เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 20 : บทที่ 7 (1) ศัตรูลอยนวล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ส.ค. 58


นิยายเรื่องเทพบุตรซาตาน ราคาปก 279 บาท มีจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปและเว็บไซต์สำนักพิมพ์ค่ะ ฝากอุดหนุนกันด้วยนะคะ สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ คลิกที่ลิงค์

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=38

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (1) ศัตรูลอยนวล

                        “เฮ้ย! ปล่อยสิวะ พวกมึงปล่อยกูลงไปเดี๋ยวนี้ ไอ้กัปตันจอมบ้าอำนาจนั่นมันเห็นนังโสเภณีดีกว่าลูกเรือของตัวเองตั้งแต่เมื่อไรกัน”

 

                        “แกสองคนไม่ใช่ลูกเรือของฉันตั้งแต่วันที่แกคิดฆ่าแกงผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้แล้ว” กรุงเอ่ยแล้วกระโดดขึ้นไปบนหัวเรือ ร่างสูงก้มลงมองสองคนที่ถูกผูกเชือกห้อยโตงเตงอยู่เหนือน้ำทะเล

 

                        “อย่าให้กูรอดไปได้นะมึง กูจะกลับมาเอาให้ถึงตายทีเดียว ไอ้กัปตันจอมบ้าอำนาจ!

 

                        รอปโปซึ่งฟื้นขึ้นมาแล้วเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว เหลือบตาที่เหลือเพียงข้างเดียวมองกรุงอย่างอาฆาต ทั้งพยายามดิ้นให้หลุดจากเชือก แรงแกว่งไกวจึงมีมากขึ้น ทำให้ร่างริคโซที่ถูกผูกโยนคู่กันเอาไว้เหวี่ยงกลับมาโขกที่โหนกแก้มของมันอย่างแรง

 

                        “ออกไปไอ้ขี้ขลาดริคโซ”

 

                        รอปโปตวาดโกรธๆ สองขาถีบมันออกไปไกลห่าง อาการเหมือนหมาบ้าไม่มีผิด แต่แล้วมันก็ต้องร้องโอยลั่นท้องทะเลอีกหน เมื่อริคโซที่โดนสองขาคู่ยันเข้าให้ เด้งกลับมาศีรษะกระแทกมันดังสนั่น

 

                        “ฉันจะฆ่าแกไอ้กัปตันลาร์นาโด ฉันจะฆ่าแก ฉันจะทำลายแกรวมถึงลูกน้องบนเรือของแกด้วย อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะไอ้กัปตัน ฉันต้องกลับมากำจัดแกให้สิ้นซากแน่”

 

                        รอปโปคำรามลั่น ดั่งให้คำมั่นกับท้องทะเล ดวงตาที่แดงก่ำเหลืออยู่เพียงข้างเดียวจ้องมาที่กรุงอย่างไม่ยำเกรง ร่างสูงยักไหล่ กระตุกยิ้มหมิ่นๆ

 

                        “ตามสบายเลยรอปโป แต่ก่อนที่แกจะกลับมาเอาชีวิตของฉันน่ะ จงสวดภาวนาพระผู้เป็นเจ้าเมตตาให้แกมีชีวิตอยู่ต่อโดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของฉลามซะก่อนเถอะ”

 

                        กรุงเอ่ย เท้าสะเอวมองมันสายตาหมิ่นๆ ก่อนจะกระโดดเข้าไปในเรือ ไม่สนใจสายตาผูกพยาบาทอาฆาตอีกต่อไป

 

                        “ฉันจะฆ่าแกไอ้กัปตันลาร์นาโด ฉันนี่แหละจะทำให้แกฉิบหายวายวอด และนังผู้หญิงคนนั้นด้วย นังโสเภณีชั้นต่ำ มันจะต้องได้รับโทษที่สาสม ที่บังอาจทำให้ลูกตาของฉันบอด โว้ยยยยยยยยยย!

 

                        เสียงรอปโปยังตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อทุกคนไปหมดแล้ว มันจึงหอบหายใจแฮกๆ

 

                        “ฉันจะฆ่าแก และทำกับนังนั่นให้สาหัสทีเดียว แกยังรู้จักฉันน้อยไปลาร์นาโด”

 

                        มันเข่นเขี้ยวแล้วมองไปยังทะเลกว้างใหญ่ไพศาล สัญญากับตัวเองว่าถ้ายังไม่ตายไปเสียก่อน กัปตันลาร์นาโดที่ตนสุดแสนจะชิงชังต้องได้รับโทษทัณฑ์ที่สาสม ก่อนจะเอาหน้าที่เปรียบประดุจผีร้ายหันกลับไปมองคู่หูที่ได้รับความชิงชังไม่แพ้กันด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว แล้วใช้ขายันไปที่มันอย่างมีโมโห

 

                        “ไอ้ขี้ขลาดริคโซ ฉันเกลียดแก ไปให้ห่างฉันเดี๋ยวนี้ไอ้หน้าเหม็น”

 

                        กล่าวเท่านั้นก็ร้องลั่นอีกครั้ง เมื่อถีบมันไปได้สักพักมันก็ย้อนกลับมาชนโครมเข้าที่ร่างตนจนกระเด็น

 

                        “ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน หากฉันหลุดจากเชือกนี้เมื่อไร แกจะเป็นคนแรกที่ฉันฆ่า ไม่เชื่อคอยดู!

 

                        มันคำรามลั่นในขณะที่ริคโซตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ดวงตาแดงก่ำข้างเดียวที่เหลืออยู่ของรอปโปเหมือนปีศาจร้ายที่โผล่มาจากขุมนรกก็ไม่ปาน

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        ร่างบางที่กำลังแช่กายอยู่ในถังไม้โอ๊กซึ่งถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษสะดุ้งโหยง หน้าตาแตกตื่น ร่างขาวผ่องรีบห่อตัวเข้าหากัน มือไม้สั่นระริก เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติดังมาจากประตู ด้วยหญิงสาวเกรงว่าจะมีใครบุกรุกเข้ามาทำร้ายตนอีกครั้ง

 

                        “โสภิญา น้ำตาล”

 

                        เสียงตวาดลั่นนั้นทำให้หญิงสาวใจมา แม้มันจะแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองโมโห แต่มันก็เป็นเสียงของเขา โสภิญารีบลุกออกจากถังไม้โอ๊ก ใช้ผ้าขนหนูพันกายลวกๆ วิ่งหน้าตาตื่นออกไปหา แล้วก็รีบถอยห่าง ยกมืออุดปาก เมื่อบานประตูลั่นดังเปรี๊ยะ ล็อกประตูพังทันตาเห็น จากนั้นบานประตูก็ล้มโครมลงมา ดีแต่ว่าเธอถอยออกมาก่อน ไม่งั้นโดนตีแสกหน้าแน่

 

                        “หูหนวกหรือไง ฉันเรียกเธอตั้งนานแล้ว ทำไมไม่เดินมาเปิดประตู หรือขานรับสักคำก็ยังดี!

 

                        เสียงตวาดพร้อมหน้าตาที่โกรธเกรี้ยว ทำให้หญิงสาวใจสั่น แต่ไม่นานก็หน้าแดงก่ำ เมื่อหันไปทางช่องประตูเคบิน เห็นกะลาสีหลายสิบคนยืนมองมาหน้าสลอน

 

                        “ฉัน...........”

 

                        เอ่ยได้เท่านั้นก็วิ่งปรู๊ดไปที่เตียง กระชากผ้าปูที่นอนผืนยาวมาพันตัวอย่างว่องไว ยืนอึกอักพูดไม่ออก เมื่อสายตานับสิบจ้องมาที่ตนเป็นจุดเดียว

 

                        “ไปกันได้แล้ว ผู้หญิงคนนี้แค่หูหนวก ไม่ได้หายไปไหนทั้งนั้น”

 

                        เสียงห้วนดังขึ้นอย่างคนยังไม่หายอารมณ์เสีย มือหนาดึงม่านปิดกั้นสายตาทุกคู่ที่ยืนสลอนมองร่างงามที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปทั้งตัวอย่างเพลินตา

 

                        เพลินตาหรือ ถ้าเพียงหล่อนขานรับ ก็คงไม่มีผู้ชายหน้าไหนมายืนมองร่างกึ่งเปลือยสบายอารมณ์แบบนี้หรอก มันน่านัก!’ คิดมาถึงตรงนี้โทโสก็พุ่งเข้าใส่ร่างที่ยืนทำตาปริบๆ เข้าดังโครม!

 

                        “ฉันเรียกทำไมไม่ขาน”

 

                        “ไม่ได้ยินนี่คะ”

 

                        โสภิญารีบตอบก่อนที่เขาจะเพิ่มระดับความดังของเสียงมากไปกว่านี้ เห็นดวงตาคู่คมจ้องมาที่ตนเหมือนไม่อยากจะเชื่อ จึงพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง

 

                        “ฉันกำลังแช่น้ำเพลิน หลับๆ ตื่นๆ เพราะยังมึนๆ งงๆ กับเรื่องชวนประสาทเสียอยู่ ก็เลยไม่ได้ยินที่คุณเรียก”

 

                        “ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงประตูหน้าห้องที่มันหลุดออกมาหรือน้ำตาล?”

 

                        เสียงถามพร้อมดวงตาคมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ที่ค่อยๆ หรี่ลงนั้น ทำให้โสภิญาต้องหันไปมองประตูหน้าเคบิน แล้วก็เบิ่งตากว้าง

 

                        ตายแล้ว! เวลาเพียงแค่วันเดียว เขาพังบานประตูออกถึงสองบาน ช่างเป็นผู้ชายที่น่ากลัวที่สุด เห็นหน้าหวานๆ กระเดียดไปทางอิสตรีแบบนี้ หากโสภิญาทำให้ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาวันไหน เธอไม่โดนหักคอทิ้งเลยหรือ

 

                        “ค่ะ ไม่ได้ยินจริงๆ”

 

                        กล่าวเท่านั้นก็ถอยกรู หลุดเสียงวี้ดออกมาอย่างขวัญบิน เมื่อจู่ๆ ร่างสูงก็กระโจนเข้ามาหา เบียดกายจนติดผนัง เมื่อโดนกัปตันหนุ่มรูปงามรุกประชิด มือบางตะครุบมือหนาหมายจะดึงออก แต่พอสบตาก็ชะงัก เมื่อดวงตาเกรี้ยวกราดเมื่อครู่นี้กลับแปลงเปลี่ยนเป็นเห็นใจจนเธอเองยังปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

 

                        “เอ่อ....เอ่อ.........”

 

                        “ไม่ต้องพูดแล้ว”

 

                        กัปตันลาร์นาโดหยุดเธอไว้โดยการใช้ปลายนิ้วแตะที่ริมฝีปาก เกลี่ยมันไปมาแผ่วเบาราวผีเสื้อโบยบิน ก่อนที่สายตาคมหวานดั่งมีมนต์ขลังนั้นจะสะกดเธอให้อยู่นิ่งๆ

 

                        “ฉันไม่ควรดุเธอเลยใช่ไหมแม่ลูกเจี๊ยบตัวน้อย” กรุงกล่าวแล้วใช้มือหนาไล้บ่าเปล่าเปลือยอย่างปลอบโยน เพราะอาการจิตตก กลัวว่าใครจะมาทำร้ายเธอแท้ๆ เชียว”

 

                        ธนาธรบอกเสียงนุ่มแหบพร่าโดยไม่รู้ตัว มือหนาช้อนปลายคางบอบบางขึ้นมาเบาๆ จ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยนิ่ง

 

                        “เธอน่าสงสาร น่าเห็นใจ คงจะทรมานมากเลยใช่ไหม ที่ตื่นขึ้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ หนำซ้ำยังมาเจอพวกโรคจิตทำร้ายเข้าให้อีก น่าสงสารที่สุด แม่ลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ ของฉัน”

 

                        กรุงกล่าวพร้อมกอดร่างบางแนบแน่น ทำให้คนโดนกอดต้องกลอกตาไปมา สับสนกับคนผีเข้าผีออก อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าทะเลซะอีก

 

                        “ฉัน......” โสภิญาชักทำตัวไม่ถูก ดวงตาคู่สวยแหงนขึ้นจ้องธนาธรอย่างไม่เข้าใจ

 

                        “อย่านะคะ ฉันไม่อยากให้คุณปลอบกันแบบนั้น...”

 

                        โสภิญาเสียงหลง ร่างบางสั่นน้อยๆ เมื่อจู่ๆ เขาก็โน้มหน้าลงมาหา จุมพิตมุมปากช้ำๆ ของเธอแผ่วเบา ก่อนจะผละออกห่าง ใช้ปลายนิ้วปลอบประโลม สร้างความประหลาดใจนัก เมื่ออีกฝ่ายไม่เอาแต่ใจ แถมยังอ่อนโยนมากๆ ด้วย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

 

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น