เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 18 : บทที่ 6 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ส.ค. 58

บทที่ (2) 

                        “ฉันเกลียดคุณที่สุด ฉัน.............................

 

                        “ฉันขอบอกอีกครั้งว่าจะไม่อยู่กับคนดูถูกผู้หญิง เธอจะพูดแบบนี้อีกแล้วใช่ไหมน้ำตาล?”

 

                        เสียงดักคออย่างรู้ทันของธนาธรได้รับการตอบกลับไปเป็นลำแสงสีเขียวทางสายตา

 

                        “เฮ้อชักเบื่อผู้หญิงความจำเสื่อม คิดมากไปเรื่อยเปื่อยหน่อยๆ ละ ไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกอะไรสักนิด คิดไปเองคนเดียวทั้งนั้น เขาเรียกว่าเปิดใจคุยกัน เจรจาก่อนอยู่ไง แบบนี้ใครๆ เขาก็ทำกัน เวลาอยู่ด้วยกันไปแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาทีหลังไง”

 

                        “พูดเหมือนชวนไปซื้อเสื้อผ้า”

 

                        “ถ้าชวนไปง่ายๆ แบบนั้นก็ดีสิ” กรุงบอกแล้วกดแผ่นหลังบางบังคับให้คนหน้างอสบตาเขาใหม่

 

                        “ว่ายังไง จะให้ฉันดูแลเธอไหม?”

 

                        “ฮึ! ฟังเหมือนนักบุญเลย แต่อย่างคุณคงเป็นได้แค่นักบุญใจบาปเท่านั้นแหละ พูดดีแต่ใจเก็งกำไร คิดจะใช้ตัวฉันให้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไปใช่ไหมล่ะ”

 

                        อืม....นักบุญกับโสเภณีฟังดูเร้าใจดีออก ผิดศีลธรรมแฝงความท้าทาย”

 

                        เสียงตอนท้ายประโยคพร่าไป แถมยังมองเธอด้วยประกายไฟเสน่ห์อีก มือบางรีบดันอกแน่นๆ ไกลห่าง เมื่อเห็นเขาค่อยๆ โน้มหน้าลงมาชิด

 

                        “ฉันไม่คุยเรื่องนี้แล้ว คุณจะออกไปไหนก็ไปเถอะ”

 

                        โสภิญาบอกพร้อมทำหน้าเชิดใส่ เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อลมหายใจอบอุ่นเป่ารดต้นคอระหง รู้สึกอาวรณ์ประหลาด เมื่อมือหนาค่อยๆ คลายออกจากร่างตน

 

                        “จะไปจริงๆ แล้วนะยาหยี อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าที่รัก”

 

                        “อย่ามาใช้คำนั้นกับฉัน ในขณะที่คุณเพิ่งชวนฉันไปเป็นเมียเก็บเมื่อไม่ถึง 3 วินาทีนี้ดี”

 

                        “จู้จี้ชะมัด มันก็แค่คำพูด”

 

                        “ก็เพราะคุณมองมันแค่คำพูดไง พูดออกมาพล่อยๆ พูดโดยไม่รู้ความหมาย ฉันเลยไม่อยากฟัง”

 

                        โสภิญาย้อนไปแล้วมองเขาอย่างท้าทาย เห็นอีกฝ่ายเม้มปากแน่น

 

                        “ให้ตายเถอะ! คนความจำเสื่อมนี่พิลึก ใช้หลักภาษาได้ถูกต้องราวกับเปิดพจนานุกรมดูเลย”

 

                        “คุณ! คนบ้า!

 

                        “ไปแล้ว เบื่อผู้หญิงขี้ทะเลาะ”

 

                        กรุงกล่าวเท่านั้นก็ก้าวไปหาร่างบางที่นั่งหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ประกบปากจูบอย่างว่องไว พอผละออกจากเจ้าของจูบอันหวานล้ำได้ ก็ผิวปากหวือออกไปอย่างอารมณ์ดี

 

                        “ฉวยโอกาส เอาแต่ใจ บ้า! บ้าบ้า!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        ร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นแล้วก็สะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นชายร่างใหญ่หน้าตาดุดันปรากฏกายเบื้องหน้า

 

                        “แก พวกแกเป็นใคร ออกไปนะ”

 

                        โสภิญาออกปากไล่ ลุกพรวดขึ้นจากที่นอน กระถดกายหนีสองคนที่คุกคามเข้ามาหา พอถึงริมเตียงได้ก็รีบกระโดดลง แล้วก็หน้าเหย เดินลากขาหนีสองคนที่ทำหน้าตามัจจุราชร้ายใส่เธอ

 

                        “มาเอสโต้ มาเอสโต้ อยู่ที่ไหน เข้ามานี่หน่อย”

 

                        ตะโกนไปเท่านั้นสองคนก็หัวเราะลั่น

 

                        “เรียกไปเถอะ เรียกไปให้ตายมาเอสโต้ก็ไม่มาหรอก เพราะว่า......”

 

                        หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น กระตุกยิ้มมุมปาก มองเธออย่างหมายมาด

 

                        “เพราะว่าอะไร แกทำอะไรมาเอสโต้”

 

                        เอ่ยเท่านั้นมันก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะลั่น

 

                        “มันโดนวางยานอนหลับ ฟุบอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องโน่น ไอ้มาเอสโต้มันเป็นโจรสลัดเก่า เราไม่โง่พอที่จะโค่นมันหรอกนะนังโสเภณี”

 

                        “โจรสลัด!” โสภิญาร้องออกมาอย่างอัศจรรย์ใจ แต่ไม่นานก็วี้ดลั่นเมื่อไอ้ร่างยักษ์ท่าทางมุ่งร้ายทั้งสองคนกระโจนเข้ามาหา

 

                        “แกสองคนเป็นใคร ทำแบบนี้ทำไม ฉันไปทำอะไรให้พวกแก”

 

                        หญิงสาวกระโดดหลบพร้อมตะโกนถาม เห็นมันแยกเขี้ยวใส่

 

                        “แกจำพวกเราไม่ได้จริงๆ เหรอ แล้วแกจะความจำเสื่อมไปถึงเมื่อไรกันล่ะ เราจะแน่ใจได้มากแค่ไหน ว่าแกจะจำเราไม่ได้ไปจนวันตาย”

 

                        “พ...พะ...พวกแกหมายความว่าไง ฉันไม่เข้าใจ”

 

                        โสภิญาถาม ระหว่างนั้นก็พยายามสอดส่ายสายตาหาทางหนีทีไล่

 

                        “ถึงแกจะสวยมาก แล้วเราก็ยังไม่ได้ลิ้มรสเลย แต่เราก็จำเป็นต้องฆ่าแก ไม่อย่างนั้นขืนแกจำเราได้ขึ้นมาวันไหน แล้วชิงบอกกัปตันไปว่าวันนั้นก่อนที่แกจะถูกโยนลงน้ำ มันเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ซวยน่ะสิ”

 

                        “ก่อนฉันจะถูกจับโยนลงน้ำหรือ ก่อนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ แล้วพวกแกเป็นใครกัน เกี่ยวอะไรกับการที่ฉันถูกจับโยนลงน้ำ”

 

                        โสภิญาย้ำ แล้วมองหน้ามันนิ่ง ไอ้หน้าเสี่ยวหัวแดงๆ ด่างๆ กับไอ้หน้าอูมหัวเหมือนสีฟางแห้ง ทำให้โสภิญาจ้องมันอย่างพินิจ แล้วฝันร้ายเมื่อก่อนหน้านั้นก็แวบเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง ใช่แล้วในฝันนั้นเธอเห็นมันสองคนกำลังไล่ทำร้ายเธอ มันฉุดกระชากลากถู พยายามจับหัวเธอโขกกับเรือ

 

                        วี้ดดดดดดดด ออกไปนะ ไอ้คนชั่ว ไอ้คนเลว”

 

                        หญิงสาวตะโกนเสียงสั่น แล้วก็วิ่งหนี ความรู้สึกบอกว่าสองคนนี้อันตรายมาก ในฝันมันทำร้ายเธอ มันต้องเกี่ยวข้องกับการตกน้ำของเธอแน่ ก็มันพูดเองว่าจะฆ่าเธอ หากเธอจำได้เมื่อไร มันต้องตายแน่ๆ กัปตันธนาธรก็บอกอยู่ว่าการตกน้ำของเธอมันไม่ใช่อุบัติเหตุ ต้องมีคนทำร้ายเธอ

 

                        “แกจะข่มขืนฉัน แล้วพอฉันไม่ยอม แกก็เลยจับฉันโยนลงทะเลใช่ไหม?”

 

                        หญิงสาวหมุนกายกลับมาถามเมื่อหนีพวกมันมาถึงหน้าประตู นัยน์ตาเบิ่งกว้างเมื่อเห็นมาเอสโต้ฟุบหลับอยู่หน้าห้อง รีบคว้าขวดน้ำเปล่าขึ้นมา ขว้างไปกลางแสกหน้าของมันพอดี

 

                        โอ๊ย! รอปโป นังโสเภณีตัวแสบนั่นมันจำทุกอย่างได้แล้ว มันบอกว่าเราจะข่มขืนมัน แล้วก็ฆ่าทิ้ง รีบตามมันไปสิ ก่อนที่ทุกคนจะกลับขึ้นมาบนเรือ ฆ่ามัน โอ๊ย! มันทำฉันจมูกหักหรือเปล่าก็ไม่รู้”

 

                        “ไม่มีทาง ฉันนี่แหละจะฆ่าแก ไอ้สารเลว!

 

                        โสภิญาเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว แต่พอไอ้หน้าอูมที่ชื่อว่ารอปโปจะกวดตามเท่านั้น คนเก่งก็ร้องกรี๊ดลั่นแล้ววิ่งหนี ใช่แน่ๆ มันจะข่มขืนเธอแล้วฆ่าทิ้งจริงๆ เมื่อครู่นี้มันคงคิดว่าเธอจำได้ เลยพูดออกมาหมดเปลือก คอยดูสิ เธอจะไม่ยอมให้มันไล่ฆ่าฝ่ายเดียวหรอก ขอให้มีโอกาสเถอะ เธอจะฆ่ามัน!

 

                        “นังโสเภณี นังอีตัว อย่าหนีนะ จับตัวได้เมื่อไรฉันจะสับแกเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้ฉลามมันกิน”

 

                        สิ้นเสียงไล่ตามนั้นโสภิญาก็เหลือบไปเห็นหลืบเล็กๆ จึงรีบถลาเข้าไปทันที

 

                        “แกหนีไม่พ้นหรอกน่านังผู้หญิงขายตัว นังร่าน นังสำส่อน กัปตันเรียกแกว่าอะไรนะ อ้อ นังกุ๊กไก่น้อย แกอยากตายแบบไม่ต้องเหนื่อยมาก หรือแบบวิ่งจนเหนื่อยลิ้นห้อยลากไปกับพื้นดีล่ะ ออกมาให้ฉันเชือดซะดีๆ ไม่มีใครที่ช่วยแกได้อีกแล้ว นังโสเภณี!

 

                        เสียงข่มขู่ที่เข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีนั้น ทำเอาโสภิญาอกสั่นขวัญแขวน ฟันกระทบกันดังกึกๆ รีบงอตัวเขยิบเข้าไปในซอกเล็กๆ มากขึ้น

 

                        “นังตัวดี นังดื้อด้าน พวกลูกเรือมันออกไปคั่วสาวๆ ที่ร้านเหล้ากันหมดแล้ว ส่วนไอ้กัปตันจอมเบ่งนั่นก็คงออกไปนอนกับผู้หญิงที่สวยที่สุดในเมืองนี้เหมือนกัน ถ้าแกออกมาตอนนี้ อาจโชคดีได้ขึ้นสวรรค์ก่อนตายก็ได้นะ โผล่หัวของแกมาเดี๋ยวนี้นังร่าน เดี๋ยวฉันกับริคโซจะปรนเปรอรสสวาทให้อีตัวแบบแกเอง ถือว่าเป็นการมอบความสุขครั้งสุดท้ายให้ ก่อนที่แกจะเป็นศพเหม็นอืดอยู่กลางทะเลไง”

 

                        คำพูดและหน้าตาโรคจิตของมัน ทำให้โสภิญาต้องรีบเอามืออุดปาก ไอ้นี่มันโรคจิตเต็มขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย โสภิญาสะกดกลั้นความคลื่นเหียนเอาไว้ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก สอดส่ายสายตามองหาทางหนีทีไล่

 

                        “ฉันไม่ยอมเป็นลูกหนูตัวเล็กๆ ให้แกตามเชือดฝ่ายเดียวหรอกไอ้ริคโซ รอปโป”

 

                        เอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว อาศัยจังหวะที่มันหันหลังให้วิ่งหนี เป็นจังหวะเดียวกับที่มันหันมาเห็นพอดี

 

                        “อีนังตัวดี แกอยู่นั่นเอง หนีฉันไม่พ้นหรอกนังโสเภณีริคโซ รีบไปดักมันเอาไว้”

 

                        สิ้นเสียงนั้นโสภิญาก็ชะงัก เมื่อเห็นริคโซดักอยู่อีกช่องหนึ่ง หญิงสาวสั่นไปทั้งร่างเมื่อเบื้องหน้าของช่องทางแคบๆ คือมัจจุราชร้ายริคโซ ส่วนเบื้องหลังคือไอ้ผีห่ารอปโป

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

            ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 

                                                

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น