กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 10 : บทที่ 3 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

บทที่ 3 (3)

 

                        “ชั้นล่างมีบัตเลอร์พอดีกับการบริการของแต่ละห้องอยู่แล้ว ผมไม่อยากเพิ่มภาระและความรับผิดชอบมากมายจนเกินขอบเขตให้กับพนักงานของตัวเอง เพราะหากเขาเหนื่อยขึ้นมาวันไหน การบริการก็จะอ่อนด้อยลง จนเกิดเรื่องบกพร่องที่ไม่สมควรแก่การอภัยขึ้น”

 

                        คำพูดหน้าตายของเจ้านายผู้แสนดี ทำให้หญิงสาวเผลอหน้างอใส่ ลืมไปว่าตนอยู่ในสภาพเสียเปรียบภายในอ้อมกอดของเขา แหงนหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่าย ใจก็ไพล่ไปนึกถึงใบหน้าของนางเอกโฆษณาเข้า จึงกระตุกยิ้มอย่างมีความหวัง

 

                        “ให้ฉันเปลี่ยนห้องกับคุณปาหนันก็ได้ เธอคงจะยอมอยู่หรอกค่ะ อย่างน้อยปาหนันก็คงจะคุ้นเคยกับคุณดีกว่าฉัน เห็นเธอพูดอยู่นี่คะ ว่าเธอมาอยู่กับคุณที่นี่ก่อนใครตั้งสองวันแน่ะ แต่เอ๊ะ! ว่าแต่ระหว่างฉันกับคุณปาหนันนี่ คุณออกปากชวนใครให้มากับคุณก่อนกันแน่คะ?”

 

                        ถามพร้อมจ้องเขาสายตาท้าทายไขสือนิดๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อร่างสูงยอมถอยห่าง แต่ก็โล่งได้ไม่นาน เมื่อเขายังโน้มตัวคร่อมใช้สองแขนกักเธอไว้ไม่ยอมให้หนีห่างไปได้ดังใจหมาย

 

                        “ผมชวนคุณแค่คนเดียว!

 

                        เสียงห้วนและหน้าตาติดจะบึ้งหน่อยๆ นั้น ทำให้เอมอรมองอย่างกังขาปนเหลือเชื่อนิดๆ เห็นบ่ากว้างยกขึ้นน้อยๆ ก่อนจะประสานสายตานิ่ง

 

                        “ถ้าประเด็นเรื่องปาหนันจะทำให้ผมถูกคุณมองด้วยตาเขียวบ่อยๆ และคิดว่าเป็นพวกจับปลาสองมือละก็ ผมบอกคุณให้รู้เดี๋ยวนี้เลยว่า ถ้าคุณเห็นผมอยู่กับเขาตอนไหน เมื่อไร มันก็แค่นั้น ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรเกินกว่าที่สายตาคุณเห็น”

 

                        เอมอรยังคงยืนนิ่งฟังเขาชี้แจง สักพักก็เชิดหน้าขึ้น

 

                        “ทำไมฉันต้องคิดว่าคุณจับปลาสองมือด้วย ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

 

                        เอ่ยจบก็เห็นเขาทำหน้าเหมือนจะค้อน พร้อมส่งสายตาประมาณว่า อย่าพาซื่อเป็นเด็กไปหน่อยเลยน่า มาให้เธอ เอมอรทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กลับไป เห็นบ่ากว้างยกขึ้นเล็กน้อย

 

                        “ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าปาหนันมาพักที่โรงแรมได้สองวันแล้ว หรือจะพูดให้ถูกก็คือมารู้เอาพร้อมกับคุณนั่นแหละ”

 

                        “ฟังดูน่าเชื่อถือนะคะ ดูแล้วสนิทสนมกันเหลือเกิน เดินควงแขนปานคู่รัก ดิฉันอยากจะรู้นัก ถ้าหากว่าปาหนันมาได้ยินคุณพูดแบบนี้เข้า เขาจะรู้สึกยังไงบ้างนะ”

 

                        “รู้สึกยังไงก็ช่างหัวปาหนัน เพราะมันเป็นความจริง”

 

                        เสียงที่ตอบมาห้วน และประกายสว่างวาบที่มองเธออย่างตำหนิ ทำให้เอมอรหน้าร้อนอับอาย แต่พอคิดบางอย่างได้ พวกผู้ชายเจ้าชู้ก็มักเป็นแบบนี้ ไหลลื่นโกหกไปเรื่อย ไม่มีทางหรอกที่ผู้หญิงไม่เคยคบหาดูใจใครอย่างเธอจะตามเขาทัน และด้วยประกายตาไม่เชื่อถือที่เปล่งออกไปของเอมอรมั้ง ใบหน้าคมขาวผ่องจึงค่อยๆ แดงขึ้นเรื่อยๆ

 

                        “ผมกับปาหนัน เราเพิ่งพบกันสักประมาณสองชั่วโมงก่อนที่คุณจะมาถึง และถ้าถามว่าผมสนิทกับใครที่สุด และพอจะแบ่งห้องพักให้ใครดีในตอนนี้ ก็คือคุณนั่นแหละ คุณเป็นแค่ตัวประกอบของโฆษณาชิ้นนี้ ความสนใจของผู้คนก็จะน้อยลง แต่หากปาหนันที่เป็นนางเอกของงานมาพักร่วมกับผมจนเรื่องมันหลุดไปถึงหูนักข่าวละก็ คงเป็นประเด็นร้อนแน่ พวกนักข่าวชอบข่าวคาวอยู่แล้ว ต่อให้เล่นข่าวไปทั้งปี ก็ยังไม่อยากจบง่ายๆ เลย”

 

                        แมทธิวเอ่ยเท่านั้นก็ตัดบทโดยการคว้าข้อมือเอมอร หญิงสาวหน้าตาตื่นที่เขาถือวิสาสะ มองมือตัวเองที่ถูกมือหนากุมเอาไว้ราวกับมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

                        “นี่คุณจะทำอะไร มาลากฉันไปไหน?”

 

                        “เดี๋ยวก็รู้ มาตรงนี้กับผม”

 

                        “นี่! อย่ามาลากฉันแบบนี้นะ ฉันจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”

 

                        เอมอรประท้วงทันที เมื่อเขาเอ่ยจบ ก็ฉุดเธอให้เดินไปทางปีกหนึ่งของเพนต์เฮาส์ สวีต พอเลี้ยวโค้งไปก็เห็นสระเล็กๆ น้ำสีฟ้าใสแจ๋ว มีต้นไม้จำลองที่เหมือนจริงมากๆ ตั้งอยู่ในสระโดยก่ออิฐขึ้นมาล้อมรอบ มองแล้วรื่นตาเป็นธรรมชาติสมจริง

 

                        “ไหนๆ ก็ใส่บิกินีแล้ว มาเล่นน้ำกัน”

 

                        “ห้องสวีตมีสระว่ายน้ำเป็นของตัวเองแบบนี้ทุกห้องเลยหรือคะ?”

 

                        โพล่งถามออกไปอย่างตื่นเต้น ทั้งที่ไม่ควรมีสัมพันธไมตรีที่ดีกับเขาเลยแม้แต่น้อย ผู้ชายคนนี้เจ้าบงการเอาแต่ใจ อยู่ด้วยก็มีแต่จะถูกกดขี่เอาเปรียบ เพราะฉะนั้นควรห่างเข้าไว้นั่นแหละดี

 

                        “มีห้องผมแค่ห้องเดียว”

 

                        แมทธิวบอก ฉวยโอกาสตอนเจ้าของร่างบางเผลอมองนั่นมองนี่ โอบบ่าพาเดินไปที่บันได แต่พออีกฝ่ายไปยืนที่ขอบสระเท่านั้นก็ตัวเกร็ง หันกลับมามองเขาหน้าตาตระหนก

 

                        “น้ำลึกไหมคะ ฉันว่ายน้ำไม่เป็น”

 

                        “อยู่กับผมคุณไม่จมน้ำหรอก”

 

                        เอ่ยพร้อมยื่นหน้าไปกระซิบชิดริมหู ฉวยโอกาสสูดกลิ่นหอมจากพวงแก้ม แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้กางเกงว่ายน้ำที่เคยใส่พอดีตัวตึงคับไปหมด หล่อนช่างเย้ายวนเสียนี่กระไร แม้ยามส่งสายตาตำหนิมาให้ ก็สามารถทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวได้

 

                        หล่อนไม่สมควรได้งานอะไรสักชิ้นสำหรับโฆษณาของเขา แต่เพราะอะไรเขาถึงเลือกหล่อนเข้ามาร่วมงานน่ะหรือ แมทธิวรู้ดีที่สุด มันเป็นเรื่องของตัณหาและจินตนาการล้วนๆ เขาเริ่มจินตนาการเกี่ยวกับเนื้อตัวของหล่อน ตั้งแต่ที่ขาเรียวยาวของอีกฝ่ายเยื้องย่างไปบนเวที และตอนที่รองเท้าหล่อนพลิกนั้นอีกเล่า จัดว่าเป็นความซุ่มซ่ามที่เย้ายวนป่วนหัวใจสุดๆ

 

                        แมทธิวคิดแล้วมองร่างที่เกร็งอยู่ด้วยสายตาลุกโชน มือหนาเลื่อนขึ้นลูบเบาๆ ที่เอวไร้ไขมันราวกับคุ้นเคยมาแรมปี เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้แม่สาวเนื้ออ่อนสะดุ้งโหยง หล่อนบิดกายหนีเขาหน้าตาแดงก่ำ และพอเขาจ้องหล่อนด้วยสีหน้ากังขา ก็อึกๆ อักๆ มองเขาไม่เต็มตา อืม! ลีลายืดยาดเหลือคณา แล้วเมื่อไรหนอที่เขาจะได้หล่อน จับหล่อนโยนลงไปบนเตียง และจัดการครอบครองให้สมฤทัยกัน

 

                        “ฉ...ฉะ....ฉันไม่อยากเล่นน้ำ เชิญคุณเล่นคนเดียวเถอะ”

 

                        “แต่ตอนนี้ผมไม่มีใครเลย มีก็แต่คุณเท่านั้น หรือจะพูดให้ถูกตอนนี้เราสองคนเป็นเพื่อนกัน เพราะฉะนั้นคุณจะไม่ทิ้งผมให้เล่นน้ำลำพัง อีกอย่างคุณก็ใส่ชุดว่ายน้ำออกมาแล้ว อย่าทำให้มันเสียเที่ยวสิ”

 

                        “ฉันใส่ออกมาอาบแดด! และตอนนี้ก็อยากกลับห้อง ไปนั่งเล่นในที่ร่มๆ เย็นๆ มากถึงมากที่สุดด้วย”

 

                        จบเสียงฉุนเฉียวนั้น แมทธิวก็ตาเป็นประกาย รีบตีความหมายถึงสิ่งที่หล่อนพูดอย่างว่องไว

 

                        อ๋อ! หล่อนจะกลับห้องหรือ นี่เป็นการบอกเป็นนัยๆ ใช่ไหม สาวสวยกับเรื่องของเซ็กส์ตอนบ่ายแก่ๆ อืม! สุดวิเศษ นับว่าเป็นยาชูกำลังที่ดี

 

                        “งั้นก็ได้ ไปนอนเล่นกัน เพื่อนกันไปไหนไม่บ่นอยู่แล้ว นอนคุยกันก็ดี ผมเองก็มีเรื่องจะถามคุณอีกเยอะ”

 

                        “คนบ้า! นี่คุณกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันไม่คิดจะเป็นเพื่อนกับคนคิดอกุศลแบบคุณหรอกนะ ผู้ชายบ้า ฉันรู้นะว่าคุณกำลังคิดไม่ซื่อกับฉันอยู่” เอ่ยเท่านั้นก็คันมือยิบๆ อยากเอานิ้วจิ้มลูกตาพราวระยับนั้นนัก เมื่อเขายอมละสายตาจากทรวงอกขึ้นมามองหน้าเธอซะที

 

                        “ไม่ต้องมาอยากเป็นเพื่อน และทำเหมือนตัวติดกับฉันขึ้นมากะทันหันแบบนี้หรอก” บอกพร้อมสะบัดหน้าหนีดวงตาพราวระยับกรุ้มกริ่ม “พวกบอดี้การ์ดตัวเท่ายักษ์วัดแจ้ง หน้าบึ้งเป็นมนุษย์หิน ที่ติดสอยห้อยตามคุณเป็นสิบๆ ไปไหนกันหมดล่ะ คนพวกนั้นคงยอมเป็นเพื่อนให้คุณทำอะไรตามใจชอบได้บ้างหรอก ส่วนฉันขอลาไปอยู่ในที่ของฉันแล้วกัน และไม่ต้องการให้ใครตามติดด้วย”

 

                        เอ่ยเสียงเด็ดขาดได้ไม่นานก็อึกอัก เข่าแทบทรุดเมื่อเขากระตุกยิ้มเก๋ให้

 

                        “ยักษ์ก็ต้องเฝ้าประตูสิ พวกนั้นเป็นลูกจ้าง เขาไม่ยอมเป็นเพื่อนกับผมหรอก ว่าไงล่ะเอมอร จะเล่นน้ำเป็นเพื่อนผม หรือว่าเราจะไปนอนเล่นเป็นเพื่อนกันดี”

 

                        แมทธิวถามอีกครั้ง จ้องอีกฝ่ายสายตามีความหวัง คาดหมายว่าจะได้คำตอบที่ถูกใจ หรือได้เสียพลังกายและหยาดเหงื่อจนโซมตัว แต่คำตอบถัดมาก็ทำให้เขาเม้มปากแน่น มือบางผลักมือที่โอบบ่าออกอย่างคนถือตัว จากนั้นก็ขยับไปที่บันไดสระน้ำขั้นแรก

 

                        ปัดโธ่เอ๊ย! หล่อนจะเล่นตัวให้มันได้อะไรขึ้นมา ลีลาท่ามากนัก เดี๋ยวพ่อก็จับปล้ำกลางสระเสียหรอก

 

                        คิดได้เท่านั้นก็ขยับกายไปที่บันไดบ้าง แล้วก็สบถลั่นเมื่อเป้ากางเกงมันตุงฟิตยิ่งกว่าเดิม เสียงสบถโขมงโฉงเฉง ทำให้มือบางที่กำลังจะเลื่อนลงราวสระไปเรื่อยๆ ชะงัก ใบหน้าเล็กๆ แหงนขึ้นมาก็พบกับกางเกงว่ายน้ำเจ้าปัญหาของเขาทันที

 

                        “คนบ้า! ลามาก! อย่าลงมานะ ฉันไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายบ้าบอ มากราคะแบบคุณเลยให้ตายสิ”

 

                        เอ่ยเท่านั้นเอมอรก็ตัดสินใจกระโดดน้ำตูม แล้วก็ต้องวี้ดลั่นอย่างตระหนก เมื่อสระน้ำของเขาไม่มีการไล่ระดับเลย มันลึกระดับเดียวกันไปหมด

 

                        “ช่วยด้วย!

 

                        ร่างบางตะโกนตะเกียกตะกายขึ้นเหนือน้ำ มีเสียงตูมตามมา ก่อนที่เอวบางจะถูกกระชากอย่างรวดเร็ว ลำแขนเรียวผวาเกาะลำคอแข็งแรงแน่น พอพ้นจากน้ำได้ก็เห็นเงาไหววูบ ปากชื้นๆ ถูกบดขยี้อย่างเร่าร้อน ลำตัวถูกกอดรัดแน่น และกดให้แนบสนิทกับร่างที่เครียดขึงไปทั้งตัว แม้จะถูกรุกล้ำอย่างจาบจ้วง แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างประหลาด กระทั่งริมฝีปากมากพิษสงผละห่าง เอมอรขาสั่น มองเขาตาปรอย ปากจิ้มลิ้มบวมเจ่อไม่รู้ตัว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

กับดักพรหมจรรย์ นิยายวางแผงแล้วนะคะ
ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในแบบของรูปเล่ม ราคาปก 289 บาท
สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

หาหนังสือไม่พบแจ้งพนักงาน

หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ได้ที่
http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=70

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น