หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 30 ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,164 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

“ลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะท่านประมุข! ท่านทำเช่นนี้ข้าจะอายุสั้นนะเจ้าคะ” ต้วนอี้ฉวนยอมลุกขึ้นแต่โดยดีเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของนาง หลิวอี้เฟยเห็นเขายอมลุกขึ้นแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ข้าจะรับน้ำใจของท่านประมุขต้วนเอาไว้นะเจ้าคะ แต่อย่าคุกเข่าให้ข้าอีก ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านเท่านั้นมันไม่สมควรเจ้าค่ะ”

“แม่นางเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตมารดาของข้า ไม่ว่ามองด้านใดแม่นางก็เหมาะสมที่จะได้รับการคุกเข่าจากข้า แม่นางหลิวโปรดจำเอาไว้ให้ดี หากวันข้างหน้ามีเรื่องร้อนใจหรือต้องการความช่วยเหลือโปรดอย่าลืมว่ายังมีข้าและพรรควิหคเหินอยู่ที่นี่ พวกข้ายินดีจะตอบแทนแม่นางไม่ว่าเรื่องอะไร”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าจะจดจำเอาไว้ให้ดี จริงสิ จากนี้ให้บำรุงร่างกายมารดาของท่านประมุขให้ดีนะเจ้าคะ แม้จะฟื้นขึ้นมาแล้วแต่ร่างกายภายในยังต้องการบำรุงอยู่มาก”หวงหย่งถอนหายใจให้กับความไม่รู้เรื่องของนาง กินโอสถอายุวัฒนะความบริสุทธิ์สิบส่วนเข้าไปแล้วยังต้องบำรุงอะไรอีก ให้หญิงชราผู้นั้นนอนพักสักวันก็ลุกวิ่งได้แล้ว “ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ อยากไปเดินดูดอกไม้สวยๆสักหน่อย” ต้วนอี้ฉวนยินยอมให้นางออกจากเรือนไปแต่โดยดีอีกทั้งยังให้สาวใช้ไปคอยดูแลนางกับน้องสาวด้วย คล้อยหลังหลิวอี้เฟยกับเหลียงฮวาไปแล้วต้วนอี้ฉวนก็รีบเดินไปดูมารดาอีกครั้งให้แน่ใจ

“เจ้าดูสิเสี่ยวหย่ง ท่านแม่ดูเหมือนสาวน้อยอายุยี่สิบเลย โอสถที่นางให้ท่านแม่ของข้ากินคือโอสถอะไรหรือ”

“ทำไม่เมื่อครู่ท่านไม่ถามนางเอาเอง”

“ข้าไม่อยากทำให้แม่นางหลิวต้องลำบากใจ เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่ามันคือโอสถอะไรหรือว่าบอกข้าไม่ได้”

“ข้ารู้ว่าท่านรู้จักโอสถนี้ทำไมต้องมาถามอีก หากไม่ใช่โอสถนี้จะมีโอสถใดบนโลกที่จะสามารถช่วยมารดาของท่านได้ ท่านลองมาหมดแล้วไม่ใช่หรือ” ต้วนอี้เฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ ไม่ผิดที่เขาได้ลองใช้โอสถล้ำค่ามาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าโอสถราคาแพงแค่ไหนเขาก็ต่อสู้เพื่อให้ได้มันมารักษามารดา แต่ก็ไม่เคยได้ผล “ท่านสัญญาแล้วว่าจะปิดเป็นความลับ”

“เจ้ารู้จักได้นางอย่างไรเสี่ยวหย่ง คงไม่ใช่แค่บังเอิญพบนางที่เมืองเจียงซุนหรอกใช่หรือไม่”

“เป็นเรื่องบังเอิญ นางเป็นคนดี มีเมตตาและไว้ใจได้”

“เอาเถิด ข้าจะไม่ถามเจ้าเรื่องนางแล้วก็ได้ จริงสิ...จิวฟงบอกว่าเจ้าตัดสินใจอาศัยอยู่ที่เมืองเจียงซุนเป็นการถาวรและรับเสี่ยวไป๋ไปอยู่ด้วยแล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่จวนของบิดาเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่”

“ก็เรื่องเดิมๆ เพียงแต่ครั้งนี้หากข้ากลับไปไม่ทันไป๋เอ๋อร์คงไม่รอด”

“ข้าเชื่อว่าเจ้าคิดเรื่องนี้มาดีแล้ว เสี่ยวไป๋โชคดีที่ได้เจ้าดูแล”

“ข้าจะทิ้งให้หลานของข้าอยู่กับคนเหล่านั้นได้อย่างไร วิญญาณของพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้คงตายไม่สงบหากเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวของพวกเขาต้องถูกทำร้ายราวกับไม่ใช่คนจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นปู่กับย่า หากข้าทอดทิ้งหลานข้าจะมีหน้าไปพบพี่ใหญ่ในปรโลกได้อย่างไร”

“บิดามารดาของเจ้ายินยอมอย่างนั้นหรือ”

“ไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้ ไม่มีข้าสักคนก็ยังมีบุตรชายจากอนุคนอื่นอีก ตระกูลหวงไม่ล่มจมหรอก”

“เวรกรรมแท้ๆ หากมีโอกาสก็พาหลานมาเยี่ยมข้ากับท่านแม่ด้วยก็แล้วกัน”

“อืม ท่านก็อย่ากังวลเรื่องอาจารย์หญิงมากเกินไปนัก หากละเลยพี่สะใภ้แล้วเมื่อไหร่ลูกชายของท่านจะมาเกิด”

“ไอ้เด็กคนนี้ ข้าไม่เคยละเลยพี่สะใภ้ของเจ้าเลยแม้แต่วันเดียว!”

“หึ เมื่อทางนี้เรียบร้อยแล้วข้าจะพาหลิวอี้เฟยกลับเมืองเจียงซุนเลยนะศิษย์พี่ ที่นั่นยังมีเรื่องให้จัดการอีกมาก”

“อืม เดินทางวันพรุ่งนี้เถิด ให้เวลาข้าได้เตรียมรางวัลให้แม่นางหลิวสักหน่อย” หวงหย่งเพียงหัวเราะในลำคอแล้วขอตัวออกจากเรือนนั้นมา เขาสอบถามบ่าวรับใช้ถึงหลิวอี้เฟยกับเหลียงฮวาก็ได้ความว่าทั้งสองกำลังเดินชมดอกไม้อยู่ในสวน เขาเดินตามบ่าวไปที่สวนนั้นและเมื่อไปถึงก็พบว่าหลิวอี้เฟยกำลังชื่นชมดอกไม้หายากชนิดหนึ่งอยู่

“ท่านหวงหย่ง! ท่านดูดอกไม้พวกนี้สิมันสวยงามมากเลย อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ยังออกดอกกันเต็มไปหมด”

“มันเป็นดอกไม้ฤดูหนาว อาจารย์หญิงชอบดอกไม้จึงมักให้คนตามหาดอกไม้แต่ละฤดูมาปลูก”

“อาจารย์หญิง...ท่านหมายถึงมารดาของประมุขต้วนใช่หรือไม่ นางเป็นอาจารย์ของท่านงั้นหรือ” หวงหย่งส่ายหน้าแล้วเดินไปเด็ดดอกเหมยกุ้ยฤดูหนาวดอกใหญ่มาหนึ่งดอก “นี่! ท่านอย่าเด็ดมันตามอำเภอใจสิ มันก็สวยอยู่บนต้นของมันอยู่แล้ว ท่านเด็ดมันออกมาแบบนี้มันก็สวยแบบชั่วครู่ชั่วคราวไม่นานก็เหี่ยวเฉา เดี๋ยวก็ได้โดนไล่ลงจากเขาหรอก”

“แม่นางหลิวไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับ ท่านหวงหย่งเป็นศิษย์น้องของท่านประมุข ดอกไม้เพียงดอกเดียวหรือเด็ดทั้งสวนก็ไม่ทำให้พวกท่านถูกไล่ลงจากเขาหรอกขอรับ”

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรเด็ดมันอยู่ดี ท่านควรจะ...” หลิวอี้เฟยเงียบปากไปเมื่อดอกไม้แสนสวยที่หวงหย่งเด็ดมานั้นถูกยื่นมาตรงหน้านาง “ท่านให้ข้าหรือ” เมื่อเห็นหวงหย่งพยักหน้านางจึงรับดอกไม้มาถือไว้ กลิ่นของมันหอมมากๆ

“ต้วนอี้ฉวนเป็นศิษย์พี่ของข้าเอง ประมุขต้วนคนก่อนหรือบิดาของต้วนอี้ฉวนเป็นอาจารย์ของข้า ตั้งแต่เด็กข้าก็ใช้ที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองและตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจัง...ถึงแม้จะฝึกจบแล้วข้าก็ยังอาศัยอยู่ที่นี่เพราะชอบติดตามศิษย์พี่ไปท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ ข้าเคารพท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงเหมือนบิดามารดาแท้ๆและเคารพศิษย์พี่ดั่งพี่ชายแท้ๆเช่นกัน แม้จะมีเรื่องไม่ลงรอยกันบ้างแต่เขาก็ยังเป็นคนที่ข้าเคารพที่สุด...ที่นี่จึงเป็นเหมือนบ้านที่ข้าคิดถึง”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง คนที่นี่ถึงได้รู้จักท่าน”

“เราจะเดินทางกลับกันวันพรุ่งนี้ พวกเจ้าเตรียมตัวเอาไว้ก็แล้วกัน หลังทานอาหารเช้าเราจะออกเดินทางทันที” แม้จะเสียดายที่ยังไม่ได้ชมดอกไม้สวยๆให้ทั่วหุบเขาแต่นางก็รู้ว่าที่เมืองเจียงซุนยังมีเรื่องมากมายให้นางต้องจัดการ

ด้วยเหตุนี้วันรุ่งขี้นพวกนางจึงเดินทางออกจากพรรควิหคเหินกันตั้งแต่เช้า แต่ก่อนจะจากลามาต้วนอี้ฉวนก็ได้มอบของตอบแทนให้หลิวอี้เฟยจนรถม้าแทบขนกลับไม่หมด นางกับเหลียงฮวาต้องนั่งงอเข่ากันไปตลอดเส้นทาง ทำให้การเดินทางในครั้งต้องแวะพักม้าอยู่บ่อยครั้งเพราะนางปวดขา กว่าจะถึงเมืองเจียงซุนก็ล่าช้าไปถึงสามวัน

แต่เพื่อเงินทองหลายสิบหีบแล้วนั้น...นางทนได้!

ฤดูหนาวพัดผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน หลิวอี้เฟยตื่นเต้นและมีความสุขมากเพราะนางจะได้ฤกษ์ปลูกข้าวปลูกผักเสียที ที่ดินหลายร้อยหมู่ถูกแบ่งให้คนงานดูแลกันเป็นสัดส่วน แบ่งปลูกทั้งข้าว มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพด และผักอื่นๆที่นิยมบริโภคและเก็บไว้กินได้ระยะยาว

เมื่อถึงวันลงแปลงปลูกนางได้ไปขอร้องให้ท่านเจ้าเมืองเรียกตัวชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านมาที่ไร่ของนางแล้วสาธิตวิธีปลูกพืชทุกอย่างด้วยตัวนางเอง รับรองว่าความรู้แน่นมากๆและได้ลองปฏิบัติมาแล้วจึงกล้ามาสอน ชาวบ้านทุกคนให้ความสนใจมากเมื่อได้ยินว่าพืชผักที่ปลูกจะได้ผลผลิตที่สูงมาก พวกเขานำความรู้ที่ได้จากการสาธิตของนางกลับไปปรับใช้กับไร่ของตนเองและเริ่มปลูกพืชที่หลิวอี้เฟยได้แจกจ่ายมาให้ทุกครอบครัวลงแปลงด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

“หากวิธีนี้ได้ผลพวกเขาจะได้ผลิตจำนวนมากเก็บไว้กินในฤดูหนาวแน่นอน”หลิวอี้เฟยนอนตากลมอยู่ในเปลอย่างสบายอารมณ์ อากาศเริ่มร้อนขึ้นแต่ก็ยังมีลมเย็นอยู่บ้างช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด ในหัวก็ขบคิดถึงพืชผักในป่าฝั่งตรงข้ามว่าพอจะมีอะไรให้เก็บกลับไปทำอาหารได้บ้าง และเมื่อคิดได้ว่ามันเป็นป่าไผ่ก็ย่อมต้องมีหน่อไม้ให้เก็บนางจึงผุดลุกจากเปลทันทีแล้วร้องหาตะกร้าไม้ไผ่จากคนงาน

“แล้วนั่นเจ้าจะไปที่ไหนอีก”

“มาเร็วเข้าท่านหวงหย่ง ไปเก็บหน่อไม้กัน ท่านเอาตะกร้ามาอีกหลายๆอันเลยนะ เสี่ยวจื่อเสี่ยวไป๋ไปเก็บหน่อไม้กันเด็กๆ” นางไปคว้าเอาเสียมมาสองอันแล้วมุ่งหน้าไปที่สะพานเพื่อข้ามไปยังป่าไผ่ฝั่งตรงข้ามทันที นางได้ถามท่านเจ้าเมืองมาแล้วว่าป่าไผ่แห่งนั้นมีเจ้าของหรือไม่และได้รับคำตอบมาว่าไร้ซึ่งเจ้าของและนางก็ได้ซื้อมันไว้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อข้ามมาถึงป่าไผ่แล้วหลิวอี้เฟยก็สอดส่องหาหน่อไม้ทันทีและป่าก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หน่อไม้กำลังแทงยอดขึ้นจากพื้นราวๆหนึ่งฝ่ามือแล้วซึ่งมันเป็นหน่อที่กำลังพอดีเอาไปทำอาหาร นางลงมือขุดแล้วให้เสี่ยวจื่อกับเสี่ยวไป๋ตามเก็บหน่อไม้เข้าตะกร้า หวงหย่งมองนางขุดหน่อไม้อยู่สองสามหน่อแล้วก็ลงมือขุดบ้าง

เพียงครึ่งชั่วยามพวกนางก็ได้หน่อไม้หน่ออ่อนๆมาถึงสี่ตะกร้าใหญ่ หวงหย่งเป็นคนขนขึ้นหลังนำกลับไปเก็บไว้ที่ไร่เพื่อเตรียมนำกลับไปที่จวน คนงานเห็นเจ้านายลำบากเช่นนั้นก็รีบข้ามฝั่งไปช่วยขนทันที จนกระทั่งหลิวอี้เฟยขุดหน่อไม้จนพอใจก็ปรากฎว่าได้หน่อไม้มาถึงหกตะกร้า

“มากมายขนาดนี้เจ้าจะเอามันไปทำอะไร”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เราสามารถแปรรูปมันเป็นหน่อไม้แห้ง หน่อไม้ดอกเค็มดองเปรี้ยวได้ หน่อไม้พวกนี้เป็นหน่อไม้หวานสามารถนำไปทำอาหารได้เลย มื้อเย็นวันนี้ข้าจะทำอาหารจากหม่อไม้พวกนี้ให้ท่านได้ลองชิม” นางเคยทำอาหารไม่เป็น แต่ในเมื่อนางมีมิติสุดโกงที่สามารถซื้อทุกอย่างได้จากระบบนางก็ไม่กังวลอีกต่อไป นางกดซื้อตำรามามายจนแทบจะล้นบ้านหลังน้อยในมิติอยู่แล้ว ระหว่างรอให้พ้นฤดูหนาวนางก็ใช้เวลาว่างๆศึกษาตำราพวกนั้น เมื่ออ่านจบจนหมดเล่มความรู้ที่อยู่ในตำราจะฝังแน่นอยู่ในหัวไม่ออกไปไหน

ยกตัวอย่างเช่นตำราอาหาร นางซื้อมาหมดเท่าที่ระบบมีขาย ความโกงของมันก็คือ หากนางต้องการจะปรุงอาหารจานไหนร่างกายก็จะเคลื่อนไหวทำตามขั้นตอนที่อยู่ในหัวราวกับมืออาชีพ ครั้งแรกที่นางได้ลองฝีมือนั้นนางถึงกับกลัวตัวเองไปเลยและไม่กล้าเข้าครัวไปเจ็ดวันเต็มๆ แต่พอปรับตัวได้ก็กลายเป็นเรื่องสนุกทันที

“เจ้าจะทำอาหารเองจริงหรือ”

“ใช่ หรือว่าไม่ชอบอาหารฝีมือข้า”

“ข้าชอบสิ อาหารฝีมือเจ้ารสชาติแตกต่างจากแม่ครัวที่จวนมาก ข้ายังคิดถึงปลาราดพริกของเจ้าอยู่เลย”

“ถ้าอยากกินอีกก็ไปจับปลาตัวใหญ่ๆมาสิ แต่คงต้องเป็นวันอื่นนะเพราะวันนี้ข้าจะทำเมนูหน่อไม้” และมื้อเย็นวันนั้นที่จวนตระกูลหลิวก็มีแต่หน่อไม้ยกขึ้นโต๊ะ และด้วยความสดกรอบและรสชาติที่อร่อยทุกคนในจวนจึงเจริญอาหารกันมากและกินเกลี้ยงทุกจานไม่เหลือแม้แต่น้ำ

ส่วนหน่อไม้ที่เหลือนางก็ให้คนงานในจวนเอาไปดองเค็มดองเปรี้ยวและรมควันให้แห้งเก็บไว้เป็นอาหารในฤดูหนาว ตอนนี้รอบๆเรือนของนางเองก็มีปลูกผักเอาไว้หลายชนิดตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิ ผักบางส่วนถูกเก็บไปขายที่หน้าร้านขนมบ้างแล้วแต่ก็ยังมีอีกมากที่ยังเก็บไม่ได้ ฝั่งหนึ่งของจวนนางปลูกมะเขือเทศเอาไว้จำนวนมากเพราะต้องการทำซอสมะเขือเทศเอาไว้กินเอง แม้ในมิติจะมีโรงงานทำแต่นางอยากสอนให้คนงานในจวนทำกินเองมากกว่าและหากมันมีจำนวนมากนางอาจจะเอามันออกไปขายเป็นรายได้อีกทาง

ระหว่างนี้นางได้ข่าวจากหลิวน้อยเรื่องสงครามเป็นระยะ ดูเหมือนว่ามันจะเริ่มขึ้นแล้วแต่ยังไม่รุนแรงมากจนชาวบ้านเดือดร้อน นางคิดว่าอีกไม่นานความเดือดร้อนจะต้องเกิดขึ้นทุกย่อมหญ้าแน่นอน ด้วยเหตุนี้นางจึงกว้านซื้อที่ดินเอาไว้จำนวนมากและปรับปรุงที่ดินเอาไว้รอคอยการอพยพของชาวบ้านจากต่างถิ่น

อาหารที่เก็บไว้ในยุ้งฉางของมิตินั้นมีจำนวนมากและยังคงปลูกต่ออย่างต่อเนื่อง สิ่งที่นางป้องกันไว้อีกอย่างคือการล้อมรั้วสร้างกำแพงรอบๆที่ดินของนางทั้งหมดให้สูงจนเกือบเท่ากำแพงเมือง ชาวบ้านที่เห็นก็คิดเพียงว่านางต้องการกั้นพื้นที่ให้ทุกคนรู้เท่านั้นว่าที่ดินแถบนั้นเป็นของนาง โชคดีที่ดินส่วนใหญ่ของนางนั้นเป็นพื้นที่ด้านหลังของตัวเมืองเจียงซุนจึงทำให้ไม่บดบังกำแพงเมือง

หากจวนตัวก็สามารถหนีข้ามแม่น้ำไปยังป่าไผ่อีกฝั่งได้ ที่นั่นมีฐานลับที่นางให้คนงานไปทำไว้จำนวนมาก ซึ่งมากพอที่จะให้หลบซ่อนตัวได้หลายหมื่นคนทีเดียว นางเตรียมไว้ทุกทางเพื่อให้ความช่วยเหลือทุกคนจนในที่สุดท่านเหลียงชุนก็เอ่ยปากถามถึงสิ่งที่นางทำ นางจึงบอกออกไปตามความจริงเพื่อให้พวกเขาช่วยนางคิดช่วยนางทำ

หวงหย่งที่พอจะรู้ข่าวจากเมืองหลวงมาบ้างจึงเชื่อนางจดหมดใจแล้วช่วยนางเตรียมความพร้อมอย่างสุดแรง ชาวบ้านจึงมักเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แม่สื่อที่มักมาเยือนจวนหลิวเพื่อทาบทามหลิวอี้เฟยไปเป็นฮูหยินรองหรือแม้แต่อนุให้จวนต่างๆเห็นเช่นนั้นจึงล้มเลิกแผนการและหายจากจวนหลิวไปทีละคนสองคนจนในที่สุดจวนหลิวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลิวอี้เฟยก็โล่งใจเช่นกันที่ไม่ต้องฟังแม่สื่อพวกนั้นพล่ามเรื่องจวนนั้นจวนนี้ให้นางฟัง

“ผลไม้ป่าเริ่มสุกหรือยังเจ้าคะท่านเหลียงชุน”

“เริ่มสุกแล้วขอรับ วันก่อนข้ากับเมียไปที่หมู่บ้านดอกไม้หอมเพื่อซ่อมแซมบ้านก็ได้กลิ่นหอมมาจากบนเขาแล้ว”

“ดีเลยเจ้าค่ะ วันพรุ่งนี้เมื่อท่านเหลียงชุนไปส่งไม้ที่หมู่บ้านดอกไม้หอมก็บอกชาวบ้านด้วยว่าให้เก็บผลไม้ที่ใกล้สุกมาส่งให้ข้าที่จวนได้เลย ข้าจะรับซื้อเอาทั้งหมดเอง หรือท่านเหลียงชุนจะรับซื้อแล้วขนขึ้นรถม้ามาเลยก็ได้เจ้าค่ะ”

“ข้าไปรับซื้อให้เจ้าเองก็ได้ ท่านเหลียงชุนจัดการหลายเรื่องให้เจ้าในคราเดียวไม่ไหวหรอก รถม้าก็มีสองคันไม่ใช่หรือ รวมคันเก่าของท่านเหลียงชุนก็เป็นสามคัน เจ้าใช้คันเล็กไปที่ไร่ก็แล้วกัน ส่วนคันใหญ่สองคันข้าจะเอาไปขนผลไม้ที่หมู่บ้านดอกไม้หอมให้เอง ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องขนเข้าเมืองมาให้ลำบาก”

“ท่านก็คิดอะไรดีๆได้เหมือนกันนี่นาท่านหวงหย่ง เช่นนั้นข้ายกให้ท่านจัดการเรื่องรับซื้อผลไม้นะเจ้าคะ” เหอะ ข้ามีดีกว่าที่เจ้าเห็นอีกจะบอกให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.164K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #2112 fsn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 14:15

    ถึงตอนนี้ ก็รู้สึกว่าเงินที่เสกหรือหามาได้ง่ายๆ ทำให้เราสบายสะดวกต่อการใช้ แต่ความภูมิใจไม่เท่ากับที่ค่อยๆ เห็นสิ่งที่สร้างเองได้ผลงอกเงยออกมา คนเราก็ควรมีทั้ง 2 ส่วนนะ 55

    ว่าแต่ท่านหย่งคะ กิจการตัวเอง ให้คนอื่นดูแล ส่วนกิจการว่าที่ทุ่มสุดตัว ขุดหน่อไม้ ก็ยังทำ อานุภาพ ฟามรัก 55

    #2,112
    0
  2. #2090 annadeen (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 03:10
    งง ทำไมไม่เอาของใส่มิติมั่งละ
    #2,090
    0
  3. #1985 minhochanyeol123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:29
    เหมือนสามีภรรยาเข้าไปทุกวัน แต่งเถอะ 555+
    #1,985
    0
  4. #1279 06081322 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 22:15
    ทำไมต้องให้-บเบียด??? แหวนมิติของพระเอก มิตินางเอก???????
    #1,279
    0
  5. #1033 PeE_rAiN_O (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 23:56
    ก็คือสองคนสามีภรรยาช่วยกันหาช่วยกันทำงี้
    #1,033
    0
  6. #852 Pat-osw-k-no (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 16:51
    กี้ดดด ฟาร์มๆๆๆๆๆ
    #852
    0
  7. #482 150221 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 13:54
    มีความช่วยกันทำมาหากิน ว่าแล้วพระเอกต้องโสด
    #482
    0
  8. #476 น้ำค้าง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:30

    มาต่อไวๆนะ

    #476
    0
  9. #474 อัมพร? (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 09:28

    ขอบคุณค่ะ

    #474
    0
  10. #472 aee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:49

    ตอนนี้สิ่งสำคัญอันดับแรกในความคิดนางเอกคือช่วยกันทำงานและช่วยเหลือชาวบ้านให้พึ่งพาตนเองเพื่อเตรียมพร้อมกับสงครามที่จะเกิดขึ้นเป็นความคิดดีๆอีกแล้ว

    ส่วนความรักกับท่านหวงหย่งช่วงเจอปัญหาสงครามน่าจะเป็นช่วงที่ได้เห็นความดี เรียนรู้และได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ความรักบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

    ขอบคุณที่มาลงทุกวันนะคะ

    #472
    0
  11. #469 DarkRi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 21:11
    พี่หนวดก็รอต่อไปนะ น้องหลิวเห็นเงินดีกว่า555555
    #469
    0
  12. #468 cho294754 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:41
    นางเอกนางเอก โคตรบื้อเลยอ่ะ
    #468
    0
  13. #467 konnalax9 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:17
    ว่าละเสี่ยวไป๋เปนหลาน

    ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้าง
    #467
    0
  14. #465 Nanthara (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:37
    สงสารพี่หนวดหน่อยเถอะจีบมาสักพักแล้วนะ55555555555555
    #465
    0
  15. #464 นาน่านะ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 16:24

    อ่อ สรุปต่างคนก็ต่างโสด 5555 ยังไม่เคยมีใคร ....แต่สกิลการจีบจองพระเอกก็ใช่ย่อยนะ เอะอะเอาเงินเอาทองมาล่อ 55555 หวังให้นางตกหลุมสักวัน 5555

    #464
    0
  16. #460 vasnaka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 14:08

    555555 ถ้าแต่งแล้ว ลูกดกแน่ๆๆๆ

    #460
    0
  17. #459 tigerdog (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:38
    น่ารักทั้งคู่เมื่อไรจะลงเอยกันสักที
    #459
    0
  18. #458 068981 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:21

    ช่วยกันหาบช่วยกันคอน เหมือนจังเลย เฉลยแล้ว เสี่ยวไป๋เป็นหลาน ดีๆ

    #458
    0
  19. #457 lichking (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:21

    รอครับ


    #457
    0
  20. #456 zzTOOKTAZZ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:16

    อ่านเพลินมากกกกก

    #456
    0
  21. #455 bkkSKH (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:11
    เหอะ! คิดจะทาบทามแม่นางหลิวไปเป็น ฮูหยินรอง หรือ อนุ? ฝันไปเถอะ!
    #455
    1
    • #455-1 Kungbible(จากตอนที่ 30)
      1 มิถุนายน 2563 / 13:16
      ใช่เห็นด้วยเลย พออ่านมาถึงตรงนี้ สะดุดเลย นางร่ำรวยมาก ยังมีคนสิ้นคิดจะมาฮุบสมบัติไม่เจียมตัวกันเลย ทั้งที่นางช่วยเหลือคนทั้งเมืองด้วยซ้ำ
      #455-1