กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 12 : บทที่ 4 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

บทที่ 4 (2)

 

                        สียงกุกกักตามมาด้วยเสียงเคาะประตู ทำให้มือที่กำลังจะถอดชุดเดรสตัวเก่งออกจากร่างชะงัก เอมอรลดมือลง มองชุดนอนที่เตรียมไว้อย่างหงุดหงิด เธอตั้งใจว่าจะหลับเพื่อบรรเทาความหิวที่รุมเร้ามากขึ้นทุกที เพราะเขานั่นแหละ แมทธิว เลอร์วาร์ด เขาทำให้เธอรู้สึกตื้อๆ ตีบตันที่คอหอยแปลกๆ เมื่อได้เห็นพฤติกรรมสำส่อนกว้านจีบสาวแบบกวาดหมดตะกร้าแบบนั้น เพราะมัวแต่พิศวงงงงวยแกมไม่ชอบใจอย่างแรง เอมอรเลยกินอะไรไม่ลง นอกเสียจากน้ำและผลไม้เนื้อแข็งที่ลงท้องไปแค่เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น

 

                        “ลิซ่าเองค่ะ คุณผู้หญิงหลับหรือยังคะ?”

 

                        “อ๋อ ยังจ้ะ รอสักครู่นะจ๊ะ”

 

                        เอ่ยพร้อมก้าวไปเปิดประตูให้บัตเลอร์ประจำของตน บัตเลอร์ที่หญิงสาวเพิ่งรู้ทีหลังว่าเป็นคนไทยจำนวนหนึ่งในสามสิบของพนักงานจำนวนมากมายบนเรือลำนี้ พอเปิดประตูก็ได้กลิ่นอาหารหอมฉุยโชยมาเตะจมูก เอียงคอมองงงๆ ขณะที่ลิซ่ายิ้มแฉ่งนำทัพ ตามมาด้วยบริกรเข็นรถชาวยุโรปร่างกายสูงใหญ่

 

                        “ที่นี่มีเสิร์ฟอาหารรอบดึกด้วยหรือจ๊ะลิซ่า ทำไมถึงมีแต่อาหารหนักๆ ล่ะ ฉันจะเข้านอนแล้วนะ ดึกดื่นแบบนี้ขอแค่น้ำส้มหรือนมสดก็พอแล้ว”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็เม้มริมฝีปากแน่น แก้มนวลแดงนิดๆ เมื่อท้องร้องจ๊อกๆ น้ำลายสอขึ้นมาทันควัน เมื่อเหลือบไปเห็นกุ้งล็อบสเตอร์ย่างตัวเบ้อเริ่มนอนส่งกลิ่นหอมยวนจมูกอยู่บนจานใบโต พร้อมแชมเปญ และคงมีอาหารอีกสารพัดรายการที่บรรจุมาในรถเข็นคันนั้น ทั้งหมดไม่สนใจคำประท้วงของเธอ กลับเข็นรถไปที่ระเบียง

 

                        เอมอรมองผ่านกระจกไป เห็นทุกคนช่วยกันจัดอาหาร จุดเทียนสีสวย และเอาฝาครอบไว้กันลม ลิซ่าเดินไปกดสวิตช์อะไรสักอย่าง เพียงเท่านั้นไฟหลากสีก็เปิดพึ่บ หญิงสาวมองบรรยากาศตรงระเบียงที่วับวาวราวกับโลกแห่งความฝัน มันสวยเหลือเกิน สวยกว่าที่จินตนาการของเธอจะไปถึงซะอีก

 

                        “เชิญคุณผู้หญิงที่โต๊ะรับประทานอาหารได้แล้วค่ะ”

 

                        “ความจริงไม่ต้องจัดให้มากพิธีแบบนี้ก็ได้ กับแค่คนๆ เดียว”

 

                        งึมงำไปก็เห็นลิซ่าขมวดคิ้วมุ่น ชั่วไม่กี่วินาทีก็ตีสีหน้าเรียบสงบ ส่งยิ้มบางๆ ให้

 

                        “ลิซ่ากับแอนโทนี่ขอตัวก่อนนะคะ ขอให้คุณผู้หญิงรับประทานอาหารให้อร่อย”

 

                        “ขอบใจจ้ะ”

 

                        เอมอรตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุน มองลิซ่ากับแอนโทนี่ที่หายไป ร่างบางเดินไปล็อกประตู นำโซ่มาคล้องไว้ มองไปที่อาหารตาวับวาว ความจริงมันออกจะดูมากมายอลังการไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนี่นา ในเมื่อเธอเองก็หิวจนไส้บิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทุกอย่างฟรีหมด ลิซ่าก็เต็มใจบริการเต็มที่ เพราะฉะนั้นเอมอรจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำไปโดยเสียแรงเปล่าอย่างแน่นอน

 

                        ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอใช้ชีวิตเยี่ยงเศรษฐีสักวันเถอะ

 

                        คิดแล้วก็ยิ้มลำพัง ก้าวเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ใต้แสงเทียน ยกแชมเปญขึ้นทดสอบรสชาติเป็นอันดับแรก ไล้ลิ้นเล็กๆ ไปตามเรียวปากเพื่อซึมซับรสชาติที่ยังตกค้าง ดวงตากลมโตมองไปยังเทียนสลักเปลวไฟพลิ้วไสวที่อยู่ในฝาครอบอย่างลุ่มหลง ยกมือเรียวขึ้นหมายจะไล้เล่นไปตามกระจกครอบนั้น แล้วก็สะดุ้งโหยง เมื่อพบว่าเธอไม่ได้อยู่ลำพังเสียแล้ว

 

                        “อย่าเอามือไปแตะต้องมันนะ ฝานั่นเป็นกระจกอย่างดีก็จริง แต่ว่ามันร้อนมาก ผมไม่อยากให้มือที่คุณจะใช้ทำงานพองไหม้ สุดท้ายมือก็เสีย จนต้องชะลอการถ่ายทำ”

 

                        “ค...คะ...คุณมาได้ยังไง?”

 

                        ถามอย่างตกใจ น้ำลายหนืดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงใบหน้าหวานคมยืนอยู่ข้างต้นไม้ จ้องมาที่เธอนิ่ง แสงของพระจันทร์ดวงโตส่งผลให้เขาเป็นดั่งเทพบุตรมัจจุราช ผู้ชายที่มีทั้งความสวยและหล่อในร่างเดียวกันอย่างสมดุล ดวงตาที่จับจ้องมายังเอมอรเขม็งนั้น ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนเป็นลูกกวางน้อย ที่หากไม่ระวังตัวดีๆ แล้วละก็ อาจจะหลงเข้าไปติดกับดักของนายพรานร้ายได้

 

                        “ไม่น่าถามเลยสาวน้อย คุณก็รู้นี่ครับ ว่าที่นี่เป็นห้องของผม!

 

                        แมทธิวเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นส่งสัญญาณอะไรสักอย่าง ไม่นานเงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์นับสิบก็หายไป พอทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบ หญิงสาวจึงหันไปจ้องเขาอีกครั้ง

 

                        “ลูกสมุนของคุณไปหมดแล้ว งั้นฉันขอไปบ้าง คุณจะได้พักผ่อนเสียที”

 

                        เอ่ยพร้อมขยับกาย แล้วก็ต้องกำหมัดแน่นสะกดอารมณ์ เมื่อเสียงสั่งห้วนๆ ดังขึ้น

 

                        “ไปหมดแล้ว แต่คุณไม่ต้อง! นั่งอยู่ที่เดิมนั่นแหละ แล้วก็กินอาหารซะ เมื่อเย็นนี้คุณไม่ได้แตะต้องอะไรเลยไม่ใช่หรือ นอกจากน้ำส้มและผลไม้แค่ชิ้นเดียว!

 

                        คำพูดแล้วตาดุๆ ทำให้หญิงสาวชะงัก แต่เพราะมาดและสายตาที่อวดดีหยิ่งยโสใส่เธอ เลยทำให้หญิงสาวมีอารมณ์อยากต่อต้าน

 

                        “ฉันลดหุ่น ที่จริงกินแค่นั้นก็อิ่มแล้ว ว่าแต่แปลกนะคะ คุณมีเวลาสังเกตฉันด้วยหรือ ช่างสามารถจริงๆ เพราะฉันเห็นว่าคุณเอาแต่จ้องหน้าสวยๆ ของปาหนันเท่านั้น และก็ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ ที่เห็นคุณมายืนอยู่ตรงนี้ แทนที่จะใช้เวลาอยู่ลำพังกับคนสวยของคุณ เอ! หรือว่าเธอไม่ยอมตกลงใจด้วยคะ”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็เห็นว่าเขาทำหน้ายุ่งใส่ แล้วก็ต้องอับอายกับประโยคต่อไป

 

                        “ลองพูดได้เป็นฉากๆ แบบนี้ แสดงว่าคุณก็แอบดูพฤติกรรมของผมเหมือนกันใช่ไหม งั้นเราสองคนก็เสมอกัน ต่างคนต่างแอบดูกันเอง”

 

                        “เอ๊ะ! คุณ!” เอมอรร้องได้แค่นั้น หน้าก็ร้อนเห่อขึ้นมา เมื่อเห็นเขาคลี่ยิ้มขำๆ

 

                        “เอ...ว่าแต่...ผู้หญิงที่ไม่ยอมละสายตาไปจากเราอย่างนี้ ตามหลักสากลแล้วเขาเรียกว่าเป็นพฤติกรรมของคนที่มีใจให้กันใช่ไหม”

 

                        เสียงที่เอ่ยอย่างมั่นใจ ไม่ใส่ใจคำตอบ และประกายตาหงุดหงิดที่ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นวาววับหวานใส่กันแล้วนั้น ทำให้เอมอรแก้มแดงเป็นริ้ว รีบส่ายศีรษะพัลวัน

 

                        “เอ๊ะ! คุณ ฉันเปล่านะ อย่าคิดเองเออเองแบบนั้นสิ อยู่ในวงสังคมแคบๆ แบบนี้ ต่อให้ไม่อยากมองไม่อยากดู มันก็ต้องเห็นอยู่ดีนั่นแหละ”

 

                        เอมอรแทบเต้นเมื่อถูกย้อน ริมฝีปากจิ้มลิ้มปิดฉับ เมื่อเขายกสองมือขึ้นปราม แล้วส่ายศีรษะช้าๆ

 

                        “ไม่เอาน่า เราสองคนเสมอกันแล้ว อย่ามัวแต่พูดถึงเรื่องนอกห้อง ไร้ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราแบบนั้นเลย ผมก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน”

 

                        “มัวแต่จ้องหน้าปาหนันคนสวยก็เลยอิ่มทิพย์”

 

                        ไม่รู้เพราะอะไรจึงโพล่งออกไปอีกหน แล้วก็หน้าแดงซะเอง เมื่อคิดได้ว่าพฤติกรรมของตนมันเหมือนพวกผู้หญิงขี้หึง ทั้งที่เธอและเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน หน้านวลแดงก่ำ เมื่อเสียงนุ่มทุ้มตอกย้ำความคิดของเธอ

 

                        “รู้อะไรไหมครับเอมอร ตอนนี้คุณกำลังทำตัวเหมือนได้เป็นผู้หญิงของผมแล้วไม่มีผิด หึงหวง น้อยใจ ตีโพยตีพาย เมื่อผมควงคนอื่นสู่สายตาสาธารณชน” แมทธิวเอ่ย คิ้วหนาเลิกขึ้นสูง

 

                        “ผมจะบอกอะไรให้นะครับหวานใจ คนอย่างผมน่ะไม่ชอบอะไรที่เป็นทูอินวัน ผู้หญิงที่คบเพื่อสังคม และผู้หญิงที่ควรอยู่บนเตียงน่ะ สำหรับผมแล้วจะต้องเป็นคนละคนกัน ผู้หญิงที่อยู่บนเตียงของผมต้องสุขุมใจเย็นเป็นน้ำ ในทางเดียวกันก็ต้องร้อนรุ่มเป็นไฟเมื่ออยู่ใต้ร่างด้วย คุณน่าจะลองคิดใหม่ทำใหม่ ปรับตัวให้เหมาะสมกับการเป็นผู้หญิงอย่างหลังนะ เพราะผู้หญิงประเภทแรกน่ะ ไม่ได้อะไรไปกว่าชื่อเสียงและหน้าตาหรอก เพราะคนอย่างผมจะทุ่มเท ยอมจ่ายแบบสูงๆ ให้กับผู้หญิงประเภทหลังเท่านั้น!

 

                        เสียงสั่งสอนจริงจังและแววตามุ่งมั่นนั้น ทำให้เอมอรสะอึก รีบหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากโดยไว

 

                        “ถ้าคุณไม่สามารถมีทัศนคติที่ดีกับฉันมากไปกว่านี้ได้ เราก็เลิกคุยกันดีกว่าค่ะ”

 

                        เอ่ยหน้าง้ำ ลุกพรวดขึ้น ไม่เห็นหัวและเกรงใจเขาอีกแล้ว ร่างบางเดินผ่านร่างสูง แล้วก็ร้องโอ๊ยเมื่อไปชนเข้ากับร่างหนาอย่างจัง หญิงสาวผละหน้าหนี เมื่อเขาเอามือกดมาที่เอวบาง ค่อยๆ โน้มหน้าลงมาหา จมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวๆ กกหูอย่างบางเบา เป็นเหตุให้ร่างงามสั่นระริก เกินกว่าที่ลูกแกะน้อยอย่างเธอจะควบคุมได้

 

                        “ปล่อยฉัน” ประท้วงเสียงสั่นเทา ไม่แหงนไปมองหน้า

 

                        “ทีหลังอย่าลุกจากโต๊ะก่อนผม และห้ามอิ่มก่อนด้วย ถ้าหากเห็นว่าผมยังกินอยู่ กลับไปนั่งที่เดิมเดี๋ยวนี้!

 

                        “ถ้าฉันไม่...”

 

                        “เราอยู่กันสองคนสาวน้อย และผมพร้อมจะสั่งสอนคุณทุกเมื่อ และก็จะทำแบบไม่บังคับขืนใจด้วย คุณอยากลองดูไหมล่ะ แม่คนจองหอง อวดดี”

 

                        ประโยคคลอนประสาทที่ทอดนุ่มทุ้มดุจแพรไหม ทำให้เอมอรไม่กล้าลองของ ร่างบางรีบกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม สองมือกำมีดกับส้อมแน่น เมื่อเขานั่งลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

                        “กินสิ หวังว่าคุณคงชอบให้ผมปฏิบัติกับคุณอย่างสุภาพชนนะสาวน้อย ผู้หญิงหัวดื้อน่ะ มันก็ท้าทายดีอยู่หรอกครับ แต่ถ้ามากไป ไร้สาระกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันก็ไม่น่ารักได้เหมือนกัน”

 

                        เอมอรสะกดใจไม่เถียงกลับเสียงดุดันเคร่งเครียดนั้น ดวงตากลมโตหลุบลงมองมือเรียวขาวสะอาดที่หั่นเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์แล้วส่งมันมาให้เธอ

 

                        “ขอบพระคุณมากค่ะมิสเตอร์เลอร์วาร์ด”

 

                        นั่งหลังตรงเอ่ยเสียงเป็นงานเป็นการ นัยน์ตาเรียบเฉยทำตัวเป็นสุภาพสตรี มีพิธีรีตองไปทุกกระเบียดนิ้ว ราวกับนางกำนัลในพระราชวังยุคสมัยต้นรัตนโกสินทร์ หญิงสาวซ่อนยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงคำรามเล็ดลอดออกมา

 

                        “ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ”

 

                        เอ่ยอย่างเรียบร้อยเป็นพิธีการอีกหน เมื่อเขารินแชมเปญให้ จากนั้นอาหารต่างๆ ก็ถูกตักมาประเคนให้ โดยคนที่บอกว่าหิวเหมือนๆ กันกับเธอไม่ยอมกินอะไรสักอย่าง หญิงสาววางท่าชูคอ ทำตัวเป็นพิธีการมากๆ เหมือนลูกขุนน้ำขุนนางสมัยโบร่ำโบราณ ที่ถูกจับไปอยู่ในวังตั้งแต่เด็กแต่เล็กเอามากๆ สุดท้ายเสียงเก้าอี้ก็ครูดกันสนั่น เอมอรค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นหน้าขาวผ่องแดงก่ำ จ้องมาที่เธอนัยน์ตาวาวโรจน์หงุดหงิด

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

            

กับดักพรหมจรรย์ นิยายวางแผงแล้วนะคะ
ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในแบบของรูปเล่ม ราคาปก 289 บาท
สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

หาหนังสือไม่พบแจ้งพนักงาน

หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ได้ที่
http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=70

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น

  1. #673 พิมมี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 00:06
    55555 นางเอกย้อนได้น่ารักดี

    #673
    0
  2. #475 Iread (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 23:20
    เพิ่งเข้ามาอ่านทีเดียว สนุกค่ะ น่าติดตามมาก
    #475
    0
  3. #219 miki777j (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 13:02
    เมื่อวานไปถอยหนังสือเทพบุตรเถื่อนของคุณแก้วมาแล้วนะคะ รออุดหนุนเล่มนี้นะคะ
    #219
    0