กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 9 : บทที่ 3 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

บทที่ 3 (2)

 

                        “ฉันไม่คุยกับคนสวมแว่นตาตำ คนพวกนี้พูดอะไรออกมาแล้วมีจริงใจแค่ไหนก็ไม่รู้ คุณอยากให้คนอื่นคุยกับตัวเองแบบเปิดเผยจริงใจ แต่ดูเหมือนว่าตัวคุณเองก็ไม่คิดจะทำอย่างนั้นเลย”

 

                        เอ่ยจบก็เดินเลี่ยงออกมา ซึ่งความจริงแล้วเอมอรอยากหนีไปให้ไกลจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้มากกว่า ไม่ใช่เพราะแว่นตาดำของเขาหรอก แต่เพราะร่างแกร่งกล้ามเป็นมัดๆ กลิ่นกายหอมสะอาดเคล้ากลิ่นเบียร์ต่างหากเล่า ที่ทำให้เธอรู้สึกมึนๆ หวามๆ ลอยๆ ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองพิกล

 

                        “เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน งั้นเรามาคุยกันแบบเปิดเผยจริงใจ ไม่มีอะไรขวางกั้นก็ได้ดีไหม”

 

                        “คนบ้า! เอาแขนคุณออกไปนะ”

 

                        เอมอรร้องวี้ดด้วยความอับอาย เมื่อแขนฉกรรจ์กำยำเหลือแสนยื่นออกมาสกัดร่างเธอไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้มันทาบไปโดนทรวงอกนุ่มนิ่มที่เธอชิงชังนักหนาว่าใหญ่โตปานลูกมะพร้าว

 

                        “ค...คะ...คนไม่มีมารยาท” ต่อว่าอย่างตกใจ รีบถอยไปชิดระเบียง ครวญครางออกมาไม่เป็นภาษา

 

                        “ขอโทษก็แล้วกัน ไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคายสักนิด มันเป็นเรื่องบังเอิญ เอ้า! เรามาคุยกันแบบไม่มีอะไรขวางกั้นก็ได้ โอเคไหมแม่สาวเนื้อทอง คนหวงตัว!

 

                        ว่าแล้วมือเรียวหนาขาวผ่องนวลเนียน ผิวพอๆ กับผิวทารกแรกเกิด ก็ดึงแว่นกันแดดออก และพอเห็นสายตาอ่อนเชื่อมแพรวพราวที่ติดตัวมาแต่เกิดเท่านั้น เอมอรก็อยากให้เขาใส่มันกลับไปใหม่ สายตานี่มันทำให้เธอใจอ่อนยวบ ก้าวขาไม่ออกเอาดื้อๆ มือบางได้แต่กำระเบียงไว้แน่น ใจเต้นรัวเร็วอีกหน เมื่อเขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา หญิงสาวสะดุ้ง เมื่อคนตัวโตก้าวมาถึงตัวเธอได้ ก็ใช้สองแขนกักเธอเอาไว้ให้ติดอยู่กับเขาที่ระเบียงนั้น เอมอรจึงทำได้แต่แหงนหน้าขึ้น จ้องดวงตาหวานเป็นเอกลักษณ์อย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อก และพอเขาโน้มตัวลงมาเท่านั้น ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดหน้าผาก ก็ทำให้หญิงสาวแตกตื่น

 

                        “เชิญคุณอาบแดดต่อตามสบายเถอะนะ ฉันจะเข้าห้องแล้ว ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีกทั้งนั้น ที่ถามหรือพูดอะไรออกไป คิดซะว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน”

 

                        เอ่ยพร้อมพยายามบังคับอาการประหม่าที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อได้เผชิญหน้ากับเทพบุตรสุดแสนร้ายผู้นี้ ใจหายวาบเมื่อเขาเขยิบกายเข้าหา แถมยังโน้มหน้ามาชิดแก้มนวลของตนอีก มันชิดจนเอมอรตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับกายไปไหนแม้แต่เซ็นต์เดียว เพราะกลัวว่าริมฝีปากแดงกระจับที่ละม้ายคล้ายคลึงริมฝีปากเธอเหลือเกินนั้นจะชนเข้ากับแก้มเอา

 

                        “จะรีบไปไหนล่ะคนสวย ถามแล้วไม่เอาคำตอบแบบนี้มีที่ไหนกัน”

 

                        “ก็บอกว่าไม่อยากรู้แล้วไง ความจริงที่นี่มันก็เรือของคุณ คุณจะไปปรากฏตัวที่ไหนก็ได้จริงไหม ถ้าฉันต่อว่าอะไรที่งี่เง่าไปก็ขอโทษด้วยละกัน” ตวัดเสียงห้วนตอนท้าย มือบางพยายามผลักร่างหนาออก แต่มันก็ไม่ขยับสักนิดเดียว

 

                        “ขอตัวนะคะ ปล่อยฉันไปได้แล้ว คุณจะได้หย่อนใจลำพัง ไม่มีใครมารบกวน”

 

                        จบเสียงวิงวอนให้ปล่อยตัว เอมอรก็สะดุ้ง เมื่อมือเรียวหนาแตะเข้าที่เอวเปล่าเปลือย หญิงสาวแก้มแดงเมื่อผลของการสะดุ้ง ทำให้ริมฝีปากเขาเคลื่อนมาชนแก้มเธอเต็มๆ แล้วก็ตัวแข็งเมื่อเจ้าของเรือจอมเบ่งสูดกลิ่นของตนเข้าไปแบบไม่ยั้ง

 

                        “ถือว่ากลิ่นหอมๆ ของแก้มนี้เป็นการปรับโทษของคนถามแล้วหนีก็แล้วกัน”

 

                        แมทธิวบอก ยิ้มใส่ตาคนที่เบิ่งตากว้างแก้มแดงแปร๊ด สักพักก็เห็นอีกฝ่ายหลุบตาลง ไม่ยอมประสานสายตาคมกล้าเอาจริงของตน กระตุกมุมปากยิ้ม เมื่อเห็นปากเล็กๆ ยื่นตูมออกมาอย่างเผลอไผล

 

                        “ก็ฉันไม่อยากรู้แล้วนี่นา ฉันจะกลับห้องแล้ว” เอมอรเถียงใบหน้าง้ำ

 

                        “ไม่อยากรู้ไม่ได้หรอก คุณอุตส่าห์ถามแล้ว แถมให้รางวัลผมเป็นแก้มหอมๆ ซะด้วย รางวัลวิเศษแบบนี้ ผมต้องรีบตอบทุกข้อสงสัยจริงไหม”

 

                        แมทธิวเอ่ยเสียงเย้า มืออีกข้างแตะเอวบางเชิงบังคับไม่ให้ขยับ ไม่สนใจหน้างอๆ ของคนไม่เต็มใจให้แต๊ะอั๋งสักนิดเดียว

 

                        “ฉันไม่ได้ให้รางวัลอะไรคุณสักหน่อย มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ คุณเขยิบออกไปสักนิดก็ได้ ช่วยเป็นสุภาพบุรุษหน่อย อย่าแย่งอากาศคนอื่นเขาหายใจมากนัก”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็เบิ่งตากว้าง เมื่อมือที่จับเอวบางอยู่เลื่อนมาจับปลายคาง ริมฝีปากจิ้มลิ้มสั่นระริก เมื่อใบหน้าขาวผ่องดวงตาคมหวานแพรวพราวเคลื่อนเข้ามาชิด ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปาก

 

                        “หาความกัน ถ้าผมแย่งอากาศคุณหายใจมากนัก ก็จะคืนให้เดี๋ยวนี้แหละ”

 

                        จบคำพูดนั้น ริมฝีปากเย็นชุ่มก็แตะลงมาที่ริมฝีปากเอมอร หญิงสาวตาโต รวบรวมกำลังผลักเขาออก แมทธิวยอมถอยห่าง แต่ก็ยังใช้มืออีกข้างกดลงที่แผ่นหลัง

 

                        ให้ตายสิ! เอมอรอยากจะบ้า นี่เขาจะไม่ปล่อยมือจากเธอจริงๆ หรือ ทำไมถึงได้เกี่ยวเกาะว่องไวเป็นหนวดปลาหมึกแบบนี้นะ

 

                        “โอเค ฉันยอมแล้ว ฉันจะฟังทุกอย่างที่คุณอยากชี้แจง ได้โปรดบอกมาได้เลยค่ะ ว่าคุณมาอยู่ที่ระเบียงห้องพักของฉันได้ยังไง”

 

                        เอมอรโพล่งออกมาอย่างจำนน ดวงหน้าเรียวเล็กบูดบึ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นเขาเปิดยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ

 

                        “เพนต์เฮาส์ สวีตนี้เป็นของผม ห้องที่คุณอยู่น่ะ ผมแบ่งให้ใช้ชั่วคราว เพราะอย่างนี้แหละ คุณถึงได้ออกมาเห็นผมนอนอาบแดดหย่อนใจอยู่ที่ระเบียงนี้ ก็ทำไงได้ล่ะครับ รายชื่อคุณส่งมาช้า ห้องพักก็เต็มหมดแล้ว เราสองคนก็เลยต้องอยู่ด้วยกัน แชร์ที่กินที่ใช้ไปตามระเบียบ”

 

                        เขาแจกแจงร่ายยาวหลังจากปล่อยให้หญิงสาวเข้าใจผิดอยู่นาน แต่สิ่งที่รับรู้นั้นกลับทำให้เอมอรไม่สบายใจ แถมอึดอัดขึ้นกว่าเดิม แล้วหญิงสาวก็ตัวเกร็ง เมื่อจู่ๆ คนที่อยู่ชิดเพียงลมหายใจกั้นก็รวบเอวเธอเข้าไปชิดอย่างถือวิสาสะ จากนั้นก็ก้มหน้าลงมาหา ดวงตาคมหวานที่ล้อมรอบด้วยขนตาดกหนามีนัยแปลกๆ แฝงความเจ้าเล่ห์ระยับ ทำให้คนตัวเล็กที่ตกอยู่ในอ้อมกอดเขาเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาอีกหน

 

                        “จะทำอะไรน่ะ?”

 

                        ถามเขาเสียงสั่นเมื่อจมูกโด่งจะชนจมูกตนอยู่แล้ว แต่ก็จนใจจะเขยิบหนีไปไหนได้ เพราะเขาใช้สองแขนและร่างโตๆ ตรึงเธอให้อยู่ตรงนั้น เอมอรจึงทำได้เพียงส่งสายตาตำหนิตัดพ้อใส่ผู้ชายจอมจาบจ้วง

 

                        “ไหนๆ ก็ใส่ชุดนี้แล้ว ไปว่ายน้ำกันหน่อยดีไหม คุณก็เห็นว่าผมเองก็อยู่ในชุดว่ายน้ำเหมือนกัน”

 

                        จบคำพูดนั้นหญิงสาวก็เม้มปากแน่น สะกดกลั้นหัวใจที่เต้นระทึกแปลกๆ บังคับสายตาไม่ให้มองร่างแข็งแรงสมบูรณ์สมชายชาตรี แมทธิว เลอร์วาร์ดนั้นหวานแค่ใบหน้า แต่ร่างกายเขากลับทรงพลังแข็งแกร่งปานหินผา ยิ่งอยู่ใกล้กันแบบนี้ เขาสามารถทำให้เธอรู้สึกว่าพื้นเรือโคลงเคลงโดยไม่ต้องทำอะไรเลยสักนิดเดียว

 

                        “ฉ...ฉะ...ฉันว่ายน้ำไม่เป็นหรอก เชิญคุณลงไปเล่นคนเดียวตามสบายเถอะ”

 

                        บอกพร้อมบุ้ยใบ้ไปทางทะเล แล้วก็หน้าร้อนผ่าว เมื่อเขาหรี่ตามอง สักพักก็เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างอัศจรรย์ใจ

 

                        “ว่ายน้ำไม่เป็น แล้วใส่บิกินีออกมาทำไม?”

 

                        “ฉัน...”

 

                        “ตอบมาเร็วๆ สิ”

 

                        จบคำถามเร่งเร้านั้น หญิงสาวก็แทบจะเป็นลม เพราะคนฉวยโอกาสไม่ถามอย่างเดียว แต่ยังใช้นิ้วโป้งคลึงวนไปมาที่เอวบางของเธอเล่น ราวกับว่าคุ้นเคยกับร่างกายเธอมานานแรมปี เอมอรเม้มปากแน่น มองเขานัยน์ตากร้าว จะด่าก็ไม่ถนัดนัก เนื่องจากตนอยู่ในลักษณะเสียเปรียบ จึงได้แต่เชิดหน้าขึ้น

 

                        “มาทะเลก็ต้องพกมาด้วยสิคะ ที่โรงแรมกาสิโนบนฝั่งของคุณก็มีทะเล และถ้าสระน้ำชั้นบนสุดของเรือนี้ บริเวณขอบสระไม่ลึกนัก ฉันก็อาจได้ลงไปใช้บริการบ้าง”

 

                        หญิงสาวหมายถึงสระว่ายน้ำบนเรือของเขาที่มีทั้งสวนน้ำและสไลเดอร์ หากก็ต้องเม้มปากแน่น เมื่อเขาขมวดคิ้ว สายตายังคงจ้องจับผิดกัน

 

                        “แต่ตรงระเบียงนี้ไม่มีสระว่ายน้ำนี่ครับ คุณใส่บิกินีออกมาทำไม”

 

                        “ฉันจะมาอาบแดด!” ที่สุดก็สารภาพหน้าแดงก่ำเพราะทนสายตาพินิจรู้ทันไม่ไหว

 

                        “แต่ผมไม่อยากให้คุณอาบแดด ผิวคุณเป็นแบบนี้ก็สวยดีอยู่แล้ว”

 

                        คำพูดพร้อมสายตาที่กวาดไปทั่วร่าง และมาหยุดที่ใบหน้าอย่างอ้อยอิ่งนั้น ทำให้แก้มนวลเริ่มร้อนอีกหน ทำไมเขาต้องเซ้าซี้และทำเหมือนกำลังพึงพอใจเธออยู่นะ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นต่อหน้าฝูงชนเยอะๆ เขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าพึงพอใจในตัวปาหนันมากแค่ไหน

 

                        ‘อ๋อ! คงคิดสินะว่าเธอเป็นผู้หญิงใกล้ตัว พอคนอื่นไม่รู้ไม่เห็นจะทำอะไรกับเธอก็ได้

 

                        เชอะ! ไม่มีทางที่เอมอรจะยอมให้เขาหลอกล่อเหมือนเป็นตัวตลกหรอก ยังไงก็จะไม่ยอมอยู่เพนต์เฮาส์เดียวกับเขาแน่นอน คิดได้ดังนั้นก็แหงนหน้าขึ้น มองตาคมที่ออกหวาน แค่สบตากับใบหน้าที่หล่อไปทางสวยปานปวงเทพตกลงมาจากสรวงสวรรค์เท่านั้นก็อึกอัก เห็นเขาเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม ก็พยายามขยับลิ้นที่เป็นอัมพาตไปชั่วขณะ เพื่อหาเสียงของตัวเอง เมื่อแน่ใจว่ามันยังใช้การได้อยู่ จึงค่อยๆ เปล่งออกมา

 

                        “ฉันไม่ขอแบ่งปันห้องกับคุณดีกว่าค่ะ พี่เลี้ยงของฉันพักอยู่ชั้นล่าง ฉันจะไปนอนกับเขา”

 

                        “นั่นไม่ใช่นโยบายของบริษัท!

 

                        เสียงเด็ดขาดที่เหมือนกันเดี๊ยะกับบัตเลอร์ลิซ่า ทำให้เอมอรเม้มปากแน่น

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

กับดักพรหมจรรย์ นิยายวางแผงแล้วนะคะ
ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในแบบของรูปเล่ม ราคาปก 289 บาท
สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

หาหนังสือไม่พบแจ้งพนักงาน

หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ได้ที่
http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=70

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น