คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF:Greek tales]Sun Shine[Y]

โดย darkmatter

....อยากลาลับขอบฟ้าเคียงข้างกันตลอดไป...

ยอดวิวรวม

726

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


726

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.พ. 54 / 05:21 น.
นิยาย [SF:Greek tales]Sun Shine[Y] [SF:Greek tales]Sun Shine[Y] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เป็นฟิครีเควสจากท่านนิริน (ที่ดองมาแรมปี) คู่อพอลโลxเฮอร์มีส ในที่สุดก็เสร็จจนได้ หลังจากที่ฟิคหายไปครั้งหนึ่งตอนล้างเครื่องครับ

อยากให้ฟีลมันซึ้งๆนะ.....แต่มือไม่ถึง orzll



ปล.มันเป็นshort ficนะครับ (รับประกันความสั้น.../โดนตื้บ)


เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.พ. 54 / 05:21


ท่านครับ จำคทานี้ได้ไหม? คะดูเซียส ท่านให้ข้ามาไง ข้ายังคงถนุถนอมมันอย่างดีเลยล่ะ เป็นของขวัญชิ้นแรกในชีวิตของข้าเลย

แล้วยังแสงของท่าน อพอลโล แสงของท่านช่างเจิดจรัสเหลือเกิน ข้าไม่เคยเห็นแสงใดเจิดจรัสเท่าท่าน แม้แต่ไททันไฮเพอเรียนยังเทียบไม่ติด

แต่ท่าน แสงของท่านน่ะ มันแทบจะแผดเผาข้าจนไหม้เป็นจุณอยู่แล้ว...


ข้าหลบอยู่หลังต้นไม้เพื่อเฝ้ามองอพอลโลโดยไม่ให้เขารู้ตัว เขากับหนุ่มน้อยรูปงามนามไฮยาซินธ์...กำลังมีความสุขกันอยู่ดีเชียว

ข้าควรจะขัดขวางความสุขของพวกเขาดีไหมนะ?

ขณะที่ข้ากำลังตัดสินใจจะเดินเข้าไปหวังทำลายบรรยากาศอันสุดแสนจะขัดหูขัดตา ข้าก็เหลือบเห็นเซเฟอรัส เทพแห่งลมตะวันตกที่กำลังแอบสุ่มดูสองคนนั้นจากฝั่งตรงข้ามของพุ่มไม้

ข้าพอจะเดาแผนของเซเฟอรัสออก เจ้านี่มันคอยมองไฮยาซินธ์อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าหนุ่มน้อยจะตกเป็นของอพอลโลไปแล้วก็ตาม

แต่จากความลุ่มหลงก็สามารถกลายเป็นความเคียดแค้นได้ใช่ไหม?

เมื่อเห็นดังนั้น ข้าจึงก้าวถอยหลังกลับไป งาน กำจัดคู่แข่ง นี้คงไม่ต้องมาถึงมือข้าเสียแล้ว




แว่วเสียงอ้อนวอนจากเหล่านักเดินทางและหมู่โจร เขาว่ากันว่าคนจำพวกนี้จะบูชาข้า เทพเฮอร์มีส แต่เอาตามจริงแล้ว พวกมนุษย์อุปโลกขึ้นมาเองทั้งนั้น

มีเสียงกระซิบแว่วมา หนุ่มน้อยรูปงามไฮยาซินธ์ สิ้นชีวิตลงด้วยจักรแห่งอพอลโล

ได้พบกับเซเฟอรัส เขาดูอารมณ์ดีผิดปกติ จึงฟันธงได้เลยว่าแผนของเขาสำเร็จ

“เจ้าฆ่าไฮยาซินธ์?”

เจ้าแห่งลมตะวันตกฉีกยิ้มอย่างชอบใจ แต่ไม่ตอบคำถามของข้าโดยตรง “แต่ข้าไม่ได้แตะต้องพี่ชายสุดที่รักของเจ้าเลยสักนิดนะ”

ข้าใช้สายตาแข็งกร้าวแบบเทพเจ้าจ้องเขม็งไปยังเซเฟอรัส ข้าคือหนึ่งในโอลิมเปียนแต่เขาไม่ใช่

“อย่าริอาจคิดจะเอื้อมถึงดวงตะวัน เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องของเจ้าโง่อิคารัสหรือไง?”

เซเฟอรัสเพียงส่งเสียงในลำคออย่างหงุดหงิด ช่วงนี้นี้ข้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นด้วย

แต่การที่ข้าหงุดหงิดเพราะอพอลโลอยู่กับเจ้าเด็กนั่น...เด็กมนุษย์ นี่มันไม่สมกับเป็นเทพเจ้าเอาเสียเลยว่าไหม?

ข้าเดินจากมา ในหัวคิดถึงแต่เรื่องของอพอลโล เขามีเพียงไฮยาซินธ์คนเดียวเสียเมื่อไหร่





คงคิดว่าข้าว่างมากเลยสินะที่มีเวลามาสะกดรอยตามอพอลโลเนี่ย ข้ารู้ว่าเขากำลังแอบติดใจนางไม้ดัฟเน่อยู่ นี่เป็นเพราะข้าห่วงอพอลโลหรอกเนี่ยว่าจะโดนเค้าหลอกเอา ท่านพี่เป็นถึงเทพเจ้าเชียวนะ นางไม้พวกนั้นก็สนเฉพาะอำนาจของท่านเท่านั้นแหละ...ไม่ใช่ว่าท่านหน้าตาไม่ดีหรอกนะ! หน้าตาท่านน่ะหล่อลากขั้นเทพ ชนิดไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องหลงหัวปักหัวปำ ถ้าเกิดท่านโดนนางไม้พวกนั้นหลอกแล้วแต่งงานกันไปแล้วข้าจะทำยังไงล่ะ!?

แล้วหลังจากหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวข้าก็เพิ่งนึกขึ้นได้ อพอลโลน่ะอายุมากกว่าข้าเสียอีก แถมประสบการณ์เรื่องผู้หญิงก็มากกว่าข้า แล้วข้าจะมากังวลแทนเขาทำไมล่ะเนี่ย

เดินมาถึงจุดนี้ข้าก็สามารถสังเกตการณ์พี่ชายกับนางไม้ดัฟเน่ได้แล้ว เธอเป็นคนสวยมาก...ในขณะเดียวกันร่างกายก็ดูกลืนไปกับผืนป่าตามลักษณะทั่วไปของนางไม้ แต่คนที่ข้าสนใจคืออพอลโลต่างหาก ไม่ใช่นาง...

นางดูเหมือนนางไม้ทั่วไปจริงๆ มีส่วนใดที่นางทำให้อพอลโลชอบได้นะ

เสียงฮัมเพลงแว่วมาจากด้านหลังของข้า แต่ก่อนที่ข้าจะทันได้หันหลังกลับไปมอง ปลายนิ้วบอบบางของใครบางคนก็เข้ามาสะกิดที่ไหล่

“อะโฟรไดท์...” ข้าเดาได้ทันทีว่าเป็นนาง เทพีที่ชอบยั่ว.....ทำตัวใกล้ชิดชายหนุ่มแบบนี้มีเพียงนางเท่านั้น

“ดูอะไรอยู่หรือ เฮอร์มีสตัวน้อย”

อีกนิสัยหนึ่งที่ทำให้ข้าไม่ชอบเธอก็คือ เธอมองผู้ชายทุกคนเป็นเด็กน้อยไปเสียหมด
แล้วข้าก็เหลือบไปเห็นอีรอสตัวน้อยที่ถือคันธนูและศรกามเทพที่มีทั้งศรสีทองและแบบปลายทู่ เด็กน้อยมีท่าทางไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่

“เป็นอะไรไปเล่าอีรอส?”

“เจ้าอพอลโลบังอาจมาดูถูกว่าข้ายังเป็นเด็กเป็นเล้ก ไม่เหมาะกับอาวุธอย่างคันศรเอาเสียเลย”
แล้วเจ้าเด็กน้อยก็ทำหน้ามุ่ย จนข้าอดที่จะเอ็นดูไม่ได้

“ข้าเผลอบอกเจ้านั่นไปแล้วว่าอาวุธของข้าสามารถล้มเขาได้สบายๆ แล้วเขาก็ท้าด้วย ท่านพอจะมีวิธีบ้างไหม?” ทันใดนั้นดวงตาคู่น้อยของเด็กชายก็ส่อแววกังวลใจ ข้าจึงตอบส่งๆอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

แต่อย่างไรเสียอีรอสก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยไร้เดียงสา ที่ซื่อตรง และ บริสุทธิ์

“เจ้าเป็นกามเทพไม่ใช่หรือ ไม่ว่าเทพหรือมนุษย์ก็พ่ายแพ้ต่อความรักและกามารมณ์ทั้งสิ้น อย่างเจ้าคงทำให้สองคนนั้นแตกคอกันได้อย่างสบายๆอยู่แล้ว” ข้าชี้ไปยังสองร่างนั้นที่กำลังพลอดรักใส่กัน “แล้วเจอกันใหม่นะ อีรอสเด็กดี”

ข้าไม่ลืมที่จะลูบศีรษะเขาด้วยความเอ็นดู ก่อนเดินจากมา โดยไม่ทันสังเกตว่า...เด็กน้อยกำลังยกศรขึ้นทาบกับคันธนูก่อนเล็งไปยังอพอลโลและอัปสรดัฟเน่






หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านไป พี่ชายก็เอาแต่จ้องมองดูต้นลอเรลต้นนั้น...

ต้นที่เคยเป็นนางไม้ดัฟเน่

ข้าไม่เคยเห็นเขาซึมขนาดนี้มาก่อน ขนาดตอนที่ไฮยาซินธ์ตายจากไป....อพอลโลก็ยังก้าวผ่านความโศกเศร้าและยิ้มออกมาในเวลาอันรวดเร็ว

เป็นเพราะฤทธิ์แห่งศรกามเทพ หรือว่าความรักที่มีต่อนางไม้ตนนั้นโดยแท้จริง

“อพอลโล...” ข้าเอ่ยเรียกเขา แต่เสียงกลับออกมาแผ่วเบาจนตัวเองยังแทบไม่ได้ยิน

เป็นเพราะตัวเราเอง....เพราะเราเอง ถ้าเราไม่บอกอีรอส อพอลโลก็จะไม่เป็นแบบนี้

แต่ทันใดนั้น อพอลโลก็สังเกตเห็นข้า เขาละสายตาจากต้นลอเรลแล้วยิ้มให้ข้า แต่เป็นรอยยิ้มที่เสแสร้งสิ้นดี

รอยยิ้มแบบนั้นข้าไม่ต้องการ อพอลโล ....ไม่ต้องการ...

“เฮอร์มีสเองหรือ? ข้าไม่ได้เจอเจ้ามาเสียนาน...”

น้ำเสียงของพี่ชายสื่อถึงอารมณ์อย่างชัดเจน ดวงตะวันที่อ่อนแสง หมู่เมฆบดบัง นี่คือความทุกข์โศกแห่งสุริยเทพสินะ

“ท่าน...ข้า...” คำขอโทษจุกอยู่ที่คอ

ไม่สามารถพูดออกไปได้

เพราะถ้าพูดออกไป อพอลโลไม่มีวันให้อภัยข้าอย่างแน่นอน

“มีอะไรหรือ?” สุริยเทพเลิกคิ้ว

เมื่อเห็นว่าข้าไม่ตอบเขาก็ไม่ได้ถามต่อ เขาเงยหน้าขึ้นสู่ท้องนภาสีม่น แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องผ่านลงมาได้

“เฮอร์มีส รู้หรือไม่? ข้าเคยหลงรักมนุษย์และอัปสรมามากมาย รักอย่างสุดหัวใจ แต่พวกเขาก็ตายจากข้าไปต่อหน้าต่อตาทุกที” อพอลโลยิ้มเจื่อนๆ เส้นผมสีทองของเขาปลิวไสวตามสายลม นัยน์ตาคู่งามเหม่อมองออกไป “ข้าควรจะหันมาสนใจเทพเจ้าด้วยกันเองสักทีว่าไหม?”

ข้าย่างเท้าเข้าไปใกล้เขา ไม่เคยคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้เลย

ข้าอยากให้อพอลโลเป็นสุริยเทพที่เจิดจรัส แม้ว่านั่นอาจจะทำให้ร่างของข้ามอดไหม้ไป ข้าก็ยอม

มือที่ยื่นออกไปหวังจะปลอบประโลมกลับต้องชะงักไว้

ข้าในสายตาเขา คงเป็นแค่เด็กน้อยที่แอบขโมยวัวของเขาไปในวันนั้น...

.....


“ข้ารักท่านนะ อพอลโล”

เอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ อีกฝ่ายไม่มีทางได้รับรู้แน่ แต่เพียงได้เอ่ยออกไปก็ดีใจแล้ว

สีหน้าของอพอลโลดีขึ้นมาก ข้าจึงยื่นมือออกไปเพื่อช่วยพยุง สัมผัสกับอุ้งมืออันแสนอบอุ่นดุจแสงตะวันแรกหลังจากที่ฤดูหนาวผ่านพ้นไป

“ไปกันเถอะเฮอร์มีส ข้าโดดงานมาตั้งหลายวัน พวกต้นไม้กับชาวนาคงบ่นข้าตาย”

“ฮะฮะฮะ นั่นสินะ”

ข้าแค่นหัวเราะ อพอลโลจูงมือข้าไปเช่นเมื่อตอนวัยเยาว์ เขาพยายามชวนข้าคุยในเรื่องต่างๆเพื่อลืมเลือนความโศกเศร้าของตนเอง แต่ข้าก็หวังจะได้ช่วยปลอบประโลมจิตใจของเขา

เทพเจ้าที่เขาจะหันมาสนใจนั้น จะเป็นข้าได้ไหมนะ?

แต่ก็ช่างมันเถอะ เพียงแค่ได้เป็น เทพเฮอร์มีสผู้ส่งสารแห่งทวยเทพ หรือเทพเมอร์คิวรี่แห่งโรมัน เมอร์คิวรี่อย่างข้านั้นใกล้ชิดดวงตะวันที่สุด แม้ว่าจะถูกความร้อนแผดเผาอย่างไรข้าก็มีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างท่าน


เพราะข้าเมอร์คิวรี่ เฮอร์มีสนั่นเอง คือผู้ที่ได้อยู่ข้างเคียงดวงตะวัน และจมหายลับขอบฟ้าไปพร้อมกับดวงตะวัน


-------------------------------------------------


ความลำบากที่สุดในการแต่งฟิค...คือการตั้งชื่อเรื่องนี่แหละ!

ถ้าแป๊กหรือเสื่อมแต่ประการใด ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย (ทำตัวเป็นวิเกรียนซะได้<<แสดงว่าเข้าบ่อย)

ปล. ตอนท้ายๆขออิงเรื่องดาวเคราะห์...ดาวพุธกับดวงอาทิตย์นี่สุดยอดจริงๆ (???)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ darkmatter จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 เมษายน 2556 / 18:19
    ชอบอย่างแรงเลยค่าาาาาาา

    แต่งอีกนะคะ ชอบๆๆๆ

    อ่านแล้วซึ้งมากเลยอ่ะ
    #2
    0
  2. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:27
    ไม่นะ.. แต่งต่อทีท่านเก็มม จบแค่นี้ไม่ได้ มันอับแสงเกินไป ต่ออีก! //โรคชอบอ่านฟิคยาวกำเริบ
    #1
    0