กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 19 : บทที่ 6 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

บทที่ (3)

                        ร่างโปรงบางที่อยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อน ผูกด้วยผ้าคาดเอวสีเดียวกันอย่างประณีต และรองเท้าส้นสูงสีขาวที่รับกับข้อเท้าเล็กนวลเนียนเกลี้ยงเกลา ทำให้ผู้สวมใส่ดูสวยงามไปทุกกระเบียดนิ้ว อีกทั้งยังน่าทะนุถนอมและเป็นผู้ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้อาภรณ์ที่สวมอยู่จะราคาไม่กี่ร้อยบาท มีขายตามท้องตลาดทั่วไปก็ตาม

 

                        แค่เพียงสาวสวยก้าวเข้าไปในห้องอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ที่ทางเรือสำราญจัดไว้รับรองลูกค้าเท่านั้น เอมอรก็เกิดอาการลังเลเคว้งคว้างไม่รู้จะไปนั่งตรงไหนดี เพราะพี่เงาะที่ปรียานุชฝากฝังเธอเอาไว้ไม่ได้อยู่ในห้องนี้เสียแล้ว ขณะที่กำลังหมุนกายหันซ้ายแลขวาอยู่นั้นก็นิ่งขึงเมื่อมีเสียงทักเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆ

 

                        “มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับคุณ...”

 

                        เสียงที่หยุดลงทันควันเหมือนไม่รู้จะเรียกเธอว่าอะไรดีนั้น ทำให้หญิงสาวรีบหันไป

 

                        “ฉ...ฉะ...ฉัน...”

 

                        เอ่ยอย่างลังเลให้กับบุรุษต่างชาติหน้าตาคมเข้ม มองเขาอย่างชั่งใจว่าจะผูกมิตรหรือแนะนำตัวดีไหม แล้วก็ได้รับรอยยิ้มอบอุ่นจากหนุ่มผิวสีมะกอก หน้าเรียวยาวโครงกระดูกสวยสมส่วน ดวงตาคมกริบดูมีเสน่ห์ลึกลับ ปากเขาดูเร่าร้อนแฝงความเซ็กซี่ ลักษณะเป็นบุรุษแถบเมดิเตอร์เรเนียนที่อยู่กับสายลม แสงตะวัน และท้องทะเลมานาน

 

                        “ผมลูคัส เอลลาซิล ลูเกครับ เห็นคุณเมียงๆ มองๆ เหมือนต้องการความช่วยเหลือ ไม่ทราบว่าพอมีอะไรที่ผมพอจะช่วยคุณบ้างได้ไหม ซินญอริต้า...”

 

                        เสียงถามสุภาพและสายตาที่จ้องนิ่งอย่างรอคอยว่าจะให้เขาเรียกเอมอรว่าอะไรดีนั้น ทำให้หญิงสาวต้องยิ้มตอบ เมื่อเขามองมาอย่างสุภาพและวิงวอนนิดๆ

 

                        “เอ่อ...เรียกฉันว่าอรก็ได้ค่ะ หากบอกชื่อเต็มไป กลัวว่าคุณจะจำลำบาก”

 

                        “ออน” เสียงทวนพร้อมจ้องหน้าเธอหน้ายุ่งๆ ติดจะงงๆ ก่อนภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆ จะดังมาอีกครั้ง

 

                        “ออนที่แปลว่าข้างบนน่ะหรือครับ” ลูคัสถามเสียงประหลาดใจ ยิ้มกว้างพยักหน้าหงึกๆ มองเอมอรตาพราวระริก “เหมาะสมดีแล้ว ข้างบน คนอยู่ข้างบนได้ก็มีแต่นางฟ้าเท่านั้น จริงไหมครับ?”

 

                        ลูคัสกล่าวเสียงยั่วเย้าถือสนิท จ้องเอมอรสายตาชื่นชมเปิดเผย ทำให้หญิงสาวยิ้มเจื่อน

 

                        “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ออนข้างบน แต่อรคำนี้มาจากเอมอร ซึ่งมีความหมายว่างดงามอ่อนหวานประมาณสวีตหรือบิวตี้ฟูลอะไรแบบนี้น่ะค่ะ” หญิงสาวรีบแก้ แต่ดูสิเขายังไม่เลิกยิ้ม

 

                        “พ่อกับแม่คุณเลือกชื่อได้เหมาะสมกับลูกสาวมาก สวยหวานสมกับความหมายที่ติดมาจริงๆ

 

                        ลูคัสยังไม่หยุดชื่นชม มุมปากหยักลึกกระตุกน้อยๆ อย่างชอบใจ แล้วก็ทำหน้ายุ่ง

 

                        “แต่ยังไงก็เถอะ ชื่อภาษาไทยออกเสียงยากมากครับ ผมขออนุญาตเรียกคุณว่าแองจี้ก็แล้วกัน เพราะแองจี้ก็สวยงามอ่อนหวานไร้ที่ติไม่ต่างจากชื่อในความหมายภาษาไทยของคุณ สวยงามอย่างนางฟ้า แองจี้...”

 

                        “เอ่อ...คงไม่เหมาะ...”

 

                        พึมพำอย่างลังเล มองร่างสมาร์ตที่สูงลิบ สูงพอๆ กับใครบางคนที่ชอบทำให้เธอโมโหอารมณ์แปรปรวนบ่อยๆ เห็นเขากวาดตามองไปรอบๆ แล้วก็หันกลับมาคุยกับเธออีกครั้ง

 

                        “ว่าแต่แองจี้มากับใครหรือครับ?”

 

                        คำถามนั้นทำให้เอมอรเม้มปาก เธอเพิ่งท้วงไปแหม็บๆ ไม่ให้เขาเรียกชื่อแองจี้แต่เขาก็ยังดันทุรัง ทำระรื่นไม่สนใจเสียงค้าน แต่พอมองรูปร่างหน้าตาที่เป็นฝรั่งจ๋าก็เลยเห็นใจ หยวนๆ ไป จะให้ฝรั่งเรียกชื่อไทยมันก็ยังไงอยู่

 

                        “มาคนเดียวน่ะค่ะ พอดีพี่ที่สนิทกันหนีกลับบ้านไปก่อน นี่ก็เข้ามาเพราะคิดว่าจะเจอพี่อีกคน แต่ไม่รู้ว่าเขานั่งตรงไหน หรือว่าไปรับประทานอาหารที่ร้านอื่นในเรือก็ไม่รู้สิคะ”

 

                        เอ่ยแล้วถอนใจเมื่อมองไม่เห็นใคร การที่ปรียานุชกลับไปก่อนทำให้เธอเคว้งเอาการทีเดียว

 

                        “คนเยอะ อย่าไปหาเลยครับ ไปนั่งโต๊ะเดียวกับผมก็ได้”

 

                        “คือ...ฉัน...”

 

                        “นั่นสิ ไปนั่งโต๊ะเดียวกับลูคัสก็ได้ ผมก็ว่าจะไปนั่งด้วยเหมือนกัน”

 

                        เสียงที่คุ้นเคยของใครบางคนดังมาใกล้ ใกล้เสียจนหญิงสาวอยากวิ่งหนี เพียงแค่ใจแวบนึกถึงเหตุการณ์เฉียดเสียตัวก่อนหน้านี้ ผู้ชายบ้าคนนั้นมีสารพัดวิธีทำให้เธอคล้อยตาม ไม่รังเกียจ เมื่อเขาประชิดตัว ผิดวิสัยเดิมที่ค่อนข้างถือเนื้อถือตัวของเธอนัก และพอหันไปพบสายตาท้าทายประมาณว่า เธอกล้าสู้หน้าเขาหรือเปล่าเท่านั้น หญิงสาวก็คอแข็ง

 

                        “นายรู้จักแองจี้หรือแมทธิว?”

 

                        “เขาชื่อเอมอร” แมทธิวตอบเพื่อนหนุ่มที่เรียนมาด้วยกัน ไม่ชอบใจชื่อฝรั่งที่ลูคัสตั้งให้เอมอรเท่าไร

 

                        “มิสเตอร์เลอร์วาร์ดเป็นนายจ้างของดิฉันค่ะ ฉันเป็นตัวประกอบในงานโฆษณาของเขา ตลกดีไหมคะ ฉันได้งานนี้เพราะผู้ว่าจ้างเห็นว่าผมสวย มือสวย และขาสวย ก็เลยจ้างให้มานั่งโชว์สิ่งเหล่านี้ต่อหน้าประชาชนทั้งโลกเลยค่ะ”

 

                        บอกลูคัสเสียงหวาน เห็นหนุ่มเมดิเตอร์เรเนียนยิ้มกว้างสักพักก็ส่ายศีรษะ

 

                        “ไม่ตลกครับ ถ้าเป็นผม จะไม่เลือกคุณให้ลงจอปรากฏโฉมต่อคนทั้งโลกเด็ดขาด แต่ผมจะเก็บแองจี้ไว้ดูแค่คนเดียว”

 

                        คำชมซึ่งๆ หน้า ทำให้สองแก้มนวลของเอมอรปรากฏริ้วแดงขึ้น แต่ก่อนที่ลูคัสจะพูดอะไรมากกว่านั้น เสียงห้าวของคนขวางโลกอีกคนก็ดังมา

 

                        “ดูท่าว่านายกับลูกจ้างของฉันคงมีอะไรคุยกันอีกยาว พาหล่อนไปที่โต๊ะของเราสิลูคัส ยืนอยู่ตรงนี้มีแต่ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คน ไหนนายบ่นว่าไม่ชอบพวกนักข่าวที่แฝงตัวมากับกองถ่ายไง เมื่อกลางวันนายยังโมโหที่นักข่าวพวกนั้นแอบถ่ายภาพนายตอนจีบเซเลบของเมืองไทยอยู่เลย”

 

                        แมทธิวเอ่ยจบก็กระตุกยิ้มให้เพื่อนหนุ่ม แล้วเดินหนีเอาดื้อๆ ลูคัสหันไปยิ้มให้เอมอรหน้าเจื่อน สักพักก็ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือหนาผายไปข้างหน้า โค้งให้อย่างสุภาพ

 

                        “เชิญที่โต๊ะของพวกเราเถอะครับแองจี้”

 

                        คำเชิญนั้นทำให้เอมอรลังเล แต่พอหันไปเห็นสายตาหยันๆ ของแมทธิว ซึ่งไปนั่งรออยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วก็โมโห เลยเชิดหน้าใส่ เดินเคียงคู่ไปกับลูคัส และพอไปที่โต๊ะได้ก็หน้าตาเลิ่กลั่ก เมื่อลูคัสหันไปคุยกับแมทธิว

 

                        “ฝากแองจี้สักเดี๋ยวนะแมทธิว ฉันไปหาอะไรเบาๆ มาเสิร์ฟผู้หญิงที่สวยที่สุดในคืนนี้ก่อน”

 

                        คำหยอดที่เอมอรคิดว่าเกินจริงเรียกอาการหน้าแดงได้ไม่น้อย เมื่อเขาพูดต่อหน้าคนที่นั่งหน้าขรึมฝั่งตรงข้าม

 

                        “ไปเถอะ ฉันจะนั่งเฝ้าหล่อนอยู่ตรงนี้แหละ รับรองว่านายกลับมาอีกที สุภาพสตรีคนนี้ยังอยู่แน่นอน”

 

                        “ขอบใจมากแมทธิว แต่ฉันไปไม่นาน”

 

                        ลูคัสเอ่ยเท่านั้นก็หันกลับมายิ้มนุ่มให้เอมอร ทิ้งสายตาพราวระยับชื่นชมเหมือนจะเก็บใบหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วจากไป ทิ้งให้หญิงสาวต้องทนอึดอัดอยู่กับคนที่หน้าขรึมตีหน้ายักษ์ใส่มากขึ้น

 

                        “ถ้าอึดอัดที่จะต้องนั่งเฝ้าฉัน จะไปหาปาหนันนางเอกของคุณก็ได้นะคะ ถึงคุณจะอยู่หรือไม่อยู่ ฉันก็ต้องรอลูคัสอยู่ดี” หญิงสาวตวัดเสียงห้วนใส่ เมื่อเขาทำหน้าเหมือนจะกินเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นอีกฝ่ายไหวไหล่ ยกบรั่นดีขึ้นจิบไม่สนใจสิ่งที่เธอพูด

 

                        “เราสองคนเป็นอะไรกัน?”

 

                        “ไม่นี่คะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” ตอบไปเท่านั้นก็เห็นเขาขบกรามกรอด มองเธอตาขุ่นเขียว

 

                        “เราตกลงเป็นแฟนกัน และผมสั่งให้คุณทำตัวให้เหมาะสม แค่กินข้าวด้วยกันน่ะได้ แต่อย่าทำอย่างอื่น”

 

                        “ไม่นะคะ คุณพูดเองเออเองไปคนเดียว ฉันไม่ได้ตกลงอะไรกับคุณเลย”

 

                        “อย่ากวนโมโห ผมยังไม่เคยบอกให้ใครมาเป็นแฟน และถ้าคุณตุกติก ผมไม่ยอมแน่”

 

                        เสียงข่มขู่และมือที่กระแทกแก้วบรั่นดีดังกึก ทำให้เอมอรเสียวสันหลังแปลกๆ ขบริมฝีปากเข้าหากันเมื่อเขากระตุกมุมปากหยัน หันไปมองร่างสูงของลูคัสด้วยสายตาเยาะเย้ย

 

                        “คนบ้าคุณเมาแล้ว พูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหม”

 

                        “แล้วคุณล่ะอร รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่” แมทธิวย้อนสุ้มเสียงเหมือนเอมอรทำผิดเหลือแสน “จะบอกอะไรให้เบบี๋ ลูคัสน่ะไม่แตกต่างไปจากผมเท่าไรหรอก เขาทำท่าหลงใหลคลั่งไคล้คุณเพราะอยากให้ความสัมพันธ์มันจบลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว และถ้าเขาทำสำเร็จภายในคืนนี้ เช้ามาลูคัสก็จะวางของมีค่าอะไรสักอย่างให้คุณบนหัวเตียง แต่ที่แย่ไปกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ ลูคัสมีเจ้าของแล้ว เขามีคู่หมั้นที่ทางครอบครัวคัดสรรมาให้ตั้งแต่ยังแบเบาะ หล่อนชื่อเจโร สวยรวยสมบูรณ์แบบ ไม่มีคุณสมบัติใดที่ต้องถูกคัดตัวออกจากการเป็นเจ้าสาวเลย และคุณก็ไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวของเจโรด้วย”

 

                        แมทธิวเอ่ยยิ้มเย้ยอย่างน่าตบ พอโดนดูถูกมากเข้า เอมอรก็เชิดหน้าขึ้น จ้องเขาอย่างท้าทายบ้าง

 

                        “บางครั้งผู้ชายที่ดูเหมือนยากไปเสียหมดก็เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของสาวๆ ได้เหมือนกันนะคะ คุณไม่เคยได้ยินหรือไง ว่าอะไรที่มีป้ายแขวนเอาไว้มักเย้ายวนเสมอ ยิ่งรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังแบบนี้ ฉันเองก็อยากจะพิสูจน์เหมือนกัน ว่าตัวเองน่ะจะเทียบกับผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นของเขาได้ไหม อย่าเพิ่งสบประมาทฝีมือฉันสิคะ ตัวคุณที่ว่าแน่ยังต้องมานั่งหน้าแดงก่ำเพราะกำลังหึงหวงฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็เห็นดวงตาที่หวานเป็นนิจสว่างวาบ และก่อนที่เขาจะพูดอะไรมากกว่านั้น ลูคัสก็เดินมาเสียแล้ว แมทธิวลอบมองเพื่อนด้วยความหมั่นไส้เป็นครั้งแรก รู้สึกว่าลูคัสเสแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษสุดแสนดีจนเกินเหตุ

 

                        “นี่ครับแองจี้ แซลมอนรมควัน เบคอน ฮอตดอก ส่วนน้ำซุปผมใช้ให้บอดี้การ์ดของแมทธิวยกตามมาให้แล้ว”

 

                        “ขอบคุณมากค่ะ”

 

                        เอมอรกล่าวยิ้มๆ มองมือสีแทนของลูคัสที่เช็ดส้อมและมีดให้ตนอย่างขอบคุณ พยายามไม่สนใจกับคนตรงข้ามที่ชอบทำให้เธออารมณ์เสีย

 

                        “เชิญตามสบายนะ ฉันเฝ้าหล่อนให้นายแล้ว ขอลงไปตรวจความเรียบร้อยที่กาสิโนคลับซะหน่อย”

 

                        แมทธิวเอ่ยเท่านั้นก็ลุกจากไปไม่มีท่าทีแยแสเอมอรอีก ซึ่งหญิงสาวก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไงกับท่าทางไม่อยากจะตอแยเธออีกต่อไปแล้ว

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

กับดักพรหมจรรย์ นิยายวางแผงแล้วนะคะ
ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในแบบของรูปเล่ม ราคาปก 289 บาท
สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

หาหนังสือไม่พบแจ้งพนักงาน

หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ได้ที่
http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=70

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น

  1. #554 สาวน้อยผู้ร่าเริง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 22:14
    สนุกมากกกค่ะ สะใจ(คุณแมท)เบาๆ ติดตามค่ะ
    #554
    0
  2. #523 Iread (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 21:37
    ขอบคุณค่ะ
    #523
    0
  3. #258 peet2003 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2554 / 12:52

    ม่ายเป็นไรค่ะ พี่แก้ว เข้าใจค่ะ เพราะว่าปายซื้อมาอ่านแล้วค่ะ เรื่องของเรื่องคือ ลืมไปเสียสนิทเลยค่ะ ไม่เป็นไรนะค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าก้อได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    #258
    0