หลิวอี้เฟย แม่ค้าผู้ยิ่งใหญ่ [จบแล้ว]

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 21 ได้มากได้น้อยก็คือเงิน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,286 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

หลิวอี้เฟยมึนงงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘แม่’ ออกจากปากของเด็กน้อยที่นางเอ็นดู เมื่อตั้งสติได้ก็หันไปถลึงตาใส่บิดาของเด็กชายด้วยความโมโห หวงหย่งที่กำลังภูมิอกภูมิใจในตัวบุตรชายอยู่นั้นไม่ทันเก็บสีหน้าจึงทำให้หลิวอี้เฟยได้เห็นใบหน้าอันชั่วร้ายของเขาอย่างเต็มตา เขาจึงจำต้องดึงลูกชายกลับมาอุ้มไว้เช่นเดิม

“ไป๋เอ๋อร์มาหาพ่อ ต่อไปห้ามตีคนอื่นแบบนี้อีกนะลูก”

“ฮึก แต่ท่านพ่อบอก...” หวงหย่งรีบเอามือปิดปากลูกชายแล้วพาเดินห่างออกไปทันที หลิวอี้เฟยเห็นแบบนั้นก็รู้ได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบอกว่าความคิดของเด็กน้อยนั้นได้มาจากผู้ใด!

“ขออภัยท่านหมิงต้าด้วยนะเจ้าคะ เสี่ยวไป๋ยังเด็กมากอย่าได้ถือสาเลยเจ้าค่ะ” หมิงต้าที่รู้ตัวแล้วว่าเขาได้เข้ามายุ่งกับสตรีที่ถูกจับจองแล้วจึงไม่ได้นึกโกรธเคืองที่ถูกเด็กตีแต่อย่างใด จากที่บิดาบอกเล่าให้ฟังนั้นแม่นางหลิวเป็นแม่ม้ายที่เดินทางมาทำการค้าที่เมืองเจียงซุนผู้หนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่านางมีความสัมพันธ์อยู่กับจอมยุทธ์ที่เก่งกาจผู้นั้น เกือบสิ้นชีพโดยไม่รู้ตัวแล้วสิเรา ลูกเขาเปิดเผยขนาดนี้เขาจะทำตัวใกล้ชิดกับแม่นางหลิวผู้นี้ก็คงจะไม่เหมาะนัก

“ข้าไม่ถือสาหรอกขอรับแม่นางหลิว เอ่อ ข้าขอตัวไปช่วยทหารแจกอาหารก่อนนะขอรับ หากเสร็จแล้วจะได้กลับไปรายงานท่านพ่อให้สบายใจ” หลิวอี้เฟยหลีกทางให้บุตรชายท่านเจ้าเมืองแต่โดยดี สายตาก็ตวัดไปมองสองพ่อลูกที่กำลังเดินชมนกชมไม้แต่มองมาที่นางอยู่เป็นระยะ น่าดึงหนวดที่งอกใหม่นั้นให้หลุดจนเลือดอาบจริงๆ!

“นายหญิงเจ้าคะ ข้าน้อยไปถามชาวบ้านแล้วพบว่าพวกเขาหลายคนยินดีทำงานให้นายหญิงเจ้าค่ะ”

“ดีเลย เช่นนั้นให้เจ้าไปแยกพวกเขามารวมกลุ่มกันไว้ วันพรุ่งข้าจะให้พวกเขาไปตัดไม้กับไม้ไผ่ที่ป่าฝั่งโน้นมาสร้างที่พัก พวกเขาจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ได้เลยไม่ต้องมานอนหนาวตากหิมะอยู่แบบนี้” เสี่ยวจิงรับคำแล้วไปจัดการตามคำสั่ง หลิวอี้เฟยมองตามร่างของสาวใช้ข้างกายแล้วยิ้มอย่างภูมิใจ หลังๆมานี้เสี่ยวจิงทำงานได้ดีขึ้นมาก นางจึงมักมอบหมายงานให้ทำอยู่บ่อยๆซึ่งเป็นการเบาแรงท่านเหลียงชุนไปได้มากทีเดียว

เมื่อเห็นว่างานแจกอาหารมีคนมาดูแลแล้วนางจึงเรียกเสี่ยวจิงที่กำลังเดินย้อนกลับมาหลังจากไปแจ้งให้ชาวบ้านเหล่านั้นเข้าใจดีแล้วให้รีบมาขึ้นรถม้า ทั้งสองมุ่งหน้าไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อของสดๆกลับไปทำอาหารเย็นนี้ แต่ไม่คิดว่าที่ตลาดนั้นแทบจะไม่มีของขายเลย อีกทั้งราคาก็สูงมากอีกด้วย

“ปกติแล้วราคาเนื้อสัตว์จะอยู่ที่ชั่งละสามสิบอีแปะ แต่ตอนนี้ราคาสูงถึงหนึ่งเหรียญเงิน แพงมากเลยเจ้าค่ะ”

“ไม่มีผักสดขายเลย”

“ฤดูนี้ไม่มีผู้ใดปลูกผักได้หรอกเจ้าค่ะนายหญิง ผักส่วนมากนั้นมักไม่ทนอากาศหนาว ถึงปลูกไปก็คงไม่พ้นสิ้นเปลืองเมล็ดพันธุ์ พอจะมีขายอยู่บ้างก็คงจะเป็นหัวผักกาดกับหัวไชเท้าเจ้าค่ะ แต่ราคานั้นก็แพงมาก”

“แพงมากเลยหรือ”

“ใช่เจ้าค่ะ แพงมากกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก” 

“แล้วเจ้าคิดว่าถ้ามีผักมาขายจะมีคนซื้อหรือไม่ คนส่วนมากชอบกินเนื้อมากกว่าผักไม่ใช่หรือ”

“ย่อมต้องขายได้แน่นอนเจ้าค่ะ เนื้อสัตว์นั้นแม้จะหนาวมากเพียงใดก็ยังมีวางขายอย่างต่อเนื่อง สัตว์ในป่าก็ล่าได้ง่ายแต่ผักสดๆนั้นหาได้ยาก แม้แต่ผักในป่ายังตายเพราะอากาศหนาวเลยเจ้าค่ะ ฉะนั้นมันจึงเป็นของหายากมากๆ”

“เช่นนั้นเราไปกันเถอะ” นางลากเสี่ยวจิงไปที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ร้านใหญ่ที่สุดของเมืองเจียงซุนและซื้อเมล็ดผักที่ต้องการนำกลับไปที่จวนจำนวนมาก เสี่ยวจิงพยายามห้ามปรามนายหญิงของตนอย่างที่สุดเพราะเมล็ดพันธุ์ผักนั้นราคาไม่ใช่ถูกๆ หากปลูกแล้วไม่ขึ้นก็จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่นายหญิงนั้นไม่ฟังที่นางเตือนเอาเสียเลย “เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกน่า ข้ามีวิธี และข้าคิดว่ามันจะต้องได้ผล เราจะมีผักกินและผักขายแน่ๆ”

“มีชาวบ้านทดลองวิธีปลูกผักในฤดูหนาวมากมาย แต่ไม่เคยมีผู้ใดทำสำเร็จเลยนะเจ้าคะ”

“ข้าไม่เหมือนชาวบ้านเหล่านั้นสักหน่อย” เมื่อกลับถึงจวนนางก็ให้คนงานผู้ชายช่วยกันกวาดเอาหิมะบนพื้นรอบเรือนท้ายจวนของนางออกให้หมด จากนั้นก็ให้พวกเขาจับจอบจับเสียมขุดพลิกหน้าดินให้ร่วนซุยที่สุด ปัญหาต่อมาคือไม่มีมูลสัตว์ นางจึงให้ท่านเหลียงชุนที่เพิ่งกลับจากการไปติดต่อซื้อที่ดินให้ไปซื้อมูลสัตว์มา ไม่รู้ว่าท่านเหลียงชุนไปซื้อมาจากที่ไหนแต่ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับมูลสัตว์เต็มรถม้า “ท่านเหลียงชุนไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลยเจ้าค่ะ ดีมากๆเลย”

“แม่นางคิดจะปลูกผักจริงๆหรือขอรับ ข้าเกรงว่ามันจะตายหมดเพราะอากาศหนาว”

“สบายใจหายห่วงเจ้าค่ะ ข้าสามารถทำมันได้อย่างแน่นอน” เมื่อใส่มูลสัตว์เป็นปุ๋ยไปแล้วนางก็ใช้น้ำที่มีอยู่ในเรือนรดแปลงผักกว่ายี่สิบแปลงให้ดินชุ่ม จากนั้นก็ปล่อยมันไว้สักคืนก็เริ่มปลูกได้ นี่เป็นการปลูกผักครั้งแรก ทุกคนต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น จะผิดจะถูกก็ให้มันเป็นการเรียนรู้ 

เจ้ามังกรน้อยทั้งสองตัวยืดอกอย่างมั่นใจว่าต่อให้สภาพอากาศเลวร้ายแค่ไหนพวกมันก็สามารถช่วยให้ผักพวกนี้เติบโตได้แน่นอน ในเมื่อพวกมันมั่นใจขนาดนี้ทำไมนางจะไม่มั่นใจในตัวพวกมันเล่า เมื่อถึงวันลงเมล็ดเจ้ามังกรตัวฟ้าก็ทำการบินพ่นน้ำที่เป็นหนึ่งในความสามารถของมันลงบนดินเตรียมปลูก เมื่อนางและคนงานช่วยกับลงเมล็ดผักเสร็จเรียบร้อยเจ้ามังกรเขียวก็บินวนรอบๆแปลงผักแล้วโปรยบางสิ่งบางอย่างออกจากตัวของมันให้ปกคลุมแปลงทั้งหมด

“มันจะได้ผลจริงๆหรือขอรับ ตอนนี้อากาศหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ข้าเกรงว่า...”

“ต้องได้ผลสิเจ้าคะท่านเหลียงชุน อ่ะ ไม้ไผ่กับฟางมาแล้ว เรามาลงมือทำผ้าห่มให้ผักกันเถิดเจ้าค่ะ” นางใช้คนงานชายผ่าไม้ไผ่ออกเป็นเส้นยาวที่มีความหนาประมาณหนึ่งนิ้วจำนวนมาก จากนั้นก็ใช้มันปักไว้ริมแปลงผักข้างหนึ่งแล้วโค้งมันไปปักไว้อีกข้างหนึ่งสลับกันไปมา ส่วนฟางที่เอามานางก็ให้คนงานหญิงช่วยกันสานมันให้เป็นเสื่อฟางขนาดใหญ่เพื่อนำไปคลุมไว้บนโครงไม้ไผ่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ผักในยามค่ำคืน ยามเช้าก็เอาออกให้ผักรับแสงแดด

“ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะทำแบบนี้ได้ด้วยขอรับ แต่น้ำที่ใช้รดผักก็ยังเย็นอยู่มากผักจะทนไหวหรือ”

“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ใช้น้ำจากลำธารรดยังได้เลย ขอแค่มันไม่เย็นจนเป็นน้ำแข็งก็ใช้ได้แล้ว แต่รดแค่วันละครั้งก็พอไม่อย่างนั้นเมล็ดผักจะเน่าเสียก่อน” น้ำในโอ่งที่เรือนของนางนั้นล้วนผ่านการลงไปนอนแช่ของมังกรฟ้าจนหมดแล้ว มันจึงมีสรรพคุณที่ดีกว่าน้ำที่เย็นเฉียบจากลำธารมากนัก 

ตอนกลางคืนนางนั่งมองแปลงผักรอบเรือนที่มีเสื่อฟางคลุมไว้อย่างมีความสุข เวลาคนเราทำอะไรสักอย่างแล้วมันสำเร็จก็ต้องมีความสุขมากเป็นเรื่องธรรมดา นางก็เช่นกัน ทุกครั้งที่ทำโปรเจคหรืองานสักชิ้นออกมาแล้วได้คะแนนที่ดีนางจะรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก นี่เป็นการปลูกผักครั้งแรกของนางแต่มันก็ออกมาดีใครบ้างจะไม่ภูมิใจ

ฟู่

เมื่อได้รับสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย มือของนางก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ มันถูกเหวี่ยงออกไปทันทีตามสัญชาตญาณจึงส่งผลให้คนที่คิดอยากจะแกล้งให้นางตกใจถูกมือบางตบเข้าที่ใบหน้าจนหน้าหัน หลิวอี้เฟยรีบร้อนลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อพบว่ามีคนมาบุกรุกเรือนของนางในยามดึกดื่นเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นว่าคนที่กุมแก้มอยู่บนชานเรือนของนางนั้นเป็นผู้ใดนางก็ปรี่เข้าไปทั้งตบทั้งตีเขาด้วยความโมโห

“โอ้ยๆ ข้าเจ็บนะ! เจ้าตีข้าทำไม”

“ไอ้หนวด! ท่านมาเป่าลมให้หูข้าทำไม! ท่านบุกรุกจวนของข้าในยามวิกาลจะให้ข้ายิ้มต้อนรับท่านหรือ!”

“แต่ข้าเจ็บนะ! มือเจ้าหนักอย่างกับบุรุษวัยฉกรรณ์ สตรีป่าเถื่อน! อีกอย่างนะ ข้าไม่ได้หน้าหนวดแล้ว” เหอะ เรื่องแบบนั้นผู้ใดจะสนใจกัน อย่างไรภาพลักษณ์ไอ้หนวดเครายาวเฟื้อยก็ไม่มีทางหลุดออกจากหัวนางได้หรอก เมื่อหวงหย่งเห็นใบหน้าบึ้งตึงของนางเขาก็รู้ว่าได้ทำให้นางไม่พอใจเข้าแล้ว “เอาล่ะๆ ข้าขอโทษก็ได้ที่ทำให้เจ้าตกใจ”

“ท่านมาทำไม นี่ทิ้งให้เสี่ยวไป๋นอนอยู่ที่จวนคนเดียวอย่างนั้นหรือ!”

“มีจิวฟงกับจิวซาอยู่ด้วยเจ้าไม่ต้องห่วงหรอกน่า แล้วนั่นคือสิ่งใด ทำไมมีอยู่รอบเรือนของเจ้าเต็มไปหมด”

“บอกมาก่อนว่าท่านมาที่จวนของข้าทำไมดึกดื่นเช่นนี้”

“ข้าก็มาลาดตระเวนตรวจดูความเรียบร้อยให้เจ้าเท่านั้น แต่พอเห็นเจ้านั่งอยู่จึงเข้ามาทักทาย ไม่คิดว่าเจ้าของเรือนจะต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยความรุนแรงเช่นนี้” 

“ถ้าข้ามีอาวุธท่านได้ตายไปแล้ว!” หวงหย่งเลิกต่อล้อต่อเถียงกับนางแล้วเดินลงไปดูสิ่งแปลกปลอมที่มีอยู่รอบเรือนของนางอย่างสนใจ หลิวอี้เฟยเห็นเช่นนั้นจึงนั่งลงที่เดิมอย่างเบาใจ “เป็นแปลงปลูกผักของข้าเอง เพิ่งจะทำเสร็จวันนี้”

“ปลูกผักงั้นหรือ ไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดปลูกผักได้ในฤดูหนาวเช่นนี้ เจ้าคิดว่ามันจะเป็นไปได้หรือ”

“ได้ไม่ได้ข้าก็ทำไปแล้ว อีกไม่นานท่านก็จะได้รู้ว่าได้ผลหรือไม่ ดูจนพอใจก็กลับไปได้แล้ว หากมีผู้ใดมาเห็นเราอยู่ด้วยกันตามลำพังมันจะไม่ดี”

“ไม่ดีอย่างไร ข้าก็พ่อม้ายเจ้าก็แม่ม้าย อีกอย่างเจ้ากับข้าก็ไม่ใช่เด็กน้อยไร้ประสบการณ์เสียหน่อย” 

“นี่! ข้าว่าท่านควรหาฮูหยินเข้าจวนได้แล้วนะ เสี่ยวไป๋เองก็ต้องการแม่ ถึงท่านจะดูแลเขาดีเพียงใดก็เติมเต็มให้เขาได้ไม่หมดหรอก หากมีสตรีที่ดีสักคนมาทำหน้าที่แม่ให้เสี่ยวไป๋ได้ก็คงทำให้เด็กน้อยคนนั้นมีความสุขไม่น้อย”

“เรื่องนั้นข้าคิดไว้แล้ว และไป๋เอ๋อร์ก็ได้เลือกแม่ใหม่ของเขาเอาไว้แล้วเช่นกัน เจ้าเองก็รู้ไม่ใช่หรือ” รู้อะไร นางไม่เห็นจะรู้อะไรเลย “แต่สตรีผู้นั้นโง่เง่า ข้ากับลูกแสดงออกไปตั้งมากมายแต่นางก็ไม่รู้อะไรบ้างเลย สงสารไป๋เอ๋อร์จริงๆที่สตรีผู้นั้นรู้ตัวช้าเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไรหรอก ข้ากับลูกรอได้ เพราะเช่นไรนางก็หนีข้ากับลูกไม่พ้นแน่ เจ้าคิดอย่างนั้นหรือไม่”

“ท่านก็ทำให้ชัดเจนไปเลยสิ จะต้องมารอให้นางผู้นั้นรู้ตัวทำไม หากท่านไม่ชัดเจนเสียทีต่อให้สตรีผู้นั้นฉลาดมากเพียงใดก็คงไม่รู้หรอกว่าท่านหวังสิ่งใดอยู่ ว่าแต่สตรีผู้นั้นเป็นใครหรือ ข้ารู้จักหรือไม่ นี่หากท่านพึงใจสตรีที่ไม่ดีเสี่ยวไป๋คงจะลำบากไม่น้อยเลยนะ นางอาจจะใจร้ายกับเสี่ยวไป๋ก็ได้” ได้ยินเช่นนั้นหวงหย่งก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วกระโดดออกนอกกำแพงจวนไปอย่างอดสู ต้องให้หามเกี้ยวมาถึงหน้าจวนเลยใช่หรือไม่นางถึงจะรู้ตัวเสียที

หลิวอี้เฟยใช้เวลาในแต่วันไปกับการดูแลผักในแปลงและไปดูการก่อสร้างที่พักของคนงานใหม่ที่ไร่ และด้วยความช่วยเหลือจากมังกรน้อยทั้งสองเพียงสิบวันนางก็ได้ห็นยอดเล็กๆผุดขึ้นมาจากดิน คนงานที่ช่วยกันดูแลสวนผักต่างก็ตื่นเต้นกันอย่างมากแต่ก็ยังดีใจมากไม่ได้เพราะกว่ามันจะโตให้เก็บเกี่ยวได้ยังต้องรอดูกันอีกหลายวัน

แต่หลิวอี้เฟยไม่ได้ทำให้ทุกคนในจวนต้องผิดหวัง เมื่อเข้าวันที่ยี่สิบนางก็สามารถเก็บผักชุดแรกมาทำอาหารได้แล้ว ทุกคนในจวนต่างก็ยินดีปรีดากับความสำเร็จนี้ ผักสดๆจากสวนนั้นกรุบกรอบและมีรสชาติที่ดีมาก แม้แต่เหลียงจื่อที่ชื่นชอบเนื้อมากกว่าผักก็ยังชอบกินผักมากขึ้น โชคดีที่หิมะไม่ได้ตกลงมาอีกผักของนางจึงไม่โดนแช่แข็ง

นางตัดผักสองแปลงออกไปลองวางขายที่ร้านขายขนมของตนเอง แม้จะอากาศหนาวแต่ขนมของนางก็ยังได้รับความนิยม ยิ่งภายในร้านนั้นอบอุ่นเป็นอย่างมากคนจึงมักชักชวนสหายมานั่งจิบน้ำชาที่ร้านกันจนเต็มทุกวัน เมื่อลูกค้าเห็นผักใบเขียวถูกนำมาวางขายบนชั้นที่นำมาวางไว้ใหม่ก็ให้ความสนใจกันทันที

“ผักนี่ขายอย่างไรหรือแม่นางหลิว มันดูสดมากๆ ข้าจะซื้อกลับไปให้ท่านพ่อท่านแม่ที่จวน พวกท่านกินเนื้อมาเป็นเวลานานจนท้องรับไม่ค่อยไหวแล้ว ดีจริงๆที่ให้เห็นผักสดๆเช่นนี้”

“ข้ามัดผักเป็นกำๆไว้แล้วเจ้าค่ะคุณหนูเจิน ราคากำละสี่สิบอีแปะเท่านั้น คุณหนูสามารถเลือกผักใส่ถาดพร้อมกับขนมแล้วไปคิดเงินได้เหมือนเช่นเคยเจ้าค่ะ”

“สี่สิบอีแปะเองหรือ! ถูกมากๆเลย ราคาหัวผักกาดในตลาดยังแพงกว่าผักพวกนี้อีกนะ”

“ช่วงนี้ข้าวและอาหารราคาแพง หากข้ายังขายแพงก็นับว่าเอาเปรียบลูกค้า อีกอย่างคือราคาผักในยามปกตินั้นราคาสามสิบถึงสี่สิบอีแปะเท่านั้น ข้าขายราคานี้นับว่าสมเหตุสมผลแล้วเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นข้าซื้อหมดนั่นเลยได้หรือไม่”

“ย่อมได้เจ้าค่ะ แต่ข้ามีผักมาขายทุกวัน หากคุณหนูซื้อไปเก็บไว้ผักจะไม่สดใหม่ หากวันไหนอยากทานผักค่อยมาซื้อใหม่ก็ได้เจ้าค่ะ” เจินหลิงได้ยินที่นางแนะนำเช่นนั้นก็ซื้อกลับไปสิบกำเท่านั้น ลูกค้าคนอื่นๆก็ซื้อกลับไปกันคนละสองสามกำเป็นอย่างน้อยเช่นกัน ผักจึงขายได้ดีมากแต่นางก็ไม่ได้เอามาวางเพิ่มอีก คนที่ซื้อไม่ทันนั้นนางจึงให้พวกเขากลับมาซื้อใหม่ในวันพรุ่งนี้แทน เสี่ยวจิงที่เห็นว่านายหญิงตั้งราคาต่ำเกินไปก็อดจะไม่พอใจอยู่ลึกๆแต่ก็เคารพการตัดสินใจ

“นายหญิงจะขายชั่งละหนึ่งเหรียญเงินยังได้เลยเจ้าค่ะ”

“เสี่ยวจิง เงินน่ะนะ ได้น้อยได้มากก็คือเงิน จากเงินน้อยๆหากเก็บรวมกันก็จะเป็นเงินที่มากขึ้นไม่ใช่หรือ ในช่วงทุกข์ยากเช่นนี้หากเรายังเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านและชาวเมืองเราก็คงจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นร้านต่างๆที่ขึ้นราคาไม่ใช่หรือ ข้าเพียงอยากให้พวกเขาได้กินผักสดๆบ้างเท่านั้น”

“เจ้าค่ะ เสี่ยวจิงเชื่อนายหญิง” ด้วยเหตุนี้ผักกำละสี่สิบอีแปะของนางจึงเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วเมืองเจียงซุน และในหนึ่งกำนางก็ให้เยอะจนพอกินกันทั้งครอบครัว ชาวบ้านที่พอมีกำลังซื้อต่างก็เข้าเมืองมาซื้อกลับไปกันคนละกำ ส่วนเงินที่ได้ทั้งหมดหลังหักค่าเมล็ดพันธุ์ออกแล้วนางก็แบ่งให้ทุกคนในจวนเท่าๆกันรวมทั้งคนงานทุกคนด้วย

“แม่ของเจ้าช่างเป็นคนดีจริงๆไป๋เอ๋อร์ พ่อคงต้องรีบเตรียมสินสอดมาขอนางไปอยู่ที่จวนของเราเสียแล้ว” ก่อนที่หมาบางตัวจะสะเออะมาเกี้ยวพานางไปจากข้าเสียก่อน หึ ไม่มีวันเสียหรอกไอ้พวกปลายแถว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.286K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #1978 minhochanyeol123 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 10:09
    555+ รีบ ๆ เข้าพี่หน้าโหด จะขอก้อรีบขอ อิอิ
    #1,978
    0
  2. #1942 พี่เต็ง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 12:11

    ไป๋เออร์ นู๋อย่าติดนิสัยบิดามานะลูก

    #1,942
    0
  3. #1919 benznalakver (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 14:20
    ไม่เชียร์จ้า ปากดีแต่ตัวเองดียังไม่เท่าปากเลย 555555555
    #1,919
    0
  4. #1878 abeja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 21:00

    ขอบคุณครับ

    #1,878
    0
  5. #1599 meme-kid (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:38
    มองบนพระเอกมาก 5555
    #1,599
    0
  6. #1505 oum101 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 05:12
    มโนเกิ๊นน
    #1,505
    0
  7. #1275 572539 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 21:09
    ขนมปัง+นม 20 อีแปะ
    ผักกำละ 30 อีแปะ
    อาหารจานนึงในเหลาจะราคาเท่าไหร่ล่ะนั่น
    #1,275
    0
  8. #1111 aphadsara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 20:23

    5555เมื่อไรแม่ไป๋เอ๋อร์จะรู้ตัวนะเนี่ยยย

    #1,111
    0
  9. #1028 PeE_rAiN_O (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 17:55
    คนนึงก็ขี้ตู่ อีกคนก็ใสๆไม่รุ้เรื่อง ขำำำำ
    #1,028
    0
  10. #964 thatcharisa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:28
    ขี้ตู่จริงๆเลยใครเมียใคร
    #964
    0
  11. #570 nsttiyaburana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 10:43
    55555
    ขนาดยังไม่ม่ีใครมาเกาะแกะ เฮียก็ยังแหวกว่ายในไหน้ำส้ม ถ้ามีเข้ามา มีหวังได้ปรอทแตก 55555
    #570
    0
  12. #424 Kungbible (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 16:00
    ก็บอกให้ชัดเจน บอกตรงๆ มัวแต่มโนไปเอง นางเอกไม่รู้หรอกนะ
    #424
    0
  13. #336 NamLifeoftwodekd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 19:49

    ลุง มโนไปไกลมาก

    #336
    0
  14. #290 150221 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 10:47
    อ่าน2 รอบรอนะ ท่านแม่ของเสี่ยวไป๋ รถม้าส่งมอบให้ลูกค้ายัง อยากเห็นตอนส่งมอบรถม้าให้ลูกค้าแต่ละคนว่าจะตื่นเต้นกันขนาดไหน
    #290
    0
  15. #289 aee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 10:43

    หลิวอี้เฟยเป็นคนดีมีน้ำใจเเละยังสอนคนอื่นให้เห็นสิ่งดีๆที่ทำไปด้วย

    ส่วนพ่อเสี่ยวไป๋ต้องชัดเจนกว่านี้ก่อนนะถึงจะสมหวัง

    #289
    0
  16. #288 150221 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 10:33
    รีบๆเข้าเถอะ ชอบเรื่องนี้มาก
    #288
    0
  17. #287 Nanthara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 08:53

    เอาสินสอดมาเยอะๆน้า5555555555
    #287
    0
  18. #286 hidrenyia (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:01

    ส่วนตัวแล้วรู้สึกไม่ชอบหวงหย่งยังไงไม่รู้ รู้สึกว่าน่ารำคาญ เกะกะ บุกเข้าบ้านนางเอกแบบหน้าด้านๆไม่ให้นางเอกเกียรติเลย รู้สึกเหมือนโดนคุกคามมากเกินไป หากไรท์ไม่พอใจก็ขอโทษด้วยนะคะ มองผ่านๆคอมเมนต์นี่ก็ได้
    #286
    0
  19. #285 kanoknat81 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 19:48
    มัวแต่ หึหึ อยู่นั่นแหละ หนวดเอ๊ย!
    #285
    0
  20. #284 อัมพร (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:06

    ขอบคุณค่ะ

    #284
    0
  21. #283 SiripornKongdam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:37

    เมื่อมาจีบไม่ได้ผลก้อเอาเงินมาเทหน้าบ้านเลยพี่หนวด5555

    #283
    0
  22. #282 LovelyWonbin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:05
    มโนอยู่แต่ในใจ ชักช้าก็จะกลายเป็นหมาอีกตัวนะท่านพ่อของเสี่ยวไป๋
    #282
    0
  23. #281 sweetie99 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 14:37
    นั่นสิเจ้าคะ ไม่บอกจะรู้ได้ไงว่าชอบ
    #281
    0
  24. #280 nannaphattay (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 14:22
    ชอบก็บอกว่าชอบ บอกเขาไปตรงๆ เซ้ เขาจะได้รู้ เหอะะะะะ
    #280
    0
  25. #279 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 14:07
    สนุกค่ะ
    #279
    0
  26. #277 Mickey1603 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 13:50
    แหม่ๆ "แม่ของเจ้า" เต็มปากเต็มคำเลยนะ หวงหย่ง ไม่ทราบว่าแต่งงานกับน้องตั้งแต่เมื่อไหร่กันเอ่ย เสี่ยวไป๋ช่วยพ่อกันแมลงที่มาตอมว่าที่แม่ใหม่ได้ดีจริงๆ หากมองอีกมุมก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะที่มาตัดโอกาสคนที่จะเข้ามาหาน้องแทนที่น้องจะได้เจอคนที่ใช่จริงๆสักที แต่ก็ถือว่าช่วยคัดกรองคนที่ไม่มีคุณภาพ+ไม่ได้รักน้องจริงๆออกไปได้ดีเลย ถึงวิธีการจะมัดมือชกไปสักหน่อยก็เถอะ รีดชอบนะที่น้องไม่โฟกัสเรื่องรักๆใคร่ๆสักเท่าไหร่ เพราะ เห็นหลายเรื่องแล้วเวลามีความรักมักไม่เป็นตัวของตัวเอง งี่เง่าขึ้น คอยแต่จะหึงหวงจนดูน่ารำคาญ+น่าเบื่อ ดำเนินเรื่องไปแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบ คหสต.นะ คำว่า "ฉกรรจ์", "หม้าย" เขียนแบบนี้น๊า สู้ๆค่ะ ไรท์
    #277
    2
    • #277-1 Puig(จากตอนที่ 21)
      23 พฤษภาคม 2563 / 13:57
      เห็นด้วยกะเม้นนี้
      #277-1
    • #277-2 benznalakver(จากตอนที่ 21)
      13 กรกฎาคม 2563 / 14:21
      บวกๆเลยค้าบบ
      #277-2