กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 (1) เหตุไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

บทที่ 1 (1) เหตุไม่คาดฝัน

                        ลังจากสิ้นสุดการแคสติ้งที่กินเวลานานแสนนาน อย่างน้อยก็สำหรับเธอแหละ เอมอรก็ต้องมานั่งบีบมือเหงื่อหยดติ๋งให้กับเวลาที่แสนจะอึดอัด หญิงสาวอยากหนีแต่ก็เกรงพวกบอดี้การ์ด เธอไม่เคยเป็นเพื่อนกับพวกเจ้าพ่อ และพึ่งได้รู้ซึ้งว่าการมีปัญหากับเจ้าพ่อ แค่เถียงกันนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น มันก็ทำให้ต้องตกที่นั่งลำบาก พวกนั้นจงใจเขยิบมาใกล้เธอเพื่อคุมเชิง และพร้อมที่จะเข้ามาทำอะไรกับเธอก็ได้ หากว่าเอมอรลุกยืนขึ้นแล้วขัดคำสั่งนายเหนือหัวของเขา ห้องทั้งห้องเงียบกริบ น่าอึดอัดชะมัด กระทั่งเสียงของเขาดังขึ้น ปรายหางตาก็เห็นเงาของเทพบุตรสุดแสนร้ายเดินไปยังโต๊ะกรรมการ ก่อนหย่อนสะโพกลงตรงมุมโต๊ะที่รังสิมัน เลอร์วาร์ด ลูกพี่ลูกน้องของเขานั่งอยู่

 

                        “ผมขอสรุปเลยแล้วกัน ไม่อยากเสียเวลามาก คนที่สวมบทบาทเป็นพนักงานต้อนรับบนเรือกาสิโนขอเป็นคนโน้นนะ”

 

                        เชอะ ชี้นิ้วอย่างกับว่าตัวเองกำลังเลือกสินค้าในร้านหรูๆ ที่มีพนักงานคอยตามปูพรมรองมือรองเท้าตามไปทุกย่างก้าวของตัวเองอย่างนั้นแหละ

 

                        เอมอรแอบค่อนขอดในใจ เมื่อเขาชี้นิ้วไปยังสตรีคนหนึ่งที่มาแคสติ้ง โดยไม่ยอมเรียกชื่อของเจ้าหล่อน แล้วต่อมาก็ต้องตัวแข็ง ร้องอึกๆ อักๆ ในลำคอ เมื่อเสียงคนเอาแต่ใจ เจ้าบงการดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

                        “ส่วนคนที่จะเล่นเป็นเพื่อนของนางเอก ขอเป็นคนนั้นแล้วกัน”

 

                        คำว่าคนนั้นและสายตาที่พุ่งตรงมายังเอมอร ทำให้หญิงสาวทำตาปริบๆ แล้วก็เม้มปากแน่น เมื่อเขาจ้องเธออย่างหงุดหงิด พร้อมกับเสียงห้าวที่ค้านขึ้น

 

                        “แต่สุภาพสตรีคนนั้นแทบไม่ได้แคสติ้งอะไรเลยนะแมทธิว นายไม่เข้าใจการทำงานแบบนี้เลยสักนิด อย่างน้อยหล่อนต้องทำอะไรให้พวกเราดูบ้าง เพื่อเป็นการยืนยันว่า พอถึงเวลาทำงานจริงๆ หล่อนจะไม่ทำให้ทีมงานและนักแสดงทุกคนต้องเสียเวลา”

 

                        “ไม่จำเป็น บทที่ฉันเลือกให้หล่อน ไม่ต้องพูด ไม่ต้องออกท่าทาง คนเล่นบทนี้แค่นั่งเฉยๆ หันหลังให้กล้อง มือจับแก้วน้ำเท่านั้น ตากล้องต่างหากล่ะ ที่ต้องพยายามจับภาพให้ดูดี บทบาทนี้ขอแค่มีช่วงขาเรียวสวย ผมดำเงางามดูสุขภาพดีแข็งแรง มือเรียวขาวสะอาดก็พอ และที่สังเกตดูผู้หญิงคนนี้ก็มีครบทุกอย่าง”

 

                        “ก็ตามใจนาย” รังสิมันเอ่ยช้าๆ เสียงเนือยๆ ก่อนจะผายมือทั้งสองข้างออก บ่ากว้างยกขึ้นเล็กน้อยอย่างสง่างาม ก่อนที่ดวงตาคมเข้มจะจ้องไปยังญาติผู้น้อง ดวงตาดำใหญ่แกมดุหน่อยๆ เปล่งประกายท้าทายแฝงเร้น

 

                        “ก็งานนี้มันกาสิโนของนายนี่ เลอร์วาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างฉันมีหน้าที่แค่ทำให้นายพอใจกับงานบริการเท่านั้น”

 

                        จบเสียงนั้นก็มีเสียงฮึ่มๆ ดังออกมาจากลำคอของแมทธิว บ่ากว้างยกขึ้นด้วยมาดยโสไม่ยี่หระ

 

                        “งั้นมาต่อกัน คนสุดท้ายที่จะมาเป็นนางเอกของโฆษณาชิ้นนี้...”

 

                        แมทธิวเอ่ยแล้วทิ้งช่วง ใบหน้าสวยเกินชายขัดกับฉายามาเฟียหันไปจ้องสาวเซ็กซี่เย้ายวนที่เป็นตัวเก็งอย่างหมายมาด แล้วเปล่งเสียงออกมาช้าๆ ชัดๆ

 

                        “สำหรับนางเอกโฆษณาชิ้นนี้ ฉันขอเลือกคุณปาหนันแล้วกัน เพราะเธอดูดีเหมาะสมกับงานนี้ทุกประการ”

 

                        จบคำตัดสินนั้นก็มีเสียงถอนใจ หลายคนเข้ามาแสดงความยินดีกับนางเอกโฆษณาชิ้นนี้ เอมอรรีบลุกขึ้นชะเง้อคอหาปรียานุชเป็นอันดับแรก แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อพนักงานในสตูดิโอหอบกระเป๋าเสื้อผ้ามาให้เธอ พร้อมกับจดหมายฉบับเล็ก

 

                        “พี่นุชฝากมาให้ครับ อ้อ...อีกอย่าง ชุดที่ทำการแคสติ้งในวันนี้ ทางบริษัทยกให้คุณเลย”

 

                        “ขอบคุณค่ะ”

 

                        พนักงานที่คุ้นกันดีกับปรียานุชเจ้าของโมเดลลิงยิ้มให้อย่างสุภาพ หลังจากนั้นก็เดินกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ หญิงสาวรีบเอากระเป๋าใบโตคล้องไหล่ นิ้วเรียวดุจลำเทียนรีบเปิดจดหมายอ่าน

 

                       

 

                        ยินดีด้วยนะจ๊ะที่ได้งาน ถึงไม่ได้เป็นนางเอกโฆษณาแต่ค่าตอบแทนก็ใช่น้อยเลย ถ้าเอาเงินที่ได้จากงานนี้ รวมกับจ็อบพิเศษงานแสดงโชว์ตัวต่างๆ ก็น่าจะรวบรวมเงินทันเวลาที่จะส่งเด็กเหลวไหลนั่นเรียนมหาวิทยาลัยอินเตอร์ได้ ยังไงพี่ต้องขอโทษด้วย ที่วันนี้ไปส่งอรไม่ได้ ทางโรงเรียนเพิ่งโทรมาแจ้งว่า ตาป๋อมไม่สบายจ้ะ พี่เลยต้องรีบพาลูกไปหาหมอ

 

                       

 

                        เอมอรพับจดหมายนั้นแล้วถอนใจ หันไปเห็นปาหนันกำลังยิ้มหวานเยิ้ม ประสานสายตากับแมทธิว เลอร์วาร์ดนัยน์ตาหวานระยับ ความรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสียเล็กๆ ก็พุ่งเข้าสู่หัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พยายามสลัดความรู้สึกบ้าๆ นั้นออกไป จากนั้นก็จากทุกคนไปโดยไม่อำลา

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        ถโรลส์รอยซ์สีดำมันปลาบค่อยๆ ชะลอลงตรงป้ายรถเมล์ ทำให้ร่างบางของสตรีที่ผูกผมหางม้าเขยิบกายหนี คิ้วโก่งได้รูปสวยขมวดเข้าหากัน เมื่อรถราคาแพงลิบลิ่วเคลื่อนตามย่างเท้าของเธอมาเรื่อยๆ แถมยังบีบแตรใส่กันอีกต่างหาก เอมอรเริ่มหันซ้ายแลขวาดูว่ารถคันนี้มารับใครกันแน่ แล้วก็ตกใจเมื่อรถเก๋งสีดำอีกสามคันที่ติดฟิล์มหนาทึบจี้ก้นมาติดๆ และก่อนที่คนรอรถเมล์แถวนั้นจะร้องด่าเข้าให้ กระจกรถที่มีราคาแพงหูฉี่ก็เลื่อนลงช้าๆ

 

                        “คุณนั่นแหละ ขึ้นมาสิ เดี๋ยวจะไปส่ง”

 

                        สิ้นเสียงบงการอย่างอวดดีนั้น นัยน์ตากลมโตก็เบิ่งกว้าง จ้องคนสั่งอย่างงงๆ

 

                        “ขึ้นรถสิเอมอร คุณคงไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครมากไปกว่านี้ใช่ไหม และคงไม่อยากให้ใครมาตะโกนด่า เพราะตัวเองเป็นต้นเหตุให้รถมันติดหรอกนะ”

 

                        “แต่ดิฉัน...” ค้านได้เท่านั้นหญิงสาวก็หน้าเลิ่กลั่ก เมื่อบุรุษร่างใหญ่สวมแจ็กเก็ตสีดำลงมาจากรถคันที่อยู่ด้านหลัง แค่เขามองผ่านแว่นกันแดดอันโตเท่านั้น หญิงสาวก็ถลาเข้าไปในรถโรลส์รอยซ์ที่เปิดประตูรออยู่ทันที หญิงสาวตัวแข็งเมื่อสัมผัสกระไอเย็นฉ่ำของรถหรู มันหอมสะอาดไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ให้สูดดมชวนอึดอัดจมูกแม้แต่น้อย

 

                        “จะไปไหน?”

 

                        คนที่นั่งอีกฟากถามขึ้นโดยไม่หันมามอง สายตาของเขามุ่งตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะเหลือบมาเพียงหางตา

 

                        “ส่งดิฉันลงตรงป้ายข้างหน้าก็ได้ค่ะ”

 

                        “ผมไม่รับใครขึ้นรถโดยไม่ส่งให้ถึงจุดหมาย จะไปไหนก็รีบบอกมา จะถึงสี่แยกแล้ว คนขับรถของผมคงไม่ชอบแน่ ถ้าต้องเลี้ยวรถฉุกเฉิน”

 

                        เสียงกังวานที่กระจายอำนาจไปทั่วจนอัดแน่นคันรถนั้น ทำให้เอมอรชักอึดอัด รู้ซึ้งแล้วบัดนี้เองว่า แมทธิว เลอร์วาร์ดไม่ได้หวานเหมือนใบหน้าเลย เขาดุดัน ชอบบงการ แล้วเธอก็กำลังกลัวเขา หรือพูดให้ถูกก็คือกลัวมือปืนของเขามากกว่า ชีวิตของเอมอรไม่เคยเผชิญหน้ากับอะไรแบบนี้เลย

 

                        “งั้นเลี้ยวขวา แล้วจอดที่ป้ายถัดไปก็ได้ค่ะ”

 

                        บอกเบาๆ ได้ยินเสียงแจ็กเก็ตหนังเสียดสีกัน แล้วก็ตาค้างเมื่อเขาหันมาจ้องเธอ แต่เป็นการจ้องแบบดุๆ

 

                        “คุณไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะลงป้ายรถเมล์ข้างหน้ามาก่อนนี่นาเอมอร และคุณก็น่าจะได้ยินแล้วว่า ผมจะไม่รับใครขึ้นรถโดยไม่ส่งให้ถึงจุดหมายเป็นอันขาด”

 

                        “ไม่เป็นไรมิได้คะ ฉันขอลงป้ายหน้าดีกว่า ไม่ต้องการคนไปส่ง และจะสะดวกกว่านี้ ถ้าหากได้เดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนทุกๆ วัน”

 

                        เอ่ยไปเบาๆ พยายามสุภาพที่สุด โอบแขนกอดตัวเองเงียบๆ เมื่อเขาจ้องมาอย่างไม่สบอารมณ์

 

                        “ผมจะไม่ยอมทำอะไรผิดแผนที่ตั้งใจไว้หรอก บอกที่อยู่ของคุณมา ว่าจะไปลงที่ไหน ตอนอยู่ที่สตูดิโอคุณน่าจะได้ยินแล้วว่าผมรีบ ต้องกลับไปสะสางงาน”

 

                        เห็นท่าทางบ่งชัดว่าเขาไม่ยอมแน่ เอมอรจึงพึมพำบอกทางเบาๆ พอจบก็เห็นเขาถอนใจ พยักหน้าไปทางคนขับรถ ไม่นานรถราคาแพงที่ให้ความรู้สึกเบาเหมือนนั่งเครื่องบินก็ขับไปด้วยความเร็วสูง เพื่อพาเธอไปลงยังจุดหมาย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น