหลิวแล้วเรียบร้อย พื้นดินในไร่เองก็ถูกคนงานปรับสภาพให้เป็นเพียงทุ่งโล่งกว้างเท่านั้น หลิวอี้เฟยสังเกตเห็นว่ามีทหารจำนวนมากมาประจำอยู่ที่หน้าประตูเมือง การตรวจเวรยามก็เข้มงวดต่างจากปกติเช่นกัน และแล้วในช่วงเช้ามืดของวันใหม่รถม้าคันแรกของผู้อพยพก็มาถึงหน้าประตูเมือง

“มาถึงแล้ว รถม้าต่อแถวยาวจนมองไม่เห็นปลายแถว ท่านเจ้าเมืองไปคุมงานที่หน้าประตูเมืองด้วยตนเองและจัดสรรให้คนเหล่านั้นพักยังจุดที่จัดไว้ให้ แต่หากจะเข้าพักในตัวเมืองพวกเขาต้องจ่ายเงินเพื่อเช่าโรงเตี๊ยมเท่านั้น ข้าให้จิวฟงกับจิวซาแล้วก็คนจากพรรควิหคเหินจำนวนหนึ่งค่อยเฝ้าดูอยู่”

“แบบนี้เหมือนพวกเขาตั้งใจจะมาที่นี่โดยเฉพาะเลยนะขอรับท่านหวงหย่ง ไม่คิดอพยพไปที่เมืองอื่นเลย”

“ใช่ท่านเหลียงชุน พวกเขาตั้งใจจะมาที่นี่”

“จะอย่างไรก็ต้องดูแลพวกเขาให้ดีเจ้าค่ะ ไม่นานนักหรอก” เพราะหากนานเกินไปการแจกแต่อาหารคงจะไม่ใช่เรื่องดี แต่จากข้อมูลที่หลิวน้อยให้มาสงครามจะใช้เวลาอีกไม่นานนัก อย่างช้าก็ราวๆสองเดือน “ท่านหวงหย่งเอาอาหารไปให้ท่านเจ้าเมืองแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ วันนี้จะเพียงพอหรือไม่”

“เรียบร้อยแล้ว หากไม่พอท่านเจ้าเมืองจะให้คนมาแจ้งอีกที”

“ข้าจะไปช่วยที่หน้าประตูเมืองนะขอรับแม่นางหลิว หากมีเรื่องเร่งด่วนจะได้ช่วยเหลือทัน”

“ดีเจ้าค่ะท่านเหลียงชุน ฝากด้วยนะเจ้าคะ” เหลียงชุนควบม้าตัวใหญ่ที่หลิวอี้เฟยให้หวงหย่งจัดหามาให้ถึงสิบตัว นางจ่ายเงินไปถึงหนึ่งแสนเหรียญทองเชียวล่ะสำหรับม้าสิบตัวนี้ แพงสุดๆ “ท่านหวงหย่งตามข้าไปที่เรือนก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะเอาข้าวกับธัญพืชออกมาเพิ่มให้ท่านเก็บไว้ในแหวนมิติ หากฉุกละหุกจะได้ไม่ต้องวิ่งมาเอาที่ข้า”

“ข้าอยากรู้จริงๆว่าความดีความชอบอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ฮ่องเต้จะตอบแทนเจ้าอย่างไร”

“ข้าไม่ได้อยากให้คนผู้นั้นตอนแทนข้าแม้แต่อีแปะเดียว! ครั้งนี้ข้าถึงให้ท่านเจ้าเมืองออกหน้า หากไม่จำเป็นห้ามให้คนผู้นั้นรู้เป็นอันขาดว่าข้าอยู่เบื้องหลังเรื่องอาหารเหล่านี้” 

“เจ้าทำขนาดนี้แต่ไม่อยากได้รับความดีความชอบเลยงั้นหรือ”

“ข้าไม่ต้องการสิ่งใดจากคนผู้นั้นแม้แต่อย่างเดียว ช่างเรื่องนั้นเถิดเจ้าค่ะ ท่านรอข้าอยู่หน้าเรือนก่อนสักประเดี๋ยว” หวงหย่งยืนรอที่หน้าเรือนตามที่นางบอก ในใจก็ครุ่นคิดถึงคำพูดของนางไปด้วย หลิวอี้เฟยพูดราวกับว่ารู้จักฮ่องเต้มาก่อนอย่างนั้นแหละ หรือว่านางมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ 

“ความลับเยอะจริงนะ”

“ท่านไม่คิดหรือว่าสตรีที่ทำตัวลึกลับมันน่าค้นหา” หลิวอี้เฟยยกยิ้มแล้วเรียกให้หวงหย่งเข้าไปในห้องเก็บของ ข้าวและธัญพืชมากมายวางกองเรียงกันไว้อย่างเป็นระเบียบ หวงหย่งทำเพียงเก็บทั้งหมดนั้นเข้ามิติไปไม่ให้เหลือ “ขนมปังพวกนี้ท่านเอาไปให้ท่านเจ้าเมืองตอนนี้เลยนะเจ้าคะ จะได้แจกจ่ายให้ผู้อพยพเหล่านั้นอิ่มท้องไปได้ระหว่างรอ หากไม่พอก็กลับมาเอาไปเพิ่มนะเจ้าคะ ช่วงนี้ต้องลำบากท่านหวงหย่งแล้ว”

“เรื่องแค่นี้ข้าไม่ได้ลำบากอะไรนักหรอก เจ้าที่เป็นคนเตรียมของพวกนี้ต่างหากที่ลำบาก ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย”

“รีบไปเถิดเจ้าค่ะ” มาทำตาหวานเยิ้มใส่อยู่ได้! “หากยังไม่รีบไปข้าจะจิ้มตาท่านให้บอด!”

“เจ้าเขินอายเช่นนี้ก็น่ามองไม่น้อย หึหึ” 

เพล้ง!

“หวงหย่ง! ไอ้คนบ้าเอ้ย!” คนงานในจวนวิ่งกรูกันมาที่เรือนของเจ้านายโดยเร็วแต่เมื่อได้ยินเสียงก่นด่าที่คุ้นเคยแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานของตนเองต่อ ช่วงเย็นเสียงในห้องครัวจึงดังมากกว่าปกติเพราะนายหญิงของจวนใช้ปังตอสับหมูสับไก่แบบไม่ออมแรงเลย สับเนื้อไปก็ด่าไปจนคนงานร้อนๆหนาวๆกันหมด

เหลียงชุนที่มาเพื่อจะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เมื่อเห็นสัญญาณเตือนจากเสี่ยวจิงเขาจึงตัดสินใจเดินกลับไปที่เรือนตนอย่างเงียบๆ โชคดีจริงๆที่วันนี้หวงหย่งติดพันอยู่กับปัญหาผู้อพยพที่หน้าประตูเมืองจึงไม่ได้มาทานมื้อเย็นที่จวนหลิว หวงไป๋เองก็จำต้องนอนที่ห้องของเหลียงจื่อทุกวันไปก่อนในช่วงนี้

“ตอนนี้คนเดินทางมาเรื่อยๆเลยขอรับ คาดว่ามากถึงห้าหมื่นคนทีเดียว ท่านเจ้าเมืองได้ให้คนขี่ม้าเร็วไปส่งสารยังเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงแล้วขอรับ เมืองเจียงซุนคงรับผู้อพยพเหล่านั้นไม่หมดจำเป็นต้องแบ่งไปที่เมืองอื่นบ้าง”

“เป็นการตัดสินใจที่ดีเจ้าค่ะ วันพรุ่งข้าจะไปหารือกับท่านเจ้าเมืองเรื่องอาหารอีกครั้ง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.982K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #2039 หลิน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 09:00

    มาส่ง💝ค่ะ

    #2,039
    0
  2. #2025 moyar1122 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 01:33
    ข้าหิวเหลือเกิน~~
    #2,025
    0
  3. #1598 alamadine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:03

    จิวฟงไม่มีแหวนมิติหรือคะ ถึงต้องแบกกล่องใส่ลูกพลับตากแห้ง..
    #1,598
    4
    • #1598-3 may0904(จากตอนที่ 35)
      12 สิงหาคม 2563 / 16:09
      ตอนต้นเรื่องพระเอกบอกแล้วว่ามีแหวนมิติแค่10วง มันหายากมาก
      #1598-3
    • #1598-4 may0904(จากตอนที่ 35)
      12 สิงหาคม 2563 / 16:09
      ตอนต้นเรื่องพระเอกบอกแล้วว่ามีแหวนมิติแค่10วงเอง มันหายากมาก
      #1598-4
  4. #1283 572539 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 23:10
    ถั่วงอกไม่ใช่ต้องใช้เมล็ดถั่วเขียวปลูกหรอคะ?
    #1,283
    1
    • #1283-1 Post-It-Conan(จากตอนที่ 35)
      29 มิถุนายน 2563 / 09:46
      ถั่วเหลืองก็ได้จ้า
      #1283-1
  5. #612 aee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 20:20

    อ่านตอนนี้แล้วหิวเลยเมนูน่ากินทั้งนั้น ดีที่ไม่อ่านดึกๆนะ

    #612
    0
  6. #571 kaew34 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:51

    อ่านรวดเดียวหมด ต่อค่ะต่อออ
    #571
    0
  7. #569 คนอ่าน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 07:38

    รออ่านแทบไม่ไหวแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่อัพให้อ่าน ท่านขยันมาก คนอ่านไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์เลย ชอบมากค่ะ

    #569
    0
  8. #568 somejai2526 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 06:14

    อยากได้อีบุ๊กแว้ววววว
    #568
    0
  9. #566 salapaona (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 20:31

    เมื่อไหร่น้องจะใจอ่อน ท่านพี่อ่อยขนาดนี้แล้ว ท่านพี่น่ารัก
    #566
    0
  10. #565 น้ำค้าง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 19:58

    มาต่อไวๆนะ

    #565
    0
  11. #564 Nanthara (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 19:41
    ตีกันแบบนี้เดี๋ยวลูกดก555555555
    #564
    0
  12. #563 natsume0000 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 16:31

    555+คู่นี้ลูกดกแน่ๆ
    #563
    0
  13. #562 150221 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 16:28
    ดีกันแปปตีกันซะแล้ว
    #562
    0
  14. #561 Linda30466 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 14:50
    สนุกมากๆคะ รอคะ
    #561
    0
  15. #560 season2012 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 14:32

    ผู้ใดสร้างปัญหา จะตบให้หน้าคว่ำ แล้วกระทืบรัวๆๆๆๆๆ น้องกรีน บลู เรด ไวท์ พูดไว้ 5555
    #560
    0
  16. #559 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 14:11
    รอค่ะๆ
    #559
    0
  17. #558 Yainim1234 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:46
    ขอบคุณค่ะ มากันเยอะเลยจะเกิดปัญหาไหม
    #558
    0
  18. #557 wantanee_2525 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:37
    สนกรออ่านทุกวันเล
    #557
    0
  19. #556 bkkSKH (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:35
    ...เยี่ยมม!! สนุก!!
    #556
    0
  20. #555 068981 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:33

    มากันทำไมเยอะแยะไม่กระจายไปเมืองอื่นๆมั่ง ใครจะเลี้ยงไหวรึ

    #555
    0