ธีวรา

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    20 พ.ย. 62

          บทที่ 2

 

          “สวัสดีครับ คุณฟ้าใส” ประธานหนุ่มส่งเสียทักทายขณะรับโทรศัพท์

          “สวัสดีค่ะคุณวีธรา พรุ่งนี้ฟ้ามีถ่ายละครที่โรงแรมวีนาราสาขาหัวหิน ไม่ทราบว่าคุณวีจำได้มั้ยคะ”

          “ครับ ผมสั่งคุณนุกูล ให้คอยดูแลความสะดวกให้กองถ่ายแล้วครับ”

          “ฟ้าว่าจะขอติดดรถคุณวีไปด้วยน่ะค่ะ พอดีรถฟ้าเสีย ยังซ่อมไม่เสร็จ” ดาราสาวออดอ้อน

 “ผมต้องขอโทษด้วยครับ พอดีผมจะพาครอบครัวไปพักผ่อนด้วย ไม่สะดวก เดี๋ยวผมให้นุกูลจัดรถให้คุณฟ้านะครับ”

 “งั้นไม่เป็นไรค่ะ ฟ้าให้พี่ปิ๋มมารับก็ได้ แต่ระหว่างที่ถ่ายละครที่หัวหิน คุณวีต้องพาฟ้าชมโรงแรมนะคะ ฟ้าจะได้ช่วย      พรีเซนต์จุดเด่นของโรงแรม ก็ฟ้าเป็นพรีเซนเตอร์โรงแรมคุณวีนี่คะ อย่าลืมมาให้กำลังใจฟ้าตอนถ่ายละครนะคะ อุ๊ย..พี่ปิ๋มเรียกแล้ว ฟ้าขอตัวไปเข้ากล้องก่อนนะคะ ไว้เจอกันค่ะ” ดาราสาวรีบพูดและชิงวางหูโทรศัพท์ ทั้งที่จริงแล้ววันนี้เธอไม่มีคิวถ่ายละครแล้ว เธอที่พยายามไต่เต้าจากนักแสดงตัวประกอบ บทบาทเพื่อนนางเอก     ผู้แสนเรียบร้อย จนกระทั่งได้มาแสดงประกบ นภัทร ป๋าดัน ของวงการ ผู้ใหญ่ของช่องสั่งมาให้ นภัทร ดันให้เธอดัง แล้วก็สมดั่งใจ ละครที่กำลังออนแอร์มีกระแสเปรี้ยงปร้างมาก ไปทางไหนมีแต่คนพูดถึง นางเอกสาวหน้าใหม่ที่มีภาพใสๆ สวยหวาน แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมีวันนี้เธอต้องสู้กับอะไรมาบ้าง

หลังจากวางสายจากดาราสาว วีธรา ถือโอกาสนั่งพักผ่อนในสวนของโรงแรม ไม่บ่อยนักที่จะมีเวลามานั่งพักแบบนี้ เท่าที่จำความได้ เขาทำงานหนักมาตั้งแต่เรียนจบปริญญาโทบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกา สมัยวัยรุ่นก็ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง แต่ไม่เคยคบใครจริงจัง พอใจใครก็วันไนท์สแตนด์ ไม่ผูกมัด จบแล้วแยกย้าย หัวใจปิดตายมานาน เขาอดหวนคิดถึงแฟนสาวคนแรกที่คบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งไม่ได้ เขาและเธอเลิกรากันไปเมื่อเขาไปศึกษาต่อปริญญาโทต่างประเทศได้เพียงหนึ่งปี

“เราเลิกกันเถอะค่ะ วี รุ่งกำลังจะแต่งงาน ครอบครัวรุ่งเป็นหนี้ เจ้าหนี้จะฟ้องล้มละลาย เพื่อนคุณพ่อจะช่วยใช้หนี้ให้ แต่เขายื่นเงื่อนไขให้รุ่งแต่งงานกับลูกชายเขา รุ่งสงสารคุณพ่อ คุณแม่ รุ่งขอโทษวีด้วยนะคะ รุ่งจะไม่ลืมว่ารุ่งรักวี รุ่งขอโทษ ลาก่อนค่ะวี”

ถามว่าเสียใจมั้ย ตอบได้เลยว่าเสียใจ แต่ไม่มาก เขาเพียงแต่เป็นห่วง “รุ่งทิวา” ว่าเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นเขาไม่เคยได้ข่าวเธออีกเลย 10 กว่าปีที่ผ่านมา เขาทำงานหนักมาตลอด หลังจากที่เรียนจบปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกากลับมา ธุรกิจโรงแรม “วีนารา” เกือบล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ เขาทำงานทุกวัน แทบไม่มีวันหยุด ต้องเสนอแผนพัฒนาฟื้นฟูโรงแรม ฝ่ามรสุมมาจนมีวันนี้ วันที่โรงแรม “วีนารา” กลับมามั่นคงและอยู่ในแถวหน้าของประเทศ โรงแรมวีนารา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีบริการครบวงจรทั้งการล่องเรือ สถานบันเทิงที่เป็นที่นิยมของเซเลป ดารา    ยิ่งตอนนี้เขามีแผนที่จะประชาสัมพันธ์โรงแรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น จึงอนุญาตให้กองถ่ายละครเข้ามาถ่ายทำละคร จนทำให้รู้จักกับนางเอกสาว ฟ้าใส นางเอกละคร เขายอมรับว่าเธอสวย ช่างเอาใจ เขาเห็นว่าเธอเหมาะที่จะเป็นพรีเซนเตอร์ประชาสัมพันธ์โรงแรม ไม่น่าเชื่อแค่เพียงทาบทาม นางเอกสาวก็ตกลงเป็นพรีเซนเตอร์ทันที โดยไม่ได้สอบถามเงื่อนไข จนผู้จัดการของนางเอกสาวรีบเบรกแทบไม่ทัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสามสิบเจ็ดปี ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่านางเอกสาวพยายามก้าวข้ามมาในชีวิตเขา

“ครับแม่” เขากรอกเสียงไปในโทรศัพท์ที่ส่งเสียงเรียก “คิดถึงแม่นะครับ”

“ไม่ต้องมาพูดดีเลยนะคุณลูกชาย คิดถึงแม่แต่ไม่กลับบ้านกลับช่อง เอาแต่พักที่โรงแรม วันนี้มาทานข้าวกับแม่ที่บ้านนะ แม่คิดถึง” เสียงมารดาเอื้อนเอ่ยมาในสายโทรศัพท์

วีธราแอบถอนหายใจโดยที่ไม่ให้มารดาได้ยิน “ได้ครับแม่ เดี๋ยวเจอกันนะครับ รักแม่นะครับ”

ทำไมเขาจะจำไม่ได้ คราวก่อนแม่ตามให้ไปทานข้าวเย็นที่บ้าน พร้อมกับเซอร์ไพร้ส์ที่เขาคาดไว้ ลูกสาวเพื่อนมารดานั่งยิ้มอยู่ข้างๆ

“วีมาพอดี แม่ชวนหนูก้อยอยากไปเที่ยวหัวหิน วีจะไปโรงแรมเราที่หัวหินเมื่อไหร่ แม่จะได้ไปด้วย”

 “ยังไม่ทราบครับแม่ เดี๋ยวผมบอกแม่อีกทีนะครับ”

 “แต่ฉันว่าเราไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัวก็ดีนะคะคุณ” คุณ นารา ผู้เป็นมารดาหันไปคุยกับคุณ วีรพัฒน์ บิดาของเขา

“แล้วแต่คุณว่าไงว่ากัน” บิดาเขาผู้ซึ่งไม่เคยขัดภรรยา หันมารับคำภรรยา

          เมื่อวีธาราเดินทางมาถึงบ้าน ก็ไม่ผิดคาด มารดาเขาเชิญ กชกร หรือ ก้อย ลูกสาวเพื่อนมารับประทานอาหารเย็นด้วย

          “มาช้านะตาวี หนูก้อยมารอลูกได้ซักพักแล้ว”

          “รถติดครับแม่” เขาตอบกลับไปด้วยประโยคเดิมๆ ที่คนกรุงเทพชอบอ้างกัน ทำให้มารดาหันมาส่งค้อนให้

          “นุกูล เลขาลูกบอกแม่ว่า พรุ่งนี้ลูกจะไปตรวจงานโรงแรมสาขาหัวหิน ให้หนูก้อยไปกับลูกด้วยนะ” มารดารีบมัดมือชก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามารดาต้องการให้เขาแต่งงาน เธอบ่นเสมอว่าอยากเลี้ยงหลาน จะรอลูกสาวก็คงจะอีกนาน เพราะ หนูนา พึ่งเรียนจบ เขาและน้องสาวอายุห่างกันหลายปี มารดาเคยเล่าให้ฟังว่าท่านคิดว่าคงจะมีเขาแค่คนเดียว แต่อยู่ๆ ท่านก็ตั้งท้องขึ้นมาตอนที่เขาอายุได้สิบสี่ปี ตอนคลอดหนูนาไม่ค่อยแข็งแรง จึงถูกเลี้ยงมาอย่างประคบประหงม จนตอนนี้เธอเรียนจบปริญญาตรีแล้ว แต่อยู่ในช่วงขอเวลาทำใจที่จะต้องกลับมาทำงานโรงแรมช่วยพี่ชาย

          วีธรานิ่งไปพัก คิดในใจว่าจะจัดการกับเลขาจอมจุ้นอย่างไรดี “ครับ”

          “ไป ไปทานข้าวกันเถอะ”

ระหว่างที่รับประทานอาหารมารดาเขาอดที่จะบ่นถึงลูกสาวคนเล็กไม่ได้

“แม่โทรหายัยหนูนา ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับ นี่ก็บอกว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ เลยอดไปพักผ่อนด้วยกันทั้งครอบครัวเลย ลูกคนนี้เหลวไหลจริง”

น้องสาวเขา วีณา หรือ หนูนา น้องสาวคนเดียวของเขาที่ตอนนี้ไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด เธอพึ่งเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาชื่อดังภาคเหนือของประเทศ เธอให้เหตุผลที่เลือกไปเรียนต่างจังหวัดว่า ต้องการสูดบรรยากาศสดชื่นให้เต็มปอด ก่อนที่จะต้องมาสูดควันในกรุงเทพ เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีแล้ว เธอขออนุญาตบิดา มารดา เดินทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติให้ชุ่มปอด แล้วจะมาช่วยพี่ชายดูแลงานในโรงแรมวีนารา

“คอยดูนะแม่จะถ่ายรูปที่เราไปพักผ่อน ส่งไปให้ยัยหนูนาดู ดูซิหนีเที่ยวไม่กลับบ้านกลับช่อง ต้องดัดหลังให้เข็ด” มารดาเอ่ยอย่างมีแผน

“ทานข้าวเสร็จแล้ววีไปส่งน้องด้วยนะลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เดี๋ยวก้อยให้คนขับรถที่บ้านมารับ พี่วีจะได้พักผ่อน” กชกรรีบเอ่ยขัด

“ไม่เป็นไรครับ พี่จะกลับไปเคลียร์งานที่โรงแรมพอดี เดี๋ยวพี่ไปส่งน้องก้อยเอง” วีธราแปลกใจเล็กน้อยที่หญิงสาวที่แม่เขาหมายตาไว้ เอ่ยขัดออกมา ผิดวิสัยของคู่หมายกัน เขาสังเกตมาหลายครั้งแล้ว เธอมักจะเลี่ยงที่จะอยู่กับเขาตามลำพัง ถ้ามาแบบนี้น่าจะตกลงกันง่าย บอกตามตรงเขายังไม่พร้อมที่จะมีใคร ลำพังแค่ทำงานก็เหนื่อย ไม่มีเวลามาดูแลเทคแคร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

15 ความคิดเห็น