กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 14 : บทที่ 5 (1) อย่าให้ใครรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

บทที่ 5 (1) อย่าให้ใครรู้

                        บหน้าเรียวรูปไข่สะบัดไปมา แล้วก็สูดปากร้องโอดโอยเมื่อมือของใครบางคนกดนวดวนอยู่แถวๆ มุมปาก ดวงตาที่ล้อมรอบด้วยขนตายาวเฟื้อยลืมขึ้นช้าๆ แล้วก็ผงะหนี เมื่อพบว่าเป็นฝีมือใคร

 

                        “คุณเข้ามาทำไม?”

 

                        ถามออกไปอย่างตกใจ ขยับกายดิ้น เมื่อเขากดบ่าไม่ยอมให้เธอไปไหน แถมยังส่งสายตาดุๆ มาให้อีก

 

                        “อย่าดิ้นสิ กำลังทาแผลให้”

 

                        คำพูดนั้นทำให้เอมอรยิ่งหน้าตึง จ้องเขาอย่างขัดเคือง

 

                        “แฟนคุณไม่กล้ามาขอโทษฉันด้วยตัวเองหรือคะ คุณถึงมาทำหน้าที่แทน ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แผลแค่นี้ไกลหัวใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็หายแล้ว แต่ถึงจะไม่หายก็ไม่เป็นไรอยู่ดี เพราะงานของฉันมันไม่ได้โชว์หน้าตานี่คะ เป็นแค่ตัวประกอบก็ต้องอดทน!

 

                        เอ่ยจบก็พลิกกายหันหลังให้อีกฝ่าย เมื่อรู้ว่าเขาไม่ไปไหนแน่ มือบางกำผ้าห่มแน่น ตัวเกร็งพยายามขืนตัวหนี เมื่อมือหนาวางลงมาที่ไหล่ ดึงให้หญิงสาวหันกลับไปเผชิญหน้ากันอีกหน

 

                        “ต่อว่าพอหรือยัง ถ้าพอแล้วก็ทำแผลต่อ ถึงไม่ใช้ใบหน้าทำงาน แต่ถ้านอนระบมทั้งคืนแบบนี้คงไม่ไหวแน่ ยานี้ดีมากนะ ทาเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว กลับไปกินผักจิ้มน้ำพริกได้สบาย”

 

                        “บนเรือคุณไม่มีน้ำพริกหรอกค่ะ”

 

                        หญิงสาวอ้อมแอ้มเมื่อขืนตัวสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ ต้องหันไปเผชิญหน้ากันอีกหน

 

                        “แล้วจะกินไหมล่ะน้ำพริก ถึงไม่มีในรายการอาหาร ก็สั่งเขาให้ทำได้”

 

                        “ไม่ค่ะ”

 

                        หญิงสาวรีบปฏิเสธ หลุบตาลงมองแค่เสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย ซึ่งปลดกระดุมลงมาถึงสามเม็ด หน้านวลแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นไรขนสีน้ำตาลอ่อนเรียงตัวกันเป็นระเบียบเหนือผิวขาวผ่องตึงแน่นของเขา ใจที่เต้นโครมครามนั้นทำให้เจ้าตัวต้องสูดลมหายใจเข้าปอดเยอะๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี จ้องไปยังหลอดยาในมือเขาแทน

 

                        “ไหนล่ะคะ คุณว่าจะทาแผลให้ดิฉัน เชิญเลยค่ะ”

 

                        “ว้า เป็นงานเป็นการจัง ทั้งที่เราอุตส่าห์มาดูแลตามภาษาเพื่อนร่วมห้องที่ดี”

 

                        เสียงบ่นเหมือนพยายามตีซี้นั้น ทำให้เอมอรเผลอตวัดตามองอย่างหมั่นไส้

 

                        “เรารู้จักกันด้วยเหรอคะ ฉันว่าเราไม่รู้จักกันนะ สังเกตเวลาอยู่นอกห้อง แม้แต่หน้าฉันคุณก็ยังไม่ยอมมองเลย ปล่อยฉันให้อยู่คนเดียวเถอะค่ะ อย่ามายุ่งกับฉันนักเลย แค่นึกภาพตอนปาหนันรู้ว่าฉันพักที่ไหนก็สยองแล้ว มือเขาหนักใช่น้อยเลยนะคะ ฉันไม่อยากเจ็บตัวฟรีอีกครั้ง!

 

                        “ผมกับปาหนัน เราไม่ได้มีอะไรกัน มันก็แค่เรื่องของสังคม เขาเป็นนางเอกโฆษณาให้กับงานของผม ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะควงกันไปไหนมาไหนบ้าง ผมถือว่าเขาเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง เป็นสินค้าของบริษัท”

 

                        “สินค้า! จุดขายหรือคะ?”

 

                        เอมอรมองเขาอย่างตกใจ เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าไม่สะทกสะท้าน จึงครางฮือออกมา

 

                        “ไม่อยากเชื่อเลย ว่าผู้ชายคนหนึ่งจะยกให้ผู้หญิงอีกคนที่มีชีวิตจิตใจเป็นสินค้าได้อย่างชอบธรรม แมทธิวคะ คุณดูแลนางเอกโฆษณาของคุณแบบนี้ทุกคนเลยหรือ คุณให้ความสนิทสนมเหมือนคนที่คบหาดูใจกัน เพราะเขาเป็นจุดขาย ถึงฉันจะไม่ชอบการกระทำหลายอย่างของปาหนันนัก แต่ฉันก็ทนฟังไม่ได้เหมือนกัน ที่ผู้ชายอย่างพวกคุณจะมองว่าเพศตรงข้ามอย่างพวกเราเป็นแค่สินค้าหรือจุดขายเท่านั้น แล้วฉันล่ะคะ ฉันก็เป็นหนึ่งในตัวแสดงนี้เหมือนกัน ฉันถูกรวมเป็นสินค้าและจุดขายของคุณด้วยหรือเปล่า?”

 

                        “คุณไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับงานนี้เลย”

 

                        เสียงหนักๆ และแผ่วในตอนท้าย ทำให้เอมอรอึ้ง ร่างสูงขยับกาย หายใจดังๆ เหมือนหงุดหงิด จึงพยักหน้าช้าๆ

 

                        “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว การโชว์แค่มือ ผิว ขา และผม มันเป็นเรื่องเล็กน้อย ต้อยต่ำจนเกินกว่าที่ใครจะสังเกตได้ อย่างนี้ก็น่าสมเพชปาหนันนะคะ ดูเขาปลื้ม เทิดทูนบูชาคุณเหลือเกิน แต่กลับถูกคุณจำกัดสิทธิ์ให้เป็นแค่สินค้า จุดเด่นทางการตลาดเท่านั้น ฮึ! เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก”

 

                        เสียงประชดของเธอทำให้มหาเศรษฐีใหญ่ตกตะลึงอ้าปากค้าง สักพักก็ยื่นมือมาหาเธอ

 

                        “ไม่เอาน่าเอมอร เรื่องงานกับเรื่องความรู้สึกมันต้องแบ่งแยกจากกันให้เด็ดขาดนะ อย่างที่ผมเคยบอกคุณไปแล้วไง ว่าผมไม่เอาผู้หญิงที่ควงและผู้หญิงที่อยู่บนเตียงมาปะปนกัน”

 

                        “ฟังดูชัดเจนมีหลักการดี แต่คิดให้สมองระเบิดตายยังไง คุณก็ยังเห็นผู้หญิงเป็นพลเมืองชั้นสองอยู่ดี ฉันไม่อยากคุยกับผู้ชายที่ดูถูกผู้หญิงแบบคุณอีกแล้ว”

 

                        เอมอรเสียงแข็งเมื่อรู้ว่าพูดให้ตายเขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนทัศนคติอยู่ดี

 

                        พระเจ้า! หน้าตาก็ดีปานปวงเทพเสกสรร แต่ไฉนใจจึงอำมหิตนัก พูดได้เต็มปากว่าปาหนันคือสินค้า ถ้าปาหนันรู้เข้าจะว่ายังไง ขนาดเธอเป็นผู้หญิงด้วยกันแท้ๆ ยังทนฟังไม่ได้เลย คิดได้แค่นั้นก็ปัดมือหนาออก จ้องเขาตาขุ่นเขียว เมื่ออีกฝ่ายเจ้ากี้เจ้าการจะทายาให้ตนอีกหน

 

                        “อย่ากัดปากสิ มานี่จะทายาให้ ดื้อนักเดี๋ยวคืนนี้ก็นอนปวดทั้งคืนหรอกยาหยี”

 

                        เสียงเอ็ดราวกับหญิงสาวเป็นเด็กห้าขวบทำให้เอมอรหน้างอ เขาไม่รู้จริงๆ หรือว่าเพราะอะไร เอมอรถึงไม่อยากให้เขามายุ่งกับเธอ

 

                        “เอายามาใหม่อีกหลอดสิลิซ่า”

 

                        เสียงสั่งนั้นทำให้หญิงสาวหน้ายุ่ง เมื่อพบว่าไม่ได้อยู่ลำพังกับเขา เห็นลิซ่าค่อยๆ โผล่ออกมาจากมุมห้อง พอเห็นหน้าชัดๆ ก็ตกใจ อีกฝ่ายหน้าซีดตาบวม ยื่นกระปุกยาให้แมทธิวตัวสั่นงันงก แล้วก็เดินตัวลีบกลับไปซุกที่มุมเดิม

 

                        “เดี๋ยวก่อนสิลิซ่า”

 

                        “ค่ะคุณผู้หญิง” ลิซ่าชะโงกหน้าออกมา มองไปทางแมทธิวสายตาหวั่นๆ

 

                        “ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ หน้าซีดจัง?”

 

                        “เอ่อ คือ...”

 

                        ลิซ่าอึกๆ อักๆ ชำเลืองมองแมทธิว แต่พอเขาตวัดสายตาไปจ้องเท่านั้น ก็ละล่ำละลักตอบ

 

                        “สบายดีค่ะ ดิฉันต้องขอโทษคุณผู้หญิงด้วย ที่ไม่ได้เอายามาให้ตั้งแต่แรก”

 

                        เสียงระรัวนั้นทำให้เอมอรขมวดคิ้วมุ่น

 

                        “ยาหรือจ๊ะ ไม่นี่ ฉันไม่อยากได้ยา ถ้าอยากได้ก็เรียกหาลิซ่าแล้วสิจ๊ะ ทำไมต้องทำหน้าจะร้องไห้แบบนั้นด้วย ก็ลิซ่าไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา”

 

                        “ถึงยังไงดิฉันก็ต้องขอโทษที่ไม่ได้มาดูแลคุณผู้หญิงว่าขาดเหลืออะไรบ้าง และต้องการอะไรเป็นพิเศษ”

 

                        “ไม่มีอะไรต้องดูแลหรอกจ้ะ ก็เราสองคนตกลงกันแล้วไง ว่าฉันชอบดูแลตัวเองมากกว่า”

 

                        เอมอรพูดเสียงนุ่มนวล ให้ลิซ่าบรรเทาอาการวิตกและคลายความรู้สึกผิด

 

                        “ว่าแต่ลิซ่าไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ หน้าซีดๆ ตาบวมๆ ยังไงก็ดูแลตัวเองบ้างนะ อย่ามัวแต่คิดจะดูแลฉันนักเลย”

 

                        “เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้เป็นอะไร”

 

                        ลิซ่าเอ่ย ลอบมองแมทธิวอย่างเกรงๆ อีกหน ทำให้หญิงสาวต้องมองเขาอย่างสงสัยบ้าง หรือว่าเขาจะเป็นต้นเหตุให้ลิซ่าออกอาการจิตตกแบบนี้ เห็นผู้หญิงเป็นเพศที่ไม่มีค่าจริงๆ เอมอรเกลียดหน้านัก คิดแล้วก็จ้องเขาหน้าบูดบึ้ง เห็นคนตัวโตที่นั่งอยู่ใกล้ถอนใจ ออกคำสั่งกับลิซ่าเสียงห้วน

 

                        “ไปได้แล้วลิซ่า เย็นนี้บอกพ่อครัวให้ทำอาหารอ่อนๆ ให้คุณผู้หญิงด้วย เดี๋ยวฉันจะดูแลเขาเอง อ้อ อย่าลืมผสมน้ำด้วยล่ะ คนเพิ่งตื่นได้อาบน้ำอุ่น จะได้สดชื่นสบายตัว”

 

                        “ค่ะ” ลิซ่ารับคำหงอยๆ เสียงสั่นๆ เดินตัวลีบจากไปอย่างระมัดระวัง และพอเหลือกันสองคน เอมอรจึงจ้องแมทธิวนิ่ง

 

                        “คุณทำให้ลิซ่าเป็นแบบนี้ใช่ไหม โธ่! ลิซ่าทำงานทั้งวัน ตัวก็เล็กแค่นั้น คุณไปแสดงอำนาจอะไรใส่เขา อาการลิซ่าน่ะ มันไม่ใช่อาการของคนป่วยธรรมดา แต่ดูเหมือนเขาจะตกใจมาก มันเป็นอาการของคนตัวเล็กๆ ที่กำลังหวาดผวากับพวกยักษ์พวกมารชัดๆ

 

                        “ผมเป็นนายจ้างของเขาโดยชอบธรรม จะตักเตือนให้เขารู้จักหน้าที่บ้างก็ไม่เป็นไร” แมทธิวบอกน้ำเสียงเบื่อๆ

 

                        “หน้าที่อะไรล่ะคะ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ไม่มีที่ติ ฉันยังไม่เห็นลิซ่าทำอะไรบกพร่องสักอย่างเดียว”

 

                        เอ่ยแล้วมองไปรอบๆ พอวกกลับมาก็เห็นเจ้าของใบหน้าขาว ตาหวาน ปากแดง จ้องเธอเคืองขุ่น

 

                        “คุณเข้าห้องมา ลิซ่าก็ควรปรากฏตัวถามไถ่ว่าคุณต้องการอะไรบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้นอนหลับทั้งหน้าตาฟกช้ำไม่หายามาให้ทาแบบนี้ ผมเห็นเขาไม่ทำหน้าที่ ก็ต้องดุต้องเอ็ดกันบ้าง ถ้าบอกกล่าวกันไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะอยู่ร่วมกัน”

 

                        แมทธิวเอ่ยเสียงห้วน ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายต้องเอาประเด็นที่พนักงานไม่รู้จักหน้าที่แล้วโดนเขาต่อว่ามาเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นรู้ว่าเขาใส่ใจ คาดโทษต่อคนที่ปรนนิบัติกับเจ้าหล่อนไม่ดี คงปลื้มใจไปนานแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น แถมยังมองเขาด้วยสายตาประมาณว่า เขาคือไอ้หน้ารังแกผู้หญิง อีกด้วย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

  

กับดักพรหมจรรย์ นิยายวางแผงแล้วนะคะ
ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในแบบของรูปเล่ม ราคาปก 289 บาท
สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

หาหนังสือไม่พบแจ้งพนักงาน

หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ได้ที่
http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=70

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น

  1. #544 rainbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 20:48
    เอาอีกค่ะไรเตอร์ที่รัก อยากอ่านอ่ะ
    #544
    0
  2. #486 Iread (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 23:26
    สนุกค่า
    #486
    0
  3. #230 miki777j (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 12:16
    แวะมาให้กำลังใจคุณแก้วนะคะ  คุณแก้วคะ สำนักพิมพ์นี้สั่งหนังสือโดยตรงได้ไหมคะ  จะสั่งหลายเล่มอยากได้ส่วนลดอะคะ ขอบคุณนะคะ
    #230
    0